
ความปลอดภัยในการทำงาน เริ่มต้นจากท่าทางที่ถูกต้อง
- 18/09/25
ความปลอดภัยในการทำงาน (Workplace Safety) เป็นหัวข้อที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่หลายครั้งที่เรามักโฟกัสไปที่ เครื่องจักร อุปกรณ์ป้องกัน หรือกฎระเบียบ จนลืมจุดเล็ก ๆ ที่สำคัญอย่าง “ท่าทางของพนักงาน”
ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานออฟฟิศ การยืนในสายการผลิต หรือการยกของในคลังสินค้า หากทำผิดท่าบ่อย ๆ จะกลายเป็น อุบัติเหตุจากการทำงานผิดท่า เช่น ปวดหลัง เส้นเอ็นอักเสบ ออฟฟิศซินโดรม หรือแม้แต่การหกล้มที่อาจสร้างค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรอย่างมหาศาล
ดังนั้น “ท่าทางที่ถูกต้อง” จึงไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อย แต่คือรากฐานของ ความปลอดภัยในการทำงาน
การทำทงานด้วยท่าทางที่ผิดกับอุบัติเหตุส่งผลอย่างไร
งานวิจัยขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) พบว่า กว่า 30% ของการบาดเจ็บในที่ทำงานเกิดจากท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การก้มหลังยกของหนัก หรือการนั่งนานโดยไม่เปลี่ยนท่า
ผลกระทบของท่าทางผิด ได้แก่
• เจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น ออฟฟิศซินโดรม, ปวดคอ บ่า ไหล่
• อุบัติเหตุเฉียบพลัน เช่น กล้ามเนื้อฉีกขาด, กระดูกเคลื่อน
• ประสิทธิภาพการทำงานลดลง พนักงานเหนื่อยง่าย เคลื่อนไหวช้าลง
• การเสียเงินเพิ่มขึ้น ทั้งค่ารักษา การหยุดงาน และเบี้ยประกัน
หลักการท่าทางการทำงานที่ถูกต้อง (นั่ง / ยืน / ยกของ)
1. การนั่งทำงาน
• เก้าอี้ควรปรับระดับให้เท้าวางบนพื้นได้เต็ม
• หลังพิงชิดพนักเก้าอี้ มีหมอนรองหลังเล็กน้อย
• หน้าจอคอมควรอยู่ระดับสายตา ลดการก้มคอ
• ควรลุกขึ้นยืดเส้นทุก 1 ชั่วโมง
2. การยืนทำงาน
• ยืนให้เท้าห่างกันเล็กน้อยเพื่อกระจายน้ำหนัก
• หลีกเลี่ยงการยืนขาเดียวหรือกอดอกนาน ๆ
• หากต้องยืนบนสายการผลิต ควรมี แผ่นรองยืน (Anti-fatigue mat) เพื่อลดแรงกดที่เข่า
3. การยกของหนัก
• ย่อตัวโดยงอเข่า แทนที่จะก้มหลัง
• ใช้แรงจากกล้ามเนื้อขา ไม่ใช่แค่หลัง
• หากของหนักเกิน 20 กิโล ควรมีผู้ช่วยหรือใช้อุปกรณ์ช่วยยก
• หลีกเลี่ยงการบิดตัวขณะถือของหนัก

วิธีออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานตามหลัก Ergonomic
• โต๊ะทำงาน: สูงพอดี ไม่ทำให้ไหล่ยกหรือก้มตัวเกินไป
• แสงสว่าง: ควรส่องลงมาด้านข้าง ไม่สะท้อนเข้าตา
• พื้นที่เดิน: กว้างพอ ลดการชนหรือสะดุด
• อุปกรณ์ช่วยยก: รถเข็น, รอก, สายพาน เพื่อลดภาระหลังพนักงาน
• พื้นที่พักผ่อน: จัดโซนสำหรับยืดเหยียดหรือพักสายตา
Checklist ลดอาการบาดเจ็บพนักงาน
✅ จัดอบรมท่าทางการทำงานที่ถูกต้องปีละ 1–2 ครั้ง
✅ มีป้ายสัญลักษณ์แนะนำการยกของและการนั่งทำงานติดไว้ในพื้นที่
✅ จัดหาเก้าอี้ที่ปรับได้ตามหลัก Ergonomic
✅ กำหนดเวลาพักยืดเหยียดร่างกายสั้น ๆ (Micro-break)
✅ ตรวจสอบพื้นที่ทำงานให้ปลอดภัยจากการสะดุด/ลื่นล้ม
✅ โปรแกรม Workplace Wellness Program เพื่อติดตามสุขภาพพนักงาน
Case Study โรงงานที่ลดการบาดเจ็บด้วยการอบรมท่าทาง
บริษัทอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในสมุทรปราการพบว่า พนักงานในแผนกคลังสินค้ามี อัตราการบาดเจ็บจากการยกของผิดท่าสูงถึง 25% ต่อปี หลังจากฝ่าย HR จัดอบรม “การยกของอย่างปลอดภัย” พร้อมติดโปสเตอร์แนะนำท่าทางในจุดทำงาน และแจก สายรัดพยุงหลัง (Back Support Belt) อัตราการบาดเจ็บลดลงเหลือเพียง 8% ภายใน 6 เดือน
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การลงทุนเพียงเล็กน้อยใน ความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Preventive Safety) สามารถลดต้นทุนการรักษาและสุขภาพพนักงาน
ความปลอดภัยในการทำงาน เริ่มต้นจากท่าทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง ยืน หรือยกของ หากองค์กรละเลยจุดเล็ก ๆ นี้ อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายใหญ่ทั้งค่ารักษาและเวลาสูญเสีย แต่ถ้าให้ความสำคัญตั้งแต่วันนี้ องค์กรจะได้ทั้ง พนักงานที่แข็งแรง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วนบริษัทไหนที่กำลังมองหา Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร Cooking class ออกกำลังกาย สุขภาพจิตปรึกษาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม Workshopกายภาพออฟฟิศซินโดรม ประเมินการยศาสตร์พนักงาน โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้
แหล่งอ้างอิง
International Labour Organization. (2021). Occupational Safety and Health. Geneva: ILO.
World Health Organization. (2020). Healthy Workplaces: A Model for Action. Geneva: WHO.
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2565). คู่มือความปลอดภัยในการทำงาน. กระทรวงแรงงาน.
บทความที่น่าสนใจ
สัญญาณเตือนพนักงานเสี่ยง คาโรชิซินโดรม โรคเสียชีวิตจากงานหนัก
คาโรชิซินโดรม (Karoshi Syndrome) หรือ โรคเสียชีวิตจากงานหนัก มีจุดเริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เมื่อมีพนักงานเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สัมพันธ์กับการทำงานหนักเกินไป องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “การทำงานเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์” เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองถึง 35% เมื่อเทียบกับผู้ที่ทำงานในชั่วโมงมาตรฐาน

วิธีการคิดเชิงบวก Positive Thinking ในที่ทำงาน
การคิดในเชิงบวกการทำงานกับคนหลากหลายในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยความท้าทายและแรงกดดัน แนวคิดเชิงบวกเป็นที่สำคัญสำหรับอารมณ์และจิตใจที่ช่วยให้เรารับมือกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมองโลกในแง่ดีไม่เพียงแต่ช่วยลดความเครียด แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรอีกด้วย
5 โรคจากการทำงานในโรงงานและวิธีป้องกันสุขภาพพนักงาน
โรงงานเป็นสถานที่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด โรคจากการทำงาน (Occupational Diseases) เนื่องจากพนักงานต้องเผชิญกับเสียงดัง ฝุ่น สารเคมี เครื่องจักร รวมถึงตารางการทำงานที่เข้มข้นและซ้ำซาก หากองค์กรและ HR ไม่ใส่ใจ อาจทำให้พนักงานเจ็บป่วยจนกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และการลาออกที่สูงขึ้น

5 หัวข้อ อบรม พนักงาน ให้ได้ความรู้และทักษะการใช้ชีวิต
การอบรมพนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่ยังหมายถึงการพัฒนา “ทักษะชีวิต” ที่ช่วยให้พนักงานดูแลสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ในที่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อคนในองค์กรมีสุขภาวะที่ดี เขาจะสามารถสร้างผลงานที่ดี มีความยืดหยุ่นในการเผชิญความเปลี่ยนแปลง และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญขององค์กรที่ยั่งยืน

Employee Engagement เทคนิคสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร
การสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร ถือเป็นโจทย์ที่น่าขบคิดอีกหนึ่งอย่างสำหรับ HR และผู้บริหารภายในองค์กร Employee Engagement จึงเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในจุดนี้
ความปลอดภัยในการทำงาน เริ่มต้นจากท่าทางที่ถูกต้อง
ความปลอดภัยในการทำงาน (Workplace Safety) เป็นหัวข้อที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่หลายครั้งที่เรามักโฟกัสไปที่ เครื่องจักร อุปกรณ์ป้องกัน หรือกฎระเบียบ จนลืมจุดเล็ก ๆ ที่สำคัญอย่าง “ท่าทางของพนักงาน”