Sakid head -brownout
URL Copied!

รับมือกับ Brownout Syndrome: เคล็ดลับปลุกไฟในการทำงานอีกครั้ง

          คุณรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย และสิ้นหวังกับการทำงานอยู่หรือเปล่า? ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้ เพราะอาการแบบนี้คือสัญญาณของภาวะ Brownout Syndrome ที่กำลังคุกคามพนักงานออฟฟิศจำนวนมากในปัจจุบัน หากคุณกำลังต่อสู้กับความเหนื่อยล้า ขาดแรงบันดาลใจ และรู้สึกหมดไฟในการทำงาน บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จัก Brownout Syndrome ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำวิธีรับมือและจุดประกายในการทำงานอีกครั้ง เพื่อเป็นแนวทางดูแลสุขภาพจิตของคนทำงานอย่างเรา

Brownout Syndrome คืออะไร และแตกต่างจาก Burnout อย่างไร ?

 

Brownout Syndrome เป็นภาวะที่พนักงานรู้สึกหมดแรงจูงใจ เหนื่อยล้า และไม่มีความสุขในการทำงาน แต่ยังคงฝืนทำงานต่อไป แม้จะรู้สึกไร้ค่าและสิ้นหวังกับอนาคตในอาชีพการงาน ผู้ที่เป็น Brownout ยังสามารถทำงานได้ แต่ด้วยประสิทธิภาพที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากขาดความกระตือรือร้นและไม่มีส่วนร่วมเท่าที่ควร (Cherniss, 2016) ในขณะที่ Burnout นั้นรุนแรงกว่า โดยพนักงานจะหมดแรงทั้งกายและใจจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้เลย รู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ มีทัศนคติเชิงลบต่องานและสังคมรอบข้าง จนในที่สุดอาจต้องลาออกจากงานหรือถูกไล่ออก (Maslach & Leiter, 2015, p.7) จึงกล่าวได้ว่า Brownout เป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงของการเกิด Burnout ในอนาคต หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที

 

ปัจจัยที่ก่อให้เกิด Brownout Syndrome

 

การเกิด Brownout Syndrome มีสาเหตุได้จากหลายปัจจัย เช่น ภาระงานที่มากเกินไป ขาดอิสระในการตัดสินใจ ไม่ได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ ขาดการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา รางวัลตอบแทนที่ไม่เพียงพอ ความขัดแย้งระหว่างค่านิยมส่วนบุคคลกับนโยบายองค์กร สภาพแวดล้อมการทำงานที่เลวร้าย หรือการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม (Maslach & Leiter, 2015, p.44) โดยเฉพาะความเครียดหลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้ปัญหานี้ทวีความรุนแรงขึ้น (“WHO Highlights Mental Health Effects of COVID-19 Pandemic”, n.d.)

 

ผลกระทบของ Brownout Syndrome ต่อพนักงานและองค์กร

 

• ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและร่างกายของพนักงาน ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ 

• โรคซึมเศร้าระยะยาว

• ประสิทธภาพการทำงานลดลง ไม่มีความคิดสร้างสรรค์

• ลาขาดงานบ่อย

• บรรยากาศที่เป็นลบในที่ทำงาน ส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของเพื่อนร่วมงาน

Sakid-brownout-1

วิธีรับมือกับ Brownout Syndrome 

 

ในฐานะพนักงาน สิ่งที่เราสามารถทำได้คือการสื่อสารกับหัวหน้างานถึงปัญหาที่เผชิญ พยายามควบคุมปัจจัยที่สร้างความเครียด เช่น จัดลำดับความสำคัญของงาน บริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ และขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ (Schaffner, 2016, p.98) การผ่อนคลายด้วยกิจกรรมยามว่างและการฝึกสติสมาธิก็มีส่วนช่วยบรรเทาความเครียดได้เป็นอย่างดี (Schaffner, 2016, p.77) องค์กรควรเอาใจใส่ต่อสุขภาวะของพนักงานโดย

 

• สำรวจความเครียดและความพึงพอใจในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ

• สร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจให้พนักงานสามารถสื่อสารปัญหาได้อย่างเปิดเผย

• มอบหมายงานที่ท้าทายและตรงกับความสามารถของแต่ละบุคคล

• ให้อิสระและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

• สนับสนุนการฝึกอบรมทักษะและความก้าวหน้าในสายงาน

• จัดสรรทรัพยากรอย่างเพียงพอ และส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน (Maslach & Leiter, 2015, p.123)

 

        การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้คุณค่ากับพนักงานจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิด Brownout และปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ในสถานที่ทำงาน

        หากคุณมีอาการของ Brownout Syndrome การพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจะช่วยให้เข้าใจสาเหตุของปัญหา และหาแนวทางจัดการที่เหมาะสมได้ SAKID เรามีนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา สะดวก นัดหมายง่าย โดยองค์กรสามารถจัดเป็นสวัสดิการให้พนักงานได้ นอกจากนี้องค์กรที่ใส่ใจสุขภาวะพนักงานอาจเริ่มมองหานักจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การมาให้คำปรึกษา อบรม และออกแบบนโยบายสุขภาพจิต เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพและเพิ่มผลิตภาพในระยะยาว ถึงแม้ Brownout อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วเป็นปัญหาใกล้ตัวที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ และเริ่มแก้ไขทันทีเมื่อสังเกตเห็นอาการ ไม่ว่าจะเป็นในตัวเองหรือเพื่อนร่วมงาน เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลาย องค์กรเองก็ควรสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและส่งเสริมการเติบโตในอาชีพ เพื่อป้องกัน Brownout อย่างยั่งยืน

References

Cherniss, C. (2016). Beyond Burnout: Helping Teachers, Nurses, Therapists and Lawyers Recover From Stress and Disillusionment.

 

Maslach, C., & Leiter, M. P. (2015). The truth about burnout: How organizations cause personal stress and what to do about it. John Wiley & Sons. https://doi.org/10.1002/9781119212782

 

Schaffner, A. K. (2016). Exhaustion and the pathologization of modernity. Journal of Medical Humanities, 37(1), 77-94. https://doi.org/10.1007/s10912-014-9299-z

 

World Health Organization. (n.d.). WHO highlights mental health effects of COVID-19 pandemic. Retrieved July 22, 2024, from https://www.who.int/news-room/feature-stories/detail/the-impact-of-covid-19-on-mental-health

 

Why an industrial-organizational psychologist is the secret weapon for a business. (2021, August 2). Verywell Mind. https://www.verywellmind.com/why-an-industrial-organizational-psychologist-is-the-secret-weapon-for-a-business-5068105

บทความที่น่าสนใจ

Snack Bar จัดอย่างไรให้พนักงานสุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »
แพคเกจตรวจสุขภาพ

“แพคเกจตรวจสุขภาพ” เลือกอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด

ขอแนะนำวิธีเลือกแพคเกจตรวจสุขภาพที่เหมาะกับแต่ละคน เพราะหนึ่งในการดูแลร่างกายที่คนมักหลงลืมคือการตรวจสุขภาพประจำปี แนะนำวิธีการเลือก และแพคเกจพนักงาน

อ่านต่อ »

Workshop ดูแลสุขภาพใจ #workshop3อ #อารมณ์

ดูแลสุขภาพใจพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง การสำรวจตรวจเอง เรื่องจิตวิทยาและอารมณ์ , Workshop การจัดการความเครียด , Health talk Work life balance หรือ Burn out โดยนักจิตวิทยาที่มีประสบการณ์

อ่านต่อ »

Self-care เป็น Soft Skill ที่พนักงานยุคใหม่ต้องมี

ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Soft Skill ไม่ได้หมายถึงแค่ “ทักษะทางสังคม” อีกต่อไป แต่คือ ความสามารถในการเข้าใจและจัดการตนเอง เพื่อทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจาก Hard Skill ที่เป็นความรู้เฉพาะทาง Soft Skill คือ “ทักษะด้านมนุษย์” เช่น ความยืดหยุ่น การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ และการปรับตัว ซึ่งจากรายงานของ World Economic Forum 2024 ระบุว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกมองว่า Soft Skill คือปัจจัยสำคัญที่สุดของการจ้างงานในอนาคต

