URL Copied!

สวัสดิการสุขภาพพนักงาน เรื่องพื้นฐานที่องค์กรต้องใส่ใจ

หลังผ่านช่วงเวลาของ COVID-19 มา ทำให้คนเริ่มมองเห็นคุณค่าและความหมายของการทำงานที่สมดุล และเริ่มมีแนวคิดรักตัวเองมากกว่าเหนื่อยเพื่อการงานมากขึ้น ความรู้สึกเหล่านี้เกิดเป็นปรากฏการณ์ The Great Resignation หรือการลาออกครั้งใหญ่ เพราะคนทำงานต่างรับรู้ถึงอำนาจในการเลือกงานที่เหมาะกับตัวเอง ดังนั้นองค์กรไหนที่ไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หรือ Work-life Balance ของคนทำงานก็จะกลายเป็นตัวเลือกที่ถูกปฏิเสธมากยิ่งขึ้น

 

ไลฟ์สไตล์ หรือวิถีการทำงานที่ผู้คนใช้ในการตัดสินร่วมงานด้วย หนึ่งในนั้นก็คือ ‘สวัสดิการ’ โดยเฉพาะสวัสดิการสุขภาพพนักงาน เพราะคนยุคปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองรวมไปถึงสุขภาพคนในครอบครัวนั่นเอง

 

เมื่อเทรนด์การใช้ชีวิตคนทำงานรุ่นใหม่มีมากกว่าเรื่องเงินแต่คือ คุณภาพชีวิต

 

หลัง ๆ มานี้เราอาจได้ยินคำว่า ‘คุณภาพชีวิต’ หรือ Well-being มากยิ่งขึ้น เพราะคุณภาพชีวิตเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่เริ่มมองหา จากที่ผ่านมาพวกเขาเห็นแต่ปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน การคมนาคมที่ไม่เอื้อกับการใช้ชีวิต หรือ PM 2.5 คุณภาพชีวิตจึงเป็นสิ่งที่พวกเขามองหา นอกจากเรื่องของการเงินที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ

 

 

รายงานจาก Global Talent Trends 2022 ของ LinkedIn เผยให้เห็นว่า ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 คำว่า ‘คุณภาพชีวิต’ ได้ปรากฏบนประกาศรับสมัครงานของหลาย ๆ บริษัทเพิ่มขึ้นกว่า 147% ในขณะเดียวกัน สำนักข่าว CNBC ได้พูดคุยกับ Jeff Levin-Scherz ผู้นำด้านสุขภาพของ Willis Towers Watson บริษัทให้คำปรึกษาด้านประกันภัยชั้นนำของอเมริกา ซึ่งบอกว่า ปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะด้านสุขภาพจิต เป็นสิ่งที่นายจ้างคำนึงถึงมากขึ้น จากเทรนด์ที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว

 

จะเห็นได้ว่าเรื่องคุณภาพชีวิต กลายมาเป็นทิศทางที่ทั้งคนทำงานและผู้นำในองค์กรต่างคำนึงถึงมากยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทไหนที่ต้องการดึงดูดคนทำงานให้เข้ามาร่วมงานด้วย การออกแบบนโยบายที่ให้สวัสดิการเรื่องคุณภาพชีวิตก็เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มต้นลงมือทำในตอนนี้

 

 

สวัสดิการสุขภาพพนักงานสำคัญยังไง

 

คุณภาพชีวิตนั้นมีหลากหลายได้ แต่สิ่งที่คนให้ความสนใจมากที่สุดคือคุณภาพชีวิตในด้านสุขภาพกายและใจ ซึ่งการออกแบบสวัสดิการสุขภาพพนักงานนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง

 

เพราะองค์กรหรือสถานที่ทำงานไม่ใช่เพียงพื้นที่ความสัมพันธ์แบบนายจ้างและลูกจ้างอีกต่อไป แต่เป็นความสัมพันธ์ทางสังคมที่ต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือดูแลกัน รวมถึงปัจจุบันลูกจ้างก็มีตัวเลือกมากมายให้เข้าไปร่วมงาน หากองค์กรต้องการรักษาคนทำงานไว้ ก็ควรมีสวัสดิการที่ดูแลคนทำงานได้ และเน้นย้ำการส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

จากการสำรวจของเว็บไซต์ Jobthai ที่สอบถามคนทำงานกว่า 7,420 คน พบว่า 10 สวัสดิการที่ต้องการนั้นได้แก่

 

1. โบนัส

 

2. วันหยุด-วันลาตามกฎหมาย

 

3. ประกันสังคม

 

4. ประกันสุขภาพ

 

5. ค่าล่วงเวลา

 

6 เงินออมพิเศษ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 

7. ค่ารักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวของพนักงาน

 

8. เวลาทำงานที่ยืดหยุ่นได้ (Flexible Hour)

 

9. ประกันชีวิต

 

10. เบี้ยขยัน

 

 

จะเห็นได้ว่าเป็นสวัสดิการด้านสุขภาพไปแล้ว 4 ข้อ ดังนั้นสวัสดิการสุขภาพพนักงานจึงกลายเป็นสิ่งที่คนทำงานต่างมองหา ซึ่งการสร้างสวัสดิการด้านสุขภาพก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่พร้อมข่วยดูแลสุขภาพของคนในองค์กรอย่าง SAKID ที่เป็นแอปพลิเคชันช่วยจัดการข้อมูล วิเคราะห์ปัญหาสุขภาพพนักงานรายบุคคล และให้คำแนะนำภารกิจสุขภาพแก่พนักงาน ซึ่งจะมาเป็นเหมือนผู้ช่วยออกแบบสวัสดิการที่เหมาะสมแก่คนในองค์กรได้ง่ายยิ่งขึ้น 

 

ประโยชน์ของสวัสดิการสุขภาพพนักงาน

 

แน่นอนว่าการให้สวัสดิการแก่พนักงานย่อมเป็นผลดีเสมอ โดยเฉพาะสวัสดิการสุขภาพพนักงาน ที่มีข้อดีหลากหลายข้อ ได้แก่

 

1. เมื่อร่างกายแข็งแรง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นตามไปด้วย

 

2. เมื่อพนักงานมีสุขภาพกายและใจที่ดี ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ดีตามไปด้วย

 

3. พนักงานรู้สึกสบายใจในการร่วมงาน และพร้อมทุ่มเทให้กับองค์กรที่ดูแลพนักงานเป็นอย่างดี

 

4. สวัสดิการสุขภาพพนักงานจะช่วยดึงดูให้คนอยากมาร่วมงานมากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อศักยภาพของบริษัทไปพร้อมกัน

 

สวัสดิการสุขภาพพนักงานควรมีอะไรบ้าง

 

หลังจากทราบถึงข้อดีผละประโยชน์ของการมีนโยบายสวัสดิการสุขภาพพนักงานแล้ว หลายท่านอาจจะยังไม่แน่ใจว่าจะออกแบบสวัสดิการสุขภาพพนักงานอย่างไรให้ตอบโจทย์คนทำงาน เรามีตัวอย่างมาให้ลองดูกัน

 

1. ประกันสุขภาพ 

 

เป็นสวัสดิการที่ ‘ต้องมี’ เพราะคนทำงานเริ่มมองหาความปลอดภัยและมั่นคงในชีวิตมากขึ้น ประกันสุขภาพจึงเป็นสวัสดิการแรก ๆ ที่พวกเขามองหาเสมอ

 

2. ประกันชีวิต

 

ปัจจุบันหลายบริษัทให้สวัสดิการที่ไปไกลกว่าแค่ประกันสุขภาพหรือประกันสังคม นั่นก็คือการมอบประกันชีวิตให้กับคนทำงาน ซึ่งเป็นอีกสวัสดิการที่สำคัญไม่แพ้กัน

 

 

3. วันลาป่วย วันลาคลอดที่สมเหตุสมผล และมี Parental Benefit

 

แม้ว่าทุกบริษัทจะมีวันลาป่วย หรือลาคลอดตามกฎหมายกำหนด แต่บางบริษัทให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากยิ่งขึ้น โดยออกแบบทั้งการลาป่วยแบบไม่ต้องยื่นใบรับรองแพทย์ หรือแม้แต่การป่วยทางจิตใจก็นับเป็นกาลาป่วยได้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงวันลาคลอดที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวของคนในองค์กร ที่อาจมีสวัสดิการให้กับฝั่งคุณพ่อในการลาหยุดเพื่อช่วยดูแลเลี้ยงลูกพร้อมภรรยาด้วย

 

4. ค่าดูแลหรือไปพบจิตแพทย์

 

การดูแลสุขภาพใจเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ บริษัทเองก็อาจจปรับตัวด้วยการมีสวัสดิการในการพบจิตแพทย์ เพราะปัจจุบันสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ลงส่วนหนึ่งอาจเริ่มต้นมาจากการทำงาน ทั้งเบิร์นเอ้าต์ ซึมเศร้า หรือภาวะวิตกกังวล สวัสดิการนี้จึงเริ่มที่นิยมมากขึ้นในองค์กรคนรุ่นใหม่ โดยอาจจะเลือกปรึกษานักจิตวิทยาตามโปรแกรมของ Eatwellconcept ก็ได้เช่นกัน โดยมีโปรแกรมให้เลือกหลากหลายระดับตั้งแต่คนที่เพิ่งประสบปัญหา ไปจนถึงมีอาการเรื้อรัง

 

5. ตรวจสุขภาพประจำปี การฉีดวัคซีนประจำปี

 

นอกจากประกันสุขภาพ ประกันสังคม และประกันชีวิตแล้ว สวัสดิการตรวจาสุขภาพประจำปี และการฉีดวัคซีนประจำปี ก็เป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่น่าสนใจ และช่วยดึงดูดให้คนอยากร่วมงานกับองค์กรได้ เพราะหมายความองค์กรนั้นพร้อมดูแลสุขภาพของทุกคนทั้งในยามปกติและป่วยไข้นั่นเอง

 

6. อาหารกลางวันที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ

 

ไปไกลกว่านั้น องค์กรรุ่นใหม่บางองค์กรเริ่มมีสวัสดิการอาหารกลางวันที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการผ่านคอนเซ็ปต์ โรงอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้ใช้บริการ (Healthy Canteen) ที่คิดค้นเมนูอร่อยแต่ยังได้สารอาหารและคุณค่าที่ดีต่อสุขภาพ 

 

โดยมีผลการศึกษาพบว่าการทำโรงอาหารเพื่อสุขภาพทำให้ได้รับปริมาณใยอาหารเพิ่มสูงขึ้น 40% และรับพลังงานอาหารส่วนเกินลดลง 21%  นอกจากนี้ยังสามารถลดโซเดียมลงได้เฉลี่ย 260 mg มากไปกว่านั้นคือการได้เลือกอาหารตามใจพนักงาน ซึ่งจะทำให้คนทำงานมีสุขภาพกายและใจที่ดีไปพร้อม ๆ กัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรที่ดียิ่งขึ้นไปด้วย

 

7. ค่ารักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวของพนักงาน

 

สวัสดิการนี้อาจเป็นที่คุ้นเคยกับคนทำงานราชการ แต่ปัจจุบันหลายองค์กรเอกชนเริ่มให้ความสำคํยกับสุขภาพของคนในครอบครัวพนักงานด้วย เพื่อให้เห็นว่าทุกคนต่างเป็นครอบครัวเดียวกันที่ต้องช่วยกันดูแล จึงได้เร่ิมมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลสำหรับคนในครอบครัว ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ดึงดูดคนทำงานได้อย่างมาก

 

8. โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน เช่น SAKID

 

ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพพนักงานโดยเฉพาะ ซึ่งดูแลสุขภาพของพนักงานอย่าครอบคลุมไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ ตั้งแต่มิติด้านร่างกาย โภชนาการ สภาพจิตใจ และความสัมพันธ์ ซึ่งตอบโจทย์กับบริษัทที่ต้องการผู้ช่วยในการคอยดูแลสุขภาพพนักงาน แถมยังคอยเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพให้รายบุคคล ซึ่งทำให้คนทำงานรู้สึกได้รับการดูแลอย่างใส่ใจจากคนในองค์กรจริง ๆ

สรุป

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า COVID-19 ได้เปลี่ยนวิถีการทำงานของผู้คนไปมาก คนทำงานเร่ิมให้ความสำคัญกับคุณค่าของตัวเองหันมารักและดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น และองค์กรไหนที่เห็นคุณค่าแบบเดียวกัน ก็มักจะดึงดูดให้คนอย่างร่วมงานไปด้วย โดยเฉพาะองค์กรที่มอบสวัสดิการสุขภาพให้กับพนักงาน เพราะเทรนด์การดูแลตัวเองนั้นกลายเป็น New Normal อย่างแท้จริง

 

ซึ่งการออกแบบสวัสดิการสุขภาพพนักงานก็ไม่ได้เป็นเรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะปัจจุบันมีตัวช่วยเช่น SAKID แพลตฟอร์มที่ช่วยวิเคราะห์และดูแลสุขภาพพนักงานรายบุคคลที่ใส่ใจกันเหมือนคนในครอบครัว โดย SAKID มีโปรแกรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น รายงานผลสุขภาพรายบุคคล บันทึกกิจกรรมประจำวันบนปฎิทินความสุข ภารกิจสะกิดสุขภาพพร้อมเคล็ดลับรายบุคคล โค้ชดูแลสุขภาพส่วนตัว หรือโปรแกรมออกกำลังกายจากนักวิทยาศาสตร์การกีฬา และอีกมากมาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการมอบสวัสดิการสุขภาพพนักงานได้อย่างครบถ้วนนั่นเอง

 

บทความที่น่าสนใจ

Cover-Pmat-2022

HR tech Thailand 2022

กิจกรรมออกบูธ HR tech Thailand 2022

วันที่ 19-20 ตุลาคม 2565  SAKID  ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพลิเคชั่น “สะกิด” ในงาน HR Tech เพื่อแนะนำให้รู้จักกับแอพว่าใช้ออกแบบกิจกรรมสุขภาพอย่างไร และเปิดให้ทดลองใช้ ฟรี 7 วัน เพื่อให้คนในองค์กรสามารถเล่นภารกิจสุขภาพดีได้ โดยมีโค้ชนักกำหนดอาหารคอยให้คำปรึกษาในแอพสะกิดตลอด 7วัน 

อ่านต่อ »
จัด-Workshop-อย่างไรให้โดนใจ-Cover-Sakid

จัด Workshop อย่างไร ให้โดนใจ

การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยจุดเริ่มต้นที่สามารถทำได้คือการจัดอบรมเกี่ยวกับสุขภาพในด้านต่างๆการจัดอบรมจะช่วยปูพื้นความรู้การดูแลสุขภาพทั้งด้านกายและจิตให้กับพนักงาน ให้สามารถนำไปใช้ดูแลสุขภาพของตัวเองได้ โดยทีมผู้จัด สามารถเริ่มต้นทำได้

อ่านต่อ »
จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ-SAKID

จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ

การนั่งประชุมต่อเนื่องเป็นเวลานานถือเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง ส่งเสริมให้เกิดโรค NCDs การสร้างวัฒนธรรมการประชุมที่มีองค์ประกอบการประชุมที่่ส่งเสริมสุขภาพย่อมมีส่วนส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพในสถานที่ทำงาน ช่วยให้คนวัยทำงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์การประชุมที่มีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »
ไขมันพอกตับ-SAKID

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรไขมันเกาะตับ

ในปัจจุบัน พนักงานในองค์กรหลายแห่งต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงานหนักและการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ในยุคที่การทำงานเต็มไปด้วยความเครียดและความเร่งรีบ ปัญหาสุขภาพของพนักงานจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ  และหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยคือ “ไขมันเกาะตับ” ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรได้อย่างมาก

อ่านต่อ »

HRIS คืออะไร ทำไมถึงจำเป็นกับการบริหารทรัพยากรบุคคล

HRIS คืออุปกรณ์สำคัญในการช่วยทำให้ HR สามารถทำงานได้อย่างสะดวกขึ้น เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้สามารถตรวจเช็คข้อมูลพนักงานได้อย่างง่ายดาย แต่มันคืออะไรกันล่ะ

อ่านต่อ »
Cover-Pmat-2023-Sakid

HR tech Thailand 2023

กิจกรรมออกบูธ HR tech Thailand 2023

วันที่ 14-15 มิถุนายน 25656 SAKID  ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพลิเคชั่น “สะกิด” ในงาน HR Tech เพื่อแนะนำให้รู้จักกับแอพว่าใช้ออกแบบกิจกรรมสุขภาพอย่างไร และเปิดให้ทดลองใช้ ฟรี 7 วัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับองค์กรที่ถ่ายรูปคู่น้องสะกิดลุ้นรับ Workshop นักกำหนดอาหารฟรี 1ชม. ได้ทั้งความรู้สุขภาพและภารกิจสุขภาพดีสนุก ๆ จาก สะกิดกันได้เลย

อ่านต่อ »