
โรงอาหารสุขภาพดี ทำอย่างไรให้ได้ผล สำหรับพนักงานบริษัทหรือโรงงาน
- 28/03/25
พนักงานมาทำงานอยู่กับบริษัทตั้งแต่เช้ายันเย็น แน่นอนว่าอาหารการกินส่วนใหญ่ก็มาจากโรงอาหารทั้งข้าวเช้า เที่ยง และมื้อว่าง เนื่องจากบริษัทที่มีโรงอาหารจะไม่ค่อยอยู่ในพื้นที่ในเมืองหรือชุมชน ดังนั้นโรงอาหารจึงเป็นแหล่งอาหารหลักของพนักงาน ซึ่งโรงอาหารสามารถสะท้อนพฤติกรรมการกินอาหารของพนักงานได้อย่างดีจากผลตรวจสุขภาพ ฉะนั้นมาเริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงานที่โรงอาหารกันเถอะ
เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร 2561
ก่อนอื่นเลยเรามารู้จักเกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร 2561ที่เป็นมาตรฐานที่กรมอนามัยกำหนดขึ้นเพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารในโรงอาหาร ร้านค้า และสถานประกอบการด้านอาหารหากโรงอาหารผ่านเกณฑ์สุขาภิบาล 2561 หมายความว่า มีมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย และถูกสุขอนามัย ลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากอาหาร และช่วยให้พนักงานได้รับอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยมี 5 หลักเกณฑ์สำคัญดังนี้
1.สถานที่และสภาพแวดล้อม
• โรงอาหารต้องสะอาด ถูกสุขลักษณะ อากาศถ่ายเทดี
• มีที่เก็บวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่เหมาะสม ป้องกันสัตว์พาหะนำโรค
• แยกโซนปรุงอาหาร วางจำหน่าย และที่ล้างจานให้ชัดเจน
2.วัตถุดิบและการจัดเก็บอาหาร
• ใช้วัตถุดิบที่ปลอดภัย ไม่มีสารปนเปื้อน และมีแหล่งที่มาชัดเจน
• แยกเก็บอาหารดิบและอาหารปรุงสุก ป้องกันการปนเปื้อน
• ควบคุมอุณหภูมิของอาหาร เช่น อาหารร้อนต้องเก็บไว้ที่ ≥60°C อาหารเย็นที่ ≤5°C
3.การปรุงและการจัดเตรียมอาหาร
• ใช้วิธีปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เช่น ปรุงสุกทั่วถึง หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์
• หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะที่เป็นอันตราย เช่น โฟมหรือพลาสติกที่ไม่ทนความร้อน
• มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ใช้ในการปรุงอาหาร
4.ภาชนะและอุปกรณ์
• ทำความสะอาดอุปกรณ์และภาชนะสม่ำเสมอ
• แยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบและอาหารปรุงสุก
• มีภาชนะเก็บขยะมิดชิดและทิ้งขยะอย่างถูกวิธี
5.สุขอนามัยของผู้สัมผัสอาหาร
• ผู้ประกอบอาหารต้องแต่งกายสะอาด ใส่ผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผม และหน้ากากอนามัย
• ล้างมือให้สะอาดก่อนปรุงอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
• ผ่านการอบรมด้านสุขาภิบาลอาหาร และตรวจสุขภาพประจำปี

