URL Copied!

ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) จุดเริ่มต้นสุขภาพจิตพนักงาน

          ในหลายองค์กรไทย เรามักจะเห็นพนักงานที่ “ฝืน” มาทำงานทั้งที่ไม่สบาย รู้สึกเครียด หรือมีภาระส่วนตัวที่ยังแก้ไม่ตก สิ่งนี้เรียกว่า ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) ซึ่งแตกต่างจากการขาดงาน (Absenteeism) เพราะแม้พนักงานจะอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่ประสิทธิภาพกลับลดลง และยังเสี่ยงสร้างปัญหาสุขภาพในระยะยาว

          ภาวะฝืนทำงาน ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็น สัญญาณเตือนของวัฒนธรรมการทำงานและนโยบาย HR ที่องค์กรต้องหันมาจัดการอย่างจริงจัง

ภาวะฝืนทำงานคืออะไร และแตกต่างจากการขาดงานอย่างไร

 

การขาดงาน (Absenteeism): พนักงานไม่มาทำงาน → งานชะงักชัดเจน

• การที่พนักงาน ไม่มาทำงานตามเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลป่วยจริง ลากิจ หรือแม้แต่การขาดโดยไม่มีเหตุผล

• ผลกระทบคือ งานหยุดชะงักทันที สามารถนับเป็นจำนวนวันที่หายไปได้ง่าย → HR มองเห็นชัด และจัดการได้ เช่น การแทนที่งาน การหักวันลา หรือการประเมินผล

ตัวอย่าง พนักงานฝ่ายบัญชีลาป่วย 3 วัน → งานปิดงบล่าช้า HR เห็นชัดเจนว่ามีคนหายไป

 

ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism): พนักงานมาทำงาน แต่สุขภาพกายหรือใจไม่พร้อม → งานออกมาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

• การที่พนักงาน มาทำงานทั้งที่ร่างกายหรือจิตใจไม่พร้อม เช่น ป่วย เครียด หรือเหนื่อยล้าสะสม แต่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

• ผลกระทบคือ Productivity ลดลงโดยไม่รู้ตัว งานเสร็จช้าหรือผิดพลาดมากขึ้น และในระยะยาวเสี่ยงต่อการสะสมปัญหาสุขภาพ เช่น Burnout หรือโรคเรื้อรัง

ตัวอย่าง พนักงานคนเดียวกันป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ยังมาทำงาน → นอกจากทำงานได้ช้าลงแล้ว ยังแพร่เชื้อให้เพื่อนร่วมงาน ส่งผลให้งานทีมทั้งแผนกเสียหาย

 

ทำไมภาวะฝืนทำงานถึงอันตรายต่อองค์กร

 

ผลกระทบต่อ Productivity

พนักงานที่ไม่สบายหรือเครียดจะใช้เวลาในการทำงานมากขึ้น ทำให้ Output ลดลง แม้จะอยู่ครบชั่วโมงงานก็ตาม

• พนักงานออฟฟิศที่มีไมเกรน → ใช้เวลาแก้ไขงานซ้ำมากขึ้น

• พนักงานที่มีภาวะซึมเศร้า → ประสิทธิภาพการตัดสินใจลดลง

 

ความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตและ Burnout

การฝืนทำงานต่อเนื่อง โดยไม่มีระบบสนับสนุน อาจนำไปสู่ Burnout Syndrome ซึ่งมักทำให้พนักงานหมดแรงจูงใจและลาออกในที่สุด เหตุเพราะ ร่างกายและสมองที่ไม่ได้พัก จะสูญเสียความสามารถในการฟื้นฟู ทำให้เกิดปัญหาซ้อน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือภาวะซึมเศร้า

 

สาเหตุหลักของ Presenteeism ในองค์กรไทย

 

วัฒนธรรม Overworking และการทำงานหนักเกินไป

หลายบริษัทไทยยังคงยึดติดกับการ “นั่งทำงานนานคือขยัน” ส่งผลให้พนักงานไม่กล้าลาหยุด แม้ป่วย

ตัวอย่าง

• ทีมขายที่แข่งขันสูง พนักงานกลัวเสียยอดขายหากลาหยุด → เลือกฝืนทำงานแม้ไม่สบาย

• องค์กรที่ผู้บริหารยกย่องคนทำงานดึก → สร้างแรงกดดันให้ผู้อื่นทำตาม

 

Work Overload และการบริหารงานที่ไม่สมดุล

ภาระงานเกินกำลังทำให้พนักงานไม่มีโอกาสฟื้นฟู เมื่อมีงานท่วมหัว การลาหยุดยิ่งถูกมองว่า “ทำให้ทีมเดือดร้อน”

ตัวอย่าง

• HR ในบริษัทที่มีพนักงานน้อย ต้องดูแลทุกเรื่องคนเดียว → เลือกมาทำงานแม้จะมีภาวะเครียด

• พนักงานโรงงานที่ถูกกด KPI ผลิตสินค้า → ต้องฝืนแม้เจ็บกล้ามเนื้อ

การดูแล Mental Health พนักงาน

เมื่อองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของ mental health คำถามต่อมาคือ “แล้วจะเริ่มต้นอย่างไร?” เพราะการดูแลสุขภาพจิตพนักงานไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยมาตรการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย กลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งเชิงป้องกันและเชิงแก้ไข

 

การจัดการความเครียดในที่ทำงาน

• จัด workload management ให้สมดุล

• เพิ่ม flexible working hours หรือ work-from-home

• จัดอบรมเรื่อง การจัดการความเครียด และ mindfulness

 

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)

