
5 โรคจากการทำงานในโรงงานและวิธีป้องกันสุขภาพพนักงาน
- 19/09/25
โรงงานเป็นสถานที่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด โรคจากการทำงาน (Occupational Diseases) เนื่องจากพนักงานต้องเผชิญกับเสียงดัง ฝุ่น สารเคมี เครื่องจักร รวมถึงตารางการทำงานที่เข้มข้นและซ้ำซาก หากองค์กรและ HR ไม่ใส่ใจ อาจทำให้พนักงานเจ็บป่วยจนกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และการลาออกที่สูงขึ้น
บทความนี้จึงรวบรวม 5 โรคจากการทำงานในโรงงาน ที่พบบ่อย พร้อมแนวทางดูแล สุขภาพพนักงาน เพื่อช่วยให้ HR และแผนกพยาบาลสามารถออกแบบมาตรการป้องกันได้จริง
5 โรคจากการทำงาน ในโรงงานที่พบบ่อย
1. โรคระบบทางเดินหายใจจากฝุ่นและสารเคมี
พนักงานโรงงานที่ทำงานในสายการผลิตสิ่งทอ ไม้ พลาสติก หรือสารเคมี มักต้องเผชิญกับฝุ่นและไอระเหย เช่น ซิลิกา แอมโมเนีย ฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งอาจก่อให้เกิด
• โรคปอดอักเสบเรื้อรัง
• โรคหอบหืดจากการทำงาน
• โรคซิลิโคสิส (Silicosis)
วิธีป้องกัน
• ติดตั้งระบบดูดอากาศและระบายอากาศที่ได้มาตรฐาน
• แจกหน้ากากป้องกันฝุ่น (Respirator N95) ให้พนักงาน
• ตรวจสุขภาพปอดเป็นประจำทุกปี
2. โรคกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal Disorders: MSDs)
งานที่ต้องยกของหนัก ยืนนาน หรือทำท่าเดิมซ้ำ ๆ เช่น สายพานการผลิต ส่งผลให้พนักงานปวดคอ หลัง ไหล่ และมือเรื้อรัง ซึ่งอาจลุกลามเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
วิธีป้องกัน
• จัดอบรมท่าทางการทำงานที่ถูกต้อง (Ergonomics Training)
• สลับตำแหน่งงานเพื่อลดการใช้กล้ามเนื้อซ้ำ
• จัดกิจกรรมยืดเหยียดร่างกายในโรงงาน
3. ปัญหาสุขภาพจิตจากการทำงานในโรงงาน
ความกดดันจากเป้าหมายการผลิต กะกลางคืน เสียงดัง และการทำงานซ้ำ ๆ ทำให้พนักงานจำนวนมากเผชิญกับ ความเครียด วิตกกังวล ภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือซึมเศร้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพงานและความปลอดภัย
วิธีป้องกัน
• จัดโปรแกรม Employee Assistance Program (EAP) ให้คำปรึกษาสุขภาพจิต
• จัดสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร เช่น พื้นที่พักผ่อนเงียบสงบ
• ส่งเสริม Work-Life Balance เช่น การกำหนดกะทำงานที่ยืดหยุ่น
4. โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
แม้จะไม่เกิดจากสารเคมีหรือเครื่องจักรโดยตรง แต่ พฤติกรรมการทำงานในโรงงาน เช่น กินอาหารโรงอาหารที่มีโซเดียมสูง ไม่ออกกำลังกาย นั่งทำงานซ้ำซาก หรือการทำงานกะดึก ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เร่งให้เกิด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
วิธีป้องกัน
• จัดโครงการโภชนาการในโรงงาน เช่น โรงอาหารเพื่อสุขภาพ
• จัดกิจกรรมออกกำลังกายง่าย ๆ ระหว่างกะ
• ตรวจสุขภาพประจำปีและติดตามค่าความดัน/น้ำตาล
5. การสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง (Noise-Induced Hearing Loss: NIHL)
โรงงานผลิตโลหะ สิ่งทอ หรือเครื่องจักรเสียงดัง มีเสียงเกิน 85 เดซิเบล ซึ่งหากพนักงานเผชิญเกิน 8 ชั่วโมง/วัน อาจทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินถาวร
วิธีป้องกัน
• แจกที่ครอบหู (Ear Muffs) หรือที่อุดหู (Ear Plugs)
• จัดทำพื้นที่เงียบให้พักหู
• ตรวจการได้ยินปีละ 1 ครั้ง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคจากการทำงานโรงงาน
• สภาพแวดล้อม: ฝุ่น สารเคมี เสียงดัง แสงไม่เพียงพอ
• ลักษณะงาน: การทำงานซ้ำ ๆ ยกของหนัก กะกลางคืน
• พฤติกรรมพนักงาน: ไม่สวม PPE, สูบบุหรี่, อาหารไม่เหมาะสม
• วัฒนธรรมองค์กร: ไม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ

ตัวอย่างมาตรการที่องค์กรชั้นนำใช้
หลายบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ได้นำโปรแกรม Well-Being และ Workplace Wellness Program มาใช้ เช่น
• ตรวจสุขภาพจิตออนไลน์ + ให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา
• จัดพื้นที่ออกกำลังกายในโรงงาน
• โรงอาหารสุขภาพพร้อมเมนูคำนวณแคลอรี
โรคจากการทำงาน ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อ สุขภาพพนักงาน แต่ยังเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้องค์กรสูญเสียประสิทธิภาพ การดูแลเชิงป้องกันด้วยการตรวจสุขภาพ การจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้โรงงานมีแรงงานที่แข็งแรงและยั่งยืน
ส่วนบริษัทไหนที่กำลังมองหาแอพดูแลสุขภาพโดยรวมพนักงาน หรือ Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร Healthy Canteen , Cooking class ,ออกกำลังกาย สุขภาพจิตปรึกษาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม กายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้
แหล่งอ้างอิง
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2565). แนวทางการป้องกันโรคจากการทำงาน. กระทรวงแรงงาน.
World Health Organization. (2021). Occupational health: Stress at the workplace. WHO.
Centers for Disease Control and Prevention. (2020). Workplace Health Promotion. CDC.
บทความที่น่าสนใจ

Meditation and Deep relaxation workshop
กิจกรรม Workshop “Meditationand Deep relaxation ”
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “Meditationand Deep relaxation” โดยนักกายภาพบำบัดและนักจัดกระบวนการเรียนรู้สุขภาพที่ให้ความรู้และความเข้าใจโดยการให้ฟังเสียงร่างกายแต่ละจุดเพื่อให้รู้สึกและเป็นการรับฟังร่างกายของเรา เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเต็มที่อย่างตรงจุด โดยให้เตรียมแก้วน้ำร้อนของตัวเองเพื่อมารับชาดอกไม้นั่งจิบชาร้อมวงเพื่อเปิดประสาทสัมผัสการรับรู้ของร่างกายทั้งรสชาติ กลิ่น และจินตนาการ การฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลาย พาตัวเองออกจากอารมณ์ต่างๆ และหันกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น การรักตัวเองให้มากขึ้น การคิดให้กำลังใจเชิงบวก
ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรมีไขมันในเลือดสูง
ทุกธุรกิจ ทุกองค์กร มีการจัดการคนทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ถ้าวันนี้ลองสังเกตดูว่า พนักงานของเรา ยังมีความสุขในการทำงานหรือไม่ การทำงานของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กรมากแค่ไหน และคุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นทุกด้านรึเปล่า หากผู้นำหรือผู้บริหารสามารถมองจุดนี้ได้ ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน
โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน นักจิตวิทยาช่วยคุณได้
ในปัจจุบันโรคซึมเศร้าที่คนวัยทำงานต้องเผชิญพบเจอเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยผลจากการศึกษาสุขภาพแบบองค์รวมในประชากรทั่วโลกพบว่าโรคซึมเศร้าทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 2 ในปี 2020และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอับดับ 1 ในปี2030 (WHO, 2019) ส่วนในประเทศไทยจากการจัดอันดับการการเสียสุขภาพแบบองค์รวมของคนไทย พบว่าโรคซึมเศร้าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย ส่วนอันดับ 2 ในผู้ชายไทย

WORKSHOP Healthy Canteen
กิจกรรม “อบรม พ่อครัว แม่ครัว ให้ทำอาหารสุขภาพมากขึ้น”
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “อบรม พ่อครัว แม่ครัว ให้ทำอาหารสุขภาพมากขึ้น”

Workshop สายโรงงาน
Workshop สายโรงงาน พนักงานโรงงานมีข้อจำกัดหลายๆอย่างในการปฎิบัติหน้าที่ การให้ความรู้ที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญในการนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานได้

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตเพลินจิต
บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตเขตเพลินจิต
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตเพลินจิต ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน