
“แพคเกจตรวจสุขภาพ” เลือกอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด
- 19/12/22
ในวันที่เกิดอาการป่วย หรือรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว สิ่งหนึ่งที่ส่งผลกระทบแบบเห็นผลทันทีก็คือการทำงานที่ทำได้น้อยลง ประสิทธิภาพลดลง และอาจส่งผลต่อทีมที่ทำงานด้วยกัน หรือแม้แต่ระดับภาพใหญ่อย่างองค์กร
แม้ว่าความป่วยไข้จะเป็นสิ่งที่คนในองค์กรไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่อย่างน้อยการป้องกันหรือลดความเสี่ยงก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไป เพื่อให้คนในองค์กรได้มีสุขภาพที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และส่งต่อให้เกิดงานที่มีประสิทธิภาพต่อองค์กร
หนึ่งในสวัสดิการที่องค์กรควรมอบให้แก่พนักงานจึงเป็นเรื่องของการตรวจสุขภาพประจำปี หรือการมอบแพคเกจตรวจสุขภาพให้กับพนักงาน เพื่อให้คนในองค์กรได้เช็กสุขภาพของตนอยู่เสมอ
ปัจจุบันมีแพคเกจตรวจสุขภาพมากมาย แต่เราจะเลือกอย่างไรให้เหมาะสม ชวนไปดูผ่านบทความนี้กัน

แพคเกจตรวจสุขภาพคืออะไร
สิ่งที่คนไทยมักไม่ค่อยเห็นความสำคัญคือการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะมักมีความรู้สึกว่าหากร่างกายยังแข็งแรง ก็แปลว่าสุขภาพดี ไม่ได้มีโรคร้ายแรงอะไร แต่จริงๆ การตรวจสุขภาพนั้นเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลร่างกายไม่ให้ป่วยไข้หนักไปกว่าเดิม เพราะบางโรค หรือบางอาการอาจไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนจนกว่าจะเกิดอาการสาหัสซึ่งจะแก้ไขได้ยาก
ปัจจุบันจึงมีสถานพยาบาลหลากหลายแห่งเลือกออกแพคเกจตรวจสุขภาพ ซึ่งมีรายการตรวจสุขภาพที่คนทั่วไปควรตรวจเพื่อเช็กการทำงานของร่างกายขั้นพื้นฐาน แพคเกจเหล่านี้เป็นที่เห็นต้องกันว่าเป็นเรื่องพื้นฐานที่บุคคลทั่วไปควรตรวจทุกปีเพื่อเช็กร่างกาย
ทำไมเราควรตรวจสุขภาพประจำปี
เพราะในหนึ่งปีมีการเปลี่ยนแปลงมากมายกับร่างกายของคนเรา การตรวจสุขภาพประจำปีตามคำแนะนำของแพทย์หรือตามแพคเกจตรวจสุขภาพจึงควรทำปีละครั้ง เพราะมีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้ร่างกายของเราเสื่อมโทรมลง ไม่ว่าจะอายุ มลภาวะทางอากาศ เช่น PM 2.5 หรือควันจากท่อไอเสีย การไม่ได้ออกกำลังกาย การทานอาหารที่ไม่ถูกหลักตามโภชนาการ ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้สุขภาพเจ็บป่วยได้
การตรวจสุขภาพประจำปีจะทำให้หมอสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ก่อนที่โรคร้ายจะลุกลามใหญ่โตจนสายเกินรักษา
แพคเกจตรวจสุขภาพเบื้องต้นประกอบด้วยอะไรบ้าง
โดยทั่วไปแพคเกจตรวจสุขภาพจะเป็นการตรวจร่างกายพื้นฐาน ซึ่งอาจทำให้ค้นพบโรคยอดฮิตได้ล่วงหน้า เช่น เบาหวาน ความดัน โรคไต โรคตับ หรือโลหิตจาง
โดยจะมีการตรวจพื้นฐาน 4 ขั้นตอน ได้แก่
1. การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อตรวจโรคโลหิตจางหรือธาลัสซีเมีย
2. การตรวจระดับน้ำตาล (FPG) เพื่อดูความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน
3. การตรวจระดับไขมันในเลือด เพื่อตรวจหาคอเรสเตอรอล และ ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดว่ามีเยอะเกินไปหรือไม่
4. การตรวจการทำงานของไต หรือตรวจหาครีเอตินีน (Creatinine) เพื่อวัดระดับการทำงานของไตว่าสามารถกำจัดของเสียได้เป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม บางแพคเกจตรวจสุขภาพ หรือบางสถานพยาบาลก็จะมีการตรวจขั้นตอนอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ตรวจมะเร็งปากมดลูก ตรวจต่อมลูกหมาก

