
จัดการความเสี่ยง เริ่มต้นที่สุขภาพพนักงาน
- 22/01/24
กิจวัตรประจำวันของพนักงานออฟฟิศนอกจากจะนั่งทำงานอย่างยาวนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่พบเจอในองค์กรเมื่อตรวจสุขภาพประจำปี นั่นก็คือ ค่าไขมันสะสมสูงอาจจะเพราะว่าการเลือกกินอาหารที่มีไขมันสูง น้ำหวาน ซึ่งอาจจะเข้าใจได้ว่าเกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ช่วงบ่ายๆ เหนื่อยๆ มีความเครียดในที่ทำงานจนต้องหาน้ำหวาน ขนม มากิน ผนวกกับการนั่งทำงานนานๆ ไม่ขยับตัวจนไม่เกิดการเผาผลาญของร่างกายและนี่คือพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆ อย่างเช่น อ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ไตรกลีเซอไรด์สูง เบาหวาน เป็นต้น
การรวบรวมข้อมูลทั้งด้านสุขภาพและความคิดเห็นในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญในการจัดหาแนวทางการแก้ปัญหาและส่งเสริมนโยบายด้านต่างๆ การให้ความสำคัญด้านสุขภาพพนักงานถ้าที่ทำงานแฮปปี้งานก็จะออกมาดีด้วย การรวบรวมข้อมูลผลตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อมาดูว่าสุขภาพพนักงานส่วนใหญ่มีผลแบบไหนสามารถสะท้อนการเป็นอยู่การทำงานของบริษัทได้ การทำแบบสอบถามความคิดเห็นโดยไม่เปิดเผยชื่อ เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนแก้ไขให้ดีขึ้น ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดสามารถมาประเมินผลรูปแบบสุขภาพการทำงานได้ โดยการแบ่งกลุ่มความเสี่ยงโรค แบ่งจากค่า BMI เกินเกณฑ์หรือต่ำกว่าเกณฑ์ หรือแบ่งกลุ่มตามเป้าหมายและความสนใจ
การเริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน
แน่นอนว่าตัวพนักงานเองก็เป็นตัวหลักที่สำคัญเหมือนกันในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ทว่าบริษัทหรือองค์กรช่วยสนับสนุนให้พนักงานสุขภาพแข็งแรงผลักดันอีกแรงหนึ่งด้วยจะมีแนวโน้มที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ด้วยการสร้างองค์กรที่มี Health and Wellness ให้สุขภาพและสภาพแวดล้อมที่ทำงานที่ดีได้

1.แนะนำพนักงาน เริ่มต้นด้วยการให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมและโรคแบบกลุ่มWorkshop เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพและมีแรงจูงใจและความเข้าใจในการสนับสนุนพนักงานด้วยกันในรูปแบบการขับเคลื่อนเป็นกลุ่ม
2.ตรวจสุขภาพประจำปี เป็นสวัสดิการที่ดีที่ต้องมีทุกปีเพราะผลตรวจสุขภาพนี้สามารถบอกได้ถึงสุขภาพร่างกายของพนักงาน การตรวจสุขภาพช่วยในการระบุคนที่มีความเสี่ยงล่วงหน้าและช่วยให้สามารถแก้ปัญหาสุขภาพได้แต่เนิ่นก่อนลดความเสี่ยงการเกิดโรค สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่เสียไปกับโรงพยาบาลได้
3.การส่งเสริมเลือกกินอาหาร อาจจะด้วยหลายๆอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยทั้งร้านอาหารและเวลา การให้ความรู้ ความเข้าใจทางโภชนาการ, จัดคลาสการทำอาหารสุขภาพ, และมีมุมของว่างกาแฟหรือโซนนั่งกินข้าวหรือตู้ขายของอัตโนมัติของที่ทำงานมีตัวเลือกอาหารที่เหมาะสม หรืออาจจะจัดผลไม้ฟรีแช่ตู้เย็นไว้ที่มุมเบรคของที่ทำงาน
4.จัดกิจกรรมส่งเสริมทางร่างกาย ยืดเหยียดกันก่อนประชุม การจัดเวลาผ่อนคลายในที่ทำงานลุกเดินเข้าห้องน้ำ คลาสการออกกำลังกายในที่ทำงาน คลาสโยคะ หรือส่งเสริมการใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ จัดการแข่งเก็บสะสมก้าวเดิน อาจจะหารางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นแรงกระตุ้น
5.การจัดการความเครียด ไม่ว่าจะมีเรื่องที่บ้านหรือที่ทำงานความเครียดเป็นตัวหลักที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงและยังทำให้สภาพแวดล้อมการทำงานติดลบอีกด้วย การจัดกลุ่มพูดคุยที่ไม่ใช่เรื่องงาน การรับฟังปัญหาและร่วมหาทางออกร่วมกัน หรือมีกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย การที่ให้พนักงานรู้จักการจัดการความเครียด โดยมีนักจิตวิทยามาให้ความรู้ Workshop หรือปรึกษานักจิตวิทยาฟรีไว้เป็นสวัสดิการในการช่วยแก้ปัญหาของพนักงาน
6.การกำหนดนโยบาย พิจารณาดำเนินการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่สุขภาพดี เช่น มุมกาแฟของว่างเพื่อสุขภาพและกิจกรรมทางร่างกายหรือกำหนดเวลาที่ยืดเหยียดเพื่อเพิ่มสมดุลระหว่างชีวิตและงาน
7.การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่สามารถให้คำปรึกษาหรือบริการให้พนักงานในสถานที่หรือจากระยะไกลสำหรับบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพเดิม ๆ เพื่อช่วยหาทางออกให้กับพนักงาน
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเป็นกระบวนการที่ต้องทำต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานมีแนวคิดและการตัดสินใจที่ดีในการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้สามารถปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่าง SAKID ที่สามารถออกแบบและวางโครงสร้างการจัดกิจกรรมและซัพพอร์ตด้านสุขภาพให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะขององค์กรและพนักงานของคุณได้
บทความที่น่าสนใจ

ทำไมบริษัทควรมีโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน
โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดียิ่งขึ้น
แก่นหลักของการจัดการโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานของอีทเวลล์คอนเซปต์คือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดพฤติกรรมรักษาสุขภาพ ด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง การส่งเสริมให้เกิดทักษะการใช้ชีวิต และ การกระตุ้นให้มีกำลังใจด้วยการสร้างสังคมในที่ทำงานให้เกิดความตระหนักถึงการดูแลด้านสุขภาพ ปัจจัยเหล่นี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพฤติกรรมของพนักงาน
มารู้จักกับ EAP:โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน ให้คำแนะนำส่วนตัว
คุณรู้สึกเครียด กังวล หรือเหนื่อยล้ากับงานอยู่หรือเปล่า? คุณมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์หรือปัญหาส่วนตัวอื่นๆ อยู่หรือไม่? หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ EAP คือคำตอบของคุณ
EAP ย่อมาจาก Employee Assistance Program หรือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน เป็นโปรแกรมสวัสดิการที่บริษัทมอบให้พนักงาน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ปัญหาทางการเงิน หรือปัญหาอื่นๆ ในชีวิตส่วนตัว โดยให้บริการผ่านนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ
Workshop เริ่มต้นสุขภาพดีทำได้ทุกวัน #workshop3อ #อาหาร
ดูแลสุขภาพพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เรื่องอาหารการกิน , Workshop การกิน , Health talk update ความรู้ ด้านโภชนาการ หรือ Cooking class โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพที่มีประสบการณ์ ตัวอย่างหัวข้อ WORKSHOP ขอใบเสนอราคา วัตถุประสงค์ 🟠 เข้าใจและรู้หลักการในการเลือกกินประเภทไขมันให้ดีต่อสุขภาพ

Employee Engagement เทคนิคสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร
การสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร ถือเป็นโจทย์ที่น่าขบคิดอีกหนึ่งอย่างสำหรับ HR และผู้บริหารภายในองค์กร Employee Engagement จึงเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในจุดนี้

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ
บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

Healthy Workshop
กิจกรรม “Healthy Workshop”
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “Healthy Workshop” ให้กับบริษัท ราชบุรีกล๊าส โดยนักกำหนดอาหาร ได้ให้ความรู้เรื่องการกินอย่างไรให้ห่างไกลโรคแบบรอบด้าน ที่ช่วยสามารถปรับพฤษติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจำวันให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อย่างง่าย และ ช่วงบ่าย มีนักวิทยาศาสตร์การกีฬา มาตรวจสมรรถภาพทางร่างกาย ได้ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อยในระหว่างพักเบรค เพื่อยืดกล้ามเนื้อและเผาผลาญกัน