
CSR ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ เพิ่มศักยภาพองค์กรในระยะยาว
- 17/07/24
คุณอยากให้องค์กรของคุณโดดเด่นและแบรนด์แข็งแกร่งท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจที่ดุเดือดใช่ไหม? ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาใส่ใจ CSR หรือกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรอีกด้วย แต่จะทำ CSR อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ? ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้เคล็ดลับและกลยุทธ์ที่จะช่วยให้กิจกรรม CSR ขององค์กรคุณโดดเด่น ประทับใจผู้คน และสร้างผลกระทบที่ยั่งยืน
CSR หรือ Corporate Social Responsibility หมายถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการใส่ใจและดูแลผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน การทำ CSR จึงไม่ควรทำแบบครั้งเดียวแยกกันปีต่อปี แต่ควรเป็นกิจกรรมที่ทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ มุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง หรือในอีกแง่หนึ่งคือองค์กรควรจะวางแผนจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณสำหรับ CSR ไว้อย่างคงที่ในทุกๆ ปี ไม่ควรจัดเป็นกิจกรรมที่ยึดตามความพร้อมหรือกระแสนิยมเท่านั้น มิเช่นนั้นแล้วความน่าเชื่อถือต่อความมุ่งมั่นเพื่อสังคมขององค์กรก็อาจลดลงไปได้ในระยะยาว

การทำ CSR ให้ประสบความสำเร็จและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมนั้น จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยสำคัญหลายประการ ทั้งในด้านของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รัดกุม การดำเนินงานที่ต่อเนื่องและจริงจัง การผลิตเนื้อหาที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ การสื่อสารผ่านช่องทางที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการเปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) โดยเฉพาะชุมชนเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นเจ้าของของชุมชนที่มีต่อโครงการ CSR ให้มากขึ้น (Mandurah et al., 2012) อีกทั้งยังเป็นการเปิดรับฟังข้อมูลป้อนกลับ (feedback) ที่เป็นประโยชน์จากผู้ที่อยู่ในพื้นที่จริง เพื่อนำไปปรับปรุงกิจกรรม CSR ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของชุมชนได้ดียิ่งขึ้น (Ismail et al., 2015)
อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องทำ CSR อย่างต่อเนื่องทุกปี แต่การทำซ้ำแบบเดิมๆ ก็อาจจะน่าเบื่อและลดทอนความสนใจของผู้คนในสังคมลงได้เช่นกัน ดังนั้นองค์กรจึงควรพยายามเปลี่ยนแปลงรูปแบบกิจกรรม CSR บ้างในแต่ละปี เพื่อสร้างความแปลกใหม่และดึงดูดความสนใจอยู่เสมอ อาจจะเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรม กลุ่มเป้าหมาย หรือประเด็นทางสังคมที่ให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่เปลี่ยนไปนั้นก็ยังคงต้องมีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับแบรนด์ดิ้งและผลิตภัณฑ์บริการขององค์กร เพื่อให้สังคมเกิดการจดจำและเข้าใจได้ง่าย ไม่ขัดแย้งหรือสับสนกับคุณลักษณะขององค์กรเอง
การเลือกกิจกรรม CSR ที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ องค์กรควรเลือกกิจกรรมที่สะท้อนถึงจุดแข็งและศักยภาพเฉพาะตัวขององค์กร ไม่ใช่เลือกทำกิจกรรมตามกระแสนิยมในขณะนั้น แต่ควรพิจารณาอย่างรอบด้านว่ากิจกรรมนั้นสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ (brand identity) และเอกลักษณ์ขององค์กรอย่างไร และจะสามารถส่งมอบคุณค่าอะไรให้แก่สังคมได้บ้าง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว มิเช่นนั้นแล้วกิจกรรม CSR ก็อาจจะกลายเป็นแค่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ดูผิวเผินและไร้ความหมาย ซึ่งไม่เพียงจะไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืนแล้ว ยังอาจสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อองค์กรเองได้อีกด้วย การเลือกทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับศักยภาพเฉพาะทางและทรัพยากรที่องค์กรมีจะช่วยสร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรมและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างแท้จริง กิจกรรมที่เหมาะสมจะช่วยขจัดปัญหาหรือสนับสนุนสิ่งที่ชุมชนหรือสังคมต้องการ ได้อย่างตรงจุดและครอบคลุม ซึ่งน่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการบริจาคเพียงเงินหรือสิ่งของเพียงผิวเผินอย่างที่ผ่านๆ มา

