
โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน นักจิตวิทยาช่วยคุณได้
- 04/11/24
ในปัจจุบัน โรคซึมเศร้า ที่คนวัยทำงานต้องเผชิญพบเจอเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยผลจากการศึกษาสุขภาพแบบองค์รวมในประชากรทั่วโลกพบว่าโรคซึมเศร้าทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 2 ในปี 2020และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอับดับ 1 ในปี2030 (WHO, 2019) ส่วนในประเทศไทยจากการจัดอันดับการการเสียสุขภาพแบบองค์รวมของคนไทย พบว่าโรคซึมเศร้าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย ส่วนอันดับ 2 ในผู้ชายไทย
โรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) คือโรคทางจิตเวชที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก อาการหลักๆ ของโรคนี้รวมถึงความรู้สึกเศร้า ท้อแท้ หมดหวัง ซึ่งเป็นอาการที่รุนแรงและยาวนานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และมักมาพร้อมกับอาการอื่นๆ
โดยโรคซึมเศร้าในที่ทำงาน เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำงาน ทั้งด้านประสิทธิภาพการทำงาน การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน และความสุขในที่ทำงาน อาการของโรคซึมเศร้าในที่ทำงานมักแสดงออกในหลายรูปแบบ
อาการของโรคซึมเศร้าในที่ทำงาน

1.ขาดสมาธิ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ลืมงาน หรือตัดสินใจได้ไม่ดี
2.ขาดแรงจูงใจ ไม่อยากทำงาน ขาดความกระตือรือร้น หรือไม่มีพลังงานในการทำงาน
3.ขาดการสื่อสาร หลีกเลี่ยงการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน ไม่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในที่ทำงาน
4.ความวิตกกังวลและเครียด มีความรู้สึกกดดันและเครียดเพิ่มขึ้น อาจเกิดความกลัวหรือกังวลเกี่ยวกับงานอย่างมาก
5.ขาดความยืดหยุ่น ไม่สามารถปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย
6.ปัญหาการนอน นอนหลับยากหรือนอนมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อการตื่นเช้าและความสามารถในการทำงาน
7.รู้สึกหมดหนทาง หรือมีความคิดว่าตัวเองไม่มีประโยชน์ในองค์กร
การรู้ตัวเองว่าเป็น โรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาการของโรคซึมเศร้าสามารถแสดงออกในรูปแบบที่แตกต่างกัน และบางครั้งอาจคล้ายคลึงกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันทั่วไป อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการต่อไปนี้ติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจมีภาวะซึมเศร้าได้ บางครั้งการรับฟังคนรอบข้างอาจจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณ หากมีคนบอกว่าคุณดูเศร้าหรือมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นอาจช่วยให้คุณตระหนักถึงปัญหาได้สามารถ ลองทำแบบประเมินสุขภาพใจได้เลย
สาเหตุของโรคซึมเศร้าในที่ทำงาน
โรคซึมเศร้าในที่ทำงานมักเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากการทำงานหรือปัจจัยส่วนตัว เช่น
• ความเครียดจากงาน งานที่มีความกดดันสูง มีงานล้นมือ หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย
• ปัญหาความสัมพันธ์ในที่ทำงาน เช่น ความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างาน
• การขาดการสนับสนุน การไม่มีแรงสนับสนุนจากหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน
• ความไม่สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน การทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาสำหรับการพักผ่อนหรือกิจกรรมอื่น ๆ
• ปัญหาส่วนตัว เช่น ปัญหาครอบครัว การเงิน หรือสุขภาพที่มาส่งผลกระทบต่อจิตใจ

