
รับมือกับ แผ่นดินไหว ฉบับพนักงานออฟฟิศ
- 07/05/25
เตรียมตัวอย่างไรเมื่อเกิดภัยพิบัติกลางเวลางาน
แม้ว่า แผ่นดินไหว จะไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย แต่เมื่อเกิดขึ้นก็สามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งต่ออาคารและชีวิตของพนักงานออฟฟิศทุกคน การเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณปลอดภัยมากขึ้นในช่วงเวลาสำคัญนั้น

ก่อนเกิดเหตุ: เตรียมตัวให้พร้อม
การเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความตื่นตระหนกและเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด
1. รู้ตำแหน่ง “จุดปลอดภัย”
‣ ศึกษาแผนผังอาคารว่ามี ทางหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน หรือ พื้นที่หลบภัย อยู่ตรงไหน
‣ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กระจกหรือชั้นวางของสูงที่อาจล้มทับ
2. เตรียมชุดฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว
‣ ไฟฉาย ขนาดเล็ก
‣ ขวดน้ำดื่ม
‣ ยาสำคัญส่วนตัว
‣ บัตรประจำตัวพนักงาน และเอกสารสำคัญ
3. ฝึกซ้อมตามแผนรับมือภัยพิบัติขององค์กร
‣ ข้าร่วมการฝึกซ้อมอพยพตามกำหนดของบริษัท
‣ เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองในกรณีฉุกเฉิน
ขณะเกิดเหตุ: ปฏิบัติอย่างไรให้ปลอดภัย
เมื่อแผ่นดินเริ่มไหว ไม่ควรรีบวิ่งหนีออกนอกรอาคารทันที เพราะอาจเกิดอันตรายจากเศษวัสดุหล่นใส่ได้
1. “หมอบ คลาน ยึด” (Drop, Cover, Hold on)
‣ หมอบ ลงกับพื้น
‣ คลาน เข้าใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือเฟอร์นิเจอร์มั่นคง
‣ ยึด ขาโต๊ะไว้ให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกโยกออกจากที่
2. อยู่ให้ห่างจาก
‣ หน้าต่าง
‣ ชั้นวางของ
‣ โคมไฟ
‣ พื้นที่ที่มีของหล่นได้
3. อย่าใช้ลิฟต์
‣ หากแผ่นดินไหวรุนแรง ระบบไฟฟ้าอาจขัดข้อง ทำให้ติดอยู่ในลิฟต์
หลังเหตุการณ์: อย่าเพิ่งวางใจ
1. ตรวจสอบอาการบาดเจ็บ
‣ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับตนเองและผู้อื่น
‣ ขอความช่วยเหลือจากฝ่ายปฐมพยาบาลของบริษัท
2. อพยพอย่างเป็นระเบียบ
‣ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อาคาร
‣ ออกจากอาคารทางบันได ไม่ใช้ลิฟต์
3. ติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้
‣ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
แม้แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว แต่การเตรียมความพร้อมและมีสติจะช่วยให้พนักงานออฟฟิศสามารถรับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างปลอดภัย อย่าลืมทบทวนขั้นตอนเหล่านี้อยู่เสมอ และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในที่ทำงานได้

หลังเหตุการณ์ แผ่นดินไหว อย่าเพียงดูแลร่างกาย จิตใจก็สำคัญ
หลังแผ่นดินไหวผ่านพ้นไป พนักงานบางคนอาจยังรู้สึกไม่ปลอดภัย ตื่นตกใจง่าย หรือมีอาการเครียดเรื้อรัง การดูแลสุขภาพจิตจึงเป็นเรื่องที่ “ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้ความปลอดภัยทางกายภาพ”
อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์
• นอนไม่หลับ ฝันร้าย ซ้ำๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์
• วิตกกังวลง่าย หรือสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหรือรู้สึกสั่น
• รู้สึกหมดแรง ไม่มีสมาธิในการทำงาน
• หงุดหงิด หรือมีอารมณ์แปรปรวนโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
แนวทางการดูแลใจตนเองเบื้องต้น
• ให้เวลา กับตัวเองในการฟื้นตัว ไม่กดดันตัวเองเกินไป
• พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ เพื่อระบายความรู้สึก
• พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นความเครียด เช่น ข่าวที่รุนแรงเกินไป
เมื่อไหร่ควรปรึกษานักจิตวิทยา
• อาการดังกล่าวยังคงอยู่ นานกว่า 2 สัปดาห์
• มีผลต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
• รู้สึก หมดหวัง สิ้นหวัง หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง
อย่ามองข้ามความรู้สึกของตนเองหรือเพื่อนร่วมงาน หากใครก็ตามมีอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับความเครียดหรือภาวะหลังเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) การปรึกษานักจิตวิทยาเป็นทางออกที่สามารถช่วยให้คนที่เจอปัญหาได้
ส่วนบริษัทไหนที่กำลังมองหา Workshop กับ SAKID เรื่องสุขภาพจิตใจ และ การดูแลสุขภาพจิตการทำงานอื่นๆ ให้กับพนักงาน โดยเรามีนักจิตวิทยาที่จะมาเปิดคลาสช่วยสอนและให้คำปรึกษากับพนักงานรับมือกับภาวะทางจิตใจเพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshopให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้
แหล่งอ้างอิง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย. (2566). คู่มือการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว. สืบค้นจาก https://www.disaster.go.th
กรมทรัพยากรธรณี. (2564). แผ่นดินไหวคืออะไร และเราจะรับมือได้อย่างไร. สืบค้นจาก https://www.dmr.go.th
United States Geological Survey (USGS). (2023). Earthquake preparedness and safety. Retrieved from https://www.usgs.gov/natural-hazards/earthquake-hazards
Federal Emergency Management Agency (FEMA). (2022). Drop, cover, and hold on: How to protect yourself during an earthquake. Retrieved from https://www.ready.gov/earthquakes
บทความที่น่าสนใจ

