
PDCA คืออะไร รู้จักหลักการที่ทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- 15/11/22
ใครบ้างที่เคยเจอปัญหาทำงานไปเรื่อย ๆ แล้วก็เจอแต่ปัญหาซ้ำ ๆ จนเหนื่อยใจ รู้สึกทำงานไปเท่าไหร่ก็ไม่มีประสิทธิภาพเสียที คุณอาจไม่ได้เจอปัญหานั้นอยู่คนเดียวนะ
เพราะปัญหาในที่ทำงานถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะส่งผลให้เกิดอุปสรรคต่าง ๆ จนองค์กรอาจไปไม่ถึงเป้าหมาย ทุกวันนี้เลยมีเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้คนทำงานรวมถึงผู้บริหารได้ลองเอาไปใช้ โดยมีทั้ง เครื่องมือ Performance Management หรือเครื่องมือที่สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ซึ่งเครื่องมือที่เป็นที่นิยมอย่างมากก็คือ PDCA

PDCA คืออะไร?
หลายคนอาจเคยได้ยินผ่าน ๆ กับเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาในองค์กรอย่าง PDCA แต่อาจจะยังสงสัยกันว่าเจ้าตัวอักษรเหล่านี้แปลว่าอะไรบ้าง วันนี้เราชวนมาหาคำตอบกัน
PDCA คือวงจรที่ช่วยให้การบริหารงานมีคุณภาพยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ผ่านองค์ประกอบ 4 ขั้นตอนได้แก่ Plan Do Check Act ซึ่งเครื่องมือนี้เป็นกระบวนการที่จะทำให้การปรับปรุงการทำงานขององค์กรมีระบบยิ่งขึ้น เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เราลองไปดูเคสตัวอย่างจากแบรนด์ดังที่เคยใช้ PDCA ในการแก้ปัญหาและพัฒนาองค์กรกัน
– NIKE
ไนกี้ แบรนด์รองเท้ากีฬาชื่อดังได้ทดลองใช้ PDCA ในการเพิ่มประสิทธิภาพของฝ่ายผลิต โดยต้องการจะตามหาเงื่อนไขที่ทำให้งานด้อยคุณภาพ ทางผู้บริหารไนกี้จึงได้ลองใช้เครื่องมือในการกระตุ้นคนทำงาน และได้ลองใช้คะแนนการทำงาน ซึ่งหากฝ่ายใดมีคะแนนสูงก็จะเข้าถึงเครื่องอำนวยความสะดวกในการทำงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งพวกเขาก็ได้ลองวางแผน ทำ เช็ก และตั้งเป็นนโยบายจริงจัง จนเห็นผลสำเร็จ ด้วยผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นจากในปี ค.ศ. 2015 ที่พวกเขามียอดขายกว่า 1 ล้านล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ในปี ค.ศ.2021 พวกเขาเพิ่มยอดขายได้ถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
– Nestlé
เนสต์เล่ บริษัทที่สร้างสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายชนิดที่เราคุ้นเคยกับยี่ห้อน้ำดื่มนั้น ปัจจุบันพวกเขามีแนวทางในการลดขยะ พวกเขาจึงได้ทดลองใช้แนวคิดไคเซ็น (Kaizen) ซึ่งเป็นกลยุทธ์การบริหารงานเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพแบบญี่ปุ่นโดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร โดยมี PDCA เป็นแรงเสริมที่จะช่วยกำหนดรายละเอียดการทำงานที่ลึกลงไปและทำให้การปรับปรุงนั้นมีความน่าเชื่อถือขึ้น ซึ่งทำให้พวกเขาค้นพบวิธีการจัดการกับการปิดปากขวดที่มักมีปัญหาให้ได้ผลลัพท์ที่ดีและไม่เกิดขยะจากผลิตภัณฑ์ชำรุดนั่นเอง

ต้นกำเนิดของ PDCA คือ
PDCA หรือ วงจรเดมิง (Deming Cycle) กำเนิดขึ้นโดย เอ็ดเวิร์ด เดมิง (Edwards Deming) วิศวกรและศาสตราจารย์ชาวอเมริกันที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เครื่องมือนี้ยังมีอีกชื่อเรียกคือ วงจรชูฮาร์ต (Shewhart Cycle) ซึ่งเขาได้ตั้งชื่อตาม วอลเตอร์ ชูฮาร์ต (Walter Shewhart) นักสถิติที่ทุกคนต่างยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการควบคุมคุณภาพสมัยใหม่
PDCA เกิดขึ้นมาในช่วง1950’s โดยในการบรรยายที่แผยแพร่เครื่องมือนี้ครั้งแรก เขาได้อธิบายด้วยวงจรแบบง่าย ๆ อย่าง Plan Do Check Act คนจึงคุ้นชินกับ PDCA เป็นส่วนใหญ่ แต่มีเกร็ดข้อมูลเล็กน้อยที่บอกว่าจริง ๆ ในส่วนของ Check แรกเริ่มเดิมทีเดมิงอยากให้เป็น ‘การศึกษา’ หรือ ‘Study’ เพราะเขาให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์หรือศึกษาผลลัพธ์มากกว่าแค่ตรวจสอบเฉย ๆ แต่เมื่อหลาย ๆ คนนำไปประยุกต์ใช้ก็ทำให้ PDCA กลายเป็นที่นิยมไป เพราะสุดท้ายแล้วความตั้งใจของเดมิงก็คืออยากให้วงจรนี้ทำซ้ำได้หลาย ๆ ครั้ง เพื่อคอยเช็กหรือศึกษาปัญหาได้ซ้ำ ๆ นั่นเอง
PDCA หมายความอะไร?
P – Plan : การวางแผน
ก่อนจะแก้ไขปัญหาใด ๆ การวางแผนเป็นเรื่องสำคัญ ขั้นตอนแรกจึงเป็นเรื่องของการวางแผนนั่นเอง ขั้นตอนนี้ป็นขั้นตอนที่ต้องคิดอย่างรอบคอบ วางแผนอย่างครอบคลุมตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนสิ้นสุด เช่น ปัญหาคืออะไร ใครเป็นคนรับผิดชอบ จะค้นหาข้อมูลและทดลองแก้ไขอย่างไร ไปจนถึงใช้ตัวชี้วัดใดในการประเมินผล จนกระทั่งปลายทางของขั้นตอนนี้ต้องออกมาเป็นแผนการดำเนินงานหรือ Action Plan ให้ได้
D – DO : การลงมือทำ
หลังจากวางแผนอย่างรัดกุม ต่อมาจึงเป็นการลงมือทำ โดยอาจเริ่มต้นจากการดำเนินการกับทีมน้ำร่อง ในโปรเจ็กต์เล็ก ๆ ก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดหรือความเสียหาย และเมื่อลงมือทำก็จะต้องทำตามแผนดำเนินการอย่างรอบคอบ คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลง หรือปัญหาใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
C – Check : การตรวจสอบ
เมื่อปฏิบัติตามแผนมาเรื่อบ ๆ ระหว่างทางการทำตามแผน จะต้องมีการตรวจสอบปัญหา หรือผลกระทบอย่างละเอียด สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปตามตัวชี้วัดหรือไม่ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด
A – Act : การปฎิบัติเชิงนโยบาย
หลังจากปฏิบัติตามแผนและตรวจสอบอย่างรัดกุม จนไม่พบปัญหาใด ๆ แล้ว จึงจะไปต่อกับขั้นปฏิบัติให้เป็นแบบแผนหรือเป็นนโยบาย โดยนำแผนนั้นมาประยุกต์ใช้กับคนส่วนใหญ่ในองค์กร อาจจะผ่านการอบรม อีเมล์แจ้งข่าว หรือการประชุมใหญ่ โดยขั้นตอนนี้ต้องการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้นโยบายได้ประสิทธิภาพจนเห็นการเปลี่ยนแปลง

ประโยชน์ของการทำ PDCA
– ช่วยตรวจสอบปัญหาได้อย่างตรงจุด
– ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
– เกิดการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
– สามารถตรวจสอบและทดลองได้เรื่อย ๆ เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุด
– ลดความเสี่ยงในการจัดการ เนื่องจากสามารถทดลองกับทีมเล็ก ๆ ได้
ข้อจำกัดของ PDCA
– ผู้นำหรือหัวหน้าทีมต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพราะ PDCA คือเครื่องมือที่เป็นวงจรไม่สิ้นสุด
– ใช้ระยะเวลาในการพัฒนานาน ไม่เหมาะกับการตัดสินใจหรือโปรเจ็กต์ที่เร่งด่วน
สรุป
เมื่อองค์กรเกิดปัญหา การวางแผนแก้ไขปัญหา ทดลองลงมือทำ คอยตรวจสอบ และนำไปปรับในระดับนโยบาย จะช่วยให้การบริหารงานในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง PDCA ไม่จำเป็นต้องใช้กับปัญหาใหญ่ ๆ เท่านั้น แม้แต่การพัฒนาตัวเองก็สามารถนำเครื่องมือนี้ไปใช้ได้เช่นกัน
แน่นอนว่าทุกการเปลี่ยนแปลง และระหว่างทางในการแก้ไขปัญหาย่อมพบเจออุปสรรคจนอาจย่อม้อ เสียกำลังใจ หรืออาจทำให้สุขภาพของคนในองค์กรนั้นย่ำแย่ลง การดูแลสุขภาพกายและใจของพนักงานจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำควบคู่ไปกับการบริหารจัดการ แก้ไขปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ
ซึ่งปัจจุบันเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งยุ่งยากอีกต่อไปเพราะมีเครื่องมือที่ทันสมัยและทีมงานที่พพร้อมเข้าไปดูแลช่วยเหลือองค์กรให้ทุกคนได้ทำงานอย่างมีความสุข เช่น SAKID แพลตฟอร์มที่พร้อมช่วยดูแลสุขภาพของพนักงานและคนในองค์กรด้วยหลากหลายโปรแกรมที่ตอบโจทย์ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน, การออกกำลังกาย, การจัดการอารมณ์ และการเข้าสังคม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในองค์กรยุคใหม่
มาพัฒนาองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้า พร้อม ๆ กับดูแลสุขภาพกายและใจของคนในองค์กรให้ก้าวไปด้วยกัน
บทความที่น่าสนใจ

รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคง ต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา
กิจกรรม Workshop “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ”
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop ออฟไลน์ และออนไลน์ไปพร้อมกัน ในหัวข้อ “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ” โดยนักกำหนดอาหารที่จะให้ความรู้ทั้งในวัยที่กำลังเกษียณและวัยทำงานที่จะได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินอย่างไร ให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย สัดส่วนอาหารที่จำเป็นต่อวัยต่างๆ ที่ยังสามารถอร่อยและสุขภาพดีได้ การเลือกกินอย่างสมดุล และในส่วนของนักการเงินที่จะมาสอนเรื่องการลงทุนและการเก็บออมเงินก่อนเกษียณ การทำแบบแผนเตรียมตัวเกษียณอย่างง่าย การวางแผนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและใช้เงินในวัยเกษียณอย่างมีความสุขในสไตล์ที่เป็นเรา

Workshop How to understand burnout
กิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด”
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 Sakid ได้จัดกิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด” ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมคและการไฟฟ้านครหลวง โดยวิทยากรนักจิตวิทยาองค์กร ครูรักอมยิ้ม คุณอานนท์ ตั้งกิตติทรัพย์ ภายในงานผู้เข้าร่วมได้รับเทคนิคการจัดการความเครียด และการบริหารการทำงานให้มี Work-life balance

สวัสดิการพนักงาน โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารองค์กรยุคปัจจุบัน
สวัสดิการพนักงาน ถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่เข้ามา และทำให้พนักงานเก่าไม่ให้ลาออกไป จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องขบคิดให้ดีนั่นเอง

ทำไมโรงอาหารพนักงานต้องผ่าน เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร ของกรมอนามัย
“อาหารกลางวัน” ในโรงงานหรือออฟฟิศ ไม่ได้เป็นเพียงมื้อหนึ่งของวัน แต่คือพลังหลักที่หล่อเลี้ยงสมรรถนะการทำงานของพนักงานทั้งองค์กร โรงอาหารที่ไม่สะอาดหรือจัดการไม่ถูกสุขลักษณะ อาจนำมาซึ่งการระบาดของโรคทางอาหารและการลาป่วยจำนวนมาก

WORKSHOP ONLINE Supermarket tour กับ นักกำหนดอาหาร
กิจกรรม “Supermarket Tour”
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “Supermarket Tour” ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย นักกำหนดอาหารได้ให้ทิคการอ่านฉลากแบบง่าย การเลือกซื้อวัตถุดิบ และอาหารสด จากตลาด ร้านค้าทั่วไป และ ร้านสะดวกซื้อ

Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ
Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ
วันที่ 21 มีนาคม 2568 SAKIDได้จัดกิจกรรม Cooking Class ให้กับพนักงานบริษัทภิรัช โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มสอนทำอาหาร สลัดโรล จะเริ่มจากการให้ความรู้เรื่องสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ในเมนูหัวใจหลักการทำอาหารเพื่อสุขภาพ การมีแหล่งโปรตีนที่ดี ผักและสมุนไพรต่างๆเพื่อเพิ่มรสชาติในการกินสลัดโรล โดยเมนูจะเป็นสลัดโรลทูน่าและเต้าหู้ ที่สามารถหาซื้อและเตรียมได้อย่างง่ายและเร็วทำกินเองได้ที่บ้านหรือจะทำใส่กล่องมากินเป็นข้าวเช้าก็ได้