Sakid head -happy work
URL Copied!

องค์กรแห่งความสุข ฉบับคนทำงาน: 10 เคล็ดลับสร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข

          คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางองค์กรถึงประสบความสำเร็จอย่างสูง ในขณะที่บางองค์กรกลับล้มเหลว คำตอบอยู่ที่ความสุขของพนักงาน งานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าพนักงานที่มีความสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น อัตราการลาออกที่ลดลง และการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น (Sgroi, 2015; Oswald et al., 2015)

          ผลการวิจัยจาก University of Warwick แสดงให้เห็นว่าพนักงานที่มีความสุขมีผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 12% ในขณะที่พนักงานที่ไม่มีความสุขมีผลผลิตลดลง 10% (Oswald et al., 2015) งานวิจัยอื่นๆ ยังพบว่า ความสุขในที่ทำงานนำไปสู่ความผูกพันของพนักงานที่เพิ่มขึ้น ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่มากขึ้น และการตัดสินใจที่ดีขึ้น (Fisher, 2010) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อผลกำไรขององค์กรในระยะยาว

10 เคล็ดลับที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ สร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข

 

10 เคล็ดลับที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ สร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข-SAKID

 

1. สร้างวัฒนธรรมแห่งการชื่นชมและให้รางวัล ชื่นชมพนักงานเมื่อพวกเขาทำงานได้ดี เพื่อให้เขารู้สึกว่างานของเขามีคุณค่าและได้รับการยอมรับ (Robbins & Judge, 2019) การยกย่องชมเชยไม่จำเป็นต้องเป็นรางวัลใหญ่โต แค่คำชื่นชมจริงใจหรือบันทึกข้อความสั้นๆ ก็สามารถสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับพนักงานได้แล้ว

 

2.ให้ความยืดหยุ่นในการทำงาน เช่น การทำงานจากที่บ้านและเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Grant et al., 2013) ความยืดหยุ่นช่วยให้พนักงานจัดการเวลาได้ดีขึ้น ลดความเครียด และมีเวลาให้กับครอบครัวและกิจกรรมนอกเหนือจากงานมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อความสุขและสุขภาพจิต

 

3.ให้โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรม การสัมมนา หรือการมอบหมายงานที่ท้าทาย เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่ากำลังเติบโตและพัฒนา (Salas et al., 2012) การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะช่วยให้พนักงานรู้สึกตื่นเต้น มีพลัง และพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในอนาคต

 

4.สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และมีสุขภาวะที่ดี ทั้งในแง่ของสภาพแวดล้อมทางกายภาพและจิตใจ (Veitch et al., 2007) สถานที่ทำงานที่มีแสงสว่างเพียงพอ อุณหภูมิที่เหมาะสม อุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จะช่วยให้พนักงานรู้สึกสบายใจและมุ่งมั่นกับงานของตนได้อย่างเต็มที่

 

5.ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีและการทำงานเป็นทีม ผ่านกิจกรรมนอกสถานที่ โครงการทำงานร่วมกัน และพื้นที่สำหรับปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในที่ทำงาน (Tews et al., 2013) ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า จะช่วยสร้างความไว้วางใจ การทำงานที่ราบรื่น และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสุขในที่ทำงาน

 

10 เคล็ดลับที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ สร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข -SAKID-1

 

6.สื่อสารอย่างเปิดเผยและซื่อสัตย์ แจ้งให้พนักงานทราบถึงเป้าหมาย ความคาดหวัง และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เพื่อสร้างความไว้วางใจและการมีส่วนร่วม (Men, 2014) การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสจะช่วยให้พนักงานเข้าใจบทบาทของตนเอง เห็นความสำคัญของงานที่ทำ และรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

 

7.ให้พนักงานมีอิสระและอำนาจในการตัดสินใจในงานของตน การมีอำนาจควบคุมงานจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจและความรับผิดชอบ (Spector, 1986) เมื่อพนักงานรู้สึกว่ามีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีการทำงานและตัดสินใจในงานของตนเองได้ พวกเขาจะรู้สึกเป็นเจ้าของ ใส่ใจ และทุ่มเทให้กับงานมากยิ่งขึ้น

 

8.กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายแต่บรรลุได้ เป้าหมายที่ชัดเจน และมีความหมายจะช่วยสร้างแรงจูงใจและความรู้สึกประสบความสำเร็จ (Locke & Latham, 2002) เป้าหมายที่ท้าทายจะกระตุ้นให้พนักงานใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ในขณะที่เป้าหมายที่บรรลุได้จะทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจ มีกำลังใจ และพร้อมสำหรับเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม

 

9.ให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรม องค์กรที่ให้ผลตอบแทนดีและดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน จะช่วยสร้างความจงรักภักดี (Tekleab et al., 2005) ค่าตอบแทนที่เพียงพอจะช่วยให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเครียด และรู้สึกผูกพันกับองค์กรที่เห็นคุณค่าในการทุ่มเทแรงกายแรงใจของพวกเขา

 

10.ประเมินและวัดระดับความสุขของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ผ่านแบบสำรวจ การสัมภาษณ์ ข้อมูลจาก HR และการสังเกตพฤติกรรม เพื่อค้นหาโอกาสพัฒนาเพิ่มเติม (Fisher, 2010) การวัดระดับความสุขจะช่วยให้องค์กรเข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ที่แท้จริงของพนักงาน รวมถึงประเมินผลของนโยบายส่งเสริมความสุขต่างๆ ที่นำมาใช้ การส่งแบบสำรวจทุก 3-6 เดือน, การขอความคิดเห็นตอนประเมินผลการปฏิบัติงาน, การตรวจสอบสถิติการลาออกและการขาดงาน ล้วนเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของความสุขในที่ทำงาน ที่จะช่วยให้เราปรับปรุงและเติมเต็มในจุดที่ยังขาดอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง

          นอกจากนี้ การวัดระดับความสุขแบบการวัดก่อนและหลังภายในบุคคลเดียวกัน (within-subject pre-post design) ก็เป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพ (Seligman et al., 2005) โดยการประเมินระดับความสุขของพนักงานแต่ละคนก่อนและหลังการนำนโยบายส่งเสริมความสุขมาใช้ เราจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคคล และวัดผลกระทบที่แท้จริงของมาตรการต่างๆ ได้อย่างชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้เราระบุได้ว่ามาตรการใดที่ได้ผลดีกับพนักงานส่วนใหญ่ และมาตรการใดที่อาจต้องปรับเปลี่ยนหรือตัดออกไป เพื่อให้การส่งเสริมความสุขเป็นไปอย่างเฉพาะเจาะจงและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของพนักงานในองค์กร

 

         การสร้างสถานที่ทำงานให้น่าทำงานและมีความสุขไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผลตอบแทนที่ได้รับก็คุ้มค่ามหาศาล ทั้งในแง่ของผลผลิต ความคิดสร้างสรรค์ การรักษาพนักงาน และกำไรที่เพิ่มขึ้น องค์กรที่เข้าใจและให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงาน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เหล่านี้ และเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว

         หากคุณสนใจที่จะพัฒนาองค์กรให้มีความสุขมากขึ้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ลองเข้ามาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์SAKID เรามีบทความให้ความรู้ เคล็ดลับ และแนวทางปฏิบัติที่หลากหลาย รวมถึงการให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาองค์กร ที่พร้อมจะช่วยให้คำแนะนำตามความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร หรือเริ่มจากจัดกิจกรรมสร้างความสุข Workshop เช่น การจัดสวนขวด, Cooking class หรือสมาธิบำบัด โดยผู้เชี่ยวชาญจาก SAKID ความสุขในที่ทำงานนั้นเริ่มสร้างได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

แหล่งอ้างอิง

 

  • Fisher, C. D. (2010). Happiness at work. International Journal of Management Reviews, 12(4), 384-412. https://doi.org/10.1111/j.1468-2370.2009.00270.x

    Grant, A. M., Christianson, M. K., & Price, R. H. (2007). Happiness, health, or relationships? Managerial practices and employee well-being tradeoffs. Academy of Management Perspectives, 21(3), 51-63. https://doi.org/10.5465/amp.2007.26421238

     

    Locke, E. A., & Latham, G. P. (2002). Building a practically useful theory of goal setting and task motivation: A 35-year odyssey. American Psychologist, 57(9), 705–717. https://doi.org/10.1037/0003-066X.57.9.705

     

    Men, L. R. (2014). Strategic internal communication: Transformational leadership, communication channels, and employee satisfaction. Management Communication Quarterly, 28(2), 264-284. https://doi.org/10.1177/0893318914524536

     

    Oswald, A. J., Proto, E., & Sgroi, D. (2015). Happiness and productivity. Journal of Labor Economics, 33(4), 789-822. https://doi.org/10.1086/681096


    Fisher, C. D. (2010). Happiness at work. International Journal of Management Reviews, 12(4), 384-412. https://doi.org/10.1111/j.1468-2370.2009.00270.x

    Seligman, M. E., Steen, T. A., Park, N., & Peterson, C. (2005). Positive psychology progress: empirical validation of interventions. American Psychologist, 60(5), 410-421. https://doi.org/10.1037/0003-066X.60.5.410

    Tekleab, A. G., Bartol, K. M., & Liu, W. (2005). Is it pay levels or pay raises that matter to fairness and turnover?. Journal of Organizational Behavior, 26(8), 899-921. https://doi.org/10.1002/job.352

     

บทความที่น่าสนใจ

Sakid-mea-มีนบุรี-Cover

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
our workshop success-Fatty Model-SAKID

แข่งขันลดน้ำหนักด้วย SAKID กับโครงการ MEA Fatty Model

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม MEA Fatty Model ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ตลอดระยะเวลา เม.ย. – ส.ค. 67 โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือดัชนีมวลกาย ≥25 kg/m2 มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกิน จนทำให้การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก มวลไขมัน และไขมันในช่องท้องลดลง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »

จัดการอย่างไร ให้ห่างไกล ความเครียด

หากเราพูดถึงคำว่า “ความเครียด” เรานั้นมักจะนึกถึง และบรรยายความรู้สึกว่าเหมือนถูก “บีบคั้น กดดัน อึดอัด” ทำให้เราใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร โดยที่ความเครียดนั้นจะเป็นภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเราต้องเจอกับสถานการณ์ที่รับมือได้ยาก หรือถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก จนทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ หรือวิตกกังวลขึ้นมาได้

อ่านต่อ »
Cover-จัดสวนขวด-sakid

WORKSHOP สวนขวดจิ๋ว

กิจกรรม  “จัดสวนขวด Terrarium”

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “จัดสวนขวด Terrarium”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย Green Terra Station ภายในงานผู้เข้าร่วมได้จัดสวนขวดด้วยตนเอง ได้ทั้งความสนุก และความผ่อนคลาย พร้อมทั้งรับสวนขวดตามแบบฉบับของตนเองกลับไปอีกด้วย  

อ่านต่อ »
จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

การจัด กิจกรรม outing ไม่ใช่แค่พาพนักงานไปเที่ยวพักผ่อน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความผูกพันกับองค์กร เพิ่มความสามัคคี และเสริมสุขภาพกาย-ใจของพนักงาน งานวิจัยของ Gallup (2022) ชี้ว่า พนักงานที่มี engagement สูง จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากถึง 21% และมีอัตราการลาออกน้อยลงเกือบครึ่งหนึ่ง

อ่านต่อ »

5 วิธี การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อเติมไฟให้พนักงาน

องค์กรไม่ได้พึ่งพาเพียงเทคโนโลยีหรือกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น แต่ “คน” คือปัจจัยสำคัญที่สุด การมีพนักงานที่มีแรงบันดาลใจในการทำงานจะช่วยให้องค์กรมีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

อ่านต่อ »
Carbon credit head -Sakid
URL Copied!

