
Work ต่าง Generation (การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย)
- 11/11/23
Work ต่าง Generation
เวลาผ่านไป เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จะทำยังไง ให้การทำงานของคนต่าง generation หรือ แต่ละ gen ในบริษัททำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีปัญหา สำหรับบริษัทที่เปิดมาอย่างยาวนาน ก็ต้องย่อมมีคนทำงานเกิน 10 ปี ในระดับหัวหน้าและผู้บริหารระดับสูง ในขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องรับคนใหม่เข้ามาเพื่อสานต่อการทำงานของบริษัท
ทำไมเราต้องสนใจเรื่อง Gen
ในศตวรรษที่ 21 นี้ เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์การทำงานของโลก ที่หลายบริษัท มีพนักงานอยู่ร่วมกันถึง 5 Generation เลยทีเดียว แต่ปัญหาที่หลายบริษัทเจอก็คือ การทำงานร่วมกันให้สามารถสอดประสานได้ในแต่ละ Gen เพราะแต่ละ Gen ต่างก็มีแนวคิด และการสื่อสารในการทำงานแตกต่างกัน หากแต่ละ Gen ไม่พยายามสร้างความเข้าใจกัน ก็อาจทำให้การทำงานเกิดการสะดุดได้ หรือบรรยากาศในการทำงานที่ไม่ดี ดังนั้นมาดูกันก่อนว่าแต่ละ Gen มีแนวคิดเป็นอย่างไร
Generation X (Gen X):
-ช่วงเกิด: ประมาณช่วงปี 1965 – 1980
-ลักษณะความคิด: Gen X เต็มไปด้วยความอิสระและความเป็นอิสระ พวกเขาอาจมีทักษะทางเทคโนโลยีและความเป็นอิสระในการทำงาน
-ความต้องการในการทำงาน: Gen X ค่อนข้างรักการทำงานที่มีความเป็นมาตรฐาน เขามองหาความมั่นคงในการงานและมีความสนใจในการพัฒนาทักษะที่จะเสริมสร้างอาชีพของตนเอง
-ลักษณะการสื่อสาร: Gen X มักใช้การสื่อสารโดยตรงและส่วนใหญ่ใช้อีเมลเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร
Generation Y (Millennials):
– ช่วงเกิด: ประมาณช่วงปี 1981 – 1996
-ลักษณะความคิด: Millennials มักมีความคิดเปิดกว้างและรักการเปลี่ยนแปลง พวกเขาสนใจการทำงานที่มีความหมายและการเสริมสร้างทักษะที่มีประสิทธิภาพ
-ความต้องการในการทำงาน: Millennials ค่อนข้างรักการทำงานที่มีความยืดหยุ่นและโอกาสในการเรียนรู้ พวกเขามองหาการทำงานที่สร้างผลกระทบและช่วยให้โลกดีขึ้น
-ลักษณะการสื่อสาร: Millennials มักใช้โซเชียลมีเดียและการสื่อสารออนไลน์ในการสื่อสาร พวกเขาชอบการสื่อสารระหว่างกัน และทำให้งานที่มีการทำงานร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
Generation Z:
-ช่วงเกิด: ประมาณช่วงปี 1997 – 2012
-ลักษณะความคิด: Gen Z เป็น Generation ที่เติบโตขึ้นในยุคดิจิทัลและมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยี พวกเขามีความรู้สึกต่อการสร้างสิ่งใหม่ ๆ และการเรียนรู้ผ่านการทดลอง
-ความต้องการในการทำงาน: Gen Z มักมองหาโอกาสในการทำงานที่ท้าทายและเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง พวกเขาเน้นความรวดเร็วและการสร้างอะไรใหม่
-ลักษณะการสื่อสาร: Gen Z มักใช้แพลตฟอร์มสื่อสารแบบระหว่างผู้ใช้ เช่น แอปพลิเคชันข้อความและวิดีโอคอล
การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในที่ทำงานและสนับสนุน Generation ต่าง ๆ ในการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้ความรู้เกี่ยวกับความแตกต่างทางกายภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อวิธีการทำงานร่วมกันและการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกของบริษัท
การแก้ปัญหาการทำงานระหว่าง Generation
การไม่เข้าใจกันและมีความคิดเห็นที่ต่างกันทำให้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้น ไม่ว่า Gen ไหนย่อมเกิดขึ้นได้ เป็นเรื่องปกติของการทำงานร่วมกัน การพูดคุยไกล่เกลี่ยและสร้างความเข้าใจต่อกัน จะช่วยหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้ง
การใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
การใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมสำหรับแต่ละ Generation เช่น การใช้โซเชียลมีเดียสำหรับ Gen Z, อีเมลหรือการประชุมในสถานที่ทำงานสำหรับ Gen X และ Gen Y หาพื้นที่ออนไลน์หรือออฟไลน์เพื่อให้ใช้สื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสร้างโปรแกรมการฝึกอบรมและพัฒนาที่เหมาะสม
การพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมที่สนับสนุนความรู้และทักษะที่ต้องการในการทำงานร่วมกัน โดยพิจารณาความแตกต่างในรูปแบบการเรียนรู้ของ Generation แต่ละกลุ่ม
การสร้างโอกาสในการทำงานร่วมกัน
การสร้างโอกาสให้ Generation ทุกกลุ่มมีโอกาสทำงานร่วมกันในโครงการหรือกิจกรรมพิเศษ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือ โดยการดึงความสารมารถแต่ละ Gen มาใช้ในงานเพื่อเป้าหมายงานร่วมกัน
การเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็น
เป็นการสร้างบรรยากาศและความรู้ทางด้านความคิด การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและความเข้าใจระหว่าง Generation กันและกัน โดยเพิ่มความเคารพต่อความแตกต่างของกัน ไม่จำเป็นต้องคุยเป็นเรื่องงาน สามารถคุยเรื่องอื่นๆ ที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้
การเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ถ้าเรามองในแง่ดีการที่เขาผ่านประสบการณ์การทำงานมาเกิน 10 ปี เราจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตและข้อผิดพลาดการทำงานจากคนรุ่นก่อนเพื่อให้เราได้พัฒนาและควรระวังในตรงจุดไหน ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง The intern เป็นเรื่องเกี่ยวกับพนักงานวัยเกษียณที่อยู่ว่างและยังอยากหาอะไรทำได้สมัครเข้าไปอยู่โครงการฝึกงานของวัยเกษียณของบริษัทหนึ่งที่ซีอีโอ เป็นคนรุ่นใหม่ เราก็จะได้เห็นการทำงานและสภาพแวดล้อมของบริษัท Gen Y ที่ดูแล้วแตกต่างจากบริษัทที่ก่อตั้งมายังยาวนาน แม้จะมีช่องว่างระหว่าง Gen อย่างชัดเจน แล้วคุณลุงวัยเกษียณจะมาทำงานในบริษัทนี้เป็นยังไง แนะนำให้ลองไปหาดูแล้วเราอาจจะเข้าใจกันและกันมากขึ้น หรือให้ SAKID ช่วยจัด workshop เสริมสร้างความเข้าใจระหว่าง Gen หรือจัดกิจกรรม Team building แบบ online ด้วย SAKID Application
บทความที่น่าสนใจ

คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน
หลังจากที่ทำงานมาอย่างยาวนานและเต็มไปด้วยความเครียด การหาเวลาให้ตัวเองด้วยการออกกำลังกายอาจจะเป็นเรื่องยาก ระหว่างที่รอช่วงเลยเวลารถติดหรือผู้คนจำนวนมากในเวลาเร่งด่วนช่วงเย็น “คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน” เป็น1ในตัวเลือกที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทำงานที่ต้องการดูแลสุขภาพและผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันซึ่งสามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจนและเป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโยคะที่สงบผ่อนคลาย คลาสเต้นสนุกสนาน หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี คลาสเหล่านี้มีตัวเลือกมากมายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังเพิ่มพลังงานและสร้างสมดุลให้กับชีวิตได้อย่างดี
7 สัญญาณพนักงานไม่แฮปปี้ที่ไม่ควรมองข้าม
ความสุขในที่ทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร แต่เมื่อพนักงานเริ่มขาดรอยยิ้มในการทำงาน ผลกระทบด้านลบที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายให้กับผลการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 7 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงความไม่แฮปปี้ของพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะนำวิธีการช่วยเหลือและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

Workshop “การจัดการความเครียด”
กิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด”
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 Sakid ได้จัดกิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด” ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมคและการไฟฟ้านครหลวง โดยวิทยากรนักจิตวิทยาองค์กร ครูรักอมยิ้ม คุณอานนท์ ตั้งกิตติทรัพย์ ภายในงานผู้เข้าร่วมได้รับเทคนิคการจัดการความเครียด และการบริหารการทำงานให้มี Work-life balance
Workshop สร้างสรรค์ กิจกรรมสนุก ผ่อนคลาย
เริ่มต้นคลายเครียดจากการทำงาน มาผ่อนคลาย สนุก สร้างสรรค์ และพนักกงานมีส่วนร่วมทำWorkshopไปด้วยกัน กับกิจกรรม Workshop ทำอาหารสุขภาพ ที่ง่ายทำได้เองที่บ้าน สอนจัดสวนขวดตั้งบนโต๊ะทำงานเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำเทียนหอมกลิ่นที่ชอบไว้จุดที่บ้าน ฯลฯ มาแต่ตัวและรับของที่ตัวเองทำกลับบ้านได้ด้วย
สัญญาณเตือนพนักงานเสี่ยง คาโรชิซินโดรม โรคเสียชีวิตจากงานหนัก
คาโรชิซินโดรม (Karoshi Syndrome) หรือ โรคเสียชีวิตจากงานหนัก มีจุดเริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เมื่อมีพนักงานเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สัมพันธ์กับการทำงานหนักเกินไป องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “การทำงานเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์” เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองถึง 35% เมื่อเทียบกับผู้ที่ทำงานในชั่วโมงมาตรฐาน

ลดน้ำหนัก แต่ไม่อยากอดอาหาร หรือออกกำลังกาย ฉบับองค์กร
ในยุคที่การทำงานหนักและการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบเป็นเรื่องปกติ ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มักมีเวลาน้อยในการดูแลสุขภาพตัวเอง ซึ่งภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง เป็นต้น นอกจากนี้เรายังพบความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนและโรคมะเร็งบางชนิดอีกด้วย ถึงเวลาแล้วหรือยังคะที่เราจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อการลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพกันเพิ่มมากขึ้น