
8 ทริคดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้ว
- 25/11/24
การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งๆ ที่น้ำคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 60% การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันไม่เพียงแค่ช่วยให้ทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น สมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ ทำงานได้อย่างปกติ แต่ยังช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น ผิวฉ่ำ ปากชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน ในทางกลับกัน หากเราดื่มน้ำน้อยเกินไป อาจส่งผลให้ท้องผูก ปวดหัว สมองทำงานช้าลง เหนื่อยล้า โฟกัสกับการทำงานได้ลดลง ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมการทำงาน เรามักพบว่าตัวเองดื่มน้ำน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งส่งผลต่อทั้งสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของเรา วันนี้พวกเรา “ทีมงาน SAKID” มี 8 เทคนิค ที่จะช่วยให้คุณดื่มน้ำได้ครบ 8 แก้วต่อวันมาฝากกันค่ะ

8 ทริคดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้วแบบไม่ต้องฝืน
1.ใช้วิธีการดื่มพิชิตภารกิจ
ทำให้การดื่มน้ำให้เหมือนการทำภารกิจหรือ checklist ประจำวัน หรือตั้งเป้าหมายการดื่มน้ำทุกครั้งหลังทำงานเสร็จ 1 งาน เช่น หลังตอบอีเมล หลังประชุม หรือก่อนเลิกงาน เพื่อให้เรามีเป้าหมายในการดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้น
2.ตั้งขวดน้ำในแต่ละจุดที่มักเดินผ่าน
วางขวดน้ำตามจุดต่างๆ ในที่ทำงานหรือบ้าน เช่น บนโต๊ะทำงาน โต๊ะข้างเตียง หรือข้างโซฟาที่เราชอบนั่งดูทีวี เมื่อเดินผ่านขวดน้ำแต่ละจุด ก็จะกลายเป็นการเตือนตัวเองโดยธรรมชาติให้หยิบมาดื่ม
3.ดื่มน้ำแบบเปล่าติดแกลม
ลองเปลี่ยนน้ำเปล่าธรรมดาให้เป็นน้ำเปล่าแบบติดแกลม โดยการเพิ่มผลไม้หรือสมุนไพร เช่น แตงกวา เลมอน บลูเบอร์รี่ หรือสะระแหน่ ใส่ในขวดหรือแก้วใส เพื่อให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น หรืออาจผสมน้ำแข็งเพื่อความสดชื่น หรือเพิ่มน้ำมะนาวเล็กน้อยเพื่อให้รู้สึกสดชื่นในทุกครั้งที่ดื่ม
4.ดื่มน้ำจากแก้วหรือขวดที่ชอบ
แนะนำลองหาขวดน้ำหรือแก้วน้ำดีไซน์เก๋ๆตามคาแรคเตอร์หรือเทศกาลที่เราชอบ อย่างเช่น แก้วน้ำฮาโลวีน ขวดน้ำคริสมาสต์ หรือแก้วหรือขวดที่เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิของน้ำ ทำให้เราอยากถือน้องไปทุกที่ช่วยกระตุ้นให้เราอยากดื่มน้ำบ่อยมากขึ้น
5.แข่งขันดื่มน้ำสนุกๆ กับเพื่อนร่วมงาน
ลองแบ่งทีมกับเพื่อนร่วมงานแล้วเปลี่ยนการดื่มน้ำให้เป็นการแข่งขันเล็กๆ น้อยๆประจำวันหรือสัปดาห์ เริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายง่ายๆ อย่างเช่น “ทีมไหนดื่มน้ำครบ 8 แก้วต่อวันก่อนกัน” หรือ “ประกวดไอเดียน้ำเปล่าติดแกลม” ทีมที่ชนะจะได้รับรางวัลเล็กๆ น้อยๆ หรือสิทธิพิเศษประจำสัปดาห์ การแข่งขันนี้ไม่เพียงช่วยให้ทุกคนดื่มน้ำครบตามเป้าหมาย แต่ยังช่วยสร้างความมีส่วนร่วมและสนุกสนานในทีมอีกด้วย
6.ดื่มน้ำระหว่างทำสิ่งที่ชอบ
หากเราชอบดูซีรีส์หรือติดมือถือ ลองตั้งกฎให้ตัวเองว่าทุกๆ 20 นาทีที่ดูหรือเล่นโซเชียล ต้องหยุดแล้วดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว วิธีนี้นอกจากจะทำให้เราดื่มน้ำมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราได้มีช่วงเวลาพักสายตาจากหน้าจออีกด้วย
7.เลือกกินอาหารที่มีน้ำเยอะ
การเลือกอาหารที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม แตงกวา หรือซุปใส สามารถช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่เข้าสู่ร่างกายได้ แต่อย่าลืมระวังน้ำตาลหรือโซเดียมที่แอบแฝงมาโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยนะคะ
8.ใช้เทคนิค “1 แก้วก่อนอาหาร”
ลองดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนมื้ออาหารทุกมื้อ ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำ แต่ยังช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและกินอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งดีต่อการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย
เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับ 8 ทริค ดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้ว หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนดื่มน้ำได้ตามความต้องการร่างกายนะคะ แต่หากอยากหากิจกรรมสนุก ๆ ช่วยดื่มน้ำได้ต่อเนื่อง สามารถทดลองใช้งาน SAKID Application ได้ค่ะ ซึ่งมีภารกิจสุขภาพทั้งดื่มน้ำ ก้าวเดิน และอาหารรูปแบบต่าง ๆ ให้ได้ส่งกัน พร้อมทั้งแข่งขันกับเพื่อน ๆ ได้ด้วย สนใจลงทะเบียนทดลองใช้งานได้เลย
บทความที่น่าสนใจ
ความปลอดภัยในการทำงาน เริ่มต้นจากท่าทางที่ถูกต้อง
ความปลอดภัยในการทำงาน (Workplace Safety) เป็นหัวข้อที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่หลายครั้งที่เรามักโฟกัสไปที่ เครื่องจักร อุปกรณ์ป้องกัน หรือกฎระเบียบ จนลืมจุดเล็ก ๆ ที่สำคัญอย่าง “ท่าทางของพนักงาน”

โรงอาหารยุคใหม่ จาก Clean Food สู่ Green ESG
คำว่า “ESG” กลายเป็นเป้าหมายขององค์กรทั่วโลกและโรงอาหารไม่ควรถูกมองแค่พื้นที่กินข้าวของพนักงาน แต่เป็น “พื้นที่สร้างพฤติกรรมยั่งยืน” ที่สะท้อนตัวตนขององค์กรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการที่โปร่งใส ESG ในโรงอาหารจึงหมายถึงการออกแบบระบบจัดการอาหารที่คำนึงถึง “สุขภาพพนักงาน” ควบคู่กับ “สิ่งแวดล้อม” เช่น การเลือกวัตถุดิบจากแหล่งยั่งยืน การลดของเสียจากอาหาร (Food Waste) และการจัดการขยะอย่างรับผิดชอบ

Work from Home เทรนด์การทำงานยุคใหม่ที่ทุกบริษัทต้องรู้
บริษัทจะจัดนโยบาย Work From Home อย่างไร? แนะนำวิธีปรับใช้ WFH ในองค์กร ข้อดี-ข้อเสียของการ WFH สวัสดิการที่บริษัทควรมี เมื่อพนักงานไม่ได้มาทำงานที่ออฟฟิศ
เริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน ทำอะไรได้บ้าง ฉบับงบน้อย
ท่ามกลางภารกิจอันล้นหลาม หลายครั้งที่ “เหนื่อย เครียด หมดไฟ” กลายเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพกายใจที่ถูกมองข้าม บทความนี้เราจะสำรวจ 10 กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ใช้งานได้จริงและไม่แพง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นและปลุกพลังให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Workshop สายออฟฟิศ
Workshop สายพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานหน้าคอมนานๆ ไม่ลุกไปไหนย่อมมีผลต่อสุขภาพแน่นอน การเสริมความรู้ด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญเป็นกลุ่มเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่พนักงานเพื่อที่จะได้มีสุขภาพแข็งแรง

จัดการอย่างไร ให้ห่างไกล ความเครียด
หากเราพูดถึงคำว่า “ความเครียด” เรานั้นมักจะนึกถึง และบรรยายความรู้สึกว่าเหมือนถูก “บีบคั้น กดดัน อึดอัด” ทำให้เราใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร โดยที่ความเครียดนั้นจะเป็นภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเราต้องเจอกับสถานการณ์ที่รับมือได้ยาก หรือถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก จนทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ หรือวิตกกังวลขึ้นมาได้