Employee Engagement
URL Copied!

Employee Engagement เทคนิคสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร 

สำหรับในยุคนี้ การมัดใจพนักงานรุ่นใหม่ ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากสำหรับ HR และผู้บริหารในองค์กรต่าง ๆ ที่จะทำให้พนักงานที่มีคุณภาพยังคงอยู่กับเราต่อ จึงทำให้มีการคิดค้นเทคนิคและกลยุทธ์ต่าง ๆ ออกมามากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Employee Engagement อันเป็นเทคนิคที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญสำหรับองค์กรต่าง ๆ

 

รู้จักกับ Employee Engagement

 

ความหมายของ Employee Engagement เทคนิคสำคัญสำหรับองค์กรในยุคนี้

 

Employee Engagement นั้นสามารถแปลได้ในหลายความหมาย แต่โดยรวมแล้ว มันคือการทำให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมกับองค์กร ทั้งในแง่ความรู้สึกที่อยากจะมีส่วนร่วม, มีความผูกพันกับตัวองค์กร ไปจนถึงการพร้อมที่จะให้ความร่วมมือต่าง ๆ กับองค์กรในทุก ๆ ด้านอย่างเต็มใจ ซึ่งนั่นจะนำมาสู่ความภักดีของพนักงานต่อองค์กรได้ในที่สุด

 

หัวใจสำคัญของเทคนิคสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร

 

Employee

 

หัวใจสำคัญของ Employee Engagement ที่จะนำความรู้สึกผูกผันต่องานและองค์กรมาสร้างเป็นพฤติกรรมเชิงบวกมีอยู่ 3 อย่างหลัก ๆ นั่นก็คือ

 

1.การพูด (Say) 

 

เป็นการที่ตัวพนักงานนั้นพูดถึงองค์กร, งาน และเพื่อนร่วมงานของตนในทางบวก

 

2.การอยู่ (Stay) 

 

เป็นความรู้สึกที่อยากจะอยู่ทำงานให้องค์กรเดิมต่อไป แม้ว่าจะได้รับข้อเสนอจากองค์กรอื่น

 

3.การพยายามสุดความสามารถ (Strive) 

 

เป็นการทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ คอยคิดค้นหรือริเริ่มไอเดียใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอ และพร้อมที่จะทำงานเกินความคาดหวังเพื่อให้งานออกมาประสบความสำเร็จ

 

5 สิ่งสำคัญ สำหรับพนักงานองค์กรในยุคใหม่

 

Employee Happyness

 

สำหรับพนักงานองค์กรในยุคใหม่ ๆ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าปัจจัยต่าง ๆ นั้นส่งผลกับการชีวิตทำงานของพวกเขาเป็นอย่างมาก ฉะนั้นแล้ว ผู้บริหารและ HR จึงจำเป็นจะต้องใส่ใจกับปัจจัยเหล่านี้ เพื่อพนักงานนั้นรู้สึกได้รับความสำคัญ จนนำไปสู่ความจงรักภักดีกับองค์กรนั่นเอง

 

1.Leisure & Family

 

คือการได้มีเวลาว่างส่วนตัวที่จะทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เขาสนใจหรือต้องการ รวมไปถึงการมีเวลาให้ครอบครัวของตนเองอย่างเหมาะสม และมีความสมดุลระหว่างชีวิตของเขาและการทำงานอีกด้วย

 

2.Wealth

 

คือการมีรายได้ที่มั่นคงและเหมาะสมกับงานที่ทำอยู่ ซึ่งเหมาะสมกับระดับความสามารถของตัวเขาเอง และไม่น้อยกว่าเป้าที่พนักงานคนนั้น ๆ คาดหวังเอาไว้

 

3.Corporate Title

 

คือการได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นในองค์กรที่เขาทำงานอยู่ และมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในสายงานที่ทำอยู่นี้

 

4.Skill Champion

 

คือการได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะเฉพาะทางต่าง ๆ ที่เจ้าตัวหวังเอาไว้ จนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางนั้น ๆ 

 

5.Belonging

 

คือการมีสังคมกับเพื่อน ๆ ที่ทำงานด้วย หรือการมีส่วนร่วมเป็นหมู่คณะกับคนในองค์กรที่ทำงานอยู่

 

6 วิธีสร้าง Employee Engagement ในยุคปัจจุบัน

 

และด้วยการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างในยุคปัจจุบัน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ การสร้าง Employee Engagement จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนในหลาย ๆ ส่วน เพื่อให้สามารถสร้างความผูกพันและจงรักภักดีของพนักงานให้กับตัวองค์กรได้ดังเดิม

 

1.เชื่อมต่อการสื่อสารผ่านเทคโนโลยี

 

Technology for work

 

การนำเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาใช้ในการทำงาน ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานในยุคนี้ที่เน้นการ Work from Home กันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการประชุมผ่านทางโปรแกรม Zoom, Asana และ Slack หรือโปรแกรมอื่น ๆ เนื่องจากการสื่อสารแบบเห็นหน้ากัน จะช่วยทำให้ให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมกันมากยิ่งขึ้น ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการทำงานที่ออฟฟิศ

 

รวมไปถึง การส่งเสริมให้พนักงานใช้ระบบคลาวด์ในการแชร์ไฟล์ เพื่อทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพในระยะยาว ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้เช่นกัน

 

2.แสดงให้พนักงานเห็นถึงความใส่ใจ

 

การอนุญาตให้พนักงานสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิตส่วนตัว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่องค์กรควรจะทำ ด้วยการเคารพเวลาส่วนตัวของพวกเขา จากการกำหนดขอบเขตเวลาทำงาน, ปริมาณงานที่ได้รับมอบหมาย และความคาดหวังด้านประสิทธิภาพการทำงานที่เหมาะสม

 

นอกจากนี้ ควรหาเวลาพูดคุยกับพนักงานเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว, งานอดิเรก, ความเครียด และสุขภาพจิตหรืออารมณ์ ตลอดจนภาระงานต่าง ๆ เพื่อช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงจากความเครียดและความเบื่อหน่ายได้

 

3.สอบถามและรับฟังความคิดเห็น

 

ปัญหาในการทำงานของพนักงานคืออีกหนึ่งสิ่งที่องค์กรสามารถพลาดกันได้ง่าย การจัดทำแบบสอบถามออนไลน์เพื่อสำรวจความคิดเห็น และรับฟังปัญหาจากพนักงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ 

 

รวมทั้งควรแจ้งให้พนักงานได้ทราบว่าองค์จะดำเนินการ หรือไม่ดำเนินการตามความคิดเห็นของพวกเขาเพราะเหตุใด เพื่อให้พนักงานรับรู้ว่าความคิดเห็นของพวกเขาไม่ถูกมองข้าม และได้รับการพิจารณาด้วยความใส่ใจ เมื่อพนักงานรู้สึกมีคุณค่าก็จะส่งผลให้มีความสุข และอยากมีส่วนร่วมในการทำงานกับองค์กรมากยิ่งขึ้น

 

Employee Discuss

 

4.ชื่นชมความสำเร็จของพนักงาน

 

ในยุค Work from Home แบบนี้ พนักงานหลายคนทุ่มเททำงานเกินเวลามากกว่าตอนเข้าออฟฟิศ แต่บ่อยครั้งพวกเขาพบว่าผลสำเร็จจากความทุ่มเทเหล่านั้นไม่มีใครมองเห็น 

 

ทางออกหนึ่งที่องค์กรสามารถทำได้ คือ การให้ความสำคัญกับการยกย่องพนักงานที่ทำงานได้ดีแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลกัน เช่น การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่พนักงานทุกคนสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็น และชื่นชมเพื่อนร่วมงานทุกระดับได้แบบเรียลไทม์ เพราะการได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน และผู้จัดการเป็นประจำจะช่วยให้พนักงานมีกำลังใจ และมองเห็นคุณค่าในตนเอง

 

5.มอบเครื่องมือให้พนักงานพร้อมทำงาน

 

การจัดเตรียมเครื่องมือและการฝึกอบรมที่จำเป็นต่าง ๆ ให้พนักงานรู้สึกมั่นใจ และมีพลังในการทำงานอย่างเต็มที่ คืออีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการปรับปรุงการมีส่วนร่วมและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมทั้งเป็นหนึ่งในสวัสดิการที่บริษัทควรจัดเตรียมให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานใหม่หรือพนักงานเก่าก็ตาม

 

ทั้งนี้ เครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความต้องการด้านฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่อาจรวมถึงค่าเช่า Co-Working Space สำหรับพนักงานที่มีข้อจำกัดในการทำงานที่บ้านได้ไม่สะดวก หรือแม้แต่การสนับสนุนค่าเรียนคอร์สออนไลน์ต่าง ๆ ที่จะช่วยพัฒนาทักษะให้กับพนักงานได้ดียิ่งขึ้น

 

6.ให้ความยืดหยุ่นในการทำงาน

 

ในกรณีของการ Work from Home แม้ว่าบริษัทอาจจำเป็นต้องกำหนดตารางเวลาที่แน่นอนสำหรับการประชุมทีม และทำงานร่วมกัน แต่อย่าลืมเปิดโอกาสให้พนักงานได้วางแผนการทำงานในช่วงเวลาที่เหลืออย่างอิสระด้วย ซึ่งวิธีนี้ นอกจากจะช่วยให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัว และการทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ยังได้ลองพัฒนาวิธีการทำงานที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อทำผลงานออกมาให้ดีที่สุดอีกด้วย

 

สรุป

 

จะเห็นได้ว่า Employee Engagement นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับองค์กรในยุคใหม่ ๆ ที่ต้องการรักษาพนักงานที่สำคัญของตนเองเอาไว้ ซึ่งจากงานวิจัยของ MIT พบว่าองค์กรที่มี Employee Engagement ที่ดี จะทำให้พนักงานพร้อมสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และจะสร้างความพึงพอใจของลูกค้าให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า 

 

แต่นอกจาก Employee Engagement ที่ดีจะช่วยทำให้องค์กรเติบโตแล้ว การมีการจัดการดูแลสุขภาพของพนักงานในองค์กรเอง ก็จะช่วยทำให้องค์กรยั่งยืนด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับแอพพลิเคชั่น SAKID ของเรา ที่เป็นนวัตกรรมดูแลสุขภาพพนักงานแบบองค์รวมครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ อาหาร, ออกกำลังกาย, อารมณ์ และสังคม เพื่อตอบโจทย์การดูแลพนักงาน และ การวิเคราะห์ข้อมูลของฝ่ายบุคคล รวมถึงผู้บริหารองค์กร ที่จะช่วยคุณดูแลสุขภาพของพนักงานได้อย่างครบครันในทุกมิติ

บทความที่น่าสนใจ

Workshop เริ่มต้นสุขภาพดีทำได้ทุกวัน #workshop3อ #อาหาร

ดูแลสุขภาพพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เรื่องอาหารการกิน , Workshop การกิน , Health talk update ความรู้ ด้านโภชนาการ หรือ Cooking class โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพที่มีประสบการณ์ ตัวอย่างหัวข้อ WORKSHOP ขอใบเสนอราคา วัตถุประสงค์    🟠 เข้าใจและรู้หลักการในการเลือกกินประเภทไขมันให้ดีต่อสุขภาพ  

อ่านต่อ »
กิจกรรม CSR

“กิจกรรม csr” การทำเพื่อสังคมที่สร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่คุณคิด

กิจกรรม CSR คืออะไร ทำไมองค์กรใหญ่ ๆ ถึงต้องทำ? ประเภทของกิจกรรม CSR และตัวอย่างกิจกรรมจากธุรกิจชั้นนำ [แนะนำแนวทางจัดกิจกรรม CSR]

อ่านต่อ »
Productivity

Productivity พื้นฐานของการพัฒนาองค์กรอย่างมีคุณภาพ

ความหมายของ Productivity คืออะไร และแนวทางการเพิ่ม “ผลิตภาพ” ในองค์กร โดยที่ไม่ทำร้ายพนักงาน จากปัจจัยต่าง ๆ ที่บริษัทและพนักงานสามารถช่วยกันสร้างได้

อ่านต่อ »
วิเคราะห์ผลสุขภาพพนักงานได้ทันทีผ่าน-SAKID-Dashboard-01

วิเคราะห์ผลสุขภาพพนักงานได้ทันทีผ่าน SAKID Dashboard

ที่ไหนมีคนอยู่ร่วมกัน  ปัญหาความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นที่นั่น และยิ่งคนเยอะเท่าไหร่  ความขัดแย้งยิ่งมีความซับซ้อนหลายระดับ ทั้งแบบเก็บงำเป็นความไม่ชอบส่วนตัว  จนถึงการแสดงความก้าวร้าวทางวาจา  หรือรังแกอีกฝ่ายในแบบต่างๆ  บางครั้งความขัดแย้งระหว่างบุคคลอาจขยายตัวมากขึ้นทำให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมจนเป็นเหตุให้คนในองค์กรต้องแบ่งพรรคแบ่งพวก  สร้างบรรยากาศที่ไม่ไว้วางใจกัน  และไม่เคารพซึ่งกันและกันในองค์กร  เหตุการณ์ต่างๆ ยิ่งเลวร้ายลงเพราะหัวหน้างานอาจยังไม่ทราบเรื่อง

อ่านต่อ »
Sakid-mea-บางพูด-Cover

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก

อ่านต่อ »
Work from Home

Work from Home เทรนด์การทำงานยุคใหม่ที่ทุกบริษัทต้องรู้

บริษัทจะจัดนโยบาย Work From Home อย่างไร? แนะนำวิธีปรับใช้ WFH ในองค์กร ข้อดี-ข้อเสียของการ WFH สวัสดิการที่บริษัทควรมี เมื่อพนักงานไม่ได้มาทำงานที่ออฟฟิศ

อ่านต่อ »