
ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรน้ำหนักเกิน
- 01/02/24
ปัจจุบันในประเทศไทยพบว่าแนวโน้มภาวะ น้ำหนักเกิน และ ภาวะอ้วนเพิ่งสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป ร่วมกับ activity ที่ลดลง เป็นตัวส่งเสริมให้เรามีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะพนักงงาน office อย่างเราๆ ที่ Activity นั้นแสนจะน้อยนิด ส่วนใหญ่ก็นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จนหลายคนเกิดปัญหาเรื่อง Office syndrome ตามมา ไหนจะเพื่อนร่วมงานที่ชอบชวนออกไปซื้อเครื่องดื่มหวาน เพราะโปรโมชั่น 1 แถม 1 หรือซื้อ 2 แก้ว ราคาถูกลง หรือจะเป็นขนมเบเกอรีที่เลื่อนไปเห็นในหน้าฟีดเมื่อสองวันก่อน จนเราต้องไปตามหาว่าร้านขนมร้านนั้นอยู่ที่ไหน หรือจะเป็นอาหารกลางวันที่เราชอบกิน ไม่ว่าจะเป็นข้าวกะเพราหมูกรอบเพิ่มไข่ดาว ข้าวขาหมูพิเศษคากิ หรือแม้แต่ fast food ที่สะดวกต่อการกิน เพราะต้องรีบทำงานให้เสร็จ เรื่องเหล่านี้แหละ ที่เราอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย จนทำให้เรามองข้ามไป กลายเป็นเรื่องที่ใหญ่ในอนาคตได้
เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าน้ำหนักเกณฑ์ ?
ค่าที่บ่งบอกว่าเราอ้วน ผอม น้ำหนักเกิน หรือน้ำหนักอยู่ในมาตรฐานหรือไม่ เราจะใช้ค่าที่เรียกว่า ดัชนีมวลการ หรือ Body mass index (BMI) ซึ่งเราสามารถคำนวณได้เองง่ายๆ โดยใช้เพียงน้ำหนักและส่วนสูงของเราเท่านั้นเอง

**ข้อจำกัดของ BMI คือไม่สามารถใช้ประเมิณได้ในผู้ที่เป็นนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังเป็นประจำ หรือผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก
เช่น หากเรามีส่วนสูง 160 เซนติเมตร(1.6) น้ำหนัก 70 กิโลกรัม เราจะมีดัชนีมวลการ = 70÷1.6÷1.6 = 27 kg แสดงว่าเราอยู่ในภาวะอ้วน ระดับที่ 1
น้ำหนักเกินแล้วยังไงล่ะ ?
ถ้าในองค์กรหรือบริษัทมีผลตรวจสุขภาพน้ำหนักเกินเกณฑ์ ซึ่งส่งผลกระทบสุขภาพพนักงานเองทำให้เกิดความเสี่ยงภาวะน้ำหนักและโรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อไม่เรื้อรัง หรือ NCDs (non-communicable diseases) เพิ่มมากขึ้น แล้วโรคติดต่อไม่เรื้อรังคือโรคอะไร ?
โรคติดต่อไม่เรื้อรัง คือโรคที่เราต่างรู้จักกันดีหรือโรคที่เราได้ยินกันบ่อยครั้ง นั่นก็คือ
-โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
-ไขมันในเลือดสูง
-โรคหัวใจ
-โรคหลอดเลือดสมอง
-โรคไต
-หยุดหายใจขณะนอนหลับ
-โรคมะเร็ง
น้ำหนักเกินเกณฑ์เป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น หากมีภาวะน้ำหนักเกิน/อ้วน จะมีความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับเพิ่มมากขึ้น และเมื่อเกิดภาวะดังกล่าวจะทำให้พนักงานรู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือหากจะต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเนื่องจากโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันหรือไขมันในสูง แน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาในการรอคอยนาน ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของพนักงานในองค์กรของเราได้
มีกิจกรรมอะไรบ้างที่ช่วยพนักงาน
ทั้งนี้หากเราสามารถทำให้พนักงานในองค์กรมีน้ำหนักตัวที่อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ความเสี่ยงเหล่านี้ก็จะลดลง ซึ่งการจัดกิจกรรมให้พนักงานในองค์กรมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญของภาวะดังกล่าวจึงส่งผลดีทั้งในด้ายรายบุคคลและองค์กร ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่จัดรูปแบบง่าย ๆ หรือจัดโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น

– การปรับเมนูอาหารว่าง บางบริษัทมีมุมพักเบรค จัดอาหาร และเครื่องดื่มไว้ให้พนักงาน แนะนำให้เลือกเป็นขนมที่ไขมันต่ำ โซเดียมต่ำ หรือผลไม้ สำหรับในส่วนเครื่องดื่มมีสารให้ความหวาน หรือนมพร่องไขมัน สำหรับใส่ในกาแฟ หรือชา หรือจัดเครื่องดื่มโซดา/น้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาล ไว้เป็นทางเลือกสุขภาพให้แก่พนักงาน และที่ขาดไม่ได้คือน้ำเปล่าทุกบริษัทควรสนับสนุนตู้น้ำหรือน้ำที่ผ่านมาตราฐานระบบ ROให้พนักงานนำขวดหรือแก้วส่วนตัวใส่น้ำแล้วดื่มขั้นต่ำวันละ1-2 ลิตร
อ่านเพิ่มเติม เรื่องการจัด health snack bar
– การเพิ่มพื้นที่ในการออกกำลังกาย ให้พนักงานได้ขยับตัว จัดห้องฟิตเนสที่มีเครื่องออกกำลังกายอย่างง่าย เช่น ลู่วิ่ง เครื่องปั่นจักรยาน หรือจัดหาคลาสออกกำลังกายมาให้ ไม่ว่าจะเป็นแอโรบิค โยคะ หรือพิลาทิส
– การจัดกิจกรรม Workshop ด้านโภชนาการ หรือออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทำให้พนักงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ การจัดกิจกรรมแบบนี้เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานเป็นจำนวนมาก หรือพนักงานสาย operation ที่ทำให้ทุกคนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม และใช้เวลาไม่มาก
อ่านเพิ่มเติมเรื่อง จัด workshop อย่างไรให้โดนใจ
– การจัดแข่งขันลดน้ำหนัก มีการให้รางวัลกับผู้ที่ลดน้ำหนักได้ สร้างแรงจูงใจให้พนักงานเริ่มดูแลตัวเอง หรือจัดกิจกรรมโดย SAKID application ที่มีภารกิจสุขภาพให้สนุกเหมือนเกม, แบ่งกลุ่มการแข่งขันได้ รวมทั้งยังมีโค้ชให้คำแนะนำในการลดน้ำหนักเสมือนมี Trainer ตลอดโครงการ ทำให้ลดน้ำหนักได้แบบเห็นผลจริง และสร้าง team building อีกด้วย
– การได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกำหนดอาหาร ผู้ดูแลเรื่องการกิน หรือนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้ดูแลการออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยวางแผนโปรแกรมการลดน้ำหนักให้เหมาะกับรายบุคคล โดยที่องค์กรสามารถสนับสนุน โดยจัดเป็นสวัสดิการให้พนักงานได้
– การปรับโรงอาหารสุขภาพ อย่างที่ทราบว่าโรงอาหารเป็นสถานที่พนักงานใช้ชีวิตในการทานอาหารกัน บางคนอาจถึง 2 ใน 3 ของชีวิตประจำวัน ดังนั้นถึงแม้พนักงานจะตระหนักในการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพเพียงใด แต่ถ้าไม่มีเมนูอาหารให้เลือกทาน ก็ยากจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งหากองค์กรได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมในการดูแลสุขภาพ ก็จะทำให้การปฏิบัติง่ายขึ้น สามารถเริ่มออกแบบโรงอาหารสุขภาพแบบง่าย ๆ
อ่านได้ที่บทความ Healthy Green Canteen โรงอาหารปลอดภัย
– การจัดกิจกรรม “กีฬาสี” ให้พนักงานได้มีโอกาสออกกำลังกายกัน และยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทีมด้วย
จะเห็นได้ว่าแค่ปัญหาแค่เรื่องภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนสามารถนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาได้ และเมื่อพนักงานในองค์กรของเรามีภาวะน้ำหนักเกินมากขึ้น ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคก็สูงขึ้นตามมาด้วย ซึ่งปัญหาเล็กๆเหล่านี้อาจจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง โฟกัสกับงานได้ลดลง โดยเป็นผลมาจากสภาพร่างกายและจิตใจของพนักงานที่แย่ลง ดังนั้นการมีสุขภาพที่ดีย่อมส่งดีต่อพนักงานและองค์กร แล้วหากอยากเริ่มจัดกิจกรรมสุขภาพ สามารถเริ่มต้นได้ที่ SAKID ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ หรือจะช่วยให้ออกแบบกิจกรรมที่เหมาะกับองค์กรก็ได้เช่นกัน
บทความที่น่าสนใจ
Workshop การเงิน มีเงินเก็บยันเกษียณ
เริ่มต้นดูแลสุขภาพการเงินให้กับพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องการเงิน ทั้งเรื่องภาษี การแบ่งเงินเก็บออม การลงทุน การซื้อประกันให้เหมาะสมกับตัวเอง และการวางแผนเกษียณอย่างมีคุณภาพ กับนักการเงินผู้ที่มีประสบการณ์ ที่อยากให้คุณวางแผนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง
บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน
Positive thinking ในการทำงาน เคล็ดลับคิดบวกเพื่อจัดการความเครียด
“Positive thinking” หรือการมี ทัศนคติเชิงบวก หมายถึงการมองเห็นโอกาสท่ามกลางปัญหา และเชื่อว่าสามารถหาทางออกได้ แม้จะอยู่ในสถานการณ์กดดัน การปลูกฝังการคิดบวกในที่ทำงานไม่เพียงช่วยให้พนักงานรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและการทำงานร่วมกัน
เริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน ทำอะไรได้บ้าง ฉบับงบน้อย
ท่ามกลางภารกิจอันล้นหลาม หลายครั้งที่ “เหนื่อย เครียด หมดไฟ” กลายเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพกายใจที่ถูกมองข้าม บทความนี้เราจะสำรวจ 10 กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ใช้งานได้จริงและไม่แพง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นและปลุกพลังให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

WORKSHOP คลาสโยคะ
กิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ”
ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 – 21 กันยายน 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ ” กันทุกสัปดาห์เป็นสวัสดิการที่เสริมสร้างร่างกายให้แข้งแรง โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาเป็นครูสอนโยคะที่จะพาพนักงานบริษัท ROCHE มายืดเหยียดร่างกายให้ผ่อนคลายเมื่อยจากการนั่งทำงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นอีกด้วย

HR tech Thailand 2022
กิจกรรมออกบูธ HR tech Thailand 2022
วันที่ 19-20 ตุลาคม 2565 SAKID ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพลิเคชั่น “สะกิด” ในงาน HR Tech เพื่อแนะนำให้รู้จักกับแอพว่าใช้ออกแบบกิจกรรมสุขภาพอย่างไร และเปิดให้ทดลองใช้ ฟรี 7 วัน เพื่อให้คนในองค์กรสามารถเล่นภารกิจสุขภาพดีได้ โดยมีโค้ชนักกำหนดอาหารคอยให้คำปรึกษาในแอพสะกิดตลอด 7วัน