Carbon Credit Claim การเคลมเครดิตคาร์บอน สำหรับองค์กร

               การเคลมเครดิตคาร์บอน (Carbon Credit Claim) คือ กระบวนการที่ผู้ประกอบการหรือองค์กรต่าง ๆ ทำเพื่อขอรับเครดิตคาร์บอนจากกิจกรรมหรือโครงการที่มีผลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือสารเคมีเกี่ยวข้องอื่น ๆ จากสภาพแวดล้อม เพื่อขายเครดิตให้กับผู้อื่นที่ต้องการใช้เครดิตคาร์บอนเหล่านั้นเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง หรือเพื่อการธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

               โดยกระบวนการเคลมเครดิตคาร์บอนนั้นมักจะมีขั้นตอนและเกณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้โดยองค์กรหรือหน่วยงานที่รับรองเครดิตคาร์บอน เช่น องค์กรการค้าแลกเปลี่ยนเครดิตคาร์บอน (Carbon Credit Exchange) หรือหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ โดยการเคลมเครดิตคาร์บอนมีได้หลายวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการ หรือเพื่อเพิ่มรายได้จากการขายเครดิตคาร์บอน หรือเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงสิ่งแวดล้อมขององค์กร

คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)

 

คาร์บอนเครดิตเป็นหน่วยที่ใช้ในการวัดและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งคาร์บอนเครดิตเท่ากับการลดหรือชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหนึ่งตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือเทียบเท่า คาร์บอนเครดิตสามารถซื้อขายในตลาดภาคบังคับ (Compliance Market) และตลาดภาคสมัครใจ (Voluntary Market) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว

ตลาดคาร์บอน (Carbon Market)

 

ตลาดคาร์บอนเป็นแพลตฟอร์มหรือระบบที่อนุญาตให้องค์กรหรือประเทศต่าง ๆ ซื้อขายคาร์บอนเครดิต ระบบนี้ช่วยสร้างแรงจูงใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยผู้ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซได้มากกว่าที่กำหนดจะสามารถขายคาร์บอนเครดิตส่วนเกินให้กับผู้ที่ไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซได้ตามที่กำหนด

 

สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://carbonmarket.tgo.or.th/

 

ตลาดเครดิตคาร์บอนในประเทศไทย

การเคลมเครดิตคาร์บอนมักจะต้องมีการตรวจสอบและรับรองจากองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมหรือโครงการที่เคลมเครดิตคาร์บอนนั้นสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยองค์กรหรือหน่วยงานรับรองเครดิตคาร์บอนคือ

 

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (Thailand Greenhouse Gas Management Organization – TGO)

เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการซื้อขายเครดิตคาร์บอนในประเทศไทย รวมถึงการรับรองโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program – T-VER)

 

 

โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER)

เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยเข้าร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถรับรองการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นและออกเครดิตคาร์บอนได้

 

• การเข้าร่วมตลาดเครดิตคาร์บอนระหว่างประเทศ:

ประเทศไทยยังมีการเข้าร่วมในตลาดเครดิตคาร์บอนระหว่างประเทศ เช่น ตลาดคาร์บอนของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถซื้อขายเครดิตคาร์บอนได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

 

• โครงการพัฒนาเครดิตคาร์บอนภาคเอกชน:

ภาคเอกชนในประเทศไทย เช่น บริษัทพลังงาน หมู่บ้านปลูกป่า และโครงการจัดการของเสีย ได้เข้าร่วมในโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเครดิตคาร์บอน และได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

            โดยปกติแล้ว การเคลมเครดิตคาร์บอนจะต้องมีเอกสารประกอบและข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับกิจกรรมหรือโครงการที่มีผลในการลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณของคาร์บอนที่ได้รับการลดลงด้วย และมักจะต้องมีการรายงานหรือตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อยืนยันว่ากิจกรรมหรือโครงการยังคงมีผลต่อการลดการปล่อยคาร์บอนตามที่ได้รับเครดิตคาร์บอนไว้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา หรือในเกณฑ์ของหน่วยงานรับรองเครดิตคาร์บอน

ขั้นตอนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย

FTIX (Future Carbon Trading Index) เป็นแนวคิดหรือชื่อที่อาจถูกนำมาใช้ในบริบทของตลาดคาร์บอนเครดิตหรือการซื้อขายคาร์บอนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับ FTIX อาจยังไม่เป็นที่รู้จักหรือมีการใช้อย่างแพร่หลายในขณะนี้ ในการทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตและตลาดคาร์บอนในประเทศไทยและระดับสากล เราจะสรุปข้อมูลเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตและการดำเนินงานในตลาดคาร์บอนให้ชัดเจนขึ้น

 

• การพัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก:

โครงการต้องถูกออกแบบเพื่อให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียน การปลูกป่า หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน

 

• การตรวจสอบและรับรอง:

โครงการต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ เช่น องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ในประเทศไทย

 

•การออกคาร์บอนเครดิต:

เมื่อโครงการได้รับการตรวจสอบและรับรอง จะมีการออกคาร์บอนเครดิตที่สามารถซื้อขายได้

 

• การซื้อขายคาร์บอนเครดิต:

คาร์บอนเครดิตที่ได้รับการออกสามารถซื้อขายในตลาดคาร์บอนของประเทศไทย(FTIX)หรือในตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศได้

 

•การใช้คาร์บอนเครดิต:

องค์กรที่ซื้อคาร์บอนเครดิตสามารถใช้เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง หรือเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

           การเคลมเครดิตคาร์บอน เป็นการจัดตั้งโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและให้องค์กรหันมาดูแลสิ่งแวดล้อมโดยที่มีตัวกลางอย่างตลาดคาร์บอนช่วยสร้างแรงจูงใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากการมีโครงการช่วยสิ่งแวดล้อมแล้วยังมีโครงการอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการจัด CSR  การดูแลสุขภาพพนักงานกับแอพ SAKID และการจัดWorkshop ให้ความรู้พนักงานก็สามารถเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมได้

แหล่งอ้างอิง

https://carbonmarket.tgo.or.th/

https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/

https://ghgreduction.tgo.or.th/en/t-ver-en.html

https://www.fti-cc.com/market

บทความที่น่าสนใจ

สวัสดิการบริษัท

5 สวัสดิการบริษัทระดับโลกสุดเจ๋งที่คนรุ่นใหม่สนใจ

สวัสดิการบริษัทที่ดี มีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไรบ้าง? แนะนำ 5 สวัสดิการพนักงานที่น่าสนใจ ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกใช้จูงใจให้คนรุ่นใหม่มาร่วมงานด้วย

อ่านต่อ »
โรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

โรงอาหารสุขภาพดี ทำอย่างไรให้ได้ผล สำหรับพนักงานบริษัทหรือโรงงาน

พนักงานมาทำงานอยู่กับบริษัทตั้งแต่เช้ายันเย็น แน่นอนว่าอาหารการกินส่วนใหญ่ก็มาจากโรงอาหารทั้งข้าวเช้า เที่ยง และมื้อว่าง เนื่องจากบริษัทที่มีโรงอาหารจะไม่ค่อยอยู่ในพื้นที่ในเมืองหรือชุมชน ดังนั้นโรงอาหารจึงเป็นแหล่งอาหารหลักของพนักงาน ซึ่งโรงอาหารสามารถสะท้อนพฤติกรรมการกินอาหารของพนักงานได้อย่างดีจากผลตรวจสุขภาพ ฉะนั้นมาเริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงานที่โรงอาหารกันเถอะ

อ่านต่อ »

“ดูแลสุขภาพพนักงาน” การสร้างสุขเบื้องต้นที่คุณไม่ควรมองข้าม

สุขภาพของพนักงานสำคัญกว่าที่คิด! บริษัทจะดูแลสุขภาพพนักงานได้อย่าไรบ้าง? แชร์ 5 เรื่องที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ในองค์กร เพิ่มความสุข ส่งเสริมสุขภาพให้พนักงาน

อ่านต่อ »
Sakid-ออกแบบสวัสดิการโดนใจพนักงาน

ออกแบบสวัสดิการพนักงานอย่างไร ให้ได้ใจพนักงาน

 เชื่อว่าความต้องการของพนักงานแทบทุกคน จะต้องคาดหวังกับการได้รับผลตอบแทนที่ดี จากความขยันตั้งใจทำงาน โดยเฉพาะการได้รับสวัสดิการที่พึงพอใจ เป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานเลือกที่จะทำงานกับบริษัท หรือองค์กรนั้นๆ ต่อไป ดังนั้น การทำงานของแต่ละองค์กร โดยเฉพาะผู้บริหารและ HR จะต้องเลือกวิธีการออกแบบสวัสดิการ ที่ส่งผลดีต่อพนักงาน โดยที่บริษัทไม่ได้เสียผลประโยชน์ไป เรียกว่า Win-Win กันทั้ง 2 ฝ่าย เรามาดูกันว่า ออกแบบสวัสดิการให้พนักงงานอย่างไรดี ถึงจะได้ใจพนักงาน

อ่านต่อ »
จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ-SAKID

จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ

การนั่งประชุมต่อเนื่องเป็นเวลานานถือเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง ส่งเสริมให้เกิดโรค NCDs การสร้างวัฒนธรรมการประชุมที่มีองค์ประกอบการประชุมที่่ส่งเสริมสุขภาพย่อมมีส่วนส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพในสถานที่ทำงาน ช่วยให้คนวัยทำงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์การประชุมที่มีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »
Cover-Burn-out-sakid

WORKSHOP BURN OUT

กิจกรรม “ภาวะหมดไฟ กับสิ่งต่างๆ”

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Burn Out”  ให้กับธนาคาร UOB โดยนักจิตวิทยา ผู้เข้าฟังจะได้ทำการสำรวจตัวเองว่าอาการนี้เรียกว่า หมดไฟ หรือเปล่า และสามารถจัดการกับความรู้สึกได้อย่างไร การจัดการความเครียดจากการทำงานเพื่อไม่ให้กระทบกับสุขภาพใจ

อ่านต่อ »
Sakid head -7วิธีดูแลสุขภาพจิตใจ
URL Copied!

7 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจพนักงาน เพื่อสร้างความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน

           ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตใจของพนักงานกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสนใจ จากการสำรวจของ WHO พบว่ากว่า 264 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า และอีกกว่า 284 ล้านคนมีความวิตกกังวลผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตพนักงานแล้ว ยังบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานไปด้วย (World Health Organization, 2022) และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิตมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ โรคซึมเศร้า โดยปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้มีสาเหตุได้หลากหลายด้าน ทั้งจากลักษณะงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน การบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาส่วนตัว (Pfeffer, 2018)

           ด้วยสภาพการทำงานที่เคร่งเครียดเช่นนี้ นอกจากผลกระทบต่อตัวพนักงานเองแล้ว ปัญหาสุขภาพจิตยังส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานอีกด้วย ดังนั้น องค์กรจึงควรสังเกตสัญญาณของปัญหาสุขภาพจิต เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ก้าวร้าวง่าย เบื่อหน่าย ไม่สนใจใยดีสิ่งรอบข้าง ขาดสมาธิ ทำผลงานได้ลดลง มาสายหรือขาดงานบ่อย (Raypole, 2021) และรีบให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมแก่พนักงานที่มีความเสี่ยงโดยเร็ว เพื่อที่จะได้ให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งมีหลากหลายวิธีซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้ตามความเหมาะของแต่ละบริษัทได้

แนวทางที่องค์กรสามารถดำเนินการเพื่อดูแลส่งเสริมสุขภาพจิตใจของพนักงานมีดังนี้

 

ดูแลสุขภาพจิตพนักงาน-SAKID

 

1.เริ่มต้นจากการสร้างบรรยากาศและความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน ผ่านการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ ส่งเสริมการสื่อสารที่ดี เปิดกว้างทางความคิด ความเห็นต่างและเคารพซึ่งกันและกัน

 

2.จัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องสถานที่ แสง สี เสียง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ (Mental Health America, 2022) ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อสุขภาวะทางใจโดยรวมของพนักงาน

 

3.ในการมอบหมายงานและติดตามความก้าวหน้า องค์กรควรกำหนดขอบเขตหน้าที่ เป้าหมาย และความคาดหวังที่ชัดเจน เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละคน พร้อมทั้งให้การสนับสนุน คำชี้แนะ และ feedback อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าและมีกำลังใจในการทุ่มเทพัฒนางานต่อไปอย่างมีความสุข (Moss, 2019)

 

4.หากพบว่าพนักงานเริ่มมีความเครียด ไม่มีความสุขกับงาน หรือมีปัญหาส่วนตัวบางอย่างที่ส่งผลต่อการทำงาน องค์กรควรจัดให้มีช่องทางในการให้คำปรึกษา รับฟังปัญหา และให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ทั้งจากหัวหน้างาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก เพื่อเยียวยาจิตใจและหาทางออกร่วมกันก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม (Mental Health America, 2022)

 

5.นอกจากการดูแลสุขภาพจิตแบบเชิงรับ เมื่อปัญหาสุขภาพจิตเกิดขึ้นแล้ว องค์กรยังสามารถช่วยป้องกันปัญหาเชิงรุกได้ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีอย่างสม่ำเสมอ เช่น workshop ให้ความรู้เรื่องการจัดการความเครียด การสังเกตอาการโรคซึมเศร้าในเบื้องต้น วิธีผ่อนคลายอารมณ์ การค้นหากิจกรรมเพื่อการพักผ่อนที่เหมาะกับตัวเอง (Raypole, 2021)

 

6.รณรงค์ให้พนักงานใช้ชีวิตอย่างสมดุล จัดตารางการทำงานให้พนักงานสามารถแบ่งเวลาให้ครอบครัว งานอดิเรก การพักผ่อน ออกกำลังกาย การเจริญสติ เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวล สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานสู่การมีสุขภาพใจที่ดี ป้องกันปัญหาทางจิตและเสริมความแข็งแรงทางใจได้ในระยะยาว (Moss, 2019)

 

7.สุดท้าย เพื่อให้การส่งเสริมสุขภาพจิตในที่ทำงานเกิดผลอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องปลูกฝังเรื่องนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร โดยกำหนดเป็นนโยบาย มาตรการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ชัดเจน เช่น การลาเพื่อพบจิตแพทย์ การใช้ประกันสุขภาพดูแลสุขภาพจิต หรือการจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติเรื่องการส่งเสริมสุขภาพจิตในองค์กร รวมถึงต้องมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องให้ทั่วถึงทั้งองค์กร (Pfeffer, 2018) เมื่อทุกคนเห็นความสำคัญและมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนแล้ว จึงจะร่วมกันขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพจิตไปในทิศทางเดียวกันได้

          การดูแลสุขภาพจิตของพนักงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างองค์กรในฝัน ที่ทุกคนทำงานอย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งนำไปสู่ความผูกพันมุ่งมั่นต่อองค์กร ประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้น ผลกำไรที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้น การลงทุนเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้พนักงาน จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตขององค์กร ในฐานะผู้นำและนายจ้าง 

         ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงของพนักงาน ด้วยความใส่ใจ เข้าอกเข้าใจ และการลงมือทำอย่างจริงจัง เมื่อทุกคนในองค์กรร่วมมือร่วมใจกัน เราจะสามารถสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ และแผ่ขยายความสุขนั้นไปสู่ลูกค้า ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวมได้อย่างแน่นอน หรือสามารถปรึกษา SAKID ในการแนะนำกิจกรรมดูแลจิตใจพนักงาน ผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต โดยนักจิตวิทยา มีทั้ง workshop และบริการนักจิตวิทยาออนไลน์แบบส่วนตัวให้พนักกงานเป็นสวัสดิการในราคาแบบเหมาชั่วโมง

แหล่งอ้างอิง

 

Mental Health America. (2022). Workplace Mental Health. https://mhanational.org/workplace-mental-health

 

Moss, J. (2019, December 11). When passion leads to burnout. Harvard Business Review. https://hbr.org/2019/07/when-passion-leads-to-burnout

 

Pfeffer, J. (2018). The overlooked essentials of employee well-being. McKinsey Quarterly. https://www.mckinsey.com/business-functions/people-and-organizational-performance/our-insights/the-overlooked-essentials-of-employee-well-being

 

Raypole, C. (2021, July 15). Signs of high functioning anxiety. GoodTherapy. https://www.goodtherapy.org/blog/signs-of-high-functioning-anxiety-0715197

 

Vos T, Allen C, Arora M, Barber RM, Bhutta ZA, Brown A, et al. (2015). Global, regional, and national incidence, prevalence, and years lived with disability for 310 diseases and injuries, 1990–2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015. The Lancet, 388(10053), 1545-1602. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(16)31678-6

 

World Health Organization (2022). Mental health in the workplace. https://www.who.int/teams/mental-health-and-substance-use/promotion-prevention/mental-health-in-the-workplaceReferences:

บทความที่น่าสนใจ

Cover cooking class เคบับสุขภาพดี-SAKID

WORKSHOP Cooking class เคบับ @สำนักงานCentral

กิจกรรม  Cooking class เคบับ
วันที่ 14  พฤษภาคม 2568  SAKIDได้จัดกิจกรรม Cooking class เฮลตี้ เคบับ ที่สำนักงานห้างเซนทรัลชิดลม โดยพนักงานได้เข้าร่วมกิจกรรมและนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและมีทริคการดูแลสุขภาพในการเลือกอาหารเช้า เที่ยง เย็น ในชีวิตประจำวันสำหรับชาวออฟฟิศ มีกิจกรรมเล่นเกมสุขภาพพร้อมรับของรางวัลกันอีกด้วย คลาสสอนทำเคบับ

อ่านต่อ »
ดูแลพนักงานGenZ-SAKID

การดูแลพนักงานเจนใหม่ Gen Z ด้วยแนวทางจิตวิทยา

ในยุคปัจจุบัน พนักงานกลุ่ม Gen Z และ Millennials กลายเป็นกำลังสำคัญขององค์กรทั่วโลก ด้วยความที่ทั้งสองกลุ่มเติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีบทบาทสำคัญ พวกเขามีมุมมองต่อชีวิต การทำงาน และความสำเร็จที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน การจัดการคนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องเข้าใจจิตวิทยาและพฤติกรรมเฉพาะตัวของพวกเขา เพื่อสร้างความผูกพันและดึงศักยภาพออกมาให้ได้มากที่สุด

อ่านต่อ »

Positive thinking ในการทำงาน เคล็ดลับคิดบวกเพื่อจัดการความเครียด

“Positive thinking” หรือการมี ทัศนคติเชิงบวก หมายถึงการมองเห็นโอกาสท่ามกลางปัญหา และเชื่อว่าสามารถหาทางออกได้ แม้จะอยู่ในสถานการณ์กดดัน การปลูกฝังการคิดบวกในที่ทำงานไม่เพียงช่วยให้พนักงานรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและการทำงานร่วมกัน 

อ่านต่อ »
จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ-SAKID

จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ

การนั่งประชุมต่อเนื่องเป็นเวลานานถือเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง ส่งเสริมให้เกิดโรค NCDs การสร้างวัฒนธรรมการประชุมที่มีองค์ประกอบการประชุมที่่ส่งเสริมสุขภาพย่อมมีส่วนส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพในสถานที่ทำงาน ช่วยให้คนวัยทำงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์การประชุมที่มีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »
MEA-Fatty model-SAKID

WORKSHOP MEA Fatty model

กิจกรรม MEA Fatty model

วันที่ 18 มิถุนายน  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม MEA Fatty model สำหรับผู้ที่มีปัญาไขมันในเลือดสูงและน้ำหนักเกินเกณฑ์ โดยที่ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ เข้ามาจัดกิจกรรมโดยแบ่งเป็น 4 ฐานที่เชื่อมโยงกับการลดไขมัน คือ ฐานน้ำตาล ที่จะมีเกมให้เล่นและแฝงความรู้เรื่องการเลือกเครื่องดื่มปริมาณน้ำตาลแผงที่อยู่ในอาหาร ฐานไขมัน จะมีเกมให้คิดว่าอาหารอันไหนที่ไขมันมากสุดและน้อยสุดโดยที่จะสอนเรื่องการเลือกใช้น้ำมันประกอบอาหาร ฐานโปรตีนการเลือกกินอาหารส่วนของเนื้อสัตว์ และฐานโซเดียม ที่จะมาให้ความรู้เรื่องอาหารที่กินอยู่ในชีวิตประจำวันว่ามีโซเดียมประมาณเท่าไร และการเลือกกินอย่างถูกต้องให้สมดุลเพื่อที่จะให้ลดไขมันลงได้

อ่านต่อ »
Cover Stress and work life balance-SAKID

Workshop Stress and work life balance

วันที่ 25 มิถุนายน 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรมWorkshop stress and work life balance ที่บริษัท ภิรัชออฟฟิศ แอท เอ็มควอเทียร์ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูคุยและให้ความรู้ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ เคล็ดลับการจัดการความเครียดและการสื่อสารต่อเพื่อนร่วมงานและพัฒนาทักษะการสื่อสารเพื่อปฏิสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นกับลูกค้า เทคนิคการจัดการความเครียดเรื่องการจัดการภาระงาน

อ่านต่อ »
Sakid head -work 4 day
URL Copied!

เมื่อ ‘น้อยกว่า’ กลายเป็น ‘มากกว่า’: 4 วันทำงานกับผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย

         คุณรู้สึกว่าการทำงานวันละ 8 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ทำให้คุณหมดแรงและขาดแรงบันดาลใจในการทำงานหรือไม่? คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ เพราะงานวิจัยล่าสุดชี้ว่า การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์อาจเป็นคำตอบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และยังช่วยสร้างสมดุลที่ดีระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวให้พนักงานมีความสุขมากยิ่งขึ้น

 

SAKID -happy work

ผลการศึกษาจากต่างประเทศ

งานวิจัยของ Henley Business School (2019) ได้ศึกษาผลการนำนโยบายสัปดาห์การทำงาน 4 วันไปใช้ในบริษัทต่างๆ ของสหราชอาณาจักร จากการสำรวจพนักงานกว่า 500 คนใน 50 บริษัท พบว่ากว่า 78% รายงานว่ามีความสุขกับการทำงานมากขึ้น 70% มีระดับความเครียดลดลง และ 62% เห็นว่าตนเองสามารถจัดสรรเวลาให้กับชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวนั้นง่ายขึ้น สำหรับผลลัพธ์เชิงธุรกิจ บริษัทที่เข้าร่วมโครงการกว่า 64% รายงานการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ โดย 5 ใน 6 บริษัทยืนยันว่าจะดำเนินนโยบายนี้ต่อไปหลังเสร็จสิ้นการทดลอง (Henley Business School, 2019)

 

ทั้งนี้ ยังมีองค์กรชั้นนำอีกหลายแห่งที่ได้ทดลองนำนโยบายสัปดาห์การทำงานที่สั้นลงไปใช้ เช่น Perpetual Guardian และ Unilever ในนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย, Microsoft ในญี่ปุ่น, Atom Bank ในสหราชอาณาจักร, โรงงาน Toyota และโรงพยาบาลในเมือง Gothenburg ประเทศสวีเดน รวมถึงองค์กรภาครัฐอย่าง South Cambridgeshire District Council ในสหราชอาณาจักร และรัฐ Utah ในสหรัฐอเมริกา

ความท้าทายในบริบทไทย


ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายองค์กรในประเทศไทยเริ่มให้ความสนใจกับการทำงานรูปแบบ 4 วันต่อสัปดาห์มากขึ้น เนื่องจากพนักงานที่ทำงานที่บ้านพบว่าสามารถทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาหากมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดี บริษัทขนาดใหญ่อย่างเช่น ปตท. และ AIS ได้ทดลองปรับรูปแบบการทำงานใหม่ เช่น การแบ่งพนักงานเป็นทีมสลับกันทำงานที่ออฟฟิศและที่บ้าน หรือการใช้สูตร 60-40 คือทำงานที่ออฟฟิศ 3 วันและทำงานจากที่บ้าน 2 วันต่อสัปดาห์

 

อย่างไรก็ตาม การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ในบริบทไทยมีรูปแบบที่หลากหลาย บางองค์กรยังคงกำหนด 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่บีบให้เข้มข้นขึ้นใน 4 วัน ขณะที่บางแห่งลดเหลือ 32 ชั่วโมง โดยคงค่าแรงเท่าเดิม ซึ่งต้องอาศัยการปรับระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความท้าทายในการประยุกต์ใช้กับทุกประเภทงาน โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่ยังจำเป็นต้องทำงาน 5-6 วันต่อสัปดาห์เพื่อให้ได้ผลผลิตตามเป้าหมาย (ILO, 2018)

 

SAKID -hybrid work

ข้อเสนอแนะสำหรับองค์กร


แม้สัปดาห์การทำงาน 4 วันจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีความท้าทายในการปรับระบบ ผู้บริหารต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งลักษณะงาน ความต้องการลูกค้า ความพร้อมด้านเทคโนโลยี ค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น และความยากลำบากสำหรับธุรกิจบางประเภท การปรับเปลี่ยนวันทำงานอาจส่งผลต่อทีมและลูกค้า ทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ความไม่ต่อเนื่องในการประสานงาน และการปรับตัวของพนักงาน ดังนั้นการสื่อสารและวางแผนที่ดีจึงสำคัญมากในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ และเพื่อป้องกันไม่ให้ภาระงานในวันทำงานที่เหลือหนักเกินไป

 

จากการทดลองใช้นโยบายการทำงาน 4 วันในต่างประเทศ พบว่ามีผลดีหลายประการ เช่น

 

 • พนักงานมีความเครียดและความเหนื่อยล้าลดลง

 

 • มีเวลาส่วนตัวและครอบครัวมากขึ้น

 

 • ผลผลิตและรายได้ของธุรกิจเพิ่มขึ้น 

 

 • อัตราการลาหยุดและลาออกลดลง

 

         อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลบางประการ เช่น ค่าตอบแทนที่อาจลดลง ความเครียดจากการทำงานหนักขึ้นในแต่ละวัน ความไม่เท่าเทียมระหว่างตำแหน่งงาน และความท้าทายในการบริหารจัดการทีมที่เพิ่มขึ้น

 

         ดังนั้นการนำนโยบายการทำงาน 4 วันมาใช้ในประเทศไทย จึงต้องมีการศึกษาและวางแผนให้รอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อผลผลิตและภาพลักษณ์องค์กร รวมทั้งต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับวันและเวลาทำงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อพนักงานทุกคน แม้การทดลองนำระบบนี้มาใช้อาจมีความท้าทาย แต่การเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้องค์กรสามารถค้นหารูปแบบการทำงานใหม่ที่สร้างสมดุลและตอบโจทย์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ในที่สุด

 

