URL Copied!

7 สัญญาณพนักงานไม่แฮปปี้ที่ไม่ควรมองข้าม

              ความสุขในที่ทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร แต่เมื่อพนักงานเริ่มขาดรอยยิ้มในการทำงาน ผลกระทบด้านลบที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายให้กับผลการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 7 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงความไม่แฮปปี้ของพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะนำวิธีการช่วยเหลือและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

7-สัญญาณพนักงานที่ไม่แฮปปี้

7 สัญญาณพนักงานไม่แฮปปี้

 

  1. แสดงความไม่พอใจหรือบ่นเกี่ยวกับงานบ่อยครั้ง
    เมื่อพนักงานเริ่มแสดงความไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นการบ่นหรือวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับงาน เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือบริษัทอยู่บ่อยๆ นั่นเป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งว่าพวกเขากำลังรู้สึกไม่มีความสุขและอาจกำลังคิดที่จะลาออกในอนาคตอันใกล้ (Branham, 2012) โดยเฉพาะหากความถี่หรือความรุนแรงของการแสดงความไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริหารควรใส่ใจและรีบหาทางพูดคุยกับพนักงานเพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือแก้ไขอย่างเหมาะสม ก่อนที่พนักงานจะตัดสินใจลาออกไปจริงๆ

 

  1. ผลงานตกต่ำ

เมื่อพนักงานไม่มีแรงจูงใจหรือขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน ผลงานของพวกเขาก็มักจะตกต่ำตามไปด้วย พนักงานอาจจะเริ่มผลัดวันประกันพรุ่ง ส่งงานไม่ทันเวลา หรือทำผิดพลาดบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงปัญหาความไม่แฮปปี้ของพนักงาน (Jex & Britt, 2014)

 

  1. ขาดงานบ่อย

ปัญหาการขาดงานบ่อยของพนักงานเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพนักงานมีอัตราการขาดงานที่สูงผิดปกติ นั่นอาจหมายความว่าพวกเขากำลังหลีกเลี่ยงที่จะมาทำงาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านสุขภาพจิตหรือไม่พอใจในงานก็ตาม (Johns, 2008) 

 

  1. มีทัศนคติในแง่ลบ

เมื่อพนักงานแสดงทัศนคติเชิงลบ เช่น บ่นหรือวิพากษ์วิจารณ์บริษัท เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้าอยู่บ่อยๆ แสดงว่าพวกเขากำลังมีความไม่พอใจหรือไม่มีความสุขกับบางสิ่งบางอย่างในที่ทำงาน ทัศนคติที่เป็นลบเช่นนี้อาจแพร่กระจายไปยังพนักงานคนอื่นๆ และสร้างบรรยากาศที่ไม่ดีในที่ทำงานได้ (Robbins & Judge, 2018)

 

  1. ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

เมื่อองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่น การปรับโครงสร้างองค์กร การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน หรือการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ หากพนักงานแสดงท่าทีต่อต้านหรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือหวาดกลัวผลกระทบที่จะเกิดขึ้น (Oreg, 2003)

 

  1. แยกตัวหรือไม่มีส่วนร่วม

หากพนักงานที่เคยมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือการประชุมต่างๆ ขององค์กรเริ่มแยกตัว ไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรม หรือไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังรู้สึกไม่มีส่วนร่วมหรือไม่มีความผูกพันกับองค์กรอีกต่อไป (Macey & Schneider, 2008)

 

  1. แสดงอาการเครียดหรือหมดไฟในการทำงาน

พนักงานที่แสดงอาการเครียด วิตกกังวล หรือหมดไฟในการทำงาน อาจส่งสัญญาณออกมาผ่านทางร่างกาย เช่น ง่วงนอนบ่อย ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือมีอารมณ์แปรปรวน สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่ากำลังเผชิญความเครียดสะสมจากที่ทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พนักงานไม่มีความสุข (O’Driscoll & Cooper, 2002)

       หากคุณสังเกตเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นในหมู่พนักงานของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องให้ความสนใจและลงมือแก้ไขอย่างทันท่วงที หาโอกาสพูดคุยกับพนักงานเพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา

 

       การสื่อสารและรับฟังปัญหาของพนักงาน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างจริงใจ เช่น การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานและเพิ่มสวัสดิการ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าได้รับการดูแลและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มความผูกพันของพนักงานและป้องกันไม่ให้ปัญหารุนแรงมากขึ้นในอนาคต

 

       นอกจากนี้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ สามารถช่วยให้คุณวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา พร้อมวางแผนกลยุทธ์เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างเป็นระบบ

       การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน การพัฒนาสวัสดิการ และการส่งเสริมการสื่อสารระหว่างผู้บริหารและพนักงาน ผ่านคำแนะนำจากทีมที่ปรึกษามืออาชีพด้านจิตวิทยาองค์กรจาก SAKID application จะนำไปสู่การสร้างความผูกพันและความสุขในการทำงาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว หรือเริ่มจากจัดกิจกรรม Workshop การจัดการความเครียด หรือสร้างสมดุลชีวิต เพื่อให้ได้สำรวจตนเอง และแนวทางการจัดการ หรือสวัสดิการปรึกษานักจิตวิทยาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ระบายความรู้สึก มีคนคอยรับฟังอย่างเข้าใจ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

 

        โดยสรุป 7 สัญญาณอันตรายของพนักงานที่ไม่มีความสุขที่ทุกองค์กรไม่ควรมองข้าม ได้แก่ การแสดงความไม่พอใจบ่อยครั้ง ผลงานตกต่ำ ขาดงานบ่อย มีทัศนคติด้านลบ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แยกตัวและไม่มีส่วนร่วม รวมถึงมีอาการเครียดและหมดไฟในการทำงาน หากองค์กรสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือต้องรีบหาทางแก้ไข ด้วยการสื่อสารและรับฟังพนักงาน พร้อมปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานและสวัสดิการ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความผูกพันและความสุขให้กับพนักงาน และส่งผลดีต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว

References:
Branham, L. (2012). The 7 hidden reasons employees leave: How to recognize the subtle signs and act before it’s too late (2nd ed.). AMACOM.

Jex, S. M., & Britt, T. W. (2014). Organizational psychology: A scientist-practitioner approach (3rd ed.). Wiley.

 

Johns, G. (2008). Absenteeism or presenteeism? Attendance dynamics and employee well-being. In S. Cartwright & C. L. Cooper (Eds.), The Oxford handbook of organizational well-being (pp. 7-30). Oxford University Press.

 

Macey, W. H., & Schneider, B. (2008). The meaning of employee engagement. Industrial and Organizational Psychology, 1(1), 3-30.

 

O’Driscoll, M. P., & Cooper, C. L. (2002). Job-related stress and burnout. In P. Warr (Ed.), Psychology at work (pp. 203-228). Penguin.

 

Oreg, S. (2003). Resistance to change: Developing an individual differences measure. Journal of Applied Psychology, 88(4), 680-693.

 

Robbins, S. P., & Judge, T. A. (2018). Organizational behavior (18th ed.). Pearson

 

บทความที่น่าสนใจ

Cover-การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล-Sakid

WORKSHOP การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล (ลดไขมันด้วยอาหาร)

กิจกรรม  “การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล”

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล” โดยนักกำหนดอาหารที่ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องอาหารสำหรับคนที่เสียงคลอเรสเตอรอลสูง และผู้ที่เป็นอยู่แล้ว ว่ามีอาหารประเภทไหนบ้าง ที่ควรกินและไม่ควรกิน การเลือกอาหารและการปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม

อ่านต่อ »
Cover-healthy break-SAKID

Workshop healthy break

Workshop healthy break

วันที่ 25 กุมภาพันธ์  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking Class  ให้กับพนักงานธนาคารกสิกร E-CLUB โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มทำอาหาร และได้แบ่งกลุ่มในการทำอาหารโดยจะมี 3เมนู คือ Smoothies สำหรับสายงดเนื้อสัตว์  Yogurt Parfait  และยำตามใจ ซึ่งส่วนประกอบของการทำอาหารจะต้องหาได้ง่ายและอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ดีต่อสุขภาพ ใช้เวลาทำน้อย เหมาะสำหรับเป็นมื้อว่างหรือมื้อเบาๆ ถึงจะทำอาหารไม่เป็นก็สามารถทำตามได้ 

อ่านต่อ »
HAPPY FIT-SAKID

WORKSHOP HAPPY FIT กินอยู่อย่างไร ร่างกายฟิต สุขภาพดี

กิจกรรม HAPPY FIT กินอยู่อย่างไร ร่างกายฟิต สุขภาพดี

วันที่ 22 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม HAPPY FIT กินอยู่อย่างไร ร่างกายฟิต สุขภาพดี กับ SAKID ที่บริษัท ทาทาสตีล จำกัด โดยจะมีกิจกรรมการวัดองค์ประกิบร่างกายเพื่อดูสุขภาพโดยรวมของพนักงาน และกิจกรรมWorkshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยที่พนักงานออฟฟิศสามารถนำไปใช้ได้ การเลือกกินแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก คาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลเหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ร่างกายไม่เจ็บป่วยสร้างสุขภาพดีได้

อ่านต่อ »
แพคเกจตรวจสุขภาพ

“แพคเกจตรวจสุขภาพ” เลือกอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด

ขอแนะนำวิธีเลือกแพคเกจตรวจสุขภาพที่เหมาะกับแต่ละคน เพราะหนึ่งในการดูแลร่างกายที่คนมักหลงลืมคือการตรวจสุขภาพประจำปี แนะนำวิธีการเลือก และแพคเกจพนักงาน

อ่านต่อ »
Health talk NCDs-SAKID

Health talk กินอยู่ อย่างไร ห่างไกล NCDs

Health talk กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 30 เมษายน  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์  Workshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
happinometer

Happinometer เครื่องมือวัดความสุขได้ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง

หลายต่อหลายครั้งที่เราทำงานไปเรื่อย ๆ แล้วเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ชวนมาทำแบบประเมินวัดความสุขกับ Happinometer กัน โดยแบบประเมินนี้เหมาะกับคนทำงาน

อ่านต่อ »
Sakid head -teamwork
URL Copied!

12 กิจกรรม สร้างทีมเวิร์คที่ออฟฟิศ

         คุณเคยรู้สึกว่าบรรยากาศในที่ทำงานห่างเหิน ขาดพลังของการร่วมมือร่วมใจกันหรือไม่? ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูง การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จขององค์กร กิจกรรม Team Building คือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้วางใจ ความร่วมมือ และการทำงานเป็นทีมอย่างราบรื่น หากคุณกำลังมองหากิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความร่วมมือ และพลังบวกในหมู่พนักงาน ลองมาดูกันว่ามีกิจกรรมไหนบ้างที่น่าสนใจและนำไปใช้ในบริษัทคุณ

         กระบวนการสร้าง Team Building ที่ดีเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ จำนวนคน งบประมาณ และบริบทองค์กร (Sridhar, 2012) ทั้งนี้ ควรเตรียมความพร้อมของพนักงานทั้งร่างกายและจิตใจ สื่อสารข้อมูลสำคัญล่วงหน้า และสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม ระหว่างทำกิจกรรม ผู้นำต้องกำกับดูแลเวลา อธิบายกติกา ให้กำลังใจ และรักษาความปลอดภัย หลังเสร็จกิจกรรม ต้องสรุปบทเรียนและประเมินผลร่วมกัน เปิดให้แบ่งปันความรู้สึก สิ่งที่ได้เรียนรู้ ประยุกต์ใช้ในงาน และให้ข้อเสนอแนะ การสะท้อนคิดจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึกและพัฒนาทีมอย่างยั่งยืน (Miller et al., 2019)

12 ไอเดียกิจกรรม Team Building 

 

1.การเล่นบอร์ดเกมเชิงกลยุทธ์ เช่น Pandemic, Codenames, หรือ The Mind ที่ผู้เล่นต้องร่วมกันคิดวางแผน แก้ปัญหา และตัดสินใจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทีม บอร์ดเกมเหล่านี้ไม่เพียงให้ความบันเทิง แต่ยังช่วยฝึกทักษะการสื่อสาร การโน้มน้าวใจ ความคิดสร้างสรรค์ และภาวะผู้นำ ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติสำคัญของการทำงานเป็นทีม (Huo, 2018)

2.กิจกรรมล่าสมบัติ (Scavenger Hunt) ผู้เล่นจะได้รับคำใบ้เพื่อออกค้นหาวัตถุหรือทำภารกิจต่างๆ ภายในเวลาที่กำหนด ทีมที่ใช้ความสามารถในการปริศนา สังเกต คิดเชื่อมโยง แบ่งหน้าที่ และร่วมมือกันได้ดีที่สุด จะเป็นผู้ชนะ กิจกรรมนี้ให้ทั้งความสนุกและบทเรียนด้านการจัดการเวลา การวางแผน การแบ่งบทบาทหน้าที่ และการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ

 

3.การทำโปรเจกต์เพื่อสังคมร่วมกัน เช่น ปลูกป่า ทำความสะอาดชายหาด หรือสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการ กิจกรรมจิตอาสาเหล่านี้นอกจากจะสร้างประโยชน์แล้ว ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจ ความเอื้ออาทร และความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทีม อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและตอกย้ำค่านิยมขององค์กรอีกด้วย (Miller et al., 2019)

 

4.การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ด้วยกัน เช่น การทำอาหาร งานศิลปะ การเต้นรำ การถ่ายภาพ หรือดนตรี กิจกรรมสันทนาการเหล่านี้จะช่วยให้ทีมได้ผ่อนคลาย หลุดจากความกดดัน เปิดใจ สร้างมิตรภาพ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบรรยากาศสบายๆ อีกทั้งยังได้เพิ่มพูนทักษะและค้นพบศักยภาพใหม่ๆ ของกันและกัน

 

5.กิจกรรมผจญภัย ผาดโผนท้าทายความกล้า เช่น ปีนผา ล่องแก่ง กระโดดบันจี้ หรือซิปไลน์ (Zipline) ทีมจะได้ออกจากความคุ้นเคย เผชิญความกลัว ร่วมฝ่าฟันอุปสรรค และให้กำลังใจกันและกัน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจ กล้าเสี่ยง และพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในการทำงาน กิจกรรมเหล่านี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด (Groves et al., 2011)

 

6.การแข่งขันกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล แบดมินตัน เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ ความมุ่งมั่น การรู้แพ้รู้ชนะ สปิริตนักสู้ และความสามัคคีของทีม อาจเชิญทีมงานจากหน่วยงานอื่นมาแข่งขันเพื่อกระชับมิตรด้วยก็ได้

 

7.เกมทายปัญหา ผู้เล่นจะต้องใช้ความรู้ ไหวพริบ และจินตนาการในการคิดคำตอบที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์ กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นความคิด ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและบรรยากาศสนุกสนานในทีม

 

8.การเล่าเรื่องต่อกัน ผู้เล่นแต่ละคนจะผลัดกันแต่งเรื่องราวต่อจากคนก่อนหน้า ใช้จินตนาการปะติดปะต่อเรื่องให้ออกมาสนุกและน่าติดตาม ฝึกทักษะการฟัง การสื่อสาร การคิดต่อยอด และการประสานความคิดของทีม

 

9.กิจกรรม “เปิดกล่องความคิด” (Out of the Box Challenge) แบ่งผู้เข้าร่วมเป็นทีมและให้อุปกรณ์หลากหลาย เช่น กระดาษ กรรไกร เทปกาว ฯลฯ เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานหรือโมเดลที่แก้ปัญหาในออฟฟิศ ภายในเวลาจำกัด เช่น ที่จัดสายชาร์จ ที่วางแก้วเคลื่อนที่ได้ กล่องใส่เอกสารพกพา ที่เก็บของเอนกประสงค์ กิจกรรมนี้กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การประยุกต์ใช้ทรัพยากร การคิดนอกกรอบ การวางแผนและจัดการเวลา และการทำงานเป็นทีมของพนักงาน

