managing-head-SAKID
URL Copied!

จัดการความเสี่ยง เริ่มต้นที่สุขภาพพนักงาน

             กิจวัตรประจำวันของพนักงานออฟฟิศนอกจากจะนั่งทำงานอย่างยาวนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่พบเจอในองค์กรเมื่อตรวจสุขภาพประจำปี นั่นก็คือ ค่าไขมันสะสมสูงอาจจะเพราะว่าการเลือกกินอาหารที่มีไขมันสูง น้ำหวาน ซึ่งอาจจะเข้าใจได้ว่าเกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ช่วงบ่ายๆ เหนื่อยๆ มีความเครียดในที่ทำงานจนต้องหาน้ำหวาน ขนม มากิน ผนวกกับการนั่งทำงานนานๆ ไม่ขยับตัวจนไม่เกิดการเผาผลาญของร่างกายและนี่คือพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆ อย่างเช่น อ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ไตรกลีเซอไรด์สูง เบาหวาน เป็นต้น

 

            การรวบรวมข้อมูลทั้งด้านสุขภาพและความคิดเห็นในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญในการจัดหาแนวทางการแก้ปัญหาและส่งเสริมนโยบายด้านต่างๆ การให้ความสำคัญด้านสุขภาพพนักงานถ้าที่ทำงานแฮปปี้งานก็จะออกมาดีด้วย การรวบรวมข้อมูลผลตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อมาดูว่าสุขภาพพนักงานส่วนใหญ่มีผลแบบไหนสามารถสะท้อนการเป็นอยู่การทำงานของบริษัทได้ การทำแบบสอบถามความคิดเห็นโดยไม่เปิดเผยชื่อ เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนแก้ไขให้ดีขึ้น ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดสามารถมาประเมินผลรูปแบบสุขภาพการทำงานได้ โดยการแบ่งกลุ่มความเสี่ยงโรค แบ่งจากค่า BMI เกินเกณฑ์หรือต่ำกว่าเกณฑ์ หรือแบ่งกลุ่มตามเป้าหมายและความสนใจ

การเริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน

แน่นอนว่าตัวพนักงานเองก็เป็นตัวหลักที่สำคัญเหมือนกันในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ทว่าบริษัทหรือองค์กรช่วยสนับสนุนให้พนักงานสุขภาพแข็งแรงผลักดันอีกแรงหนึ่งด้วยจะมีแนวโน้มที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ด้วยการสร้างองค์กรที่มี Health and Wellness ให้สุขภาพและสภาพแวดล้อมที่ทำงานที่ดีได้

 

managing-1-SAKID

 

1.แนะนำพนักงาน เริ่มต้นด้วยการให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมและโรคแบบกลุ่มWorkshop เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพและมีแรงจูงใจและความเข้าใจในการสนับสนุนพนักงานด้วยกันในรูปแบบการขับเคลื่อนเป็นกลุ่ม

 

2.ตรวจสุขภาพประจำปี เป็นสวัสดิการที่ดีที่ต้องมีทุกปีเพราะผลตรวจสุขภาพนี้สามารถบอกได้ถึงสุขภาพร่างกายของพนักงาน การตรวจสุขภาพช่วยในการระบุคนที่มีความเสี่ยงล่วงหน้าและช่วยให้สามารถแก้ปัญหาสุขภาพได้แต่เนิ่นก่อนลดความเสี่ยงการเกิดโรค สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่เสียไปกับโรงพยาบาลได้

 

3.การส่งเสริมเลือกกินอาหาร อาจจะด้วยหลายๆอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยทั้งร้านอาหารและเวลา การให้ความรู้  ความเข้าใจทางโภชนาการ, จัดคลาสการทำอาหารสุขภาพ, และมีมุมของว่างกาแฟหรือโซนนั่งกินข้าวหรือตู้ขายของอัตโนมัติของที่ทำงานมีตัวเลือกอาหารที่เหมาะสม หรืออาจจะจัดผลไม้ฟรีแช่ตู้เย็นไว้ที่มุมเบรคของที่ทำงาน

 

4.จัดกิจกรรมส่งเสริมทางร่างกาย ยืดเหยียดกันก่อนประชุม การจัดเวลาผ่อนคลายในที่ทำงานลุกเดินเข้าห้องน้ำ คลาสการออกกำลังกายในที่ทำงาน คลาสโยคะ หรือส่งเสริมการใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ จัดการแข่งเก็บสะสมก้าวเดิน อาจจะหารางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นแรงกระตุ้น

 

5.การจัดการความเครียด ไม่ว่าจะมีเรื่องที่บ้านหรือที่ทำงานความเครียดเป็นตัวหลักที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงและยังทำให้สภาพแวดล้อมการทำงานติดลบอีกด้วย การจัดกลุ่มพูดคุยที่ไม่ใช่เรื่องงาน การรับฟังปัญหาและร่วมหาทางออกร่วมกัน หรือมีกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย การที่ให้พนักงานรู้จักการจัดการความเครียด โดยมีนักจิตวิทยามาให้ความรู้ Workshop หรือปรึกษานักจิตวิทยาฟรีไว้เป็นสวัสดิการในการช่วยแก้ปัญหาของพนักงาน

 

6.การกำหนดนโยบาย พิจารณาดำเนินการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่สุขภาพดี เช่น มุมกาแฟของว่างเพื่อสุขภาพและกิจกรรมทางร่างกายหรือกำหนดเวลาที่ยืดเหยียดเพื่อเพิ่มสมดุลระหว่างชีวิตและงาน

 

7.การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่สามารถให้คำปรึกษาหรือบริการให้พนักงานในสถานที่หรือจากระยะไกลสำหรับบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพเดิม ๆ เพื่อช่วยหาทางออกให้กับพนักงาน

              การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเป็นกระบวนการที่ต้องทำต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานมีแนวคิดและการตัดสินใจที่ดีในการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้สามารถปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่าง SAKID ที่สามารถออกแบบและวางโครงสร้างการจัดกิจกรรมและซัพพอร์ตด้านสุขภาพให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะขององค์กรและพนักงานของคุณได้

บทความที่น่าสนใจ

รู้จัก เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ แยกเรื่องงาน ดูแลสุขภาพและชีวิต

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

อ่านต่อ »
สร้าง-empathic-leader-พนักงานดีใจ-SAKID

สร้าง empathic leader พนักงานดีใจ

คงได้ยินคำว่า Empathic Leader มากันบ้างแล้วใช่ไหมคะ  ผู้นำที่มีความเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างไรกันนะ…ยอมรับฟังและเข้าใจลูกน้องอย่างไม่มีเงื่อนไข  ไม่คิดตัดสินลูกน้อง  วางใจเป็นกลางแบบนั้นเลยหรือไง  แล้วระบบงานล่ะ  อีกทั้งตัวเลขต่างๆ ที่ต้องทำให้ตามเป้าบริษัท  ความเครียดของบอสก็เยอะกันแล้ว  จะมาทำเป็นใจว่างๆ ฟังลูกน้องทั้งวันกันได้อย่างไร

อ่านต่อ »
work life balance คือ

Work Life Balance คืออะไร ทำไมจึงสำคัญกับการทำงานยุคใหม่

Work Life Balance ไม่ใช่แค่ปัญหาของคนทำงานเท่านั้น เพราะบริษัทเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แล้วบริษัทจะจัดการปัญหานี้อย่างไร? เข้าใจผลกระทบพร้อมไอเดียแก้ปัญหา ที่นี่

อ่านต่อ »
_เก็บออม-หรือเพิ่มรายได้-จุดไหนเราควรจะโฟกัส-SAKID

เก็บออมหรือเพิ่มรายได้ จุดไหนเราควรจะโฟกัส

 ในสถานการณ์ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์เมื่อปี 2565 ที่มีจำนวนผู้สูงอายุราวร้อยละ 20-30 และไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอดเช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 28 ในปี 2574 จึงเป็นส่วนหนึ่งให้คนวัยทำงานเริ่มวางแผนทางการเงิน เพื่อให้พร้อมรับกับวัยเกษียณที่จะมาถึง ซึ่งมีทั้งเก็บออมเงินจากการทำงานในปัจจุบัน หรือเลือกที่จะหาช่องทางเพิ่มรายได้ แล้วแบบไหนที่ควรจะเลือกดี

อ่านต่อ »

Healthy Workshop

กิจกรรม  “Healthy Workshop”

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Healthy Workshop”  ให้กับบริษัท ราชบุรีกล๊าส โดยนักกำหนดอาหาร ได้ให้ความรู้เรื่องการกินอย่างไรให้ห่างไกลโรคแบบรอบด้าน ที่ช่วยสามารถปรับพฤษติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจำวันให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อย่างง่าย และ ช่วงบ่าย มีนักวิทยาศาสตร์การกีฬา มาตรวจสมรรถภาพทางร่างกาย ได้ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อยในระหว่างพักเบรค เพื่อยืดกล้ามเนื้อและเผาผลาญกัน

อ่านต่อ »
Cover retire-SAKID

รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคง ต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา

กิจกรรม  Workshop “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ”

เมื่อวันที่ 23  กันยายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop ออฟไลน์ และออนไลน์ไปพร้อมกัน ในหัวข้อ “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ” โดยนักกำหนดอาหารที่จะให้ความรู้ทั้งในวัยที่กำลังเกษียณและวัยทำงานที่จะได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินอย่างไร ให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย สัดส่วนอาหารที่จำเป็นต่อวัยต่างๆ ที่ยังสามารถอร่อยและสุขภาพดีได้ การเลือกกินอย่างสมดุล และในส่วนของนักการเงินที่จะมาสอนเรื่องการลงทุนและการเก็บออมเงินก่อนเกษียณ การทำแบบแผนเตรียมตัวเกษียณอย่างง่าย การวางแผนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและใช้เงินในวัยเกษียณอย่างมีความสุขในสไตล์ที่เป็นเรา

อ่านต่อ »
PDCA-SAKID
URL Copied!

PDCA ตัวช่วยพัฒนาองค์กร

เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างมาก ที่มีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนา ช่วยให้มีกระบวนการการจัดการที่มีประสิทธิภาพและดำเนินการภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ

PDCA (Plan-Do-Check-Act)

หรือชื่ออื่น ๆ เช่น Deming Cycle, Deming Wheel, Plan-Do-Study-Act (PDSA) เป็นกระบวนการที่ถูกพัฒนาโดยวิศวกรและนักวิชาการคุณภาพชื่อดังชาวอเมริกัน วิลเลียม เดมิง (William Edwards Deming) ซึ่งเป็นนักวิชาการทางสถิติและคุณภาพที่มีผลงานทางวิชาการที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพและการบริหาร

 

PDCA-1-SAKID

PDCA มีขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอนดังนี้

 

1.Plan (วางแผน) กำหนดเป้าหมายและวางแผนการดำเนินงาน เพื่อทำให้ผลลัพธ์ตรงตามเป้าหมาย

ก่อนจะแก้ไขปัญหาใด ๆ การวางแผนเป็นเรื่องสำคัญ ขั้นตอนแรกจึงเป็นเรื่องของการวางแผนนั่นเอง ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ต้องคิดอย่างรอบคอบ วางแผนอย่างครอบคลุมตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนสิ้นสุด เช่น ปัญหาคืออะไร ใครเป็นคนรับผิดชอบ จะค้นหาข้อมูลและทดลองแก้ไขอย่างไร ไปจนถึงใช้ตัวชี้วัดใดในการประเมินผล จนกระทั่งปลายทางของขั้นตอนนี้ต้องออกมาเป็นแผนการดำเนินงานหรือ Action Plan ให้ได้

 

2.Do (ดำเนินการ) ทำตามแผนที่กำหนด เพื่อทดสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่วางไว้

หลังจากวางแผนอย่างรัดกุม ต่อมาจึงเป็นการลงมือทำ โดยอาจเริ่มต้นจากการดำเนินการกับทีมนำร่อง ในโปร-เจกต์เล็ก ๆ ก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดหรือความเสียหาย และเมื่อลงมือทำก็จะต้องทำตามแผนดำเนินการอย่างรอบคอบ คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลง หรือปัญหาใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

 

3. Check (ตรวจสอบ) ตรวจสอบผลลัพธ์ และเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อพบความไม่เป็นไปตามแผนหรือความผิดพลาด เมื่อปฏิบัติตามแผนมาเรื่อย ๆ ระหว่างทางการทำตามแผน จะต้องมีการตรวจสอบปัญหา หรือผลกระทบอย่างละเอียด สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปตามตัวชี้วัดหรือไม่ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

 

4.Act (ปรับปรุง) กระทำเพื่อปรับปรุงกระบวนการ แก้ไขข้อผิดพลาด และนำเสนอการปรับปรุง หลังจากปฏิบัติตามแผนและตรวจสอบอย่างรัดกุม จนไม่พบปัญหาใด ๆ แล้ว จึงจะไปต่อกับขั้นปฏิบัติให้เป็นแบบแผนหรือเป็นนโยบาย โดยนำแผนนั้นมาประยุกต์ใช้กับคนส่วนใหญ่ในองค์กร อาจจะผ่านการอบรม อีเมล์แจ้งข่าว หรือการประชุมใหญ่ โดยขั้นตอนนี้ต้องการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้นโยบายได้ประสิทธิภาพจนเห็นการเปลี่ยนแปลง

 

            สำหรับบริษัทหรือองค์กรที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ปัญหาหรือการกำหนดเป้าหมายทำตามแผนแล้วได้ผลไหมตัวแผนแนวคิด PDCA จะช่วยให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้น มีการปรับปรุงและพัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ

 

PDCA เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการและพัฒนาทุกระดับในองค์กร

-การใช้ PDCA ช่วยให้องค์กรมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

-ลดความผิดพลาด, และสร้างโอกาสในการพัฒนาและปรับปรุงต่อไป

-วิธีนี้เป็นไปได้ในทุกภาคส่วนขององค์กรไม่ว่าจะเป็นการผลิต, บริการ, หรือกระบวนการทางบริหาร

PDCA-2-SAKID

การใช้ PDCA ในด้านสุขภาพ

บางครั้งทางบริษัทหรือองค์กรไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน การลองทำแผนPDCA สามารถช่วยให้เราเข้าใจในการจัดกิจกรรมให้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งได้มีการนำเอามาใช้เพื่อพัฒนาและดูแลสุขภาพของบุคคลหรือกลุ่มคน โดยตัวอย่างการใช้ PDCA ในด้านสุขภาพมีดังนี้

 

Plan (วางแผน)

 

   – เป้าหมายสุขภาพ กำหนดเป้าหมายทางสุขภาพ เช่น ลดน้ำหนัก, ปรับท่าทางในการทำกิจกรรมทางกาย, หรือเพิ่มการกินผักผลไม้

   วางแผน วางแผนการทำกิจกรรมทางกายเช่น การเก็บสะสมก้าวเดินโดยใช้แอพ, นำกายบริหารยืดเหยียดร่างกายก่อนเข้างาน ,การตั้งเป้าหมายการกินผลไม้ 1 กำปั้นหลังอาหารเที่ยง

 

Do (ดำเนินการ)

 

   การดำเนินการตามแผน ทำตามแผนที่วางไว้ เช่น เริ่มเก็บสะสมก้าวเดินต่อวันโดยใช้แอพ ,การออกกำลังกาย, การปฏิบัติตามการกินอาหารที่วางไว้

 

Check (ตรวจสอบ)

 

   –ติดตามและวัดผลลัพธ์ วัดผลการทำตามแผน เช่น ดูก้าวเดินสะสมในรายอาทิตย์หรือรายเดือน การชั่งน้ำหนัก, การวัดการทำกิจกรรมทางกาย, หรือการตรวจสอบสุขภาพทั่วไป เป็นต้น ฟังความคิดเห็นพนักงานเพิ่มเติมเพื่อนำมาพัฒนา

 

Act (ปรับปรุง)

 

   – การปรับปรุง ปรับแผนตามผลลัพธ์ที่ได้ โดยเพิ่มหรือลดกิจกรรม, ปรับเป้าหมายการรับประทานอาหาร, ปรับการยืดหยุ่นเวลาเข้างานให้สอดคล้องกับเวลาออกกำลังกาย, เก็บรวบรวมความคิดเห็นพนักงานเพื่อแก้ปัญหาว่าผลลัพธ์ที่ได้เกิดจากตรงไหนบ้าง

 

   – การติดตามและวัดผลลัพธ์ใหม่ วัดผลลัพธ์หลังการปรับปรุง เพื่อดูว่ามีการพัฒนาหรือไม่ ถ้าทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแล้วสามารถทำต่อไปได้ แต่ถ้ายังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้อาจจะต้องกลับมาดูปัญหาและปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก

 

            ตัวอย่างนี้อธิบายถึงการใช้ PDCA ในด้านสุขภาพของบุคคล หากมีการตั้งเป้าหมายในด้านสุขภาพ, การวางแผนการทำกิจกรรม, การดำเนินการ, การตรวจสอบผลลัพธ์, และการปรับปรุงตามผลลัพธ์ที่ได้ จะช่วยให้บุคคลหรือกลุ่มคนบรรลุเป้าหมายทางสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นแบบนี้แล้วการจัดกิจกรรมสุขภาพก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป หรือจะให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่าง SAKID ช่วยออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับองค์กรคุณได้ โดยมีนักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจิตวิทยา นักกายภาพ ที่จะมาช่วยดูให้ครบทุกด้านตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะสุขภาพพนักงาน

บทความที่น่าสนใจ

สร้างความรู้ สุขภาพดีในองค์กร เริ่มจาก เทรนนิ่งพนักงาน

ทำงานที่ไหนไม่เครียดบ้าง แต่อยู่ที่เราจะจัดการความเครียดและชีวิตสุขภาพได้ดีแค่ไหน  การดูแล “สุขภาพพนักงาน” จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรไม่อาจละเลยได้อีกต่อไป และหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดคือ “การเทรนนิ่งพนักงานด้านสุขภาพ” เพราะการอบรมที่ดีไม่ได้ช่วยแค่เพิ่มความรู้ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีให้กับบริษัท เมื่อพนักงานสุขภาพดี งานก็จะออกมามีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »
Workshop burnout-SAKID Cover

Workshop Burn out จัดการอย่างไรดี?

Workshop Burnout จัดการอย่างไรดี

วันที่ 4 มีนาคม  2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop ที่บริษัท JTEKT โดยนักจิตวิทยามาร่วมพูคุยและให้ความรู้ เรื่องBurnout ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวแต่จริงๆแล้วอาจจะแฝงอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัวและสามารถสร้างผลกระทบกับชีวิตตัวเองและการทำงานด้วย และเพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองว่าตอนนี้เรากำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่ไหม แล้ววิธีการจัดการกับความคิดและสิ่งต่างๆที่เข้ามาได้อย่างไร ร่วมกันหาทางอออกสำหรับภาวะ Burnout สามารถจัดการตัวเองอย่างไร ให้การทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างสุขภาพจิตที่ดี

อ่านต่อ »
ตัวอย่าง สวัสดิการ พนักงาน

[Case Study] ตัวอย่างสวัสดิการพนักงานจากทั่วโลก

เพราะ ‘คนทำงาน’ เป็นสิ่งที่องค์กรควรลงทุนมากที่สุด และการลงทุนนั้นก็คือสวัสดิการที่จะช่วยให้พนักงานมีชีวิตที่ดีได้ ชวนไปสำรวจตัวอย่างสวัสดิการพนักงานจากทั่วโลกกัน

อ่านต่อ »

สร้างสวัสดิการให้กับพนักงานยังไงให้ครอบคลุมด้านสุขภาพ

สวัสดิการบริษัท  ไม่ได้หมายถึงเพียงโบนัสหรือวันลาพักร้อนอีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมไปถึง สุขภาพกายและใจของพนักงาน เพราะสุขภาพคือรากฐานของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ หากองค์กรมีการดูแลพนักงานตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะ จะช่วยให้พนักงาน ทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกผูกพัน และลดโอกาสลาออก ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข (2022) ระบุว่า การลงทุนใน สวัสดิการพนักงาน ด้านสุขภาพเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย

อ่านต่อ »

Positive thinking ในการทำงาน เคล็ดลับคิดบวกเพื่อจัดการความเครียด

“Positive thinking” หรือการมี ทัศนคติเชิงบวก หมายถึงการมองเห็นโอกาสท่ามกลางปัญหา และเชื่อว่าสามารถหาทางออกได้ แม้จะอยู่ในสถานการณ์กดดัน การปลูกฝังการคิดบวกในที่ทำงานไม่เพียงช่วยให้พนักงานรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและการทำงานร่วมกัน 

อ่านต่อ »
Health talk NCDs-SAKID

Health talk กินอยู่ อย่างไร ห่างไกล NCDs

Health talk กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 30 เมษายน  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์  Workshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
URL Copied!

Well being the future hr trends

การให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีในที่ทำงานไม่ใช่แค่เทรนด์ที่ผ่านไปเท่านั้น แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างมากขึ้นในมุมมองของธุรกิจและสังคมต่อบทบาทของการทำงานและความสำคัญของสวัสดิการของพนักงาน ปัจจัยหลายอย่างมีส่วนทำให้การเน้นเรื่องสุขภาพและสภาพสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดีเพิ่มมากขึ้น

Well Being 

คือ “สุขภาวะ” ซึ่งหากแปลในด้านความหมายการใช้งาน จะแปลได้ว่าการมีสุขภาวะที่ดีในทุก ๆ ด้านของมนุษย์ ซึ่งในที่นี้จะหมายถึงสุขภาวะด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการงาน ด้านสุขภาพกาย หรือด้านสุขภาพใจ ของพนักงานภายในองค์กรที่ต้องทำงานร่วมกัน

ยุคที่ให้ความสำคัญกับชีวิต

ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีแนวโน้มที่จะให้การทำงานปรับเปลี่ยนและให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ อนาคตของการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) คาดว่าจะได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มต่างๆ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เนื่องจากองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของพนักงานที่มีสุขภาพดี ซึ่งจะส่งผลให้ทำงานได้อย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังทำให้พนักงานอยากทำงานที่องค์กรต่อเนื่อง ทำให้ไม่เสียบุคลากรที่มีคุณภาพไป จึงมีส่วนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลนำกลยุทธ์และแนวทางใหม่ๆ มาใช้ ต่อไปนี้เป็นแนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

Happy life happy health

Well-being-sakid

 

การสนับสนุนสุขภาพทางองค์กร

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทำงานสิ่งแวดล้อม ล้วนเป็นปัจจัยในการกระทบสุขภาพพนักงาน การมีที่พักผ่อนในที่ทำงาน การดูแลเอาใจใส่พนักงานเรื่องอาหาร น้ำดื่มสะอาด สุขอนามัยในที่ทำงาน สวัสดิการอื่นๆ ที่นอกเหนือจากประกันสังคม เช่น ตรวจสุขภาพประจำปี ประกันสุขภาพแบบกลุ่ม มุมอาหารว่างสุขภาพ มุมพักผ่อน วันหยุดพักร้อน วันหยุดลาคลอด เงินสนับสนุนกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายจ้างจึงต้องตระหนักถึงผลประโยชน์ทางการเงินของการลงทุนในมาตรการป้องกันและโปรแกรมด้านสุขภาพ การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานสามารถนำไปสู่การลดต้นทุนการรักษาพยาบาลในระยะยาวได้

 

การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต

การลงทุนกับการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต เป็นสิ่งที่บริษัทควรมีให้ เพราะด้วยเนื้อหางานบางสาย และการทำงานหนักจนไม่มีชีวิตส่วนตัว ทำให้เกิดภาวะเครียด วิตกกังวล หรือรุนแรงถึงภาวะหมดไฟ และภาวะซึมเศร้า การทำงานเจอผู้คน มีโอกาสทำให้เกิด Toxic Workplace และความเครียดสะสมในตัวพนักงานได้ ถ้ามีการให้เข้าถึงบริการให้คำปรึกษานักจิตวิทยา หรือ Workshop นักจิตวิทยาจะการช่วยเหลือทางด้านจิตใจ อารมณ์และความคิดพนักงานได้ โดยข้อมูลที่พนักงานรับบริการปรึกษานักจิตวิทยาควรจัดเก็บเป็นความลับ

 

Work life balance

การจัดการระหว่างชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัวไม่ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อกันและกัน  เพราะการทำงานหนักมากเกินไปจนเสียสมดุล ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมไปถึง ไม่มีเวลาในการดูแลตัวเองและจัดการเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต โดยข้อมูลจาก ACAS (The Advisory, Conciliation and Arbitration Service) ระบุว่า ภาวะขาด Work Life Balance เป็นสาเหตุให้พนักงานลางาน และส่งผลให้ประสิทธิภาพและ Productivity ในการทำงานลดลง บริษัทที่สามารถจัดการเรื่องเวลาได้ดีจะสามารถทำให้พนักงานแฮปปี้ได้

 

การสนับสนุนสุขภาพการเงิน

นอกเหนือจากเงินเดือน การสนับสนุนค่าเดินทาง ค่าทำงานล่วงเวลา(OT) การมีเงินสำรองบริษัทช่วยเหลือทางการเงินสำหรับกรณีฉุกเฉิน, เช่น ค่ารักษาพยาบาล, ค่าจัดการงานศพ เป็นต้น การจัด Workshop ให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับ การลดหย่อนและจ่ายภาษี การจัดทำงบประมาณ การออม โอกาสในการลงทุน และการวางแผนเกษียณ ซึ่งจะทำให้พนักงานบริหารเรื่องการเงินส่วนบุคคลได้ดีขึ้น เมื่อสุขภาพการเงินดี ก็ไม่เครียด มาทำงานได้อย่างมีความสุข

ความท้าทายในการเปลี่ยนแปลง

การเน้นเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีในสถานที่ทำงานไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยมเท่านั้น แต่เป็นการปรับเปลี่ยนตามโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด ซึ่งนายจ้างต้องตระหนักถึงคุณค่าของการให้ความสำคัญด้านสุขภาพและความสุขของพนักงาน ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปและความคาดหวังสำหรับการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและมีความเห็นอกเห็นใจ

 

การบริหารแบบองค์รวม

การบริหารองค์กรที่มีการร่วมมือและปฏิบัติงานร่วมกันของทุกฝ่ายทุกระดับในองค์กร เพื่อทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการและเป็นระบบที่มุ่งเน้นการทำงานทั้งหมดขององค์กร การบริหารแบบองค์รวมช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ การเงิน และสังคม ในสภาวะที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้สามารถครอบคุมจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การทำงานออนไลน์และกฎบริษัทที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีแนวโน้มที่จะต้องปรับตัวเพื่อรองรับการจัดการการทำงานที่ยืดหยุ่น การสนับสนุนพนักงานที่อยู่ห่างไกลด้วยทรัพยากรและเครื่องมือไม่ว่าจะเป็นระบบโปรแกรมในการทำงาน ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ การให้ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน และการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

 

การพัฒนาทักษะและเรียนรู้

การเรียนรู้ไม่ได้ยากอีกต่อไปในทุกวันนี้ ที่มีเปิดสอนทั้งคอร์สออนไลน์ได้ใบรับรอง การสอบใบอนุญาตต่างๆ และอบรมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสายงานต่างๆ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเหมือนการอัพเดทบริษัทให้ตามทันเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ถ้านายจ้างมองเห็นถึงทักษะที่จำเป็นในการทำงานในอนาคตที่จะสามารถมาต่อยอดงานบริษัทได้ การให้โอกาสพนักงานยกระดับทักษะ การเพิ่มทักษะใหม่ที่พนักงานต้องการ การสนับสนุนจากบริษัททำให้พนักงานได้มีการพัฒนาทักษะและการเติบโตทางอาชีพ

 

การยอมรับความหลากหลาย

การให้ความเคารพและเปิดกว้างทางความคิดที่มีความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยกทางเพศ ชาติ ศาสนา หรืออายุการทำงาน ทำให้ทุกคนได้รับการยอมรับ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร บริษัทควรเริ่มสร้างนโยบายและแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมเพื่อสนับสนุนพนักงานทุกคน

 

การรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

นอกจากจะรับผิดชอบต่อบริษัทแล้ว การรับผิดชอบต่อสังคมเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ กิจกรรมที่บริษัทหรือองค์กรจัดขึ้นภายใต้แนวคิดในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สามารถจัดกิจกรรมได้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เป็นกิจกรรมทำประโยชน์ให้กับสังคมที่หมายถึงผู้บริโภคที่สนับสนุนธุรกิจและทรัพยากรต่าง ๆ ที่ธุรกิจได้ใช้

 

           สิ่งสำคัญคือแนวโน้มเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรมและภูมิภาค และองค์กรต่างๆ จะต้องปรับแต่งกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับบริบทเฉพาะและข้อมูลของพนักงาน นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมอาจส่งผลให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ ต่อไป

           สำหรับบริษัทหรือองค์กรไหน ที่ไม่รู้ว่าอยากจะสร้างนโยบายทางด้านสุขภาพแบบไหน SAKID สามารถช่วยคุณได้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพสำหรับองค์กร ที่จะมาช่วยออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานโดยวิเคราะห์จากข้อมูลสุขภาพพนักงานและวัฒนธรรม ความคิดเห็น ทั้งด้าน อาหาร ออกกำลังกาย สุขภาพกาย และสุขภาพจิต โดยผู้เชี่ยวชาญ นักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจิตวิทยา และ นักกายภาพ

ที่มา

 

World Health Organization. (2022). Burnout syndrome. In <i>International Classification of Diseases (11th Revision)</i>. https://www.who.int/news/item/28-05-2019-burn-out-an-occupational-phenomenon-international-classification-of-diseases

 

Bakker, A. B., Demerouti, S., & Sanz-Vergara, M. (2014). Work engagement: A conceptual review. The Journal of Positive Psychology, 9(1), 89-105. (Published in 2014)

 

Cullen, P. A. (2005). A new perspective on work-family balance and burnout. Journal of Occupational and Organizational Psychology, 78(4), 497-516. (Published in 2005)

 

Leiter, M. P. (2009). Preventing burnout: Current strategies and future directions. In R. A. Karasek, & T. Theorell (Eds.), Handbook of work and health (pp. 621-644). New York: Springer. (Published in 2009)

 

Schaufeli, W. B., Leiter, M. P., & Bakker, A. B. (2008). Work engagement: A conceptual and empirical review. European Journal of Work and Organizational Psychology, 17(2), 167-215. (Published in 2008)

 

Maslach, C., Schaufeli, W. B., & Leiter, M. P. (2001). Job burnout: A theoretical model. In C. L. Cooper, P. A. Day, & R. E. Burke (Eds.), Organizational stress and health (pp. 89-100). Chichester, UK: Wiley. (Published in 2001)

 

Schaufeli, W. B., & Bakker, A. B. (2001). Burnout: A review of 25 years of research and theory. Current Directions in Psychological Science, 10(4), 113-117. (Published in 2001)

 

Leiter, M. P., & Maslach, C. (2005). Prevention of work-related stress, burnout, and health problems: A new approach. Journal of Occupational Health Psychology, 10(3), 3-40. (Published in 2005)

บทความที่น่าสนใจ

Cooking-Kimbab-SAKID

WORKSHOP Cooking class คิมบับสุขภาพ

กิจกรรม Cooking class คิมบับ กับ SAKID

ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม  2567- วันที่ 14 มิถุนายน 2567 รวมทั้งหมด ทั้งหมด 5 รอบ โดยSAKID ได้จัดกิจกรรมCooking class คิมบับสุขภาพดีสไตล์เกาหลีโดยผู้สอนเป็น นักกำหนดอาหารที่จะมาให้ความรู้และความเข้าใจการเลือกใช้วัตถุดิบประกอบอาหาร โดยจะมีการสอนทำคิมบับทั้งหมด 2แบบ คือ คิมบับแบบม้วน และ คิมบับแบบพับ ที่สามารถทำกินเองได้ง่ายๆจากที่บ้านซึ่งคิมบับประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่มีปประโยชน์ต่อร่างกาย

อ่านต่อ »
จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน-01-SAKID

จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน

 เมื่อคนใช้เวลากว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในที่ทำงานจดจ่ออยู่กับการทำงาน เวลาพักน้อย การจะขยับตัวเพิ่มกิจกรรมทางกายระหว่างวันก็เป็นไปได้ยากเพราะไม่อาจละจากงานตรงหน้าได้ ด้วยปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การจะออกกำลังกายให้ได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลกยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของพนักงานและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

อ่านต่อ »
Cover Workshop Burnout Kobayashi-SAKID

Workshop Burnout @Kobayashi

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop  Burnout ที่บริษัทโคบายาชิ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูดคุยและให้ความรู้ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ เคล็ดลับการจัดการความเครียดและการสื่อสารต่อเพื่อนร่วมงาน เทคนิคการจัดการความเครียดเรื่องการจัดการภาระงาน วิธีปรับตัวเมื่อเจอปัญหาการคิดบวก

อ่านต่อ »
Cover cooking class เคบับสุขภาพดี-SAKID

WORKSHOP Cooking class เคบับ @สำนักงานCentral

กิจกรรม  Cooking class เคบับ
วันที่ 14  พฤษภาคม 2568  SAKIDได้จัดกิจกรรม Cooking class เฮลตี้ เคบับ ที่สำนักงานห้างเซนทรัลชิดลม โดยพนักงานได้เข้าร่วมกิจกรรมและนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและมีทริคการดูแลสุขภาพในการเลือกอาหารเช้า เที่ยง เย็น ในชีวิตประจำวันสำหรับชาวออฟฟิศ มีกิจกรรมเล่นเกมสุขภาพพร้อมรับของรางวัลกันอีกด้วย คลาสสอนทำเคบับ

อ่านต่อ »
จัด-Workshop-อย่างไรให้โดนใจ-Cover-Sakid

จัด Workshop อย่างไร ให้โดนใจ

การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยจุดเริ่มต้นที่สามารถทำได้คือการจัดอบรมเกี่ยวกับสุขภาพในด้านต่างๆการจัดอบรมจะช่วยปูพื้นความรู้การดูแลสุขภาพทั้งด้านกายและจิตให้กับพนักงาน ให้สามารถนำไปใช้ดูแลสุขภาพของตัวเองได้ โดยทีมผู้จัด สามารถเริ่มต้นทำได้

อ่านต่อ »

การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้ดีขึ้น ด้วยแนวคิดแบบสตาร์ทอัพ

วัฒนธรรมองค์กรแบบสตาร์ทอัพ ถือเป็นวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่ใคร ๆ จะรู้สึกสนใจในสิ่งนี้

อ่านต่อ »
1smart-goal-SAKID
URL Copied!

SMART GOAL ตั้งเป้าหมายอย่างไร ให้สำเร็จ

            ปีใหม่ คนใหม่ คำปณิธาน วันขึ้นปีใหม่ ที่หลายๆ คน มักตั้งใจเอาไว้ และทำรายการขึ้นมา ว่าฉันจะเปลี่ยนนู่น นี่นั่น แต่เคยมั้ยคะ ว่าพอลิสต์ หรือจดไว้แล้ว ผ่านไปไม่เท่าไหร่ ก็กลับเป็นว่าเป้าหมายนั่น ก็เป็นเป้าหมายที่ตั้งไว้ลอย ๆ แต่ทำไม่ได้สักที  วันนี้ เราอยากแนะนำทุกคน ว่าควรทำอย่างไรให้เป้าหมายที่เราตั้งใจ ทำได้สำเร็จ เป็นจริงดังหวัง

รู้จักหลักการตั้งเป้าหมายแบบ SMART GOAL “ชัด วัดได้ ใกล้ ใช่ และมีละอ้างอิงเวลา”

เริ่มต้นเรื่องสุขภาพ หลายคนอาจมีเป้าหมายว่า อยากลดน้ำหนัก แต่ตั้งไว้แค่นั้น หากไม่ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ก็จะทำให้เป้าหมายมีโอกาสสำเร็จได้น้อยลงมาได้  ดังนั้น เราสามารถตั้งเป้าหมายโดยใช้หลัก SMART GOAL ได้นั่นเลย

 

SMART GOAL มาจากคำย่อของภาษาอังกฤษ 5 ตัวคือ

smart-goal-5-SAKID

 

S = Specific มีความเฉพาะเจาะจง เช่น ถ้าอยากลดน้ำหนัก เราอยากจะลดด้วยวิธีการอย่างไร   เช่น ทำ IF , ออกกำลังกาย เป็นต้น

 

M = Measurable สามารถวัดได้  อาจมีคนเคยได้ยินประโยค ที่ว่า You can’t manage what you can’t measure it คำคม ที่มักกล่าวในโรงเรียนสอนธุรกิจหลากหลายโรงเรียน ที่มาจาก Peter Drucker ปรมาจารย์ด้านการบริหารจัดการ  โดย Peter Drucker  ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า หากเราไม่สามารถวัดสิ่งต่างๆ ได้ เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสิ่งนั้นดีขึ้นหรือแย่ลง ดังนั้น การกำหนดเป้าหมายให้เป็นตัวเลขที่ชัดเจน ก็จะทำให้เราสามารถวางแผน และวัดผลได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมายได้

 

ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการลดน้ำหนัก เราควรตั้งเป้าหมายว่าเราอยากลดให้เหลือเท่าไหร่ และมีการตรวจติดตามอยู่เสมอ เช่น ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ วัดรอบเอวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือวัดองค์ประกอบร่างกาย เช่น ปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง น้ำหนักกล้ามเนื้อ หรือ ไขมันในช่องท้อง ว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด  (ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องวัดทุกวัน เนื่องจากค่าน้ำหนักมักมีการเปลี่ยนแปลงจากอาหารที่กิน ระดับน้ำ สภาพอากาศได้)  หรือถ้าเราอยากออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ก็ควรกำหนดวันว่าเราจะออกกี่วัน หรือกี่นาทีต่อสัปดาห์ และมีการติดตามหรือบันทึกข้อมูลการออกกำลังกาย เพื่อให้เราสามารถติดตามสิ่งที่เราทำได้ 

 

A = Attainable ทำได้ การตั้งเป้าหมาย จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายที่สามารถทำได้  ไม่ใช่ตั้งสูงเกินไป จนเกิดอาการท้อ หรือ ตั้งต่ำเกินไป จนรู้สึกว่า ค่อยทำพรุ่งนี้ และผลัดวันไปเรื่อย ๆ

 

ยกตัวอย่างเช่น การตั้งเป้าหมายเรื่องการเก็บเงิน หากเราตั้งเป้าหมายว่าจะมีเงินล้านให้ได้ ภายใน 1 เดือน สำหรับใครหลายคนที่เป็นพนักงานเงินเดือน ก็อาจจะดูเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างสูงจนเกินไป  

 

หรือ หากเราต้องการตั้งเป้าหมายเรื่องการลดน้ำหนัก หากตั้งเป้าหมายว่า จะลดน้ำหนักให้ได้ 20 กิโลกรัมใน 1 เดือน ก็จะดูเป็นเป้าหมายที่ทำได้ยาก และยังเป็นอันตรายกับร่างกายได้อีกด้วย  แต่หากอยากลดน้ำหนักลงแม้ว่าจะเป็นจำนวนน้ำหนักที่เยอะ  แต่เราก็ยังสามารถตั้งเป้าหมายนั้นได้ แต่อาจจะขยับระยะเวลาหรือ Timeline ออกไป เป็นสัก 1 ปี หรือ 2 ปี เป็นต้น ก็จะทำให้ดูเป็นไปได้ ไม่อันตราย และไม่กดดันตัวเองมากเกินไป

ทริคการตั้งเป้าหมาย ลดน้ำหนัก ที่เป็นไปได้

แนะนำ เริ่มตั้งเป้าหมายจากน้ำหนักเริ่มต้นเสียก่อน โดยสามารถตั้งเป้าหมายการลดให้อยู่ที่ 5% ของน้ำหนักตั้งต้น ในช่วงแรก เนื่องจากสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน หากน้ำหนักลดลง 5% ของน้ำหนักตัวเดิม นั่นจะทำให้ความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างเบาหวาน ความดัน หัวใจและหลอดเลือดลดลงได้อย่างเห็นผล หลังจากนั้นค่อยขยับเป้าหมาย ตามที่เราตั้งใจไว้ได้ 

 

น้ำหนักเกิน-SAKID

 

ทริคการตั้งเป้าหมาย ออกกำลังกาย ที่เป็นไปได้

เพื่อสุขภาพที่ดี แนะนำเริ่มต้นการออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ดังนั้น เราอาจเริ่มตั้งเป้าหมายจากตรงนี้ก่อนก็ได้ 

R = Relevant การตั้งเป้าหมายครั้งนี้ จำเป็นต้องสัมพันธ์ กับเป้าหมายใหญ่ หรือคุณค่าในชีวิตที่เรายึดถือ เพราะถ้าหากไม่สัมพันธ์ นั่นอาจทำให้เป้าหมายไม่สำเร็จ เนื่องจากเราอาจไม่มีแรงใจมากพอที่จะทำนั่นเอง 

         ลองจากเริ่มถามตัวเอง ถ้าเราตั้งเป้าหมายว่าอยากลดน้ำหนัก นั่นเพราะอะไร เช่น เจ็บเข่า น้ำตาลสูง มีปัญหากรดไหลย้อน หรืออยากดูดี  หากมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายที่เรายึดถือ นั่นจะทำให้การทำตามแผนที่วางไว้ เป็นไปได้อย่างดี แต่หากเราตั้งเป้าหมายว่าจะมีเงินเก็บเกษียณเพิ่มขึ้น เป็นหลัก การตั้งเป้าหมายด้านลดน้ำหนักอาจไม่ใช่ลำดับความสำคัญลำดับต้นๆ ก็ได้   

T = Timely  มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน เช่น ภายใน กี่เดือน , วันไหนบ้าง เป็นต้น  หากสามารถลงตารางได้จะยิ่งทำให้เราสามารถไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ง่ายมากขึ้น เช่น จะออกกำลังกาย ทุกเย็นวันพุธ ศุกร์ เสาร์ เป็นระยะเวลา 45 นาทีต่อครั้ง หากเรากำหนด และลงตารางไว้แล้วจะทำให้วางแผนการใช้เวลาได้เหมาะสม เพราะมีสิ่งที่ให้ความสำคัญที่ต้องการทำให้เสร็จวางไว้ก่อนแล้วนั่นเอง  หรือเราสามารถตั้งเป้าหมายเป็นระยะเวลาก็ได้ เช่น ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อให้เราเห็น ภาพการเปลี่ยนแปลง และมีกำลังใจในการทำตามเป้าหมายที่วางไว้ นั่นเอง

         ลองนำหลัก SMART GOAL ไปตั้งเป้าหมายกันนะคะ ไม่ว่าเป้าหมายหลักของเราจะเป็นอะไร ด้านสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์  การทำงาน สิ่งเหล่านี้เราสามารถใช้หลัก SMART GOAL มาใช้ได้  และสร้างเป็นสมดุลชีวิต ในแบบฉบับของเราได้นั่นเอง  

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายส่วนตัว 

 

1. ฉันจะลดสัดส่วนไขมันไม่ให้เกิน 20% ภายใน 1 ปี โดยการ

-วิ่งบนลู่ อย่างน้อย 30 นาที ทุกวัน อังคาร – เสาร์

-คุมน้ำหวานไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ (200 ml)

-ดื่ม แอลกอฮอล์ไม่เกิน 2 Drink ต่อเดือน

 

2.ฉันจะลดรค่ายูริคในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายใน 1 ปี ดังนี้

-คุมน้ำหวานไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ (200 ml)

-คุมผลไม้ไม่เกิน 2 กำปั้นต่อวัน

-ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 2 ลิตร ต่อวัน

-ดื่ม แอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 Drink ต่อเดือน หรือเลือกดื่มแบบ Non alcohol แทน

 

3.ฉันจะเก็บสะสมเงินเกษียณเพิ่มขึ้นให้อย่างน้อย 300,000 บาท ภายใน 1 ปี โดยการ

-ซื้อกองทุน RMF วันเงินเดือนออก 25,000 บาทต่อเดือน

-อ่านทบทวน และติดตามผลตอบแทนจากกองทุน ตามเป้าหมายที่วางไว้ เดือนละ 1 ครั้ง

 

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายการทำงานของแผนก

 

แผนกส่งเสริมสุขภาพ

1.ฉันจะจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงาน โดยการให้พนักงานลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5% ภายใน 3 เดือน โดยให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 70% ของพนักงานทั้งหมด โดยการ

-เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพอย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส

-จัดกิจกรรมแข่งสะสมก้าวเดิน อย่างน้อย 5,000 ก้าวต่อวัน

-จัดให้มีการให้คำแนะนำโดยนักกำหนดอาหารส่วนบุคคล กับพนักงานอย่างน้อย 2 Session ต่อปี

-มีของรางวัลด้านสุขภาพกระตุ้นพนักงาน อย่างน้อย 5,000 บาทต่อไตรมาส

 

แผนกพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

1.ฉันจะเพิ่ม Employee Engagement ให้มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอย่างน้อย 10% โดยการ

-จัดกิจกรรมส่งเสริมความสามัคคี โดยนักจิตวิทยา อย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส

-จัดกิจกรรมกีฬาสี สามัคคี 1 ครั้ง

-จัดร่วมบริจาคเงิน จากการสะสมก้าวเดินของพนักงาน 1 ครั้ง

-สร้างพื้นที่กลุ่มสัมพันธ์ ทั้งรูปแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ ให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน

-จัด Board game day ทุกวันศุกร์ หลังเลิกงาน

 

           การเลือกใช้แนวคิด SMART GOAL ในการตั้งเป้าหมายและทำตามไปสู่จุดหมายนั้น ไม่ว่าเป้าหมายหลักของเราจะเป็นอะไร ด้านสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์  การทำงาน ก็สามารถทำได้

           สำหรับบริษัทหรือองค์กรไหน ที่มีเป้าหมายด้านสุขภาพพนักงานแล้ว กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ที่จะมาช่วยทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จได้   SAKID สามารถช่วยคุณได้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพสำหรับองค์กร ที่จะมาช่วยออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานโดยวิเคราะห์จากข้อมูลสุขภาพพนักงานและวัฒนธรรม ความคิดเห็น ทั้งด้าน อาหาร ออกกำลังกาย สุขภาพกาย และสุขภาพจิต โดยผู้เชี่ยวชาญ นักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจิตวิทยา และ นักกายภาพ ให้พนักงานทุกคนสุขภาพดีและทำงานอย่างมีความสุขรอบด้าน

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail well-SAKID

Well-Being กลยุทธ์สร้างสุขภาวะที่ดีให้กับพนักงาน

ทุกธุรกิจ ทุกองค์กร มีการจัดการคนทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ถ้าวันนี้ลองสังเกตดูว่า พนักงานของเรา ยังมีความสุขในการทำงานหรือไม่ การทำงานของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กรมากแค่ไหน และคุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นทุกด้านรึเปล่า หากผู้นำหรือผู้บริหารสามารถมองจุดนี้ได้ ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
สุขภาพจิต พนักงาน

สุขภาพจิตพนักงาน ปัญหาซ่อนเร้นที่ต้องระวัง

เข้าใจปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดในที่ทำงาน บริษัทหรือ HR จะมีมาตรการจัดการปัญหาอย่างไร อ่านคำแนะนำและแนวทางส่งเสริมสุขภาพจิต ที่นี่

อ่านต่อ »
Cover-healthy break-SAKID

Workshop healthy break

Workshop healthy break

วันที่ 25 กุมภาพันธ์  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking Class  ให้กับพนักงานธนาคารกสิกร E-CLUB โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มทำอาหาร และได้แบ่งกลุ่มในการทำอาหารโดยจะมี 3เมนู คือ Smoothies สำหรับสายงดเนื้อสัตว์  Yogurt Parfait  และยำตามใจ ซึ่งส่วนประกอบของการทำอาหารจะต้องหาได้ง่ายและอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ดีต่อสุขภาพ ใช้เวลาทำน้อย เหมาะสำหรับเป็นมื้อว่างหรือมื้อเบาๆ ถึงจะทำอาหารไม่เป็นก็สามารถทำตามได้ 

อ่านต่อ »

สวัสดิการพนักงาน โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารองค์กรยุคปัจจุบัน

สวัสดิการพนักงาน ถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่เข้ามา และทำให้พนักงานเก่าไม่ให้ลาออกไป จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องขบคิดให้ดีนั่นเอง

อ่านต่อ »
workshop-ergonomics-SAKID

Workplace Ergonomics Workshop

กิจกรรม  Workshop “”Workplace Ergonomics Workshop”

เมื่อวันที่ 11  ธันวาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “กายศาสตร์ในการทำงาน” โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องการจัดท่านั่งในการทำงาน อาการที่ส่งสัญญาณของออฟฟิศซินโดรมและวิธีในการป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในระยะยาว สาเหตุของการกระทำที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น ท่ากายบริหารที่สามารถทำได้ในที่ทำงานเพื่อคลายกกล้ามเนื้อ

อ่านต่อ »
MEA-Fatty-2025-SAKID

SAKID with MEA Fatty Model

สำหรับกิจกรรม MEA Fatty Model ปี 2025 ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ระยะเวลา พฤษภาคม-กรกฎาคม โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือดัชนีมวลกาย ≥25 kg/m2 และมีผลตรวจไขมันในเลือดสูง มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคล และมีการประเมินอาหารโภชนาการรายบุคคลเพื่อปรับเปลี่ยนตามไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการกิน

อ่านต่อ »