
ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรเป็น Office syndrome
- 12/04/24
คุณเป็นอีกคนหนึ่งหรือเปล่าที่ตอนนี้กำลังมีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดบ่า ปวดหัว นั่งทำงานสักพักก็รู้สึกตึงเมื่อย หากคุณคิดว่า นี่ไม่ใช่เพราะอายุเพียงอย่างเดียว แต่กำลังบ่งบอกว่าคุณมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็น Office syndrome โรคยอดฮิตที่หลายคนรู้จักแต่คงไม่อยากที่จะสนิทสนม
จัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์ -Sakid head Office syndrome คืออะไร
Office syndrome คือ กลุ่มอาการ ไม่ใช่โรค และไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้นกับเฉพาะพนักงานออฟฟิศ แต่ Office syndrome คือกลุ่มอาการที่เกิดมาจากการใช้พฤติกรรมที่ทำซ้ำ ๆ ต่อเนื่อง ๆ นาน จนเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นมา ลองจินตนาการดูว่า หากคุณต้องยืนทำงานเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจจะแค่เพียง 30 นาที คุณก็จะเริ่มรู้สึกถึงอาการเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นทั้งบริเวณน่อง ต้นขา สะโพก หลังส่วนหลัง ลามไปกล้ามเนื้อบ่าและคอ เป็นต้น พอเมื่อยล้านานวันเข้าเป็นอาการสะสม เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อที่ได้รับการบาดเจ็บซ้ำ ๆ นอกจากนี้เรายังมีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงคือ การเคลื่อนไหวร่างกายน้อย เรานั่งทำงานนาน ๆ ยืนนาน ๆ ทำอะไรนาน ๆ ไม่มีการเคลื่อนไหวที่ได้ใช้องศาของร่างกายอย่างเต็มที่ เลือดและลมปราณในร่างกายจึงเคลื่อนไหวได้ไม่ดี ในภาษาแพทย์แผนจีนมักจะเรียกว่า “ชี่อั้น” หรือ “ชี่ไม่เคลื่อนไหว“ และนี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาและอาจจะมีอาการชาร้าวร่วมได้ขึ้นอยู่กับความหนักของอาการบาดเจ็บ แต่ที่แน่ ๆ คุณคงไม่ได้รู้สึกสนุกและยินดีไปกับอาการการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นนี้
จริง ๆ แล้วกล้ามเนื้อในร่างกาย เนื้อเยื่อ ทุกส่วนทำงานสัมพันธ์กัน รวมไปถึงจิตใจ หากคุณเข้าใจสิ่งนี้มันจะทำให้คุณเข้าใจสาเหตุการเจ็บป่วยและเข้าใจลักษณะนิสัยพฤติกรรมของตัวคุณเองว่า เพราะอะไรคุณถึงปล่อยให้ตัวเองทำงานอย่างบ้าระห่ำ จนลืมใส่ใจร่างกายของตัวเอง

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่า Office syndrome กำลังมาเยือน
1.อาการตึง หลายครั้งที่ผู้ป่วยมาหานักกายภาพบำบัดหรือแพทย์เพราะอาการปวดจนทนไม่ไหว เดินไม่ได้ นั่งไม่สะดวก และใช้เวลาและค่ารักษาจำนวนมากจนกว่าอาการจะดีขึ้น แต่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องรอเพื่อไปถึงจุดนั้น เพียงแค่คุณกลับมาสัมผัสถึงตัวเอง มาเช็คความรู้สึกของร่างกายให้ได้ว่าตอนนี้คุณกำลังรู้สึกอะไร คุณจะเริ่มสนิทกับร่างกายคุณมากยิ่งขึ้น ไวต่ออาการเจ็บปวด ถ้าคุณเพียงแค่ตึงหลังโปรดรู้ไว้ว่าตอนนี้คุณอาจจะนั่งนานเกินไป ยืนนานเกินไปกว่าร่างกายคุณจะรับไหว
2.คุณไม่สามารถรับรู้ได้ถึงลมหายใจของคุณ ลมหายใจเป็นจุดเชื่อมโยงร่างกายกับจิตใจ หากคุณหลงลืมลมหายใจของคุณในแต่ละขณะ นั่นหมายความว่าคุณกำลังดำดิ่งไปกับการทำงานหรือความคิด สิ่งนี้ทำให้คุณละเลยร่างกายตัวเอง เพราะคุณไม่ได้ยินเสียงตัวเอง กล้ามเนื้อจะเกร็งมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อไหร่ที่เรารับรู้ลมหายใจของเราได้ นั่นหมายความว่าเรากำลังรู้สึกผ่อนคลาย และกำลังมาสู่สภาวะปกติ
3.ความเครียดตอนทำงาน ทุกครั้งที่คุณเครียดกล้ามเนื้อและลมหายใจของคุณจะสั้นและเกร็งต้าน คุณจะเผลอกัดฟันโดยไม่รู้ตัว คิ้วขมวด อาหารไม่ย่อย ถ้าคุณสามารถกลับมารับรู้อารมณ์ตัวเองได้บ่อย ๆ นั่นจะช่วยให้คุณกลับมาเตือนตัวเองได้และเข้าใจจิตใจตนเองด้วย
การรักษา Office syndrome ที่ควรรู้
1. ปวดตึงแต่ทนไหว ไม่รบกวนชีวิตประจำวันมากนัก รักษาได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต หลีกเลี่ยงการนั่งนาน ยืนนาน การทำงานในท่าซ้ำ ๆ สลับเปลี่ยนอิริยาบถทุก 2 ชั่วโมง สูดหายใจเข้าออกลึก ๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงทนทานและมีความยืดหยุ่นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
2.เริ่มปวดหนักจนรบกวนชีวิตประจำวันทั้งการทำงานและการนอนหลับ ปัจจุบันมีทางเลือกมากมาย อาทิ การรักษาทางหัตถเวช กินยา ฉีดยา หรือผ่าตัด ฯลฯ และมีสหวิชาชีพที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยจาก Office syndrome ได้ อาทิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ นักกายภาพบำบัด แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน แพทย์ทางเลือกอื่น ๆ พลังงานบำบัด คลื่นเสียงบำบัด เป็นต้น
นอกจากนี้การรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ฉะนั้นคำแนะนำในการเลือกเข้ารับการรักษาจึงควรเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพที่สามารถช่วยวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของอาการเจ็บป่วย ที่ทำให้คุณเข้าใจถึงสาเหตุการเกิดโรคและการดูแล และการปรับพฤติกรรมระยะยาวที่จะทำให้คุณห่างไกลจาก Office syndrome ได้อย่างแท้จริง
3 ท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถลดอาการบาดเจ็บ Office syndrome

ท่าที่ 1 ท่าคลายกล้ามเนื้อคอบ่า: ยักไหล่ขึ้น 2 ข้างเกร็งค้างไว้ 10 วินาที ไม่กลั้นลมหายใจ จึงผ่อนลงทำซ้ำ 3 ครั้ง
ท่าที่ 2 ท่าเหยียดเส้นแขน: ยกมือขึ้นต้านฟ้า อีกมือหนึ่งกดต้านดิน เกร็งค้างไว้ 10 วินาที ไม่กลั้นลมหายใจ ทำสลับกันซ้ายขวา จึงผ่อนลงทำซ้ำ 3 ครั้ง
ท่าที่ 3 ท่าบิดหมุนกระดูกสันหลัง: มือจับเข่าด้านตรงข้ามบิดหมุนแกนสันหลังไปด้านตรงข้ามจับขอบเก้าอี้ไว้ สายตามองพาดไหล่ เกร็งค้างไว้ 10 วินาที ไม่กลั้นลมหายใจ ทำสลับกันซ้ายขวา จึงผ่อนลงทำซ้ำ 3 ครั้ง
องค์กรสามารถช่วยจัดการภาวะ Office syndrome ได้อย่างไร
การสนับสนุนขององค์กรมีส่วนช่วยลดความเสี่ยง Office syndrome ของพนักงาน ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้ว ทำให้พนักงานไม่สุขสบาย ปวดจนทำงานไม่ไหว ก็ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน หรือเมื่อมีอาการมากจนต้องไปพบแพทย์ หรือกายภาพบำบัด ก็ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาล ดังนั้นหากองค์กรมีแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพ ก็จะช่วยให้องค์กรมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น
• ให้ความรู้แนวทางการป้องกัน Office syndrome เช่น Workshop จากนักกายภาพบำบัด, ประชาสัมพันธ์ความรู้ในองค์กร
• มีแจ้งเตือนให้พนักงานลุกขึ้นขยับ หรือยืดเหยียด ในการทำงานระหว่างวัน
• สนับสนุนกิจกรรมให้พนักงานได้เคลื่อนไหว ไม่ทำท่าเดิมซ้ำ ๆ เช่น คลาสออกกำลังกาย แข่งขันก้าวเดิน
• จัดอุปกรณ์การทำงาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ให้มีความเหมาะสม ปรับท่านั่งให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ลดการทำงานของกล้ามเนื้อคอ บ่า และหลัง
ภาวะ Office syndrome อาจจะดูเหมือนปัญหาเล็ก ๆ แต่ถ้าได้เกิดขึ้นแล้ว ยิ่งปล่อยไว้เรื้อรัง ก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ ทั้งต้องทนกับความเจ็บปวด และต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน ดังนั้นเริ่มขยับ ป้องกันตั้งแต่วันนี้กันดีกว่า หรือเพิ่มการขยับด้วยแข่งขันก้าวเดิน SAKID application หรือ Workshop จากนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งช่วยประเมินการยศาสตร์เป็นรายบุคคลได้ วิเคราะห์ท่าทางวิธีการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน ลักษณะและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เขียนโดย: กภ.มนัสวี ศุระศรางค์
บทความที่น่าสนใจ

กิจกรรม 5ส คืออะไร (เข้าใจง่ายๆ ใน 5 นาที)
กิจกรรม 5ส คือเครื่องมือชั้นเยี่ยมในการจัดระเบียบและทำให้สามารถใช้พื้นที่ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่แท้จริงนั้นกิจกรรม 5ส คืออะไร มาหาคำตอบไปด้วยกัน

รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคง ต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา
กิจกรรม Workshop “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ”
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop ออฟไลน์ และออนไลน์ไปพร้อมกัน ในหัวข้อ “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ” โดยนักกำหนดอาหารที่จะให้ความรู้ทั้งในวัยที่กำลังเกษียณและวัยทำงานที่จะได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินอย่างไร ให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย สัดส่วนอาหารที่จำเป็นต่อวัยต่างๆ ที่ยังสามารถอร่อยและสุขภาพดีได้ การเลือกกินอย่างสมดุล และในส่วนของนักการเงินที่จะมาสอนเรื่องการลงทุนและการเก็บออมเงินก่อนเกษียณ การทำแบบแผนเตรียมตัวเกษียณอย่างง่าย การวางแผนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและใช้เงินในวัยเกษียณอย่างมีความสุขในสไตล์ที่เป็นเรา

WORKSHOP คิมบับสุขภาพ
กิจกรรม “Cooking class คิมบับสุขภาพ”
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “Cooking class คิมบับสุขภาพ” โดยคุณอรนันท์ เสถียรสถิตกุล นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และอดีตเจ้าของ D-Diet อาหารสุขภาพสาธิตเมนูอาหารสไตล์เกาหลี “คิมบับ”พร้อมได้เรียนรู้ส่วนประกอบการทำคิมับทางด้านประโยชน์และสารอาหาร รวมทั้งลงมือลองทำคิมบับเมนูสุขภาพด้วยตัวเอง

“กิจกรรม csr” การทำเพื่อสังคมที่สร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่คุณคิด
กิจกรรม CSR คืออะไร ทำไมองค์กรใหญ่ ๆ ถึงต้องทำ? ประเภทของกิจกรรม CSR และตัวอย่างกิจกรรมจากธุรกิจชั้นนำ [แนะนำแนวทางจัดกิจกรรม CSR]

WORKSHOP เริ่มต้นสุขภาพดี กับ SAKID
กิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ”
ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 – 21 กันยายน 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ ” กันทุกสัปดาห์เป็นสวัสดิการที่เสริมสร้างร่างกายให้แข้งแรง โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาเป็นครูสอนโยคะที่จะพาพนักงานบริษัท ROCHE มายืดเหยียดร่างกายให้ผ่อนคลายเมื่อยจากการนั่งทำงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นอีกด้วย
สวัสดิการพนักงาน สายเฮลตี้ พนักงานสุขภาพดีมีอะไรบ้าง
ในยุคที่ “สุขภาพ” กลายเป็นหัวใจของชีวิตการทำงาน การให้ สวัสดิการพนักงาน (Employee Benefits) ที่ตอบโจทย์เพียงแค่เงินเดือนหรือโบนัสอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรยุคใหม่จึงเริ่มหันมาพัฒนา “สวัสดิการสายเฮลตี้ (Healthy Employee Benefits)” เพื่อดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของพนักงานอย่างรอบด้าน สวัสดิการลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียง “ของแถม” แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ที่มีพนักงานสุขภาพดี มีแรงบันดาลใจ