URL Copied!

สร้างสวัสดิการให้กับพนักงานยังไงให้ครอบคลุมด้านสุขภาพ

สวัสดิการบริษัท  ไม่ได้หมายถึงเพียงโบนัสหรือวันลาพักร้อนอีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมไปถึง สุขภาพกายและใจของพนักงาน เพราะสุขภาพคือรากฐานของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ หากองค์กรมีการดูแลพนักงานตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะ จะช่วยให้พนักงาน ทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกผูกพัน และลดโอกาสลาออก ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข (2022) ระบุว่า การลงทุนใน สวัสดิการพนักงาน ด้านสุขภาพเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย

สวัสดิการบริษัท คือ สิทธิประโยชน์พนักงาน (Employee Benefits) ที่องค์กรจัดให้เพิ่มเติมจากเงินเดือน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ความปลอดภัย การเงิน หรือการพัฒนาทักษะ ในอดีตสวัสดิการอาจเน้นเพียงประกันสังคมหรือค่ารักษาพยาบาล แต่ปัจจุบันแนวโน้มใหม่คือการมุ่งสู่ สวัสดิการแบบองค์รวม (Holistic Benefits) ที่คำนึงถึงทั้งร่างกาย จิตใจ และสมดุลชีวิตการทำงาน (Work-Life Balance) (World Health Organization, 2021)

ประเภทสวัสดิการพนักงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ

 

1. สวัสดิการพื้นฐานด้านสุขภาพ

เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรควรมี เพื่อสร้างความมั่นใจให้พนักงานว่ามีระบบดูแลขั้นต้นที่ดี เช่น

• ประกันสังคมและประกันสุขภาพกลุ่ม

• ค่ารักษาพยาบาลและตรวจสุขภาพประจำปี

• วันลาป่วยและการสนับสนุนค่ารักษาเพิ่มเติม

 

2. Employee Benefits เชิงป้องกัน (Wellness Program)

องค์กรยุคใหม่ไม่รอให้พนักงานเจ็บป่วย แต่เน้นสร้างสุขภาพที่ดีตั้งแต่ต้น ได้แก่

• โปรแกรมอาหารสุขภาพ เช่น โรงอาหารเพื่อสุขภาพที่มีเมนูควบคุมโภชนาการ

• การสนับสนุนการออกกำลังกาย เช่น ฟิตเนสในบริษัท หรือสนับสนุนค่าสมาชิกยิม

• กิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพ เช่น Healthy Break หรือการยืดเหยียดในที่ทำงาน

 

3. สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจิตและ EAP

ปัญหาสุขภาพจิตเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ของ HR การจัดสวัสดิการในมิตินี้ช่วยให้พนักงานมีสมดุลชีวิตมากขึ้น เช่น:

• โปรแกรมให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ (Employee Assistance Program: EAP)

• Workshop บริหารความเครียดและการสร้าง Mindfulness

• แอปพลิเคชันดูแลสุขภาพจิตและการทำแบบประเมินสุขภาพ เช่น SAKID

ขั้นตอนสร้างสวัสดิการบริษัทที่ครอบคลุมสุขภาพ

 

1. ประเมินความต้องการพนักงาน

• ใช้แบบสอบถามสำรวจความคาดหวังของพนักงานแต่ละกลุ่ม

• วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพจากการตรวจร่างกายประจำปี และอัตราการลาป่วย

 

2. เลือกสวัสดิการที่ยั่งยืนและคุ้มค่า

• มุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษาเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว (สำนักงานประกันสังคม, 2564)

• ปรับรูปแบบสวัสดิการให้เหมาะกับพนักงานแต่ละเจเนอเรชัน เช่น Gen Z อาจต้องการ Flexi Benefits มากกว่า

 

3. ใช้เทคโนโลยีช่วยติดตามและวัดผล

• แอปพลิเคชันอย่าง SAKID ช่วย HR ติดตามสุขภาพและ Engagement ได้แบบเรียลไทม์

 

SAKID ช่วยให้กิจกรรมบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร

แอปพลิเคชัน SAKID ได้รับการออกแบบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา (นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, นักจิตวิทยา) เพื่อช่วยองค์กร จัดกิจกรรมบริษัทด้านสุขภาพอย่างครบวงจร

 

• Health Mission: ภารกิจสุขภาพรายบุคคลกว่า 1,000 รายการ

• Health Challenge: แข่งขันกันในทีม เช่น นับก้าว, ดื่มน้ำ, ออกกำลังกาย → ทำให้กิจกรรมสนุก

• Mood Tracking: บันทึกอารมณ์และความสุขของพนักงาน ช่วยติดตามสุขภาพจิต

• HR Dashboard: วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเชิงลึก → ผู้บริหารเห็นผลชัด วัด ROI ได้

ภาพกิจกรรม-Lbeauty-SAKID

Checklist ประเมินสวัสดิการสุขภาพขององค์กร

 

 มี สิทธิการรักษาและตรวจสุขภาพ ที่ครอบคลุมหรือยัง?

 มี กิจกรรมเสริมสุขภาพ ที่พนักงานเข้าถึงได้ง่ายหรือไม่?

 พนักงานเข้าถึง การดูแลสุขภาพจิต ได้จริงหรือไม่?

มีนโยบายที่สนับสนุน Work-Life Balance เช่น วันลาพิเศษหรือเวลาทำงานยืดหยุ่นหรือยัง?

 มีการ วัดผลสุขภาพพนักงาน เช่น อัตราลาป่วย ความเครียดเฉลี่ย หรือ Feedback จากพนักงานหรือไม่?

 

        การสร้าง สวัสดิการ บริษัท ที่ครอบคลุมด้านสุขภาพ คือการดูแลพนักงานทั้งกายและใจอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ การออกกำลังกาย หรือโปรแกรมดูแลสุขภาพจิต เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจ เขาจะตอบแทนด้วยความมุ่งมั่นและความผูกพันที่ยั่งยืน

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Ministry of Public Health. (2022). Employee wellness and workplace health promotion in Thailand. Bangkok: MOPH.
  • World Health Organization. (2021). Workplace health promotion: The role of employer-provided benefits. WHO Press.
  • สำนักงานประกันสังคม. (2564). สิทธิประโยชน์และสวัสดิการพนักงาน.
  • Sakid.app. (2023). Workplace wellness program. Retrieved from https://www.sakid.app/blog/workplace-wellness-program

บทความที่น่าสนใจ

Clean Food Good Taste กับการทำโรงอาหารสุขภาพในองค์กร

ถ้าอยากให้พนักงานกินอร่อยแต่ยังสุขภาพดี Clean Food Good Taste คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับโรงอาหารในองค์กรยุคนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดในครัว แต่คือการยกระดับทั้ง “รสชาติและมาตรฐาน” ไปพร้อมกัน

อ่านต่อ »

ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) จุดเริ่มต้นสุขภาพจิตพนักงาน

ในหลายองค์กรไทย เรามักจะเห็นพนักงานที่ “ฝืน” มาทำงานทั้งที่ไม่สบาย รู้สึกเครียด หรือมีภาระส่วนตัวที่ยังแก้ไม่ตก สิ่งนี้เรียกว่า ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) ซึ่งแตกต่างจากการขาดงาน (Absenteeism) เพราะแม้พนักงานจะอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่ประสิทธิภาพกลับลดลง และยังเสี่ยงสร้างปัญหาสุขภาพในระยะยาว

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -happiness work

องค์กรแห่งความสุข ฉบับคนทำงาน: 10 เคล็ดลับสร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางองค์กรถึงประสบความสำเร็จอย่างสูง ในขณะที่บางองค์กรกลับล้มเหลว คำตอบอยู่ที่ความสุขของพนักงาน งานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าพนักงานที่มีความสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น อัตราการลาออกที่ลดลง และการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น

อ่านต่อ »
รับมือแผ่นดินไหว-SAKID

รับมือกับ แผ่นดินไหว ฉบับพนักงานออฟฟิศ

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อเกิดภัยพิบัติกลางเวลางาน

แม้ว่าแผ่นดินไหวจะไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย แต่เมื่อเกิดขึ้นก็สามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งต่ออาคารและชีวิตของพนักงานออฟฟิศทุกคน การเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณปลอดภัยมากขึ้นในช่วงเวลาสำคัญนั้น

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -วางงบจัดกิจกรรม

How to วางงบจัดกิจกรรม บริษัท องค์กร ให้คุ้มค่าและได้ผลลัพธ์สุดปัง

ในปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญการดูแลด้าน Well-being หรือสุขภาวะที่ดีของพนักงาน เพราะเล็งเห็นว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร ในการดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร หากพนักงานมีความสุขก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน และมีความผูกพันต่อองค์กร แต่ทราบหรือไม่ว่านอกจากนี้ยังสามารถขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องได้หลายมาตรฐาน ซึ่งทำให้มั่นใจว่ากิจกรรมด้าน Well-being ที่จัดให้พนักงานมีความครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และหากองค์กรได้รับรางวัลมาตรฐานเหล่านี้ ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กร สร้างภาพลักษณ์ต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงาน ลูกค้า และบุคคลภายนอกในการเป็นองค์ที่มีความใส่ใจพนักงาน

อ่านต่อ »
ไอเดียจัด team building Online -Sakid thumbnail

รีวิว ไอเดียจัด team building Online ที่ได้สุขภาพและกิจกรรมร่วมกัน

ในยุคที่การทำงานผสมผสานระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ (Hybrid Work) ได้กลายเป็นเรื่องปกติ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและดูแลสุขภาพไปพร้อมกันถือเป็นโจทย์ท้าทายของ HR และผู้บริหาร การจัด team building ออนไลน์ จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างทั้ง ความผูกพัน (Engagement) และ สุขภาวะที่ดี (Well-being) ให้กับคนทำงาน

อ่านต่อ »
URL Copied!

ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) จุดเริ่มต้นสุขภาพจิตพนักงาน

          ในหลายองค์กรไทย เรามักจะเห็นพนักงานที่ “ฝืน” มาทำงานทั้งที่ไม่สบาย รู้สึกเครียด หรือมีภาระส่วนตัวที่ยังแก้ไม่ตก สิ่งนี้เรียกว่า ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) ซึ่งแตกต่างจากการขาดงาน (Absenteeism) เพราะแม้พนักงานจะอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่ประสิทธิภาพกลับลดลง และยังเสี่ยงสร้างปัญหาสุขภาพในระยะยาว

          ภาวะฝืนทำงาน ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็น สัญญาณเตือนของวัฒนธรรมการทำงานและนโยบาย HR ที่องค์กรต้องหันมาจัดการอย่างจริงจัง

ภาวะฝืนทำงานคืออะไร และแตกต่างจากการขาดงานอย่างไร

 

การขาดงาน (Absenteeism): พนักงานไม่มาทำงาน → งานชะงักชัดเจน

• การที่พนักงาน ไม่มาทำงานตามเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลป่วยจริง ลากิจ หรือแม้แต่การขาดโดยไม่มีเหตุผล

• ผลกระทบคือ งานหยุดชะงักทันที สามารถนับเป็นจำนวนวันที่หายไปได้ง่าย → HR มองเห็นชัด และจัดการได้ เช่น การแทนที่งาน การหักวันลา หรือการประเมินผล

ตัวอย่าง พนักงานฝ่ายบัญชีลาป่วย 3 วัน → งานปิดงบล่าช้า HR เห็นชัดเจนว่ามีคนหายไป

 

ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism): พนักงานมาทำงาน แต่สุขภาพกายหรือใจไม่พร้อม → งานออกมาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

• การที่พนักงาน มาทำงานทั้งที่ร่างกายหรือจิตใจไม่พร้อม เช่น ป่วย เครียด หรือเหนื่อยล้าสะสม แต่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

• ผลกระทบคือ Productivity ลดลงโดยไม่รู้ตัว งานเสร็จช้าหรือผิดพลาดมากขึ้น และในระยะยาวเสี่ยงต่อการสะสมปัญหาสุขภาพ เช่น Burnout หรือโรคเรื้อรัง

ตัวอย่าง พนักงานคนเดียวกันป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ยังมาทำงาน → นอกจากทำงานได้ช้าลงแล้ว ยังแพร่เชื้อให้เพื่อนร่วมงาน ส่งผลให้งานทีมทั้งแผนกเสียหาย

 

ทำไมภาวะฝืนทำงานถึงอันตรายต่อองค์กร

 

ผลกระทบต่อ Productivity

พนักงานที่ไม่สบายหรือเครียดจะใช้เวลาในการทำงานมากขึ้น ทำให้ Output ลดลง แม้จะอยู่ครบชั่วโมงงานก็ตาม

• พนักงานออฟฟิศที่มีไมเกรน → ใช้เวลาแก้ไขงานซ้ำมากขึ้น

• พนักงานที่มีภาวะซึมเศร้า → ประสิทธิภาพการตัดสินใจลดลง

 

ความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตและ Burnout

การฝืนทำงานต่อเนื่อง โดยไม่มีระบบสนับสนุน อาจนำไปสู่ Burnout Syndrome ซึ่งมักทำให้พนักงานหมดแรงจูงใจและลาออกในที่สุด เหตุเพราะ ร่างกายและสมองที่ไม่ได้พัก จะสูญเสียความสามารถในการฟื้นฟู ทำให้เกิดปัญหาซ้อน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือภาวะซึมเศร้า

 

สาเหตุหลักของ Presenteeism ในองค์กรไทย

 

วัฒนธรรม Overworking และการทำงานหนักเกินไป

หลายบริษัทไทยยังคงยึดติดกับการ “นั่งทำงานนานคือขยัน” ส่งผลให้พนักงานไม่กล้าลาหยุด แม้ป่วย

ตัวอย่าง

• ทีมขายที่แข่งขันสูง พนักงานกลัวเสียยอดขายหากลาหยุด → เลือกฝืนทำงานแม้ไม่สบาย

• องค์กรที่ผู้บริหารยกย่องคนทำงานดึก → สร้างแรงกดดันให้ผู้อื่นทำตาม

 

Work Overload และการบริหารงานที่ไม่สมดุล

ภาระงานเกินกำลังทำให้พนักงานไม่มีโอกาสฟื้นฟู เมื่อมีงานท่วมหัว การลาหยุดยิ่งถูกมองว่า “ทำให้ทีมเดือดร้อน”

ตัวอย่าง

• HR ในบริษัทที่มีพนักงานน้อย ต้องดูแลทุกเรื่องคนเดียว → เลือกมาทำงานแม้จะมีภาวะเครียด

• พนักงานโรงงานที่ถูกกด KPI ผลิตสินค้า → ต้องฝืนแม้เจ็บกล้ามเนื้อ

การดูแล Mental Health พนักงาน

เมื่อองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของ mental health คำถามต่อมาคือ “แล้วจะเริ่มต้นอย่างไร?” เพราะการดูแลสุขภาพจิตพนักงานไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยมาตรการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย กลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งเชิงป้องกันและเชิงแก้ไข

 

การจัดการความเครียดในที่ทำงาน

• จัด workload management ให้สมดุล

• เพิ่ม flexible working hours หรือ work-from-home

• จัดอบรมเรื่อง การจัดการความเครียด และ mindfulness

 

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)

องค์กรควรสร้างบรรยากาศที่พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างไม่กลัวการถูกตัดสิน การมี ผู้นำที่ฟังจริง และเปิดโอกาสให้ feedback จะช่วยลดแรงกดดัน

 

การใช้ Employee Assistance Program (EAP)

EAP เป็นโปรแกรมที่มี นักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา สำหรับพนักงานที่เผชิญปัญหาความเครียด ครอบครัว หรือการเงิน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ EAP คืออะไร

วิธีที่ HR จัดการภาวะฝืนทำงาน

 

การสร้างนโยบายสนับสนุนสุขภาพจิต

• ออกแบบ “นโยบายการลาป่วยที่ยืดหยุ่น” ไม่ลงโทษพนักงานที่ใช้สิทธิ

• สื่อสารให้พนักงานรู้ว่าการดูแลสุขภาพสำคัญกว่าการ “มาทำงาน” ที่ออฟฟิศ

 

ใช้เครื่องมือ EAP (Employee Assistance Program)

EAP คือ โปรแกรมให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยพนักงานจัดการความเครียดและปัญหาส่วนตัว
👉 อ่านเพิ่มเติม: EAP คืออะไร

 

พัฒนา Workplace Wellness Program

โปรแกรมสุขภาพในที่ทำงาน เช่น คลาสออกกำลังกาย เวิร์คช็อปผ่อนคลายความเครียด หรือ Healthy Canteen ช่วยลดแรงกดดันและส่งเสริมสุขภาพองค์รวม
👉 อ่านเพิ่มเติม: Workplace Wellness Program

 

ออกแบบสวัสดิการพนักงานที่ดูแลสุขภาพครบมิติ

นอกจากประกันสุขภาพแล้ว องค์กรสามารถลงทุนในสวัสดิการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น โค้ชสุขภาพ เวิร์คช็อปด้านโภชนาการ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ
👉 อ่านเพิ่มเติม: สวัสดิการพนักงาน

Checklistวิธีตรวจและป้องกัน Presenteeism พนักงาน

 

มีพนักงานที่มาทำงานทั้งที่ป่วยหรือดูเหนื่อยล้าบ่อยครั้ง

พบว่าประสิทธิภาพงานลดลงแม้ชั่วโมงทำงานเท่าเดิม

 วัฒนธรรมองค์กรยังเชื่อมโยง “การทุ่มเวลา” กับ “ความขยัน”

✅  ไม่มีนโยบายสนับสนุนสุขภาพจิตที่ชัดเจน

✅  Workload ถูกจัดสรรไม่สมดุลในทีม

        ภาวะฝืนทำงานไม่ใช่เพียงปัญหาของพนักงานรายบุคคล แต่เป็น ตัวสะท้อนวัฒนธรรมและนโยบายองค์กร HR และผู้บริหารที่เข้าใจและลงทุนใน สุขภาพจิตและ Wellness Program จะได้ผลลัพธ์เป็นพนักงานที่มีพลัง สมดุล และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต 

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2020). Mental health in the workplace. WHO.

  • Johns, G. (2010). Presenteeism in the workplace: A review and research agenda. Journal of Organizational Behavior, 31(4), 519–542.

  • Ministry of Public Health, Thailand. (2021). แนวทางการส่งเสริมสุขภาพจิตในสถานประกอบการ.

บทความที่น่าสนใจ

จัดการอย่างไร ให้ห่างไกล ความเครียด

หากเราพูดถึงคำว่า “ความเครียด” เรานั้นมักจะนึกถึง และบรรยายความรู้สึกว่าเหมือนถูก “บีบคั้น กดดัน อึดอัด” ทำให้เราใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร โดยที่ความเครียดนั้นจะเป็นภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเราต้องเจอกับสถานการณ์ที่รับมือได้ยาก หรือถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก จนทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ หรือวิตกกังวลขึ้นมาได้

อ่านต่อ »
Productivity

Productivity พื้นฐานของการพัฒนาองค์กรอย่างมีคุณภาพ

ความหมายของ Productivity คืออะไร และแนวทางการเพิ่ม “ผลิตภาพ” ในองค์กร โดยที่ไม่ทำร้ายพนักงาน จากปัจจัยต่าง ๆ ที่บริษัทและพนักงานสามารถช่วยกันสร้างได้

อ่านต่อ »
ไขมันพอกตับ-SAKID

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรไขมันเกาะตับ

ในปัจจุบัน พนักงานในองค์กรหลายแห่งต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงานหนักและการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ในยุคที่การทำงานเต็มไปด้วยความเครียดและความเร่งรีบ ปัญหาสุขภาพของพนักงานจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ  และหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยคือ “ไขมันเกาะตับ” ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรได้อย่างมาก

อ่านต่อ »
สวัสดิการสุขภาพพนักงาน

สวัสดิการสุขภาพพนักงาน เรื่องพื้นฐานที่องค์กรต้องใส่ใจ

เพราะปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้คุณค่ากับการดูแลตัวเอง องค์กรหรือบริษัทจึงควรหันมาใส่เรื่องสวัสดิการสุขภาพพนักงานกันมากขึ้น แล้วสวัสดิการสุขภาพไหนบ้างที่คนทำงานมองหา

อ่านต่อ »

รู้จัก เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ แยกเรื่องงาน ดูแลสุขภาพและชีวิต

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

อ่านต่อ »

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
URL Copied!

แบบประเมินความเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศ

       ความเครียดกลายเป็น “โรคเงียบ” ของคนทำงานออฟฟิศ การมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบและติดตามภาวะความเครียดของพนักงานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความเครียดไม่ได้เพียงทำลายสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน การขาดงาน และอัตราการลาออก

 

      สำหรับ HR แบบประเมินความเครียดไม่ใช่แค่แบบสอบถามธรรมดา แต่เป็น “เครื่องมือข้อมูลเชิงลึก” ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมสุขภาพใจของพนักงาน และใช้วางแผนเชิงกลยุทธ์ด้าน การจัดการความเครียด และ Wellness Program ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบบประเมินความเครียดคืออะไร

แบบประเมินความเครียด คือชุดคำถามที่ออกแบบมาเพื่อวัดระดับความเครียด ทั้งในเชิง ร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบ Self-Assessment ที่พนักงานตอบด้วยตัวเอง

 

แบบประเมินความเครียดมาตรฐานที่นิยมใช้

• แบบสอบถาม DASS-21 (Depression Anxiety Stress Scales): ใช้ประเมินภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียด

• แบบสอบถาม ST-5 (แบบวัดความเครียด 5 ข้อ): เหมาะสำหรับองค์กรในไทย ใช้ง่ายและรวดเร็ว

• แบบสอบถาม PSS (Perceived Stress Scale): วัดการรับรู้ความเครียดในชีวิตประจำวัน

 

เกณฑ์การประเมินผล

สามารถใช้ผลการประเมินเพื่อ

• ระบุพนักงานที่อยู่ในภาวะเสี่ยง Burnout

• ประเมินแนวโน้มสุขภาพจิตของทีม

• วางแผนโครงการส่งเสริมสุขภาพใจ (เช่น Workshop, EAP)

• ใช้เป็นดัชนีวัดความสำเร็จของสวัสดิการสุขภาพ

ST-5 แบบประเมินความเครียด

ST-5 แบบประเมินความเครียด (5 ข้อ)

ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีอาการต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน เลือกคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุด (0=ไม่เลย, 1=เล็กน้อย, 2=ค่อนข้างมาก, 3=มากที่สุด)

0–4 ปกติ 5–7 เครียดเล็กน้อย 8–9 เครียดปานกลาง 10–15 เครียดรุนแรง

ผลการประเมิน

0
ปกติ

ข้อมูลของคุณเป็นแบบไม่ระบุตัวตน ใช้เพื่อการประเมินตนเองเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากได้คะแนนสูง (≥10) หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

คำแนะนำทั่วไป: พักผ่อนให้พอ ออกกำลังกายเบา ๆ หายใจลึก 4-7-8 งดคาเฟอีนช่วงบ่าย สื่อสารกับหัวหน้างานเรื่องภาระงาน และใช้ EAP/ปรึกษานักจิตวิทยาเมื่อจำเป็น

ประโยชน์ของแบบประเมินความเครียดต่อ HR และองค์กร

1.เข้าใจพนักงานเชิงลึก → เห็นปัญหาที่อาจไม่ถูกพูดออกมา เช่น ความเหนื่อยล้า ความกังวลใจ

2.ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต → ตรวจพบปัญหาก่อนลุกลามเป็นโรคซึมเศร้าหรือ Burnout

3.เชื่อมโยงกับ HR Analytics → ใช้ข้อมูลวางแผนกลยุทธ์บุคลากร เช่น การจัด Workload หรือนโยบาย Hybrid Work

4.สร้าง Employer Branding → แสดงให้องค์กรเป็น “ที่ทำงานที่ใส่ใจสุขภาพพนักงาน”

 

ขั้นตอนการนำแบบประเมินความเครียดมาใช้จริง

1. การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและความลับ

• แจ้งพนักงานชัดเจนว่า ข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ

• ใช้แบบประเมินออนไลน์ที่ไม่ระบุชื่อ เพื่อให้พนักงานตอบอย่างตรงไปตรงมา

2. การเก็บผลและเชื่อมโยงกับนโยบาย HR

• วิเคราะห์ผลรวมระดับองค์กร เพื่อตัดสินใจเชิงนโยบาย

• หากพบพนักงานกลุ่มเสี่ยง → HR สามารถแนะนำให้เข้าร่วม โปรแกรม EAP (Employee Assistance Program) หรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

 

วิธีการส่งเสริมสุขภาพจิตในองค์กร-SAKID

แนวทางจัดการความเครียดหลังการประเมิน

 

HR กับการสร้าง Employee Assistance Program (EAP)

EAP คือ โปรแกรมช่วยเหลือพนักงานด้านสุขภาพจิตที่หลายองค์กรชั้นนำใช้ ช่วยให้พนักงานเข้าถึงนักจิตวิทยาอย่างเป็นความลับ และลดภาระงาน HR

👉 อ่านเพิ่มเติม: EAP คืออะไร

 

การเสริมกิจกรรม Wellness และ Workshop

องค์กรสามารถต่อยอดจากผลประเมินด้วยการจัด Workshop จัดการความเครียด เช่น

• เวิร์กช็อป “Mindfulness ในที่ทำงาน”

• Self-reflection คลายความตึงเครียดในออฟฟิศ

• การจัดการ Burnout

👉 สนใจจัด Workshop ดูเพิ่มเติมที่ SAKID Workshop

Checklist สำหรับ HR การใช้แบบประเมินความเครียดให้ได้ผล

 

เลือกแบบประเมินที่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร

 กำหนดรอบการทำแบบสอบถาม เช่น ทุกไตรมาส

 สร้างระบบเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยและเป็นความลับ

 ใช้ผลวิเคราะห์เชื่อมโยงกับนโยบาย HR

 มีมาตรการติดตามผล (Follow-up) เช่น EAP, Coaching

        การใช้ แบบประเมินความเครียด ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่คือก้าวแรกสู่ การดูแลสุขภาพใจพนักงานอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ HR และผู้บริหารเข้าใจทีมงานมากขึ้น ลดความเสี่ยง Burnout และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพจิต เริ่มต้นวันนี้ ด้วยการนำ แบบประเมินความเครียด มาปรับใช้ในองค์กร แล้วต่อยอดด้วย   Workshop  และ Wellness Program เพื่อสร้างพนักงานที่สุขภาพใจแข็งแรง และองค์กรที่ยั่งยืน

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

 

แหล่งอ้างอิง

  • Ministry of Public Health. (2021). แนวทางการประเมินและจัดการความเครียดในที่ทำงาน. กรมสุขภาพจิต.

  • WHO. (2020). Mental health in the workplace. World Health Organization.

  • American Psychological Association. (2019). Stress in America survey.

บทความที่น่าสนใจ

our workshop success-Fatty Model-SAKID

แข่งขันลดน้ำหนักด้วย SAKID กับโครงการ MEA Fatty Model

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม MEA Fatty Model ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ตลอดระยะเวลา เม.ย. – ส.ค. 67 โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือดัชนีมวลกาย ≥25 kg/m2 มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกิน จนทำให้การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก มวลไขมัน และไขมันในช่องท้องลดลง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน-01-SAKID

จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน

 เมื่อคนใช้เวลากว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในที่ทำงานจดจ่ออยู่กับการทำงาน เวลาพักน้อย การจะขยับตัวเพิ่มกิจกรรมทางกายระหว่างวันก็เป็นไปได้ยากเพราะไม่อาจละจากงานตรงหน้าได้ ด้วยปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การจะออกกำลังกายให้ได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลกยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของพนักงานและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

อ่านต่อ »
ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics-SAKID

ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop

กิจกรรม  Workshop “ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop”

เมื่อวันที่ 27  มีนาคม  2568  SAKID  ได้จัดกิจกรรม “ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop” ที่สำนักงาน บริษัท ภิรัช โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องการจัดท่านั่งในการทำงานให้กับพนักงาน โดยอาการที่ส่งสัญญาณของออฟฟิศซินโดรมและวิธีในการป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในระยะยาว สาเหตุของการกระทำที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น ท่ากายบริหารที่สามารถทำได้ในที่ทำงานเพื่อคลายกกล้ามเนื้อ ประเมินการยศาสตร์รายบุคคลเพื่อปรับการนั่งทำงานให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
ลดน้ำหนัก-SAKID

ลดน้ำหนัก แต่ไม่อยากอดอาหาร หรือออกกำลังกาย ฉบับองค์กร

ในยุคที่การทำงานหนักและการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบเป็นเรื่องปกติ ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มักมีเวลาน้อยในการดูแลสุขภาพตัวเอง ซึ่งภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง เป็นต้น นอกจากนี้เรายังพบความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนและโรคมะเร็งบางชนิดอีกด้วย ถึงเวลาแล้วหรือยังคะที่เราจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อการลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพกันเพิ่มมากขึ้น

อ่านต่อ »

สวัสดิการพนักงาน โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารองค์กรยุคปัจจุบัน

สวัสดิการพนักงาน ถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่เข้ามา และทำให้พนักงานเก่าไม่ให้ลาออกไป จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องขบคิดให้ดีนั่นเอง

อ่านต่อ »

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
URL Copied!

Mental Health ในที่ทำงาน ปัญหาที่องค์กรไม่ควรมองข้าม

       Mentral Health หรือสุขภาพจิตของพนักงาน กลายเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้าม เพราะไม่เพียงส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน แต่ยังสะท้อนตรงไปยังประสิทธิภาพการทำงาน ผลผลิตของทีม และภาพรวมขององค์กรโดยตรง

 

       งานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่า ความผิดปกติทางสุขภาพจิตในที่ทำงานสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจระดับโลกนับล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะเดียวกัน กรมสุขภาพจิตของไทยก็รายงานว่า ความเครียดและภาวะซึมเศร้าเป็นสาเหตุหลักของการลาป่วยในองค์กรไทยจำนวนมาก 

 

       สำหรับ HR และผู้บริหารแล้ว การดูแล สุขภาพจิตพนักงาน จึงไม่ใช่เพียงเรื่องสวัสดิการ แต่คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยรักษาบุคลากรที่มีคุณค่า ลดความเสี่ยงจาก burnout

Mental Health ในที่ทำงาน

Mental health หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการรับมือกับความเครียด การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมกับสังคมได้อย่างสมดุล เมื่อพนักงานมีสุขภาพจิตที่ดี พวกเขาจะสามารถใช้ศักยภาพได้เต็มที่ ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น

 

ปัจจัยที่กระทบสุขภาพจิตพนักงาน

• ปริมาณงานที่มากเกินไป และเวลาทำงานที่ไม่ยืดหยุ่น

• ความสัมพันธ์กับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน

•  การขาดความมั่นคงในงาน และการประเมินผลที่ไม่ชัดเจน

• สภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่ไม่เอื้อต่อสมดุลชีวิต-การทำงาน

 

ผลกระทบต่อองค์กรเมื่อมองข้าม

• อัตราการขาดงาน (absenteeism) สูงขึ้น

• ประสิทธิภาพการทำงานลดลง (presenteeism)

• การลาออกบ่อย (turnover rate)

• วัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษ (toxic workplace)

สัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร

แม้หลายครั้งพนักงานจะไม่พูดตรง ๆ ว่ากำลังเผชิญปัญหาทางใจ แต่ก็มี สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจน หาก HR และหัวหน้างานใส่ใจ จะสามารถช่วยเหลือได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

1. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงาน

• ผลงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำได้ดี

• มาสายบ่อยขึ้น หรือลาป่วยบ่อยโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

• ไม่สนใจรายละเอียดงาน หรือตัดสินใจผิดพลาดมากขึ้น

2. การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และบุคลิกภาพ

• หงุดหงิดง่าย โมโหบ่อย หรือแสดงอารมณ์รุนแรง

• แยกตัว ไม่เข้าร่วมกิจกรรมทีม หรือหลีกเลี่ยงการประชุม

• แสดงอาการหมดไฟ เช่น พูดว่ารู้สึก “ไม่ไหวแล้ว” หรือ “หมดแรงใจ”

3. ปัญหาด้านความสัมพันธ์ในที่ทำงาน

• มีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น

• ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือเงียบผิดปกติ

• หลีกเลี่ยงการพบปะสื่อสารกับหัวหน้างาน

4. สัญญาณด้านร่างกายที่สะท้อนสุขภาพจิต

• น้ำหนักขึ้นหรือลดลงเร็วผิดปกติ

• ปวดหัว นอนไม่หลับ หรือมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง

• ใช้สารเสพติด แอลกอฮอล์ หรือบุหรี่เพิ่มขึ้น

5. ผลกระทบเชิงองค์กรที่ควรจับตา

• อัตราการลาออกสูงผิดปกติในบางทีม

• จำนวนวันลาป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

• Engagement score ลดลงจากการสำรวจพนักงาน

 

จากงานวิจัยที่ HR ควรรู้

  • งานวิจัยจาก Deloitte (2022) พบว่า 77% ของพนักงานประสบกับ burnout อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

  • ในประเทศไทย กรมสุขภาพจิตรายงานว่า ปัญหาความเครียดและภาวะซึมเศร้าเป็นสาเหตุสำคัญของการลาป่วยในองค์กร

นักจิตวิทยาหลังแผ่นดินไหว-SAKID

การดูแล Mental Health พนักงาน

เมื่อองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของ mental health คำถามต่อมาคือ “แล้วจะเริ่มต้นอย่างไร?” เพราะการดูแลสุขภาพจิตพนักงานไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยมาตรการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย กลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งเชิงป้องกันและเชิงแก้ไข

 

การจัดการความเครียดในที่ทำงาน

• จัด workload management ให้สมดุล

• เพิ่ม flexible working hours หรือ work-from-home

• จัดอบรมเรื่อง การจัดการความเครียด และ mindfulness

 

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)

องค์กรควรสร้างบรรยากาศที่พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างไม่กลัวการถูกตัดสิน การมี ผู้นำที่ฟังจริง และเปิดโอกาสให้ feedback จะช่วยลดแรงกดดัน

 

การใช้ Employee Assistance Program (EAP)

EAP เป็นโปรแกรมที่มี นักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา สำหรับพนักงานที่เผชิญปัญหาความเครียด ครอบครัว หรือการเงิน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ EAP คืออะไร

Workshop นักจิตวิทยาและการปรึกษาออนไลน์สำหรับพนักงาน

หนึ่งในกลยุทธ์ที่องค์กรสามารถใช้เพื่อดูแล mental health ของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ คือการจัดให้มี Workshop ด้านสุขภาพจิต และการเปิดช่องทาง ปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ ซึ่งตอบโจทย์พนักงานยุคใหม่ที่อาจไม่สะดวกเดินทางไปพบผู้เชี่ยวชาญด้วยตนเอง

 

ทำไม Workshop นักจิตวิทยาจึงสำคัญ

• ช่วยให้พนักงานเข้าใจ การจัดการความเครียด และเทคนิคปรับอารมณ์ในชีวิตประจำวัน

• เปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้ร่วมกัน

• เสริมสร้างความเข้าใจเรื่อง การป้องกัน burnout และการสร้างสมดุลชีวิต-งาน

• เป็นกิจกรรมที่แสดงให้องค์กรเห็นถึงความใส่ใจต่อสุขภาพจิตของบุคลากร

 

ตัวอย่างหัวข้อเวิร์กช็อปที่ได้รับความนิยมในองค์กร

• Mindfulness at Work  ฝึกสติในที่ทำงานเพื่อลดความเครียด

• Stress Management 101  เทคนิคจัดการความเครียดแบบง่าย ๆ

• Building Resilience  การสร้างภูมิคุ้มกันทางใจเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง

 

ปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์: การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น

ปัจจุบันหลายองค์กรเปิดบริการ Online Counseling ให้พนักงานสามารถพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ผ่านแอปพลิเคชัน วิดีโอคอล หรือแชทส่วนตัว ข้อดีคือ

• เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

• รักษาความเป็นส่วนตัว ทำให้พนักงานรู้สึกปลอดภัยในการเปิดใจ

• ลดอุปสรรคเรื่อง stigma เพราะหลายคนยังรู้สึกไม่กล้าไปพบผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว

การมีทั้ง Workshop และ Online Counseling จะช่วยให้องค์กรดูแลสุขภาพจิตพนักงานได้ครบมิติ ทั้งเชิงป้องกันและการให้ความช่วยเหลือเฉพาะราย

Checklist 5 ขั้นตอนดูแล Mental Health พนักงาน

ประเมินสถานการณ์  ใช้แบบสอบถามความเครียดและ burnout

เปิดช่องทางรับฟังอย่างจริงใจ  ให้องค์กรแสดงความตั้งใจที่จะรับฟังความคิดเห็น

จัดโปรแกรมสนับสนุน  เช่น EAP หรือกิจกรรมเวิร์คช็อป

ฝึกอบรมหัวหน้างาน  ให้เข้าใจการสังเกตสัญญาณสุขภาพจิต

ติดตามและปรับปรุง  ใช้ KPI เช่น turnover rate, sick leave days

 

         Mental healthในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือปัจจัยหลักที่กำหนดคุณภาพชีวิตของพนักงานและความยั่งยืนขององค์กร หาก HR และผู้บริหารเริ่มลงมือวันนี้ องค์กรจะได้ผลลัพธ์ทั้งในด้าน performance และ people อย่าปล่อยให้ความเครียดและ burnout ทำลายทีมของคุณ มาร่วมสร้างองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพจิตพนักงานไป

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2022). Mental health in the workplace. WHO.

  • Deloitte. (2022). Women @ Work: A global outlook. Deloitte Insights.