 

10.กิจกรรม “สร้างสะพานข้ามฟ้า” (Bridge across the Sky) แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม ให้แต่ละทีมช่วยกันสร้างสะพานจากวัสดุที่กำหนด เช่น ไม้ไอศกรีม ลวด เชือก เทปกาว ฯลฯ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างโต๊ะ 2 ตัวที่วางห่างกันประมาณ 1 เมตร สะพานที่สร้างต้องมั่นคงแข็งแรงพอที่จะให้รถของเล่นวิ่งผ่านได้โดยไม่ตก ทีมที่สร้างสะพานสำเร็จและรถวิ่งผ่านได้จะเป็นผู้ชนะ กิจกรรมนี้ฝึกการคิดเชิงวิศวกรรม การแบ่งหน้าที่ การสื่อสารและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

 

11.ทำสมาธิ การนั่งสมาธิเป็นประจำจะช่วยให้ทีมมีสติ มีความอดทนอดกลั้น สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ลดความขัดแย้ง เพิ่มสมาธิและไหวพริบในการคิดและทำงาน

 

12.โยคะ การทำโยคะช่วยให้ทีมได้ผ่อนคลายความเครียด เรียนรู้เทคนิคการหายใจและการทรงตัว เสริมสร้างสุขภาพกายและจิตที่ดี ทำให้จิตใจสงบ มีสมาธิ และพร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

12 กิจกรรม-teamwork-SAKID

         ในการจัดกิจกรรม Team Building ให้ประสบความสำเร็จและได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ผู้จัดต้องเลือกรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วม ระยะเวลา สถานที่ และงบประมาณที่มี โดยออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาทีม สิ่งสำคัญอีกประการคือต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่เข้าร่วมเฉยๆ แต่ต้องกล้าแสดงความคิดเห็น เปิดใจรับฟังผู้อื่น ให้ความร่วมมือ และแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันและกัน บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ในเชิงบวกและการสื่อสารแบบเปิดกว้างจะช่วยให้ทีมเติบโตไปด้วยกัน เกิดความไว้วางใจ และจูงใจกันและกันเพื่อดึงศักยภาพของทีมออกมาใช้อย่างเต็มที่ (Sridhar, 2012)

        การจัดกิจกรรม Team Building อย่างต่อเนื่องและเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างทีมที่เข้มแข็งและวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นความร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย ทั้งพนักงาน ลูกค้า และความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว หวังว่า 12 ตัวอย่างกิจกรรมที่หลากหลายข้างต้น จะช่วยจุดประกายความคิดให้ผู้นำและองค์กรต่างๆ หันมาให้ความสำคัญ และลองนำกิจกรรมเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อร่วมกันสร้างทีมและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดียิ่งขึ้นไปด้วยกันนะครับ หรือให้ SAKID application ช่วยสร้าง Team Building ด้วยจัดแข่งขันก้าวเดิน จะอยู่ที่ไหนก็ร่วมกิจกรรมได้ตลอด และยังได้ดูแลสุขภาพไปด้วยกันด้วย

 

แหล่งอ้างอิง

Groves, K. S., Knight, W., & Denison, D. (2011). Enhancing employee engagement and team effectiveness through adventure learning. Journal of the Utah Academy of Sciences, Arts & Letters, 88, 83-106.

 

Huo, J. (2018). The effectiveness of board games in team building activities. Social Behavior and Personality: An International Journal, 46(11), 1813-1824.

 

Miller, A. B., Rocconi, R. P., & Dumford, A. D. (2019). Focus on the finish line: Does high-impact practice participation influence career plans and early job attainment?. Higher Education, 77(3), 489-506.

 

Sridhar, M. K. (2012). The eight essential steps for conflict resolution: Preserving relationships at work, at home, and in the community. Createspace.

บทความที่น่าสนใจ

Health talk NCDs-SAKID

Health talk กินอยู่ อย่างไร ห่างไกล NCDs

Health talk กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 30 เมษายน  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์  Workshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
สุขภาพจิต พนักงาน

สุขภาพจิตพนักงาน ปัญหาซ่อนเร้นที่ต้องระวัง

เข้าใจปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดในที่ทำงาน บริษัทหรือ HR จะมีมาตรการจัดการปัญหาอย่างไร อ่านคำแนะนำและแนวทางส่งเสริมสุขภาพจิต ที่นี่

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -happiness work

องค์กรแห่งความสุข ฉบับคนทำงาน: 10 เคล็ดลับสร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางองค์กรถึงประสบความสำเร็จอย่างสูง ในขณะที่บางองค์กรกลับล้มเหลว คำตอบอยู่ที่ความสุขของพนักงาน งานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าพนักงานที่มีความสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น อัตราการลาออกที่ลดลง และการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น

อ่านต่อ »

สร้างความรู้ สุขภาพดีในองค์กร เริ่มจาก เทรนนิ่งพนักงาน

ทำงานที่ไหนไม่เครียดบ้าง แต่อยู่ที่เราจะจัดการความเครียดและชีวิตสุขภาพได้ดีแค่ไหน  การดูแล “สุขภาพพนักงาน” จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรไม่อาจละเลยได้อีกต่อไป และหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดคือ “การเทรนนิ่งพนักงานด้านสุขภาพ” เพราะการอบรมที่ดีไม่ได้ช่วยแค่เพิ่มความรู้ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีให้กับบริษัท เมื่อพนักงานสุขภาพดี งานก็จะออกมามีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »

สัญญาณเตือนพนักงานเสี่ยง คาโรชิซินโดรม โรคเสียชีวิตจากงานหนัก

คาโรชิซินโดรม (Karoshi Syndrome) หรือ โรคเสียชีวิตจากงานหนัก มีจุดเริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เมื่อมีพนักงานเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สัมพันธ์กับการทำงานหนักเกินไป องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “การทำงานเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์” เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองถึง 35% เมื่อเทียบกับผู้ที่ทำงานในชั่วโมงมาตรฐาน

อ่านต่อ »
กีฬาสี-จัดได้ง่าย-สร้างทีมได้ด้วย-SAKID

กีฬาสี จัดได้ง่าย สร้างทีมได้ด้วย

  กิจกรรมกีฬาสี หรือ Sport Day นับเป็นกิจกรรมหนึ่งที่หลาย ๆ บริษัทนิยมจัดให้กับพนักงาน เพราะกีฬาสีเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการเสริมสร้างสุขภาวะ แม้จะแข่งขันเพื่อผลแพ้ชนะแต่จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้พนักงานในบริษัทได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันนอกเหนือจากภาระงานของตนเอง

อ่านต่อ »
Sakid head -csr
URL Copied!

CSR ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ เพิ่มศักยภาพองค์กรในระยะยาว

        คุณอยากให้องค์กรของคุณโดดเด่นและแบรนด์แข็งแกร่งท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจที่ดุเดือดใช่ไหม? ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาใส่ใจ CSR หรือกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรอีกด้วย แต่จะทำ CSR อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ? ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้เคล็ดลับและกลยุทธ์ที่จะช่วยให้กิจกรรม CSR ขององค์กรคุณโดดเด่น ประทับใจผู้คน และสร้างผลกระทบที่ยั่งยืน

        CSR หรือ Corporate Social Responsibility หมายถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการใส่ใจและดูแลผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน การทำ CSR จึงไม่ควรทำแบบครั้งเดียวแยกกันปีต่อปี แต่ควรเป็นกิจกรรมที่ทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ มุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง หรือในอีกแง่หนึ่งคือองค์กรควรจะวางแผนจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณสำหรับ CSR ไว้อย่างคงที่ในทุกๆ ปี ไม่ควรจัดเป็นกิจกรรมที่ยึดตามความพร้อมหรือกระแสนิยมเท่านั้น มิเช่นนั้นแล้วความน่าเชื่อถือต่อความมุ่งมั่นเพื่อสังคมขององค์กรก็อาจลดลงไปได้ในระยะยาว

 

csr-sakid

การทำ CSR ให้ประสบความสำเร็จและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมนั้น จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยสำคัญหลายประการ ทั้งในด้านของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รัดกุม การดำเนินงานที่ต่อเนื่องและจริงจัง การผลิตเนื้อหาที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ การสื่อสารผ่านช่องทางที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการเปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) โดยเฉพาะชุมชนเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นเจ้าของของชุมชนที่มีต่อโครงการ CSR ให้มากขึ้น (Mandurah et al., 2012) อีกทั้งยังเป็นการเปิดรับฟังข้อมูลป้อนกลับ (feedback) ที่เป็นประโยชน์จากผู้ที่อยู่ในพื้นที่จริง เพื่อนำไปปรับปรุงกิจกรรม CSR ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของชุมชนได้ดียิ่งขึ้น (Ismail et al., 2015)

 

          อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องทำ CSR อย่างต่อเนื่องทุกปี แต่การทำซ้ำแบบเดิมๆ ก็อาจจะน่าเบื่อและลดทอนความสนใจของผู้คนในสังคมลงได้เช่นกัน ดังนั้นองค์กรจึงควรพยายามเปลี่ยนแปลงรูปแบบกิจกรรม CSR บ้างในแต่ละปี เพื่อสร้างความแปลกใหม่และดึงดูดความสนใจอยู่เสมอ อาจจะเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรม กลุ่มเป้าหมาย หรือประเด็นทางสังคมที่ให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่เปลี่ยนไปนั้นก็ยังคงต้องมีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับแบรนด์ดิ้งและผลิตภัณฑ์บริการขององค์กร เพื่อให้สังคมเกิดการจดจำและเข้าใจได้ง่าย ไม่ขัดแย้งหรือสับสนกับคุณลักษณะขององค์กรเอง

การเลือกกิจกรรม CSR ที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ องค์กรควรเลือกกิจกรรมที่สะท้อนถึงจุดแข็งและศักยภาพเฉพาะตัวขององค์กร ไม่ใช่เลือกทำกิจกรรมตามกระแสนิยมในขณะนั้น แต่ควรพิจารณาอย่างรอบด้านว่ากิจกรรมนั้นสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ (brand identity) และเอกลักษณ์ขององค์กรอย่างไร และจะสามารถส่งมอบคุณค่าอะไรให้แก่สังคมได้บ้าง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว มิเช่นนั้นแล้วกิจกรรม CSR ก็อาจจะกลายเป็นแค่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ดูผิวเผินและไร้ความหมาย ซึ่งไม่เพียงจะไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืนแล้ว ยังอาจสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อองค์กรเองได้อีกด้วย การเลือกทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับศักยภาพเฉพาะทางและทรัพยากรที่องค์กรมีจะช่วยสร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรมและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างแท้จริง กิจกรรมที่เหมาะสมจะช่วยขจัดปัญหาหรือสนับสนุนสิ่งที่ชุมชนหรือสังคมต้องการ ได้อย่างตรงจุดและครอบคลุม ซึ่งน่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการบริจาคเพียงเงินหรือสิ่งของเพียงผิวเผินอย่างที่ผ่านๆ มา

CSR-1-SAKID

 

         งานวิจัยหลายฉบับชี้ว่า การทำ CSR เชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบ การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ และการเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ CSR สามารถบรรลุทั้งเป้าหมายทางธุรกิจและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไปพร้อมๆ กัน (Vishwanathan et al., 2020) นอกจากนี้ งานวิจัยของ Ahmadi และ Bouri (2017) ยังแสดงให้เห็นว่าการทำ CSR ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สามารถส่งผลดีต่อทั้งผลประกอบการทางการเงินและภาพลักษณ์ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด CSR เชิงกลยุทธ์ที่ว่าการบูรณาการ CSR เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจหลักอย่างเหมาะสมจะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างคุณค่าได้ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

 

         นอกจากการเลือกกิจกรรม CSR ให้ฉลาดและเฉพาะเจาะจงแล้ว อีกเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ CSR ประสบความสำเร็จและโดนใจสังคมได้แก่ การบอกเล่าเรื่องราว (storytelling) ที่มีพลังเกี่ยวกับกิจกรรม CSR นั้นๆ ทั้งในแง่แรงบันดาลใจ กระบวนการทำงาน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับชุมชน เพราะการเล่าเรื่องที่ดีจะช่วยสร้างความรู้สึกร่วมและการจดจำของผู้คนที่มีต่อแบรนด์ได้มากกว่าการนำเสนอตัวเลขหรือข้อมูลแบบแห้งๆ ซึ่งองค์กรสามารถสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ออกไปได้ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย สื่อสิ่งพิมพ์ งานอีเวนต์ หรือกิจกรรมเชิงปฏิสัมพันธ์อื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น (Johnson, 2019)

        ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการสื่อสาร CSR ขององค์กรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รอบคอบ การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร ความจริงจังในการดำเนินการ ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การใช้ช่องทางที่หลากหลาย และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งล้วนต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อย่างสูง และหากกำลังมองหาตัวช่วยในการทำ CSR แบบยั่งยืน ขอแนะนำ SAKID application ซึ่งสามารถกำหนดภารกิจด้าน CSR ในแบบฉบับขององค์กรคุณได้เอง เช่น เก็บขยะริมทะเล หรือการปลูกป่าชายเลน เมื่อทำแล้วได้คะแนนให้แก่ทีมของตัวเอง และสามารถจัดกิจกรรมได้ต่อเนื่องหลายเดือน โดยสามารถกำหนดกิจกรรมที่ให้พนักงานทำได้ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพ แยกขยะ อื่นๆ พร้อมกับ Dashboard แสดงผลของกิจกรรม ซึ่งจะช่วยทำให้องค์กรของคุณบรรลุผลตามเป้าหมายและสร้างคุณค่าให้ทั้งธุรกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน

 

References:
Ahmadi, A., & Bouri, A. (2017). The relationship between financial attributes, environmental performance and environmental disclosure: Empirical investigation on French firms listed on CAC 40. Management of Environmental Quality: An International Journal, 28(4), 490-506. https://doi.org/10.1108/MEQ-07-2015-0132


Ismail, M., Alias, S. N., & Mohd Rasdi, R. (2015). Community as stakeholder of the corporate social responsibility programme in Malaysia: Outcomes in community development. Social Responsibility Journal, 11(1), 109-130. https://doi.org/10.1108/SRJ-05-2013-0053


Johnson, L. (2019). Effective storytelling techniques for communicating CSR impact. Corporate Communications: An International Journal, 24(3), 407-421.

 

Mandurah, S., Khatib, J., & Al-Sabaan, S. (2012). Corporate social responsibility among Saudi Arabian firms: An empirical investigation. Journal of Applied Business Research, 28(5), 1049-1058. https://doi.org/10.19030/jabr.v28i5.7244


Smith, R. (2020). Aligning CSR activities with organizational identity and resources: A case study. Business Ethics, the Environment & Responsibility, 29(4), 815-827.

 

Vishwanathan, P., van Oosterhout, H., Heugens, P., Duran, P., & van Essen, M. (2020). Strategic CSR: A concept building meta‐analysis. Journal of Management Studies, 57(2), 314-350. https://doi.org/10.1111/joms.12514

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail -carbon credit

Carbon Credit Claim การเคลมเครดิตคาร์บอน สำหรับองค์กร

การเคลมเครดิตคาร์บอน (Carbon Credit Claim) คือ กระบวนการที่ผู้ประกอบการหรือองค์กรต่าง ๆ ทำเพื่อขอรับเครดิตคาร์บอนจากกิจกรรมหรือโครงการที่มีผลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือสารเคมีเกี่ยวข้องอื่น ๆ จากสภาพแวดล้อม เพื่อขายเครดิตให้กับผู้อื่นที่ต้องการใช้เครดิตคาร์บอนเหล่านั้นเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง หรือเพื่อการธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อ่านต่อ »

Workshop เริ่มต้นสุขภาพดีทำได้ทุกวัน #workshop3อ #อาหาร

ดูแลสุขภาพพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เรื่องอาหารการกิน , Workshop การกิน , Health talk update ความรู้ ด้านโภชนาการ หรือ Cooking class โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพที่มีประสบการณ์ ตัวอย่างหัวข้อ WORKSHOP ขอใบเสนอราคา วัตถุประสงค์    🟠 เข้าใจและรู้หลักการในการเลือกกินประเภทไขมันให้ดีต่อสุขภาพ  

อ่านต่อ »

การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้ดีขึ้น ด้วยแนวคิดแบบสตาร์ทอัพ

วัฒนธรรมองค์กรแบบสตาร์ทอัพ ถือเป็นวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่ใคร ๆ จะรู้สึกสนใจในสิ่งนี้

อ่านต่อ »
cover-กินเป็นลืมป่วย-Sakid

WORKSHOP ONLINE กินเป็นลืมป่วย กับ นักกำหนดอาหาร

กิจกรรม  “กินเป็นลืมป่วย”

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop online “กินเป็นลืมป่วย”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพได้ให้ความรู้เรื่องการจัดเก็บอาหารและของสด การเลือกอาหารที่เสริมสร้างสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วย

อ่านต่อ »

Healthy Workshop

กิจกรรม  “Healthy Workshop”

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Healthy Workshop”  ให้กับบริษัท ราชบุรีกล๊าส โดยนักกำหนดอาหาร ได้ให้ความรู้เรื่องการกินอย่างไรให้ห่างไกลโรคแบบรอบด้าน ที่ช่วยสามารถปรับพฤษติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจำวันให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อย่างง่าย และ ช่วงบ่าย มีนักวิทยาศาสตร์การกีฬา มาตรวจสมรรถภาพทางร่างกาย ได้ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อยในระหว่างพักเบรค เพื่อยืดกล้ามเนื้อและเผาผลาญกัน

อ่านต่อ »
WFH-ในหน้าร้อนอย่างไร-สบายกายและกระเป๋า-Sakid

WFH ในหน้าร้อนอย่างไร สบายกายและกระเป๋า

สภาวะฝุ่นPM 2.5 ซึ่งเป็นสถานการณ์วิกฤติมลพิษทางอากาศที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) สูงถึง 372 ณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2566 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับอันตรายมีผลกระทบต่อสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่จึงกลายเป็นเมืองที่มีอากาศแย่อันดับหนึ่งของโลก จนผู้ว่าฯต้องออกประกาศขอความร่วมมือทุกหน่วยงาน Work from Home

อ่านต่อ »
Sakid head -ไขมันพอกตับ
URL Copied!

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรไขมันเกาะตับ

           ในปัจจุบัน พนักงานในองค์กรหลายแห่งต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงานหนักและการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ในยุคที่การทำงานเต็มไปด้วยความเครียดและความเร่งรีบ ปัญหาสุขภาพของพนักงานจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ  และหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยคือ “ไขมันเกาะตับ” ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรได้อย่างมาก

ไขมันเกาะตับคืออะไร?

 

ไขมันเกาะตับ (Fatty Liver) คือภาวะที่มีไขมันสะสมในตับมากเกินไป ซึ่งสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การกินอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การไม่ออกกำลังกาย และโรคอ้วน หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น เช่น ตับอักเสบและตับแข็ง

ทำไมพนักงานในองค์กรจึงมีปัญหาเรื่องไขมันเกาะตับเพิ่มมากขึ้น

 

ปัญหาเรื่องไขมันเกาะตับในพนักงานองค์กรต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากหลายสาเหตุที่เกิดจากพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนในยุคปัจจุบัน และนี่คือสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้

 

1.การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม

 

  • อาหารจานด่วนและอาหารที่มีไขมันสูง

คนในยุคปัจจุบันมักเลือกรับประทานอาหารจานด่วนและอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากสะดวกและรวดเร็ว แต่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ

 

  • การบริโภคน้ำตาลและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

เช่น น้ำอัดลม ชาเขียวพร้อมดื่ม เครื่องดื่มชงรสหวาน และน้ำผลไม้ มีส่วนทำให้เกิดการสะสมของไขมันในตับได้เช่นเดียวกัน

 

2.การขาดการออกกำลังกาย

 

  • วิถีชีวิตที่ไม่เคลื่อนไหวมาก

การทำงานที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ และการเดินทางที่ใช้รถยนต์หรือขนส่งสาธารณะ ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ซึ่งส่งผลให้มีการสะสมของไขมันในร่างกายมากขึ้น

 

  • ไม่ออกกำลังกายเพิ่ม

จากการความเหนื่อยล้าของการทำงานและการเดินทาง ทำให้เมื่อถึงช่วงเวลาหลักเลิกงานและวันหยุด คนส่วนใหญ่เลือกที่จะพักผ่อนมากกว่าการออกไปออกกำลังกาย

 

3.การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

แอลกอฮอล์มีผลกระทบโดยตรงต่อตับ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นระยะเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไขมันเกาะตับและปัญหาสุขภาพตับอื่น ๆ

 

4.ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ความเครียดจากการทำงานมีผลต่อการเพิ่มระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกาย ซึ่งสามารถกระตุ้นให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันมากขึ้น และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอหรือการนอนไม่หลับส่งผลให้ร่างกายมีการสะสมไขมันมากขึ้นและลดประสิทธิภาพของกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย

 

5.โรคอ้วนและโรคเบาหวาน

การมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดไขมันเกาะตับ เนื่องจากการสะสมไขมันในร่างกายมากเกินไป ไขมันเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังสามารถสะสมในตับ ทำให้เกิดภาวะไขมันเกาะตับ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง และโรคตับอื่นๆ ได้ และในคนที่มีโรคเบาหวานและมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องมีผลกระทบต่อตับและสามารถนำไปสู่การสะสมไขมันในตับได้เช่นเดียวกัน

ทำไมควรสนับสนุนให้พนักงานในองค์กรของเรามีสุขภาพดี?

 

• ลดปัญหาการขาดงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เนื่องจากปัญหาเรื่องไขมันพอกตับสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงอื่นๆได้ เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย แต่ยังมีผลต่อการทำงาน เพิ่มอัตราการขาดงานและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักกงานในองค์กร

 

• สร้างความผูกพันกับองค์กร

การที่องค์กรให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน จะทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและได้รับการดูแล ส่งผลให้มีความพึงพอใจและความผูกพันที่ดีกับองค์กร

 

• ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี

การมีโปรแกรมดูแลสุขภาพจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน ส่งเสริมให้พนักงานมีการใช้ชีวิตที่สมดุลและสุขภาพดี

วิธีที่สามารถช่วยดูแลสุขภาพพนักงานองค์กรของเรา

 

กิจกรรมพนักงานบริษัท-SAKID

 

ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ : จัดสัมมนาหรือเวิร์กช็อปเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตับ เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่ดี การลดการดื่มแอลกอฮอล์ และการออกกำลังกาย

 

จัดโปรแกรมตรวจสุขภาพ : จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อให้พนักงานได้รับการตรวจและคำแนะนำการปรับพฤติกรรมจากนักกำหนดอาหาร

 

สนับสนุนการรับประทานอาหารสุขภาพ : จัดให้มีอาหารสุขภาพในโรงอาหาร เช่น อาหารที่มีผักผลไม้ ลดอาหารทอด และมีเมนูที่มีโปรตีนไม่ติดมัน

 

กิจกรรมลดน้ำหนักกับ SAKID : เพื่อให้พนักงานในองค์ที่มีปัญหาเรื่องภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินสามารถปรับพฤติกรรมการเลือกกินอาหาร เพิ่มการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวที่สนุกและสามารถทำตามได้ โดยจะมีการส่งภารกิจในประจำวัน เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปปรับพฤติกรรมในระยะยาวได้

 

การจัดกิจกรรม “กีฬาสี” : เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสออกกำลังกาย และยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทีมได้ด้วย

           การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไขมันเกาะตับและโรคอื่นๆได้ แต่ยังทำให้พนักงานมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพให้พนักงาน เช่น การจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับไขมันเกาะตับ การตรวจสุขภาพประจำปี และการส่งเสริมการออกกำลังกาย จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในองค์กรและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรของเราเพิ่มมากขึ้น หรือให้ SAKID จัดแข่งขันสุขภาพ เพื่อช่วยปรับการกิน และออกกำลังกาย และสามารถวัดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นของร่างกายได้ พร้อมกิจกรรมที่สนุกสนานรอคุณอยู่

บทความที่น่าสนใจ

Workshop ยืด เหยียด ขยับ มาออกกำลังกายกัน #workshop3อ #ออกกำลังกาย

เริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องการออกกำลังกายอย่างไร ให้เกิดการเผาผลาญ , คลาสออกกำลังกายในที่ทำงาน โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬา และการขยับตัว ปรับท่านั่ง ท่าทางการเดิน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน ที่ทำให้เกิด office syndrome โดยนักกายภาพผู้ที่มีประสบการณ์

อ่านต่อ »
Cover-Sakid---Healthy-Green-Canteen-01

Healthy Green Canteen โรงอาหารปลอดภัย อร่อย สะอาด สุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -mental health

7 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจพนักงาน เพื่อสร้างความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน

ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตใจของพนักงานกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสนใจ จากการสำรวจของ WHO พบว่ากว่า 264 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า และอีกกว่า 284 ล้านคนมีความวิตกกังวลผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตพนักงานแล้ว ยังบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานไปด้วย (World Health Organization, 2022) และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิตมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ โรคซึมเศร้า โดยปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้มีสาเหตุได้หลากหลายด้าน ทั้งจากลักษณะงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน การบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาส่วนตัว (Pfeffer, 2018)

อ่านต่อ »

แบบประเมินความเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศ

ความเครียดกลายเป็น “โรคเงียบ” ของคนทำงานออฟฟิศ การมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบและติดตามภาวะความเครียดของพนักงานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความเครียดไม่ได้เพียงทำลายสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน การขาดงาน และอัตราการลาออก

อ่านต่อ »

WORKSHOP การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด

กิจกรรม  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด”

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด” โดยนักกำหนดอาหารที่ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องอาหารที่ควรกินและไม่ควรกิน การเลือกอาหารและปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด

อ่านต่อ »
Sakid -thumbnail -เมื่อมีคนในองค์กร มีไขมันในเลือดสูง

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรมีไขมันในเลือดสูง

ทุกธุรกิจ ทุกองค์กร มีการจัดการคนทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ถ้าวันนี้ลองสังเกตดูว่า พนักงานของเรา ยังมีความสุขในการทำงานหรือไม่ การทำงานของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กรมากแค่ไหน และคุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นทุกด้านรึเปล่า หากผู้นำหรือผู้บริหารสามารถมองจุดนี้ได้ ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »