managing-head-SAKID
URL Copied!

จัดการความเสี่ยง เริ่มต้นที่สุขภาพพนักงาน

             กิจวัตรประจำวันของพนักงานออฟฟิศนอกจากจะนั่งทำงานอย่างยาวนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่พบเจอในองค์กรเมื่อตรวจสุขภาพประจำปี นั่นก็คือ ค่าไขมันสะสมสูงอาจจะเพราะว่าการเลือกกินอาหารที่มีไขมันสูง น้ำหวาน ซึ่งอาจจะเข้าใจได้ว่าเกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ช่วงบ่ายๆ เหนื่อยๆ มีความเครียดในที่ทำงานจนต้องหาน้ำหวาน ขนม มากิน ผนวกกับการนั่งทำงานนานๆ ไม่ขยับตัวจนไม่เกิดการเผาผลาญของร่างกายและนี่คือพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆ อย่างเช่น อ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ไตรกลีเซอไรด์สูง เบาหวาน เป็นต้น

 

            การรวบรวมข้อมูลทั้งด้านสุขภาพและความคิดเห็นในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญในการจัดหาแนวทางการแก้ปัญหาและส่งเสริมนโยบายด้านต่างๆ การให้ความสำคัญด้านสุขภาพพนักงานถ้าที่ทำงานแฮปปี้งานก็จะออกมาดีด้วย การรวบรวมข้อมูลผลตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อมาดูว่าสุขภาพพนักงานส่วนใหญ่มีผลแบบไหนสามารถสะท้อนการเป็นอยู่การทำงานของบริษัทได้ การทำแบบสอบถามความคิดเห็นโดยไม่เปิดเผยชื่อ เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนแก้ไขให้ดีขึ้น ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดสามารถมาประเมินผลรูปแบบสุขภาพการทำงานได้ โดยการแบ่งกลุ่มความเสี่ยงโรค แบ่งจากค่า BMI เกินเกณฑ์หรือต่ำกว่าเกณฑ์ หรือแบ่งกลุ่มตามเป้าหมายและความสนใจ

การเริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน

แน่นอนว่าตัวพนักงานเองก็เป็นตัวหลักที่สำคัญเหมือนกันในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ทว่าบริษัทหรือองค์กรช่วยสนับสนุนให้พนักงานสุขภาพแข็งแรงผลักดันอีกแรงหนึ่งด้วยจะมีแนวโน้มที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ด้วยการสร้างองค์กรที่มี Health and Wellness ให้สุขภาพและสภาพแวดล้อมที่ทำงานที่ดีได้

 

managing-1-SAKID

 

1.แนะนำพนักงาน เริ่มต้นด้วยการให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมและโรคแบบกลุ่มWorkshop เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพและมีแรงจูงใจและความเข้าใจในการสนับสนุนพนักงานด้วยกันในรูปแบบการขับเคลื่อนเป็นกลุ่ม

 

2.ตรวจสุขภาพประจำปี เป็นสวัสดิการที่ดีที่ต้องมีทุกปีเพราะผลตรวจสุขภาพนี้สามารถบอกได้ถึงสุขภาพร่างกายของพนักงาน การตรวจสุขภาพช่วยในการระบุคนที่มีความเสี่ยงล่วงหน้าและช่วยให้สามารถแก้ปัญหาสุขภาพได้แต่เนิ่นก่อนลดความเสี่ยงการเกิดโรค สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่เสียไปกับโรงพยาบาลได้

 

3.การส่งเสริมเลือกกินอาหาร อาจจะด้วยหลายๆอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยทั้งร้านอาหารและเวลา การให้ความรู้  ความเข้าใจทางโภชนาการ, จัดคลาสการทำอาหารสุขภาพ, และมีมุมของว่างกาแฟหรือโซนนั่งกินข้าวหรือตู้ขายของอัตโนมัติของที่ทำงานมีตัวเลือกอาหารที่เหมาะสม หรืออาจจะจัดผลไม้ฟรีแช่ตู้เย็นไว้ที่มุมเบรคของที่ทำงาน

 

4.จัดกิจกรรมส่งเสริมทางร่างกาย ยืดเหยียดกันก่อนประชุม การจัดเวลาผ่อนคลายในที่ทำงานลุกเดินเข้าห้องน้ำ คลาสการออกกำลังกายในที่ทำงาน คลาสโยคะ หรือส่งเสริมการใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ จัดการแข่งเก็บสะสมก้าวเดิน อาจจะหารางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นแรงกระตุ้น

 

5.การจัดการความเครียด ไม่ว่าจะมีเรื่องที่บ้านหรือที่ทำงานความเครียดเป็นตัวหลักที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงและยังทำให้สภาพแวดล้อมการทำงานติดลบอีกด้วย การจัดกลุ่มพูดคุยที่ไม่ใช่เรื่องงาน การรับฟังปัญหาและร่วมหาทางออกร่วมกัน หรือมีกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย การที่ให้พนักงานรู้จักการจัดการความเครียด โดยมีนักจิตวิทยามาให้ความรู้ Workshop หรือปรึกษานักจิตวิทยาฟรีไว้เป็นสวัสดิการในการช่วยแก้ปัญหาของพนักงาน

 

6.การกำหนดนโยบาย พิจารณาดำเนินการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่สุขภาพดี เช่น มุมกาแฟของว่างเพื่อสุขภาพและกิจกรรมทางร่างกายหรือกำหนดเวลาที่ยืดเหยียดเพื่อเพิ่มสมดุลระหว่างชีวิตและงาน

 

7.การร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่สามารถให้คำปรึกษาหรือบริการให้พนักงานในสถานที่หรือจากระยะไกลสำหรับบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพเดิม ๆ เพื่อช่วยหาทางออกให้กับพนักงาน

              การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเป็นกระบวนการที่ต้องทำต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานมีแนวคิดและการตัดสินใจที่ดีในการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้สามารถปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่าง SAKID ที่สามารถออกแบบและวางโครงสร้างการจัดกิจกรรมและซัพพอร์ตด้านสุขภาพให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะขององค์กรและพนักงานของคุณได้

บทความที่น่าสนใจ

Cover Sport day-SAKID

Sport Day กีฬาสี

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 29  กันยายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Sport day กีฬาสีให้กับบริษัทเอสพีอินเตอร์แมค โดยได้แบ่งกิจกรรมกีฬาสีบวกกับความรู้เข้าไปผ่านเกม โดยมีนักกำหนดอาหารให้ความรู้ เช่น เกมชานม เกมวิ่งน้ำตาล โดยมีการอธิบายให้ความรู้ผ่านเกม