  • กรมสุขภาพจิต. (2565). รายงานสุขภาพจิตคนทำงาน. กระทรวงสาธารณสุข

บทความที่น่าสนใจ

มารู้จัก EAP cr-SAKID

มารู้จักกับ EAP:โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน ให้คำแนะนำส่วนตัว

คุณรู้สึกเครียด กังวล หรือเหนื่อยล้ากับงานอยู่หรือเปล่า? คุณมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์หรือปัญหาส่วนตัวอื่นๆ อยู่หรือไม่? หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ EAP คือคำตอบของคุณ

EAP ย่อมาจาก Employee Assistance Program หรือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน เป็นโปรแกรมสวัสดิการที่บริษัทมอบให้พนักงาน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ปัญหาทางการเงิน หรือปัญหาอื่นๆ ในชีวิตส่วนตัว โดยให้บริการผ่านนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ

อ่านต่อ »
WFH-ในหน้าร้อนอย่างไร-สบายกายและกระเป๋า-Sakid

WFH ในหน้าร้อนอย่างไร สบายกายและกระเป๋า

สภาวะฝุ่นPM 2.5 ซึ่งเป็นสถานการณ์วิกฤติมลพิษทางอากาศที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) สูงถึง 372 ณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2566 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับอันตรายมีผลกระทบต่อสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่จึงกลายเป็นเมืองที่มีอากาศแย่อันดับหนึ่งของโลก จนผู้ว่าฯต้องออกประกาศขอความร่วมมือทุกหน่วยงาน Work from Home

อ่านต่อ »
Cover -HIIT-sakid

WORKSHOP ONLINE HIIT ทำน้อยได้มาก

กิจกรรม  “HIIT ทำน้อยได้มาก” ฉบับคนไม่มีเวลา

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “HIIT  ทำน้อยได้มาก”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดยผู้เข้าร่วม Workshop Online จะได้รู้เรื่องการใช้พลังงานของร่างกายส่วนต่างๆ และท่าออกกำลังกายที่ทำได้ โดยไม่ต้องใช้เวลาเยอะในการออกกำลังกาย

อ่านต่อ »
Cover-sakid-บางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics-SAKID

ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop

กิจกรรม  Workshop “ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop”

เมื่อวันที่ 27  มีนาคม  2568  SAKID  ได้จัดกิจกรรม “ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop” ที่สำนักงาน บริษัท ภิรัช โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องการจัดท่านั่งในการทำงานให้กับพนักงาน โดยอาการที่ส่งสัญญาณของออฟฟิศซินโดรมและวิธีในการป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในระยะยาว สาเหตุของการกระทำที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น ท่ากายบริหารที่สามารถทำได้ในที่ทำงานเพื่อคลายกกล้ามเนื้อ ประเมินการยศาสตร์รายบุคคลเพื่อปรับการนั่งทำงานให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
สมาร์ทวอทช์ ในการดูแลสุขภาพพนักงาน-SAKID

สมาร์ทวอทช์ ในการดูแลสุขภาพพนักงาน

ปัจจุบัน Smart Watch กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของพนักงานในองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ตวอทช์ (Smartwatch), สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ (Fitness Tracker), หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ช่วยติดตามสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ องค์กรชั้นนำเริ่มนำ สมาร์ตวอทช์ มาใช้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของพนักงาน ช่วยลดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
URL Copied!

รู้จัก เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ แยกเรื่องงาน ดูแลสุขภาพและชีวิต

เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ สำคัญสำหรับองค์กรเพราะเราอยู่ในยุคที่พนักงานต้องทำงานแข่งกับเวลาและเป้าหมายที่กดดัน ปัญหาความเครียดและภาวะหมดไฟ (Burnout) เกิดขึ้นบ่อยในหลายองค์กร การสร้าง เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ (Work life balance) จึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่เป็น กลยุทธ์สำคัญของ HR ที่จะช่วยเสริมสุขภาพองค์รวม (Wellbeing) และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ คืออะไร

เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ หมายถึง สมดุลระหว่างเวลาทำงานและชีวิตส่วนตัว ที่ช่วยให้พนักงานมีพลังทั้งกายและใจ ลดความตึงเครียด และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า

หลักการสำคัญของเวิร์คไลฟ์บาลานซ์

• เวลางานที่ชัดเจน ไม่รบกวนเวลาส่วนตัว

• การสนับสนุนด้านสุขภาพกายและใจ

• วัฒนธรรมการทำงานที่ยืดหยุ่น

ความแตกต่างระหว่าง Work life balance และ Wellbeing

• Work life balance: เน้นที่ เวลา และ การแบ่งแยกขอบเขตงาน-ชีวิต

• Wellbeing: ครอบคลุมสุขภาพองค์รวม ทั้งกาย ใจ อารมณ์ สังคม และการเงิน

ดังนั้น การทำงานที่มีสมดุลจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการสร้าง Wellbeing ให้องค์กรอีกด้วย

 

ผลกระทบของการขาดสมดุลต่อองค์กร

เมื่อพนักงานไม่สามารถรักษา สมดุลระหว่างงานกับชีวิต ได้ ผลเสียจะไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงทั้งทีมและองค์กร ดังนี้

 

1. ผลกระทบต่อพนักงาน (Individual Impact)

• ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress): พนักงานที่ทำงานหนักเกินไปจะมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง ส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และการตัดสินใจ

• สุขภาพร่างกายถดถอย: งานวิจัยของ WHO (2021) ระบุว่าการทำงานเกิน 55 ชั่วโมง/สัปดาห์ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดถึง 35%

• สุขภาพจิตเสื่อมลง: เกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และหมดไฟ (Burnout)

 

2. ผลกระทบต่อทีมงาน (Team Impact)

• ความร่วมมือและกำลังใจลดลง: พนักงานที่เหนื่อยล้ามักไม่พร้อมช่วยเหลือหรือสนับสนุนเพื่อนร่วมงาน

• คุณภาพงานตกต่ำ: เมื่อหนึ่งคนขาดสมดุล จะส่งผลต่อผลลัพธ์ของทีม เช่น งานล่าช้า การสื่อสารผิดพลาด

• บรรยากาศการทำงานตึงเครียด: ทีมงานที่ทำงานภายใต้ความกดดันสูงต่อเนื่อง อาจเกิดความขัดแย้งบ่อยขึ้น

 

3. ผลกระทบต่อองค์กร (Organizational Impact)

• อัตราการลาออกสูง (Turnover): รายงานของ Gallup พบว่า 76% ของพนักงานที่ลาออกให้เหตุผลว่าเกิดจากความเครียดและการขาด Work life balance

• Productivity ลดลง: พนักงานที่ทำงานเกินกำลังจะทำงานได้ช้าลงและผิดพลาดมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการแก้ไขปัญหาเพิ่ม

• ต้นทุนสุขภาพองค์กรสูงขึ้น: บริษัทต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลและชดเชยการลาป่วยเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐฯ บริษัทที่ไม่ลงทุนใน Wellness Program สูญเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขาดงานและ Productivity ที่หายไป

•ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย: ในยุคที่คนรุ่นใหม่เลือกงานจาก “คุณภาพชีวิต” มากกว่าเงินเดือนเพียงอย่างเดียว องค์กรที่ไม่ใส่ใจ Work life balance จะดึงดูดและรักษาคนเก่งได้ยาก

นักจิตวิทยาหลังแผ่นดินไหว-SAKID

วิธีสร้างสมดุลการทำงานและชีวิตในองค์กร

 

1. นโยบายเวลาทำงานยืดหยุ่น (Flexible Work Arrangement)

หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดคือการออกแบบเวลาทำงานที่ไม่ตายตัว ให้พนักงานเลือกได้ว่าจะทำงานที่ไหน เมื่อไร โดยยังคงส่งมอบผลงานได้ตามมาตรฐาน

 

ตัวอย่างรูปแบบ

• Flexible hours: กำหนดชั่วโมงการทำงานรวม แต่พนักงานเลือกเวลาเข้างาน–เลิกงานได้

• Hybrid work: สลับระหว่างเข้าออฟฟิศและทำงานจากบ้าน

• Compressed workweek: ทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ แต่ชั่วโมงต่อวันยาวขึ้น

 

ประโยชน์ต่อองค์กร

• ลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

• เพิ่ม Engagement เพราะพนักงานรู้สึกได้รับความไว้วางใจ

• ดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Work life balance

 

2. การสนับสนุนสุขภาพจิตและอารมณ์ (Mental Health & Emotional Support)

สุขภาพใจเป็นหัวใจของ Wellbeing หากละเลยอาจนำไปสู่ Burnout หรือการลาออกได้

 

แนวทางปฏิบัติ

• โปรแกรม EAP (Employee Assistance Program): ให้คำปรึกษาส่วนตัวกับนักจิตวิทยา

• กิจกรรม Mindfulness & Meditation: ฝึกสมาธิเพื่อลดความเครียด

• การอบรม Stress Management: สำหรับทั้งพนักงานและหัวหน้างาน

 

ตัวอย่างจริง
บางองค์กรในไทยเริ่มจัด “Mindfulness at Work Workshop” เดือนละ 1 ครั้ง ทำให้พนักงานรายงานระดับความเครียดลดลงกว่า 30% ภายใน 3 เดือน

 

3. สิ่งแวดล้อมการทำงานและสังคมในองค์กร (Workplace Environment & Social Connection)

บรรยากาศในที่ทำงานส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของทีม

 

สิ่งที่ HR ทำได้

• ออกแบบพื้นที่ทำงานที่เป็นมิตร: มีแสงธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อน หรือโซนเงียบ

• สร้าง Team Bonding Activities: เช่น กิจกรรมกลุ่มเล็กๆ หรือ CSR ร่วมกัน

• วัฒนธรรม Care & Respect: หัวหน้างานควรเคารพเวลาส่วนตัวพนักงาน

 

ผลลัพธ์
ทีมงานที่มี Social Connection แข็งแรง มักมี Engagement สูงขึ้น และลดการลาออก

 

4. โภชนาการและการออกกำลังกาย (Nutrition & Physical Activity)

สุขภาพกายที่แข็งแรงคือพื้นฐานของ Work life balance เพราะร่างกายที่อ่อนล้าไม่สามารถทำงานได้เต็มที่

แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้

• โรงอาหารสุขภาพ: มีเมนูที่ผ่านการออกแบบโดยนักกำหนดอาหาร

• Wellness Break: เวลาพักสั้น ๆ สำหรับการยืดเส้นสาย

• Corporate Fitness Program: จัดเวิร์คช็อปออกกำลังกาย เช่น โยคะ ยืดเหยียด ฟิตเนส

 

กรณีศึกษา
บริษัทข้ามชาติหลายแห่งมี “Healthy Canteen” และรายงานว่าอัตราการเจ็บป่วยลดลง 15–20% ภายในปีแรก

จะเห็นว่าทั้ง 4 หัวข้อนี้สามารถช่วยพนักงานด้านไหนบ้าง

• เวลา → ลดความเครียด

• สุขภาพใจ → เสริมความทนทาน

• สิ่งแวดล้อม–สังคม → เพิ่มแรงจูงใจ

• โภชนาการ–ออกกำลังกาย → สร้างพลังงาน

ทั้งหมดนี้คือการวางรากฐานของ Wellbeing Culture ที่ยั่งยืน

SAKID -ดูแลสุขภาพทั้ง4ด้าน

Checklist จัดกิจกรรมสร้างเวิร์คไลฟ์บาลานซ์

ประเมินสภาพแวดล้อม: วิเคราะห์ข้อมูลการลาป่วย การขาดงาน และ Feedback

✅กำหนดเป้าหมาย: ลด Burnout หรือเพิ่ม Engagement

✅ออกแบบนโยบาย: เวลาทำงานยืดหยุ่น, Wellness Program

        การสร้าง เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ (Work life balance) คือการจัดสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวของพนักงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนมีทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และพลังงานเชิงบวกในการทำงาน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงช่วยลดภาวะ Burnout และความเครียด แต่ยังทำให้บรรยากาศในทีมดีขึ้น การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2021). Mental health in the workplace. WHO.
  • Maslach, C., & Leiter, M. P. (2016). Burnout. Stress and Health, 32(2), 103–105.
  • Thai Ministry of Public Health. (2022). Workplace wellness and occupational health.
  • CDC. (2020). Workplace health model.
  •  

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail -วางงบจัดกิจกรรม

How to วางงบจัดกิจกรรม บริษัท องค์กร ให้คุ้มค่าและได้ผลลัพธ์สุดปัง

ในปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญการดูแลด้าน Well-being หรือสุขภาวะที่ดีของพนักงาน เพราะเล็งเห็นว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร ในการดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร หากพนักงานมีความสุขก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน และมีความผูกพันต่อองค์กร แต่ทราบหรือไม่ว่านอกจากนี้ยังสามารถขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องได้หลายมาตรฐาน ซึ่งทำให้มั่นใจว่ากิจกรรมด้าน Well-being ที่จัดให้พนักงานมีความครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และหากองค์กรได้รับรางวัลมาตรฐานเหล่านี้ ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กร สร้างภาพลักษณ์ต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงาน ลูกค้า และบุคคลภายนอกในการเป็นองค์ที่มีความใส่ใจพนักงาน

อ่านต่อ »
มารู้จัก EAP cr-SAKID

มารู้จักกับ EAP:โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน ให้คำแนะนำส่วนตัว

