
SMART GOAL ตั้งเป้าหมายอย่างไร ให้สำเร็จ
- 04/01/24
ปีใหม่ คนใหม่ คำปณิธาน วันขึ้นปีใหม่ ที่หลายๆ คน มักตั้งใจเอาไว้ และทำรายการขึ้นมา ว่าฉันจะเปลี่ยนนู่น นี่นั่น แต่เคยมั้ยคะ ว่าพอลิสต์ หรือจดไว้แล้ว ผ่านไปไม่เท่าไหร่ ก็กลับเป็นว่าเป้าหมายนั่น ก็เป็นเป้าหมายที่ตั้งไว้ลอย ๆ แต่ทำไม่ได้สักที วันนี้ เราอยากแนะนำทุกคน ว่าควรทำอย่างไรให้เป้าหมายที่เราตั้งใจ ทำได้สำเร็จ เป็นจริงดังหวัง
รู้จักหลักการตั้งเป้าหมายแบบ SMART GOAL “ชัด วัดได้ ใกล้ ใช่ และมีละอ้างอิงเวลา”
เริ่มต้นเรื่องสุขภาพ หลายคนอาจมีเป้าหมายว่า อยากลดน้ำหนัก แต่ตั้งไว้แค่นั้น หากไม่ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ก็จะทำให้เป้าหมายมีโอกาสสำเร็จได้น้อยลงมาได้ ดังนั้น เราสามารถตั้งเป้าหมายโดยใช้หลัก SMART GOAL ได้นั่นเลย
SMART GOAL มาจากคำย่อของภาษาอังกฤษ 5 ตัวคือ

S = Specific มีความเฉพาะเจาะจง เช่น ถ้าอยากลดน้ำหนัก เราอยากจะลดด้วยวิธีการอย่างไร เช่น ทำ IF , ออกกำลังกาย เป็นต้น
M = Measurable สามารถวัดได้ อาจมีคนเคยได้ยินประโยค ที่ว่า You can’t manage what you can’t measure it คำคม ที่มักกล่าวในโรงเรียนสอนธุรกิจหลากหลายโรงเรียน ที่มาจาก Peter Drucker ปรมาจารย์ด้านการบริหารจัดการ โดย Peter Drucker ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า หากเราไม่สามารถวัดสิ่งต่างๆ ได้ เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสิ่งนั้นดีขึ้นหรือแย่ลง ดังนั้น การกำหนดเป้าหมายให้เป็นตัวเลขที่ชัดเจน ก็จะทำให้เราสามารถวางแผน และวัดผลได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมายได้
ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการลดน้ำหนัก เราควรตั้งเป้าหมายว่าเราอยากลดให้เหลือเท่าไหร่ และมีการตรวจติดตามอยู่เสมอ เช่น ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ วัดรอบเอวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือวัดองค์ประกอบร่างกาย เช่น ปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง น้ำหนักกล้ามเนื้อ หรือ ไขมันในช่องท้อง ว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด (ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องวัดทุกวัน เนื่องจากค่าน้ำหนักมักมีการเปลี่ยนแปลงจากอาหารที่กิน ระดับน้ำ สภาพอากาศได้) หรือถ้าเราอยากออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ก็ควรกำหนดวันว่าเราจะออกกี่วัน หรือกี่นาทีต่อสัปดาห์ และมีการติดตามหรือบันทึกข้อมูลการออกกำลังกาย เพื่อให้เราสามารถติดตามสิ่งที่เราทำได้
A = Attainable ทำได้ การตั้งเป้าหมาย จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายที่สามารถทำได้ ไม่ใช่ตั้งสูงเกินไป จนเกิดอาการท้อ หรือ ตั้งต่ำเกินไป จนรู้สึกว่า ค่อยทำพรุ่งนี้ และผลัดวันไปเรื่อย ๆ
ยกตัวอย่างเช่น การตั้งเป้าหมายเรื่องการเก็บเงิน หากเราตั้งเป้าหมายว่าจะมีเงินล้านให้ได้ ภายใน 1 เดือน สำหรับใครหลายคนที่เป็นพนักงานเงินเดือน ก็อาจจะดูเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างสูงจนเกินไป
หรือ หากเราต้องการตั้งเป้าหมายเรื่องการลดน้ำหนัก หากตั้งเป้าหมายว่า จะลดน้ำหนักให้ได้ 20 กิโลกรัมใน 1 เดือน ก็จะดูเป็นเป้าหมายที่ทำได้ยาก และยังเป็นอันตรายกับร่างกายได้อีกด้วย แต่หากอยากลดน้ำหนักลงแม้ว่าจะเป็นจำนวนน้ำหนักที่เยอะ แต่เราก็ยังสามารถตั้งเป้าหมายนั้นได้ แต่อาจจะขยับระยะเวลาหรือ Timeline ออกไป เป็นสัก 1 ปี หรือ 2 ปี เป็นต้น ก็จะทำให้ดูเป็นไปได้ ไม่อันตราย และไม่กดดันตัวเองมากเกินไป
ทริคการตั้งเป้าหมาย ลดน้ำหนัก ที่เป็นไปได้
แนะนำ เริ่มตั้งเป้าหมายจากน้ำหนักเริ่มต้นเสียก่อน โดยสามารถตั้งเป้าหมายการลดให้อยู่ที่ 5% ของน้ำหนักตั้งต้น ในช่วงแรก เนื่องจากสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน หากน้ำหนักลดลง 5% ของน้ำหนักตัวเดิม นั่นจะทำให้ความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างเบาหวาน ความดัน หัวใจและหลอดเลือดลดลงได้อย่างเห็นผล หลังจากนั้นค่อยขยับเป้าหมาย ตามที่เราตั้งใจไว้ได้