        โดยสรุป แม้การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์จะมีข้อดีมากมาย ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการทำงาน ความพึงพอใจของพนักงาน และสมดุลชีวิตการทำงาน แต่ก็มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งความพร้อมของภาคธุรกิจ ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและทักษะ วัฒนธรรมองค์กร กฎหมายแรงงาน และการสนับสนุนจากภาครัฐ การเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบการทำงานใหม่นี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย และอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวและพัฒนารูปแบบที่เหมาะสม

       อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์ที่จะได้รับในระยะยาวแล้ว ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันของพนักงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวม การลงทุนเวลาและความพยายามเพื่อการเปลี่ยนแปลงนี้ก็นับว่าคุ้มค่า และอาจกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับองค์กรที่สามารถปรับตัวได้อย่างประสบความสำเร็จ

 

         หากองค์กรของท่านสนใจที่จะศึกษาความเป็นไปได้ในการนำนโยบายการทำงาน 4 วันมาทดลองใช้ การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ อาจช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์ วางแผน และออกแบบกระบวนการได้อย่างเหมาะสมกับบริบทขององค์กร เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลง  หรือยังหากบริบทไม่สามารถเริ่มได้ มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการลดความเสี่ยงสุขภาพ ขอแนะนำ SAKID application ที่ช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และแนะนำภารกิจสุขภาพที่เหมาะกับองค์กรของท่าน ทำให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างเห็นผล และยังสนุกกับกิจกรรมด้วย

แหล่งอ้างอิง

 

4 Day Week Global. (2022). 4 Day Week Global pilot program results. https://4dayweek.com/academic-research.

 

Autonomy. (2020). The shorter working week: A radical and pragmatic proposal. https://autonomy.work/portfolio/the-shorter-working-week-a-report-from-autonomy-in-collaboration-with-members-of-the-4-day-week-campaign/

 

Clarke, C., Fletcher, D., & Best, T. (2023). A report on the shorter workweek: Job satisfaction and organisational outcomes. Scoping Review Report. Western Downs Regional Council, Queensland.

 

International Labour Organization. (2018). Ensuring decent working time for the future. https://www.ilo.org/wcmsp5/groups/public/—ed_norm/—relconf/documents/meetingdocument/wcms_618485.pdf

 

Henley Business School. (2019). Four-day week pays off for UK business. https://assets.henley.ac.uk/v3/fileUploads/Journalists-Regatta-2019-White-Paper-FINAL.pdf

Salika, T. (2022, May 27). For work hours, one size does not fit all. Bangkok Post. https://www.bangkokpost.com/business/general/2320610/for-work-hours-one-size-does-not-fit-al

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail-Health Challenge

Health Challenge กิจกรรมบริษัท สุขภาพดี ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน

 Health Challenge คือการกำหนดกิจกรรมหรือเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายและจิตใจในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายนี้สามารถครอบคลุมหลากหลายด้านของสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย, การรับประทานอาหาร, การพักผ่อน, และการดูแลสุขภาพจิต เป็นต้น

อ่านต่อ »
หนังสือจิตวิทยา ปลุกพลัง-SAKID

5 หนังสือจิตวิทยา ปลุกพลังความก้าวหน้าในอาชีพ ที่ต้องมีติดโต๊ะทำงาน

หากคุณเป็นพนักงานออฟฟิศหรือผู้ที่ทำงานในองค์กร ที่รู้สึกติดอยู่ในวังวนเดิม ๆ ไม่มีความก้าวหน้าหรือความสุขในการทำงาน และต้องการหาแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตนเองให้ทำงานได้อย่างมีความสุขและประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้มีหนังสือจิตวิทยาดีๆ  5 เล่มจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยปลุกพลังและเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานของคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ หนังสือเหล่านี้จะช่วยให้คุณค้นพบตัวเอง ปลดล็อกความคิด และปรับมุมมองใหม่ในการทำงานและการใช้ชีวิต

อ่านต่อ »
ออฟฟิศซินโดรม

เข้าใจ “ออฟฟิศซินโดรม” พร้อมวิธีป้องกันเบื้องต้นที่ทุกคนควรรู้

ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร อาการ สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยง วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรมเบื้องต้น ที่คนทำงานและบริษัทต้องรู้

อ่านต่อ »
5 วิธีเพิ่มก้าว-Sakid thumbnail

5 วิธีเพิ่มก้าวสำหรับพนักงานออฟฟิศ

สำหรับชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานนาน ๆ อยู่แต่กับหน้าจอคอมทำงานไม่ว่าด้วยเหตุผลตารางงานที่แน่นหรือทำงานจนเพลินจนไม่ลุกไปไหน พนักงานจำนวนมากมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันในการนั่งทำงานโดยไม่ลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน แต่แท้จริงแล้วกลับสร้างผลกระทบทางสุขภาพอย่างเงียบๆทำให้เกิดผลที่ตามมาทั้งออฟฟิศซินโดม และการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะต่างๆในร่างกาย

อ่านต่อ »
Super market tour-SAKID

WORKSHOP ONLINE Supermarket tour กับ นักกำหนดอาหาร

กิจกรรม  “Supermarket Tour”

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “Supermarket Tour”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย นักกำหนดอาหารได้ให้ทิคการอ่านฉลากแบบง่าย การเลือกซื้อวัตถุดิบ และอาหารสด จากตลาด ร้านค้าทั่วไป และ ร้านสะดวกซื้อ 

อ่านต่อ »
สวัสดิการบริษัท

5 สวัสดิการบริษัทระดับโลกสุดเจ๋งที่คนรุ่นใหม่สนใจ

สวัสดิการบริษัทที่ดี มีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไรบ้าง? แนะนำ 5 สวัสดิการพนักงานที่น่าสนใจ ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกใช้จูงใจให้คนรุ่นใหม่มาร่วมงานด้วย

อ่านต่อ »