URL Copied!

ความปลอดภัยในการทำงาน เริ่มต้นจากท่าทางที่ถูกต้อง

       ความปลอดภัยในการทำงาน (Workplace Safety) เป็นหัวข้อที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่หลายครั้งที่เรามักโฟกัสไปที่ เครื่องจักร อุปกรณ์ป้องกัน หรือกฎระเบียบ จนลืมจุดเล็ก ๆ ที่สำคัญอย่าง “ท่าทางของพนักงาน”

 

       ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานออฟฟิศ การยืนในสายการผลิต หรือการยกของในคลังสินค้า หากทำผิดท่าบ่อย ๆ จะกลายเป็น อุบัติเหตุจากการทำงานผิดท่า เช่น ปวดหลัง เส้นเอ็นอักเสบ ออฟฟิศซินโดรม หรือแม้แต่การหกล้มที่อาจสร้างค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรอย่างมหาศาล

 

ดังนั้น “ท่าทางที่ถูกต้อง” จึงไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อย แต่คือรากฐานของ ความปลอดภัยในการทำงาน

การทำทงานด้วยท่าทางที่ผิดกับอุบัติเหตุส่งผลอย่างไร

งานวิจัยขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) พบว่า กว่า 30% ของการบาดเจ็บในที่ทำงานเกิดจากท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การก้มหลังยกของหนัก หรือการนั่งนานโดยไม่เปลี่ยนท่า

ผลกระทบของท่าทางผิด ได้แก่

• เจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น ออฟฟิศซินโดรม, ปวดคอ บ่า ไหล่

• อุบัติเหตุเฉียบพลัน เช่น กล้ามเนื้อฉีกขาด, กระดูกเคลื่อน

• ประสิทธิภาพการทำงานลดลง พนักงานเหนื่อยง่าย เคลื่อนไหวช้าลง

• การเสียเงินเพิ่มขึ้น ทั้งค่ารักษา การหยุดงาน และเบี้ยประกัน

หลักการท่าทางการทำงานที่ถูกต้อง (นั่ง / ยืน / ยกของ)

1. การนั่งทำงาน

• เก้าอี้ควรปรับระดับให้เท้าวางบนพื้นได้เต็ม

• หลังพิงชิดพนักเก้าอี้ มีหมอนรองหลังเล็กน้อย

• หน้าจอคอมควรอยู่ระดับสายตา ลดการก้มคอ

• ควรลุกขึ้นยืดเส้นทุก 1 ชั่วโมง

2. การยืนทำงาน

• ยืนให้เท้าห่างกันเล็กน้อยเพื่อกระจายน้ำหนัก

• หลีกเลี่ยงการยืนขาเดียวหรือกอดอกนาน ๆ

• หากต้องยืนบนสายการผลิต ควรมี แผ่นรองยืน (Anti-fatigue mat) เพื่อลดแรงกดที่เข่า

3. การยกของหนัก

• ย่อตัวโดยงอเข่า แทนที่จะก้มหลัง

• ใช้แรงจากกล้ามเนื้อขา ไม่ใช่แค่หลัง

• หากของหนักเกิน 20 กิโล ควรมีผู้ช่วยหรือใช้อุปกรณ์ช่วยยก

• หลีกเลี่ยงการบิดตัวขณะถือของหนัก

วิธีออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานตามหลัก Ergonomic

• โต๊ะทำงาน: สูงพอดี ไม่ทำให้ไหล่ยกหรือก้มตัวเกินไป

• แสงสว่าง: ควรส่องลงมาด้านข้าง ไม่สะท้อนเข้าตา

• พื้นที่เดิน: กว้างพอ ลดการชนหรือสะดุด

• อุปกรณ์ช่วยยก: รถเข็น, รอก, สายพาน เพื่อลดภาระหลังพนักงาน

• พื้นที่พักผ่อน: จัดโซนสำหรับยืดเหยียดหรือพักสายตา

Checklist ลดอาการบาดเจ็บพนักงาน

✅ จัดอบรมท่าทางการทำงานที่ถูกต้องปีละ 1–2 ครั้ง
✅ มีป้ายสัญลักษณ์แนะนำการยกของและการนั่งทำงานติดไว้ในพื้นที่
✅ จัดหาเก้าอี้ที่ปรับได้ตามหลัก Ergonomic
✅ กำหนดเวลาพักยืดเหยียดร่างกายสั้น ๆ (Micro-break)
✅ ตรวจสอบพื้นที่ทำงานให้ปลอดภัยจากการสะดุด/ลื่นล้ม
✅ โปรแกรม Workplace Wellness Program เพื่อติดตามสุขภาพพนักงาน

Case Study โรงงานที่ลดการบาดเจ็บด้วยการอบรมท่าทาง

บริษัทอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในสมุทรปราการพบว่า พนักงานในแผนกคลังสินค้ามี อัตราการบาดเจ็บจากการยกของผิดท่าสูงถึง 25% ต่อปี หลังจากฝ่าย HR จัดอบรม “การยกของอย่างปลอดภัย” พร้อมติดโปสเตอร์แนะนำท่าทางในจุดทำงาน และแจก สายรัดพยุงหลัง (Back Support Belt) อัตราการบาดเจ็บลดลงเหลือเพียง 8% ภายใน 6 เดือน

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การลงทุนเพียงเล็กน้อยใน ความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Preventive Safety) สามารถลดต้นทุนการรักษาและสุขภาพพนักงาน

         ความปลอดภัยในการทำงาน เริ่มต้นจากท่าทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง ยืน หรือยกของ หากองค์กรละเลยจุดเล็ก ๆ นี้ อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายใหญ่ทั้งค่ารักษาและเวลาสูญเสีย แต่ถ้าให้ความสำคัญตั้งแต่วันนี้ องค์กรจะได้ทั้ง พนักงานที่แข็งแรง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

         ส่วนบริษัทไหนที่กำลังมองหา Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร Cooking class ออกกำลังกาย สุขภาพจิตปรึกษาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม Workshopกายภาพออฟฟิศซินโดรม  ประเมินการยศาสตร์พนักงาน โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน  สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

International Labour Organization. (2021). Occupational Safety and Health. Geneva: ILO.

World Health Organization. (2020). Healthy Workplaces: A Model for Action. Geneva: WHO.

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2565). คู่มือความปลอดภัยในการทำงาน. กระทรวงแรงงาน.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

สัญญาณเตือนพนักงานเสี่ยง คาโรชิซินโดรม โรคเสียชีวิตจากงานหนัก

คาโรชิซินโดรม (Karoshi Syndrome) หรือ โรคเสียชีวิตจากงานหนัก มีจุดเริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เมื่อมีพนักงานเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สัมพันธ์กับการทำงานหนักเกินไป องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “การทำงานเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์” เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองถึง 35% เมื่อเทียบกับผู้ที่ทำงานในชั่วโมงมาตรฐาน

อ่านต่อ »
คิดบวกในที่ทำงาน-Positive thinking -SAKID

วิธีการคิดเชิงบวก Positive Thinking ในที่ทำงาน

การคิดในเชิงบวกการทำงานกับคนหลากหลายในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยความท้าทายและแรงกดดัน แนวคิดเชิงบวกเป็นที่สำคัญสำหรับอารมณ์และจิตใจที่ช่วยให้เรารับมือกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมองโลกในแง่ดีไม่เพียงแต่ช่วยลดความเครียด แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรอีกด้วย

อ่านต่อ »

5 โรคจากการทำงานในโรงงานและวิธีป้องกันสุขภาพพนักงาน

โรงงานเป็นสถานที่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด โรคจากการทำงาน (Occupational Diseases) เนื่องจากพนักงานต้องเผชิญกับเสียงดัง ฝุ่น สารเคมี เครื่องจักร รวมถึงตารางการทำงานที่เข้มข้นและซ้ำซาก หากองค์กรและ HR ไม่ใส่ใจ อาจทำให้พนักงานเจ็บป่วยจนกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และการลาออกที่สูงขึ้น

อ่านต่อ »

5 หัวข้อ อบรม พนักงาน ให้ได้ความรู้และทักษะการใช้ชีวิต

การอบรมพนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่ยังหมายถึงการพัฒนา “ทักษะชีวิต” ที่ช่วยให้พนักงานดูแลสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ในที่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อคนในองค์กรมีสุขภาวะที่ดี เขาจะสามารถสร้างผลงานที่ดี มีความยืดหยุ่นในการเผชิญความเปลี่ยนแปลง และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญขององค์กรที่ยั่งยืน

อ่านต่อ »
Employee Engagement

Employee Engagement เทคนิคสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร 

การสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร ถือเป็นโจทย์ที่น่าขบคิดอีกหนึ่งอย่างสำหรับ HR และผู้บริหารภายในองค์กร Employee Engagement จึงเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในจุดนี้

อ่านต่อ »

ความปลอดภัยในการทำงาน เริ่มต้นจากท่าทางที่ถูกต้อง

ความปลอดภัยในการทำงาน (Workplace Safety) เป็นหัวข้อที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่หลายครั้งที่เรามักโฟกัสไปที่ เครื่องจักร อุปกรณ์ป้องกัน หรือกฎระเบียบ จนลืมจุดเล็ก ๆ ที่สำคัญอย่าง “ท่าทางของพนักงาน”

อ่านต่อ »