URL Copied!

อาหารที่ดี ใน โรงอาหารบริษัท ช่วยลดปัญหาสุขภาพพนักงานได้อย่างไร

      โรงอาหารบริษัทคือหัวใจสำคัญของสุขภาพในองค์กร โดยเฉพาะโรงงานหรือสำนักงานขนาดใหญ่ที่พนักงานใช้เวลารับประทานอาหารมากกว่า 1 มื้อต่อวันภายในที่ทำงาน อาหารที่พนักงานได้รับจึงส่งผลโดยตรงต่อพลังงาน สมาธิ และประสิทธิภาพในการทำงาน

 

      จากรายงานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า “อาหารในโรงงานและสถานประกอบการส่วนใหญ่มีปริมาณไขมันและโซเดียมสูงเกินเกณฑ์” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

 

      ดังนั้น “โรงอาหารบริษัทที่ดี” ไม่ได้หมายถึงแค่สะอาดหรือราคาถูก แต่หมายถึง โรงอาหารสุขภาพดี (Healthy Canteen) ที่ออกแบบเพื่อสุขภาพของพนักงานและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

อาหารที่ใช่ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในที่ทำงาน

เมื่อพนักงานรับประทานอาหารที่สมดุลตามหลักโภชนาการ จะช่วยลดภาระสุขภาพในหลายด้าน เช่น

 

• ลดความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง

• เพิ่มพลังงานและสมาธิระหว่างวัน ลดอาการง่วงหลังมื้อเที่ยง

• เสริมภูมิคุ้มกัน ลดอัตราการลาป่วย

• ส่งเสริมวัฒนธรรมสุขภาพดีในองค์กร

 

งานวิจัยจาก Annals of Internal Medicine (2023) พบว่า การรับประทานอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียน (เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีนจากปลา) ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ถึง 31% ในระยะเวลา 6 ปี ซึ่งสะท้อนว่า “อาหารที่ดี” คือเครื่องมือป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพที่สุดในที่ทำงาน

วิธีออกแบบโรงอาหารสุขภาพดีในองค์กร

การสร้าง “โรงอาหารสุขภาพดี” ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเมนู แต่คือการออกแบบ “ระบบอาหารและวัฒนธรรมสุขภาพ” ภายในองค์กรอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหาร แม่ครัว นักโภชนาการ และพนักงานทุกคน เป้าหมายหลักคือทำให้อาหารในที่ทำงาน “อร่อย ถูกปาก ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ” โดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนมากเกินไป

 

1.เลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสดใหม่
เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักตามฤดูกาล และผลไม้พื้นบ้าน
นอกจากจะช่วยเพิ่มใยอาหารและวิตามินแล้ว ยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น

 

2.ลดการใช้เครื่องปรุงที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ (NCDs)

• ลดโซเดียม (ใช้เกลือไอโอดีนหรือสมุนไพรไทยแทนซอส)

• ลดน้ำตาล (เปลี่ยนมาใช้ผลไม้สดหรือสมุนไพร เช่น ใบเตย มะตูม เป็นของหวาน)

• ลดไขมัน (หลีกเลี่ยงน้ำมันทอดซ้ำ และเน้นวิธีต้ม ย่าง อบ แทนทอด)

 

3.จัดเมนูโปรตีนไขมันต่ำในแต่ละวัน
ตัวอย่างเมนูที่เหมาะสมในโรงอาหารพนักงาน เช่น

• ข้าวกล้องอกไก่ย่าง + สลัดผักสด

• ปลาย่างน้ำจิ้มสมุนไพร + ซุปผักรวม

• เต้าหู้ทรงเครื่อง + ข้าวไรซ์เบอร์รี่

• แกงเลียง + ไข่ต้ม

• ผลไม้สด เช่น ฝรั่ง แตงโม มะละกอ

 

4.มีสัญลักษณ์ “เมนูสุขภาพ” หรือ “ทางเลือกเพื่อสุขภาพ”
เพื่อให้พนักงานเลือกได้ง่ายและรู้ปริมาณพลังงานในแต่ละจาน
ตัวอย่างเช่น

• ใช้สติ๊กเกอร์สีเขียวสำหรับเมนูพลังงานต่ำ

• สีเหลืองสำหรับเมนูสมดุล

• สีแดงสำหรับเมนูที่ควรรับประทานไม่บ่อย

 

✅ จากงานวิจัยจากกรมอนามัยพบว่า หากมี “สัญลักษณ์โภชนาการ” กำกับเมนู

อัตราการเลือกเมนูสุขภาพของพนักงานจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 38% ภายใน 3 เดือน

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

การอบรมผู้ประกอบอาหารและการจัดการโภชนาการ

แม่ครัวคือหัวใจของโรงอาหารสุขภาพดี เพราะเป็นผู้แปรรูปอาหารและควบคุมรสชาติที่พนักงานต้องการ

องค์กรควรจัดอบรมอย่างต่อเนื่องใน 4 ด้านหลัก

1.อบรมด้านโภชนาการพื้นฐาน
ให้ผู้ประกอบอาหารเข้าใจหลัก “อาหารครบ 5 หมู่ ปริมาณเหมาะสม”
พร้อมเรียนรู้การปรับสูตรให้ลดเค็ม มัน หวาน โดยไม่เสียรสชาติ

 

2.อบรมการเลือกและจัดเก็บวัตถุดิบอย่างปลอดภัย

• ใช้วัตถุดิบสดใหม่ ปลอดสารเคมี

• แยกของดิบและของสุก

• ตรวจสอบอุณหภูมิห้องเก็บของและตู้เย็นตามมาตรฐาน GMP

 

3.การจัดการครัวและความสะอาด

• จัดโซนแยกชัดเจน เช่น โซนประกอบอาหาร โซนเสิร์ฟ โซนล้าง

• ใช้น้ำสะอาดและอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ

• มีการตรวจสุขภาพพนักงานครัวทุก 6 เดือน

 

4.อบรมด้านจิตวิทยาการบริการและความเข้าใจผู้บริโภค
เพื่อให้แม่ครัวเข้าใจความหลากหลายของพนักงาน (วัย, เชื้อชาติ, รสนิยม)
และปรับเมนูให้เหมาะกับความต้องการของกลุ่มพนักงานในองค์กร

 

สนใจ WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

การสนับสนุน โรงอาหารบริษัท จาก HR และฝ่ายบริหาร

การจะสร้างโรงอาหารสุขภาพดีได้จริง ต้องมีการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารและ HR ในฐานะ “เจ้าของนโยบายสุขภาพองค์กร”

 

1. จัดตั้งคณะกรรมการสุขภาพองค์กร (Workplace Wellness Committee)

ประกอบด้วย HR, ฝ่ายอาคารสถานที่, ตัวแทนพนักงาน และผู้ให้บริการอาหาร
หน้าที่คือกำหนดนโยบายด้านอาหาร ตรวจประเมินคุณภาพโรงอาหาร และรายงานผลสุขภาพพนักงานประจำปี

 

2. สำรวจความคิดเห็นพนักงานอย่างสม่ำเสมอ
สร้างช่องทางให้พนักงานแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรสชาติ ความพึงพอใจ และราคาข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารปรับปรุงโรงอาหารให้ตอบโจทย์จริง ไม่ใช่แค่ “สุขภาพดีแต่ไม่อร่อย”

 

3. สร้างกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

“Healthy Lunch Day” วันมื้อเที่ยงปลอดของทอด

“No Sugar Week” สัปดาห์ลดหวาน ลดน้ำตาล

“Canteen Challenge”  แข่งกินสะสมเมนูสุขภาพระหว่างทีมพนักงาน

 

4. ใช้เทคโนโลยีติดตามข้อมูลสุขภาพพนักงาน
เช่น ระบบ Dashboard จากแอปพลิเคชัน SAKID ที่สามารถบันทึกข้อมูล
พฤติกรรมการกิน และวิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพของพนักงานแต่ละแผนกได้

 

5. ใช้โรงอาหารผูกกับระบบสวัสดิการองค์กร
เช่น ใช้คูปอง“Healthy Point” สะสมแต้มแลกของรางวัลเพื่อจูงใจให้พนักงานเลือกเมนูสุขภาพ

Checklist แนะนำ Healthy Canteen เบื้องต้น

 มีเมนูสุขภาพให้เลือกทุกมื้อ

 มีผลไม้เสิร์ฟทุกวัน

ลดอาหารทอดและมัน

มีป้ายแสดงคุณค่าทางโภชนาการ

มีเวิร์กช็อปให้ความรู้โภชนาการแก่พนักงาน

       โรงอาหารบริษัท ที่ใส่ใจสุขภาพพนักงาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่รับประทานอาหาร แต่คือ หัวใจของการดูแลคนทำงานอย่างแท้จริง การเริ่มต้นทำ “โรงอาหารสุขภาพดี” ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่เริ่มจากการ เลือกเมนูที่เหมาะสม ปรับรสให้ลดหวานมันเค็ม เพิ่มผักผลไม้ และใส่ใจความสะอาดเมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรดูแลพวกเขาผ่านอาหารที่กินทุกวัน ก็จะสามารถปรับพฤติกรรมการกินอาหารและสุขภาพดีได้

       สนใจทำ Healthy Canteen แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Annals of Internal Medicine. (2023). Mediterranean diet and diabetes risk reduction.

  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). แนวทางโรงอาหารสุขภาพดีในสถานประกอบการ.

  • SAKID. (2024). Workplace Wellness Program: โปรแกรมสุขภาพในที่ทำงาน. https://www.sakid.app/what-is-workplace-wellness-program

  • WHO. (2022). Healthy workplace framework and model.

บทความที่น่าสนใจ

ทำไมบริษัทควรมีโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน

โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดียิ่งขึ้น

แก่นหลักของการจัดการโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานของอีทเวลล์คอนเซปต์คือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดพฤติกรรมรักษาสุขภาพ ด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง การส่งเสริมให้เกิดทักษะการใช้ชีวิต และ การกระตุ้นให้มีกำลังใจด้วยการสร้างสังคมในที่ทำงานให้เกิดความตระหนักถึงการดูแลด้านสุขภาพ ปัจจัยเหล่นี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพฤติกรรมของพนักงาน

อ่านต่อ »
Cover-healthy break-SAKID

Workshop healthy break

Workshop healthy break

วันที่ 25 กุมภาพันธ์  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking Class  ให้กับพนักงานธนาคารกสิกร E-CLUB โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มทำอาหาร และได้แบ่งกลุ่มในการทำอาหารโดยจะมี 3เมนู คือ Smoothies สำหรับสายงดเนื้อสัตว์  Yogurt Parfait  และยำตามใจ ซึ่งส่วนประกอบของการทำอาหารจะต้องหาได้ง่ายและอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ดีต่อสุขภาพ ใช้เวลาทำน้อย เหมาะสำหรับเป็นมื้อว่างหรือมื้อเบาๆ ถึงจะทำอาหารไม่เป็นก็สามารถทำตามได้ 

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -7 สัญญาณไม่แฮปปี้

7 สัญญาณพนักงานไม่แฮปปี้ที่ไม่ควรมองข้าม

ความสุขในที่ทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร แต่เมื่อพนักงานเริ่มขาดรอยยิ้มในการทำงาน ผลกระทบด้านลบที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายให้กับผลการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 7 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงความไม่แฮปปี้ของพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะนำวิธีการช่วยเหลือและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

อ่านต่อ »
MEA-ยานาวา-sakid

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตยานนาวา

กิจกรรม  “Healthy Workshop”

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตยานนาวา ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก

อ่านต่อ »

รีวิว จัด กิจกรรมบริษัท ให้พนักงานสุขภาพดีได้ด้วย SAKID

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

อ่านต่อ »

Well being the future hr trends

การให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีในที่ทำงานไม่ใช่แค่เทรนด์ที่ผ่านไปเท่านั้น แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างมากขึ้นในมุมมองของธุรกิจและสังคมต่อบทบาทของการทำงานและความสำคัญของสวัสดิการของพนักงาน ปัจจัยหลายอย่างมีส่วนทำให้การเน้นเรื่องสุขภาพและสภาพสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดีเพิ่มมากขึ้น

อ่านต่อ »
URL Copied!

องค์กรสุขภาพดี พนักงานลดเสี่ยงโรค NCDs

       องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ไม่ได้หมายถึงแค่การมีโรงอาหารสะอาดหรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเท่านั้น แต่คือการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพของพนักงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ทำให้พนักงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

 

      งานวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่ากว่า 70% ของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งสามารถป้องกันได้หากองค์กรเข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพพนักงาน

ทำไมโรค NCDs คือความท้าทายสำคัญขององค์กร

 

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) เช่น เบาหวาน มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ เป็น สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนวัยทำงานในไทย และยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมหาศาลให้กับองค์กร

 

• ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงขึ้น: บริษัทต้องแบกรับค่ารักษาพยาบาลและประกันสุขภาพมากขึ้น

 

• การขาดงานและประสิทธิภาพลดลง: พนักงานที่ป่วยด้วย NCDs มีแนวโน้มขาดงานมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า

 

• ปัญหาความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement): พนักงานที่มีสุขภาพไม่ดีย่อมมีแรงจูงใจในการทำงานต่ำ

 

ดังนั้น “องค์กรสุขภาพดี” จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญของ HR และผู้บริหารที่ต้องการยกระดับ Workplace Wellness

3 เสาหลักสร้างองค์กรสุขภาพดี

การสร้างองค์กรสุขภาพดีต้องวางแผนแบบองค์รวม โดยยึด 3 เสาหลักคือ โภชนาการ – การออกกำลังกาย – สุขภาพใจ

 

1. โภชนาการในที่ทำงาน

• จัด โรงอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Canteen) ที่ลดหวาน มัน เค็ม

• เพิ่มมุม Healthy Break เช่น ผลไม้สด ถั่วอบไม่เค็ม

• รณรงค์ “เมนูสุขภาพ” พร้อมฉลากโภชนาการชัดเจน

 

2. Workplace Fitness และกิจกรรมขยับร่างกาย

• กิจกรรมยืดเส้น 5 นาทีระหว่างทำงาน

• การสนับสนุนฟิตเนสในองค์กร หรือทำข้อตกลงกับฟิตเนสภายนอก

• การจัด Health Challenge เช่น ก้าวเดิน 10,000 ก้าวต่อวัน

 

3. การดูแลสุขภาพจิตพนักงาน

• โปรแกรม Employee Assistance Program (EAP) ให้คำปรึกษาสุขภาพใจ

• กิจกรรม Mindfulness / Yoga / Mental Health Day

• HR มีระบบติดตามความเครียดของพนักงานแบบไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

ตัวชี้วัดและแดชบอร์ดที่ควรมี

 

• ด้านโภชนาการ: สัดส่วนผู้บริโภคหวาน–มัน–เค็มเกินเกณฑ์ลดลง ≥10%/ไตรมาส

 

• ด้านกิจกรรมทางกาย: อัตราพนักงานที่ทำ ≥150 นาที/สัปดาห์ เพิ่มขึ้น ≥15% ภายใน 3–6 เดือน (ตามเกณฑ์ CDC)

 

• ด้านสุขภาพใจ: คะแนนความสุขเฉลี่ย และ การใช้บริการปรึกษานักจิตวิทยา

 

• ผลลัพธ์: อัตราลาป่วยลดลง, ผลสำเร็จงาน/คุณภาพงานดีขึ้น, ความผูกพันพนักงานสูงขึ้น

 

สำหรับการแสดงผล HR สามารถใช้งานแดชบอร์ดสรุปสุขภาพพนักงานที่แยกตามทีมดูแนวโน้ม BMI–ความเสี่ยงเบาหวาน–ความสุข–กิจกรรมทางกาย เพื่อกำหนดมาตรการเฉพาะกลุ่มได้รวดเร็วด้วย SAKID – ดูแลสุขภาพพนักงานโดยผู้เชี่ยวชาญ

ตัวอย่างกิจกรรม องค์กรสุขภาพดี ที่ใช้ได้จริง

 

Healthy Canteen และอาหารว่างเพื่อสุขภาพ

องค์กรหลายแห่งในไทยเริ่มใช้โมเดลโรงอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ลดน้ำตาลในเครื่องดื่ม และกำหนดเมนู “ข้าวกล้อง-กับข้าวต้ม” แทนเมนูทอด

 

โปรแกรมเลิกบุหรี่และลดพฤติกรรมเสี่ยง

การจัดโปรแกรมเลิกบุหรี่ช่วยลดค่าใช้จ่ายรักษาพนักงานได้เฉลี่ย 20,000 บาท/คน/ปี และยังเพิ่ม Productivity ของทีม

 

กิจกรรม Mental Health Day และ EAP

มีการให้วันลาเพื่อดูแลสุขภาพจิต รวมถึงบริการปรึกษาจิตวิทยา (EAP) ที่ช่วยลดอัตราการลาออกได้จริง

ภาพกิจกรรม-MEA Fatty Model

Checklist สำหรับ HR ในการสร้างองค์กรสุขภาพดี

ประเมินสถานะสุขภาพของพนักงาน (Health Screening)

จัดนโยบายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

มีโปรแกรมการออกกำลังกายประจำองค์กร

จัดกิจกรรมดูแลสุขภาพจิต เช่น EAP / Workshop

วัดผลลัพธ์ด้านสุขภาพและ Productivity อย่างต่อเนื่อง

 

ทำไม SAKID เหมาะกับการสร้างองค์กรสุขภาพดี

• มี ทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 วิชาชีพ (นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, นักจิตวิทยา)

 

• ฟีเจอร์ Health Challenge และ Personal Health Coach สร้างแรงจูงใจให้พนักงานปรับพฤติกรรม

 

• ใช้งานได้ทั้งออนไลน์/ออฟไลน์ เหมาะกับทั้งโรงงานและออฟฟิศ

 