การสนับสนุนในการทำโรงอาหารให้มีอาหารสุขภาพมากขึ้น
เริ่มต้นด้วยสำรวจความต้องการของพนักงาน
ทำแบบสอบถามหรือสัมภาษณ์พนักงานว่าอยากได้อาหารสุขภาพประเภทใด เช่น
• เมนูแคลอรีต่ำ
• อาหารที่มีไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย
• อาหารมังสวิรัติ/วีแกน
• ตัวเลือกอาหารที่เหมาะกับคนแพ้อาหาร
เริ่มปรับให้โรงอาหารมีทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพขึ้น
• เพิ่มตัวเลือกอาหารสุขภาพ ในเมนูประจำวัน (เช่น ข้าวกล้องแทนข้าวขาว, โปรตีนจากพืช)
• สามารถขอลด น้ำมัน น้ำตาล และเกลือ ในอาหารตามสั่งได้
• มี สัญลักษณ์สุขภาพ ติดบนเมนู เพื่อให้พนักงานเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น
• สนับสนุนให้มีสลัดบาร์หรือผลไม้ ราคาพิเศษ
บริษัทอาจช่วยลดราคาหรือให้สวัสดิการ
• ลดราคาหรือให้คูปองส่วนลด สำหรับเมนูสุขภาพ
• สนับสนุนเงินช่วยเหลือร้านค้าในโรงอาหาร ให้ขายอาหารสุขภาพในราคาที่เข้าถึงได้
• จัดให้มีสะสมแต้ม เช่น กินอาหารสุขภาพครบ 10 มื้อ รับฟรี 1 มื้อ หรือรางวัลอื่นๆ
จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ
เพื่อให้พนักงานสนใจอาหารสุขภาพมากขึ้น บริษัทสามารถจัดกิจกรรมเกี่ยวกับโภชนาการได้
• เชิญนักนักกำหนดอาหาร โภชนาการมาให้คำแนะนำเรื่องอาหารเพื่อลดความเสี่ยงโรคNCDs
• จัดเวิร์คช็อป “ทำอาหารสุขภาพง่ายๆ” หรือ Health talk กินยังไงให้มีความสุขและสุขภาพดี
• การแข่งขันส่งภารกิจอาหารผ่านSAKID App “กินอาหารสุขภาพ 28 วัน” พร้อมรับของรางวัล
ข้อดีของการให้พนักงานได้รับอาหารสุขภาพไม่ได้เป็นแค่สวัสดิการ แต่ยังช่วยให้บริษัทได้รับผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
สุขภาพพนักงานดีขึ้น → ลดอัตราการลาป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
พนักงานมีพลังงานและสมาธิที่ดีขึ้น → ลดความเหนื่อยล้าและอาการง่วงหลังมื้ออาหาร
เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร → ทำให้บริษัทดูแลพนักงานอย่างแท้จริง สร้าง Employer Branding ที่ดี
ลดค่ารักษาพยาบาลและประกันสุขภาพ → ถ้าพนักงานสุขภาพดี บริษัทอาจลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้
เริ่มต้นสุขภาพดีด้วยการกินอาหารที่ดีจากโรงอาหาร ทางบริษัทที่สนใจสามารถปรึกษากับทาง SAKID ในการช่วยดูแล Healthy Canteen ในการเป็นที่ปรึกษาโดยทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ อาจจะลองเพิ่มเมนูสุขภาพ 3-5 รายการใน 1-2 เดือน แล้วเก็บฟีดแบค หรือจัดกิจกรรมสุขภาพทั้งWorkshop และ เล่นส่งภารกิจสุขภาพผ่าน SAKID App ได้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สุขภาพดีกันได้ทั้งบริษัท ขอทดลองใช้แอพฟรีได้ 7วัน
แหล่งอ้างอิง
กรมอนามัย. (2561). กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561. กระทรวงสาธารณสุข. เข้าถึงได้จาก https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/จำหน่ายอาหาร2561
บทความที่น่าสนใจ
ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรเป็น Office syndrome
คุณเป็นอีกคนหนึ่งหรือเปล่าที่ตอนนี้กำลังมีอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดบ่า ปวดหัว นั่งทำงานสักพักก็รู้สึกตึงเมื่อย หากคุณคิดว่า นี่ไม่ใช่เพราะอายุเพียงอย่างเดียว แต่กำลังบ่งบอกว่าคุณมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็น Office syndrome โรคยอดฮิตที่หลายคนรู้จักแต่คงไม่อยากที่จะสนิทสนม

WORKSHOP BURN OUT
กิจกรรม “ภาวะหมดไฟ กับสิ่งต่างๆ”
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “Burn Out” ให้กับธนาคาร UOB โดยนักจิตวิทยา ผู้เข้าฟังจะได้ทำการสำรวจตัวเองว่าอาการนี้เรียกว่า หมดไฟ หรือเปล่า และสามารถจัดการกับความรู้สึกได้อย่างไร การจัดการความเครียดจากการทำงานเพื่อไม่ให้กระทบกับสุขภาพใจ
สวัสดิการพนักงาน สายเฮลตี้ พนักงานสุขภาพดีมีอะไรบ้าง
ในยุคที่ “สุขภาพ” กลายเป็นหัวใจของชีวิตการทำงาน การให้ สวัสดิการพนักงาน (Employee Benefits) ที่ตอบโจทย์เพียงแค่เงินเดือนหรือโบนัสอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรยุคใหม่จึงเริ่มหันมาพัฒนา “สวัสดิการสายเฮลตี้ (Healthy Employee Benefits)” เพื่อดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของพนักงานอย่างรอบด้าน สวัสดิการลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียง “ของแถม” แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ที่มีพนักงานสุขภาพดี มีแรงบันดาลใจ

แพลตฟอร์ม สื่อสารพูดคุยในบริษัทที่น่าสนใจ
การแยกเรื่องงานออกกจากความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจำให้เรารู้จัก Work Life Balance เวลาได้เป็นอย่างดี ในการใช้แพลตฟอร์มที่มีความเป็นส่วนตัวมาทำงาน สั่งงาน ตามงาน อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไรในบริษัท ส่วนลูกค้าถ้าจะทำให้ติดต่อง่ายอาจจะใช้เป็นช่องทางLine officialของบริษัทในการพูดคุยกับลูกค้าได้ มีเวลาทำการที่ชัดเจนโดยไม่ใช้ไลน์ส่วนตัวในการพูดคุย

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน
โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน นักจิตวิทยาช่วยคุณได้
ในปัจจุบันโรคซึมเศร้าที่คนวัยทำงานต้องเผชิญพบเจอเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยผลจากการศึกษาสุขภาพแบบองค์รวมในประชากรทั่วโลกพบว่าโรคซึมเศร้าทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 2 ในปี 2020และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอับดับ 1 ในปี2030 (WHO, 2019) ส่วนในประเทศไทยจากการจัดอันดับการการเสียสุขภาพแบบองค์รวมของคนไทย พบว่าโรคซึมเศร้าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย ส่วนอันดับ 2 ในผู้ชายไทย