
อาหารที่ดี ใน โรงอาหารบริษัท ช่วยลดปัญหาสุขภาพพนักงานได้อย่างไร
- 06/10/25
โรงอาหารบริษัทคือหัวใจสำคัญของสุขภาพในองค์กร โดยเฉพาะโรงงานหรือสำนักงานขนาดใหญ่ที่พนักงานใช้เวลารับประทานอาหารมากกว่า 1 มื้อต่อวันภายในที่ทำงาน อาหารที่พนักงานได้รับจึงส่งผลโดยตรงต่อพลังงาน สมาธิ และประสิทธิภาพในการทำงาน
จากรายงานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า “อาหารในโรงงานและสถานประกอบการส่วนใหญ่มีปริมาณไขมันและโซเดียมสูงเกินเกณฑ์” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
ดังนั้น “โรงอาหารบริษัทที่ดี” ไม่ได้หมายถึงแค่สะอาดหรือราคาถูก แต่หมายถึง โรงอาหารสุขภาพดี (Healthy Canteen) ที่ออกแบบเพื่อสุขภาพของพนักงานและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
อาหารที่ใช่ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในที่ทำงาน
เมื่อพนักงานรับประทานอาหารที่สมดุลตามหลักโภชนาการ จะช่วยลดภาระสุขภาพในหลายด้าน เช่น
• ลดความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง
• เพิ่มพลังงานและสมาธิระหว่างวัน ลดอาการง่วงหลังมื้อเที่ยง
• เสริมภูมิคุ้มกัน ลดอัตราการลาป่วย
• ส่งเสริมวัฒนธรรมสุขภาพดีในองค์กร
งานวิจัยจาก Annals of Internal Medicine (2023) พบว่า การรับประทานอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียน (เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีนจากปลา) ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ถึง 31% ในระยะเวลา 6 ปี ซึ่งสะท้อนว่า “อาหารที่ดี” คือเครื่องมือป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพที่สุดในที่ทำงาน

วิธีออกแบบโรงอาหารสุขภาพดีในองค์กร
การสร้าง “โรงอาหารสุขภาพดี” ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเมนู แต่คือการออกแบบ “ระบบอาหารและวัฒนธรรมสุขภาพ” ภายในองค์กรอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหาร แม่ครัว นักโภชนาการ และพนักงานทุกคน เป้าหมายหลักคือทำให้อาหารในที่ทำงาน “อร่อย ถูกปาก ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ” โดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนมากเกินไป
1.เลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสดใหม่
เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักตามฤดูกาล และผลไม้พื้นบ้าน
นอกจากจะช่วยเพิ่มใยอาหารและวิตามินแล้ว ยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น
2.ลดการใช้เครื่องปรุงที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ (NCDs)
• ลดโซเดียม (ใช้เกลือไอโอดีนหรือสมุนไพรไทยแทนซอส)
• ลดน้ำตาล (เปลี่ยนมาใช้ผลไม้สดหรือสมุนไพร เช่น ใบเตย มะตูม เป็นของหวาน)
• ลดไขมัน (หลีกเลี่ยงน้ำมันทอดซ้ำ และเน้นวิธีต้ม ย่าง อบ แทนทอด)
3.จัดเมนูโปรตีนไขมันต่ำในแต่ละวัน
ตัวอย่างเมนูที่เหมาะสมในโรงอาหารพนักงาน เช่น
• ข้าวกล้องอกไก่ย่าง + สลัดผักสด
• ปลาย่างน้ำจิ้มสมุนไพร + ซุปผักรวม
• เต้าหู้ทรงเครื่อง + ข้าวไรซ์เบอร์รี่
• แกงเลียง + ไข่ต้ม
• ผลไม้สด เช่น ฝรั่ง แตงโม มะละกอ
4.มีสัญลักษณ์ “เมนูสุขภาพ” หรือ “ทางเลือกเพื่อสุขภาพ”
เพื่อให้พนักงานเลือกได้ง่ายและรู้ปริมาณพลังงานในแต่ละจาน
ตัวอย่างเช่น
• ใช้สติ๊กเกอร์สีเขียวสำหรับเมนูพลังงานต่ำ
• สีเหลืองสำหรับเมนูสมดุล
• สีแดงสำหรับเมนูที่ควรรับประทานไม่บ่อย
✅ จากงานวิจัยจากกรมอนามัยพบว่า หากมี “สัญลักษณ์โภชนาการ” กำกับเมนู
อัตราการเลือกเมนูสุขภาพของพนักงานจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 38% ภายใน 3 เดือน

การอบรมผู้ประกอบอาหารและการจัดการโภชนาการ
แม่ครัวคือหัวใจของโรงอาหารสุขภาพดี เพราะเป็นผู้แปรรูปอาหารและควบคุมรสชาติที่พนักงานต้องการ
องค์กรควรจัดอบรมอย่างต่อเนื่องใน 4 ด้านหลัก
1.อบรมด้านโภชนาการพื้นฐาน
ให้ผู้ประกอบอาหารเข้าใจหลัก “อาหารครบ 5 หมู่ ปริมาณเหมาะสม”
พร้อมเรียนรู้การปรับสูตรให้ลดเค็ม มัน หวาน โดยไม่เสียรสชาติ
2.อบรมการเลือกและจัดเก็บวัตถุดิบอย่างปลอดภัย
• ใช้วัตถุดิบสดใหม่ ปลอดสารเคมี
• แยกของดิบและของสุก
• ตรวจสอบอุณหภูมิห้องเก็บของและตู้เย็นตามมาตรฐาน GMP
3.การจัดการครัวและความสะอาด
• จัดโซนแยกชัดเจน เช่น โซนประกอบอาหาร โซนเสิร์ฟ โซนล้าง
• ใช้น้ำสะอาดและอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ
• มีการตรวจสุขภาพพนักงานครัวทุก 6 เดือน
4.อบรมด้านจิตวิทยาการบริการและความเข้าใจผู้บริโภค
เพื่อให้แม่ครัวเข้าใจความหลากหลายของพนักงาน (วัย, เชื้อชาติ, รสนิยม)
และปรับเมนูให้เหมาะกับความต้องการของกลุ่มพนักงานในองค์กร
การสนับสนุน โรงอาหารบริษัท จาก HR และฝ่ายบริหาร
การจะสร้างโรงอาหารสุขภาพดีได้จริง ต้องมีการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารและ HR ในฐานะ “เจ้าของนโยบายสุขภาพองค์กร”
1. จัดตั้งคณะกรรมการสุขภาพองค์กร (Workplace Wellness Committee)
ประกอบด้วย HR, ฝ่ายอาคารสถานที่, ตัวแทนพนักงาน และผู้ให้บริการอาหาร
หน้าที่คือกำหนดนโยบายด้านอาหาร ตรวจประเมินคุณภาพโรงอาหาร และรายงานผลสุขภาพพนักงานประจำปี
2. สำรวจความคิดเห็นพนักงานอย่างสม่ำเสมอ
สร้างช่องทางให้พนักงานแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรสชาติ ความพึงพอใจ และราคาข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารปรับปรุงโรงอาหารให้ตอบโจทย์จริง ไม่ใช่แค่ “สุขภาพดีแต่ไม่อร่อย”
3. สร้างกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
“Healthy Lunch Day” วันมื้อเที่ยงปลอดของทอด
“No Sugar Week” สัปดาห์ลดหวาน ลดน้ำตาล
“Canteen Challenge” แข่งกินสะสมเมนูสุขภาพระหว่างทีมพนักงาน
4. ใช้เทคโนโลยีติดตามข้อมูลสุขภาพพนักงาน
เช่น ระบบ Dashboard จากแอปพลิเคชัน SAKID ที่สามารถบันทึกข้อมูล
พฤติกรรมการกิน และวิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพของพนักงานแต่ละแผนกได้
5. ใช้โรงอาหารผูกกับระบบสวัสดิการองค์กร
เช่น ใช้คูปอง“Healthy Point” สะสมแต้มแลกของรางวัลเพื่อจูงใจให้พนักงานเลือกเมนูสุขภาพ
Checklist แนะนำ Healthy Canteen เบื้องต้น
✅ มีเมนูสุขภาพให้เลือกทุกมื้อ
✅ มีผลไม้เสิร์ฟทุกวัน
✅ ลดอาหารทอดและมัน
✅ มีป้ายแสดงคุณค่าทางโภชนาการ
✅ มีเวิร์กช็อปให้ความรู้โภชนาการแก่พนักงาน
โรงอาหารบริษัท ที่ใส่ใจสุขภาพพนักงาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่รับประทานอาหาร แต่คือ หัวใจของการดูแลคนทำงานอย่างแท้จริง การเริ่มต้นทำ “โรงอาหารสุขภาพดี” ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่เริ่มจากการ เลือกเมนูที่เหมาะสม ปรับรสให้ลดหวานมันเค็ม เพิ่มผักผลไม้ และใส่ใจความสะอาดเมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรดูแลพวกเขาผ่านอาหารที่กินทุกวัน ก็จะสามารถปรับพฤติกรรมการกินอาหารและสุขภาพดีได้
สนใจทำ Healthy Canteen แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้
แหล่งอ้างอิง
Annals of Internal Medicine. (2023). Mediterranean diet and diabetes risk reduction.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). แนวทางโรงอาหารสุขภาพดีในสถานประกอบการ.
SAKID. (2024). Workplace Wellness Program: โปรแกรมสุขภาพในที่ทำงาน. https://www.sakid.app/what-is-workplace-wellness-program
WHO. (2022). Healthy workplace framework and model.
บทความที่น่าสนใจ

ทำไมบริษัทควรมีโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน
โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดียิ่งขึ้น
แก่นหลักของการจัดการโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานของอีทเวลล์คอนเซปต์คือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดพฤติกรรมรักษาสุขภาพ ด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง การส่งเสริมให้เกิดทักษะการใช้ชีวิต และ การกระตุ้นให้มีกำลังใจด้วยการสร้างสังคมในที่ทำงานให้เกิดความตระหนักถึงการดูแลด้านสุขภาพ ปัจจัยเหล่นี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพฤติกรรมของพนักงาน

Workshop healthy break
Workshop healthy break
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 SAKID ได้จัดกิจกรรม Cooking Class ให้กับพนักงานธนาคารกสิกร E-CLUB โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มทำอาหาร และได้แบ่งกลุ่มในการทำอาหารโดยจะมี 3เมนู คือ Smoothies สำหรับสายงดเนื้อสัตว์ Yogurt Parfait และยำตามใจ ซึ่งส่วนประกอบของการทำอาหารจะต้องหาได้ง่ายและอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ดีต่อสุขภาพ ใช้เวลาทำน้อย เหมาะสำหรับเป็นมื้อว่างหรือมื้อเบาๆ ถึงจะทำอาหารไม่เป็นก็สามารถทำตามได้
7 สัญญาณพนักงานไม่แฮปปี้ที่ไม่ควรมองข้าม
ความสุขในที่ทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร แต่เมื่อพนักงานเริ่มขาดรอยยิ้มในการทำงาน ผลกระทบด้านลบที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายให้กับผลการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 7 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงความไม่แฮปปี้ของพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะนำวิธีการช่วยเหลือและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตยานนาวา
กิจกรรม “Healthy Workshop”
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตยานนาวา ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก
รีวิว จัด กิจกรรมบริษัท ให้พนักงานสุขภาพดีได้ด้วย SAKID
หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

Well being the future hr trends
การให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีในที่ทำงานไม่ใช่แค่เทรนด์ที่ผ่านไปเท่านั้น แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างมากขึ้นในมุมมองของธุรกิจและสังคมต่อบทบาทของการทำงานและความสำคัญของสวัสดิการของพนักงาน ปัจจัยหลายอย่างมีส่วนทำให้การเน้นเรื่องสุขภาพและสภาพสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดีเพิ่มมากขึ้น
