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -7 teamwork

7 วิธีสร้างทีมเวิร์ค(Team building) ให้แข็งแกร่ง พร้อมพิชิตเป้าหมายองค์กร

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางทีมถึงทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น สามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม และบรรลุเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง คำตอบก็คือพวกเขามีการสร้างทีมเวิร์คที่เข้มแข็งนั่นเอง การมีทีมงานที่แข็งแกร่ง สามัคคี และทำงานร่วมกันได้ดี ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการทำงานและการเติบโตขององค์กร (Salas et al., 2015)

อ่านต่อ »
ท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง-SAKID

ท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง ปรับนิดเดียว สุขภาพดีทั้งวัน

หากคุณต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 6–8 ชั่วโมงขึ้นไป อาการปวดหลัง ปวดคอ หรือชาที่มืออาจเป็นสัญญาณเตือนของ “ออฟฟิศซินโดรม” โดยไม่รู้ตัว! แต่ข่าวดีคือ…เพียงแค่ “ปรับท่านั่งให้เหมาะสม” ก็สามารถลดอาการไม่พึงประสงค์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ทันที

อ่านต่อ »
Sakid head -ประกันกลุ่ม
URL Copied!

ทำประกันกลุ่มให้พนักงานอย่างไรให้คุ้มกับเงินในกระเป๋า

          หลายครั้งที่พนักงานในบริษัทมีความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ทำให้ต้องพักรักษาตัว และอาจจะทำงานได้มีประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นหลายๆบริษัทมีความจำเป็นต้องมองหาสวัสดิการให้กับพนักงานในองค์กร ดังนั้นเราจึงต้องมาทำความเข้าใจคำว่าประกันกลุ่มคืออะไร

ประกันแบบกลุ่มคืออะไร

 

            ประกันแบบกลุ่มคือ การรับประกันชีวิตบุคคลหลายคน ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียวโดยพิจารณาถึงความเสี่ยงภัยของบุคคล ในกลุ่มทั้งหมดด้วยอัตราเฉลี่ย ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ หน้าที่การงานหรือจำนวนเงินเอาประกันภัย ซึ่งคำนวณเป็นอัตราเบี้ยประกันภัยเพียงอัตราเดียว เพื่อใช้ กับบุคคลทุกคนในกลุ่มนั้น ๆ  โดยลักษณะของการประกันกลุ่มจะให้ความ คุ้มครองแก่บุคคลหลายๆ คนที่ทำประกันภัยในนามองค์กร ใดองค์กรหนึ่งภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียว และ มีเบี้ยประกันภัยที่ต่ำกว่าเบี้ยประกันภัยประเภทรายบุคคล ดังนั้นขนาดของกลุ่มจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ที่กำหนดขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายขององค์กร

 

            หลายๆคนมักจะเข้าใจผิดคิดว่า ประกันกลุ่มจะคุ้มครองในเรื่องของการเจ็บป่วยเท่านั้น แต่จริงๆแล้วประกันกลุ่มจะมีความคุ้มครองหลากหลายด้านขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก

SAKID-ประกันกลุ่ม

 

ประเภทความคุ้มครอง

 

1.ประกันชีวิตกลุ่ม ให้ความคุ้มครองในกรณีเสียชีวิตทุกกรณี จากการเจ็บป่วย และ อุบัติเหตุ

 

2.ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม จะให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะต่างๆ เช่น มือ เท้า สายตา จากอุบัติเหตุ และอาจจะมีเงินชดเชยกรณีที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุและต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกด้วย

 

3.ประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่ม จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ โดยทั่วไปบริษัทประกันภัยจะคุ้มครองเมื่อตกเป็นผู้ทุพพลภาพต่อเนื่องไม่น้อยกว่า180 วัน นับแต่วันเกิดเหตุ

 

4.ประกันสุขภาพกลุ่ม จะให้ความคุ้มครองในด้านค่ารักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วย ทั้งแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก โดยจะขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก ในบางครั้งก็จะมีแพ็คเกจเสริมเพิ่มความคุ้มครองด้านทันตกรรมอีกด้วย