องค์กรควรสร้างบรรยากาศที่พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างไม่กลัวการถูกตัดสิน การมี ผู้นำที่ฟังจริง และเปิดโอกาสให้ feedback จะช่วยลดแรงกดดัน

 

การใช้ Employee Assistance Program (EAP)

EAP เป็นโปรแกรมที่มี นักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา สำหรับพนักงานที่เผชิญปัญหาความเครียด ครอบครัว หรือการเงิน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ EAP คืออะไร

วิธีที่ HR จัดการภาวะฝืนทำงาน

 

การสร้างนโยบายสนับสนุนสุขภาพจิต

• ออกแบบ “นโยบายการลาป่วยที่ยืดหยุ่น” ไม่ลงโทษพนักงานที่ใช้สิทธิ

• สื่อสารให้พนักงานรู้ว่าการดูแลสุขภาพสำคัญกว่าการ “มาทำงาน” ที่ออฟฟิศ

 

ใช้เครื่องมือ EAP (Employee Assistance Program)

EAP คือ โปรแกรมให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยพนักงานจัดการความเครียดและปัญหาส่วนตัว
👉 อ่านเพิ่มเติม: EAP คืออะไร

 

พัฒนา Workplace Wellness Program

โปรแกรมสุขภาพในที่ทำงาน เช่น คลาสออกกำลังกาย เวิร์คช็อปผ่อนคลายความเครียด หรือ Healthy Canteen ช่วยลดแรงกดดันและส่งเสริมสุขภาพองค์รวม
👉 อ่านเพิ่มเติม: Workplace Wellness Program

 

ออกแบบสวัสดิการพนักงานที่ดูแลสุขภาพครบมิติ

นอกจากประกันสุขภาพแล้ว องค์กรสามารถลงทุนในสวัสดิการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น โค้ชสุขภาพ เวิร์คช็อปด้านโภชนาการ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ
👉 อ่านเพิ่มเติม: สวัสดิการพนักงาน

Checklistวิธีตรวจและป้องกัน Presenteeism พนักงาน

 

มีพนักงานที่มาทำงานทั้งที่ป่วยหรือดูเหนื่อยล้าบ่อยครั้ง

พบว่าประสิทธิภาพงานลดลงแม้ชั่วโมงทำงานเท่าเดิม

 วัฒนธรรมองค์กรยังเชื่อมโยง “การทุ่มเวลา” กับ “ความขยัน”

✅  ไม่มีนโยบายสนับสนุนสุขภาพจิตที่ชัดเจน

✅  Workload ถูกจัดสรรไม่สมดุลในทีม

        ภาวะฝืนทำงานไม่ใช่เพียงปัญหาของพนักงานรายบุคคล แต่เป็น ตัวสะท้อนวัฒนธรรมและนโยบายองค์กร HR และผู้บริหารที่เข้าใจและลงทุนใน สุขภาพจิตและ Wellness Program จะได้ผลลัพธ์เป็นพนักงานที่มีพลัง สมดุล และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต 

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2020). Mental health in the workplace. WHO.

  • Johns, G. (2010). Presenteeism in the workplace: A review and research agenda. Journal of Organizational Behavior, 31(4), 519–542.

  • Ministry of Public Health, Thailand. (2021). แนวทางการส่งเสริมสุขภาพจิตในสถานประกอบการ.

บทความที่น่าสนใจ

สุขภาพจิต พนักงาน

สุขภาพจิตพนักงาน ปัญหาซ่อนเร้นที่ต้องระวัง

เข้าใจปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดในที่ทำงาน บริษัทหรือ HR จะมีมาตรการจัดการปัญหาอย่างไร อ่านคำแนะนำและแนวทางส่งเสริมสุขภาพจิต ที่นี่

อ่านต่อ »
5 วิธีเพิ่มก้าว-Sakid thumbnail

5 วิธีเพิ่มก้าวสำหรับพนักงานออฟฟิศ

สำหรับชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานนาน ๆ อยู่แต่กับหน้าจอคอมทำงานไม่ว่าด้วยเหตุผลตารางงานที่แน่นหรือทำงานจนเพลินจนไม่ลุกไปไหน พนักงานจำนวนมากมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันในการนั่งทำงานโดยไม่ลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน แต่แท้จริงแล้วกลับสร้างผลกระทบทางสุขภาพอย่างเงียบๆทำให้เกิดผลที่ตามมาทั้งออฟฟิศซินโดม และการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะต่างๆในร่างกาย

อ่านต่อ »
Cover Workshop Burnout Kobayashi-SAKID

Workshop Burnout @Kobayashi

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop  Burnout ที่บริษัทโคบายาชิ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูดคุยและให้ความรู้ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ เคล็ดลับการจัดการความเครียดและการสื่อสารต่อเพื่อนร่วมงาน เทคนิคการจัดการความเครียดเรื่องการจัดการภาระงาน วิธีปรับตัวเมื่อเจอปัญหาการคิดบวก

อ่านต่อ »

สวัสดิการพนักงาน โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารองค์กรยุคปัจจุบัน

สวัสดิการพนักงาน ถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่เข้ามา และทำให้พนักงานเก่าไม่ให้ลาออกไป จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องขบคิดให้ดีนั่นเอง

อ่านต่อ »
Cover-Healthy Canteen-sakid

WORKSHOP Healthy Canteen

กิจกรรม  “อบรม พ่อครัว แม่ครัว ให้ทำอาหารสุขภาพมากขึ้น”

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “อบรม พ่อครัว แม่ครัว ให้ทำอาหารสุขภาพมากขึ้น”

อ่านต่อ »

Snack Bar จัดอย่างไรให้พนักงานสุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »