Mental health-ความสุขในที่ทำงาน-Sakid head
URL Copied!

Health Activity จัดแบบไหนได้บ้าง

        ในยุคปัจจุบัน สุขภาพจิต หรือ Mental Health กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในทุกวงการ โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมทั้งประสิทธิภาพและความสุขของพนักงาน การใส่ใจสุขภาพจิตในที่ทำงานไม่เพียงช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่ยังช่วยลดปัญหาอัตราการลาออกและการขาดงานอีกด้วย

        Mental Health หรือ สุขภาพจิต คือ สภาวะทางจิตใจ อารมณ์ และความคิดที่ดี ซึ่งส่งผลต่อวิธีการที่เราจัดการกับความเครียด ความสัมพันธ์ การตัดสินใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน สุขภาพจิตที่ดีช่วยให้เราสามารถรับมือกับปัญหาในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความสัมพันธ์ที่ดี และรู้สึกพึงพอใจในตัวเอง

สุขภาพจิตที่ดี ในองค์กรทำไมถึงสำคัญ?

 

สุขจิตที่ดี ในองค์กรทำไมถึงสำคัญ-SAKID

 

• เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: พนักงานที่มีสุขภาพจิตที่ดีจะมีสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการแก้ปัญหาที่ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ในงานได้ดีขึ้น

 

ลดความเครียดและปัญหาสุขภาพ: การทำงานในสภาพแวดล้อมที่กดดันอาจนำไปสู่ความเครียดสะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย เช่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ หรือโรคเรื้อรัง การส่งเสริมสุขภาพจิตช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้

 

ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี: การแสดงออกถึงความใส่ใจในสุขภาพจิตของพนักงานช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานและผู้บริหาร นำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตรและสนับสนุนกัน

วิธีการส่งเสริมสุขภาพจิตในองค์กร-SAKID

 

วิธีการส่งเสริมสุขภาพจิตในองค์กร

 

1.สร้างพื้นที่สำหรับการพูดคุย: เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถพูดคุยหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเครียดหรือปัญหาที่พบในการทำงานได้อย่างปลอดภัย การมีช่องทางเช่นการปรึกษานักจิตวิทยาหรือผู้จัดการที่ใส่ใจช่วยลดความกังวลของพนักงานได้มาก

 

2.สนับสนุนสมดุลชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance): บริษัทควรจัดให้มีนโยบายที่ช่วยลดความเครียดจากการทำงาน เช่น การทำงานแบบยืดหยุ่น การให้พนักงานลาพักผ่อน หรือการลดชั่วโมงการทำงานในช่วงวิกฤติ

 

3.จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต: การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต เช่น การทำสมาธิ เวิร์คช็อปการจัดการความเครียด หรือกิจกรรมนันทนาการภายในองค์กร จะช่วยให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายและมีพลังในการทำงาน

 

4.อบรมผู้บริหารและหัวหน้างาน: ผู้บริหารควรได้รับการอบรมเกี่ยวกับการรับมือและสนับสนุนพนักงานในด้านสุขภาพจิต การแสดงออกถึงความเข้าใจและสนับสนุนจากผู้นำมีผลอย่างมากต่อสภาพจิตใจของทีมงาน

 

5.ใช้เทคโนโยเข้ามาช่วย: ใช้แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มที่สนับสนุนสุขภาพจิต เช่น แอปสำหรับการทำสมาธิ การติดตามอารมณ์ หรือการให้คำปรึกษาออนไลน์

ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ

 

• ลดอัตราการขาดงานและลาออก: พนักงานที่ได้รับการดูแลสุขภาพจิตมักมีความสุขในการทำงาน และมีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรนานขึ้น

 

• เพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน: สุขภาพจิตที่ดีช่วยให้พนักงานรู้สึกพึงพอใจในงานและมีแรงจูงใจที่จะพัฒนาตนเอง

 

• ปรับปรุงภาพลักษณ์องค์กร: บริษัทที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของพนักงานจะได้รับการมองว่าเป็นองค์กรที่ทันสมัยและใส่ใจบุคลากร

           การส่งเสริมสุขภาพจิตในองค์กรไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นในยุคที่การทำงานเต็มไปด้วยความท้าทาย การสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนสุขภาพจิตจะช่วยให้พนักงานและองค์กรเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน การใส่ใจในสุขภาพจิตของพนักงานจึงไม่เพียงช่วยสร้างความสุข แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในระยะยาวขององค์กรอีกด้วย ถ้าหากพบพนักงานที่มีความเครียดหรือปัญหาด้านจิตใจอื่นๆ จนส่งผลกระทบกับชีวิต ทางบริษัทสามารถให้สวัสดิการนักจิตวิทยาออนไลน์ส่วนตัวได้ โดย SAKID มีทั้งบริการปรึกษานักจิตวิทยาส่วนตัว และ Workshop ราคาพิเศษสำหรับกลุ่มบริษัทด้วย

 

บทความที่น่าสนใจ

Workshop-สายออฟฟิศ-Cover-Sakid

Workshop สายออฟฟิศ

Workshop สายพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานหน้าคอมนานๆ ไม่ลุกไปไหนย่อมมีผลต่อสุขภาพแน่นอน การเสริมความรู้ด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญเป็นกลุ่มเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่พนักงานเพื่อที่จะได้มีสุขภาพแข็งแรง

อ่านต่อ »

รวม 5 หลักการปรับ “ท่านั่งทํางานที่ถูกต้อง” ลดออฟฟิศซินโดรม

ท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง ต้องนั่งยังไง? นั่งแบบไหนให้ไกลออฟฟิศซินโดรม? แนะนำ 5 หลักการที่ต้องปรับท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง พร้อมวิธีเลือกเก้าอี้และโต๊ะถูกหลัก Ergonomics

อ่านต่อ »
MEA-Fatty model-SAKID

WORKSHOP MEA Fatty model

กิจกรรม MEA Fatty model

วันที่ 18 มิถุนายน  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม MEA Fatty model สำหรับผู้ที่มีปัญาไขมันในเลือดสูงและน้ำหนักเกินเกณฑ์ โดยที่ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ เข้ามาจัดกิจกรรมโดยแบ่งเป็น 4 ฐานที่เชื่อมโยงกับการลดไขมัน คือ ฐานน้ำตาล ที่จะมีเกมให้เล่นและแฝงความรู้เรื่องการเลือกเครื่องดื่มปริมาณน้ำตาลแผงที่อยู่ในอาหาร ฐานไขมัน จะมีเกมให้คิดว่าอาหารอันไหนที่ไขมันมากสุดและน้อยสุดโดยที่จะสอนเรื่องการเลือกใช้น้ำมันประกอบอาหาร ฐานโปรตีนการเลือกกินอาหารส่วนของเนื้อสัตว์ และฐานโซเดียม ที่จะมาให้ความรู้เรื่องอาหารที่กินอยู่ในชีวิตประจำวันว่ามีโซเดียมประมาณเท่าไร และการเลือกกินอย่างถูกต้องให้สมดุลเพื่อที่จะให้ลดไขมันลงได้

อ่านต่อ »

5 โรคจากการทำงานในโรงงานและวิธีป้องกันสุขภาพพนักงาน

โรงงานเป็นสถานที่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด โรคจากการทำงาน (Occupational Diseases) เนื่องจากพนักงานต้องเผชิญกับเสียงดัง ฝุ่น สารเคมี เครื่องจักร รวมถึงตารางการทำงานที่เข้มข้นและซ้ำซาก หากองค์กรและ HR ไม่ใส่ใจ อาจทำให้พนักงานเจ็บป่วยจนกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และการลาออกที่สูงขึ้น

อ่านต่อ »
จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน-01-SAKID

จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน

 เมื่อคนใช้เวลากว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในที่ทำงานจดจ่ออยู่กับการทำงาน เวลาพักน้อย การจะขยับตัวเพิ่มกิจกรรมทางกายระหว่างวันก็เป็นไปได้ยากเพราะไม่อาจละจากงานตรงหน้าได้ ด้วยปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การจะออกกำลังกายให้ได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลกยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของพนักงานและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

อ่านต่อ »
Cover deep relax-SAKID

Meditation and Deep relaxation workshop

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 29  พฤศจิกายน  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “Meditationand Deep relaxation” โดยนักกายภาพบำบัดและนักจัดกระบวนการเรียนรู้สุขภาพที่ให้ความรู้และความเข้าใจโดยการให้ฟังเสียงร่างกายแต่ละจุดเพื่อให้รู้สึกและเป็นการรับฟังร่างกายของเรา เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเต็มที่อย่างตรงจุด โดยให้เตรียมแก้วน้ำร้อนของตัวเองเพื่อมารับชาดอกไม้นั่งจิบชาร้อมวงเพื่อเปิดประสาทสัมผัสการรับรู้ของร่างกายทั้งรสชาติ กลิ่น  และจินตนาการ การฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลาย พาตัวเองออกจากอารมณ์ต่างๆ และหันกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น การรักตัวเองให้มากขึ้น การคิดให้กำลังใจเชิงบวก

อ่านต่อ »
คลาสออกกำลังกาย-Sakid head
URL Copied!

คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน

            หลังจากที่ทำงานมาอย่างยาวนานและเต็มไปด้วยความเครียด การหาเวลาให้ตัวเองด้วยการออกกำลังกายอาจจะเป็นเรื่องยาก ระหว่างที่รอช่วงเลยเวลารถติดหรือผู้คนจำนวนมากในเวลาเร่งด่วนช่วงเย็น  “คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน” เป็น1ในตัวเลือกที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทำงานที่ต้องการดูแลสุขภาพและผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันซึ่งสามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจนและเป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโยคะที่สงบผ่อนคลาย คลาสเต้นสนุกสนาน หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี คลาสเหล่านี้มีตัวเลือกมากมายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังเพิ่มพลังงานและสร้างสมดุลให้กับชีวิตได้อย่างดี

การจัดคลาสออกกำลังกาย 

 

ไม่จำเป็นต้องมีทุกวัน อาจจะจัดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือเดือนละ 2 ครั้งได้

 

สามารถจัดแบบหมุนเวียนเพื่อสร้างความหลากหลาย สัปดาห์นี้ โยคะ สัปดาห์หน้า เต้นซุมบ้า

 

เพิ่มความสะดวกโดยใช้พื้นที่ว่างในที่ทำงานเลิกงานแล้วเปลี่ยนชุดพร้อมเข้าคลาสเลย

การออกกำลังกายหลังเลิกงานดีอย่างไร

 

ทั้งในแง่ของสุขภาพร่างกายและจิตใจ การออกกำลังกายหลังเลิกงานเป็นทางเลือกที่ดีช่วยให้พนักงานได้พบปะและทำกิจกรรมร่วมกันในบรรยากาศที่ไม่ใช่เรื่องงานเสริมสร้างความสัมพันธ์

 

• ช่วยลดความเครียด หลังจากทำงานมาทั้งวัน ร่างกายและจิตใจอาจสะสมความเครียด การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการหลั่ง เอนโดรฟิน (Endorphins) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้น

 

• เพิ่มพลังงานและฟื้นฟูสมอง แม้ว่าจะเหนื่อยจากการทำงาน แต่การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังสมอง ทำให้รู้สึกสดชื่น มีพลังงาน และช่วยปรับสมาธิได้ดี

 

• ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น การออกกำลังกายช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายและทำให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ส่งผลให้นอนหลับได้ลึกและมีคุณภาพมากขึ้น

 

• เผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ถ้านั่งทำงานทั้งวัน การออกกำลังกายหลังเลิกงานช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ลดน้ำหนัก และลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs)ได้

 

• การมีส่วนร่วมของคนในบริษัท การร่วมสนุกกับเพื่อนร่วมงานจะช่วยเพิ่มความสนุกและมีกำลังใจในการออกกำลังกายไปด้วยกัน

ตัวเลือกคลาสที่บริษัทสามารถจัดได้

 

1.โยคะ (Yoga)

อุปกรณ์: เสื่อโยคะ (Yoga Mat)

ประโยชน์: ลดความเครียดและช่วยยืดกล้ามเนื้อหลังจากนั่งทำงานนาน 

 

2.คลาสเต้นแอโรบิกหรือ Zumba

ประโยชน์: สนุกสนาน เผาผลาญพลังงาน และเพิ่มความสดชื่น

 

3.คลาสยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

ประโยชน์: ปรับสมดุลร่างกาย และช่วยลดอาการปวดหลังจากการนั่งทำงาน

 

4.คลาส HIIT (High-Intensity Interval Training)

ประโยชน์: ใช้เวลาน้อย แต่เผาผลาญได้มาก เหมาะกับพนักงานที่มีเวลาจำกัด

 

5.คลาสมวย (Boxing/Muay Thai)

ประโยชน์: เสริมความแข็งแรงและช่วยระบายความเครียด

        สำหรับบริษัทไหนที่กำลังมองหาสวัสดิการสุขภาพดีๆให้กับพนักงานเรามีคลาสออกกำลังกายหลังเลิกงานWorkshop โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่จะมาออกแบบคลาสให้ หรือสามารถสนุกไปกับ SAKID เหมือนยกกีฬาสีมาไว้บนแอพออนไลน์ โดยให้พนักงานแข่งขันเล่นส่งภารกิจสุขภาพหรือสะสมก้าวเดินในแต่ละวันโดยโค้ชดูแลผ่านแอพและมีนักกำหนดอาหารคอยดูแลส่วนตัวรายบุคลอีกด้วย

บทความที่น่าสนใจ

ท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง-SAKID

ท่านั่งทำงานที่ถูกต้อง ปรับนิดเดียว สุขภาพดีทั้งวัน

หากคุณต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 6–8 ชั่วโมงขึ้นไป อาการปวดหลัง ปวดคอ หรือชาที่มืออาจเป็นสัญญาณเตือนของ “ออฟฟิศซินโดรม” โดยไม่รู้ตัว! แต่ข่าวดีคือ…เพียงแค่ “ปรับท่านั่งให้เหมาะสม” ก็สามารถลดอาการไม่พึงประสงค์และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ทันที

อ่านต่อ »
Health talk NCDs-SAKID

Health talk กินอยู่ อย่างไร ห่างไกล NCDs

Health talk กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 30 เมษายน  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์  Workshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
มารู้จัก EAP cr-SAKID

มารู้จักกับ EAP:โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน ให้คำแนะนำส่วนตัว

คุณรู้สึกเครียด กังวล หรือเหนื่อยล้ากับงานอยู่หรือเปล่า? คุณมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์หรือปัญหาส่วนตัวอื่นๆ อยู่หรือไม่? หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ EAP คือคำตอบของคุณ

EAP ย่อมาจาก Employee Assistance Program หรือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน เป็นโปรแกรมสวัสดิการที่บริษัทมอบให้พนักงาน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ปัญหาทางการเงิน หรือปัญหาอื่นๆ ในชีวิตส่วนตัว โดยให้บริการผ่านนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ

อ่านต่อ »
Hycrid Working-SAKID-thumbnail

Hybrid Working โอกาส ความท้าทาย สำหรับองค์กร

หลายปีที่ผ่านมาหลายคนอาจจะได้ยินหรือกำลังมองหางานที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศแต่งานบางประเภทก็ยังจำเป็นที่จะต้องเข้ามาออฟฟิศอยู่ การทำงานแบบ Hybrid Working  เป็นการทำงานคนละครึ่งทางที่เริ่มมีความนิยมมากขึ้นในหลายบริษัทและยังมีการดึงดูดพนักงานในการตัดสินใจร่วมทำงานกับบริษัทอีกด้วย ในยุคที่เทคโนโลยีและการสื่อสารพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หนึ่งในรูปแบบการทำงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบันคือ Hybrid Working Model หรือ รูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการทำงานในสำนักงานและการทำงานจากระยะไกล (Remote Work) – แนวทางนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังตอบสนองความต้องการของพนักงานในด้านความยืดหยุ่นและสมดุลชีวิตส่วนตัวอีกด้วย

อ่านต่อ »
HAPPY FIT-SAKID

WORKSHOP HAPPY FIT กินอยู่อย่างไร ร่างกายฟิต สุขภาพดี

กิจกรรม HAPPY FIT กินอยู่อย่างไร ร่างกายฟิต สุขภาพดี

วันที่ 22 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม HAPPY FIT กินอยู่อย่างไร ร่างกายฟิต สุขภาพดี กับ SAKID ที่บริษัท ทาทาสตีล จำกัด โดยจะมีกิจกรรมการวัดองค์ประกิบร่างกายเพื่อดูสุขภาพโดยรวมของพนักงาน และกิจกรรมWorkshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยที่พนักงานออฟฟิศสามารถนำไปใช้ได้ การเลือกกินแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก คาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลเหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ร่างกายไม่เจ็บป่วยสร้างสุขภาพดีได้

อ่านต่อ »
our workshop success-Fatty Model-SAKID

แข่งขันลดน้ำหนักด้วย SAKID กับโครงการ MEA Fatty Model

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม MEA Fatty Model ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ตลอดระยะเวลา เม.ย. – ส.ค. 67 โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือดัชนีมวลกาย ≥25 kg/m2 มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกิน จนทำให้การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก มวลไขมัน และไขมันในช่องท้องลดลง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
office syndrome-head sakid
URL Copied!

รู้เท่าทัน OFFICE SYNDROME ฉบับวัยทำงาน

        ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การทำงานในออฟฟิศกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนในสังคม ความสะดวกสบายที่เข้ามาแทนที่ ทำให้เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนท่าทาง กลายเป็นต้องทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง ท่าเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานในบริษัท หรือองค์กร ผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บทางกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยเรียกรวมๆว่า ออฟฟิศซินโดรม (OFFICE SYNDROME) แต่รู้หรือไม่ว่า ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่โรค ออฟฟิศซินโดรมเป็นแค่คำนิยาม ในการเรียกรวมกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนทำงานสำนักงาน โดยอาการที่เกิดขึ้น มักจะเป็นอาการปวดบริเวณคอและบ่า ปวดหลังส่วนบนและสะบัก ปวดหลังส่วนล่าง ปวดข้อมือ ข้อศอก รวมไปถึงอาการปวดล้าสายตาหรือปวดศีรษะ เพราะอาการทั้งหมดนี้ได้สร้างความลำบากและผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว

อาการแสดง และ สาเหตุการเกิด

 

อาการแสดง ได้แก่ อาการปวดตึงที่กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเส้นประสาท มีจุดที่กดแล้วทำให้เกิดอาการปวดหรือแผ่ปวดไปยังบริเวณอื่น มีอาการปวดที่คงที่หรือเป็นๆ หายๆ ไม่ค่อยสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย จากหลากหลายทฤษฎีที่มีการศึกษากันมา พบว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการหดตัวของกล้ามเนื้อที่อยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง โดยหดตัวแบบคงที่ (Static) ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบจากใยกล้ามเนื้อแบบ type I หดตัวติดต่อกันเป็นเวลานาน (Overload) จนเกิดความเมื่อยล้าและบาดเจ็บ ร่างกายจึงไปกระตุ้นใยกล้ามเนื้อแบบ type II เข้ามาทำงานแทน ก่อให้เกิดการสะสมของแคลเซียมไอออน (Ca2+) เป็นจำนวนมากไปสะสมอยู่ตามเซลล์กล้ามเนื้อ ร่างกายเกิดเสียสภาวะสมดุล โปรตีนในเซลล์กล้ามเนื้อถูกย่อยสลายมากขึ้น กระบวนการอักเสบในร่างกายถูกกระตุ้น กล้ามเนื้อเกิดภาวะเมื่อยล้า ฟื้นตัวช้า จนกลายเป็นการเจ็บปวดเรื้อรัง

 

ถ้าปวดมากจนมีความรู้สึกชา ชาร้าวลงแขน หรือ ชาร้าวลงขา หล่ะ?

 

อาการปวดตึงที่รุนแรง อาจไม่ใช่ออฟฟิศซินโดรม เช่น อาการปวดมากลักษณะเป็นๆหายๆ แม้จะ นั่งทำงานเฉยๆ ปวดในบริเวณเดิมตอนกลางคืน หรือตื่นเช้ามามีอาการ บางครั้งอาการปวดรุนแรงจนเกิดความรู้สึกชาร่วมด้วย ถ้าอาการรุนแรงมากอาจทำให้เกิดภาวะอ่อนแรงได้ เพราะอาจมีภาวะที่เส้นประสาทถูกกดทับหรือได้รับความเสียหาย ทำให้เกิดความรู้สึกปวดและชาในที่สุดอาการปวดจนชาของคุณแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

 

1.ความรู้สึกชา (numbness) ร่วมกับอาการปวดหรือเจ็บแปลบ (Radiculopathy)

อาการเหล่านี้เกิดจากภาวะที่เส้นประสาทถูกกดทับหรือได้รับความเสียหาย ส่วนใหญ่เป็นการการกดทับของกระดูกสันหลังที่เสื่อม (Spondylosis) หรือ การกดทับหมอนรองกระดูกสันหลังที่เสื่อมสภาพ (Disc Regeneration) ไปที่บริเวณรากประสาท จะทำให้มีอาการปวดหรือเจ็บแปลบ ร่วมกับความรู้สึกชาหนา ๆ หรือ หมดความรู้สึก บางครั้งอาการปวดจะแผ่กระจายออกไปจากบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับ เช่น ปวดหลังลามไปขา หรือปวดคอลามไปแขน เมื่อเกิดเป็นเวลานานอาจมีอาการอ่อนแรงเกิดขึ้น

 

office syndrome-อาการชา-SAKID

 

2.ความรู้สึกผิดปกติในผิวหนังที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกปกติ

อาการเหล่านี้เกิดจากการที่เส้นประสาทถูกกระตุ้นหรือถูกกดทับ (Nerve Entrapment) ในบางรูปแบบในบริเวณต่างๆ ของร่างกาย เช่น การนั่งทับขาหรือนอนผิดท่า ลักษณะของอาการ จะมีความรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม (tingling), ความรู้สึกเหมือนมีแมลงคลาน (crawling), หรือความรู้สึกแสบร้อน (burning sensation)

 

office syndrome-อาการแสบร้อน-SAKID

ในกรณีที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง หรือมีความรู้สึกชาร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ นักกายภาพบำบัด หรือแพทย์ทางเลือก เพื่อเข้ารับการ ตรวจประเมิน วิเคราะห์หาสาเหตุของอาการ เพื่อรักษาตามอาการและลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น แต่หากเป็นกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมการป้องกันเบื้องต้น อาทิ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง การยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความตึงตัว รวมถึงการจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomic) นั้นกลับเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยเริ่มที่ตนเอง

วิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรม โดยการจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์

 

สามารถกล่าวได้ว่า การจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์ เป็นหนึ่งในปัจจัยภายนอกอันสำคัญ ที่ช่วยลดการเกิดภาวะความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อยในระยะยาว ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำ เพราะการทำงานในท่าทางที่สบายและปรับให้ถูกต้องนั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างดี โดยเราสามารถเริ่มจัดโต๊ะทำงาน ได้ง่ายๆ ดังนี้

 

1.เก้าอี้นั่งทำงาน

ควรใช้เก้าอี้ที่มีพนักพิง มีที่พักแขนที่ปรับได้ ที่สามารถปรับพนักพิงให้รองรับกับส่วนโค้งของหลังและปรับที่พักแขนให้รองรับไปกับการวางแขน ปรับความสูงของเก้าอี้ให้เหมาะสม เข่างอทำมุม 90 องศา โดยที่เท้าทั้งสองข้างสามารถวางราบกับพื้น กรณีเก้าอี้ไม่สามารถปรับความสูงได้ ให้หาเก้าอี้เตี้ย ที่รองเท้า หรือดัดแปลงนำกล่องแฟ้มที่ไม่ใช้งานแล้วมารองใต้เท้า

ตัวอย่างเก้าอี้นั่งทำงานที่ดีตามหลักการยศาสตร์

เก้าอี้ทำงานที่ดี-SAKID

 

1.1 เก้าอี้สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ (Height Adjustment)

1.2 เก้าอี้สามารถปรับเอนหลังและปรับกลับมาตั้งตรงได้ (Tilt with Adjustable)

1.3 พนักพิงหลังสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ (Back Adjustment)

1.4 เบาะรองนั่งสามารถปรับเลื่อนความตื้น-ลึก ได้ (Seat Pan Depth Adjustment)

1.5 ที่วางแขนสามารถปรับสูง-ต่ำ เพื่อรองรับระดับแขนได้ (Armrest Adjustment)

1.6 ที่พักศีรษะสามารถปรับสูง-ต่ำ-เอียง ได้ (Headrest Adjustment)

2.โต๊ะทำงาน

โต๊ะทำงานที่ควรเลือกใช้ ควรเป็นโต๊ะที่มีความสูงพอดี สามารถวางจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา สามารถวางแขนและข้อมือได้ เมื่อวางแขนบนโต๊ะ ศอกจะทำมุมประมาณ 90 องศากับแนวระนาบ หรือโต๊ะทำงานไฟฟ้าปรับระดับความสูงได้

 

โต๊ะทำงาน-SAKID

3.จอคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด และ เมาส์

ควรใช้จอคอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะ หากใช้โน๊ตบุ๊คควรจัดวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊ค หรือต่อจอแยก โดยหน้าจอควรอยู่ห่างจากตาประมาณ 20-30 นิ้ว หรือห่างประมาณ 1 ช่วงแขนของผู้ใช้งาน มีคีย์บอร์ดแยก และเมาส์วางในตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวก โดยที่ข้อมืออยู่ในท่าทางที่เป็นธรรมชาติไม่กระดกงอน้อยหรือมากเกินไป กรณีที่โต๊ะวางไม่ได้ระดับให้ใช้แผ่นรองใต้ข้อมือ

 