คุณรู้สึกเครียด กังวล หรือเหนื่อยล้ากับงานอยู่หรือเปล่า? คุณมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์หรือปัญหาส่วนตัวอื่นๆ อยู่หรือไม่? หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ EAP คือคำตอบของคุณ

EAP ย่อมาจาก Employee Assistance Program หรือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน เป็นโปรแกรมสวัสดิการที่บริษัทมอบให้พนักงาน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ปัญหาทางการเงิน หรือปัญหาอื่นๆ ในชีวิตส่วนตัว โดยให้บริการผ่านนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ

อ่านต่อ »

Workshop ยืด เหยียด ขยับ มาออกกำลังกายกัน #workshop3อ #ออกกำลังกาย

เริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องการออกกำลังกายอย่างไร ให้เกิดการเผาผลาญ , คลาสออกกำลังกายในที่ทำงาน โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬา และการขยับตัว ปรับท่านั่ง ท่าทางการเดิน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน ที่ทำให้เกิด office syndrome โดยนักกายภาพผู้ที่มีประสบการณ์

อ่านต่อ »
WFH-ในหน้าร้อนอย่างไร-สบายกายและกระเป๋า-Sakid

WFH ในหน้าร้อนอย่างไร สบายกายและกระเป๋า

สภาวะฝุ่นPM 2.5 ซึ่งเป็นสถานการณ์วิกฤติมลพิษทางอากาศที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) สูงถึง 372 ณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2566 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับอันตรายมีผลกระทบต่อสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่จึงกลายเป็นเมืองที่มีอากาศแย่อันดับหนึ่งของโลก จนผู้ว่าฯต้องออกประกาศขอความร่วมมือทุกหน่วยงาน Work from Home

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-55กับเงินใช้หลังเกษียณ

55 กับเงินใช้หลังเกษียณ สำหรับพนักงานบริษัท

        มีใครเคยดูซีรีส์ไทยเรื่องแรกที่เผยแพร่ทาง Disney+ Hotstar อย่าง 55:15 Never Too Late กำลังเข้มข้นเลยนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเพื่อนชาย-หญิง 5 คน ในวัย 55 ปี ที่ถูกย้อนเวลาไปเติมเต็มความฝันในวัย 15 ปี สำหรับการวางแผนการเงินนั้น อายุ 55 ปี ก็ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นวัยที่หลายคนวาดฝันว่าจะเกษียณจากการทำงาน โดยจะมีสิทธิได้รับเงินจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อใช้หลังเกษียณ ซึ่งหากปฏิบัติถูกเงื่อนไข ก็จะได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย ตามผมไปดูกันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง…

อ่านต่อ »
จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

การจัด กิจกรรม outing ไม่ใช่แค่พาพนักงานไปเที่ยวพักผ่อน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความผูกพันกับองค์กร เพิ่มความสามัคคี และเสริมสุขภาพกาย-ใจของพนักงาน งานวิจัยของ Gallup (2022) ชี้ว่า พนักงานที่มี engagement สูง จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากถึง 21% และมีอัตราการลาออกน้อยลงเกือบครึ่งหนึ่ง

อ่านต่อ »
URL Copied!

รีวิว จัด กิจกรรมบริษัท ให้พนักงานสุขภาพดีได้ด้วย SAKID

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรงขึ้น “พนักงาน” ไม่ได้เป็นเพียงแรงงาน แต่คือ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร การดูแลสุขภาพกายและใจของพนักงานจึงเป็นภารกิจสำคัญของฝ่าย HRD/HR

 

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

ทำไม “กิจกรรมบริษัท” ถึงสำคัญต่อองค์กรยุคใหม่

 

• ลดความเครียดและ Burnout: ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ระบุว่าพนักงานไทยกว่า 30% เผชิญความเครียดสูงจนกระทบการทำงาน หากไม่มีมาตรการป้องกัน อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรัง

• เพิ่มความผูกพันองค์กร (Engagement): งานวิจัยจาก Gallup พบว่า พนักงานที่มี Engagement สูงสามารถสร้าง Productivity มากกว่าพนักงานทั่วไปถึง 21%

• สร้าง Employer Branding: องค์กรที่จัดกิจกรรมดูแลสุขภาพพนักงานสม่ำเสมอ จะถูกมองว่าใส่ใจบุคลากร ทำให้ง่ายต่อการดึงดูดและรักษาคนเก่ง

 

เรียกได้ว่า กิจกรรมองค์กรที่ดี = การลงทุนระยะยาวของบริษัท

ประเภทกิจกรรมพนักงานบริษัทที่ช่วยเสริมสุขภาพ

กิจกรรมด้านโภชนาการ

• Healthy Canteen: โรงอาหารสุขภาพที่มีเมนูโภชนาการครบถ้วน ลดหวาน มัน เค็ม

• Workshop ทำอาหารสุขภาพ: เชิญนักกำหนดอาหารมาสอนวิธีปรุงเมนูง่าย ๆ ที่พนักงานนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

 

กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย

• Office Exercise: การยืดเส้นยืดสาย 5–10 นาทีระหว่างวัน

• Corporate Fitness Challenge: แข่งขันนับก้าว เดิน-วิ่งสะสม หรือปั่นจักรยาน เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหว

 

กิจกรรมด้านจิตใจและอารมณ์

• Mindfulness Workshop: ฝึกสติและสมาธิเพื่อลดความเครียด

• Stress Management Program: โปรแกรมจัดการความเครียด เช่น Yoga, Breathing Exercise

 

กิจกรรมด้านสังคมและทีมเวิร์ก

• Team Building Camp: กิจกรรมกลางแจ้งเพื่อสร้างความสามัคคี

• Volunteer Day: กิจกรรมอาสาสมัคร เช่น ปลูกป่า เก็บขยะ สร้างคุณค่าและความภูมิใจร่วมกัน

SAKID ช่วยให้กิจกรรมบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร

แอปพลิเคชัน SAKID ได้รับการออกแบบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา (นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, นักจิตวิทยา) เพื่อช่วยองค์กร จัดกิจกรรมบริษัทด้านสุขภาพอย่างครบวงจร

 

• Health Mission: ภารกิจสุขภาพรายบุคคลกว่า 1,000 รายการ

• Health Challenge: แข่งขันกันในทีม เช่น นับก้าว, ดื่มน้ำ, ออกกำลังกาย → ทำให้กิจกรรมสนุก

• Mood Tracking: บันทึกอารมณ์และความสุขของพนักงาน ช่วยติดตามสุขภาพจิต

• HR Dashboard: วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเชิงลึก → ผู้บริหารเห็นผลชัด วัด ROI ได้

ภาพกิจกรรม-Lbeauty-SAKID

Checklist จัดกิจกรรมองค์กร

✅ประเมินสุขภาพพนักงาน: ใช้ข้อมูลจากแบบสอบถาม, การตรวจสุขภาพ, หรือแอป SAKID

✅ตั้งเป้าหมายกิจกรรม: เช่น ลดอัตราการลาป่วย, เสริมทีมเวิร์ก, หรือพัฒนาสุขภาพจิต

✅เลือกกิจกรรมที่เหมาะสม: ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรและงบประมาณ

✅กำหนด KPI และวิธีวัดผล: เช่น อัตราการเข้าร่วม, คะแนนความพึงพอใจ, ผลตรวจสุขภาพ

✅ใช้เทคโนโลยี HR เช่น SAKID: เพื่อเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และรายงานต่อผู้บริหาร

หัวข้อวิธีการทั่วไปบริการ SAKID
การออกแบบกิจกรรมขึ้นอยู่กับ HR แต่ละคน → ขาดมาตรฐานHealth Mission และ Challenge สำเร็จรูปกว่า 1,000 รายการ
การเข้าร่วมของพนักงานมักมีผู้เข้าร่วมจำกัด เพราะขาดแรงจูงใจGamification กระตุ้นการแข่งขันและความสนุก
การติดตามผลสุขภาพใช้แบบสอบถามกระดาษหรือข้อมูลสุขภาพทั่วไปDashboard แบบเรียลไทม์ → วัดผลสุขภาพกายใจอย่างละเอียด
ภาระงานของ HRต้องวางแผนเองทั้งหมด → ใช้เวลามากระบบอัตโนมัติ ช่วยออกแบบและวิเคราะห์ → ลดงาน HR
ความยั่งยืนของกิจกรรมจัดเฉพาะกิจ บางครั้งไม่ต่อเนื่องออกแบบเป็น แคมเปญระยะยาว วัดผลซ้ำได้ต่อเนื่อง
ต้นทุนเวลาและทรัพยากรสูง เพราะต้องจ้าง Trainer/Consultant บ่อยครั้งคุ้มค่า ใช้ แพลตฟอร์มเดียว ดูแลครบวงจร

“กิจกรรมบริษัท” คือหัวใจในการดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นกาย ใจ และความสัมพันธ์ในทีม เมื่อพนักงานได้รับกิจกรรมที่สร้างสุขภาพและความสุข พวกเขาจะรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจและเห็นคุณค่าในตัวตน

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • กรมสุขภาพจิต. (2565). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตคนทำงานไทย.

  • Gallup. (2021). State of the Global Workplace Report. Gallup Press.

  • World Health Organization. (2020). Workplace health promotion. Retrieved from https://www.who.int/

  • International Labour Organization. (2021). Mental health in the workplace.

บทความที่น่าสนใจ

แนะนำ สวัสดิการอาหารพนักงาน สำหรับองค์กรที่มีโรงอาหาร

ในหลายองค์กร โรงอาหาร (Canteen) คือหนึ่งในสวัสดิการหลักที่พนักงานใช้ทุกวัน แต่คำว่า สวัสดิการอาหารพนักงาน ไม่ได้หมายถึงแค่การมีข้าวแกงราคาถูกหรืออาหารกลางวันฟรีเท่านั้น หากมองลึกไปกว่านั้น ยังมีรูปแบบสวัสดิการอาหารอื่นๆอีกซึ่งเราจะมาดูกันในบทความนี้ว่า สวัสดิการอาหารแบบไหนจะช่วยให้พนักงานได้สุขภาพกันมากขึ้น

อ่านต่อ »
สุขภาพจิต พนักงาน

สุขภาพจิตพนักงาน ปัญหาซ่อนเร้นที่ต้องระวัง

เข้าใจปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดในที่ทำงาน บริษัทหรือ HR จะมีมาตรการจัดการปัญหาอย่างไร อ่านคำแนะนำและแนวทางส่งเสริมสุขภาพจิต ที่นี่

อ่านต่อ »
Cover Stress and work life balance-SAKID

Workshop Stress and work life balance

วันที่ 25 มิถุนายน 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรมWorkshop stress and work life balance ที่บริษัท ภิรัชออฟฟิศ แอท เอ็มควอเทียร์ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูคุยและให้ความรู้ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ เคล็ดลับการจัดการความเครียดและการสื่อสารต่อเพื่อนร่วมงานและพัฒนาทักษะการสื่อสารเพื่อปฏิสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นกับลูกค้า เทคนิคการจัดการความเครียดเรื่องการจัดการภาระงาน

อ่านต่อ »
หนังสือจิตวิทยา ปลุกพลัง-SAKID

5 หนังสือจิตวิทยา ปลุกพลังความก้าวหน้าในอาชีพ ที่ต้องมีติดโต๊ะทำงาน

หากคุณเป็นพนักงานออฟฟิศหรือผู้ที่ทำงานในองค์กร ที่รู้สึกติดอยู่ในวังวนเดิม ๆ ไม่มีความก้าวหน้าหรือความสุขในการทำงาน และต้องการหาแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตนเองให้ทำงานได้อย่างมีความสุขและประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้มีหนังสือจิตวิทยาดีๆ  5 เล่มจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยปลุกพลังและเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานของคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ หนังสือเหล่านี้จะช่วยให้คุณค้นพบตัวเอง ปลดล็อกความคิด และปรับมุมมองใหม่ในการทำงานและการใช้ชีวิต

อ่านต่อ »
Sakid-mea-มีนบุรี-Cover

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
Cover-Pmat-2023-Sakid

HR tech Thailand 2023

กิจกรรมออกบูธ HR tech Thailand 2023

วันที่ 14-15 มิถุนายน 25656 SAKID  ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพลิเคชั่น “สะกิด” ในงาน HR Tech เพื่อแนะนำให้รู้จักกับแอพว่าใช้ออกแบบกิจกรรมสุขภาพอย่างไร และเปิดให้ทดลองใช้ ฟรี 7 วัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับองค์กรที่ถ่ายรูปคู่น้องสะกิดลุ้นรับ Workshop นักกำหนดอาหารฟรี 1ชม. ได้ทั้งความรู้สุขภาพและภารกิจสุขภาพดีสนุก ๆ จาก สะกิดกันได้เลย

อ่านต่อ »
URL Copied!

รีวิว ไอเดียจัด team building Online ที่ได้สุขภาพและกิจกรรมร่วมกัน

       การจัดกิจกรรม team building ในยุคที่การทำงานผสมผสานระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ (Hybrid Work) ได้กลายเป็นเรื่องปกติ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและดูแลสุขภาพไปพร้อมกันถือเป็นโจทย์ท้าทายของ HR และผู้บริหาร การจัด team building ออนไลน์ จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างทั้ง ความผูกพัน (Engagement) และ สุขภาวะที่ดี (Well-being) ให้กับคนทำงาน

 

       อย่างไรก็ตาม กิจกรรมteam buildingที่ซ้ำซากอาจทำให้พนักงานรู้สึกเบื่อ ไม่อิน และไม่เกิดประโยชน์ต่อองค์กร บทความนี้จึงขอแชร์ ไอเดียteam buildingออนไลน์ที่ทั้งสนุก ได้สุขภาพ และสร้างทีมที่แข็งแรง

Team building ออนไลน์คืออะไร และสำคัญต่อองค์กรอย่างไร

 

team building ออนไลน์ คือ กิจกรรมที่ออกแบบให้พนักงานสามารถเข้าร่วมผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น Zoom, MS Teams หรือ Google Meet โดยมีเป้าหมายเพื่อ

• เสริมสร้างความสัมพันธ์ของทีมงาน

• พัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน

• ลดความเครียดและเสริมสุขภาพกาย–ใจ

• สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีแม้จะทำงานทางไกล

 

📌 การจัด team building ออนไลน์ไม่ใช่แค่การเล่นเกม แต่ควรเชื่อมโยงกับ Employee Engagement และ Workplace Wellness Program เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

 

5 ไอเดีย team building ออนไลน์ เพื่อสุขภาพและทีมที่แข็งแรง

 

1. กิจกรรมออกกำลังกายออนไลน์แบบกลุ่ม

• จัด “Zoom Yoga” หรือ “Office Stretch” 15 นาทีหลังเลิกประชุม

• ใช้ผู้เชี่ยวชาญนักวิทยาศาสตร์การกีฬา นำกิจกรรม เพื่อให้ทุกคนสามารถออกกำลังกายได้อย่างถูกวิธี

• เหมาะสำหรับองค์กรที่อยากลดอาการ Office Syndrome และกระตุ้นพลังงานทีม

💡 Tip: เริ่มจากง่าย ๆ เช่น “ยืดเส้นสาย 5 ท่า” ให้ทุกคนเปิดกล้องทำพร้อมกัน จะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกได้ทันที

  • ข้อดี: ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน ทุกคนทำได้พร้อมกัน ได้ผลทันทีในการลดอาการเมื่อยล้าและเพิ่มพลังงาน

  • ข้อจำกัด: ถ้าไม่มีผู้เชี่ยวชาญนำ อาจทำท่าผิดจนเกิดการบาดเจ็บ และกิจกรรมอาจซ้ำซากจนพนักงานเบื่อ

  • เหมาะกับ: องค์กรที่อยากเริ่มต้นดูแลสุขภาพกายแบบง่าย ๆ ใช้เวลาสั้น

 

2. Workshop ทำอาหารสุขภาพ

• จัด Virtual Cooking Class โดยให้นักกำหนดอาหาร (Dietitian) มาสอนเมนูสุขภาพที่ทำง่าย เช่น สลัดธัญพืช, น้ำผักผลไม้

• พนักงานแต่ละคนทำพร้อมกันที่บ้าน แล้วแชร์ภาพผลงาน

• ได้ทั้งความสนุก การเรียนรู้โภชนาการ และการสร้างความสัมพันธ์

  • ข้อดี: สร้างทั้งความสนุกและการเรียนรู้ด้านโภชนาการ พนักงานมีผลงานให้แชร์ เกิด bonding ที่ดี

  • ข้อจำกัด: ต้องมีการเตรียมวัตถุดิบล่วงหน้า และใช้เวลาในการจัดกิจกรรมมากกว่าการออกกำลังกาย

  • เหมาะกับ: องค์กรที่อยากให้กิจกรรมกลายเป็น “ประสบการณ์ร่วม” ของพนักงาน และต้องการผลลัพธ์ทั้งสุขภาพและความสัมพันธ์

 

3. เกมละลายพฤติกรรมเสริมสุขภาพจิต

• Virtual Ice-breaking เช่น เกม Quiz สุขภาพ, Bingo ไลฟ์สไตล์สุขภาพดี

• Sharing Circle ให้แต่ละคนเล่า “Healthy Habit” ที่ตัวเองทำ

• เสริมสุขภาพจิต ลดความตึงเครียด และเปิดโอกาสให้พนักงาน introvert ได้มีส่วนร่วม

  • ข้อดี: ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก สร้างบรรยากาศสนุกและช่วยให้พนักงานเปิดใจ

  • ข้อจำกัด: ถ้าออกแบบไม่ดีอาจกลายเป็นเกมที่ “เด็กเกินไป” และไม่เชื่อมโยงกับเป้าหมายสุขภาพหรือ Wellness ขององค์กร

  • เหมาะกับ: องค์กรที่อยากใช้กิจกรรมเบา ๆ เพื่อกระตุ้นพลังงานก่อนประชุมใหญ่ หรือใช้เป็น Ice-breaking

 

4. Step Challenge: แข่งเดินสะสมก้าว SAKID 

• ใช้ Smartwatch หรือแอปพลิเคชันบันทึกก้าว

• แข่งแบบทีม: รวมก้าวของทุกคนแล้วดูว่าแผนกไหนเดินมากที่สุด

• สร้างบรรยากาศแข่งขันเชิงบวก ได้สุขภาพ + ความสนุก

💡 ตัวอย่าง: บริษัทหนึ่งทำ Step Challenge 30 วัน พบว่าพนักงานกว่า 70% ออกกำลังกายต่อเนื่องจนเป็นนิสัย

  • ข้อดี: สร้างพฤติกรรมสุขภาพเชิงต่อเนื่องเพราะใช้เวลาหลายวัน กระตุ้นการแข่งขันเชิงบวกทั้งรายบุคคลและทีม

  • ข้อจำกัด: ต้องใช้อุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันติดตามก้าว ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกยุ่งยากในการเข้าร่วม

  • เหมาะกับ: องค์กรขนาดกลาง–ใหญ่ ที่ต้องการกิจกรรม Wellness เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวันจริง

 

ภาพกิจกรรม-Lbeauty-SAKID

 

5. Virtual Mindfulness & Relaxation

• จัด Workshop “10 นาทีแห่งความสงบ” นำโดยนักจิตวิทยา

• ใช้เทคนิค Mindfulness, Meditation, Breathwork

• เหมาะสำหรับองค์กรที่เจอความเครียดสูง และต้องการลด Burnout

  • ข้อดี: ลดความเครียดได้อย่างตรงจุด เหมาะกับพนักงานที่ทำงานหนักหรืองานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สูง

  • ข้อจำกัด: บางคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับการทำสมาธิหรือฝึกหายใจ อาจต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยามานำ

  • เหมาะกับ: องค์กรที่ต้องการเสริมสุขภาพใจ ลด Burnout และสร้างสมดุลชีวิตการทำงาน

Checklist ในการจัด team building ออนไลน์

ก่อนจัดกิจกรรม ลองเช็กสิ่งเหล่านี้

✅ กำหนด ป้าหมายกิจกรรม เสริมสุขภาพกาย, สุขภาพจิต หรือความสัมพันธ์

✅ จำกัดเวลาไม่เกิน 45–60 นาที เพื่อรักษาการมีส่วนร่วม

✅ เลือกแพลตฟอร์มที่พนักงานคุ้นเคย เช่น Zoom, MS Teams

✅ ผู้เชี่ยวชาญ ดูแล เช่น นักกำหนดอาหาร,นักกายภาพ,นักจิตวิทยา

✅ ออกแบบกิจกรรมให้ ทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะ introvert หรือ extrovert

✅ ประเมินผลหลังจบกิจกรรม เช่น Survey ความสุข, Engagement Score

คำแนะนำในการเลือกWorkshop

  • ถ้าอยากได้ กิจกรรมง่าย ๆ ทำทันที → เลือกออกกำลังกายออนไลน์หรือเกมละลายพฤติกรรม

  • ถ้าอยากได้ กิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ร่วม → เลือก Workshop ทำอาหารสุขภาพ

  • ถ้าอยากได้ กิจกรรมต่อเนื่องที่สร้างนิสัยสุขภาพ → เลือก Step Challenge

  • ถ้าอยากได้ กิจกรรมเพื่อสุขภาพจิต → เลือก Virtual Mindfulness

team building ออนไลน์ที่ดี = สนุก + ได้สุขภาพ + เสริมความสัมพันธ์องค์กร

ไม่ควรมองว่าเป็นเพียง “กิจกรรมสันทนาการ” แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Wellness Program ที่ช่วยลดอัตราลาออก เพิ่ม Engagement และทำให้องค์กรยั่งยืน

        หากคุณกำลังมองหา Workshop ออนไลน์ที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญทั้ง โภชนาการ, การออกกำลังกาย และจิตวิทยากับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

บทความที่น่าสนใจ

Cover-Burn-out-sakid

WORKSHOP BURN OUT

กิจกรรม “ภาวะหมดไฟ กับสิ่งต่างๆ”

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Burn Out”  ให้กับธนาคาร UOB โดยนักจิตวิทยา ผู้เข้าฟังจะได้ทำการสำรวจตัวเองว่าอาการนี้เรียกว่า หมดไฟ หรือเปล่า และสามารถจัดการกับความรู้สึกได้อย่างไร การจัดการความเครียดจากการทำงานเพื่อไม่ให้กระทบกับสุขภาพใจ

อ่านต่อ »

รีวิว 3 ไอเดียจัด เวิร์คช็อปบริษัท ให้ได้ความรู้

ในยุคที่องค์กรต้องการมากกว่า “การอบรมเชิงทฤษฎี” การจัด เวิร์คช็อปบริษัท จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ HRD และผู้บริหารนิยม เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาความรู้แล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วม กระตุ้นให้พนักงานได้ลงมือทำจริง และเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม

อ่านต่อ »
our workshop success-Fatty Model-SAKID

แข่งขันลดน้ำหนักด้วย SAKID กับโครงการ MEA Fatty Model

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม MEA Fatty Model ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ตลอดระยะเวลา เม.ย. – ส.ค. 67 โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือดัชนีมวลกาย ≥25 kg/m2 มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกิน จนทำให้การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก มวลไขมัน และไขมันในช่องท้องลดลง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »

สุขภาวะองค์กร คืออะไร ช่วยบริษัทได้อย่าไงไร

สุขภาวะองค์กร (Organizational Wellbeing) หมายถึง การที่องค์กรมีระบบและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อสุขภาพของพนักงาน ทั้งทางกาย ใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมการทำงาน โดยมุ่งให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านต่อ »
แพคเกจตรวจสุขภาพ

“แพคเกจตรวจสุขภาพ” เลือกอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด

ขอแนะนำวิธีเลือกแพคเกจตรวจสุขภาพที่เหมาะกับแต่ละคน เพราะหนึ่งในการดูแลร่างกายที่คนมักหลงลืมคือการตรวจสุขภาพประจำปี แนะนำวิธีการเลือก และแพคเกจพนักงาน

อ่านต่อ »

Snack Bar จัดอย่างไรให้พนักงานสุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »
URL Copied!

จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

การจัด กิจกรรม outing ไม่ใช่แค่พาพนักงานไปเที่ยวพักผ่อน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความผูกพันกับองค์กร เพิ่มความสามัคคี และเสริมสุขภาพกาย-ใจของพนักงาน งานวิจัยของ Gallup (2022) ชี้ว่า พนักงานที่มี engagement สูง จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากถึง 21% และมีอัตราการลาออกน้อยลงเกือบครึ่งหนึ่ง

 

ดังนั้น การเลือกกิจกรรมที่ “สนุก + ได้ประโยชน์ + สร้างสุขภาพ” จะทำให้องค์กรคุ้มค่ากับการลงทุน และพนักงานรู้สึกมีความหมายกับงานมากขึ้น

ไอเดีย กิจกรรม outing ที่ตอบโจทย์ HR

 

1. Outing บริษัทแบบท่องเที่ยวผสมกิจกรรมสร้างทีม

• กิจกรรม Walk Rally หรือ Team Building Game เช่น เกมหาสมบัติ เกมสร้างสะพาน

• แข่งทำอาหารเมนูสุขภาพร่วมกัน

• เดินป่าศึกษาธรรมชาติ พร้อมเวิร์กช็อปเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

➡️ เหมาะสำหรับองค์กรที่อยากได้ทั้ง “ความสนุก” และ “การพัฒนาทักษะ teamwork”

 

2. Outing สุขภาพดี (ออกกำลังกาย/กิจกรรมสุขภาวะ)

การจัด Outing สุขภาพดี นอกจากจะสนุกแล้ว ยังเป็นการลงทุนด้านสุขภาพ เช่น

• วิ่งมินิมาราธอน หรือเดิน-วิ่งการกุศล

• โยคะ/Stretching ร่วมกันตอนเช้า

• เวิร์กช็อปทำอาหารคลีนจากนักกำหนดอาหาร

• Bootcamp แบบเบา ๆ ที่ HR ร่วมเล่นกับพนักงาน 

➡️ลองใช้กับโปรแกรม Workplace Wellness Program ที่ช่วยให้องค์กรออกแบบกิจกรรมสุขภาพได้ครบทั้งกายและใจ

 

3. กิจกรรมสันทนาการพนักงาน (Games & Workshop)

ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล Outing ในออฟฟิศหรือพื้นที่ใกล้ ๆ ก็ทำได้ เช่น

• เกมละลายพฤติกรรม สร้างเสียงหัวเราะ

• Workshop ศิลปะ ดนตรี หรือทำของที่ระลึก

• กิจกรรมละครเวทีสั้น ๆ ที่พนักงานร่วมเขียนบทและแสดงเอง

➡️จุดเด่น: ใช้งบไม่สูง แต่สร้างพลังบวกในทีมได้อย่างมาก

 

4. Outing CSR (ทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน)

องค์กรยุคใหม่หันมาทำ Outing ที่ผูกกับ CSR เช่น

• ปลูกป่าชายเลน หรือเก็บขยะชายหาด

• ทำอาหารเลี้ยงเด็กในมูลนิธิ

• บริจาคโลหิตหมู่บริษัท

• กิจกรรมสร้างสนามเด็กเล่น/ห้องสมุดให้โรงเรียนชนบท

➡️ข้อดีคือพนักงานได้ทั้งความภูมิใจและความผูกพันกับองค์กรในเวลาเดียวกัน

ประโยชน์ของ Outing ต่อพนักงานและองค์กร

1.สร้างความสัมพันธ์ในทีม (Team Bonding) ช่วยให้เพื่อนร่วมงานจากแผนกต่าง ๆ ได้รู้จักกันมากขึ้น

2.ลดความเครียดและ Burnout  การได้ทำกิจกรรมสันทนาการช่วยให้พนักงานผ่อนคลาย

3.ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ  ถ้ากิจกรรมมีการเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมเวิร์กช็อปสุขภาพ

4.เพิ่ม Employee Engagement พนักงานรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจ ไม่ได้มองแค่ผลลัพธ์งาน

5.สร้าง Employer Branding การจัด outing ที่ดีสามารถเป็นจุดขายในการดึงดูดคนเก่ง ๆ เข้ามาร่วมงาน

คำแนะนำ สำหรับ HR ก่อนจัด Outing

1.กำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน  เพื่อความสนุก? เพื่อสุขภาพ? เพื่อ CSR?

2.วิเคราะห์งบประมาณ  กำหนดกรอบชัดว่าจะลงทุนเท่าไร

3.สำรวจความสนใจของพนักงาน  อาจใช้แบบสอบถามสั้น ๆ

4.เลือกสถานที่และกิจกรรมที่ปลอดภัย  โดยเฉพาะถ้ามีพนักงานหลากหลายช่วงอายุ

5.วางแผนการเดินทางและประกันภัย – เพื่อความอุ่นใจของทุกฝ่าย

6.มี After Action Review – ให้พนักงาน feedback เพื่อนำไปพัฒนาครั้งถัดไป

      กิจกรรม outing ไม่ใช่แค่การไปเที่ยว แต่เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างสุขภาพ ความสัมพันธ์ และ engagement ของพนักงาน การเลือกกิจกรรมที่เหมาะสม จะทำให้องค์กรได้ทั้ง “ทีมงานที่แข็งแรง” และ “พนักงานที่มีความสุข”

         บริษัทไหนที่กำลังมองหา Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Gallup. (2022). State of the Global Workplace Report. Gallup.

  • World Health Organization. (2020). Mental health in the workplace. WHO.

  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แนวทางการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ.

  • SAKID. (2023). Workplace Wellness Program.

  • SAKID. (2023). Well Being คืออะไร.

บทความที่น่าสนใจ

สวัสดิการพนักงาน สายเฮลตี้ พนักงานสุขภาพดีมีอะไรบ้าง

ในยุคที่ “สุขภาพ” กลายเป็นหัวใจของชีวิตการทำงาน การให้ สวัสดิการพนักงาน (Employee Benefits) ที่ตอบโจทย์เพียงแค่เงินเดือนหรือโบนัสอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรยุคใหม่จึงเริ่มหันมาพัฒนา “สวัสดิการสายเฮลตี้ (Healthy Employee Benefits)” เพื่อดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของพนักงานอย่างรอบด้าน สวัสดิการลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียง “ของแถม” แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ที่มีพนักงานสุขภาพดี มีแรงบันดาลใจ

อ่านต่อ »
จัดโต๊ะทำงาน

“จัดโต๊ะทำงาน” สร้างสุขในการทำงานง่ายๆ ด้วยความเป็นระเบียบ

เคยไหม? ก่อนเริ่มทำงาน ต้องจัดโต๊ะ จัดห้องให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นจะรู้สึกหงุดหงิด ไม่มีสมาธิทำงาน ไขประโยชน์ของการจัดโต๊ะทำงาน พร้อมเทคนิคจัดโต๊ะ เคลียร์สมอง!

อ่านต่อ »

แนะนำ สวัสดิการอาหารพนักงาน สำหรับองค์กรที่มีโรงอาหาร

ในหลายองค์กร โรงอาหาร (Canteen) คือหนึ่งในสวัสดิการหลักที่พนักงานใช้ทุกวัน แต่คำว่า สวัสดิการอาหารพนักงาน ไม่ได้หมายถึงแค่การมีข้าวแกงราคาถูกหรืออาหารกลางวันฟรีเท่านั้น หากมองลึกไปกว่านั้น ยังมีรูปแบบสวัสดิการอาหารอื่นๆอีกซึ่งเราจะมาดูกันในบทความนี้ว่า สวัสดิการอาหารแบบไหนจะช่วยให้พนักงานได้สุขภาพกันมากขึ้น

อ่านต่อ »

Self-care เป็น Soft Skill ที่พนักงานยุคใหม่ต้องมี

ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Soft Skill ไม่ได้หมายถึงแค่ “ทักษะทางสังคม” อีกต่อไป แต่คือ ความสามารถในการเข้าใจและจัดการตนเอง เพื่อทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจาก Hard Skill ที่เป็นความรู้เฉพาะทาง Soft Skill คือ “ทักษะด้านมนุษย์” เช่น ความยืดหยุ่น การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ และการปรับตัว ซึ่งจากรายงานของ World Economic Forum 2024 ระบุว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกมองว่า Soft Skill คือปัจจัยสำคัญที่สุดของการจ้างงานในอนาคต

อ่านต่อ »

Snack Bar จัดอย่างไรให้พนักงานสุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -team

12 กิจกรรม สร้างทีมเวิร์คที่ออฟฟิศ

คุณเคยรู้สึกว่าบรรยากาศในที่ทำงานห่างเหิน ขาดพลังของการร่วมมือร่วมใจกันหรือไม่? ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูง การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จขององค์กร กิจกรรม Team Building คือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้วางใจ ความร่วมมือ และการทำงานเป็นทีมอย่างราบรื่น

อ่านต่อ »
URL Copied!

รีวิว 3 ไอเดียจัด เวิร์คช็อปบริษัท ให้ได้ความรู้

การอบรมในที่ทำงานยุคใหม่ไม่ควรมีแค่การนั่งฟังบรรยาย เราอยู่ในยุคที่องค์กรต้องการมากกว่า “การอบรมเชิงทฤษฎี” การจัด เวิร์คช็อปบริษัท จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ HRD และผู้บริหารนิยม เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาความรู้แล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วม กระตุ้นให้พนักงานได้ลงมือทำจริง และเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม

ไอเดียที่ 1: Workshop อาหาร – กินอย่างไรให้สุขภาพดี

เวิร์คช็อปนี้เน้นการเรียนรู้และลงมือทำจริง เพื่อให้พนักงานเข้าใจการเลือกอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมกับวัยทำงาน

 

• Cooking Class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ: พนักงานได้ลงมือทำอาหารง่าย ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

• Healthy Canteen: แปลงโรงอาหารบริษัทให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสุขภาพ ด้วยเมนูที่ผ่านการดูแลโดยนักกำหนดอาหาร

Health Talk: พูดคุยกับนักกำหนดอาหารเรื่องโภชนาการ การกินอย่างไรป้องกันโรคและเลือกกินอย่างไรให้แฮปปี้โดยที่ไม่อด เทรนด์อาหารต่างๆ

 

ประโยชน์: ช่วยให้พนักงานเข้าใจโภชนาการ ลดการพึ่งพาอาหารฟาสต์ฟู้ด และสร้างบรรยากาศการกินที่ดีร่วมกัน

ไอเดียที่ 2: Workshop ออกกำลังกาย – เพิ่มพลัง ลดออฟฟิศซินโดรม

พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ต้องนั่งทำงานนาน ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและออฟฟิศซินโดรมได้ง่าย การจัดเวิร์คช็อปออกกำลังกายช่วยป้องกันและฟื้นฟู 

 

• Zumba Class หลังเลิกงาน: สนุกกับการเต้นที่ช่วยเผาผลาญพลังงานและคลายความเครียด

• Yoga Class: เสริมความยืดหยุ่นของร่างกาย ฝึกการหายใจ และช่วยให้จิตใจสงบ ลดความเครียด

• Ergonomics Workshop: ประเมินและปรับท่าทางการทำงานให้เหมาะสม ลดอาการปวดหลังและไหล่

 

ประโยชน์: เพิ่มพลังงานให้พนักงาน มีสุขภาพกายแข็งแรง รักษาสมดุลน้ำหนักตัว เผาพลังงานเหงื่ออกช่วยลดความเครียด  และเสริมความสัมพันธ์ในทีมผ่านกิจกรรมที่ทำร่วมกัน 

ไอเดียที่ 3: Workshop สุขภาพใจ – รับมือ Burnout และความเครียด

สุขภาพใจคือสิ่งที่องค์กรไม่ควรมองข้าม เพราะความเครียดส่งผลต่อประสิทธิภาพและการลาออกของพนักงาน เวิร์คช็อปสุขภาพใจที่น่าสนใจ 

 

• Burnout Management Workshop: เทคนิคป้องกันและจัดการภาวะหมดไฟ

• Mindfulness Workshop: ฝึกสมาธิและการมีสติในชีวิตประจำวัน เพื่อลดความเครียด

 

ประโยชน์: พนักงานเข้าใจตัวเองมากขึ้น รู้จักวิธีผ่อนคลาย และสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว

Checklist ก่อนจัดเวิร์คช็อปบริษัท

✅ กำหนดเป้าหมายของเวิร์คช็อป (สุขภาพ, ทักษะ, ทีมเวิร์ค)

✅ เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร

✅ หาผู้เชี่ยวชาญหรือวิทยากรที่น่าเชื่อถือ

✅ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกและผ่อนคลาย

✅ วัดผลหลังจบกิจกรรม เพื่อประเมินผลลัพธ์

รีวิวและเปรียบเทียบเวิร์คช็อปเลือกอันไหนดี  

ก่อนที่องค์กรจะเลือกเวิร์คช็อป ควรมีการทบทวนและเปรียบเทียบตัวเลือกต่าง ๆ เพื่อให้ได้กิจกรรมที่ตอบโจทย์จริง โดยอาจพิจารณาใน 3 มิติหลัก ได้แก่

 

• Workshop อาหาร: เหมาะสำหรับองค์กรที่อยากสร้างวัฒนธรรมการกินที่ดี ให้พนักงานดูแลสุขภาพตั้งแต่การเลือกอาหาร

• Workshop ออกกำลังกาย: เหมาะกับการป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและสร้างพลังงานใหม่ให้ทีมงาน

• Workshop สุขภาพใจ: เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดความเครียด ป้องกันภาวะ Burnout และเสริมสมดุลชีวิตการทำงาน

 

เคล็ดลับสำหรับ HR: ก่อนตัดสินใจ ควรประเมินพนักงานและความสนใจก่อน หรือมีเหตุที่สำคัญในการส่งเสริมสุขภาพด้านต่างๆ เพื่อประเมินผลลัพธ์จริง 

       การจัด เวิร์คช็อปบริษัท ไม่ใช่แค่กิจกรรมเสริม แต่เป็นการสร้างโอกาสให้พนักงานได้ดูแลทั้งสุขภาพกายและใจ ได้รับความรู้ใหม่ ๆ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทีม

         บริษัทไหนที่กำลังมองหา Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

World Health Organization. (2020). Workplace health promotion. WHO.

Ministry of Public Health Thailand. (2022). คู่มือสุขภาพพนักงานในสถานประกอบการ.

Centers for Disease Control and Prevention. (2021). Workplace health model.

Sakid. (2025). Sakid Workshop. Retrieved from https://www.sakid.app/sakid-workshop/

 

บทความที่น่าสนใจ

PDCA-Sakid thumbnail

PDCA ตัวช่วยพัฒนาองค์กร

เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างมาก ที่มีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนา ช่วยให้มีกระบวนการการจัดการที่มีประสิทธิภาพและดำเนินการภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ

อ่านต่อ »
Cover -HIIT-sakid

WORKSHOP ONLINE HIIT ทำน้อยได้มาก

กิจกรรม  “HIIT ทำน้อยได้มาก” ฉบับคนไม่มีเวลา

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “HIIT  ทำน้อยได้มาก”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดยผู้เข้าร่วม Workshop Online จะได้รู้เรื่องการใช้พลังงานของร่างกายส่วนต่างๆ และท่าออกกำลังกายที่ทำได้ โดยไม่ต้องใช้เวลาเยอะในการออกกำลังกาย

อ่านต่อ »
Cover-Sakid---Healthy-Green-Canteen-01

Healthy Green Canteen โรงอาหารปลอดภัย อร่อย สะอาด สุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »

สร้างสวัสดิการให้กับพนักงานยังไงให้ครอบคลุมด้านสุขภาพ

สวัสดิการบริษัท  ไม่ได้หมายถึงเพียงโบนัสหรือวันลาพักร้อนอีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมไปถึง สุขภาพกายและใจของพนักงาน เพราะสุขภาพคือรากฐานของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ หากองค์กรมีการดูแลพนักงานตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะ จะช่วยให้พนักงาน ทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกผูกพัน และลดโอกาสลาออก ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข (2022) ระบุว่า การลงทุนใน สวัสดิการพนักงาน ด้านสุขภาพเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย

อ่านต่อ »
Cooking-kabab-SAKID

WORKSHOP Cooking class เคบับ

กิจกรรม  Cooking class เคบับ

วันที่ 6 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking class เคบับ ที่บริษัท CBRE โดยพนักงานได้เข้าร่วมจำนวน 40 คน ซึ่งนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและมีทริคการดูแลสุขภาพด้านอาหารสำหรับชาวออฟฟิศให้เล่นเกมสุขภาพพร้อมรับของรางวัลกันอีกด้วย คลาสสอนทำเคบับ จะสอนให้ทุกคนทำซัลซาซอสจากมะเขือเทศสด แทนการใช้ซอสมะเขือเทศ การปรุงวัตถุดิบไก่และผักและการห่อม้วนแรป ทำกินเองอร่อยได้ง่ายๆ ที่บ้าน

อ่านต่อ »
Workshop-สายออฟฟิศ-Cover-Sakid

Workshop สายออฟฟิศ

Workshop สายพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานหน้าคอมนานๆ ไม่ลุกไปไหนย่อมมีผลต่อสุขภาพแน่นอน การเสริมความรู้ด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญเป็นกลุ่มเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่พนักงานเพื่อที่จะได้มีสุขภาพแข็งแรง

อ่านต่อ »
URL Copied!

แนะนำ กิจกรรม 5 ส บริษัท มักจะทำอะไรกัน?

   “ กิจกรรม 5 ส บริษัท ” ไม่ใช่แค่การเก็บกวาดโต๊ะทำงาน แต่เป็น เครื่องมือพัฒนาสถานที่ทำงานอย่างเป็นระบบ ที่เริ่มจากประเทศญี่ปุ่นและแพร่หลายทั่วโลก หลักการนี้ทำให้การทำงานมีความเป็นระเบียบ ปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อสุขภาวะพนักงาน สำหรับ HR และผู้บริหาร การนำ กิจกรรม 5ส มาใช้คือการลงทุนใน “รากฐานขององค์กร” เพราะเมื่อพื้นที่ทำงานเป็นระเบียบ กระบวนการผลิตหรือการทำงานก็จะราบรื่น ต้นทุนลดลง และพนักงานรู้สึกภูมิใจในที่ทำงานของตนเอง

หลักการ 5 ส ที่องค์กรนิยมใช้กัน

1. สะสาง (Seiri – Sort)

แยกของที่จำเป็นกับไม่จำเป็นออกจากกัน ลดการกีดขวางและสิ่งรกรุงรัง เช่น แยกเครื่องมือที่ใช้ประจำกับที่ไม่ค่อยได้ใช้

2. สะดวก (Seiton – Set in Order)

จัดวางสิ่งของให้ง่ายต่อการหยิบใช้ เช่น ทำป้ายบอกตำแหน่ง ติดสีสัญลักษณ์ และทำผังการจัดเก็บ

3. สะอาด (Seiso – Shine)

ทำความสะอาดพื้นที่และอุปกรณ์เป็นประจำ เช่น Big Cleaning Day รายเดือน

4. สุขลักษณะ (Seiketsu – Standardize)

สร้างมาตรฐานร่วม เช่น คู่มือปฏิบัติงาน ตารางตรวจสอบประจำวัน

5. สร้างนิสัย (Shitsuke – Sustain)

ปลูกฝังวินัยให้พนักงานรักษาความเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแค่ตอนตรวจ

ตัวอย่างกิจกรรม 5ส บริษัท ที่ทำได้จริง

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น นี่คือตัวอย่างกิจกรรม 5ส ที่บริษัทต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ได้จริง และทำได้ไม่ยาก ใช้ภาพถ่าย “ก่อน-หลัง”  กระตุ้นให้เห็นความเปลี่ยนแปลงจริง

1. โซนนิ่งพื้นที่ทำงาน

• ใช้เส้นสีทาบนพื้นแบ่งโซน เช่น โซนผลิต โซนเก็บวัตถุดิบ โซนเอกสาร

• ติดป้ายชื่ออุปกรณ์และตำแหน่งที่เก็บอย่างชัดเจน

• ทำแผนผังพื้นที่ติดบอร์ดไว้ พนักงานใหม่ก็เข้าใจได้ทันที

• เปิดให้พนักงานแต่ละทีมร่วมกันออกแบบโซนของตัวเอง เพื่อให้เกิดการยอมรับและดูแลต่อเนื่อง

2. กิจกรรม Big Cleaning Day

• จัดวันทำความสะอาดใหญ่ เดือนละครั้งหรือไตรมาสละครั้ง

• ให้พนักงานทุกฝ่ายร่วมกันทำความสะอาด แบ่งพื้นที่ตามแผนก

• เพิ่มความสนุกด้วยการประกวดแผนกที่สะอาดที่สุด พร้อมของรางวัล

• จัดให้พนักงานเป็นผู้เสนอไอเดียวิธีการทำความสะอาดหรือจัดพื้นที่ใหม่ ๆ จะช่วยให้พวกเขารู้สึกว่ามีส่วนร่วมจริง

3. การประกวด 5ส ระดับแผนก

• ให้แต่ละแผนกปรับปรุงพื้นที่ของตนเองตามหลัก 5ส

• ใช้เกณฑ์ตัดสิน เช่น ความสะอาด ความเป็นระเบียบ และความคิดสร้างสรรค์

• ประกาศผลและมอบรางวัลเพื่อสร้างแรงจูงใจ

• เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน เพื่อสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในทุกระดับ

ประโยชน์ของกิจกรรม 5ส ต่อสุขภาวะองค์กร

1.สุขภาพกายดีขึ้น  พื้นที่สะอาด ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

2.สุขภาพใจดีขึ้น โต๊ะทำงานเป็นระเบียบ ลดความเครียด

3.สุขภาพสังคมดีขึ้น  พนักงานร่วมมือกันทำงาน เกิดความสามัคคี

4.สุขภาพการทำงานดีขึ้น  เวลาทำงานสั้นลงเพราะหาอุปกรณ์ง่าย

กิจกรรม

ประโยชน์หลัก

ผลต่อพนักงาน

ผลต่อองค์กร

โซนนิ่งพื้นที่ทำงาน

ลดเวลาในการค้นหาของ ใช้งานสะดวกขึ้น

ทำงานง่าย ไม่เครียด

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความสูญเปล่า

Big Cleaning Day

พื้นที่สะอาด ปลอดภัย

สุขภาพดีขึ้น มีความร่วมมือ

ลดอุบัติเหตุ เพิ่มภาพลักษณ์องค์กร

การประกวด 5ส ระดับแผนก

กระตุ้นการสร้างสรรค์

รู้สึกสนุกและภูมิใจในผลงาน

เกิดวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก

แนะนำ วิธีทำให้ 5ส ไม่ใช่แค่โครงการชั่วคราว

✅ ผู้บริหารต้องมีส่วนร่วมและเป็นตัวอย่าง

✅ กำหนด KPI 5ส ในการประเมินผลพนักงาน

✅ จัดการอบรม 5ส สำหรับพนักงานใหม่

✅ มีการติดตาม ตรวจประเมินเป็นประจำ

✅ สร้างกิจกรรมการแข่งขัน/เกม เพื่อให้สนุก

     กิจกรรม 5 ส บริษัท” ไม่ใช่แค่การจัดโต๊ะทำงานให้สวยงาม แต่คือ เครื่องมือพัฒนาคนและองค์กรไปพร้อมกัน หากทำอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้าง สุขภาวะองค์กร (Well-being at Work) ให้แข็งแรงทั้งกาย ใจ และสังคม ถ้าองค์กรของคุณอยากยกระดับการดูแลพนักงานแบบองค์รวม ลองใช้ SAKID แอปนวัตกรรมสุขภาพพนักงาน ที่ออกแบบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ กีฬา และจิตวิทยา

         หรือถ้ากำลังมองหากิจกรรมให้พนักงาน Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class ออกกำลังกาย สุขภาพจิตปรึกษาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม กายภาพ ออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม. (2564). คู่มือการดำเนินกิจกรรม 5ส. กระทรวงอุตสาหกรรม.

HR Note Asia. (2021). 5ส คืออะไร และทำไมองค์กรต้องทำ. เข้าถึงจาก https://th.hrnote.asia

Japan Institute of Plant Maintenance. (2020). 5S for Workplace Organization. JIPM Publications.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

Cooking-kabab-SAKID

WORKSHOP Cooking class เคบับ

กิจกรรม  Cooking class เคบับ

วันที่ 6 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking class เคบับ ที่บริษัท CBRE โดยพนักงานได้เข้าร่วมจำนวน 40 คน ซึ่งนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและมีทริคการดูแลสุขภาพด้านอาหารสำหรับชาวออฟฟิศให้เล่นเกมสุขภาพพร้อมรับของรางวัลกันอีกด้วย คลาสสอนทำเคบับ จะสอนให้ทุกคนทำซัลซาซอสจากมะเขือเทศสด แทนการใช้ซอสมะเขือเทศ การปรุงวัตถุดิบไก่และผักและการห่อม้วนแรป ทำกินเองอร่อยได้ง่ายๆ ที่บ้าน

อ่านต่อ »
จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน-01-SAKID

จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน

 เมื่อคนใช้เวลากว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในที่ทำงานจดจ่ออยู่กับการทำงาน เวลาพักน้อย การจะขยับตัวเพิ่มกิจกรรมทางกายระหว่างวันก็เป็นไปได้ยากเพราะไม่อาจละจากงานตรงหน้าได้ ด้วยปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การจะออกกำลังกายให้ได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลกยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของพนักงานและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

อ่านต่อ »
Smart Office

[เคล็ดลับ] สร้าง Smart Office ที่ดีเพื่อองค์กรของคุณ

ในยุคหลังโควิด เกิดการปรับตัวขององค์กรมากมาย หนึ่งในนั้นคือการปรับเปลี่ยนองค์กรให้เป็น Smart Office ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คนทำงานมากขึ้น แนะนำเคล็ดลับ

อ่านต่อ »
กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs-SAKID

WORKSHOP กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

กิจกรรม กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 26 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ทาทาสตีล (การผลิต) จ.สระบุรี โดยจะมีกิจกรรมวัดองค์ประกอบร่างกาย และWorkshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
ไขมันพอกตับ-SAKID

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรไขมันเกาะตับ

ในปัจจุบัน พนักงานในองค์กรหลายแห่งต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงานหนักและการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ในยุคที่การทำงานเต็มไปด้วยความเครียดและความเร่งรีบ ปัญหาสุขภาพของพนักงานจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ  และหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยคือ “ไขมันเกาะตับ” ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรได้อย่างมาก

อ่านต่อ »

5 วิธี การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อเติมไฟให้พนักงาน

องค์กรไม่ได้พึ่งพาเพียงเทคโนโลยีหรือกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น แต่ “คน” คือปัจจัยสำคัญที่สุด การมีพนักงานที่มีแรงบันดาลใจในการทำงานจะช่วยให้องค์กรมีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

อ่านต่อ »