การจัดการ โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน
การจัดการและเข้าใจโรคซึมเศร้าในที่ทำงานเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งจากมุมมองของพนักงานและนายจ้าง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพจิตที่ดี การประเมินตนเองหาสาเหตุของการเกิดความคิดถ้าไม่รู้ตัวเองอาจจะต้องปรึกษากับนักจิตวิทยาเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
1.พูดคุยกับหัวหน้างาน หากรู้สึกว่างานเป็นต้นเหตุของความเครียด การสื่อสารกับหัวหน้าเพื่อหาทางปรับเปลี่ยนการทำงานอาจช่วยลดภาระ
2.การพักผ่อนที่เพียงพอ การจัดเวลาให้มีช่วงพักระหว่างวัน และการพักผ่อนที่ดีช่วยให้จิตใจฟื้นฟู
3.การออกกำลังกาย ช่วยลดความเครียดและเพิ่มความรู้สึกเชิงบวก
4.การบำบัดและการรักษา การพบแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อรับคำปรึกษา และหากจำเป็น การใช้ยาก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา
5.การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ช่วยให้เกิดสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนและช่วยเหลือกันในที่ทำงาน
การปรึกษานักจิตวิทยา
สำหรับโรคซึมเศร้าเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้ผู้ที่มีอาการได้รับการสนับสนุนและวิธีการในการจัดการกับความรู้สึกและความคิดที่ก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า นักจิตวิทยาสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจตนเองมากขึ้นและพัฒนาทักษะการจัดการกับปัญหาต่างๆ

ขั้นตอนการปรึกษานักจิตวิทยา
1.การประเมินเบื้องต้น
• นักจิตวิทยาจะสอบถามประวัติสุขภาพจิต อาการที่เกิดขึ้น ความรุนแรงของอาการ และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาพครอบครัว การงาน ความสัมพันธ์ หรือเหตุการณ์ในชีวิตที่ส่งผลต่อภาวะจิตใจ
• การประเมินนี้จะช่วยให้นักจิตวิทยาเข้าใจถึงสาเหตุของอาการซึมเศร้าและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
2.การบำบัดด้วยการพูดคุย (Psychotherapy)
• นักจิตวิทยาใช้เทคนิคการบำบัดหลากหลายแบบ เช่น การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT – Cognitive Behavioral Therapy) ซึ่งมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ทำให้เกิดความเครียดและความทุกข์
• การบำบัดด้วยการพูดคุยทั่วไป (Talk Therapy) นักจิตวิทยาจะช่วยให้ผู้ป่วยพูดถึงความรู้สึก ความคิด และประสบการณ์ เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาทางจิตใจและช่วยหาทางแก้ไข
3.การตั้งเป้าหมายในการบำบัด
• นักจิตวิทยาจะช่วยผู้ป่วยตั้งเป้าหมายในการบำบัด เช่น การลดความเครียด การจัดการกับความคิดลบ หรือการพัฒนาทักษะการรับมือกับอารมณ์ในสถานการณ์ต่างๆ
• การตั้งเป้าหมายนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยมีแนวทางในการติดตามความก้าวหน้าและเห็นผลของการรักษา
4.การติดตามผลและปรับแผนการบำบัด
การปรึกษานักจิตวิทยาอาจต้องทำอย่างต่อเนื่อง และนักจิตวิทยาจะประเมินผลการบำบัดเป็นระยะๆ หากมีการเปลี่ยนแปลง นักจิตวิทยาอาจปรับวิธีการบำบัดหรือแนะนำวิธีการเพิ่มเติม เช่น การรักษาด้วยยา (หากจำเป็นต้องใช้ร่วมกับจิตแพทย์)
ประโยชน์ของการปรึกษานักจิตวิทยา
1.ช่วยเพิ่มความเข้าใจตนเอง นักจิตวิทยาช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจความคิดและความรู้สึกของตัวเองได้ดีขึ้น รวมถึงรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า
2.พัฒนาทักษะในการจัดการอารมณ์ นักจิตวิทยาจะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีการรับมือกับความเครียด ความเศร้า และความกังวลที่เกิดขึ้น
3.เสริมสร้างความมั่นใจในการเปลี่ยนแปลง การบำบัดช่วยให้ผู้ป่วยมองเห็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และรู้สึกว่าตนเองสามารถจัดการกับปัญหาได้
4.ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว การมีคนที่เข้าใจและพร้อมให้การสนับสนุนทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่โดดเดี่ยว
หากคุณพบว่าอาการที่คุณมีสอดคล้องกับสัญญาณของโรคซึมเศร้า ควรรีบหาทางช่วยเหลือตนเองโดยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญนักจิตวิทยาก่อนที่อาการจะรุนแรงมากขึ้น
สำหรับบริษัทไหนที่กำลังมองหาสวัสดิการปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์จากSAKID ไว้ให้พนักงานได้ใช้ร่วมกันได้ สามารถขอใบเสนอราคาเหมารายชั่วโมงแบบบริษัทหรืออยากจะจัด Workshop โดยนักจิตวิทยาเรื่อง การสำรวจตัวเอง ปัญหาBurnout การจัดการความเครียดในที่ทำงาน เรามีทั้งคลาส On-site และ Online เพื่อดูแลให้พนักงานมีสุขภาพจิตที่ดีไปด้วยกัน
บทความที่น่าสนใจ

workshop การยศาสตร์ในการทำงาน (Ergonomics Training)
กิจกรรม Workshop “Meditationand Deep relaxation ”
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “กายศาสตร์ในการทำงาน” โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกายเบื่้องต้น อาหารแบบไหนที่เจ็บแล้วอันตรายควรไปพบคุณหมอ การปรับท่านั่งการทำงานให้ถูกต้องตามสรีระของแต่คน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือตัวเอง การยืดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ที่ถูกใช้บ่อย ๆ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น และเรื่องที่ควรระวังในการยกของหนัก ท่าที่ถูกต้อง สำหรับการยกของหนัก และการนั่งทำงานที่ใช้โน๊ตบุ๊คเป็นหลัก

Work ต่าง Generation (การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย)
เวลาผ่านไป เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จะทำยังไง ให้การทำงานของคนต่าง generation หรือ แต่ละ gen ในบริษัททำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีปัญหา สำหรับบริษัทที่เปิดมาอย่างยาวนาน ก็ต้องย่อมมีคนทำงานเกิน 10 ปี ในระดับหัวหน้าและผู้บริหารระดับสูง ในขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องรับคนใหม่เข้ามาเพื่อสานต่อการทำงานของบริษัท

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ
บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

Workshop healthy break
Workshop healthy break
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 SAKID ได้จัดกิจกรรม Cooking Class ให้กับพนักงานธนาคารกสิกร E-CLUB โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มทำอาหาร และได้แบ่งกลุ่มในการทำอาหารโดยจะมี 3เมนู คือ Smoothies สำหรับสายงดเนื้อสัตว์ Yogurt Parfait และยำตามใจ ซึ่งส่วนประกอบของการทำอาหารจะต้องหาได้ง่ายและอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ดีต่อสุขภาพ ใช้เวลาทำน้อย เหมาะสำหรับเป็นมื้อว่างหรือมื้อเบาๆ ถึงจะทำอาหารไม่เป็นก็สามารถทำตามได้

Self-care เป็น Soft Skill ที่พนักงานยุคใหม่ต้องมี
ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Soft Skill ไม่ได้หมายถึงแค่ “ทักษะทางสังคม” อีกต่อไป แต่คือ ความสามารถในการเข้าใจและจัดการตนเอง เพื่อทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจาก Hard Skill ที่เป็นความรู้เฉพาะทาง Soft Skill คือ “ทักษะด้านมนุษย์” เช่น ความยืดหยุ่น การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ และการปรับตัว ซึ่งจากรายงานของ World Economic Forum 2024 ระบุว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกมองว่า Soft Skill คือปัจจัยสำคัญที่สุดของการจ้างงานในอนาคต

Clean Food Good Taste กับการทำโรงอาหารสุขภาพในองค์กร
ถ้าอยากให้พนักงานกินอร่อยแต่ยังสุขภาพดี Clean Food Good Taste คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับโรงอาหารในองค์กรยุคนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดในครัว แต่คือการยกระดับทั้ง “รสชาติและมาตรฐาน” ไปพร้อมกัน