URL Copied!

ทำไมบริษัทควรมีโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน

โรคไม่ติดต่อเรื้อรังทําให้ประสิทธิภาพในการทํางานลดลง

จากที่ผ่านมาส่วนใหญ่เราได้อยู่ในช่วงเวลาการลดดวามเสี่ยงการติดไวรัสโควิท-19 (COVID-19) ด้วยการ ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้าน (Work from home) อาจทำให้หลายคนเริ่มมีความสนใจในการดูแลรักษาสุขภาพตนเองเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากเรื่องการดูแลรักษา สุขภาพให้ปลอดภัยจากการติดไวรัสโควิท-19 (COVID-19) แล้วการรักษาตนเองให้ปลอดภัยจากโรคไติดต่อเรื้อรังชนิดตาง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรดไขมันในเลือดสูง โรดหัวใจ โรดเบาหวาน ก็ยังเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ควรดูแลจากการรับประทานอาหารที่ดี เพิ่มการออกกำลังกาย รวมถึงรักษาสภาพจิตใจไว้ตลอดเวลา โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเหล่านี้ทำให้คนวัยทำงานส่วนใหญ่มีโอกาสเสี่ยงที่จะสูญเสียใช้จ่ายจากการรักษาสุขภาพในอนาคต และยังมีโอกาสทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคนวัยทำงานลดลงได้สูงถึง 73 วันต่อปีเลยทีเดียวครับ การเจ็บป่วยที่เพิ่มขึ้นจากการไม่ดูแลรักษาสุขภาพของพนักงานสามารถส่งผลต่อองค์กรได้อย่างไม่คาดคิด ดังนั้นการจัด โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการไช้ชีวิตประจำวันของพนักงานได้

4 เหตุผลทําไมองค์กรถึงควรมีโปรแกรมการดูแลสุขภาพพนักงานครบวงจร

1. โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดียิ่งขึ้น

แก่นหลักของการจัดการโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานของอีทเวลล์คอนเซปต์คือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดพฤติกรรมรักษาสุขภาพ ด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง การส่งเสริมให้เกิดทักษะการใช้ชีวิต และ การกระตุ้นให้มีกำลังใจด้วยการสร้างสังคมในที่ทำงานให้เกิดความตระหนักถึงการดูแลด้านสุขภาพ ปัจจัยเหล่นี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพฤติกรรมของพนักงาน จากการศึกษา

ติดตามพนักงานที่เข้าร่วมโปรแกรมการดูแลสุขภาพพนักงนในต่งประเทศในช่วงระยะเวลา 1 ถึง 2 ปี ที่องค์กรเข้าร่วมโปรแกรม

ส่งเสริมสุขภาพพนักงานนั้นทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดียิ่งขึ้น อีกทั้งปัจจัยที่สำคัญที่สุดคืการรักษาให้พฤติกรรมที่พนักงาน

เปลี่ยนแปลงไปคงอยู่ได้นานที่สุด ซึ่งการจะทำให้พฤติกรรมเหล่านี้เกิดการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยหลายองค์ประกอบเข้าร่วมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน การให้ความรู้และก่อให้เกิดความตระหนัก การสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นภายในองค์กร

2. โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ

โดยพื้นฐานแล้วโปรแกรมการดูแลสุขภาพพนักงานที่ดีควรอยู่บนพื้นฐานของหลักการวิชาการที่ประกอบด้วยการทำงานอย่าง
สหสาขาวิชาชีพ ซึ่งนำเอาหลักการต่าง ๆ มาผนวกรวมเพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยตัวอย่างปัจจัยที่ส่งผลสียต่อสุขภาพของพนักงานเช่น น้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ คอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น หรือ ความดันโลหิตสูงขึ้น เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้แม้เป็นปัจจัยภายในร่างกาย แต่กลับส่งผกระทบต่อลุขภาพของพนักงานโดยรวมอย่างไม่นำเชื่อครับ จากงานวิจัยในวารสาร The New England Journal Of Medicine พบว่าการลดคอเลสเตอรอลลงทุก ๆ 1% หรือ การลดความดันโลหิตลงได้ทุก ๆ 1 Mmhg จะสามารถช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ หรือภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ถึง 2 – 3% เลยทีเดียว ประกอบกับ The American Heart Association ได้กล่าวว่า การส่งเสริมให้มีโปรแกรมการดูแลสุขภาพพนักงานช่วยทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้อีกด้วย

3.โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในองค์กร

ความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณองค์กร เพื่อจัดโปรแกรมการดูแลสุขภาพพนักงานครบวงจร ในการศึกษางานวิจัยกว่า 100 ฉบับพบว่าความสามารถในการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของพนักงานขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของโปรแกรมการดูแลสุขภาพพนักงาน เพียงการอบรมด้านการรักษาสุขภาพ การจัดกิจกรรมกีฬาสีประจำปีเพื่อส่งเสริมสุขภาพ หรือ การตรวจสุขภาพประจำปีอาจไม่เพียงพอต่อการทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของพนักงานลดลง

 

การจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานอย่างแบบครบวงจรที่ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งด้านการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การจัดการสภาพจิตใจ ในระยะยาวจะช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพได้มากกว่า ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้านความคุ้มค่าในการลงทุนโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานพบว่าสามารถช่วยบริษัทได้ผลตอบแทนจากการลงทุนด้านสุขภาพพนักงานกลับมา 327% เลยทีเดียวครับ

4. โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน

ประสิทธิภาพการมทำงาน (Productivity) ในมุมมองของผู้บริหารหลายท่านจะสอดคล้องกับประสิทธิภาพด้านการสร้างรายได้ให้แก่บริษัท เนื่องจากยิ่งพนักงานสามารถทำงานได้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้รายได้และกำไรของบริษัทเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การศึกษาจาก The journal Population Health management  พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าพฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และ ไม่ออกกำลังกายสามารถทำให้เกิดการทำงานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพได้สูงถึง 66% และ 50% ทั้งนี้ในสภาพของการทำงานในปัจจุบันพนักงานแม้มาทำงานในที่ทำงานจริงก็อาจไม่ได้ทำงานได้เต็มที่อย่างที่ผู้บริหารคาดหวังไว้เนื่องมาจากปัจจัยรบกวนมากมายจากปัญหาด้านสุขภาพ ภาวะหมดไฟในที่ทำงาน ทำให้ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของบริษัทมากกว่า 2 ใน 3 เท่าของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพปกติ  ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดการทำงานอย่างไม่เต็มประสิทธิภาพของพนักงาน เช่นการพูดคุยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน การใช้สื่อโซเชียลต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram เป็นประจำ

ดังนั้นการเริ่มจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานแบบครบวงจรในบริษัทจะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จในการดูแลสุขภาพพนักงานในองค์กรได้เป็นอย่างดี สามารถทำให้พนักงานดึงศักยภาพการทำงานออกมาได้อย่างเต็มที่ที่สุด เพื่อให้สมกับที่บริษัทลงทุนไปกับทรัพยากรบุคคลและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของการทำงานเช่นบริษัทเดียวกับบริษัทของคุณ

บทความที่น่าสนใจ

MEA-ยานาวา-sakid

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตยานนาวา

กิจกรรม  “Healthy Workshop”

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตยานนาวา ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก

อ่านต่อ »
Cover-sakid-บางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
วิเคราะห์ผลสุขภาพพนักงานได้ทันทีผ่าน-SAKID-Dashboard-01

วิเคราะห์ผลสุขภาพพนักงานได้ทันทีผ่าน SAKID Dashboard

ที่ไหนมีคนอยู่ร่วมกัน  ปัญหาความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นที่นั่น และยิ่งคนเยอะเท่าไหร่  ความขัดแย้งยิ่งมีความซับซ้อนหลายระดับ ทั้งแบบเก็บงำเป็นความไม่ชอบส่วนตัว  จนถึงการแสดงความก้าวร้าวทางวาจา  หรือรังแกอีกฝ่ายในแบบต่างๆ  บางครั้งความขัดแย้งระหว่างบุคคลอาจขยายตัวมากขึ้นทำให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมจนเป็นเหตุให้คนในองค์กรต้องแบ่งพรรคแบ่งพวก  สร้างบรรยากาศที่ไม่ไว้วางใจกัน  และไม่เคารพซึ่งกันและกันในองค์กร  เหตุการณ์ต่างๆ ยิ่งเลวร้ายลงเพราะหัวหน้างานอาจยังไม่ทราบเรื่อง

อ่านต่อ »
เริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน-SAKID

เริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน ทำอะไรได้บ้าง ฉบับงบน้อย

   ท่ามกลางภารกิจอันล้นหลาม หลายครั้งที่ “เหนื่อย เครียด หมดไฟ” กลายเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพกายใจที่ถูกมองข้าม บทความนี้เราจะสำรวจ 10 กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ใช้งานได้จริงและไม่แพง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นและปลุกพลังให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-หมด Passion ในการทำงาน

เมื่อพนักงานสูญเสีย Passion ในงาน: วิธีจุดประกายแรงบันดาลใจในที่ทำงานอีกครั้ง

โดยทั่วไปหมายถึงแรงผลักดันอย่างแรงกล้าที่ทำให้เรามุ่งมั่นและเต็มใจอุทิศตนให้กับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งอย่างต่อเนื่องและทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ (Vallerand, 2015) โดย  Passion ในการทำงาน (Work passion) คือ สภาวะทางจิตใจที่บุคคลรู้สึกกระตือรือร้น ยินดี และเต็มใจที่จะอุทิศเวลา พลังกาย พลังใจ ให้กับการทำงาน จนรู้สึกว่างานเป็นส่วนหนึ่งที่มีคุณค่าในชีวิต (Vallerand et al., 2003) และในทางจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การแบ่ง passion ออกเป็น 2 ประเภท คือ harmonious passion และ obsessive passion

อ่านต่อ »

Workshop สร้างสรรค์ กิจกรรมสนุก ผ่อนคลาย

เริ่มต้นคลายเครียดจากการทำงาน มาผ่อนคลาย สนุก สร้างสรรค์ และพนักกงานมีส่วนร่วมทำWorkshopไปด้วยกัน กับกิจกรรม Workshop ทำอาหารสุขภาพ ที่ง่ายทำได้เองที่บ้าน สอนจัดสวนขวดตั้งบนโต๊ะทำงานเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำเทียนหอมกลิ่นที่ชอบไว้จุดที่บ้าน ฯลฯ มาแต่ตัวและรับของที่ตัวเองทำกลับบ้านได้ด้วย

อ่านต่อ »