โต๊ะทำงานภาพรวม-SAKID

4.อุปกรณ์อื่นๆ

อุปกรณ์ที่ใช้งานบ่อย เช่น โทรศัพท์ ปากกา และเอกสาร ควรวางใกล้มือ ไม่ให้ต้องยืดหรือเอื้อมเกินไป หรือใช้แท่นวางเอกสารจัดวางชุดเอกสาร เพื่อให้เอกสารอยู่ในระดับสายตา ลดการก้มเงยคอและศีรษะที่มากเกินไป

          เพื่อปิดสวิตช์วงจรที่จะทำให้เกิด “กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม” นอกจากการปรับสภาพแวดล้อม และท่าทางการทำงานให้เหมาะสมแล้ว สำคัญกว่านั้นควรหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยไม่ขยับตัว โดยควรที่จะลุกเปลี่ยนอิริยาบท หรือปรับเปลี่ยนท่าทาง ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง อาทิเช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อการผ่อนคลายในท่านั่ง หรือ ลุกขึ้นยืน เดิน หรือขยับตัวด้วยแข่งขันก้าวเดิน

           จากนั้นใช้ SAKID application หรือเข้า Workshop จากนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยประเมินการยศาสตร์เป็นรายบุคคล วิเคราะห์ท่าทางวิธีการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน แนะนำการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานและการจัดท่าทางให้เหมาะสมขณะทำงาน ปรับง่ายๆจากตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail-การสร้างแรงจูงใจในที่ทำงาน

การสร้างแรงจูงใจ ให้องค์กรสุขภาพดี พนักงานสุขภาพดี

เคยสังเกตไหมว่า พนักงานที่มีสุขภาพดีมักทำงานได้ดีขึ้น มีพลังบวกและสามารถรับมือกับความท้าทายในที่ทำงานได้ดีขึ้น? นั่นเพราะสุขภาพมีผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสุขของพนักงาน 

อ่านต่อ »

รู้จัก เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ แยกเรื่องงาน ดูแลสุขภาพและชีวิต

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

อ่านต่อ »
ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics-SAKID

ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop

กิจกรรม  Workshop “ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop”

เมื่อวันที่ 27  มีนาคม  2568  SAKID  ได้จัดกิจกรรม “ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop” ที่สำนักงาน บริษัท ภิรัช โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องการจัดท่านั่งในการทำงานให้กับพนักงาน โดยอาการที่ส่งสัญญาณของออฟฟิศซินโดรมและวิธีในการป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในระยะยาว สาเหตุของการกระทำที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น ท่ากายบริหารที่สามารถทำได้ในที่ทำงานเพื่อคลายกกล้ามเนื้อ ประเมินการยศาสตร์รายบุคคลเพื่อปรับการนั่งทำงานให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
Cover-เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา-sakid

WORKSHOP เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา

กิจกรรม  Workshop “เรื่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา”

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา ”  โดยนักกำหนดอาหาร มีการทำแบบประเมินตัวเองและเข้าใจสุขภาพตัวเอง เทคนิคการปรับมื้ออาหารให้สุขภาพดีและลดน้ำหนักได้ และมีคลาสแนะนำการออกกำลังกายทำเมื่อไรก็ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายพัฒนาระบบไหลเวียนเลือด หัวใจ กล้ามเนื้อ ลดอาการoffice syndrome โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬา 

อ่านต่อ »

WORKSHOP การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด

กิจกรรม  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด”

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด” โดยนักกำหนดอาหารที่ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องอาหารที่ควรกินและไม่ควรกิน การเลือกอาหารและปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด

อ่านต่อ »
MEA-Fatty-2025-SAKID

SAKID with MEA Fatty Model

สำหรับกิจกรรม MEA Fatty Model ปี 2025 ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ระยะเวลา พฤษภาคม-กรกฎาคม โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือดัชนีมวลกาย ≥25 kg/m2 และมีผลตรวจไขมันในเลือดสูง มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคล และมีการประเมินอาหารโภชนาการรายบุคคลเพื่อปรับเปลี่ยนตามไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการกิน

อ่านต่อ »
URL Copied!

Workplace Ergonomics Workshop

กิจกรรม  Workshop “Workplace Ergonomics Workshop”

เมื่อวันที่ 11  ธันวาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม “Workplace Ergonomics Workshop” ที่สำนักงาน บริษัท อโกด้า เซอร์วิส จํากัด โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องการจัดท่านั่งในการทำงานให้กับพนักงาน โดยอาการที่ส่งสัญญาณของออฟฟิศซินโดรมและวิธีในการป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในระยะยาว สาเหตุของการกระทำที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น ท่ากายบริหารที่สามารถทำได้ในที่ทำงานเพื่อคลายกกล้ามเนื้อ

workshop-ergonomics-SAKID

Workplace Ergonomics Workshop

กิจกรรม  Workshop “"Workplace Ergonomics Workshop” เมื่อวันที่ 11  ธันวาคม  2567 SAKID ...

WORKSHOP การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด

กิจกรรม  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด” เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด"...

Booth nutrition and mental health-SAKID

WORKSHOP Booth nutrition and mental health

วันที่ 13 ธันวาคม  2567 SAKID ได้ร่วมกิจกรรมออกบูธนักกำหนดอาหารและจิตวิทยา ที่บริษัทLumentum โดยจะมีกิจกรรมให้ความรู้โภชนาการโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพผ่านให้พนักงานได้เข้ามาร่วมสนุกระหว่างพักกลางวันโดยจะมีเกมบิงโกเรื่องอาหารสุขภาพดีและทริคเรื่องอาหารที่ปรับให้สุขภาพดี เกมทายแคลอรีอาหารที่จะให้ความรูเรื่องการเลือกอาหารประเภทต่างๆโดยไม่ต้องคำนวนแคลอรี โดยผู้ชนะจะได้รับของที่ระลึกจากบูธไปนอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องโภชนาการอาหารผ่านเกมอีกด้วย...

Cover-Sakid-Ws อาหารและหลักโภชนาการ

WORKSHOP อาหารและหลักโภชนาการในการดูแลตัวเอง

กิจกรรม  Workshop “อาหารและหลักโภชนาการในการดูแลตัวเอง” เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “อาหารและหลักโภชนาการในการดูแลตัวเอง” โดยนักกำหนดอาหารที่ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องการดูแลด้านอาหารการปรับใช้กับตัวเอง...

Sakid head -การดูแลพนักงานGenZ
URL Copied!

การดูแลพนักงานเจนใหม่ Gen Z ด้วยแนวทางจิตวิทยา

          ในยุคปัจจุบัน พนักงานกลุ่ม Gen Z และ Millennials กลายเป็นกำลังสำคัญขององค์กรทั่วโลก ด้วยความที่ทั้งสองกลุ่มเติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีบทบาทสำคัญ พวกเขามีมุมมองต่อชีวิต การทำงาน และความสำเร็จที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน การจัดการคนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องเข้าใจจิตวิทยาและพฤติกรรมเฉพาะตัวของพวกเขา เพื่อสร้างความผูกพันและดึงศักยภาพออกมาให้ได้มากที่สุด

จุดเด่นของพนักงาน Gen Z และ Millennials

 

Gen Z (เกิดปี 1997-2012)

• เติบโตในยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ มีทักษะด้านเทคโนโลยีสูง

• ใส่ใจในคุณค่าของตัวเองและมองหางานที่มีความหมาย

• มีความอดทนน้อยต่อระบบที่ซับซ้อน และคาดหวังความรวดเร็ว

• ให้ความสำคัญกับสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน (Work-Life Balance)

 

Millennials (เกิดปี 1981-1996)

• เป็นรุ่นที่มีความคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัว

• มุ่งมั่นในความก้าวหน้าและการพัฒนาตนเอง

• ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในที่ทำงานและการยอมรับจากผู้อื่น

• ชื่นชอบการทำงานในองค์กรที่มีเป้าหมายชัดเจนและคุณค่าที่สอดคล้องกับตนเอง

 

Generation-SAKID

แนวทางจิตวิทยาในการดูแลและจัดการ

 

1.สร้างความหมายในงาน (Purpose-Driven Work) ►

• คนเจนใหม่ต้องการเห็นว่างานที่พวกเขาทำมีผลกระทบต่อสังคมหรือองค์กรอย่างไร การสื่อสารเป้าหมายและความสำคัญของงานจึงเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและมีแรงจูงใจ

• ใช้แนวคิด “Job Crafting” โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการออกแบบงานของตัวเอง เพื่อให้พวกเขาได้ใช้ความสามารถในแบบที่ถนัดและตรงกับความสนใจ

 

2.ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนา (Growth Mindset) ▲

• จัดโปรแกรมพัฒนาทักษะและสนับสนุนการเรียนรู้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การฝึกอบรมออนไลน์ การเข้าร่วมเวิร์คช็อป หรือโครงการแลกเปลี่ยนความรู้ในทีม