 

             อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆคนสงสัยว่า องค์กรของท่านสามารถทำประกันกลุ่มได้หรือไม่ ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าในการทำประกันกลุ่มนั้นจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนพนักงานขั้นต่ำในการรับทำประกันภัยซึ่งแต่ละบริษัทจะมีจำนวนขั้นต่ำไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ เงื่อนไขบริษัทประกันนั้นๆ แต่เบื้องต้นพบว่าบางบริษัทประกันภัย หากมีพนักงานแค่ 3 คน ก็สามารถทำประกันภัยกลุ่มได้แล้ว บางบริษัทอาจจะต้องมีจำนวนพนักงานขั้นต่ำมากกว่านั้น ดังนั้นหากบริษัทที่สนใจทำประกันภัยกลุ่มอาจจะต้องสอบถามข้อมูลของแต่ละบริษัทก่อนว่ามีแผนประกันแบบไหนและมีจำนวนขั้นต่ำเท่าไหร่ในการรับประกัน

ประโยชน์ของการทำประกันกลุ่ม

รู้หรือไม่ว่าข้อดีที่บริษัทหรือองค์กรจะได้รับจากการมีประกันกลุ่มมีหลายข้อดังนี้

 

1.สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตกลุ่มมาใช้ในการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัท

 

2.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรและพนักงาน จะทำให้พนักงานรู้สึกถึงความห่วงใยของบริษัทต่อพนักงาน

 

3.ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัทของท่าน เพราะการมีสวัสดิการที่ดี จะทำให้บริษัทหรือองค์กรของคุณมีความน่าเชื่อถือ มีนโยบายด้านสวัสดิการที่ดีกับพนักงานอีกด้วย

 

4.ประกันกลุ่มจะมีต้นทุนค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับการทำประกันภัยรายบุคคล และช่วยลดการเรียกร้องเงินช่วยเหลือ เมื่อลูกจ้างเสียชีวิต เจ็บป่วย หรือ ทุพพลภาพ

 

5.ช่วยในการบริหารงบประมาณค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของพนักงาน

 

6.ดูแลพนักงานของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการทำประกันกลุ่มจะช่วยให้พนักงานเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้มากยิ่งขึ้นและไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้หายป่วยได้เร็ว และทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วางแผนประกันกลุ่มอย่างไรดี

 

หากเริ่มอยากวางแผนประกันกลุ่มให้แก่องค์กร เรามีเทคนิคดีๆในการเลือกประกันกลุ่มมาแนะนำกันอีกด้วย

 

1.ความน่าเชื่อถือของบริษัท แนะนำให้เลือกบริษัทที่มีชื่อเสียง, เปิดมาเป็นเวลานานและมีความมั่นคงทางการเงิน จะสะท้อนได้ถึงความมั่นใจในบริการของบริษัทและการบริหารจัดการที่ดีของบริษัท

 

2.แผนประกันกลุ่มของแต่ละบริษัท แต่ละบริษัทจะมีแผนประกันกลุ่ม และความคุ้มครองที่แตกต่างกัน ดังนั้นแนะนำให้ลองสอบถามแผนประกันกลุ่มของหลายๆบริษัทเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าของแผนประกัน หากได้ลองสอบถามแผนประกันกลุ่มมาแล้ว สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกแผนประกันกลุ่มให้กับพนักงานมีดังนี้

 

2.1.วงเงินค่ารักษาพยาบาล สำหรับกรณีผู้ป่วยใน(นอนรักษาในโรงพยาบาล)และผู้ป่วยนอก(ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล) แนะนำให้เลือกวงเงินค่ารักษาพยาบาลที่สูง เพราะค่ารักษาในโรงพยาบาลในปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี

 

2.2 ค่าห้องพักและค่าอาหาร แนะนำให้เลือกค่าห้องที่เหมาะสมกับค่าห้องพักโรงพยาบาลในปัจจุบัน หากน้อยเกินไปพนักงานอาจจะได้รับสวัสดิการที่ไม่เพียงพอ

 

2.3. ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ต่อวัน

 

2.4. ค่ารถพยาบาล

 

2.5. ค่าผ่าตัดตามเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์

 

2.6. ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ ค่ายา  และค่ารักษาพยาบาลอื่นๆ

 

นอกจาก ทั้ง  6 ข้อนี้แล้ว บางบริษัทประกันยังมีความคุ้มครองอื่นๆเพิ่มเติมเช่นค่ารักษาทันตกรรมหรือมีความครอบคลุมอุบัติเหตุร้ายแรงและค่าคลอดบุตรอีกด้วย ดังนั้นอาจจำเป็นต้องลองสอบถามหลายๆบริษัทด้านความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมอีกด้วย

 

3.ราคาเบี้ยประกันกลุ่ม ขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงานและประเภทธุรกิจของบริษัท หากเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงภัยสูง เบี้ยประกันภัยจะสูงกว่าธุรกิจที่เสี่ยงน้อยกว่า แต่ในกรณีที่องค์กรของท่านเคยมีประกันกลุ่มมาก่อน อัตราการเคลมจะมีผลต่อราคาเบี้ยประกันกลุ่มด้วย เพราะหากเคยมีอัตราการเคลมสูง การต่อประกันกลุ่มในปีต่อไปอาจถูกเพิ่มเบี้ยประกันได้ เพราะบริษัทประกันจะพิจารณาจากอัตราการเคลมในอดีตด้วย

               ดังนั้นนอกจากจะต้องเลือกสวัสดิการเรื่องประกันกลุ่มให้ดีแล้ว การดูแลสุขภาพพนักงานให้มีสุขภาพกาย ใจ ที่ดีก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะหากพนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรง มีการป้องกันการเกิดโรคที่ดี จะทำให้มีอัตราการเคลมกับบริษัทประกันที่น้อยลง และช่วยลดราคาเบี้ยประกันขององค์กรได้อีกด้วย ให้ SAKID ช่วยดูแลสุขภาพพนักงานในองค์กร ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการอบรมให้ความรู้ด้วย Workshop โภชนาการ ออกกำลังกาย และจิตวิทยา หรือการแข่งขันสุขภาพด้วย SAKID application พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลจากผลตรวจสุขภาพ หรือผลการเคลมประกันขององค์กร เพื่อออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสม จนเห็นผลลัพธ์แบบเห็นผล

บทคววามโดย ศรีธนภร  จิตสอาดกุล AFPT, IP

บทความที่น่าสนใจ

โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน-Sakid thumbnail

โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน นักจิตวิทยาช่วยคุณได้

ในปัจจุบันโรคซึมเศร้าที่คนวัยทำงานต้องเผชิญพบเจอเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยผลจากการศึกษาสุขภาพแบบองค์รวมในประชากรทั่วโลกพบว่าโรคซึมเศร้าทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 2 ในปี 2020และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอับดับ 1 ในปี2030 (WHO, 2019) ส่วนในประเทศไทยจากการจัดอันดับการการเสียสุขภาพแบบองค์รวมของคนไทย พบว่าโรคซึมเศร้าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย ส่วนอันดับ 2 ในผู้ชายไทย

อ่านต่อ »
จัด-Workshop-อย่างไรให้โดนใจ-Cover-Sakid

จัด Workshop อย่างไร ให้โดนใจ

การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยจุดเริ่มต้นที่สามารถทำได้คือการจัดอบรมเกี่ยวกับสุขภาพในด้านต่างๆการจัดอบรมจะช่วยปูพื้นความรู้การดูแลสุขภาพทั้งด้านกายและจิตให้กับพนักงาน ให้สามารถนำไปใช้ดูแลสุขภาพของตัวเองได้ โดยทีมผู้จัด สามารถเริ่มต้นทำได้

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-MBTI

MBTI ถอดบุคลิกภาพ ไขความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน

คุณเคยรู้สึกหงุดหงิดกับเพื่อนร่วมงานที่มีบุคลิกตรงข้ามกับคุณไหม คุณอาจเป็นคนเปิดเผย ชอบความตื่นเต้น แต่ต้องมาทำงานกับคนเงียบขรึม ชอบทำอะไรคนเดียว บางครั้งก็ทำให้เกิดความขัดแย้งและไม่เข้าใจกันได้ ความแตกต่างทางบุคลิกภาพเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ไม่ใช่อุปสรรคที่ทำให้เราทำงานร่วมกันไม่ได้ หากเรามีความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกัน

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -7 teamwork

7 วิธีสร้างทีมเวิร์ค(Team building) ให้แข็งแกร่ง พร้อมพิชิตเป้าหมายองค์กร

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางทีมถึงทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น สามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม และบรรลุเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง คำตอบก็คือพวกเขามีการสร้างทีมเวิร์คที่เข้มแข็งนั่นเอง การมีทีมงานที่แข็งแกร่ง สามัคคี และทำงานร่วมกันได้ดี ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการทำงานและการเติบโตขององค์กร (Salas et al., 2015)

อ่านต่อ »

รับออกแบบ เมนูอาหารพนักงานโรงงาน ให้สุขภาพดี Healthy canteen

พนักงานโรงงานส่วนใหญ่ใช้เวลาในโรงงานวันละ 8–12 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า มื้อหลักเกือบทั้งหมดของพวกเขามาจากโรงอาหารโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน หรือแม้แต่เย็นในกรณีที่ทำโอที การมีเมนูที่สมดุลจึงเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและพลังงานของพนักงาน

อ่านต่อ »
กิจกรรม CSR

“กิจกรรม csr” การทำเพื่อสังคมที่สร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่คุณคิด

กิจกรรม CSR คืออะไร ทำไมองค์กรใหญ่ ๆ ถึงต้องทำ? ประเภทของกิจกรรม CSR และตัวอย่างกิจกรรมจากธุรกิจชั้นนำ [แนะนำแนวทางจัดกิจกรรม CSR]

อ่านต่อ »
Sakid head-ลดน้ำหนัก
URL Copied!

ลดน้ำหนัก แต่ไม่อยากอดอาหาร หรือออกกำลังกาย ฉบับองค์กร

          ในยุคที่การทำงานหนักและการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบเป็นเรื่องปกติ ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มักมีเวลาน้อยในการดูแลสุขภาพตัวเอง ซึ่งภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง เป็นต้น นอกจากนี้เรายังพบความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนและโรคมะเร็งบางชนิดอีกด้วย ถึงเวลาแล้วหรือยังคะที่เราจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อการลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพกันเพิ่มมากขึ้น  

ทำไมการดูแลน้ำหนักถึงสำคัญ?

 

ลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง

น้ำหนักเกินทำให้เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคข้ออักเสบ เพิ่มมากขึ้น การรักษาน้ำหนักให้ปกติจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ได้

 

เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

สุขภาพที่ดีทำให้มีพลังงานและสมาธิในการทำงานมากขึ้น ทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

 

มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การมีน้ำหนักที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกดีเกี่ยวกับตัวเอง แต่ยังทำให้เรามีชีวิตที่มีคุณภาพมากขึ้น มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

       

เคล็ดลับลดน้ำหนักที่ไม่ต้องอดอาหารหรือออกกำลังกาย

 

เรามีเคล็ดลับง่ายๆสำหรับการลดน้ำหนัก ที่จะช่วยให้คนทำงานอย่างเราๆ สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องอดอาหารหรือออกกำลังกายมาฝากกัน

 

SAKID -เคล็ดลับลดน้ำหนัก

 

1.เลือกอาหารที่มีประโยชน์

การเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงจะช่วยให้เราอิ่มนานขึ้นและลดความอยากอาหารระหว่างวันได้ เช่น

• เพิ่มผักและผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำแต่มีไฟเบอร์สูง ช่วยทำให้อิ่มนานขึ้น ช่วยลดการกินของจุกจิกระหว่างวัน

• เลือกโปรตีนที่ดี เช่น ไก่ ปลา หมูไม่ติดมัน ไข่ และเต้าหู้ การกินโปรตีนที่เพียงพอทำให้เราอิ่มได้นานมากขึ้น

• บริโภคคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ข้าว กข.43 และธัญพืชที่มีไฟเบอร์สูง

 

2.ปรับพฤติกรรมการกิน

การปรับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ สามารถช่วยลดปริมาณการบริโภคแคลอรีได้ เช่น

• กินอาหารช้าๆ ให้สมองมีเวลาส่งสัญญาณว่าอิ่มแล้ว ทำให้เราไม่กินเกินกว่าความต้องการของร่างกาย

• ใช้จานขนาดเล็กเพื่อลดปริมาณอาหารที่กินโดยไม่รู้ตัว

• หลีกเลี่ยงการกินอาหารขณะทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ดูทีวีหรือทำงาน เนื่องจากทำให้เราไม่รู้สึกถึงปริมาณที่กินเข้าไป ทำให้เรามีแนวโน้มในการกินอาหารมากขึ้น

 

3.ดื่มน้ำเปล่าเพิ่มมากขึ้น

การดื่มน้ำมากๆ ไม่เพียงช่วยลดความหิวแต่ยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลองดื่มน้ำแก้วใหญ่ก่อนมื้ออาหารเพื่อช่วยลดปริมาณอาหารที่เราจะกินได้

 

4.หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

ลดการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม ขนมหวาน และขนมขบเคี้ยว ซึ่งมีพลังงานสูง แต่ไม่ให้คุณค่าทางโภชนาการ

 

5.เลือกของว่างที่ดีต่อสุขภาพ

หากคุณรู้สึกหิวระหว่างมื้ออาหาร เลือกของว่างที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผลไม้สด ถั่ว โยเกิร์ตไขมันต่ำ หรือน้ำเปล่า แทนเครื่องดื่มและขนมหวาน

 

6.จัดการกับความเครียด

ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หลายคนหันมากินอาหารมากขึ้น กินเพื่อลดความเครียด กินเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ดังนั้นหากเราสามารถการจัดการความเครียดได้ ก็สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินของเราได้เช่นเดียวกัน

• ฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ การฝึกหายใจลึกๆ หรือการฟังเพลงผ่อนคลาย

• หาเวลาผ่อนคลายจิตใจ : ให้เวลากับตัวเองในการทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อผ่อนคลายและลดความเครียด

 

7.นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับที่เพียงพอช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนความหิวและความอิ่ม ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน และลดความเครียดของร่างกายได้ เช่น

• รักษาตารางการนอน : พยายามนอนและตื่นในเวลาเดียวกันทุกวัน

• หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอก่อนนอน : การใช้โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ก่อนนอนสามารถรบกวนการนอนหลับ และทำให้คุณภาพของการนอนลดลง

 

8.เพิ่มกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

แม้จะไม่มีเวลาออกกำลังกายหนัก แต่การเพิ่มกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีได้เช่นเดียวกัน เช่น

• เพิ่มการเดินระหว่างการประชุม : หากมีการประชุมทางโทรศัพท์ ลองเดินไปด้วยแทนการนั่ง

• ใช้บันไดแทนลิฟต์ : การขึ้นลงบันไดเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและมีประโยชน์

• สลับยืนนั่งทำงาน : ลองใช้โต๊ะทำงานที่สามารถปรับระดับให้ยืนทำงานได้ จะช่วยเผาผลาญแคลอรีมากกว่าการนั่ง

กิจกรรมร่วมส่งเสริมสุขภาพพนักงานในองค์กรกับ SAKID

 

Challenge สะสมก้าวเดิน-SAKID

 

SAKID สามารถช่วยให้พนักงานในองค์กรของคุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ โดยทำให้พนักงานสามารถปรับพฤติกรรมการกินได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนุกไปกับภารกิจที่เรามอบให้ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นภารกิจด้านอาหาร โดยไม่จำเป็นต้องงดอาหาร สามารถช่วยให้การปรับพฤติกรรมและการลดน้ำหนักเป็นไปอย่างสนุกและไม่น่าเบื่อเหมือนเคย ร่วมกับการส่งภารกิจก้าวเดินในแต่ละวัน โดยคะแนนที่ได้จากการทำภารกิจและกิจกรรมในอื่นๆที่เรามีให้ในแอพพลิเคชั่น สามารถนำไปเลี้ยง “น้องสะกิด” ของเราให้โต แข็งแรง เต็มวัยได้ด้วยค่ะ หรืออยากจัดให้มีการแข่งขันระหว่างทีม เพื่อกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรมีแรงกระตุ้นเพิ่มมากขึ้น ก็สามารถทำได้แช่นเดียวกัน

 

        หากพนักงานในองค์กรของเรามีสุขภาพที่ดีขึ้น มีพฤติการณ์กินที่เหมาะสม จะสามารถช่วยให้เขาเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานได้มากขึ้นเช่นเดียวกันค่ะ สามารถ ทดลองใช้ SAKID application ได้ เพื่อสนุกกับภารกิจสุขภาพ จนลดน้ำหนักได้ แบบไม่ต้องอดอาหาร

บทความที่น่าสนใจ

Cover-burnout-SAKID

Workshop How to understand burnout

กิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด”

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 Sakid ได้จัดกิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมคและการไฟฟ้านครหลวง  โดยวิทยากรนักจิตวิทยาองค์กร ครูรักอมยิ้ม คุณอานนท์ ตั้งกิตติทรัพย์ ภายในงานผู้เข้าร่วมได้รับเทคนิคการจัดการความเครียด และการบริหารการทำงานให้มี Work-life balance

อ่านต่อ »
Cover-Sakid-บางบัวทอง

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
Cover-การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล-Sakid

WORKSHOP การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล (ลดไขมันด้วยอาหาร)

กิจกรรม  “การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล”

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล” โดยนักกำหนดอาหารที่ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องอาหารสำหรับคนที่เสียงคลอเรสเตอรอลสูง และผู้ที่เป็นอยู่แล้ว ว่ามีอาหารประเภทไหนบ้าง ที่ควรกินและไม่ควรกิน การเลือกอาหารและการปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม

อ่านต่อ »
Cooking-kabab-SAKID

WORKSHOP Cooking class เคบับ

กิจกรรม  Cooking class เคบับ

วันที่ 6 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking class เคบับ ที่บริษัท CBRE โดยพนักงานได้เข้าร่วมจำนวน 40 คน ซึ่งนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและมีทริคการดูแลสุขภาพด้านอาหารสำหรับชาวออฟฟิศให้เล่นเกมสุขภาพพร้อมรับของรางวัลกันอีกด้วย คลาสสอนทำเคบับ จะสอนให้ทุกคนทำซัลซาซอสจากมะเขือเทศสด แทนการใช้ซอสมะเขือเทศ การปรุงวัตถุดิบไก่และผักและการห่อม้วนแรป ทำกินเองอร่อยได้ง่ายๆ ที่บ้าน

อ่านต่อ »
สวัสดิการบริษัท

5 สวัสดิการบริษัทระดับโลกสุดเจ๋งที่คนรุ่นใหม่สนใจ

สวัสดิการบริษัทที่ดี มีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไรบ้าง? แนะนำ 5 สวัสดิการพนักงานที่น่าสนใจ ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกใช้จูงใจให้คนรุ่นใหม่มาร่วมงานด้วย

อ่านต่อ »
Cover deep relax-SAKID

Meditation and Deep relaxation workshop

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 29  พฤศจิกายน  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “Meditationand Deep relaxation” โดยนักกายภาพบำบัดและนักจัดกระบวนการเรียนรู้สุขภาพที่ให้ความรู้และความเข้าใจโดยการให้ฟังเสียงร่างกายแต่ละจุดเพื่อให้รู้สึกและเป็นการรับฟังร่างกายของเรา เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเต็มที่อย่างตรงจุด โดยให้เตรียมแก้วน้ำร้อนของตัวเองเพื่อมารับชาดอกไม้นั่งจิบชาร้อมวงเพื่อเปิดประสาทสัมผัสการรับรู้ของร่างกายทั้งรสชาติ กลิ่น  และจินตนาการ การฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลาย พาตัวเองออกจากอารมณ์ต่างๆ และหันกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น การรักตัวเองให้มากขึ้น การคิดให้กำลังใจเชิงบวก

อ่านต่อ »