งานวิจัยหลายฉบับชี้ว่า การทำ CSR เชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบ การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ และการเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ CSR สามารถบรรลุทั้งเป้าหมายทางธุรกิจและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไปพร้อมๆ กัน (Vishwanathan et al., 2020) นอกจากนี้ งานวิจัยของ Ahmadi และ Bouri (2017) ยังแสดงให้เห็นว่าการทำ CSR ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สามารถส่งผลดีต่อทั้งผลประกอบการทางการเงินและภาพลักษณ์ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด CSR เชิงกลยุทธ์ที่ว่าการบูรณาการ CSR เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจหลักอย่างเหมาะสมจะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างคุณค่าได้ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากการเลือกกิจกรรม CSR ให้ฉลาดและเฉพาะเจาะจงแล้ว อีกเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ CSR ประสบความสำเร็จและโดนใจสังคมได้แก่ การบอกเล่าเรื่องราว (storytelling) ที่มีพลังเกี่ยวกับกิจกรรม CSR นั้นๆ ทั้งในแง่แรงบันดาลใจ กระบวนการทำงาน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับชุมชน เพราะการเล่าเรื่องที่ดีจะช่วยสร้างความรู้สึกร่วมและการจดจำของผู้คนที่มีต่อแบรนด์ได้มากกว่าการนำเสนอตัวเลขหรือข้อมูลแบบแห้งๆ ซึ่งองค์กรสามารถสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ออกไปได้ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย สื่อสิ่งพิมพ์ งานอีเวนต์ หรือกิจกรรมเชิงปฏิสัมพันธ์อื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น (Johnson, 2019)
ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการสื่อสาร CSR ขององค์กรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รอบคอบ การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร ความจริงจังในการดำเนินการ ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การใช้ช่องทางที่หลากหลาย และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งล้วนต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อย่างสูง และหากกำลังมองหาตัวช่วยในการทำ CSR แบบยั่งยืน ขอแนะนำ SAKID application ซึ่งสามารถกำหนดภารกิจด้าน CSR ในแบบฉบับขององค์กรคุณได้เอง เช่น เก็บขยะริมทะเล หรือการปลูกป่าชายเลน เมื่อทำแล้วได้คะแนนให้แก่ทีมของตัวเอง และสามารถจัดกิจกรรมได้ต่อเนื่องหลายเดือน โดยสามารถกำหนดกิจกรรมที่ให้พนักงานทำได้ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพ แยกขยะ อื่นๆ พร้อมกับ Dashboard แสดงผลของกิจกรรม ซึ่งจะช่วยทำให้องค์กรของคุณบรรลุผลตามเป้าหมายและสร้างคุณค่าให้ทั้งธุรกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน
References:
Ahmadi, A., & Bouri, A. (2017). The relationship between financial attributes, environmental performance and environmental disclosure: Empirical investigation on French firms listed on CAC 40. Management of Environmental Quality: An International Journal, 28(4), 490-506. https://doi.org/10.1108/MEQ-07-2015-0132
Ismail, M., Alias, S. N., & Mohd Rasdi, R. (2015). Community as stakeholder of the corporate social responsibility programme in Malaysia: Outcomes in community development. Social Responsibility Journal, 11(1), 109-130. https://doi.org/10.1108/SRJ-05-2013-0053
Johnson, L. (2019). Effective storytelling techniques for communicating CSR impact. Corporate Communications: An International Journal, 24(3), 407-421.
Mandurah, S., Khatib, J., & Al-Sabaan, S. (2012). Corporate social responsibility among Saudi Arabian firms: An empirical investigation. Journal of Applied Business Research, 28(5), 1049-1058. https://doi.org/10.19030/jabr.v28i5.7244
Smith, R. (2020). Aligning CSR activities with organizational identity and resources: A case study. Business Ethics, the Environment & Responsibility, 29(4), 815-827.
Vishwanathan, P., van Oosterhout, H., Heugens, P., Duran, P., & van Essen, M. (2020). Strategic CSR: A concept building meta‐analysis. Journal of Management Studies, 57(2), 314-350. https://doi.org/10.1111/joms.12514
บทความที่น่าสนใจ

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในโลก VUCA สำคัญอย่างไร? แนะนำวิธีวางแผนเบื้องต้น
วางแผนพัฒนาทรัพยการมนุษย์อย่างไรให้ได้ผลในโลกของ VUCA ที่ผันผวนและไม่แน่นอน ผ่านการทำความเข้าใจและให้เทคนิคที่เอาไปใช้ต่อได้ไม่ยาก นั่นก็คือ…

เข้าใจ “ออฟฟิศซินโดรม” พร้อมวิธีป้องกันเบื้องต้นที่ทุกคนควรรู้
ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร อาการ สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยง วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรมเบื้องต้น ที่คนทำงานและบริษัทต้องรู้
รีวิว จัด กิจกรรมบริษัท ให้พนักงานสุขภาพดีได้ด้วย SAKID
หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

รับออกแบบ เมนูอาหารพนักงานโรงงาน ให้สุขภาพดี Healthy canteen
พนักงานโรงงานส่วนใหญ่ใช้เวลาในโรงงานวันละ 8–12 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า มื้อหลักเกือบทั้งหมดของพวกเขามาจากโรงอาหารโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน หรือแม้แต่เย็นในกรณีที่ทำโอที การมีเมนูที่สมดุลจึงเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและพลังงานของพนักงาน
7 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจพนักงาน เพื่อสร้างความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน
ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตใจของพนักงานกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสนใจ จากการสำรวจของ WHO พบว่ากว่า 264 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า และอีกกว่า 284 ล้านคนมีความวิตกกังวลผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตพนักงานแล้ว ยังบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานไปด้วย (World Health Organization, 2022) และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิตมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ โรคซึมเศร้า โดยปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้มีสาเหตุได้หลากหลายด้าน ทั้งจากลักษณะงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน การบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาส่วนตัว (Pfeffer, 2018)

Healthy Workshop
กิจกรรม “Healthy Workshop”
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “Healthy Workshop” ให้กับบริษัท ราชบุรีกล๊าส โดยนักกำหนดอาหาร ได้ให้ความรู้เรื่องการกินอย่างไรให้ห่างไกลโรคแบบรอบด้าน ที่ช่วยสามารถปรับพฤษติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจำวันให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อย่างง่าย และ ช่วงบ่าย มีนักวิทยาศาสตร์การกีฬา มาตรวจสมรรถภาพทางร่างกาย ได้ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อยในระหว่างพักเบรค เพื่อยืดกล้ามเนื้อและเผาผลาญกัน