• ส่งเสริมวัฒนธรรมที่ยอมรับความผิดพลาด (Failure-Friendly Culture) เพื่อให้พนักงานรู้สึกมั่นใจที่จะลองสิ่งใหม่ๆ

 

3.ให้ความยืดหยุ่น (Flexibility) ↔

• เปิดโอกาสให้พนักงานจัดการเวลาทำงานของตัวเอง เช่น ระบบ Hybrid Work หรือการทำงานทางไกล (Remote Work)

• ใช้แนวคิด “ผลลัพธ์สำคัญกว่าชั่วโมงทำงาน” โดยประเมินพนักงานจากผลลัพธ์ของงานมากกว่าจำนวนเวลาที่ใช้

 

4.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร (Social Connection) ☼

•ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการสื่อสารที่เปิดกว้าง เช่น การจัดกิจกรรมสร้างทีม (Team Building) หรือแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการพูดคุย

• ใช้การโค้ช (Coaching) หรือที่ปรึกษา (Mentoring) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำและพนักงาน

 

5.ยอมรับและตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่าง ►◄

• ใช้การสำรวจหรือพูดคุยเพื่อเข้าใจว่าพนักงานแต่ละคนต้องการอะไร เช่น บางคนอาจต้องการคำชมเชย บางคนอาจต้องการโอกาสในการแสดงศักยภาพ

• ออกแบบสวัสดิการที่หลากหลาย เช่น การให้เวลาพักผ่อนเพิ่ม (Mental Health Day) หรือสิทธิประโยชน์ด้านการเรียนรู้

 

6.ส่งเสริมสุขภาพจิต (Mental Well-Being) ☺

• จัดโปรแกรมหรือกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เช่น โยคะ การทำสมาธิ หรือบริการให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา

• สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยสนับสนุนการพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตอย่างเปิดเผย

ตัวอย่างวิธีการที่น่าสนใจ

 

Google: ใช้แนวทาง “20% Time” ที่เปิดโอกาสให้พนักงานใช้เวลา 20% ของเวลางานทำโปรเจกต์ที่พวกเขาสนใจ ซึ่งช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนา

 

Patagonia: สนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานในกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงกับค่านิยมของคนเจนใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสังคม

 

LinkedIn: ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะพนักงานโดยมีคอร์สเรียนออนไลน์และการให้คำปรึกษาสำหรับการเติบโตในสายอาชีพ

 

        การบริหารจัดการพนักงาน Gen Z และ Millennials ไม่ใช่เรื่องยากหากเรามีความเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับมุมมองของพวกเขา การนำแนวทางจิตวิทยามาประยุกต์ใช้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรและพนักงาน พร้อมดึงศักยภาพของพวกเขาออกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันและเติบโตไปพร้อมๆ กันได้ แต่ถ้าหากองค์กรไหนยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร สามารถเริ่มโดยจัด Workshop นักจิตวิทยากับSAKID ได้ เรามีนักจิตวิทยาที่จะช่วยให้พนักงานเข้าใจปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเรื่องความสัมพันธ์ ความเครียด Burn-out หรือปัญหาสุขภาพในที่ทำงานด้านอื่นๆ ภาวะพนักงานน้ำหนักเกิน โรคNCDs ออฟฟิศซินโดรม สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญ นักจิตวิทยา นักกำหนดอาหาร นักกายภาพ ออกแบบ Workshop หรือ private consult กับเราได้

บทความที่น่าสนใจ

กิจกรรม CSR

“กิจกรรม csr” การทำเพื่อสังคมที่สร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่คุณคิด

กิจกรรม CSR คืออะไร ทำไมองค์กรใหญ่ ๆ ถึงต้องทำ? ประเภทของกิจกรรม CSR และตัวอย่างกิจกรรมจากธุรกิจชั้นนำ [แนะนำแนวทางจัดกิจกรรม CSR]

อ่านต่อ »
work life balance คือ

Work Life Balance คืออะไร ทำไมจึงสำคัญกับการทำงานยุคใหม่

Work Life Balance ไม่ใช่แค่ปัญหาของคนทำงานเท่านั้น เพราะบริษัทเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แล้วบริษัทจะจัดการปัญหานี้อย่างไร? เข้าใจผลกระทบพร้อมไอเดียแก้ปัญหา ที่นี่

อ่านต่อ »
สลัดโรล Cooking class-SAKID Cover

Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ

Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ

วันที่ 21 มีนาคม 2568  SAKIDได้จัดกิจกรรม Cooking Class  ให้กับพนักงานบริษัทภิรัช โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มสอนทำอาหาร สลัดโรล จะเริ่มจากการให้ความรู้เรื่องสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ในเมนูหัวใจหลักการทำอาหารเพื่อสุขภาพ การมีแหล่งโปรตีนที่ดี ผักและสมุนไพรต่างๆเพื่อเพิ่มรสชาติในการกินสลัดโรล โดยเมนูจะเป็นสลัดโรลทูน่าและเต้าหู้ ที่สามารถหาซื้อและเตรียมได้อย่างง่ายและเร็วทำกินเองได้ที่บ้านหรือจะทำใส่กล่องมากินเป็นข้าวเช้าก็ได้

อ่านต่อ »

ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) จุดเริ่มต้นสุขภาพจิตพนักงาน

ในหลายองค์กรไทย เรามักจะเห็นพนักงานที่ “ฝืน” มาทำงานทั้งที่ไม่สบาย รู้สึกเครียด หรือมีภาระส่วนตัวที่ยังแก้ไม่ตก สิ่งนี้เรียกว่า ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) ซึ่งแตกต่างจากการขาดงาน (Absenteeism) เพราะแม้พนักงานจะอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่ประสิทธิภาพกลับลดลง และยังเสี่ยงสร้างปัญหาสุขภาพในระยะยาว

อ่านต่อ »

อาหารที่ดี ใน โรงอาหารบริษัท ช่วยลดปัญหาสุขภาพพนักงานได้อย่างไร

โรงอาหารบริษัทคือหัวใจสำคัญของสุขภาพในองค์กร โดยเฉพาะโรงงานหรือสำนักงานขนาดใหญ่ที่พนักงานใช้เวลารับประทานอาหารมากกว่า 1 มื้อต่อวันภายในที่ทำงาน อาหารที่พนักงานได้รับจึงส่งผลโดยตรงต่อพลังงาน สมาธิ และประสิทธิภาพในการทำงาน

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -ประกันกลุ่ม

ทำประกันกลุ่มให้พนักงานอย่างไรให้คุ้มกับเงินในกระเป๋า

หลายครั้งที่พนักงานในบริษัทมีความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ทำให้ต้องพักรักษาตัว และอาจจะทำงานได้มีประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นหลายๆบริษัทมีความจำเป็นต้องมองหาสวัสดิการให้กับพนักงานในองค์กร ดังนั้นเราจึงต้องมาทำความเข้าใจคำว่าประกันกลุ่มคืออะไร

อ่านต่อ »
URL Copied!

WORKSHOP Booth nutrition and mental health

WORKSHOP Booth nutrition and mental health

วันที่ 13 ธันวาคม  2567 SAKID ได้ร่วมกิจกรรมออกบูธนักกำหนดอาหารและจิตวิทยา ที่บริษัทLumentum โดยจะมีกิจกรรมให้ความรู้โภชนาการโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพผ่านให้พนักงานได้เข้ามาร่วมสนุกระหว่างพักกลางวันโดยจะมีเกมบิงโกเรื่องอาหารสุขภาพดีและทริคเรื่องอาหารที่ปรับให้สุขภาพดี เกมทายแคลอรีอาหารที่จะให้ความรูเรื่องการเลือกอาหารประเภทต่างๆโดยไม่ต้องคำนวนแคลอรี โดยผู้ชนะจะได้รับของที่ระลึกจากบูธไปนอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องโภชนาการอาหารผ่านเกมอีกด้วย ส่วนบูธนักจิตวิทยาจะเป็นการให้ทำแบบประเมินสุขภาพใจ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญภาวะทางจิตใจหรือไม่พร้อมให้คำแนะนำบริการการปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ นอกจากนี้ใครที่ได้ทำแบบประเมินยังได้เลือกรับหินสายมูกันไปนอกจากจิตใจที่แข็งแกร่งแล้วหินสายมูก็ช่วยให้พลังใจบวกไปอีกด้วย

Cover Workshop Burnout Kobayashi-SAKID

Workshop Burnout @Kobayashi

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop  Burnout ที่บริษัทโคบายาชิ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูดคุยและให้ความรู้...

Cover-sakid-บางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา...

MEA-Fatty model-SAKID

WORKSHOP MEA Fatty model

กิจกรรม MEA Fatty model วันที่ 18 มิถุนายน  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม MEA...

template -SET Start healthy strong together-SAKID

SET Start healthy strong together with SAKID

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม SET Start healthy strong together ที่แข่งขันทำภาารกิจสุขภาพดี โดยผ่าน SAKID application...

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ...

URL Copied!

SET Start healthy strong together with SAKID

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม SET Start healthy strong together ที่แข่งขันทำภาารกิจสุขภาพดี โดยผ่าน SAKID application ตลอดระยะเวลากันยายน– พฤศจิกายน 67  มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งปรับเรื่องอาหาร ลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสมพร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกินอาหารตามภารกิจในแต่ละวัน โดยได้มีการจัดแบ่งทีมทั้งหมด 4 ทีมเพื่อแข่งขันสุขภาพดีและได้รับรางวัลโดยคนที่มีคะแนนสูงสุดในแต่ละทีมจะได้รางวัลพิเศษอีกด้วย ในกิจกรรมนี้ทุกคนได้ที่เข้าร่วมได้ปรับเปลี่ยนโดยการกินน้ำเปล่าเพิ่มมากขึ้น เดินกันเพิ่มมากขึ้น และส่งรูปอาหารที่กินมีผักเพิ่มขึ้นในแต่ละมื้อ

Cover-จัดสวนขวด-sakid

WORKSHOP สวนขวดจิ๋ว

กิจกรรม  “จัดสวนขวด Terrarium” เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop...

Booth nutrition and mental health-SAKID

WORKSHOP Booth nutrition and mental health

วันที่ 13 ธันวาคม  2567 SAKID ได้ร่วมกิจกรรมออกบูธนักกำหนดอาหารและจิตวิทยา ที่บริษัทLumentum โดยจะมีกิจกรรมให้ความรู้โภชนาการโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพผ่านให้พนักงานได้เข้ามาร่วมสนุกระหว่างพักกลางวันโดยจะมีเกมบิงโกเรื่องอาหารสุขภาพดีและทริคเรื่องอาหารที่ปรับให้สุขภาพดี เกมทายแคลอรีอาหารที่จะให้ความรูเรื่องการเลือกอาหารประเภทต่างๆโดยไม่ต้องคำนวนแคลอรี โดยผู้ชนะจะได้รับของที่ระลึกจากบูธไปนอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องโภชนาการอาหารผ่านเกมอีกด้วย...

URL Copied!

WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

กิจกรรม Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

วันที่ 16 ตุลาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว ที่บริษัท TBC โดยจะมีกิจกรรมการอบรมการเลือกใช้เครื่องปรุง น้ำมัน ผัก และสมุนไพร ในการปรับสูตรอาหารให้สุขภาพดีขึ้นและยังคงกินได้อย่างอร่อยถูกปาก การสนับสนุนให้พ่อครัวแม่ครัวทำอาหารทางเลือกสุขภาพเพื่อเปิดโอกาสทางเลือกของผู้ซื้ออาหารให้มีตัวเลือกอาหารสุขภาพที่หลากหลายมากขึ้น การให้ความรู้เรื่องพลังงานและสารอาหาร การตักอาหารข้าวราดแกงขายให้พนักงานในสัดส่วนที่ถูกต้องเพื่อลดการเกิดโรค NCDs การอบรมเรื่องผู้สัมผัสอาหารการจัดเก็บวัตถุดิบ การล้างผัก การปรุงอาหารให้ถูกต้องตามหลักอนามัย และเรื่องความสะอาดสุขอนามัยของผู้ทำอาหาร

Cover-Pmat-2022

HR tech Thailand 2022

กิจกรรมออกบูธ HR tech Thailand 2022 วันที่ 19-20 ตุลาคม 2565  SAKID ...

Cover kimbab-Sakid

WORKSHOP คิมบับสุขภาพ

กิจกรรม  “Cooking class คิมบับสุขภาพ” เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม...

Cover-sakid-บางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน...

Sakid-mea-บางพูด-Cover

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด...

Cover-healthy break-SAKID

Workshop healthy break

Workshop healthy break วันที่ 25 กุมภาพันธ์  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking...

Cover Sport day-SAKID

Sport Day กีฬาสี

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ” เมื่อวันที่ 29  กันยายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม...

Healthy Workshop

กิจกรรม  “Healthy Workshop” เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop ...

Sakid head -ดื่มน้ำ8 แก้ว
URL Copied!

8 ทริคดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้ว

       การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งๆ ที่น้ำคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 60% การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันไม่เพียงแค่ช่วยให้ทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น สมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ ทำงานได้อย่างปกติ แต่ยังช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น ผิวฉ่ำ ปากชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน ในทางกลับกัน หากเราดื่มน้ำน้อยเกินไป อาจส่งผลให้ท้องผูก ปวดหัว สมองทำงานช้าลง เหนื่อยล้า โฟกัสกับการทำงานได้ลดลง ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

 

       ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมการทำงาน เรามักพบว่าตัวเองดื่มน้ำน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งส่งผลต่อทั้งสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานของเรา วันนี้พวกเรา “ทีมงาน SAKID” มี 8 เทคนิค ที่จะช่วยให้คุณดื่มน้ำได้ครบ 8 แก้วต่อวันมาฝากกันค่ะ

8ทริคดื่มน้ำ-SAKID

8 ทริคดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้วแบบไม่ต้องฝืน

 

1.ใช้วิธีการดื่มพิชิตภารกิจ

ทำให้การดื่มน้ำให้เหมือนการทำภารกิจหรือ checklist ประจำวัน หรือตั้งเป้าหมายการดื่มน้ำทุกครั้งหลังทำงานเสร็จ 1 งาน เช่น หลังตอบอีเมล หลังประชุม หรือก่อนเลิกงาน เพื่อให้เรามีเป้าหมายในการดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้น

 

2.ตั้งขวดน้ำในแต่ละจุดที่มักเดินผ่าน

วางขวดน้ำตามจุดต่างๆ ในที่ทำงานหรือบ้าน เช่น บนโต๊ะทำงาน โต๊ะข้างเตียง หรือข้างโซฟาที่เราชอบนั่งดูทีวี เมื่อเดินผ่านขวดน้ำแต่ละจุด ก็จะกลายเป็นการเตือนตัวเองโดยธรรมชาติให้หยิบมาดื่ม

 

3.ดื่มน้ำแบบเปล่าติดแกลม

ลองเปลี่ยนน้ำเปล่าธรรมดาให้เป็นน้ำเปล่าแบบติดแกลม โดยการเพิ่มผลไม้หรือสมุนไพร เช่น แตงกวา เลมอน บลูเบอร์รี่ หรือสะระแหน่ ใส่ในขวดหรือแก้วใส เพื่อให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น หรืออาจผสมน้ำแข็งเพื่อความสดชื่น หรือเพิ่มน้ำมะนาวเล็กน้อยเพื่อให้รู้สึกสดชื่นในทุกครั้งที่ดื่ม

 

4.ดื่มน้ำจากแก้วหรือขวดที่ชอบ

แนะนำลองหาขวดน้ำหรือแก้วน้ำดีไซน์เก๋ๆตามคาแรคเตอร์หรือเทศกาลที่เราชอบ อย่างเช่น แก้วน้ำฮาโลวีน ขวดน้ำคริสมาสต์ หรือแก้วหรือขวดที่เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิของน้ำ ทำให้เราอยากถือน้องไปทุกที่ช่วยกระตุ้นให้เราอยากดื่มน้ำบ่อยมากขึ้น

 

5.แข่งขันดื่มน้ำสนุกๆ กับเพื่อนร่วมงาน

ลองแบ่งทีมกับเพื่อนร่วมงานแล้วเปลี่ยนการดื่มน้ำให้เป็นการแข่งขันเล็กๆ น้อยๆประจำวันหรือสัปดาห์  เริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายง่ายๆ อย่างเช่น “ทีมไหนดื่มน้ำครบ 8 แก้วต่อวันก่อนกัน” หรือ “ประกวดไอเดียน้ำเปล่าติดแกลม” ทีมที่ชนะจะได้รับรางวัลเล็กๆ น้อยๆ หรือสิทธิพิเศษประจำสัปดาห์ การแข่งขันนี้ไม่เพียงช่วยให้ทุกคนดื่มน้ำครบตามเป้าหมาย แต่ยังช่วยสร้างความมีส่วนร่วมและสนุกสนานในทีมอีกด้วย

 

6.ดื่มน้ำระหว่างทำสิ่งที่ชอบ

หากเราชอบดูซีรีส์หรือติดมือถือ ลองตั้งกฎให้ตัวเองว่าทุกๆ 20 นาทีที่ดูหรือเล่นโซเชียล ต้องหยุดแล้วดื่มน้ำเปล่า 1 แก้ว วิธีนี้นอกจากจะทำให้เราดื่มน้ำมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราได้มีช่วงเวลาพักสายตาจากหน้าจออีกด้วย