ทริคการตั้งเป้าหมาย ออกกำลังกาย ที่เป็นไปได้
เพื่อสุขภาพที่ดี แนะนำเริ่มต้นการออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ดังนั้น เราอาจเริ่มตั้งเป้าหมายจากตรงนี้ก่อนก็ได้
R = Relevant การตั้งเป้าหมายครั้งนี้ จำเป็นต้องสัมพันธ์ กับเป้าหมายใหญ่ หรือคุณค่าในชีวิตที่เรายึดถือ เพราะถ้าหากไม่สัมพันธ์ นั่นอาจทำให้เป้าหมายไม่สำเร็จ เนื่องจากเราอาจไม่มีแรงใจมากพอที่จะทำนั่นเอง
ลองจากเริ่มถามตัวเอง ถ้าเราตั้งเป้าหมายว่าอยากลดน้ำหนัก นั่นเพราะอะไร เช่น เจ็บเข่า น้ำตาลสูง มีปัญหากรดไหลย้อน หรืออยากดูดี หากมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายที่เรายึดถือ นั่นจะทำให้การทำตามแผนที่วางไว้ เป็นไปได้อย่างดี แต่หากเราตั้งเป้าหมายว่าจะมีเงินเก็บเกษียณเพิ่มขึ้น เป็นหลัก การตั้งเป้าหมายด้านลดน้ำหนักอาจไม่ใช่ลำดับความสำคัญลำดับต้นๆ ก็ได้
T = Timely มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน เช่น ภายใน กี่เดือน , วันไหนบ้าง เป็นต้น หากสามารถลงตารางได้จะยิ่งทำให้เราสามารถไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ง่ายมากขึ้น เช่น จะออกกำลังกาย ทุกเย็นวันพุธ ศุกร์ เสาร์ เป็นระยะเวลา 45 นาทีต่อครั้ง หากเรากำหนด และลงตารางไว้แล้วจะทำให้วางแผนการใช้เวลาได้เหมาะสม เพราะมีสิ่งที่ให้ความสำคัญที่ต้องการทำให้เสร็จวางไว้ก่อนแล้วนั่นเอง หรือเราสามารถตั้งเป้าหมายเป็นระยะเวลาก็ได้ เช่น ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อให้เราเห็น ภาพการเปลี่ยนแปลง และมีกำลังใจในการทำตามเป้าหมายที่วางไว้ นั่นเอง
ลองนำหลัก SMART GOAL ไปตั้งเป้าหมายกันนะคะ ไม่ว่าเป้าหมายหลักของเราจะเป็นอะไร ด้านสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์ การทำงาน สิ่งเหล่านี้เราสามารถใช้หลัก SMART GOAL มาใช้ได้ และสร้างเป็นสมดุลชีวิต ในแบบฉบับของเราได้นั่นเอง
ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายส่วนตัว
1. ฉันจะลดสัดส่วนไขมันไม่ให้เกิน 20% ภายใน 1 ปี โดยการ
-วิ่งบนลู่ อย่างน้อย 30 นาที ทุกวัน อังคาร – เสาร์
-คุมน้ำหวานไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ (200 ml)
-ดื่ม แอลกอฮอล์ไม่เกิน 2 Drink ต่อเดือน
2.ฉันจะลดรค่ายูริคในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายใน 1 ปี ดังนี้
-คุมน้ำหวานไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ (200 ml)
-คุมผลไม้ไม่เกิน 2 กำปั้นต่อวัน
-ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 2 ลิตร ต่อวัน
-ดื่ม แอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 Drink ต่อเดือน หรือเลือกดื่มแบบ Non alcohol แทน
3.ฉันจะเก็บสะสมเงินเกษียณเพิ่มขึ้นให้อย่างน้อย 300,000 บาท ภายใน 1 ปี โดยการ
-ซื้อกองทุน RMF วันเงินเดือนออก 25,000 บาทต่อเดือน
-อ่านทบทวน และติดตามผลตอบแทนจากกองทุน ตามเป้าหมายที่วางไว้ เดือนละ 1 ครั้ง
ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายการทำงานของแผนก
แผนกส่งเสริมสุขภาพ
1.ฉันจะจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงาน โดยการให้พนักงานลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5% ภายใน 3 เดือน โดยให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 70% ของพนักงานทั้งหมด โดยการ
-เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพอย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส
-จัดกิจกรรมแข่งสะสมก้าวเดิน อย่างน้อย 5,000 ก้าวต่อวัน
-จัดให้มีการให้คำแนะนำโดยนักกำหนดอาหารส่วนบุคคล กับพนักงานอย่างน้อย 2 Session ต่อปี
-มีของรางวัลด้านสุขภาพกระตุ้นพนักงาน อย่างน้อย 5,000 บาทต่อไตรมาส
แผนกพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
1.ฉันจะเพิ่ม Employee Engagement ให้มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอย่างน้อย 10% โดยการ
-จัดกิจกรรมส่งเสริมความสามัคคี โดยนักจิตวิทยา อย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส
-จัดกิจกรรมกีฬาสี สามัคคี 1 ครั้ง
-จัดร่วมบริจาคเงิน จากการสะสมก้าวเดินของพนักงาน 1 ครั้ง
-สร้างพื้นที่กลุ่มสัมพันธ์ ทั้งรูปแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ ให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน
-จัด Board game day ทุกวันศุกร์ หลังเลิกงาน
การเลือกใช้แนวคิด SMART GOAL ในการตั้งเป้าหมายและทำตามไปสู่จุดหมายนั้น ไม่ว่าเป้าหมายหลักของเราจะเป็นอะไร ด้านสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์ การทำงาน ก็สามารถทำได้
สำหรับบริษัทหรือองค์กรไหน ที่มีเป้าหมายด้านสุขภาพพนักงานแล้ว กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ที่จะมาช่วยทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จได้ SAKID สามารถช่วยคุณได้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพสำหรับองค์กร ที่จะมาช่วยออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานโดยวิเคราะห์จากข้อมูลสุขภาพพนักงานและวัฒนธรรม ความคิดเห็น ทั้งด้าน อาหาร ออกกำลังกาย สุขภาพกาย และสุขภาพจิต โดยผู้เชี่ยวชาญ นักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจิตวิทยา และ นักกายภาพ ให้พนักงานทุกคนสุขภาพดีและทำงานอย่างมีความสุขรอบด้าน
บทความที่น่าสนใจ
CSR กับ SAKID พนักงานได้ออกกำลังกายและช่วยเหลือสังคมได้ด้วย
การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้กับพนักงานโดยการนำ CSR มารวมกันด้วย เป็นหนึ่งในไอเดียในการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงานในบริษัทและยังมีกิจกรรมในการทำสิ่งที่มีประโยชน์คืนสู่สังคมอีกด้วย เป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์เป็นอย่างมากนอกจากสุขภาพพนักงานดีขึ้นด้วยกิจกรรมส่งเสริม Productivity และยังมีกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม

รีวิว 3 ไอเดียจัด เวิร์คช็อปบริษัท ให้ได้ความรู้
ในยุคที่องค์กรต้องการมากกว่า “การอบรมเชิงทฤษฎี” การจัด เวิร์คช็อปบริษัท จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ HRD และผู้บริหารนิยม เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาความรู้แล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วม กระตุ้นให้พนักงานได้ลงมือทำจริง และเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม

WORKSHOP Cooking class เฮลตี้ คิมบับ
กิจกรรม Cooking class คิมบับ กับ SAKID
วันที่ 5 มิถุนายน 2568 SAKIDได้จัดกิจกรรม Cooking class คิมบับสุขภาพดีสไตล์เกาหลี ให้กับพนักงานบริษัทภิรัช โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ แลให้ความรู้และความเข้าใจในการเลือกใช้วัตถุดิบประกอบอาหาร ก่อนเริ่มสอนทำคิมบับสุขภาพดีสไตล์เกาหลี โดยจะมีการสอนทำคิมบับแบบม้วน ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่และทูน่าที่สามารถทำกินเองได้ง่ายๆจากที่บ้าน ซึ่งคิมบับประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่มีปประโยชน์ต่อร่างกาย

รวม 5 หลักการปรับ “ท่านั่งทํางานที่ถูกต้อง” ลดออฟฟิศซินโดรม
ท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง ต้องนั่งยังไง? นั่งแบบไหนให้ไกลออฟฟิศซินโดรม? แนะนำ 5 หลักการที่ต้องปรับท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง พร้อมวิธีเลือกเก้าอี้และโต๊ะถูกหลัก Ergonomics
วิธีดึงพนักงานกลับมาเมื่อ หมดpassionในการทำงาน
เคยสังเกตไหมว่า ทำไมพนักงานที่เคยเต็มไปด้วยไฟในการทำงาน เคยเป็นคนเสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างกระตือรือร้น กลับค่อย ๆ กลายเป็นคนที่นั่งเงียบ ไม่อยากออกความคิดเห็น และทำงานไปวัน ๆ เพียงเพื่อรอให้หมดเวลา? นี่ไม่ใช่เพียงแค่ “อาการเหนื่อย” ชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณสำคัญของ “หมดpassionในการทำงาน” ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในองค์กรไทยและทั่วโลก

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตคลองเตย
กิจกรรม “Healthy Workshop”
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตคลองเตย ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก