
สูตรลับสวัสดิการ ทุกบริษัททำได้ เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคนเก่ง
- 20/09/24
คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมบริษัทชั้นนำหลายแห่งจึงให้ความสำคัญกับสวัสดิการพนักงานเป็นอย่างมาก? ความจริงก็คือ สวัสดิการที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตโดยรวมขององค์กรอีกด้วย การลงทุนในความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรของบริษัท จากการลดต้นทุนด้านสุขภาพ เพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน และส่งเสริมความผูกพันของพนักงาน (Berry, Mirabito, & Baun, 2010)
สวัสดิการขั้นพื้นฐาน

สวัสดิการพนักงานมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่สวัสดิการพื้นฐานอย่างประกันสุขภาพและเงินบำนาญ ไปจนถึงสวัสดิการที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร บริการรถรับส่ง หรือแม้แต่ห้องออกกำลังกายภายในที่ทำงาน (Purohit & Bandyopadhyay, 2014) โดยส่วนใหญ่แล้วขั้นพื้นฐานที่ควรจะมีคือ
ประกันสังคม: นายจ้างและลูกจ้างต้องร่วมกันสมทบเงินเข้ากองทุนประกันสังคม ซึ่งครอบคลุมสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล เงินชดเชยการว่างงาน เงินชดเชยเมื่อเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และเกษียณอายุ
ค่าล่วงเวลา (OT): พนักงานมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหากทำงานเกินเวลาทำงานปกติ โดยอัตราค่าล่วงเวลาจะสูงกว่าค่าจ้างปกติ
วันหยุดและวันลาพักร้อน: พนักงานมีสิทธิได้รับวันหยุดประจำปีอย่างน้อย 6 วันหลังจากทำงานครบ 1 ปี รวมถึงวันหยุดตามเทศกาลที่กฎหมายกำหนด
การลาคลอด: พนักงานหญิงมีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรได้ไม่เกิน 98 วัน โดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง 45 วัน และได้รับค่าชดเชยจากประกันสังคมในวันที่เหลือ
ส่วนในการเลือกสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับองค์กรของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาความต้องการที่แตกต่างกันของพนักงาน ตัวอย่างเช่น พนักงานที่มีครอบครัวอาจให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ด้านการดูแลบุตรมากกว่าพนักงานที่เพิ่งจบการศึกษา ในขณะที่พนักงานรุ่นใหม่ๆอาจชื่นชอบสวัสดิการที่มีความยืดหยุ่นเช่นตารางการทำงานแบบยืดหยุ่น หรือโอกาสในการทำงานจากระยะไกล ที่ไหนก็ได้ (Gulyani & Bhatnagar, 2017)
สวัสดิการที่สามารถตอบโจทย์ได้เกือบทุกคน

ประกันกลุ่มพนักงาน เป็นสวัสดิการที่นายจ้างจัดหาให้แก่พนักงาน โดยบริษัทจะทำสัญญากับบริษัทประกันภัยเพื่อคุ้มครองพนักงานในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือเสียชีวิต โดยประเภทของประกันอยู่ที่ทางบริษัทและลักษณะงานของบริษัท
โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพ : ไม่ว่าจะเป็นการจัดห้องออกกำลังกายในที่ทำงาน การสนับสนุนค่าสมาชิกฟิตเนส หรือการจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น การแข่งเพิ่มก้าวเดิน เพื่อช่วยให้พนักงานลดการเป็นออฟฟิศซินโดรม การแข่งขันวิ่งสะสมหรือการปั่นจักรยาน การออกกำลังกายต่างๆ เป็นการลงทุนในสุขภาพของพนักงานไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนด้านการดูแลสุขภาพในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พนักงานสุขภาพแข็งแรง สร้างความผูกพันของพนักงาน และลดการขาดงานอีกด้วย (Berry, Mirabito, & Baun, 2010)
แม้ว่าสวัสดิการพนักงานจะมีความหลากหลายและแตกต่างกันไปตามความต้องการของแต่ละกลุ่ม หนึ่งในนั้นก็คือโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี นอกจากนี้ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งสุขภาพที่ดียังช่วยดึงดูดผู้สมัครที่มีคุณภาพ เนื่องจากคนรุ่นใหม่มักมองหาองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Gulyani & Bhatnagar, 2017)
สวัสดิการด้านการเงิน

เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นแผนการออม เงินบำนาญ หรือโบนัสประจำปี การให้ความมั่นคงทางการเงินแก่พนักงานช่วยลดความเครียดและเพิ่มความพึงพอใจในงาน (Joo & Grable, 2000) นอกจากนี้ยังช่วยดึงดูดผู้สมัครที่มีคุณภาพ และรักษาพนักงานที่มีประสิทธิภาพให้อยู่กับองค์กรในระยะยาวอีกด้วย ในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การนำเสนอความมั่นคงทางการเงินสามารถเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้บริษัทของคุณโดดเด่นจากคู่แข่ง และดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถมากที่สุด
สวัสดิการด้านการพัฒนาตัวเอง

อีกสวัสดิการที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือโปรแกรมการพัฒนาอาชีพ ซึ่งรวมถึงการฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และโอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ การลงทุนในการเติบโตทางอาชีพของพนักงานไม่เพียงช่วยสร้างกำลังคนที่มีคุณภาพและส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้เท่านั้น (Bedarkar & Pandita, 2014) แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาพนักงานในระยะยาว ซึ่งช่วยเพิ่มความจงรักภักดีและลดอัตราการลาออกอีกด้วย ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อแย่งชิงบุคลากรที่มีความสามารถ การนำเสนอโอกาสในการเติบโตทางอาชีพจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงดูดและรักษาพนักงานที่ดีที่สุด
นอกจากสวัสดิการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีสวัสดิการอื่นๆ อีกมากมายที่องค์กรสามารถนำมาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของพนักงาน ตัวอย่างเช่น สวัสดิการด้านการเดินทาง เช่น วันหยุดพักร้อนเพิ่มเติม หรือส่วนลดสำหรับการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน สามารถเป็นแรงจูงใจที่มีประสิทธิภาพสำหรับพนักงานที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและการผจญภัย (Purohit & Bandyopadhyay, 2014) ในขณะเดียวกัน สวัสดิการด้านการดูแลผู้สูงอายุ เช่น ประกันการดูแลระยะยาว หรือบริการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่กำลังดูแลพ่อแม่ที่ชราภาพ สามารถเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพนักงานที่มีภาระในการดูแลครอบครัว (Bedarkar & Pandita, 2014)
ในการเลือกชุดสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับองค์กรของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาความต้องการที่หลากหลายของพนักงาน ตลอดจนเป้าหมายและค่านิยมขององค์กร ด้วยการผสมผสานสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งที่เป็นสวัสดิการทั่วไปและสวัสดิการเฉพาะกลุ่ม คุณสามารถสร้างแพ็คเกจที่ดึงดูดใจ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่ดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการดูแลและความผูกพันในที่ทำงานอีกด้วย การลงทุนในความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานนั้นคุ้มค่าเสมอ เนื่องจากบุคลากรที่มีความสุขและมีสุขภาพดีย่อมส่งผลต่อผลประกอบการที่ดีขึ้นขององค์กรในระยะยาว
หากคุณต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมในการออกแบบแพ็คเกจสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับบริษัทของคุณ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา ทีม SAKID พร้อมให้คำแนะนำแก่คุณในทุกขั้นตอน ด้วยตัวอย่างกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น Workshop ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสุขภาพส่วนตัว หรือแข่งขันสุขภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจะสนใจอยากทำงานกับบริษัท และสร้างแรงบันดาลใจ ด้วยกลยุทธ์ด้านสวัสดิการที่เหมาะสม คุณสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และพัฒนาองค์กรของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืนในโลกธุรกิจยุคใหม่
References
Berry, L.L., Mirabito, A.M. and Baun, W.B. (2010) What’s the Hard Return on Employee Wellness Programs? Harvard Business Review, 88, 104-112, 142.
Bedarkar, M., & Pandita, D. (2014). A study on the drivers of employee engagement impacting employee performance. Procedia – Social and Behavioral Sciences, 133, 106-115. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2014.04.174
Gulyani, G., & Bhatnagar, J. (2017). Mediator analysis of passion for work in Indian millennials: Relationship between protean career attitude and proactive work behavior. Career Development International, 22(1), 50-69. https://doi.org/10.1108/CDI-04-2016-0057
Joo, S.-H., & Grable, J. E. (2000). Improving employee productivity: The role of financial counseling and education. Journal of Employment Counseling, 37(1), 2-15. https://doi.org/10.1002/j.2161-1920.2000.tb01022.x
Purohit, B., & Bandyopadhyay, T. (2014). Beyond job security and money: Driving factors of motivation for government doctors in India. Human Resources for Health, 12(1), 12. https://doi.org/10.1186/1478-4491-12-12
บทความที่น่าสนใจ

รีวิว 3 ไอเดียจัด เวิร์คช็อปบริษัท ให้ได้ความรู้
ในยุคที่องค์กรต้องการมากกว่า “การอบรมเชิงทฤษฎี” การจัด เวิร์คช็อปบริษัท จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ HRD และผู้บริหารนิยม เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาความรู้แล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วม กระตุ้นให้พนักงานได้ลงมือทำจริง และเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม
5 วิธีเพิ่มก้าวสำหรับพนักงานออฟฟิศ
สำหรับชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานนาน ๆ อยู่แต่กับหน้าจอคอมทำงานไม่ว่าด้วยเหตุผลตารางงานที่แน่นหรือทำงานจนเพลินจนไม่ลุกไปไหน พนักงานจำนวนมากมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันในการนั่งทำงานโดยไม่ลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน แต่แท้จริงแล้วกลับสร้างผลกระทบทางสุขภาพอย่างเงียบๆทำให้เกิดผลที่ตามมาทั้งออฟฟิศซินโดม และการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะต่างๆในร่างกาย

การดูแลพนักงานเจนใหม่ Gen Z ด้วยแนวทางจิตวิทยา
ในยุคปัจจุบัน พนักงานกลุ่ม Gen Z และ Millennials กลายเป็นกำลังสำคัญขององค์กรทั่วโลก ด้วยความที่ทั้งสองกลุ่มเติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีบทบาทสำคัญ พวกเขามีมุมมองต่อชีวิต การทำงาน และความสำเร็จที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน การจัดการคนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องเข้าใจจิตวิทยาและพฤติกรรมเฉพาะตัวของพวกเขา เพื่อสร้างความผูกพันและดึงศักยภาพออกมาให้ได้มากที่สุด

สร้าง Employee Wellbeing อย่างไร ให้พนักงานสุขภาพดี
Employee Wellbeing หรือ “สุขภาวะพนักงาน” หมายถึง สภาวะที่พนักงานมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “สุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ”
7 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจพนักงาน เพื่อสร้างความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน
ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตใจของพนักงานกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสนใจ จากการสำรวจของ WHO พบว่ากว่า 264 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า และอีกกว่า 284 ล้านคนมีความวิตกกังวลผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตพนักงานแล้ว ยังบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานไปด้วย (World Health Organization, 2022) และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิตมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ โรคซึมเศร้า โดยปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้มีสาเหตุได้หลากหลายด้าน ทั้งจากลักษณะงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน การบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาส่วนตัว (Pfeffer, 2018)

สวัสดิการสุขภาพพนักงาน เรื่องพื้นฐานที่องค์กรต้องใส่ใจ
เพราะปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับการดูแลตัวเอง องค์กรหรือบริษัทจึงควรหันมาใส่เรื่องสวัสดิการสุขภาพพนักงานกันมากขึ้น แล้วสวัสดิการสุขภาพไหนบ้างที่คนทำงานมองหา