 

7.เลือกกินอาหารที่มีน้ำเยอะ

การเลือกอาหารที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม แตงกวา หรือซุปใส สามารถช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่เข้าสู่ร่างกายได้ แต่อย่าลืมระวังน้ำตาลหรือโซเดียมที่แอบแฝงมาโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยนะคะ  

 

8.ใช้เทคนิค “1 แก้วก่อนอาหาร”

ลองดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนมื้ออาหารทุกมื้อ ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำ แต่ยังช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและกินอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งดีต่อการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย

         เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับ 8 ทริค ดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้ว หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนดื่มน้ำได้ตามความต้องการร่างกายนะคะ แต่หากอยากหากิจกรรมสนุก ๆ ช่วยดื่มน้ำได้ต่อเนื่อง สามารถทดลองใช้งาน SAKID Application ได้ค่ะ ซึ่งมีภารกิจสุขภาพทั้งดื่มน้ำ ก้าวเดิน และอาหารรูปแบบต่าง ๆ ให้ได้ส่งกัน พร้อมทั้งแข่งขันกับเพื่อน ๆ ได้ด้วย สนใจลงทะเบียนทดลองใช้งานได้เลย

บทความที่น่าสนใจ

Health activity-SAKID

Health Activity จัดแบบไหนได้บ้าง?

ในช่วงต้นปีแบบนี้ หลายบริษัทอาจกำลังมองหากิจกรรมที่ทำร่วมกับพนักงาน ซึ่งกิจกรรมก็เป็นได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์กร หรือความต้องการพนักงาน ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ในองค์กร กิจกรรม CSR เพื่อสังคม กิจกรรมด้านอบรมเพิ่มศักยภาพพนักงาน หรือแม้แต่กิจกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพ หรือ happy workplace ให้แก่พนักงาน ซึ่งขอแนะนำตัวอย่างการจัดกิจกรรมด้าน Health ไว้เป็นไอเดียไปจัดกิจกรรม

อ่านต่อ »

Healthy Workshop

กิจกรรม  “Healthy Workshop”

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Healthy Workshop”  ให้กับบริษัท ราชบุรีกล๊าส โดยนักกำหนดอาหาร ได้ให้ความรู้เรื่องการกินอย่างไรให้ห่างไกลโรคแบบรอบด้าน ที่ช่วยสามารถปรับพฤษติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจำวันให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อย่างง่าย และ ช่วงบ่าย มีนักวิทยาศาสตร์การกีฬา มาตรวจสมรรถภาพทางร่างกาย ได้ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อยในระหว่างพักเบรค เพื่อยืดกล้ามเนื้อและเผาผลาญกัน

อ่านต่อ »
แพลตฟอร์มสื่อสาร-SAKID

แพลตฟอร์ม สื่อสารพูดคุยในบริษัทที่น่าสนใจ

 การแยกเรื่องงานออกกจากความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจำให้เรารู้จัก Work Life Balance เวลาได้เป็นอย่างดี ในการใช้แพลตฟอร์มที่มีความเป็นส่วนตัวมาทำงาน สั่งงาน ตามงาน อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไรในบริษัท ส่วนลูกค้าถ้าจะทำให้ติดต่อง่ายอาจจะใช้เป็นช่องทางLine officialของบริษัทในการพูดคุยกับลูกค้าได้ มีเวลาทำการที่ชัดเจนโดยไม่ใช้ไลน์ส่วนตัวในการพูดคุย

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-MBTI

MBTI ถอดบุคลิกภาพ ไขความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน

คุณเคยรู้สึกหงุดหงิดกับเพื่อนร่วมงานที่มีบุคลิกตรงข้ามกับคุณไหม คุณอาจเป็นคนเปิดเผย ชอบความตื่นเต้น แต่ต้องมาทำงานกับคนเงียบขรึม ชอบทำอะไรคนเดียว บางครั้งก็ทำให้เกิดความขัดแย้งและไม่เข้าใจกันได้ ความแตกต่างทางบุคลิกภาพเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ไม่ใช่อุปสรรคที่ทำให้เราทำงานร่วมกันไม่ได้ หากเรามีความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกัน

อ่านต่อ »

Workshop การเงิน มีเงินเก็บยันเกษียณ

เริ่มต้นดูแลสุขภาพการเงินให้กับพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องการเงิน ทั้งเรื่องภาษี การแบ่งเงินเก็บออม การลงทุน การซื้อประกันให้เหมาะสมกับตัวเอง และการวางแผนเกษียณอย่างมีคุณภาพ กับนักการเงินผู้ที่มีประสบการณ์ ที่อยากให้คุณวางแผนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน

อ่านต่อ »
Sakid-mea-บางพูด-Cover

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก

อ่านต่อ »
Sakid head -platform
URL Copied!

แพลตฟอร์ม สื่อสารพูดคุยในบริษัทที่น่าสนใจ

       การแยกเรื่องงานออกกจากความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจำให้เรารู้จัก Work Life Balance เวลาได้เป็นอย่างดี ในการใช้แพลตฟอร์มที่มีความเป็นส่วนตัวมาทำงาน สั่งงาน ตามงาน อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไรในบริษัท ส่วนลูกค้าถ้าจะทำให้ติดต่อง่ายอาจจะใช้เป็นช่องทางLine officialของบริษัทในการพูดคุยกับลูกค้าได้ มีเวลาทำการที่ชัดเจนโดยไม่ใช้ไลน์ส่วนตัวในการพูดคุย

4 แพลตฟอร์ม สื่อสารภายในอย่างเป็นระบบ

      นอกจากอีเมลที่มีความสำคัญในการทำงานแล้ว ยังมีแพลตฟอร์มซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการทำงานอย่างเป็นระบบและมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

1.Microsoft Teams

Microsoft Teams เหมาะสำหรับองค์กรทุกขนาด โดยเฉพาะองค์กรที่มีการใช้งาน Microsoft 365 เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อและใช้ร่วมกับบริการ Microsoft ได้อย่างลื่นไหล

 

MS teams-SAKID

 

เหมาะสำหรับ

บริษัทที่ต้องใช้เครื่องมือ Microsoft เช่น Word, Excel, PowerPoint

มีระบบแชทในการทำงานร่วมกันภายในทีมและระหว่างแผนก

การประชุมออนไลน์รองรับการประชุมทางวิดีโอพร้อมฟีเจอร์การบันทึก และการแชร์ไฟล์ผ่าน OneDrive

จัดการงานและการแชร์เอกสารผ่าน SharePoint ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถเข้าถึงเอกสารร่วมกันได้อย่างง่ายดาย

 

ข้อจำกัด

อินเทอร์เฟซอาจดูซับซ้อนและไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้ใหม่

ต้องใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมาก

เวอร์ชันฟรีมีข้อจำกัดเรื่องฟีเจอร์

2. Slack       

Slack เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากในการสื่อสารทีม โดยเฉพาะองค์กรที่มีทีมขนาดเล็กถึงกลางหรือทีมที่ต้องการความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการสนทนา

 

Salck-SAKID

 

เหมาะสำหรับ

การสื่อสารภายในทีมอย่างไม่เป็นทางการ

การสร้างช่องทางสนทนาแยกตามโปรเจกต์

การใช้งานร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ (เช่น Trello, Google Drive)

เหมาะสำหรับสตาร์ทอัพและองค์กรที่เน้นการทำงานแบบ Remote

 

ข้อจำกัด

มีข้อจำกัดสำหรับเวอร์ชั่นฟรี (การค้นหาข้อความได้ไม่เกิน 10,000 ข้อความ)

ราคาแพลนที่สูงหากต้องการใช้ฟีเจอร์เต็มรูปแบบ

อาจทำให้เกิดการแยกกลุ่มย่อยมากเกินไปจนหาข้อมูลยาก

3. Zoom

Zoom โดดเด่นในเรื่องการประชุมออนไลน์ เหมาะสำหรับการประชุมขนาดใหญ่และการจัดงานสัมมนาออนไลน์ โดยเน้นที่คุณภาพของเสียงและวิดีโอ

 

Zoom-SAKID

 

เหมาะสำหรับ

การจัดประชุมทีม การสัมมนาออนไลน์ หรือการอบรมทางไกล

การจัดงานประชุมขนาดใหญ่ เช่น การประชุมลูกค้า หรือการประชุมทั่วองค์กร

การใช้งานในองค์กรหรือทีมที่ต้องการการประชุมบ่อยครั้ง

Breakout Rooms ช่วยให้การประชุมขนาดใหญ่สามารถแบ่งกลุ่มย่อยเพื่ออภิปรายได้

 

ข้อจำกัด

ระบบแชทใน Zoom ไม่เหมาะสำหรับการสนทนาแบบทีมระยะยาว

เวอร์ชันฟรีจำกัดเวลาประชุมไว้ที่ 40 นาทีสำหรับการประชุมกลุ่ม

ไม่มีการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ มากมายเท่า Slack หรือ Teams

4. Google Chat

Google Chat เหมาะสำหรับทีมที่ใช้งาน Google Workspace (เดิมคือ G Suite) ซึ่งเชื่อมต่อกับเครื่องมือของ Google ได้อย่างสมบูรณ์ เช่น Google Docs, Google Drive, และ Google Calendar

 

google chat-SAKID

 

เหมาะสำหรับ

ใช้ร่วมกับ Google Workspace (Google Docs, Google Sheets, Google Calendar) อย่างเป็นประจำ

การสื่อสารระหว่างทีมที่ต้องการระบบจัดการเอกสารร่วมกันที่ง่าย

มีระบบการสนทนาแบบกลุ่มหรือแยกหัวข้อเฉพาะในห้องแชท

สามารถแชร์ไฟล์จาก Google Drive ได้อย่างสะดวก

สำหรับองค์กรที่ต้องการการทำงานที่เชื่อมต่อกับระบบ Google

 

ข้อจำกัด

ฟีเจอร์และความสามารถไม่หลากหลายเท่า Slack หรือ Teams

มักรวมอยู่ในแพ็กเกจ Google Workspace ต้องใช้ร่วมกับ Google Workspace อย่างเต็มรูปแบบเพื่อใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

การค้นหาข้อมูลเก่าอาจไม่สะดวกนัก

การเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับบริษัทขึ้นอยู่กับ?

 

1.วิเคราะห์ลักษณะงานและขนาดทีม

     •  ทีมเล็ก (สตาร์ทอัพหรือธุรกิจขนาดเล็ก): เน้นการสื่อสารที่รวดเร็วและยืดหยุ่น เช่น Slack เพราะใช้งานง่ายและปรับเปลี่ยนตามลักษณะงานได้

     •  ทีมขนาดกลางถึงใหญ่: เลือกแพลตฟอร์มที่รองรับการทำงานในระดับองค์กร เช่น Microsoft Teams หรือ Google Chat ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับเครื่องมือจัดการไฟล์และมีฟีเจอร์ครบครัน

 

2.ลักษณะการสื่อสาร

     •  ต้องการการสื่อสารแบบเรียลไทม์: แพลตฟอร์มอย่าง Slack หรือ Microsoft Teams จะเหมาะสม เพราะรองรับการแชทและการประชุมวิดีโอที่มีประสิทธิภาพ

     •  เน้นการประชุมวิดีโอหรือสัมมนาออนไลน์: Zoom เหมาะสมสำหรับการประชุมขนาดใหญ่และการจัดสัมมนาออนไลน์ ด้วยคุณภาพเสียงและวิดีโอที่สูง

 

3.เครื่องมือที่บริษัทใช้อยู่แล้ว

     •  บริษัทที่ใช้ Microsoft Office: เลือก Microsoft Teams ซึ่งเชื่อมโยงกับ Office 365 ได้ดีและมีฟีเจอร์ครบถ้วนสำหรับการทำงานร่วมกับแอป Microsoft

     •  บริษัทที่ใช้ Google Workspace: เลือก Google Chat หรือ Google Meet เพื่อประสานการทำงานกับ Google Docs, Sheets และ Drive ได้อย่างไร้รอยต่อ

 

4.งบประมาณ

     •  แพลนฟรี: เหมาะสำหรับทีมเล็กที่มีงบจำกัด เช่น Slack (Free) หรือ Microsoft Teams (Free) ซึ่งมีข้อจำกัดบางอย่างแต่ยังคงใช้งานได้ดี

     •  แพลนเสียเงิน: หากองค์กรมีความต้องการที่สูงขึ้น เช่น การเก็บประวัติแชทยาวนาน, ฟีเจอร์การประชุมที่ไม่มีข้อจำกัดเวลา การสมัครใช้บริการแพลนเสียเงินอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เช่น Slack (Paid), Zoom (Pro), หรือ Microsoft Teams(Paid)

      การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการสื่อสารในองค์กรได้อย่างมาก และยังแบ่งเวลาการทำงานที่สามารถรักษาความสมดุลความเป็นส่วนตัวได้ ส่วนบริษัทไหนที่กำลังมองหากิจกรรมส่งเริมสุขภาพพนักงาน ไม่ว่าด้านร่างกายหรือจิตใจ สามารถดูหน้าเว็บ SAKID ได้ ทางเรามี Workshop จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะและมี สวัสดิการ Consult นักจิตวิทยา นักกำหนดอาหาร และนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่จะมาคอยดูแลสุขภาพพนักงาน

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail -7 สัญญาณไม่แฮปปี้

7 สัญญาณพนักงานไม่แฮปปี้ที่ไม่ควรมองข้าม

ความสุขในที่ทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร แต่เมื่อพนักงานเริ่มขาดรอยยิ้มในการทำงาน ผลกระทบด้านลบที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายให้กับผลการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 7 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงความไม่แฮปปี้ของพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะนำวิธีการช่วยเหลือและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

อ่านต่อ »
แยกขยะในที่ทำงาน-SAKID

แยกขยะในที่ทำงาน เรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้

ในแต่ละวัน ที่ทำงานของเราสร้างขยะจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นถ้วยกาแฟ กล่องอาหารกลางวัน กระดาษที่ใช้แล้ว หรือขยะรีไซเคิลอื่น ๆ ถ้าเรารู้จักแยกขยะให้ถูกประเภทตั้งแต่ต้นทาง ก็สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก ที่สำคัญยังทำให้ที่ทำงานสะอาดและน่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วย

อ่านต่อ »
Booth nutrition and mental health-SAKID

WORKSHOP Booth nutrition and mental health

วันที่ 13 ธันวาคม  2567 SAKID ได้ร่วมกิจกรรมออกบูธนักกำหนดอาหารและจิตวิทยา ที่บริษัทLumentum โดยจะมีกิจกรรมให้ความรู้โภชนาการโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพผ่านให้พนักงานได้เข้ามาร่วมสนุกระหว่างพักกลางวันโดยจะมีเกมบิงโกเรื่องอาหารสุขภาพดีและทริคเรื่องอาหารที่ปรับให้สุขภาพดี เกมทายแคลอรีอาหารที่จะให้ความรูเรื่องการเลือกอาหารประเภทต่างๆโดยไม่ต้องคำนวนแคลอรี โดยผู้ชนะจะได้รับของที่ระลึกจากบูธไปนอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องโภชนาการอาหารผ่านเกมอีกด้วย ส่วนบูธนักจิตวิทยาจะเป็นการให้ทำแบบประเมินสุขภาพใจ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญภาวะทางจิตใจหรือไม่พร้อมให้คำแนะนำบริการการปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ นอกจากนี้ใครที่ได้ทำแบบประเมินยังได้เลือกรับหินสายมูกันไปนอกจากจิตใจที่แข็งแกร่งแล้วหินสายมูก็ช่วยให้พลังใจบวกไปอีกด้วย

อ่านต่อ »
Workshop-สายออฟฟิศ-Cover-Sakid

Workshop สายออฟฟิศ

Workshop สายพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานหน้าคอมนานๆ ไม่ลุกไปไหนย่อมมีผลต่อสุขภาพแน่นอน การเสริมความรู้ด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญเป็นกลุ่มเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่พนักงานเพื่อที่จะได้มีสุขภาพแข็งแรง

อ่านต่อ »
workshop-ergonomics-SAKID

Workplace Ergonomics Workshop

กิจกรรม  Workshop “”Workplace Ergonomics Workshop”

เมื่อวันที่ 11  ธันวาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “กายศาสตร์ในการทำงาน” โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องการจัดท่านั่งในการทำงาน อาการที่ส่งสัญญาณของออฟฟิศซินโดรมและวิธีในการป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในระยะยาว สาเหตุของการกระทำที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น ท่ากายบริหารที่สามารถทำได้ในที่ทำงานเพื่อคลายกกล้ามเนื้อ

อ่านต่อ »
รับมือแผ่นดินไหว-SAKID

รับมือกับ แผ่นดินไหว ฉบับพนักงานออฟฟิศ

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อเกิดภัยพิบัติกลางเวลางาน

แม้ว่าแผ่นดินไหวจะไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย แต่เมื่อเกิดขึ้นก็สามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งต่ออาคารและชีวิตของพนักงานออฟฟิศทุกคน การเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณปลอดภัยมากขึ้นในช่วงเวลาสำคัญนั้น

อ่านต่อ »