
ทำประกันกลุ่มให้พนักงานอย่างไรให้คุ้มกับเงินในกระเป๋า
- 20/08/24
หลายครั้งที่พนักงานในบริษัทมีความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ทำให้ต้องพักรักษาตัว และอาจจะทำงานได้มีประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นหลายๆบริษัทมีความจำเป็นต้องมองหาสวัสดิการให้กับพนักงานในองค์กร ดังนั้นเราจึงต้องมาทำความเข้าใจคำว่าประกันกลุ่มคืออะไร
ประกันแบบกลุ่มคืออะไร
ประกันแบบกลุ่มคือ การรับประกันชีวิตบุคคลหลายคน ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวโดยพิจารณาถึงความเสี่ยงภัยของบุคคล ในกลุ่มทั้งหมดด้วยอัตราเฉลี่ย ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ หน้าที่การงานหรือจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งคำนวณเป็นอัตราเบี้ยประกันภัยเพียงอัตราเดียว เพื่อใช้ กับบุคคลทุกคนในกลุ่มนั้น ๆ โดยลักษณะของการประกันกลุ่มจะให้ความ คุ้มครองแก่บุคคลหลายๆ คนที่ทำประกันภัยในนามองค์กร ใดองค์กรหนึ่งภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียว และ มีเบี้ยประกันภัยที่ต่ำกว่าเบี้ยประกันภัยประเภทรายบุคคล ดังนั้นขนาดของกลุ่มจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ที่กำหนดขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายขององค์กร
หลายๆคนมักจะเข้าใจผิดคิดว่า ประกันกลุ่มจะคุ้มครองในเรื่องของการเจ็บป่วยเท่านั้น แต่จริงๆแล้วประกันกลุ่มจะมีความคุ้มครองหลากหลายด้านขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก

ประเภทความคุ้มครอง
1.ประกันชีวิตกลุ่ม ให้ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิตทุกกรณี จากการเจ็บป่วย และ อุบัติเหตุ
2.ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม จะให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะต่างๆ เช่น มือ เท้า สายตา จากอุบัติเหตุ และอาจจะมีเงินชดเชยกรณีที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุและต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกด้วย
3.ประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่ม จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ โดยทั่วไปบริษัทประกันภัยจะคุ้มครองเมื่อตกเป็นผู้ทุพพลภาพต่อเนื่องไม่น้อยกว่า180 วัน นับแต่วันเกิดเหตุ
4.ประกันสุขภาพกลุ่ม จะให้ความคุ้มครองในด้านค่ารักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วย ทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก โดยจะขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก ในบางครั้งก็จะมีแพ็คเกจเสริมเพิ่มความคุ้มครองด้านทันตกรรมอีกด้วย
อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆคนสงสัยว่า องค์กรของท่านสามารถทำประกันกลุ่มได้หรือไม่ ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าในการทำประกันกลุ่มนั้นจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนพนักงานขั้นต่ำในการรับทำประกันภัยซึ่งแต่ละบริษัทจะมีจำนวนขั้นต่ำไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ เงื่อนไขบริษัทประกันนั้นๆ แต่เบื้องต้นพบว่าบางบริษัทประกันภัย หากมีพนักงานแค่ 3 คน ก็สามารถทำประกันภัยกลุ่มได้แล้ว บางบริษัทอาจจะต้องมีจำนวนพนักงานขั้นต่ำมากกว่านั้น ดังนั้นหากบริษัทที่สนใจทำประกันภัยกลุ่มอาจจะต้องสอบถามข้อมูลของแต่ละบริษัทก่อนว่ามีแผนประกันแบบไหนและมีจำนวนขั้นต่ำเท่าไหร่ในการรับประกัน
ประโยชน์ของการทำประกันกลุ่ม
รู้หรือไม่ว่าข้อดีที่บริษัทหรือองค์กรจะได้รับจากการมีประกันกลุ่มมีหลายข้อดังนี้
1.สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตกลุ่มมาใช้ในการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัท
2.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรและพนักงาน จะทำให้พนักงานรู้สึกถึงความห่วงใยของบริษัทต่อพนักงาน
3.ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทของท่าน เพราะการมีสวัสดิการที่ดี จะทำให้บริษัทหรือองค์กรของคุณมีความน่าเชื่อถือ มีนโยบายด้านสวัสดิการที่ดีกับพนักงานอีกด้วย
4.ประกันกลุ่มจะมีต้นทุนค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับการทำประกันภัยรายบุคคล และช่วยลดการเรียกร้องเงินช่วยเหลือ เมื่อลูกจ้างเสียชีวิต เจ็บป่วย หรือ ทุพพลภาพ
5.ช่วยในการบริหารงบประมาณค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของพนักงาน
6.ดูแลพนักงานของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการทำประกันกลุ่มจะช่วยให้พนักงานเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้มากยิ่งขึ้นและไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้หายป่วยได้เร็ว และทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
วางแผนประกันกลุ่มอย่างไรดี
หากเริ่มอยากวางแผนประกันกลุ่มให้แก่องค์กร เรามีเทคนิคดีๆในการเลือกประกันกลุ่มมาแนะนำกันอีกด้วย
1.ความน่าเชื่อถือของบริษัท แนะนำให้เลือกบริษัทที่มีชื่อเสียง, เปิดมาเป็นเวลานานและมีความมั่นคงทางการเงิน จะสะท้อนได้ถึงความมั่นใจในบริการของบริษัทและการบริหารจัดการที่ดีของบริษัท
2.แผนประกันกลุ่มของแต่ละบริษัท แต่ละบริษัทจะมีแผนประกันกลุ่ม และความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ดังนั้นแนะนำให้ลองสอบถามแผนประกันกลุ่มของหลายๆบริษัทเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าของแผนประกัน หากได้ลองสอบถามแผนประกันกลุ่มมาแล้ว สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกแผนประกันกลุ่มให้กับพนักงานมีดังนี้
2.1.วงเงินค่ารักษาพยาบาล สำหรับกรณีผู้ป่วยใน(นอนรักษาในโรงพยาบาล)และผู้ป่วยนอก(ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล) แนะนำให้เลือกวงเงินค่ารักษาพยาบาลที่สูง เพราะค่ารักษาในโรงพยาบาลในปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี
2.2 ค่าห้องพักและค่าอาหาร แนะนำให้เลือกค่าห้องที่เหมาะสมกับค่าห้องพักโรงพยาบาลในปัจจุบัน หากน้อยเกินไปพนักงานอาจจะได้รับสวัสดิการที่ไม่เพียงพอ
2.3. ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ต่อวัน
2.4. ค่ารถพยาบาล
2.5. ค่าผ่าตัดตามเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์
2.6. ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ ค่ายา และค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ
นอกจาก ทั้ง 6 ข้อนี้แล้ว บางบริษัทประกันยังมีความคุ้มครองอื่นๆเพิ่มเติมเช่นค่ารักษาทันตกรรมหรือมีความครอบคลุมอุบัติเหตุร้ายแรงและค่าคลอดบุตรอีกด้วย ดังนั้นอาจจำเป็นต้องลองสอบถามหลายๆบริษัทด้านความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมอีกด้วย
3.ราคาเบี้ยประกันกลุ่ม ขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงานและประเภทธุรกิจของบริษัท หากเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงภัยสูง เบี้ยประกันภัยจะสูงกว่าธุรกิจที่เสี่ยงน้อยกว่า แต่ในกรณีที่องค์กรของท่านเคยมีประกันกลุ่มมาก่อน อัตราการเคลมจะมีผลต่อราคาเบี้ยประกันกลุ่มด้วย เพราะหากเคยมีอัตราการเคลมสูง การต่อประกันกลุ่มในปีต่อไปอาจถูกเพิ่มเบี้ยประกันได้ เพราะบริษัทประกันจะพิจารณาจากอัตราการเคลมในอดีตด้วย
ดังนั้นนอกจากจะต้องเลือกสวัสดิการเรื่องประกันกลุ่มให้ดีแล้ว การดูแลสุขภาพพนักงานให้มีสุขภาพกาย ใจ ที่ดีก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะหากพนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรง มีการป้องกันการเกิดโรคที่ดี จะทำให้มีอัตราการเคลมกับบริษัทประกันที่น้อยลง และช่วยลดราคาเบี้ยประกันขององค์กรได้อีกด้วย ให้ SAKID ช่วยดูแลสุขภาพพนักงานในองค์กร ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการอบรมให้ความรู้ด้วย Workshop โภชนาการ ออกกำลังกาย และจิตวิทยา หรือการแข่งขันสุขภาพด้วย SAKID application พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลจากผลตรวจสุขภาพ หรือผลการเคลมประกันขององค์กร เพื่อออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสม จนเห็นผลลัพธ์แบบเห็นผล
บทคววามโดย ศรีธนภร จิตสอาดกุล AFPT, IP
บทความที่น่าสนใจ

Self-care เป็น Soft Skill ที่พนักงานยุคใหม่ต้องมี
ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Soft Skill ไม่ได้หมายถึงแค่ “ทักษะทางสังคม” อีกต่อไป แต่คือ ความสามารถในการเข้าใจและจัดการตนเอง เพื่อทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจาก Hard Skill ที่เป็นความรู้เฉพาะทาง Soft Skill คือ “ทักษะด้านมนุษย์” เช่น ความยืดหยุ่น การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ และการปรับตัว ซึ่งจากรายงานของ World Economic Forum 2024 ระบุว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกมองว่า Soft Skill คือปัจจัยสำคัญที่สุดของการจ้างงานในอนาคต
สวัสดิการพนักงาน สายเฮลตี้ พนักงานสุขภาพดีมีอะไรบ้าง
ในยุคที่ “สุขภาพ” กลายเป็นหัวใจของชีวิตการทำงาน การให้ สวัสดิการพนักงาน (Employee Benefits) ที่ตอบโจทย์เพียงแค่เงินเดือนหรือโบนัสอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรยุคใหม่จึงเริ่มหันมาพัฒนา “สวัสดิการสายเฮลตี้ (Healthy Employee Benefits)” เพื่อดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของพนักงานอย่างรอบด้าน สวัสดิการลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียง “ของแถม” แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ที่มีพนักงานสุขภาพดี มีแรงบันดาลใจ
วิธีดึงพนักงานกลับมาเมื่อ หมดpassionในการทำงาน
เคยสังเกตไหมว่า ทำไมพนักงานที่เคยเต็มไปด้วยไฟในการทำงาน เคยเป็นคนเสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างกระตือรือร้น กลับค่อย ๆ กลายเป็นคนที่นั่งเงียบ ไม่อยากออกความคิดเห็น และทำงานไปวัน ๆ เพียงเพื่อรอให้หมดเวลา? นี่ไม่ใช่เพียงแค่ “อาการเหนื่อย” ชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณสำคัญของ “หมดpassionในการทำงาน” ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในองค์กรไทยและทั่วโลก

มารู้จัก Healthy Organization องค์กรสุขภาพดี
จากการสำรวจสุขภาพของประชากรไทยครั้งที่ 6 ซึ่งดำเนินการในปี 2562-2563 ซึ่งประเด็นในการสำรวจครอบคลุมในเรื่องพฤติกรรมสุขภาพ ภาวะโรคที่สามารถตรวจวัดพื้นฐาน ได้แก่ การวัดสัดส่วนร่างกาย ความดันโลหิต และการตรวจวัดน้ำตาล และไขมันในเลือด เป็นต้น โดยครอบคลุมทั้งในวัยทำงาน และผู้สูงอาย พบว่า ปัญหาอันดับต้นของสังคมในขณะนี้คือ โรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะภาวะอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงซึ่งมีผลต่ออุบัติการณ์โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น เกิดภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการดูแลรักษา ในขณะที่ความสามารถในการทำงานก็ด้อยลงตามสภาพร่างกายส่งผลเสียเป็นวงกว้างทั้งแก่ตัวพนักงาน และองค์กร ดังนั้นมาตรการป้องกันและลดภาระโรคเหล่านี้จึงเป็นประเด็นสำคัญมาก

PDCA คืออะไร รู้จักหลักการที่ทำให้งานของคุณมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทำงานแล้วเจอแต่ปัญหาซ้ำ ๆ จนบั่นทอนใจ แก้เท่าไหร่ก็ไม่จบเสียที ลองหันมาใช้ PDCA วิธีบริหารจัดการองค์กรที่ช่วยแก้ปัญหาอย่างตรงจุด แล้ว PDCA หมายถึงอะไรบ้าง?

รู้เท่าทัน OFFICE SYNDROME ฉบับวัยทำงาน
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การทำงานในออฟฟิศกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนในสังคม ความสะดวกสบายที่เข้ามาแทนที่ ทำให้เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนท่าทาง กลายเป็นต้องทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง ท่าเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานในบริษัท หรือองค์กร