อ่านต่อ »

สร้าง Employee Wellbeing อย่างไร ให้พนักงานสุขภาพดี

Employee Wellbeing หรือ “สุขภาวะพนักงาน” หมายถึง สภาวะที่พนักงานมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “สุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ”

อ่านต่อ »
Booth nutrition and mental health-SAKID

WORKSHOP Booth nutrition and mental health

วันที่ 13 ธันวาคม  2567 SAKID ได้ร่วมกิจกรรมออกบูธนักกำหนดอาหารและจิตวิทยา ที่บริษัทLumentum โดยจะมีกิจกรรมให้ความรู้โภชนาการโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพผ่านให้พนักงานได้เข้ามาร่วมสนุกระหว่างพักกลางวันโดยจะมีเกมบิงโกเรื่องอาหารสุขภาพดีและทริคเรื่องอาหารที่ปรับให้สุขภาพดี เกมทายแคลอรีอาหารที่จะให้ความรูเรื่องการเลือกอาหารประเภทต่างๆโดยไม่ต้องคำนวนแคลอรี โดยผู้ชนะจะได้รับของที่ระลึกจากบูธไปนอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องโภชนาการอาหารผ่านเกมอีกด้วย ส่วนบูธนักจิตวิทยาจะเป็นการให้ทำแบบประเมินสุขภาพใจ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญภาวะทางจิตใจหรือไม่พร้อมให้คำแนะนำบริการการปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ นอกจากนี้ใครที่ได้ทำแบบประเมินยังได้เลือกรับหินสายมูกันไปนอกจากจิตใจที่แข็งแกร่งแล้วหินสายมูก็ช่วยให้พลังใจบวกไปอีกด้วย

อ่านต่อ »
Happy Workplace

Happy Workplace สร้างองค์กรอย่างไรให้เต็มไปด้วยความสุข

ชวนมาแก้ปัญหาพนักงานเบิร์นเอาต์ด้วย ‘องค์กรแห่งความสุข’ หรือ Happy Workplace ซึ่งเป็นแนวคิดที่เชื่อว่าเมื่อองค์กรมีสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนทำงานมีความสุข

อ่านต่อ »
MEA-Fatty-2025-SAKID

SAKID with MEA Fatty Model

สำหรับกิจกรรม MEA Fatty Model ปี 2025 ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ระยะเวลา พฤษภาคม-กรกฎาคม โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือดัชนีมวลกาย ≥25 kg/m2 และมีผลตรวจไขมันในเลือดสูง มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคล และมีการประเมินอาหารโภชนาการรายบุคคลเพื่อปรับเปลี่ยนตามไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการกิน

อ่านต่อ »
_เก็บออม-หรือเพิ่มรายได้-จุดไหนเราควรจะโฟกัส-SAKID

เก็บออมหรือเพิ่มรายได้ จุดไหนเราควรจะโฟกัส

 ในสถานการณ์ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์เมื่อปี 2565 ที่มีจำนวนผู้สูงอายุราวร้อยละ 20-30 และไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอดเช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 28 ในปี 2574 จึงเป็นส่วนหนึ่งให้คนวัยทำงานเริ่มวางแผนทางการเงิน เพื่อให้พร้อมรับกับวัยเกษียณที่จะมาถึง ซึ่งมีทั้งเก็บออมเงินจากการทำงานในปัจจุบัน หรือเลือกที่จะหาช่องทางเพิ่มรายได้ แล้วแบบไหนที่ควรจะเลือกดี

อ่านต่อ »
PDCA-SAKID
URL Copied!

PDCA ตัวช่วยพัฒนาองค์กร

เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างมาก ที่มีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนา ช่วยให้มีกระบวนการการจัดการที่มีประสิทธิภาพและดำเนินการภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ

PDCA (Plan-Do-Check-Act)

หรือชื่ออื่น ๆ เช่น Deming Cycle, Deming Wheel, Plan-Do-Study-Act (PDSA) เป็นกระบวนการที่ถูกพัฒนาโดยวิศวกรและนักวิชาการคุณภาพชื่อดังชาวอเมริกัน วิลเลียม เดมิง (William Edwards Deming) ซึ่งเป็นนักวิชาการทางสถิติและคุณภาพที่มีผลงานทางวิชาการที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพและการบริหาร

 

PDCA-1-SAKID

PDCA มีขั้นตอนหลัก 4 ขั้นตอนดังนี้

 

1.Plan (วางแผน) กำหนดเป้าหมายและวางแผนการดำเนินงาน เพื่อทำให้ผลลัพธ์ตรงตามเป้าหมาย

ก่อนจะแก้ไขปัญหาใด ๆ การวางแผนเป็นเรื่องสำคัญ ขั้นตอนแรกจึงเป็นเรื่องของการวางแผนนั่นเอง ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ต้องคิดอย่างรอบคอบ วางแผนอย่างครอบคลุมตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนสิ้นสุด เช่น ปัญหาคืออะไร ใครเป็นคนรับผิดชอบ จะค้นหาข้อมูลและทดลองแก้ไขอย่างไร ไปจนถึงใช้ตัวชี้วัดใดในการประเมินผล จนกระทั่งปลายทางของขั้นตอนนี้ต้องออกมาเป็นแผนการดำเนินงานหรือ Action Plan ให้ได้

 

2.Do (ดำเนินการ) ทำตามแผนที่กำหนด เพื่อทดสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่วางไว้

หลังจากวางแผนอย่างรัดกุม ต่อมาจึงเป็นการลงมือทำ โดยอาจเริ่มต้นจากการดำเนินการกับทีมนำร่อง ในโปร-เจกต์เล็ก ๆ ก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดหรือความเสียหาย และเมื่อลงมือทำก็จะต้องทำตามแผนดำเนินการอย่างรอบคอบ คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลง หรือปัญหาใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

 

3. Check (ตรวจสอบ) ตรวจสอบผลลัพธ์ และเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อพบความไม่เป็นไปตามแผนหรือความผิดพลาด เมื่อปฏิบัติตามแผนมาเรื่อย ๆ ระหว่างทางการทำตามแผน จะต้องมีการตรวจสอบปัญหา หรือผลกระทบอย่างละเอียด สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปตามตัวชี้วัดหรือไม่ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

 

4.Act (ปรับปรุง) กระทำเพื่อปรับปรุงกระบวนการ แก้ไขข้อผิดพลาด และนำเสนอการปรับปรุง หลังจากปฏิบัติตามแผนและตรวจสอบอย่างรัดกุม จนไม่พบปัญหาใด ๆ แล้ว จึงจะไปต่อกับขั้นปฏิบัติให้เป็นแบบแผนหรือเป็นนโยบาย โดยนำแผนนั้นมาประยุกต์ใช้กับคนส่วนใหญ่ในองค์กร อาจจะผ่านการอบรม อีเมล์แจ้งข่าว หรือการประชุมใหญ่ โดยขั้นตอนนี้ต้องการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้นโยบายได้ประสิทธิภาพจนเห็นการเปลี่ยนแปลง

 

            สำหรับบริษัทหรือองค์กรที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ปัญหาหรือการกำหนดเป้าหมายทำตามแผนแล้วได้ผลไหมตัวแผนแนวคิด PDCA จะช่วยให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้น มีการปรับปรุงและพัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ

 

PDCA เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการและพัฒนาทุกระดับในองค์กร

-การใช้ PDCA ช่วยให้องค์กรมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

-ลดความผิดพลาด, และสร้างโอกาสในการพัฒนาและปรับปรุงต่อไป

-วิธีนี้เป็นไปได้ในทุกภาคส่วนขององค์กรไม่ว่าจะเป็นการผลิต, บริการ, หรือกระบวนการทางบริหาร

PDCA-2-SAKID

การใช้ PDCA ในด้านสุขภาพ

บางครั้งทางบริษัทหรือองค์กรไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน การลองทำแผนPDCA สามารถช่วยให้เราเข้าใจในการจัดกิจกรรมให้ตรงจุดมากขึ้น ซึ่งได้มีการนำเอามาใช้เพื่อพัฒนาและดูแลสุขภาพของบุคคลหรือกลุ่มคน โดยตัวอย่างการใช้ PDCA ในด้านสุขภาพมีดังนี้

 

Plan (วางแผน)

 

   – เป้าหมายสุขภาพ กำหนดเป้าหมายทางสุขภาพ เช่น ลดน้ำหนัก, ปรับท่าทางในการทำกิจกรรมทางกาย, หรือเพิ่มการกินผักผลไม้

   วางแผน วางแผนการทำกิจกรรมทางกายเช่น การเก็บสะสมก้าวเดินโดยใช้แอพ, นำกายบริหารยืดเหยียดร่างกายก่อนเข้างาน ,การตั้งเป้าหมายการกินผลไม้ 1 กำปั้นหลังอาหารเที่ยง

 

Do (ดำเนินการ)

 

   การดำเนินการตามแผน ทำตามแผนที่วางไว้ เช่น เริ่มเก็บสะสมก้าวเดินต่อวันโดยใช้แอพ ,การออกกำลังกาย, การปฏิบัติตามการกินอาหารที่วางไว้

 

Check (ตรวจสอบ)

 

   –ติดตามและวัดผลลัพธ์ วัดผลการทำตามแผน เช่น ดูก้าวเดินสะสมในรายอาทิตย์หรือรายเดือน การชั่งน้ำหนัก, การวัดการทำกิจกรรมทางกาย, หรือการตรวจสอบสุขภาพทั่วไป เป็นต้น ฟังความคิดเห็นพนักงานเพิ่มเติมเพื่อนำมาพัฒนา

 

Act (ปรับปรุง)

 

   – การปรับปรุง ปรับแผนตามผลลัพธ์ที่ได้ โดยเพิ่มหรือลดกิจกรรม, ปรับเป้าหมายการรับประทานอาหาร, ปรับการยืดหยุ่นเวลาเข้างานให้สอดคล้องกับเวลาออกกำลังกาย, เก็บรวบรวมความคิดเห็นพนักงานเพื่อแก้ปัญหาว่าผลลัพธ์ที่ได้เกิดจากตรงไหนบ้าง

 

   – การติดตามและวัดผลลัพธ์ใหม่ วัดผลลัพธ์หลังการปรับปรุง เพื่อดูว่ามีการพัฒนาหรือไม่ ถ้าทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแล้วสามารถทำต่อไปได้ แต่ถ้ายังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้อาจจะต้องกลับมาดูปัญหาและปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก

 

            ตัวอย่างนี้อธิบายถึงการใช้ PDCA ในด้านสุขภาพของบุคคล หากมีการตั้งเป้าหมายในด้านสุขภาพ, การวางแผนการทำกิจกรรม, การดำเนินการ, การตรวจสอบผลลัพธ์, และการปรับปรุงตามผลลัพธ์ที่ได้ จะช่วยให้บุคคลหรือกลุ่มคนบรรลุเป้าหมายทางสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นแบบนี้แล้วการจัดกิจกรรมสุขภาพก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป หรือจะให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่าง SAKID ช่วยออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับองค์กรคุณได้ โดยมีนักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจิตวิทยา นักกายภาพ ที่จะมาช่วยดูให้ครบทุกด้านตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะสุขภาพพนักงาน

บทความที่น่าสนใจ

Healthy canteen Cu-thumbnail SAKID

WORKSHOP Healthy Canteen CU

กิจกรรม  “Workshop Healthy Canteen”

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Workshop Healthy Canteen” ให้กับผู้เข้าร่วมที่สนใจด้านการทำอาหารให้ผู้อื่น หรือร้านค้า โดยนักกำหนดอาหาร

อ่านต่อ »
มารู้จัก EAP cr-SAKID

มารู้จักกับ EAP:โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน ให้คำแนะนำส่วนตัว

คุณรู้สึกเครียด กังวล หรือเหนื่อยล้ากับงานอยู่หรือเปล่า? คุณมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์หรือปัญหาส่วนตัวอื่นๆ อยู่หรือไม่? หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ EAP คือคำตอบของคุณ

EAP ย่อมาจาก Employee Assistance Program หรือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน เป็นโปรแกรมสวัสดิการที่บริษัทมอบให้พนักงาน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ปัญหาทางการเงิน หรือปัญหาอื่นๆ ในชีวิตส่วนตัว โดยให้บริการผ่านนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ

อ่านต่อ »
Employee Engagement

Employee Engagement เทคนิคสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร 

การสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร ถือเป็นโจทย์ที่น่าขบคิดอีกหนึ่งอย่างสำหรับ HR และผู้บริหารภายในองค์กร Employee Engagement จึงเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในจุดนี้

อ่านต่อ »
แพลตฟอร์มสื่อสาร-SAKID

แพลตฟอร์ม สื่อสารพูดคุยในบริษัทที่น่าสนใจ

 การแยกเรื่องงานออกกจากความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจำให้เรารู้จัก Work Life Balance เวลาได้เป็นอย่างดี ในการใช้แพลตฟอร์มที่มีความเป็นส่วนตัวมาทำงาน สั่งงาน ตามงาน อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไรในบริษัท ส่วนลูกค้าถ้าจะทำให้ติดต่อง่ายอาจจะใช้เป็นช่องทางLine officialของบริษัทในการพูดคุยกับลูกค้าได้ มีเวลาทำการที่ชัดเจนโดยไม่ใช้ไลน์ส่วนตัวในการพูดคุย

อ่านต่อ »
Cover WS สุขภาพดีกับสะกิด

WORKSHOP เริ่มต้นสุขภาพดี กับ SAKID

กิจกรรม  Workshop “คลาสโยคะ”

ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม  2566 – 21 กันยายน 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ ” กันทุกสัปดาห์เป็นสวัสดิการที่เสริมสร้างร่างกายให้แข้งแรง โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาเป็นครูสอนโยคะที่จะพาพนักงานบริษัท ROCHE มายืดเหยียดร่างกายให้ผ่อนคลายเมื่อยจากการนั่งทำงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นอีกด้วย

อ่านต่อ »

รู้จัก เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ แยกเรื่องงาน ดูแลสุขภาพและชีวิต

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

อ่านต่อ »
URL Copied!

Well being the future hr trends

การให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีในที่ทำงานไม่ใช่แค่เทรนด์ที่ผ่านไปเท่านั้น แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างมากขึ้นในมุมมองของธุรกิจและสังคมต่อบทบาทของการทำงานและความสำคัญของสวัสดิการของพนักงาน ปัจจัยหลายอย่างมีส่วนทำให้การเน้นเรื่องสุขภาพและสภาพสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดีเพิ่มมากขึ้น

Well Being 

คือ “สุขภาวะ” ซึ่งหากแปลในด้านความหมายการใช้งาน จะแปลได้ว่าการมีสุขภาวะที่ดีในทุก ๆ ด้านของมนุษย์ ซึ่งในที่นี้จะหมายถึงสุขภาวะด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการงาน ด้านสุขภาพกาย หรือด้านสุขภาพใจ ของพนักงานภายในองค์กรที่ต้องทำงานร่วมกัน

ยุคที่ให้ความสำคัญกับชีวิต

ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีแนวโน้มที่จะให้การทำงานปรับเปลี่ยนและให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ อนาคตของการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) คาดว่าจะได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มต่างๆ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เนื่องจากองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของพนักงานที่มีสุขภาพดี ซึ่งจะส่งผลให้ทำงานได้อย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังทำให้พนักงานอยากทำงานที่องค์กรต่อเนื่อง ทำให้ไม่เสียบุคลากรที่มีคุณภาพไป จึงมีส่วนร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคลนำกลยุทธ์และแนวทางใหม่ๆ มาใช้ ต่อไปนี้เป็นแนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

Happy life happy health

Well-being-sakid

 

การสนับสนุนสุขภาพทางองค์กร

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทำงานสิ่งแวดล้อม ล้วนเป็นปัจจัยในการกระทบสุขภาพพนักงาน การมีที่พักผ่อนในที่ทำงาน การดูแลเอาใจใส่พนักงานเรื่องอาหาร น้ำดื่มสะอาด สุขอนามัยในที่ทำงาน สวัสดิการอื่นๆ ที่นอกเหนือจากประกันสังคม เช่น ตรวจสุขภาพประจำปี ประกันสุขภาพแบบกลุ่ม มุมอาหารว่างสุขภาพ มุมพักผ่อน วันหยุดพักร้อน วันหยุดลาคลอด เงินสนับสนุนกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายจ้างจึงต้องตระหนักถึงผลประโยชน์ทางการเงินของการลงทุนในมาตรการป้องกันและโปรแกรมด้านสุขภาพ การส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานสามารถนำไปสู่การลดต้นทุนการรักษาพยาบาลในระยะยาวได้

 

การสนับสนุนด้านสุขภาพจิต

การลงทุนกับการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต เป็นสิ่งที่บริษัทควรมีให้ เพราะด้วยเนื้อหางานบางสาย และการทำงานหนักจนไม่มีชีวิตส่วนตัว ทำให้เกิดภาวะเครียด วิตกกังวล หรือรุนแรงถึงภาวะหมดไฟ และภาวะซึมเศร้า การทำงานเจอผู้คน มีโอกาสทำให้เกิด Toxic Workplace และความเครียดสะสมในตัวพนักงานได้ ถ้ามีการให้เข้าถึงบริการให้คำปรึกษานักจิตวิทยา หรือ Workshop นักจิตวิทยาจะการช่วยเหลือทางด้านจิตใจ อารมณ์และความคิดพนักงานได้ โดยข้อมูลที่พนักงานรับบริการปรึกษานักจิตวิทยาควรจัดเก็บเป็นความลับ

 

Work life balance

การจัดการระหว่างชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัวไม่ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อกันและกัน  เพราะการทำงานหนักมากเกินไปจนเสียสมดุล ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมไปถึง ไม่มีเวลาในการดูแลตัวเองและจัดการเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต โดยข้อมูลจาก ACAS (The Advisory, Conciliation and Arbitration Service) ระบุว่า ภาวะขาด Work Life Balance เป็นสาเหตุให้พนักงานลางาน และส่งผลให้ประสิทธิภาพและ Productivity ในการทำงานลดลง บริษัทที่สามารถจัดการเรื่องเวลาได้ดีจะสามารถทำให้พนักงานแฮปปี้ได้

 

การสนับสนุนสุขภาพการเงิน

นอกเหนือจากเงินเดือน การสนับสนุนค่าเดินทาง ค่าทำงานล่วงเวลา(OT) การมีเงินสำรองบริษัทช่วยเหลือทางการเงินสำหรับกรณีฉุกเฉิน, เช่น ค่ารักษาพยาบาล, ค่าจัดการงานศพ เป็นต้น การจัด Workshop ให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับ การลดหย่อนและจ่ายภาษี การจัดทำงบประมาณ การออม โอกาสในการลงทุน และการวางแผนเกษียณ ซึ่งจะทำให้พนักงานบริหารเรื่องการเงินส่วนบุคคลได้ดีขึ้น เมื่อสุขภาพการเงินดี ก็ไม่เครียด มาทำงานได้อย่างมีความสุข

ความท้าทายในการเปลี่ยนแปลง

การเน้นเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีในสถานที่ทำงานไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยมเท่านั้น แต่เป็นการปรับเปลี่ยนตามโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด ซึ่งนายจ้างต้องตระหนักถึงคุณค่าของการให้ความสำคัญด้านสุขภาพและความสุขของพนักงาน ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปและความคาดหวังสำหรับการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและมีความเห็นอกเห็นใจ

 

การบริหารแบบองค์รวม

การบริหารองค์กรที่มีการร่วมมือและปฏิบัติงานร่วมกันของทุกฝ่ายทุกระดับในองค์กร เพื่อทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการและเป็นระบบที่มุ่งเน้นการทำงานทั้งหมดขององค์กร การบริหารแบบองค์รวมช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ การเงิน และสังคม ในสภาวะที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทำให้สามารถครอบคุมจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การทำงานออนไลน์และกฎบริษัทที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีแนวโน้มที่จะต้องปรับตัวเพื่อรองรับการจัดการการทำงานที่ยืดหยุ่น การสนับสนุนพนักงานที่อยู่ห่างไกลด้วยทรัพยากรและเครื่องมือไม่ว่าจะเป็นระบบโปรแกรมในการทำงาน ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ การให้ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน และการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

 

การพัฒนาทักษะและเรียนรู้

การเรียนรู้ไม่ได้ยากอีกต่อไปในทุกวันนี้ ที่มีเปิดสอนทั้งคอร์สออนไลน์ได้ใบรับรอง การสอบใบอนุญาตต่างๆ และอบรมจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสายงานต่างๆ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเหมือนการอัพเดทบริษัทให้ตามทันเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ถ้านายจ้างมองเห็นถึงทักษะที่จำเป็นในการทำงานในอนาคตที่จะสามารถมาต่อยอดงานบริษัทได้ การให้โอกาสพนักงานยกระดับทักษะ การเพิ่มทักษะใหม่ที่พนักงานต้องการ การสนับสนุนจากบริษัททำให้พนักงานได้มีการพัฒนาทักษะและการเติบโตทางอาชีพ

 

การยอมรับความหลากหลาย

การให้ความเคารพและเปิดกว้างทางความคิดที่มีความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการไม่แบ่งแยกทางเพศ ชาติ ศาสนา หรืออายุการทำงาน ทำให้ทุกคนได้รับการยอมรับ และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร บริษัทควรเริ่มสร้างนโยบายและแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมเพื่อสนับสนุนพนักงานทุกคน

 

การรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

นอกจากจะรับผิดชอบต่อบริษัทแล้ว การรับผิดชอบต่อสังคมเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ กิจกรรมที่บริษัทหรือองค์กรจัดขึ้นภายใต้แนวคิดในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สามารถจัดกิจกรรมได้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เป็นกิจกรรมทำประโยชน์ให้กับสังคมที่หมายถึงผู้บริโภคที่สนับสนุนธุรกิจและทรัพยากรต่าง ๆ ที่ธุรกิจได้ใช้

 

           สิ่งสำคัญคือแนวโน้มเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรมและภูมิภาค และองค์กรต่างๆ จะต้องปรับแต่งกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับบริบทเฉพาะและข้อมูลของพนักงาน นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมอาจส่งผลให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ ต่อไป

           สำหรับบริษัทหรือองค์กรไหน ที่ไม่รู้ว่าอยากจะสร้างนโยบายทางด้านสุขภาพแบบไหน SAKID สามารถช่วยคุณได้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพสำหรับองค์กร ที่จะมาช่วยออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานโดยวิเคราะห์จากข้อมูลสุขภาพพนักงานและวัฒนธรรม ความคิดเห็น ทั้งด้าน อาหาร ออกกำลังกาย สุขภาพกาย และสุขภาพจิต โดยผู้เชี่ยวชาญ นักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจิตวิทยา และ นักกายภาพ

ที่มา

 

World Health Organization. (2022). Burnout syndrome. In <i>International Classification of Diseases (11th Revision)</i>. https://www.who.int/news/item/28-05-2019-burn-out-an-occupational-phenomenon-international-classification-of-diseases

 

Bakker, A. B., Demerouti, S., & Sanz-Vergara, M. (2014). Work engagement: A conceptual review. The Journal of Positive Psychology, 9(1), 89-105. (Published in 2014)

 

Cullen, P. A. (2005). A new perspective on work-family balance and burnout. Journal of Occupational and Organizational Psychology, 78(4), 497-516. (Published in 2005)

 

Leiter, M. P. (2009). Preventing burnout: Current strategies and future directions. In R. A. Karasek, & T. Theorell (Eds.), Handbook of work and health (pp. 621-644). New York: Springer. (Published in 2009)

 

Schaufeli, W. B., Leiter, M. P., & Bakker, A. B. (2008). Work engagement: A conceptual and empirical review. European Journal of Work and Organizational Psychology, 17(2), 167-215. (Published in 2008)

 

Maslach, C., Schaufeli, W. B., & Leiter, M. P. (2001). Job burnout: A theoretical model. In C. L. Cooper, P. A. Day, & R. E. Burke (Eds.), Organizational stress and health (pp. 89-100). Chichester, UK: Wiley. (Published in 2001)

 

Schaufeli, W. B., & Bakker, A. B. (2001). Burnout: A review of 25 years of research and theory. Current Directions in Psychological Science, 10(4), 113-117. (Published in 2001)

 

Leiter, M. P., & Maslach, C. (2005). Prevention of work-related stress, burnout, and health problems: A new approach. Journal of Occupational Health Psychology, 10(3), 3-40. (Published in 2005)

บทความที่น่าสนใจ

วิเคราะห์ผลสุขภาพพนักงานได้ทันทีผ่าน-SAKID-Dashboard-01

วิเคราะห์ผลสุขภาพพนักงานได้ทันทีผ่าน SAKID Dashboard

ที่ไหนมีคนอยู่ร่วมกัน  ปัญหาความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นที่นั่น และยิ่งคนเยอะเท่าไหร่  ความขัดแย้งยิ่งมีความซับซ้อนหลายระดับ ทั้งแบบเก็บงำเป็นความไม่ชอบส่วนตัว  จนถึงการแสดงความก้าวร้าวทางวาจา  หรือรังแกอีกฝ่ายในแบบต่างๆ  บางครั้งความขัดแย้งระหว่างบุคคลอาจขยายตัวมากขึ้นทำให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมจนเป็นเหตุให้คนในองค์กรต้องแบ่งพรรคแบ่งพวก  สร้างบรรยากาศที่ไม่ไว้วางใจกัน  และไม่เคารพซึ่งกันและกันในองค์กร  เหตุการณ์ต่างๆ ยิ่งเลวร้ายลงเพราะหัวหน้างานอาจยังไม่ทราบเรื่อง

อ่านต่อ »
สวัสดิการสุขภาพพนักงาน

สวัสดิการสุขภาพพนักงาน เรื่องพื้นฐานที่องค์กรต้องใส่ใจ

เพราะปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับการดูแลตัวเอง องค์กรหรือบริษัทจึงควรหันมาใส่เรื่องสวัสดิการสุขภาพพนักงานกันมากขึ้น แล้วสวัสดิการสุขภาพไหนบ้างที่คนทำงานมองหา

อ่านต่อ »
Cover-จัดสวนขวด-sakid

WORKSHOP สวนขวดจิ๋ว

กิจกรรม  “จัดสวนขวด Terrarium”

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “จัดสวนขวด Terrarium”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย Green Terra Station ภายในงานผู้เข้าร่วมได้จัดสวนขวดด้วยตนเอง ได้ทั้งความสนุก และความผ่อนคลาย พร้อมทั้งรับสวนขวดตามแบบฉบับของตนเองกลับไปอีกด้วย  

อ่านต่อ »
managing-cover-SAKID

จัดการความเสี่ยง เริ่มต้นที่สุขภาพพนักงาน

 กิจวัตรประจำวันของพนักงานออฟฟิศนอกจากจะนั่งทำงานอย่างยาวนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่พบเจอในองค์กรเมื่อตรวจสุขภาพประจำปี นั่นก็คือ ค่าไขมันสะสมสูงอาจจะเพราะว่าการเลือกกินอาหารที่มีไขมันสูง น้ำหวาน ซึ่งอาจจะเข้าใจได้ว่าเกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ช่วงบ่ายๆ เหนื่อยๆ มีความเครียดในที่ทำงานจนต้องหาน้ำหวาน ขนม มากิน ผนวกกับการนั่งทำงานนานๆ ไม่ขยับตัวจนไม่เกิดการเผาผลาญของร่างกายและนี่คือพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆ อย่างเช่น อ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ไตรกลีเซอไรด์สูง เบาหวาน เป็นต้น

อ่านต่อ »
กิจกรรมลดน้ำหนักพนักงาน

เพิ่มสุขภาพที่ดีในบริษัทด้วย “กิจกรรมลดน้ำหนักพนักงาน”

แนะนำ 5 แนวทางจัดกิจกรรมพนักงานลดน้ำหนัก ในบริษัท ที่เน้นสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้กับพนักงาน ตัวชี้วัดผลที่น่าใช้ เครื่องมือติดตามผล พร้อมตัวอย่างกิจกรรม

อ่านต่อ »

การจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การทำงานในออฟฟิศกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนในสังคม ความสะดวกสบายที่เข้ามาแทนที่ ทำให้เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนท่าทาง กลายเป็นต้องทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง ท่าเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานในบริษัท หรือองค์กร

อ่านต่อ »
1smart-goal-SAKID
URL Copied!

SMART GOAL ตั้งเป้าหมายอย่างไร ให้สำเร็จ

            ปีใหม่ คนใหม่ คำปณิธาน วันขึ้นปีใหม่ ที่หลายๆ คน มักตั้งใจเอาไว้ และทำรายการขึ้นมา ว่าฉันจะเปลี่ยนนู่น นี่นั่น แต่เคยมั้ยคะ ว่าพอลิสต์ หรือจดไว้แล้ว ผ่านไปไม่เท่าไหร่ ก็กลับเป็นว่าเป้าหมายนั่น ก็เป็นเป้าหมายที่ตั้งไว้ลอย ๆ แต่ทำไม่ได้สักที  วันนี้ เราอยากแนะนำทุกคน ว่าควรทำอย่างไรให้เป้าหมายที่เราตั้งใจ ทำได้สำเร็จ เป็นจริงดังหวัง

รู้จักหลักการตั้งเป้าหมายแบบ SMART GOAL “ชัด วัดได้ ใกล้ ใช่ และมีละอ้างอิงเวลา”

เริ่มต้นเรื่องสุขภาพ หลายคนอาจมีเป้าหมายว่า อยากลดน้ำหนัก แต่ตั้งไว้แค่นั้น หากไม่ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ก็จะทำให้เป้าหมายมีโอกาสสำเร็จได้น้อยลงมาได้  ดังนั้น เราสามารถตั้งเป้าหมายโดยใช้หลัก SMART GOAL ได้นั่นเลย

 

SMART GOAL มาจากคำย่อของภาษาอังกฤษ 5 ตัวคือ

smart-goal-5-SAKID

 

S = Specific มีความเฉพาะเจาะจง เช่น ถ้าอยากลดน้ำหนัก เราอยากจะลดด้วยวิธีการอย่างไร   เช่น ทำ IF , ออกกำลังกาย เป็นต้น

 

M = Measurable สามารถวัดได้  อาจมีคนเคยได้ยินประโยค ที่ว่า You can’t manage what you can’t measure it คำคม ที่มักกล่าวในโรงเรียนสอนธุรกิจหลากหลายโรงเรียน ที่มาจาก Peter Drucker ปรมาจารย์ด้านการบริหารจัดการ  โดย Peter Drucker  ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า หากเราไม่สามารถวัดสิ่งต่างๆ ได้ เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสิ่งนั้นดีขึ้นหรือแย่ลง ดังนั้น การกำหนดเป้าหมายให้เป็นตัวเลขที่ชัดเจน ก็จะทำให้เราสามารถวางแผน และวัดผลได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมายได้

 

ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการลดน้ำหนัก เราควรตั้งเป้าหมายว่าเราอยากลดให้เหลือเท่าไหร่ และมีการตรวจติดตามอยู่เสมอ เช่น ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ วัดรอบเอวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือวัดองค์ประกอบร่างกาย เช่น ปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง น้ำหนักกล้ามเนื้อ หรือ ไขมันในช่องท้อง ว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด  (ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องวัดทุกวัน เนื่องจากค่าน้ำหนักมักมีการเปลี่ยนแปลงจากอาหารที่กิน ระดับน้ำ สภาพอากาศได้)  หรือถ้าเราอยากออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ก็ควรกำหนดวันว่าเราจะออกกี่วัน หรือกี่นาทีต่อสัปดาห์ และมีการติดตามหรือบันทึกข้อมูลการออกกำลังกาย เพื่อให้เราสามารถติดตามสิ่งที่เราทำได้ 

 

A = Attainable ทำได้ การตั้งเป้าหมาย จำเป็นต้องเป็นเป้าหมายที่สามารถทำได้  ไม่ใช่ตั้งสูงเกินไป จนเกิดอาการท้อ หรือ ตั้งต่ำเกินไป จนรู้สึกว่า ค่อยทำพรุ่งนี้ และผลัดวันไปเรื่อย ๆ

 

ยกตัวอย่างเช่น การตั้งเป้าหมายเรื่องการเก็บเงิน หากเราตั้งเป้าหมายว่าจะมีเงินล้านให้ได้ ภายใน 1 เดือน สำหรับใครหลายคนที่เป็นพนักงานเงินเดือน ก็อาจจะดูเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างสูงจนเกินไป  

 

หรือ หากเราต้องการตั้งเป้าหมายเรื่องการลดน้ำหนัก หากตั้งเป้าหมายว่า จะลดน้ำหนักให้ได้ 20 กิโลกรัมใน 1 เดือน ก็จะดูเป็นเป้าหมายที่ทำได้ยาก และยังเป็นอันตรายกับร่างกายได้อีกด้วย  แต่หากอยากลดน้ำหนักลงแม้ว่าจะเป็นจำนวนน้ำหนักที่เยอะ  แต่เราก็ยังสามารถตั้งเป้าหมายนั้นได้ แต่อาจจะขยับระยะเวลาหรือ Timeline ออกไป เป็นสัก 1 ปี หรือ 2 ปี เป็นต้น ก็จะทำให้ดูเป็นไปได้ ไม่อันตราย และไม่กดดันตัวเองมากเกินไป

ทริคการตั้งเป้าหมาย ลดน้ำหนัก ที่เป็นไปได้

แนะนำ เริ่มตั้งเป้าหมายจากน้ำหนักเริ่มต้นเสียก่อน โดยสามารถตั้งเป้าหมายการลดให้อยู่ที่ 5% ของน้ำหนักตั้งต้น ในช่วงแรก เนื่องจากสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน หากน้ำหนักลดลง 5% ของน้ำหนักตัวเดิม นั่นจะทำให้ความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อย่างเบาหวาน ความดัน หัวใจและหลอดเลือดลดลงได้อย่างเห็นผล หลังจากนั้นค่อยขยับเป้าหมาย ตามที่เราตั้งใจไว้ได้ 

 

น้ำหนักเกิน-SAKID

 

ทริคการตั้งเป้าหมาย ออกกำลังกาย ที่เป็นไปได้

เพื่อสุขภาพที่ดี แนะนำเริ่มต้นการออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ดังนั้น เราอาจเริ่มตั้งเป้าหมายจากตรงนี้ก่อนก็ได้ 

R = Relevant การตั้งเป้าหมายครั้งนี้ จำเป็นต้องสัมพันธ์ กับเป้าหมายใหญ่ หรือคุณค่าในชีวิตที่เรายึดถือ เพราะถ้าหากไม่สัมพันธ์ นั่นอาจทำให้เป้าหมายไม่สำเร็จ เนื่องจากเราอาจไม่มีแรงใจมากพอที่จะทำนั่นเอง 

         ลองจากเริ่มถามตัวเอง ถ้าเราตั้งเป้าหมายว่าอยากลดน้ำหนัก นั่นเพราะอะไร เช่น เจ็บเข่า น้ำตาลสูง มีปัญหากรดไหลย้อน หรืออยากดูดี  หากมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายที่เรายึดถือ นั่นจะทำให้การทำตามแผนที่วางไว้ เป็นไปได้อย่างดี แต่หากเราตั้งเป้าหมายว่าจะมีเงินเก็บเกษียณเพิ่มขึ้น เป็นหลัก การตั้งเป้าหมายด้านลดน้ำหนักอาจไม่ใช่ลำดับความสำคัญลำดับต้นๆ ก็ได้   

T = Timely  มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน เช่น ภายใน กี่เดือน , วันไหนบ้าง เป็นต้น  หากสามารถลงตารางได้จะยิ่งทำให้เราสามารถไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ง่ายมากขึ้น เช่น จะออกกำลังกาย ทุกเย็นวันพุธ ศุกร์ เสาร์ เป็นระยะเวลา 45 นาทีต่อครั้ง หากเรากำหนด และลงตารางไว้แล้วจะทำให้วางแผนการใช้เวลาได้เหมาะสม เพราะมีสิ่งที่ให้ความสำคัญที่ต้องการทำให้เสร็จวางไว้ก่อนแล้วนั่นเอง  หรือเราสามารถตั้งเป้าหมายเป็นระยะเวลาก็ได้ เช่น ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อให้เราเห็น ภาพการเปลี่ยนแปลง และมีกำลังใจในการทำตามเป้าหมายที่วางไว้ นั่นเอง

         ลองนำหลัก SMART GOAL ไปตั้งเป้าหมายกันนะคะ ไม่ว่าเป้าหมายหลักของเราจะเป็นอะไร ด้านสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์  การทำงาน สิ่งเหล่านี้เราสามารถใช้หลัก SMART GOAL มาใช้ได้  และสร้างเป็นสมดุลชีวิต ในแบบฉบับของเราได้นั่นเอง  

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายส่วนตัว 

 

1. ฉันจะลดสัดส่วนไขมันไม่ให้เกิน 20% ภายใน 1 ปี โดยการ

-วิ่งบนลู่ อย่างน้อย 30 นาที ทุกวัน อังคาร – เสาร์

-คุมน้ำหวานไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ (200 ml)

-ดื่ม แอลกอฮอล์ไม่เกิน 2 Drink ต่อเดือน

 

2.ฉันจะลดรค่ายูริคในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายใน 1 ปี ดังนี้

-คุมน้ำหวานไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ (200 ml)

-คุมผลไม้ไม่เกิน 2 กำปั้นต่อวัน

-ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 2 ลิตร ต่อวัน

-ดื่ม แอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 Drink ต่อเดือน หรือเลือกดื่มแบบ Non alcohol แทน

 

3.ฉันจะเก็บสะสมเงินเกษียณเพิ่มขึ้นให้อย่างน้อย 300,000 บาท ภายใน 1 ปี โดยการ

-ซื้อกองทุน RMF วันเงินเดือนออก 25,000 บาทต่อเดือน

-อ่านทบทวน และติดตามผลตอบแทนจากกองทุน ตามเป้าหมายที่วางไว้ เดือนละ 1 ครั้ง

 

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายการทำงานของแผนก

 

แผนกส่งเสริมสุขภาพ

1.ฉันจะจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงาน โดยการให้พนักงานลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5% ภายใน 3 เดือน โดยให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 70% ของพนักงานทั้งหมด โดยการ

-เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพอย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส

-จัดกิจกรรมแข่งสะสมก้าวเดิน อย่างน้อย 5,000 ก้าวต่อวัน

-จัดให้มีการให้คำแนะนำโดยนักกำหนดอาหารส่วนบุคคล กับพนักงานอย่างน้อย 2 Session ต่อปี

-มีของรางวัลด้านสุขภาพกระตุ้นพนักงาน อย่างน้อย 5,000 บาทต่อไตรมาส

 

แผนกพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

1.ฉันจะเพิ่ม Employee Engagement ให้มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอย่างน้อย 10% โดยการ

-จัดกิจกรรมส่งเสริมความสามัคคี โดยนักจิตวิทยา อย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส

-จัดกิจกรรมกีฬาสี สามัคคี 1 ครั้ง

-จัดร่วมบริจาคเงิน จากการสะสมก้าวเดินของพนักงาน 1 ครั้ง

-สร้างพื้นที่กลุ่มสัมพันธ์ ทั้งรูปแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ ให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน

-จัด Board game day ทุกวันศุกร์ หลังเลิกงาน

 

           การเลือกใช้แนวคิด SMART GOAL ในการตั้งเป้าหมายและทำตามไปสู่จุดหมายนั้น ไม่ว่าเป้าหมายหลักของเราจะเป็นอะไร ด้านสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์  การทำงาน ก็สามารถทำได้

           สำหรับบริษัทหรือองค์กรไหน ที่มีเป้าหมายด้านสุขภาพพนักงานแล้ว กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ที่จะมาช่วยทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จได้   SAKID สามารถช่วยคุณได้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพสำหรับองค์กร ที่จะมาช่วยออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานโดยวิเคราะห์จากข้อมูลสุขภาพพนักงานและวัฒนธรรม ความคิดเห็น ทั้งด้าน อาหาร ออกกำลังกาย สุขภาพกาย และสุขภาพจิต โดยผู้เชี่ยวชาญ นักกำหนดอาหาร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจิตวิทยา และ นักกายภาพ ให้พนักงานทุกคนสุขภาพดีและทำงานอย่างมีความสุขรอบด้าน

บทความที่น่าสนใจ

จัดโต๊ะทำงาน

“จัดโต๊ะทำงาน” สร้างสุขในการทำงานง่ายๆ ด้วยความเป็นระเบียบ

เคยไหม? ก่อนเริ่มทำงาน ต้องจัดโต๊ะ จัดห้องให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นจะรู้สึกหงุดหงิด ไม่มีสมาธิทำงาน ไขประโยชน์ของการจัดโต๊ะทำงาน พร้อมเทคนิคจัดโต๊ะ เคลียร์สมอง!

อ่านต่อ »
โรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

โรงอาหารสุขภาพดี ทำอย่างไรให้ได้ผล สำหรับพนักงานบริษัทหรือโรงงาน

พนักงานมาทำงานอยู่กับบริษัทตั้งแต่เช้ายันเย็น แน่นอนว่าอาหารการกินส่วนใหญ่ก็มาจากโรงอาหารทั้งข้าวเช้า เที่ยง และมื้อว่าง เนื่องจากบริษัทที่มีโรงอาหารจะไม่ค่อยอยู่ในพื้นที่ในเมืองหรือชุมชน ดังนั้นโรงอาหารจึงเป็นแหล่งอาหารหลักของพนักงาน ซึ่งโรงอาหารสามารถสะท้อนพฤติกรรมการกินอาหารของพนักงานได้อย่างดีจากผลตรวจสุขภาพ ฉะนั้นมาเริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงานที่โรงอาหารกันเถอะ

อ่านต่อ »
Booth nutrition and mental health-SAKID

WORKSHOP Booth nutrition and mental health

วันที่ 13 ธันวาคม  2567 SAKID ได้ร่วมกิจกรรมออกบูธนักกำหนดอาหารและจิตวิทยา ที่บริษัทLumentum โดยจะมีกิจกรรมให้ความรู้โภชนาการโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพผ่านให้พนักงานได้เข้ามาร่วมสนุกระหว่างพักกลางวันโดยจะมีเกมบิงโกเรื่องอาหารสุขภาพดีและทริคเรื่องอาหารที่ปรับให้สุขภาพดี เกมทายแคลอรีอาหารที่จะให้ความรูเรื่องการเลือกอาหารประเภทต่างๆโดยไม่ต้องคำนวนแคลอรี โดยผู้ชนะจะได้รับของที่ระลึกจากบูธไปนอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องโภชนาการอาหารผ่านเกมอีกด้วย ส่วนบูธนักจิตวิทยาจะเป็นการให้ทำแบบประเมินสุขภาพใจ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญภาวะทางจิตใจหรือไม่พร้อมให้คำแนะนำบริการการปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ นอกจากนี้ใครที่ได้ทำแบบประเมินยังได้เลือกรับหินสายมูกันไปนอกจากจิตใจที่แข็งแกร่งแล้วหินสายมูก็ช่วยให้พลังใจบวกไปอีกด้วย

อ่านต่อ »
Health talk NCDs-SAKID

Health talk กินอยู่ อย่างไร ห่างไกล NCDs

Health talk กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 30 เมษายน  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์  Workshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »

HRIS คืออะไร ทำไมถึงจำเป็นกับการบริหารทรัพยากรบุคคล

HRIS คืออุปกรณ์สำคัญในการช่วยทำให้ HR สามารถทำงานได้อย่างสะดวกขึ้น เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้สามารถตรวจเช็คข้อมูลพนักงานได้อย่างง่ายดาย แต่มันคืออะไรกันล่ะ

อ่านต่อ »
Cover เพลินจิต-SAKID

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตเพลินจิต

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตเขตเพลินจิต

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตเพลินจิต ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »