URL Copied!

5 วิธี การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อเติมไฟให้พนักงาน

       องค์กรไม่ได้พึ่งพาเพียงเทคโนโลยีหรือกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น แต่ “คน” คือปัจจัยสำคัญที่สุด การมีพนักงานที่มีแรงบันดาลใจในการทำงานจะช่วยให้องค์กรมีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

 

       การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน (Work Motivation) จึงเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญของ HR และผู้บริหาร เพราะหากพนักงานรู้สึกว่างานของตนเองมีคุณค่า ได้รับการยอมรับ และมีโอกาสเติบโต ย่อมพร้อมทุ่มเทศักยภาพเต็มที่ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ผลงานดีขึ้น แต่ยังสร้างความสุขและความผูกพันในที่ทำงานด้วย

ความสำคัญของการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

 

การมี แรงจูงใจในการทำงาน (Work Motivation) ไม่ได้เป็นเพียง “ปัจจัยเสริม” แต่เป็นรากฐานของประสิทธิภาพในทุกองค์กร พนักงานที่มีแรงจูงใจสูงจะทำงานอย่างเต็มศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมเผชิญปัญหาอย่างเชิงรุก

 

• เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: งานวิจัยจาก MDPI (2022) ชี้ว่าแรงจูงใจเชื่อมโยงโดยตรงกับระดับ Productivity และ Engagement ของพนักงาน

• ลดอัตราการลาออก: พนักงานที่รู้สึกมีคุณค่ามีแนวโน้มอยู่กับองค์กรนานขึ้น ลดค่าใช้จ่ายด้านการสรรหาและฝึกอบรม

• สร้างความสุขและความผูกพันในองค์กร: แรงจูงใจทำให้พนักงานไม่เพียงทำงานเพื่อเงิน แต่ทำด้วยความภาคภูมิใจและความสุข

 

ดังนั้น การสร้างแรงจูงใจจึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ HR แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญของทั้งองค์กร

5 วิธีในการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

 

1. สื่อสารเป้าหมายองค์กรอย่างชัดเจน (Clarity & Alignment)

หนึ่งใน เทคนิคสร้างแรงจูงใจพนักงาน ที่ทรงพลังที่สุดคือการทำให้พนักงานเข้าใจว่า “สิ่งที่ตนทำอยู่” สอดคล้องกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่าขององค์กรอย่างไร

 

ทำไมสิ่งนี้สำคัญ?
พนักงานที่เข้าใจว่าผลงานของตนเองส่งผลต่อองค์กรอย่างไร จะเกิดความภาคภูมิใจ และเห็นว่างานของตนเองมีคุณค่ามากกว่าหน้าที่ประจำวัน

 

วิธีการปฏิบัติ:

• จัดประชุม Town Hall เพื่ออัปเดตความก้าวหน้า

• สื่อสาร Vision และ Mission อย่างสม่ำเสมอ

• ทำให้พนักงานเห็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างงานของตนกับความสำเร็จขององค์กร

 

ส่งผลทำให้

การมีเป้าหมายร่วมกันช่วยสร้างความเป็นทีม ลดความสับสน และกระตุ้นให้พนักงานอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น

 

2. ให้รางวัลและการยอมรับ (Recognition & Rewards)

ไม่มีอะไรสร้างพลังใจได้ดีไปกว่าการ “ได้รับการยอมรับ” แม้ว่าพนักงานจำนวนมากทำงานเพื่อเงินเดือน แต่แรงผลักดันที่แท้จริงมาจากการที่ผลงานได้รับการเห็นคุณค่า

 

รูปแบบของรางวัล

• โบนัส, ปรับเงินเดือน, บัตรกำนัล

• คำชมเชยต่อหน้าทีม, การมอบเกียรติบัตร, การเขียนอีเมลชื่นชม

 

ตัวอย่างแนวทาง HR:

• จัดระบบ Employee of the Month

• ใช้ Gamification เช่น การสะสมแต้มแลกของรางวัล

• สร้างแพลตฟอร์ม Recognition ภายในองค์กร

 

ส่งผลทำให้
เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรเห็นความพยายามของพวกเขา แรงจูงใจพนักงานจะสูงขึ้นทันที และนำไปสู่ความภักดีต่อองค์กร

 

3. ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพ (Learning & Career Growth)

แรงบันดาลใจในการทำงาน จำนวนมากมาจากการที่พนักงานเห็นเส้นทางการเติบโตของตนเองในองค์กร

 

ทำไมสิ่งนี้สำคัญ?
ตามทฤษฎี Herzberg’s Two-Factor Theory “โอกาสเติบโต” ถือเป็นปัจจัยสร้างแรงจูงใจที่แท้จริง หากองค์กรไม่สนับสนุนการเรียนรู้ พนักงานมักรู้สึกหยุดนิ่งและอาจเลือกลาออก

 

แนวทางปฏิบัติ

• จัดอบรมภายในและภายนอก

• สนับสนุนการเรียนออนไลน์ (Coursera, LinkedIn Learning)

• สร้างระบบ Coaching และ Mentoring

• เปิด Career Path ที่ชัดเจน เช่น เส้นทางการเลื่อนตำแหน่ง

 

ส่งผลทำให้
พนักงานจะรู้สึกว่าการอยู่ในองค์กรไม่ใช่การหยุดนิ่ง แต่เป็นการเดินทางที่พัฒนาไปพร้อมกับองค์กร

 

4. สร้างสมดุลชีวิตและงาน (Work–Life Balance)

ปัญหาหนึ่งที่ทำให้พนักงานหมดไฟคือการทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาให้ครอบครัวหรือชีวิตส่วนตัว

 

เทคนิคสร้างแรงจูงใจพนักงาน ในมิติ Work–Life Balance:

• Flexible working hours: ให้พนักงานจัดการเวลาได้

• Work From Home: ลดเวลาการเดินทางและความเครียด

• Wellness Program: กิจกรรมเพื่อสุขภาพกายและใจ เช่น โยคะ โปรแกรมออกกำลังกาย หรือบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต

 

ส่งผลทำให้

พนักงานจะมีพลังงานบวก ทำงานได้อย่างมีสมาธิ และไม่รู้สึกว่าต้องเลือกระหว่าง “ชีวิตส่วนตัว” กับ “งาน”

 

5. เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม (Participation & Empowerment)

แรงจูงใจจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนเองมีเสียงในการตัดสินใจ

 

ทำไมสิ่งนี้สำคัญ?
การมีส่วนร่วมสร้าง “Sense of Belonging” ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของงานและองค์กร

 

แนวทางปฏิบัติ

• สร้างระบบเสนอไอเดีย เช่น Innovation Day

• เปิดช่องทาง Feedback อย่างต่อเนื่อง

• ใช้การทำ Poll หรือ Survey ภายในทีม

 

ส่งผลทำให้
พนักงานจะมีแรงผลักดันที่จะทำงานให้ดีที่สุด เพราะรู้สึกว่าองค์กรเคารพความคิดเห็นและความคิดสร้างสรรค์ของตน

หากพนักงานขาดแรงจูงใจ จะส่งผลอย่างไร?

หลายงานวิจัยชี้ว่า การขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งพนักงานและองค์กร เช่น

 

ประสิทธิภาพลดลง: รายงานจาก Journal of Human Resource and Sustainability Studies (2020) พบว่าพนักงานที่ขาดแรงจูงใจมี Productivity ต่ำกว่าพนักงานที่มีแรงจูงใจสูงถึง 40%

 

เกิดภาวะ Burnout: ขาดพลังงานทางอารมณ์และจิตใจ นำไปสู่ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง และคุณภาพงานตกต่ำ (World Health Organization, 2019 จัด Burnout เป็นหนึ่งในภาวะความเครียดจากการทำงานที่ต้องเฝ้าระวัง)

 

เพิ่มอัตราการลาออก: การวิจัยจาก Gallup (2023) ระบุว่า พนักงานที่ไม่ผูกพันกับงาน (disengaged) มีโอกาสลาออกสูงกว่าคนที่มีแรงจูงใจมากถึง 2.6 เท่า

 

บรรยากาศองค์กรแย่ลง: เมื่อแรงจูงใจต่ำ แรงบวกในทีมก็ลดลง ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและบรรยากาศการทำงานที่ตึงเครียด

นักจิตวิทยาในการแก้ปัญหาพนักงานขาดแรงจูงใจ

แม้ว่า HR และผู้บริหารจะมีบทบาทสำคัญในการสร้าง แรงจูงใจพนักงาน แต่บางครั้งปัญหาที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ลึกกว่า เช่น ความเครียดสะสม ความขัดแย้งภายในทีม หรือปัญหาส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ HR เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถจัดการได้ครบถ้วน

 

นี่คือจุดที่ “นักจิตวิทยา เข้ามามีบทบาทสำคัญ

 

การวิเคราะห์เชิงลึก (Workplace Assessment): นักจิตวิทยาองค์กรสามารถประเมินสภาพแรงจูงใจ วัฒนธรรมองค์กร และปัจจัยทางจิตใจที่ทำให้พนักงานหมดไฟ

 

การให้คำปรึกษา (Counseling & Coaching): พนักงานที่เผชิญกับความเครียดหรือความรู้สึกหมดไฟ สามารถเข้ารับคำปรึกษาเฉพาะบุคคลได้

 

การสร้างโปรแกรมเชิงป้องกัน (Preventive Programs): เช่น Workshop เรื่อง Emotional Resilience, Stress Management, หรือ Positive Psychology เพื่อเสริมแรงบันดาลใจในการทำงาน

 

เสริม HR ในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง: นักจิตวิทยาองค์กรช่วย HR ออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับพฤติกรรมมนุษย์จริง ๆ เช่น Team Dynamics หรือ Conflict Resolution

Workshop นักจิตวิทยา: ทางออกสำหรับองค์กรยุคใหม่

เมื่อพนักงาน “ขาดแรงจูงใจ” ไม่เพียงส่งผลต่อผลงาน แต่ยังบั่นทอนสุขภาพจิต และสร้างบรรยากาศเชิงลบทั้งทีม องค์กรที่ต้องการแก้ปัญหาเชิงรุกจึงควรลงทุนใน Workshop ด้านจิตวิทยา ที่ออกแบบมาเพื่อเติมไฟให้พนักงาน

 

ตัวอย่าง Workshop ที่เหมาะสม 

Unlocking Work Motivation: ค้นหาปัจจัยแรงขับเคลื่อนส่วนบุคคล และเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กร

Resilience at Work: เสริมทักษะการรับมือกับความเครียดและความท้าทาย

Positive Leadership: พัฒนาผู้จัดการให้ใช้จิตวิทยาเชิงบวกสร้างแรงบันดาลใจทีม

Mindfulness for Productivity: ฝึกสมาธิเพื่อโฟกัสและลด Burnout

 

ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้รับ

พนักงานกลับมามีพลังและแรงจูงใจ

ลดอัตราการขาดงานและลาออก

เพิ่มประสิทธิภาพและความผูกพันในองค์กร

สร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก

        การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของฝ่าย HR เท่านั้น แต่คือ “วัฒนธรรมองค์กร” ที่ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วม องค์กรที่ใส่ใจทั้งการสื่อสารเป้าหมาย การยอมรับผลงาน การส่งเสริมการเติบโต การดูแลสมดุลชีวิต และการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม ย่อมสร้างพนักงานที่มีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Gallup. (2023). State of the Global Workplace 2023 Report. Gallup, Inc.

  • Van Wingerden, J., & Van der Stoep, J. (2018). The motivational potential of meaningful work: Relationships with strengths use, work engagement, and performance. PLOS ONE, 13(6), e0197599. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0197599

  • World Health Organization. (2019). Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases.

  • Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

ergonomics คือ

Ergonomics คืออะไร รู้จักกับการยศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีในการทำงาน

ออฟฟิศไหนกำลังประสบปัญหาปวดหลังกันทั้งออฟฟิศโปรดมาทางนี้! ชวนมาทำความรู้จัก Ergonomics หรือ การยศาสตร์ ศาสตร์แห่งการทำงานที่ช่วยให้พนักงานมีสุขภาพดีด้วย…

อ่านต่อ »
WS-แยกไม่ยาก-SAKID

WORKSHOP แยกไม่ยาก

กิจกรรม  “จัดสวนขวด Terrarium”

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “จัดสวนขวด Terrarium”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย Green Terra Station ภายในงานผู้เข้าร่วมได้จัดสวนขวดด้วยตนเอง ได้ทั้งความสนุก และความผ่อนคลาย พร้อมทั้งรับสวนขวดตามแบบฉบับของตนเองกลับไปอีกด้วย  

อ่านต่อ »
Cooking-kabab-SAKID

WORKSHOP Cooking class เคบับ

กิจกรรม  Cooking class เคบับ

วันที่ 6 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking class เคบับ ที่บริษัท CBRE โดยพนักงานได้เข้าร่วมจำนวน 40 คน ซึ่งนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและมีทริคการดูแลสุขภาพด้านอาหารสำหรับชาวออฟฟิศให้เล่นเกมสุขภาพพร้อมรับของรางวัลกันอีกด้วย คลาสสอนทำเคบับ จะสอนให้ทุกคนทำซัลซาซอสจากมะเขือเทศสด แทนการใช้ซอสมะเขือเทศ การปรุงวัตถุดิบไก่และผักและการห่อม้วนแรป ทำกินเองอร่อยได้ง่ายๆ ที่บ้าน

อ่านต่อ »
Cover-Burn-out-sakid

WORKSHOP BURN OUT

กิจกรรม “ภาวะหมดไฟ กับสิ่งต่างๆ”

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Burn Out”  ให้กับธนาคาร UOB โดยนักจิตวิทยา ผู้เข้าฟังจะได้ทำการสำรวจตัวเองว่าอาการนี้เรียกว่า หมดไฟ หรือเปล่า และสามารถจัดการกับความรู้สึกได้อย่างไร การจัดการความเครียดจากการทำงานเพื่อไม่ให้กระทบกับสุขภาพใจ

อ่านต่อ »
กิจกรรมลดน้ำหนักพนักงาน

เพิ่มสุขภาพที่ดีในบริษัทด้วย “กิจกรรมลดน้ำหนักพนักงาน”

แนะนำ 5 แนวทางจัดกิจกรรมพนักงานลดน้ำหนัก ในบริษัท ที่เน้นสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้กับพนักงาน ตัวชี้วัดผลที่น่าใช้ เครื่องมือติดตามผล พร้อมตัวอย่างกิจกรรม

อ่านต่อ »

Positive thinking ในการทำงาน เคล็ดลับคิดบวกเพื่อจัดการความเครียด

“Positive thinking” หรือการมี ทัศนคติเชิงบวก หมายถึงการมองเห็นโอกาสท่ามกลางปัญหา และเชื่อว่าสามารถหาทางออกได้ แม้จะอยู่ในสถานการณ์กดดัน การปลูกฝังการคิดบวกในที่ทำงานไม่เพียงช่วยให้พนักงานรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและการทำงานร่วมกัน 

อ่านต่อ »