แพคเกจตรวจสุขภาพจำเป็นแค่ไหน ทำไมต้องตรวจหลายรายการ
หลายครั้งเราอาจสงสัยกับรายการแพคเกจตรวจสุขภาพที่ยาวเหยียด และไม่แน่ใจว่ารายการเหล่านั้นจำเป็นแค่ไหน
โดยทั่วไป การตรวจสุขภาพประจำปีมักจะเริ่มต้นด้วยการตรวจเลือด ตรวจระดับน้ำตาล ตรวจระดับไขมัน และตรวจการทำงานของไต บางครั้งอาจมีการเพิ่มเติมการตรวจการทำงานของปอดผ่านการเอกซเรย์ แต่ในรายการอื่นๆ นอกเหนือจากนี้มักจะขึ้นอยู่กับผู้เลือกซื้อแพคเกจตรวจสุขภาพ ที่มีหลากหลายปัจจัย หรือตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ซึ่งหากใช้โปรแกรมช่วยวิเคราะห์ ประเมินสุขภาพ อย่าง SAKID ก็จะช่วยให้สามารถเลือกแพคเกจตรวจสุขภาพ ได้ตรงจุดยิ่งขึ้น
เลือกแพคเกจตรวจสุขภาพยังไงดี?
– อายุ
ในแต่ละช่วงอายุจะมีความเสี่ยงของโรคแตกต่างกัน ช่วงอายุ 18 – 35 ปี อาจเป็นการตรวจสุขภาพพื้นฐานทั่วไป เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายยังสามารถซ่อมแซมหรือฟื้นฟูตัวเองได้ง่าย ช่วงอายุ 35 – 60 ปี อาจเป็นการตรวจสุขภาพที่เจาะลึกลงไปมากขึ้น เพราะอาจเกิดความเสื่อมของร่างกาย โดยมักจะตรวจหาโรคหัวใจ มะเร็ง เพิ่มเติม ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีการตรวจร่างกายที่ละเอียดที่สุด เพราะเป็นช่วงที่สามารถเกิดโรคได้ง่ายด้วยความเสื่อมถอยของร่างกาย และหากเกิดโรคขึ้นอาจส่งผลร้ายแรง จึงต้องได้รับการรักษาให้ทันถ่วงที (ดูแบบละเอียดได้ที่นี่ : คลิก)
– เพศ
ร่างกายของแต่ละเพศสภาพจะมีความแตกต่างและก่อให้เกิดโรคคนละรูปแบบ โดยผู้หญิงอาจต้องตรวจตรวจเต้านม ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจความหนาแน่นของกระดูก ในส่วนของผู้ชายจะมีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของต่อมลูกหมาก ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย และตรวจระบบการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ
– ประวัติอาการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว
สำหรับบางครอบครัวอาจมีโรคพันธุกรรมที่ถ่ายทอดกันมา จึงมักมีการซักถามประวัติอาการเจ็บป่วยของคนในครอบครัวเพื่อเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
– พฤติกรรมและอาชีพ
พฤติกรรมและอาชีพเองก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่นคนขับวินมอเตอร์ไซค์ คนกวาดขยะ อาจได้รับมลภาวะทางอากาศจึงมีโอกาสเกิดมะเร็งได้มากกว่าคนทั่วไป
– ความคุ้มค่าของโปรแกรม
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกโปรแกรมให้เหมาะสมกับแต่ละคน โดยสังเกตผ่านปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้น และเปรียบเทียบโปรแกรมในแต่ละสถานพยาบาลเพื่อให้ได้แพคเกจตรวจสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด
5 แพคเกจตรวจสุขภาพที่ได้รับคำแนะนำ
มีแพคเกจตรวจสุขภาพหลากหลายแพคเกจให้เลือกตามความเหมาะสม มีโปรแกรมครอบคลุมทุกช่วงวัยและทุกเพศ
แพคเกจแนะนำ : แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Regular Program : ราคา 6,330
– ตรวจร่างกายทั่วไป
– การตรวจเลือด
– ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
– ตรวจน้ำตาลในเลือด
– ตรวจไขมันในเลือด
+ ตรวจระดับโคเลสเตอรอล /ไตรกลีเซอไรด์ /ไขมันความหนาแน่นสูง (HDL)
+ ตรวจอัตราส่วนโคเลสเตอรอลกับไขมันความหนาแน่นสูง (HDL)
+ ตรวจระดับไขมันความหนาแน่นต่ำ (LDL)
– ตรวจโรคเก๊าท์ (กรดยูริค)
– ตรวจการทำงานของไต
+ Creatinine
– ตรวจการทำงานของตับ
+ SGOT (AST) and SGPT (ALT)
– ตรวจปัสสาวะ
– ตรวจอุจจาระเพื่อหาพยาธิและความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
– ตรวจเอกซเรย์ปอด
มีแพคเกจตรวจสุขภาพแบบละเอียดในราคาที่เข้าถึงได้ และมีแพคเกจตรวจสุขภาพที่แบ่งตามเพศได้
แพคเกจแนะนำ : Basic Check-up : 3,300 THB
– ตรวจร่างกายทั่วไป
– การตรวจเลือด
+ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
+ ตรวจน้ำตาลในเลือด
– ตรวจไขมันในเลือด
+ ตรวจระดับโคเลสเตอรอล /ไตรกลีเซอไรด์
+ ตรวจระดับไขมันชนิดดีในเลือด (HDL)
+ ตรวจระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด (LDL)
– ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
– ตรวจการทำงานของไต
+ Creatinine
+ eGFR
– ตรวจการทำงานของตับ
+ SGOT (AST)
+ SGPT (ALT)
– ตรวจปัสสาวะ
– ตรวจเอกซเรย์ปอด
– คูปองอาหาร 1 มื้อ
– ค่าบริการโรงพยาบาล
มีแพคเกจตรวจสุขภาพที่เลือกให้เหมาะสมได้ทั้งเพศและช่วงวัย ครอบคลุมในหลากหลายรูปแบบในราคาไม่แพง
แพคเกจแนะนำ : โปรแกรมตรวจสุขภาพผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี : 3,700
– การตรวจเลือด
+ ความสมบูรณ์เม็ดเลือด (CBC)
+ ตรวจหากรุ๊ปเลือด (BLOOD GROUP)
+ ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS)
+ ระดับไขมัน (CHOLESTEROL)
+ ระดับไขมัน (TRIGLYCERIDE)
+ การทำงานของตับ (SGPT)
+ การทำงานของไต (CREATININE)
+ ตรวจไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg, Anti-HBc, Anti-HBs)
– ตรวจปัสสาวะอย่างสมบูรณ์ (URINE EXAM)
– เอกซเรย์ปอด (CXR)
– วิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายดูความสมดุลของสัดส่วนกล้ามเนื้อ ไขมัน และองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายในการออกกำลังกายและฟื้นฟูองค์ประกอบร่างกายอย่างเหมาะสม
– วางแผนโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล
– วัดสัญญาณชีพ เพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต วัดปริมาณออกซิเจนในเลือดและติดอุปกรณ์วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจขณะพัก ว่าเต้นผิดปกติหรือไม่
– ออกกำลังกาย ตามโปรแกรมที่ผู้เชี่ยวชาญจัดให้
– ติดตามการทำงานของคลื่นหัวใจแบบ Real-Time ในขณะออกกำลังตามโปรแกรมฟื้นฟู ด้วยระบบ Telemetry Cardiac Rehab Management System เพื่อให้ได้ทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการออกกำลัง ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยผู้เชี่ยวชาญ
– ติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะออกกำลังกาย เพื่อนำมาวางแผนและปรับโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล
มีแพคเกจตรวจสุขภาพที่หลากหลาย เลือกได้ตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อดูแลร่างกายอย่างตรงจุด
แพคเกจแนะนำ : ALL YOU CAN CHECK 26 รายการ : 6,990 บาท
– ตรวจร่างกายทั่วไป
– การตรวจเลือด
+ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
+ ตรวจน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar)
– ตรวจไขมันในเลือด
+ ตรวจระดับโคเลสเตอรอล /ไตรกลีเซอไรด์
+ ตรวจระดับไขมันชนิดดีในเลือด (HDL)
+ ตรวจระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด (LDL)
– ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
– ตรวจการทำงานของไต
+ Creatinine
+ B.U.N
– ตรวจการทำงานของตับ
+ SGOT (AST)
+ SGPT (ALT)
– ตรวจปัสสาวะ
– ตรวจหากรดยูริคในเลือด
– ตรวจเอกซเรย์ปอด
– ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี (HBs Ag) และตรวจหาภูมิไวรัสตับอักเสบ บี (Anti HBs)
– ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ (Alpha-Fetoprotine)
– ตรวจหามะเร็งลำไส้ (CEA)
– ตรวจหาเชื้อ H.Pylori ในกระเพาะอาหาร (H.Pylori)
– ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง 1 ส่วน
5. โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
มีแพคเกจตรวจสุขภาพตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงการแพคเกจตรวจหาภูมิแพ้และมะเร็งปอด
แพคเกจแนะนำ : ตรวจสุขภาพแบบพื้นฐาน อายุน้อยกว่า 40 ปี : 3,500 บาท
– ตรวจร่างกายทั่วไป
– เอกซเรย์ปอด
– การตรวจเลือด
+ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
+ ตรวจน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar)
– ตรวจไขมันในเลือด
+ ตรวจระดับโคเลสเตอรอล /ไตรกลีเซอไรด์
+ ตรวจระดับไขมันชนิดดีในเลือด (HDL)
+ ตรวจระดับไขมันชนิดไม่ดีในเลือด (LDL)
– ตรวจปัสสาวะ
– ตรวจการทำงานของไต
+ Creatinine
– ตรวจการทำงานของตับ
+ SGOT (AST)
+ SGPT (ALT)
– คูปองอาหาร
– สมุดรายงานผลตรวจสุขภาพ

แพคเกจดูแลสุขภาพสำหรับคนทำงานโดยเฉพาะ
ปัจจุบันแพคเกจตรวจสุขภาพเป็นสวัสดิการที่องค์กรควรมอบให้พนักงาน เพราะถือเป็นการดูแลและใส่ใจคนทำงาน ทำให้เขาได้มีสุขภาพที่ดี ช่วยทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานไปพร้อมกัน ซึ่งสมัยก่อนอาจเป็นเรื่องยุ่งยากในการดูแลพนักงานอย่างทั่วถึง แต่ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่พร้อมเป็นผู้ช่วย เช่น SAKID
SAKID คือแอปพลิเคชันที่ส่งเสริมสุขภาพของคนในองค์กร โดยใช้ทฤษฎี Gamification, Cognitive Behavioral Therapy และ Nudge Theory เพื่อให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ไม่ว่าจะลดน้ำหนัก กินผักมากขึ้น เพิ่มการเดินหรือแข่งวิ่งภายในบริษัท โดยมีฟังก์ชั่นหลากหลาย ตั้งแต่การทำภารกิจสุขภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพรายบุคคล การทำปฏิทินความสุข การโค้ชชิ่งส่วนตัว ซึ่งจะส่งเสริมให้คนทำงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น หรือแม้แต่การติดตามสุขภาพที่ส่งต่อไปสู่การเลือกแพคเกจตรวจสุขภาพอย่างตรงจุด
โดย SAKID มีเครื่องมือที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ (Health & Happiness Tool) ที่โดดเด่น ได้แก่ รายงานผลสุขภาพดิจิทัลรายบุคคลและเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพ ผ่านมือถืออัตโนมัติ

เครื่องมือนี้จะมีการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและสามารถรายงานผลสุขภาพรายบุคคลได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถเชื่อมกับโรงพยาบาลได้โดยตรง ทำให้สามารถติดตามปัญหาสุขภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อข้อมูลกิจกรรมเพื่อวิเคราะห์สุขภาพจากโทรศัพท์ ผ่าน Apple Health หรือ Google Fit ได้อัตโนมัติ ซึ่งนำไปสู่การบูรณาการในการให้คำปรึกษาจากผลการตรวจสุขภาพและ ออกแบบแพคเกจตรวจสุขภาพจากผลเลือดได้อย่างตรงจุด และเหมาะสมกับพนักงานรายบุคคล
SAKID จึงเป็นอีกแอปพลิเคชันที่จะช่วยให้คนในองค์กรได้เข้าถึงสวัสดิการด้านสุขภาพอย่างตรงจุด เลือกแพคเกจตรวจสุขภาพได้อย่างเหมาะสมจากการวิเคระาห์ข้อมูลและการโค้ชชิ่งรายบุคคล และยังช่วยลดภาระของ HR ในการจัดการเรื่องสุขภาพของพนักงาน นำไปสู่ศักยภาพขององค์กรที่จะเติบโตได้อีกไกล
สรุป
เพราะแพคเกจตรวจสุขภาพมีอยู่มากมายให้เราได้เลือกสรร การเลือกแพคเกจตรวจสุขภาพที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายเราเสื่อมโทรมโดยไม่ทันตั้งตัว เพราะเรามีเพียงร่างกายเดียว การดูแลรักษากายและใจให้ดี ก็จะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
ไปไกลกว่านั้น แพคเกจตรวจสุขภาพควรเป็นสวัสดิการในการทำงาน เพราะพนักงานต่างทุ่มเทการทำงานให้กับองค์กร การดูแลใส่ใจสุขภาพของพนักงาน จะช่วยเสริมให้พนักงานเห็นความสำคัญขององค์กร และอยากพัฒนาองค์กรให้เติบโตไปพร้อมกัน
แน่นอนว่าการดูแลพนักงานทั้งหมดอาจเป็นการจัดการที่ยาก แต่ทว่าปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีมากมายที่เข้ามาช่วยให้การจัดการง่ายขึ้น โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพพนักงานรายบุคคลอย่าง SAKID แอปพลิเคชันส่งเสริมสุขภาพในองค์กรที่พร้อมดูแลในทุกมิติทั้งกายและใจ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลพนักงาน วิเคราะห์สุขภาพ และนำข้อมูลไปเลือกแพคเกจตรวจสุขภาพได้อย่างตรงจุด
บทความที่น่าสนใจ

WORKSHOP แยกไม่ยาก
กิจกรรม “จัดสวนขวด Terrarium”
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “จัดสวนขวด Terrarium” ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย Green Terra Station ภายในงานผู้เข้าร่วมได้จัดสวนขวดด้วยตนเอง ได้ทั้งความสนุก และความผ่อนคลาย พร้อมทั้งรับสวนขวดตามแบบฉบับของตนเองกลับไปอีกด้วย

จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ
การนั่งประชุมต่อเนื่องเป็นเวลานานถือเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง ส่งเสริมให้เกิดโรค NCDs การสร้างวัฒนธรรมการประชุมที่มีองค์ประกอบการประชุมที่่ส่งเสริมสุขภาพย่อมมีส่วนส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพในสถานที่ทำงาน ช่วยให้คนวัยทำงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์การประชุมที่มีประสิทธิภาพ

Workshop How to understand burnout
กิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด”
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 Sakid ได้จัดกิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด” ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมคและการไฟฟ้านครหลวง โดยวิทยากรนักจิตวิทยาองค์กร ครูรักอมยิ้ม คุณอานนท์ ตั้งกิตติทรัพย์ ภายในงานผู้เข้าร่วมได้รับเทคนิคการจัดการความเครียด และการบริหารการทำงานให้มี Work-life balance

สร้างสวัสดิการให้กับพนักงานยังไงให้ครอบคลุมด้านสุขภาพ
สวัสดิการบริษัท ไม่ได้หมายถึงเพียงโบนัสหรือวันลาพักร้อนอีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมไปถึง สุขภาพกายและใจของพนักงาน เพราะสุขภาพคือรากฐานของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ หากองค์กรมีการดูแลพนักงานตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะ จะช่วยให้พนักงาน ทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกผูกพัน และลดโอกาสลาออก ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข (2022) ระบุว่า การลงทุนใน สวัสดิการพนักงาน ด้านสุขภาพเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย

[เคล็ดลับ] สร้าง Smart Office ที่ดีเพื่อองค์กรของคุณ
ในยุคหลังโควิด เกิดการปรับตัวขององค์กรมากมาย หนึ่งในนั้นคือการปรับเปลี่ยนองค์กรให้เป็น Smart Office ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คนทำงานมากขึ้น แนะนำเคล็ดลับ
Carbon Credit Claim การเคลมเครดิตคาร์บอน สำหรับองค์กร
การเคลมเครดิตคาร์บอน (Carbon Credit Claim) คือ กระบวนการที่ผู้ประกอบการหรือองค์กรต่าง ๆ ทำเพื่อขอรับเครดิตคาร์บอนจากกิจกรรมหรือโครงการที่มีผลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือสารเคมีเกี่ยวข้องอื่น ๆ จากสภาพแวดล้อม เพื่อขายเครดิตให้กับผู้อื่นที่ต้องการใช้เครดิตคาร์บอนเหล่านั้นเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง หรือเพื่อการธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