
แบบประเมินความเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศ
- 28/09/25
ความเครียดกลายเป็น “โรคเงียบ” ของคนทำงานออฟฟิศ การมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบและติดตามภาวะความเครียดของพนักงานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความเครียดไม่ได้เพียงทำลายสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน การขาดงาน และอัตราการลาออก
สำหรับ HR แบบประเมินความเครียดไม่ใช่แค่แบบสอบถามธรรมดา แต่เป็น “เครื่องมือข้อมูลเชิงลึก” ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมสุขภาพใจของพนักงาน และใช้วางแผนเชิงกลยุทธ์ด้าน การจัดการความเครียด และ Wellness Program ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แบบประเมินความเครียดคืออะไร
แบบประเมินความเครียด คือชุดคำถามที่ออกแบบมาเพื่อวัดระดับความเครียด ทั้งในเชิง ร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบ Self-Assessment ที่พนักงานตอบด้วยตัวเอง
แบบประเมินความเครียดมาตรฐานที่นิยมใช้
• แบบสอบถาม DASS-21 (Depression Anxiety Stress Scales): ใช้ประเมินภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียด
• แบบสอบถาม ST-5 (แบบวัดความเครียด 5 ข้อ): เหมาะสำหรับองค์กรในไทย ใช้ง่ายและรวดเร็ว
• แบบสอบถาม PSS (Perceived Stress Scale): วัดการรับรู้ความเครียดในชีวิตประจำวัน
เกณฑ์การประเมินผล
สามารถใช้ผลการประเมินเพื่อ
• ระบุพนักงานที่อยู่ในภาวะเสี่ยง Burnout
• ประเมินแนวโน้มสุขภาพจิตของทีม
• วางแผนโครงการส่งเสริมสุขภาพใจ (เช่น Workshop, EAP)
• ใช้เป็นดัชนีวัดความสำเร็จของสวัสดิการสุขภาพ
ST-5 แบบประเมินความเครียด (5 ข้อ)
ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีอาการต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน เลือกคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุด (0=ไม่เลย, 1=เล็กน้อย, 2=ค่อนข้างมาก, 3=มากที่สุด)
ผลการประเมิน
—
ข้อมูลของคุณเป็นแบบไม่ระบุตัวตน ใช้เพื่อการประเมินตนเองเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากได้คะแนนสูง (≥10) หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง
คำแนะนำทั่วไป: พักผ่อนให้พอ ออกกำลังกายเบา ๆ หายใจลึก 4-7-8 งดคาเฟอีนช่วงบ่าย สื่อสารกับหัวหน้างานเรื่องภาระงาน และใช้ EAP/ปรึกษานักจิตวิทยาเมื่อจำเป็น
ประโยชน์ของแบบประเมินความเครียดต่อ HR และองค์กร
1.เข้าใจพนักงานเชิงลึก → เห็นปัญหาที่อาจไม่ถูกพูดออกมา เช่น ความเหนื่อยล้า ความกังวลใจ
2.ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต → ตรวจพบปัญหาก่อนลุกลามเป็นโรคซึมเศร้าหรือ Burnout
3.เชื่อมโยงกับ HR Analytics → ใช้ข้อมูลวางแผนกลยุทธ์บุคลากร เช่น การจัด Workload หรือนโยบาย Hybrid Work
4.สร้าง Employer Branding → แสดงให้องค์กรเป็น “ที่ทำงานที่ใส่ใจสุขภาพพนักงาน”
ขั้นตอนการนำแบบประเมินความเครียดมาใช้จริง
1. การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและความลับ
• แจ้งพนักงานชัดเจนว่า ข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ
• ใช้แบบประเมินออนไลน์ที่ไม่ระบุชื่อ เพื่อให้พนักงานตอบอย่างตรงไปตรงมา
2. การเก็บผลและเชื่อมโยงกับนโยบาย HR
• วิเคราะห์ผลรวมระดับองค์กร เพื่อตัดสินใจเชิงนโยบาย
• หากพบพนักงานกลุ่มเสี่ยง → HR สามารถแนะนำให้เข้าร่วม โปรแกรม EAP (Employee Assistance Program) หรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

แนวทางจัดการความเครียดหลังการประเมิน
HR กับการสร้าง Employee Assistance Program (EAP)
EAP คือ โปรแกรมช่วยเหลือพนักงานด้านสุขภาพจิตที่หลายองค์กรชั้นนำใช้ ช่วยให้พนักงานเข้าถึงนักจิตวิทยาอย่างเป็นความลับ และลดภาระงาน HR
👉 อ่านเพิ่มเติม: EAP คืออะไร
การเสริมกิจกรรม Wellness และ Workshop
องค์กรสามารถต่อยอดจากผลประเมินด้วยการจัด Workshop จัดการความเครียด เช่น
• เวิร์กช็อป “Mindfulness ในที่ทำงาน”
• Self-reflection คลายความตึงเครียดในออฟฟิศ
• การจัดการ Burnout
👉 สนใจจัด Workshop ดูเพิ่มเติมที่ SAKID Workshop

Checklist สำหรับ HR การใช้แบบประเมินความเครียดให้ได้ผล
✅ เลือกแบบประเมินที่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร
✅ กำหนดรอบการทำแบบสอบถาม เช่น ทุกไตรมาส
✅ สร้างระบบเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยและเป็นความลับ
✅ ใช้ผลวิเคราะห์เชื่อมโยงกับนโยบาย HR
✅ มีมาตรการติดตามผล (Follow-up) เช่น EAP, Coaching
การใช้ แบบประเมินความเครียด ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่คือก้าวแรกสู่ การดูแลสุขภาพใจพนักงานอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ HR และผู้บริหารเข้าใจทีมงานมากขึ้น ลดความเสี่ยง Burnout และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพจิต เริ่มต้นวันนี้ ด้วยการนำ แบบประเมินความเครียด มาปรับใช้ในองค์กร แล้วต่อยอดด้วย Workshop และ Wellness Program เพื่อสร้างพนักงานที่สุขภาพใจแข็งแรง และองค์กรที่ยั่งยืน
แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้
แหล่งอ้างอิง
Ministry of Public Health. (2021). แนวทางการประเมินและจัดการความเครียดในที่ทำงาน. กรมสุขภาพจิต.
WHO. (2020). Mental health in the workplace. World Health Organization.
American Psychological Association. (2019). Stress in America survey.
บทความที่น่าสนใจ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตเพลินจิต
บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตเขตเพลินจิต
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตเพลินจิต ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน
Snack Bar จัดอย่างไรให้พนักงานสุขภาพดี
Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง
CSR กับ SAKID พนักงานได้ออกกำลังกายและช่วยเหลือสังคมได้ด้วย
การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้กับพนักงานโดยการนำ CSR มารวมกันด้วย เป็นหนึ่งในไอเดียในการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงานในบริษัทและยังมีกิจกรรมในการทำสิ่งที่มีประโยชน์คืนสู่สังคมอีกด้วย เป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์เป็นอย่างมากนอกจากสุขภาพพนักงานดีขึ้นด้วยกิจกรรมส่งเสริม Productivity และยังมีกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม

WORKSHOP ONLINE Supermarket tour กับ นักกำหนดอาหาร
กิจกรรม “Supermarket Tour”
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop “Supermarket Tour” ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย นักกำหนดอาหารได้ให้ทิคการอ่านฉลากแบบง่าย การเลือกซื้อวัตถุดิบ และอาหารสด จากตลาด ร้านค้าทั่วไป และ ร้านสะดวกซื้อ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด
บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก

วิธีการคิดเชิงบวก Positive Thinking ในที่ทำงาน
การคิดในเชิงบวกการทำงานกับคนหลากหลายในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยความท้าทายและแรงกดดัน แนวคิดเชิงบวกเป็นที่สำคัญสำหรับอารมณ์และจิตใจที่ช่วยให้เรารับมือกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมองโลกในแง่ดีไม่เพียงแต่ช่วยลดความเครียด แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรอีกด้วย