จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ-02-SAKID
URL Copied!

จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ

พ.อ. หญิง พญ. สิรกานต์ เตชะวณิช

โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

 

          ช่วงวัยทำงาน คือ ช่วงอายุ 18-59 ปี คิดเป็นช่วงเวลาประมาณ 40 ปี ซึ่งกินเวลากว่าครึ่งหนึ่งของอายุขัย ซึ่งเป็นเวลานานพอที่พฤติกรรมสุขภาพในช่วงอายุนี้จะส่งผลต่อสุขภาพในภาพรวมเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

         

          วัยทำงานถือว่าเป็นช่วงวัยที่มีอัตราตายจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (non-communicable diseases, NCDs) สูงที่สุด และยังเป็นวัยที่มีความเครียดสูงที่สุดเมื่อเทียบกับวัยอื่น และกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำในคนทำงานทุกระดับ คือ การประชุม โดยข้อมูลจาก HREX.asia พบว่าคนวัยทำงานส่วนใหญ่ใช้เวลาร้อยละ 40 ของชั่วโมงทำงานไปกับการประชุม และถ้าคิดเป็นรายปีจะพบว่าคนวัยทำงานใช้เวลาในการประชุมไปถึงปีละ 75 ชั่วโมง  

         

         การนั่งประชุมต่อเนื่องเป็นเวลานานถือเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง ส่งเสริมให้เกิดโรค NCDs การสร้างวัฒนธรรมการประชุมที่มีองค์ประกอบการประชุมที่่ส่งเสริมสุขภาพย่อมมีส่วนส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพในสถานที่ทำงาน  ช่วยให้คนวัยทำงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์การประชุมที่มีประสิทธิภาพ

ลักษณะการประชุมแบ่งได้กี่ประเภท

          การประชุม คือ การสื่อสารระหว่างบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหัวข้อการประชุมนั้น มาร่วมปรึกษาหารือ หรือร่วมกันคิดอย่างมีวัตถุประสงค์ มีระเบียบวิธี และเป็นไปตามเวลาที่กําหนดการประชุมสามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์การประชุมเป็น 4 ประเภทใหญ่ ได้แก่

 

1.การประชุมเพื่อแจ้งให้ทราบ

2.การประชุมเพื่อขอความคิดเห็น

3.การประชุมเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน

4.การประชุมเพื่อหาข้อยุติหรือเพื่อแก้ปัญหา

 

            ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งการประชุมภายในหรือระหว่างองค์กร การประชุมขนาดเล็กหรือการประชุมขนาดใหญ่ และมีการใช้ระยะเวลาในการประชุมที่แตกต่างกัน การประชุมแต่ละครั้งนั้นต้องกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้การประชุมเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน รวมทั้งทีมงานที่จัดประชุมจะได้จัดเตรียมองค์ประกอบอื่นๆ ของการประชุมที่เอื้อต่อวัตถุประสงค์ของการประชุม เช่น กำหนดการ (agenda), กลุ่มผู้ร่วมประชุม, ระยะเวลาประชุม, บุคคลหรือทีมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการประชุม (facilitator), สิ่งแวดล้อมในการประชุม เป็นต้น

 

จัดการประชุมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ   

             ข้อมูลจาก HREX.asia พบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของพนักงานในองค์กรรู้สึกว่าการประชุมส่วนใหญ่ไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ร้อยละ 90 ของพนักงานยอมรับว่าคิดเรื่องอื่นๆ ในขณะที่ประชุม ขณะที่ร้อยละ 73 ของพนักงานทำงานอื่นไปด้วยขณะประชุม และร้อยละ 25 ของพนักงานพบว่ามีการพูดคุยในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อการประชุม ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้การประชุมยืดเยื้อ เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมไม่ให้ความสนใจ ผลลัพธ์การประชุมไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และไม่คุ้มค่ากับเวลาที่สูญเสียไปในการประชุม

            การประชุมให้มีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายปัจจัย แนวทางการปรับปรุงการประชุมให้มีสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมีดังนี้

 

1.ไม่จัดประชุมบ่อยเกินความจำเป็น ลดความซ้ำซ้อนของการประชุมต่างๆ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

 

2.กำหนดวัตถุประสงค์การประชุมที่ชัดเจน ซึ่งเป็นเหมือนเข็มทิศนำทางการประชุม

 

3.มีการนัดประชุมล่วงหน้า กำหนดกรอบเวลาการประชุมที่ไม่นานเกินไป และวาระการประชุมที่ชัดเจน

 

4.เริ่มและเลิกประชุมตามกำหนดเวลา หากการประชุมต่อเนื่องนานกว่า 1 ชั่วโมงควรมีการพักเบรค

 

5.กำหนดผู้เข้าร่วมประชุมที่เกี่ยวข้องจริงๆ

 

6.แจ้งผู้เข้าร่วมประชุมล่วงหน้าถึงหัวข้อหรือคำถามที่ต้องมีการแสดงความคิดเห็นระหว่างการประชุม และทำให้แน่ใจว่าเข้าร่วมประชุมทุกคนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการประชุม และข้อมูลที่ต้องเตรียมล่วงหน้า

 

7.เลือกเทคนิคและเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับการประชุม

 

8.สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

 

9.มีการสรุปการประชุมทุกครั้ง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนมีความเข้าใจที่ตรงกัน

รับมืออย่างไรกับมนุษย์การประชุมแต่ละประเภท   

         ผู้เข้าร่วมประชุมอาจมีบุคลิกหลายรูปแบบ เช่น บางคนชอบฟังเงียบๆ บางคนชอบแสดงความคิดเห็นในทุกสถานการณ์ บางคนมักคล้อยตามความคิดของผู้อื่น เป็นต้น ตัวอย่างแนวทางที่ทำให้เรารับมือกับผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละประเภท เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการประชุมมีดังนี้

 

1.หากผู้เข้าร่วมประชุม ไม่ได้รู้จักกันเป็นอย่างดีมาก่อน ก่อนเริ่มประชุมควรมีการละลายพฤติกรรมก่อนเริ่มการประชุม เช่น การชักชวนพูดคุยเรื่องอื่น การทำกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ เพื่อไม่ให้การประชุมตึงเครียดเกินไป และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

 

2.สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในแสดงความคิดเห็นอย่างจริงใจ หลีกเลี่ยงการตำหนิกันต่อหน้าที่ประชุม เพื่อให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยและกล้าแสดงความเห็น

 

3.กำหนดผู้ที่ทำหน้าที่เป็น Facilitator ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการประชุม นำสู่วาระ ตั้งคำถามและกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งอาจมีบุคลิกแตกต่างกัน มีส่วนร่วมในการประชุม ช่วยกำหนดจังหวะ และอารมณ์ร่วมของที่ประชุม และช่วยสรุปและทบทวนสิ่งที่ที่ประชุมเสนอออกมา ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นอาจเป็นประธาน เลขานุการที่ประชุม หรือเป็นผู้ที่รับผิดชอบจัดการประชุมก็ได้

ประชุมอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพกายใจ    

 

          องค์ประกอบที่ทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพดี  มักทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีสุขภาพจิตที่ดีไปด้วย เช่น การตรงต่อเวลา การหยุดพักเบรกเมื่อมีระยะเวลาประชุมต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน

ปัจจุบันมีองค์กรด้านสุขภาพมากมายทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาคให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพในองค์กร องค์กรอนามัยโลกและองค์กรอื่นๆ ที่สนับสนุนการประชุมที่ส่งเสริมสุขภาพแนะนำ องค์ประกอบ 6 ด้านในการจัดประชุมที่ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ ดังนี้

 

1.สถานที่ประชุมปลอดบุหรี่

 

2.สถานที่ประชุมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

3.มีการส่งเสริมกิจกรรมทางกายและลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในระหว่างการประชุม เช่น อาจมีบริการโต๊ะยืนประชุม มีกิจกรรม exercise break ที่หลากหลายประมาณ 10 นาที ก่อนและคั่นระหว่างการประชุม เป็นต้น

 

4.จัดอาหารว่างและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพบริการระหว่างการประชุม กล่าวคือ จัดอาหารว่างที่ดีต่อสุขภาพและพลังงานต่ำ เช่น ผลไม้ นมและผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ น้ำเปล่า หรือเครื่องดื่มพลังงานต่ำ เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน จากการกินอาหารพลังงานสูงร่วมกับการมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ทั้งนี้ในการประชุมที่ใช้เวลาไม่นาน อาจไม่จำเป็นต้องเสิร์ฟอาหารว่าง

 

5.ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีระหว่างการประชุม เช่น การตรงต่อเวลา การสร้างบรรยากาศให้มีการเสนอความคิดเห็นได้อย่างปลอดภัย การจัดมุมพักผ่อน เพื่อผ่อนคลายขณะพักเบรก เป็นต้น

 

6.ส่งเสริมความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เลือกการจัดประชุมออนไลน์ เพื่อลดมลพิษจากการเดินทาง ลดเอกสารการประชุมที่เป็นกระดาษโดยเลือกใช้แบบอิเล็กทรอนิกส์แทน การจัดอาหารให้พอดีกับผู้เข้าร่วมประชุม ไม่เหลือทิ้งเป็นขยะ ใช้อุปกรณ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ในการประชุมครั้งต่อไปได้ เป็นต้น

          การจัดประชุมให้ผู้ร่วมประชุมอยากเข้ามามีส่วนร่วม จัดได้ไม่ยาก เพียงวางแผนหัวข้อการประชุม และรูปแบบให้มีประสิทธิภาพ และอย่าลืมมองเรื่องสุขภาวะกายและใจด้วย เพื่อให้เป็นการประชุม healthy meeting ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ของ Healthy Organization ที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เพราะเรามีทั้งบริการ Healthy snack box, Healthy canteen และ Healthy tournament ด้วยนวัตกรรม SAKID application

 

แหล่งอ้างอิง

-ประชุมสำคัญอย่างไร ? ควรประชุมบ่อยแค่ไหน. Available form: https://th.hrnote.asia/tips/the-importance-of-meeting-01312022/

-Techsauce Knowledge Sharing Platform. 15 วิธีที่จะทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพ. [Internet]. 2023. Available form:https://techsauce.co/culture-transformation/how-to-make-effective-meeting-with-15-rules

-National Alliance for Nutrition and Activity. Healthy Meeting Toolkit. [Internet]. Available from:
https://www.cspinet.org/sites/default/files/attachment/Final%20Healthy%20Meeting%20Toolkit.pdf.

-Thailand Convention and Exhibition Bureau (TCEB). แนวทางปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับการจัดงานอย่างยั่งยืน [Internet]. 2018. Available from: https://rfs.businesseventsthailand.com/criteria/domestic-conventions.aspx.

-World Health Organization. Planning healthy and sustainable meetings: a practical guide. 3rd edition [Internet]. [cited 2023 Aug 1]. Available from: https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/344739/WHO-EURO-2021-3190-42948-60005-eng.pdf?sequence=1&isAllowed=y.

-World Health Organization. Regional Office for South-East Asia. (‎2021)‎. Decisions – RC74. World Health Organization. Regional Office for South-East Asia. Available from: https://apps.who.int/iris/handle/10665/345273

-กลุ่มส่งเสริมโภชนาการวัยทำงานและผู้สูงอายุสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ประชุมได้ผล คนได้สุขภาพ. ปทุมธานี: มินนี่ กรุ๊ป; 2566. ISBN 978-616-11-5023-5.

บทความที่น่าสนใจ

ท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง-SAKID

ท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง ปรับนิดเดียว สุขภาพดีทั้งวัน

หากคุณต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 6–8 ชั่วโมงขึ้นไป อาการปวดหลัง ปวดคอ หรือชาที่มืออาจเป็นสัญญาณเตือนของ “ออฟฟิศซินโดรม” โดยไม่รู้ตัว! แต่ข่าวดีคือ…เพียงแค่ “ปรับท่านั่งให้เหมาะสม” ก็สามารถลดอาการไม่พึงประสงค์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ทันที

อ่านต่อ »

ทำไมบริษัทควรมีโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน

โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดียิ่งขึ้น

แก่นหลักของการจัดการโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานของอีทเวลล์คอนเซปต์คือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดพฤติกรรมรักษาสุขภาพ ด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง การส่งเสริมให้เกิดทักษะการใช้ชีวิต และ การกระตุ้นให้มีกำลังใจด้วยการสร้างสังคมในที่ทำงานให้เกิดความตระหนักถึงการดูแลด้านสุขภาพ ปัจจัยเหล่นี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพฤติกรรมของพนักงาน

อ่านต่อ »
Sakid -Csr พนักงานออกกำลังกาย

CSR กับ SAKID พนักงานได้ออกกำลังกายและช่วยเหลือสังคมได้ด้วย

  การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้กับพนักงานโดยการนำ CSR มารวมกันด้วย เป็นหนึ่งในไอเดียในการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงานในบริษัทและยังมีกิจกรรมในการทำสิ่งที่มีประโยชน์คืนสู่สังคมอีกด้วย เป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์เป็นอย่างมากนอกจากสุขภาพพนักงานดีขึ้นด้วยกิจกรรมส่งเสริม Productivity และยังมีกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม

อ่านต่อ »
MEA-ยานาวา-sakid

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตยานนาวา

กิจกรรม  “Healthy Workshop”

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตยานนาวา ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก

อ่านต่อ »
จัดโต๊ะทำงาน

“จัดโต๊ะทำงาน” สร้างสุขในการทำงานง่ายๆ ด้วยความเป็นระเบียบ

เคยไหม? ก่อนเริ่มทำงาน ต้องจัดโต๊ะ จัดห้องให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นจะรู้สึกหงุดหงิด ไม่มีสมาธิทำงาน ไขประโยชน์ของการจัดโต๊ะทำงาน พร้อมเทคนิคจัดโต๊ะ เคลียร์สมอง!

อ่านต่อ »
4 วันทำงาน -SAKID thumbnail

เมื่อ ‘น้อยกว่า’ กลายเป็น ‘มากกว่า’: 4 วันทำงานกับผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย

คุณรู้สึกว่าการทำงานวันละ 8 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ทำให้คุณหมดแรงและขาดแรงบันดาลใจในการทำงานหรือไม่? คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ เพราะงานวิจัยล่าสุดชี้ว่า การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์อาจเป็นคำตอบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และยังช่วยสร้างสมดุลที่ดีระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวให้พนักงานมีความสุขมากยิ่งขึ้น

อ่านต่อ »
Work-ต่าง-Gen--การทำงานร่วมกันของคนแต่ละรุ่น-02
URL Copied!

Work ต่าง Generation (การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย)

Work ต่าง Generation

เวลาผ่านไป เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จะทำยังไง ให้การทำงานของคนต่าง generation หรือ แต่ละ gen ในบริษัททำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีปัญหา สำหรับบริษัทที่เปิดมาอย่างยาวนาน ก็ต้องย่อมมีคนทำงานเกิน 10 ปี ในระดับหัวหน้าและผู้บริหารระดับสูง ในขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องรับคนใหม่เข้ามาเพื่อสานต่อการทำงานของบริษัท

ทำไมเราต้องสนใจเรื่อง Gen

 

ในศตวรรษที่ 21 นี้ เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์การทำงานของโลก ที่หลายบริษัท มีพนักงานอยู่ร่วมกันถึง 5 Generation เลยทีเดียว แต่ปัญหาที่หลายบริษัทเจอก็คือ การทำงานร่วมกันให้สามารถสอดประสานได้ในแต่ละ Gen เพราะแต่ละ Gen ต่างก็มีแนวคิด และการสื่อสารในการทำงานแตกต่างกัน หากแต่ละ Gen ไม่พยายามสร้างความเข้าใจกัน ก็อาจทำให้การทำงานเกิดการสะดุดได้ หรือบรรยากาศในการทำงานที่ไม่ดี ดังนั้นมาดูกันก่อนว่าแต่ละ Gen มีแนวคิดเป็นอย่างไร

Generation X (Gen X):

-ช่วงเกิด: ประมาณช่วงปี 1965 – 1980

-ลักษณะความคิด: Gen X เต็มไปด้วยความอิสระและความเป็นอิสระ พวกเขาอาจมีทักษะทางเทคโนโลยีและความเป็นอิสระในการทำงาน

-ความต้องการในการทำงาน: Gen X ค่อนข้างรักการทำงานที่มีความเป็นมาตรฐาน เขามองหาความมั่นคงในการงานและมีความสนใจในการพัฒนาทักษะที่จะเสริมสร้างอาชีพของตนเอง

-ลักษณะการสื่อสาร: Gen X มักใช้การสื่อสารโดยตรงและส่วนใหญ่ใช้อีเมลเป็นช่องทางหลักในการสื่อสาร

 

Generation Y (Millennials):

– ช่วงเกิด: ประมาณช่วงปี 1981 – 1996

-ลักษณะความคิด: Millennials มักมีความคิดเปิดกว้างและรักการเปลี่ยนแปลง พวกเขาสนใจการทำงานที่มีความหมายและการเสริมสร้างทักษะที่มีประสิทธิภาพ

-ความต้องการในการทำงาน: Millennials ค่อนข้างรักการทำงานที่มีความยืดหยุ่นและโอกาสในการเรียนรู้ พวกเขามองหาการทำงานที่สร้างผลกระทบและช่วยให้โลกดีขึ้น

-ลักษณะการสื่อสาร: Millennials มักใช้โซเชียลมีเดียและการสื่อสารออนไลน์ในการสื่อสาร พวกเขาชอบการสื่อสารระหว่างกัน และทำให้งานที่มีการทำงานร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

 

Generation Z:

-ช่วงเกิด: ประมาณช่วงปี 1997 – 2012

-ลักษณะความคิด: Gen Z เป็น Generation ที่เติบโตขึ้นในยุคดิจิทัลและมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยี พวกเขามีความรู้สึกต่อการสร้างสิ่งใหม่ ๆ และการเรียนรู้ผ่านการทดลอง

-ความต้องการในการทำงาน: Gen Z มักมองหาโอกาสในการทำงานที่ท้าทายและเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง พวกเขาเน้นความรวดเร็วและการสร้างอะไรใหม่

-ลักษณะการสื่อสาร: Gen Z มักใช้แพลตฟอร์มสื่อสารแบบระหว่างผู้ใช้ เช่น แอปพลิเคชันข้อความและวิดีโอคอล

การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในที่ทำงานและสนับสนุน Generation ต่าง ๆ ในการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้ความรู้เกี่ยวกับความแตกต่างทางกายภาพและทัศนคติที่ส่งผลต่อวิธีการทำงานร่วมกันและการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกของบริษัท

การแก้ปัญหาการทำงานระหว่าง Generation

 

การไม่เข้าใจกันและมีความคิดเห็นที่ต่างกันทำให้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้น ไม่ว่า Gen ไหนย่อมเกิดขึ้นได้ เป็นเรื่องปกติของการทำงานร่วมกัน การพูดคุยไกล่เกลี่ยและสร้างความเข้าใจต่อกัน จะช่วยหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้ง

 

การใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

การใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมสำหรับแต่ละ Generation เช่น การใช้โซเชียลมีเดียสำหรับ Gen Z, อีเมลหรือการประชุมในสถานที่ทำงานสำหรับ Gen X และ Gen Y หาพื้นที่ออนไลน์หรือออฟไลน์เพื่อให้ใช้สื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การสร้างโปรแกรมการฝึกอบรมและพัฒนาที่เหมาะสม

การพัฒนาโปรแกรมการฝึกอบรมที่สนับสนุนความรู้และทักษะที่ต้องการในการทำงานร่วมกัน โดยพิจารณาความแตกต่างในรูปแบบการเรียนรู้ของ Generation แต่ละกลุ่ม

 

การสร้างโอกาสในการทำงานร่วมกัน

การสร้างโอกาสให้ Generation ทุกกลุ่มมีโอกาสทำงานร่วมกันในโครงการหรือกิจกรรมพิเศษ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือ โดยการดึงความสารมารถแต่ละ Gen มาใช้ในงานเพื่อเป้าหมายงานร่วมกัน

 

การเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็น 

เป็นการสร้างบรรยากาศและความรู้ทางด้านความคิด การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและความเข้าใจระหว่าง Generation กันและกัน โดยเพิ่มความเคารพต่อความแตกต่างของกัน ไม่จำเป็นต้องคุยเป็นเรื่องงาน สามารถคุยเรื่องอื่นๆ ที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้

 

           การเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ถ้าเรามองในแง่ดีการที่เขาผ่านประสบการณ์การทำงานมาเกิน 10 ปี เราจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตและข้อผิดพลาดการทำงานจากคนรุ่นก่อนเพื่อให้เราได้พัฒนาและควรระวังในตรงจุดไหน ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง  The intern เป็นเรื่องเกี่ยวกับพนักงานวัยเกษียณที่อยู่ว่างและยังอยากหาอะไรทำได้สมัครเข้าไปอยู่โครงการฝึกงานของวัยเกษียณของบริษัทหนึ่งที่ซีอีโอ เป็นคนรุ่นใหม่ เราก็จะได้เห็นการทำงานและสภาพแวดล้อมของบริษัท Gen Y ที่ดูแล้วแตกต่างจากบริษัทที่ก่อตั้งมายังยาวนาน แม้จะมีช่องว่างระหว่าง Gen อย่างชัดเจน แล้วคุณลุงวัยเกษียณจะมาทำงานในบริษัทนี้เป็นยังไง แนะนำให้ลองไปหาดูแล้วเราอาจจะเข้าใจกันและกันมากขึ้น หรือให้ SAKID ช่วยจัด workshop เสริมสร้างความเข้าใจระหว่าง Gen หรือจัดกิจกรรม Team building แบบ online ด้วย SAKID Application


บทความที่น่าสนใจ

คิดบวกในที่ทำงาน-Positive thinking -SAKID

วิธีการคิดเชิงบวก Positive Thinking ในที่ทำงาน

การคิดในเชิงบวกการทำงานกับคนหลากหลายในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยความท้าทายและแรงกดดัน แนวคิดเชิงบวกเป็นที่สำคัญสำหรับอารมณ์และจิตใจที่ช่วยให้เรารับมือกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมองโลกในแง่ดีไม่เพียงแต่ช่วยลดความเครียด แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรอีกด้วย

อ่านต่อ »
template -SET Start healthy strong together-SAKID

SET Start healthy strong together with SAKID

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม SET Start healthy strong together ที่แข่งขันทำภาารกิจสุขภาพดี โดยผ่าน SAKID application ตลอดระยะเวลากันยายน– พฤศจิกายน 67  มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งปรับเรื่องอาหาร ลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสมพร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกินอาหารตามภารกิจในแต่ละวัน โดยได้มีการจัดแบ่งทีมทั้งหมด 4 ทีมเพื่อแข่งขันสุขภาพดีและได้รับรางวัลโดยคนที่มีคะแนนสูงสุดในแต่ละทีมจะได้รางวัลพิเศษอีกด้วย ในกิจกรรมนี้ทุกคนได้ที่เข้าร่วมได้ปรับเปลี่ยนโดยการกินน้ำเปล่าเพิ่มมากขึ้น เดินกันเพิ่มมากขึ้น และส่งรูปอาหารที่กินมีผักเพิ่มขึ้นในแต่ละมื้อ

อ่านต่อ »

สร้างสวัสดิการให้กับพนักงานยังไงให้ครอบคลุมด้านสุขภาพ

สวัสดิการบริษัท  ไม่ได้หมายถึงเพียงโบนัสหรือวันลาพักร้อนอีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมไปถึง สุขภาพกายและใจของพนักงาน เพราะสุขภาพคือรากฐานของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ หากองค์กรมีการดูแลพนักงานตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะ จะช่วยให้พนักงาน ทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกผูกพัน และลดโอกาสลาออก ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข (2022) ระบุว่า การลงทุนใน สวัสดิการพนักงาน ด้านสุขภาพเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย

อ่านต่อ »
Aot-workshop-SAKID

WORKSHOP ดูแลสุขภาพการกิน กับ SAKID

กิจกรรม  ดูแลสุขภาพการกิน กับ SAKID

วันที่ 9 พฤษภาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม ดูแลสุขภาพการกิน กับ SAKID ที่สำนักงาน AOT โดยได้ไปออกบูธให้เล่นเกมทายแคลอรี่ในอาหารพร้อมแจกสายวัดรอบเอวน้องสะกิด และได้ให้คำแนะนำด้านโภชนาการส่วนบุคคล โดยการให้ความรู้ในการเลือกกินอาหารในแต่ละมื้อและการจัดสมดุลการกินให้เหมาะสมกับร่างกายตัวเอง

อ่านต่อ »
workshop การยศาสตร์ในการทำงาน-SAKID

workshop การยศาสตร์ในการทำงาน (Ergonomics Training)

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 9  มกราคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “กายศาสตร์ในการทำงาน” โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกายเบื่้องต้น อาหารแบบไหนที่เจ็บแล้วอันตรายควรไปพบคุณหมอ การปรับท่านั่งการทำงานให้ถูกต้องตามสรีระของแต่คน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือตัวเอง การยืดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ที่ถูกใช้บ่อย ๆ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น และเรื่องที่ควรระวังในการยกของหนัก ท่าที่ถูกต้อง สำหรับการยกของหนัก และการนั่งทำงานที่ใช้โน๊ตบุ๊คเป็นหลัก

อ่านต่อ »

Snack Bar จัดอย่างไรให้พนักงานสุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »