
ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรมีไขมันในเลือดสูง
- 29/02/24
ในทุกๆ ปีที่มีการตรวจสุขภาพประจำปี ปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูงมักเป็นปัญหาที่พบได้ลำดับต้นๆ ของใครหลายคน บางคนอาจมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อทำให้ไขมันในเลือดลดลง แต่หลายคนอาจมองข้ามเรื่องนี้ เนื่องจากคิดว่า เป็นมาก็หลายปี ภาวะที่ ไขมันสูงไม่ได้ส่งผลอะไรกับร่างกาย แต่ทราบหรือไม่ว่า หากปล่อยให้เกิดปัญหาไขมันในเลือดสูง โดยไม่มีการจัดการ อาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรง เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดสมองแตก ซึ่งส่งผลต่อชีวิตของเราได้ การที่ปล่อยให้ไขมันสูงเรื่อยๆ ไม่เคยพบแพทย์ ไม่เคยกินยา คุมอาหารบ้าง ไม่คุมอาหารบ้าง ทั้งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ไม่รู้สึกว่าผิดปกติตรงไหน ทำให้ปีแล้วปีเล่าที่มีการตรวจสุขภาพ ปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูงก็จะวนกลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีก
แล้วภาวะไขมันในเลือดสูงเกิดจากอะไรกันแน่ ?
โดยทั่วไป สามารถแบ่งได้เป็น 2 สาเหตุหลักๆ คือ
1.ร่างกายสร้างผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดมาจากหลายสาเหตุ เช่น
– กรรมพันธุ์
– ได้รับยาหรือฮอร์โมนบางชนิด
– มีโรคหรือภาวะผิดปกติของร่างกาย เช่น ไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ เป็นต้น
2.พฤติกรรมการบริโภคอาหาร
โดยปัจจุบันต้องยอมรับว่าพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป เราเลือกรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีไขมันสูง และอาหารพลังงานสูงกันมากขึ้น
ซึ่งพฤติกรรมาการเลือกอาหารเหล่านี้ ส่วนนึงเกิดจากพฤติกรรมาการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ชีวิตที่ต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการชีวิตในเมืองกรุง ความชอบส่วนบุคคล และการมีข้อจำกัดในเลือกซื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้อเช้า ที่ตัวเลือกส่วนใหญ่จะเน้นเรื่อง “สะดวก และรวดเร็ว เช่น ข้าวเหนียวหมูทอด/หมูปิ้ง ปาท่องโก๋จิ้มนมสด และขนมเบอร์รี่ เป็นต้น หรือในมื้อเที่ยง อาหารในโรงอาหารที่งาน ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่มี่พลังงานและไขมันสูง เช่น แกงกะทิ อาหารทอดและอาหารผัดต่างๆ ร่วมกับการมีกิจกรรมทางกายต่างๆลดง เช่น คนส่วนใหญ่เลือกการนั่งรถหรือขับรถมากกว่าการเดิน หรือไม่มีเวลาออกกำลังกาย สาเหตุต่างๆเหล่านี้ล้วนมีผลต่อความผิดปกติของไขมันในเลือดทั้งสิ้น
ค่าไขมันในเลือดที่นิยมตรวจมีค่าอะไรบ้าง
1.คลอเรสเตอรอล (Cholesterol) โดยแบ่งเป็น
– คลอเรสเตอรอลรวม (Total Cholesterol) โดยมีค่าปกติ คือ < 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
– ไขมันเลว (LDL) โดยมีค่าปกติ คือ < 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
– ไขมันดี (HDL) โดยมีค่าปกติ คือ > 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (ในเพศชาย) และ > 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร(ในเพศหญิง)
และหาก Total Cholesterol สูง, LDL อยู่ในเกณฑ์ปกติ และ HDL สูง หมายว่าเรามีไขมันเลือดสูงใช่หรือเปล่า ?
อาจจะใช่หรือไม่ใช่ เราแนะนำให้หาอัตราส่วนของ Total Cholesterol : HDL โดยนำค่า Total Cholesterol หารด้วย HDL เช่น หากพบว่า Total Cholesterol 280 มิลลิกรัม/เดซิลิตร และค่า HDL 90 มิลลิกรัม/เดซิลิตร จะได้ค่า Total Cholesterol/HDL ratio = 3.1
จากข้อมูลจากสมาคมโรคหัวใจเเห่งอเมริกา (American Heart Association : AHA) ได้สรุปคำแนะนำเกี่ยวกับค่า อัตราส่วนของ Total Cholesterol : HDL ว่าค่าที่เหมาะสมคือ ≤ 3.5 และไม่ควรเกิน 5 เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดขึ้น ซึ่งจากงานวิจัยในปี 2019 พบว่าในผู้หญิงที่มีค่า อัตราส่วนของ Total Cholesterol : HDL > 5 เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากถึง 89 %

2.ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) < 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
ต้องทำอย่างไรหากมีภาวะไขมันในเลือดสูง ?
ก่อนอื่นเลยจะต้องดูว่าไขมันในเลือดตัวใดสูง คลอเลสเตอรอลตัวใด ? หรือว่า ไตรกลีเซอไรด์ ? จากนั้นหาสาเหตุ ว่าเกิดจากการสร้างที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์ในการหาสาเหตุ หรืออาจจะเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม แนะนำปรึกษานักกำหนดอาหารหรือนักโภชนาการ เพื่อประเมินพฤติกรรมการกินและปรับพฤติกรรมาการกินให้เหมาะสม หรือมีการจัด Workshop เพื่อให้พนักงงานมีความเข้าใจและเรียนรู้เทคนิคในการเลือกอาหารให้เหมาะสม
ทำไมภาวะไขมันในเลือดสูงถึงน่ากลัว ?
หากระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด และโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ/ตัน โดยโรคนี้มักเกิดแบบฉับพลัน และเป็นอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ยังทำให้คุณภาพชีวิตลดลง เนื่องจากกิจกรรมบางอย่างต้องถูกจัดกัดหรือลดลง เช่น ต้องหลีกเลี่ยงความเครียดและความกดดันในการทำงาน ไม่สามารถทำกิจกรรมหรืองานที่ต้องใช้ที่ต้องใช้แรกมากๆหรือเป็นระยะเวลานานได้ ซึ่งแน่นนอนว่าส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง อีกทั้งอาจจะเพิ่มภาระงานของเพื่อนร่วมงานด้วยเช่นกัน
และหากพบว่าพนักงานในองค์กรของเรามีปัญหาเรื่องภาวะไขมันในเลือดสูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้เกิดโรคหัวและหลอดเลือดตามมาก สิ่งที่จะตามมาด้วยก็คือ
●ค่ารักษาที่สูงมากขึ้น
●Productivity ที่ลดลงเนื่องจากข้อจำกัดเรื่องสุขภาพของพนักงาน
รวมถึงเนื่องจากโรคหัวใจอาจจะเกิดแบบฉับพลันขณะทำงาน อาจทำให้พนักงานคนอื่นๆในองค์กรของท่านเกิดความตกใจ แตกตื่น หรือมีความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นได้
จะเห็นได้ว่าแค่เรื่องไขมันในเลือดสูงที่ดูเป็นเรื่องเล็กๆที่หลายคนมองข้าม ไม่เห็นความสำคัญ และคิดว่าเดี๋ยวค่อยปรับพฤติกรรมวันหลังก็ได้ไม่เห็นจะต้องรีบร้อนเลย จะสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการโรคที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและการทำงานได้มากขนาดนี้
ซึ่งเรื่องเหล่านี้เราสามารถป้องกันหรือลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ โดยทำให้พนักงานในองค์ตระหนักถึงความสำคัญและเข้าใจเกี่ยวกับภาวะไขมันในเลือดสูง โดยอาจจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น
Workshop การกิน
Workshop ออกกำลังกาย
แข่งขันเพื่อลดไขมันในองค์กร
ไขมันในเลือดสูงเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบสุขภาพพนักงานเป็นอย่างมาก อีกทั้งมีโอกาสโรคแทรกซ้อน ถ้าหากองค์กร หรือบริษัท ช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การทำงานก็จะสามารถช่วยป้องกันโรคได้ เพราะพนักงานใช้เวลาทำงานเกือบทุกมื้ออาหารที่อยู่กับบริษัท การผลักดันส่งเสริมสุขภาพพนักงาน เพื่อให้พนักงานไม่เจ็บป่วยและแฮปปี้ในที่ทำงานเป็นสิ่งที่สามารถช่วยพนักงานและบริษัทให้ดียิ่งขึ้น สำหรับองค์กรไหนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มนโยบายหรือจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้พนักงานยังไง ให้ได้ผลลัพธ์ สามารถปรึกษา SAKID ได้ เรามีผู้เชี่ยวชาญครบทุกด้าน ทั้งอาหาร ออกกำลังกาย จิตวิทยา และการเงิน ที่จะคอยซัพพอร์ตให้ทุกคน
บทความที่น่าสนใจ

Workshop healthy break
Workshop healthy break
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 SAKID ได้จัดกิจกรรม Cooking Class ให้กับพนักงานธนาคารกสิกร E-CLUB โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มทำอาหาร และได้แบ่งกลุ่มในการทำอาหารโดยจะมี 3เมนู คือ Smoothies สำหรับสายงดเนื้อสัตว์ Yogurt Parfait และยำตามใจ ซึ่งส่วนประกอบของการทำอาหารจะต้องหาได้ง่ายและอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ดีต่อสุขภาพ ใช้เวลาทำน้อย เหมาะสำหรับเป็นมื้อว่างหรือมื้อเบาๆ ถึงจะทำอาหารไม่เป็นก็สามารถทำตามได้

รับออกแบบ เมนูอาหารพนักงานโรงงาน ให้สุขภาพดี Healthy canteen
พนักงานโรงงานส่วนใหญ่ใช้เวลาในโรงงานวันละ 8–12 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า มื้อหลักเกือบทั้งหมดของพวกเขามาจากโรงอาหารโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน หรือแม้แต่เย็นในกรณีที่ทำโอที การมีเมนูที่สมดุลจึงเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและพลังงานของพนักงาน

จัดการอย่างไร ให้ห่างไกล ความเครียด
หากเราพูดถึงคำว่า “ความเครียด” เรานั้นมักจะนึกถึง และบรรยายความรู้สึกว่าเหมือนถูก “บีบคั้น กดดัน อึดอัด” ทำให้เราใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร โดยที่ความเครียดนั้นจะเป็นภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเราต้องเจอกับสถานการณ์ที่รับมือได้ยาก หรือถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก จนทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ หรือวิตกกังวลขึ้นมาได้

สวัสดิการสุขภาพพนักงาน เรื่องพื้นฐานที่องค์กรต้องใส่ใจ
เพราะปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับการดูแลตัวเอง องค์กรหรือบริษัทจึงควรหันมาใส่เรื่องสวัสดิการสุขภาพพนักงานกันมากขึ้น แล้วสวัสดิการสุขภาพไหนบ้างที่คนทำงานมองหา

รวม 5 หลักการปรับ “ท่านั่งทํางานที่ถูกต้อง” ลดออฟฟิศซินโดรม
ท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง ต้องนั่งยังไง? นั่งแบบไหนให้ไกลออฟฟิศซินโดรม? แนะนำ 5 หลักการที่ต้องปรับท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง พร้อมวิธีเลือกเก้าอี้และโต๊ะถูกหลัก Ergonomics
เมื่อ ‘น้อยกว่า’ กลายเป็น ‘มากกว่า’: 4 วันทำงานกับผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย
คุณรู้สึกว่าการทำงานวันละ 8 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ทำให้คุณหมดแรงและขาดแรงบันดาลใจในการทำงานหรือไม่? คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ เพราะงานวิจัยล่าสุดชี้ว่า การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์อาจเป็นคำตอบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และยังช่วยสร้างสมดุลที่ดีระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวให้พนักงานมีความสุขมากยิ่งขึ้น