สมาร์ทวอทช์ ในการดูแลสุขภาพพนักงาน
ปัจจุบัน Smart Watch กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของพนักงานในองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ตวอทช์ (Smartwatch), สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ (Fitness Tracker), หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ช่วยติดตามสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ องค์กรชั้นนำเริ่มนำ สมาร์ตวอทช์ มาใช้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของพนักงาน ช่วยลดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างยั่งยืน

Productivity พื้นฐานของการพัฒนาองค์กรอย่างมีคุณภาพ
ความหมายของ Productivity คืออะไร และแนวทางการเพิ่ม “ผลิตภาพ” ในองค์กร โดยที่ไม่ทำร้ายพนักงาน จากปัจจัยต่าง ๆ ที่บริษัทและพนักงานสามารถช่วยกันสร้างได้

ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ
ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ
เมื่อฤดูประเมินมาถึง…บอสหลายคนอาจรู้สึกว่าการต้องวิจารณ์หรือพูดถึงข้อดีข้อเสียต่อหน้าคนๆ นั้นตรงๆ…เป็นเรื่องน่าอึดอัด ส่วนในมุมมองของตัวผู้ถูกประเมินเอง เมื่อต้องมาฟังข้อเสียหรือเรื่องแย่ๆ ของตน…บางคนก็รู้สึกมีอารมณ์ ไม่ว่าจะผิดหวัง เศร้าเสียใจ หรือโกรธ นั่นทำให้พวกเขาพูดจาหรือแสดงท่าทีปกป้องตนเองในแบบต่างๆ แถมไม่ใช่แค่ตอนพูดคุยประเมินกันเท่านั้น หลังจากนั้นบางคนยังอาจแสดงความไม่พอใจหรือต่อต้านองค์กร ตั้งแต่มาทำงานสาย หยุดงาน จนไปถึงแสดงความก้าวร้าว พลอยทำให้องค์กรและผู้ร่วมงานอึดอัดและเสียหายไปด้วย…เป็นเรื่องน่าลำบากใจใช่ไหม

รับมือกับ แผ่นดินไหว ฉบับพนักงานออฟฟิศ
เตรียมตัวอย่างไรเมื่อเกิดภัยพิบัติกลางเวลางาน
แม้ว่าแผ่นดินไหวจะไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย แต่เมื่อเกิดขึ้นก็สามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งต่ออาคารและชีวิตของพนักงานออฟฟิศทุกคน การเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณปลอดภัยมากขึ้นในช่วงเวลาสำคัญนั้น
DISC พลังแห่งบุคลิกในการสร้างทีมเวิร์คสู่ความสำเร็จขององค์กร
คุณเคยสังเกตไหมว่า ทำไมองค์กรที่เต็มไปด้วยบุคลากรผู้มีความสามารถ แต่บางครั้งการทำงานร่วมกันเป็นทีมกลับเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีอุปสรรค? สาเหตุสำคัญอาจมาจากความแตกต่างด้านบุคลิกภาพในการทำงานของแต่ละคน การสร้างทีมเวิร์คให้แข็งแกร่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างสมาชิกในทีมที่มีรูปแบบการคิดและการทำงานแตกต่างกัน หากเราไม่เข้าใจและปรับวิธีบริหารจัดการให้เหมาะสม ความแตกต่างเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นตัวขัดขวางการทำงานเป็นทีมให้ราบรื่นและบรรลุเป้าหมายได้อย่างที่ตั้งใจ ซึ่งหากปล่อยไว้ ก็อาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งและส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของทีมในที่สุด

จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน
เมื่อคนใช้เวลากว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในที่ทำงานจดจ่ออยู่กับการทำงาน เวลาพักน้อย การจะขยับตัวเพิ่มกิจกรรมทางกายระหว่างวันก็เป็นไปได้ยากเพราะไม่อาจละจากงานตรงหน้าได้ ด้วยปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การจะออกกำลังกายให้ได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลกยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของพนักงานและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)