• มีข้อมูล Dashboard สำหรับ HR และผู้บริหาร เพื่อวัดผลจริง เช่น ลดการลาป่วย ลดค่าใช้จ่ายสุขภาพ

เสาหลักสุขภาพวิธีทั่วไปที่องค์กรทำเองข้อจำกัดโซลูชันแบบดิจิทัล (เช่น SAKID)ข้อได้เปรียบ
🍎 โภชนาการ (Nutrition)- จัดโรงอาหารสุขภาพ
- ติดป้ายโภชนาการ
- ควบคุมคุณภาพยาก
- ไม่สามารถติดตามพฤติกรรมการกินรายบุคคล
- โค้ชนักกำหนดอาหารให้คำแนะนำรายบุคคล
- ระบบบันทึกอาหารผ่านแอปฯ
- ติดตามผลสุขภาพจริง
- ปรับแผนการกินตามเป้าหมาย
🏃‍♂️ การออกกำลังกาย (Fitness)- จัดกิจกรรมยืดเส้น
- สนับสนุนฟิตเนส
- พนักงานบางกลุ่มไม่เข้าร่วม
- วัดผลได้ยาก
- โปรแกรม Health Challenge
- Sync กับ Smart Device
- ใช้ Gamification กระตุ้นการมีส่วนร่วม
- HR เห็นข้อมูลรวมขององค์กร
🧘 สุขภาพใจ (Mental Health)- กิจกรรมสันทนาการ
- วันลาเพื่อสุขภาพจิต
- ไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล
- พนักงานไม่กล้าเปิดใจ
- โปรแกรม EAP ออนไลน์
- Workshop Mindfulness
- เข้าถึงง่าย ไม่เปิดเผยตัวตน
- ลด Burnout และการลาออก

       การสร้าง องค์กรสุขภาพดี คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยทั้งพนักงานและธุรกิจในเวลาเดียวกัน เพราะไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงโรค NCDs แต่ยังช่วยเพิ่ม Engagement และลดค่าใช้จ่ายสุขภาพในระยะยาว  องค์กรที่เริ่มใส่ใจ Workplace Wellness จะเห็นผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น ทั้งด้าน Productivity ความสุขของพนักงาน และภาพลักษณ์องค์กรที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่

 

       สนใจทำกิจกรรมสุขภาพพนักงานแต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

       Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2024, December 23). Noncommunicable diseases: Key facts. https://www.who.int/

  • Ministry of Public Health Thailand. (2021). แผนยุทธศาสตร์การป้องกันโรค NCDs.

  • CDC. (2021). Workplace Health Model. Centers for Disease Control and Prevention.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

Performance Management คืออะไร ทำไมองค์กรควรให้ความสำคัญ

Performance Management หรือ การบริหารผลการปฏิบัติงาน คือระบบที่สามารถทำหน้าที่ควบคุม หรือชี้แนะให้พนักงานทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -mental health

7 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจพนักงาน เพื่อสร้างความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน

ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตใจของพนักงานกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสนใจ จากการสำรวจของ WHO พบว่ากว่า 264 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า และอีกกว่า 284 ล้านคนมีความวิตกกังวลผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตพนักงานแล้ว ยังบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานไปด้วย (World Health Organization, 2022) และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิตมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ โรคซึมเศร้า โดยปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้มีสาเหตุได้หลากหลายด้าน ทั้งจากลักษณะงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน การบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาส่วนตัว (Pfeffer, 2018)

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -Disc

DISC พลังแห่งบุคลิกในการสร้างทีมเวิร์คสู่ความสำเร็จขององค์กร

คุณเคยสังเกตไหมว่า ทำไมองค์กรที่เต็มไปด้วยบุคลากรผู้มีความสามารถ แต่บางครั้งการทำงานร่วมกันเป็นทีมกลับเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีอุปสรรค? สาเหตุสำคัญอาจมาจากความแตกต่างด้านบุคลิกภาพในการทำงานของแต่ละคน การสร้างทีมเวิร์คให้แข็งแกร่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างสมาชิกในทีมที่มีรูปแบบการคิดและการทำงานแตกต่างกัน หากเราไม่เข้าใจและปรับวิธีบริหารจัดการให้เหมาะสม ความแตกต่างเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นตัวขัดขวางการทำงานเป็นทีมให้ราบรื่นและบรรลุเป้าหมายได้อย่างที่ตั้งใจ ซึ่งหากปล่อยไว้ ก็อาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งและส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของทีมในที่สุด

อ่านต่อ »
Cover-เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา-sakid

WORKSHOP เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา

กิจกรรม  Workshop “เรื่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา”

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา ”  โดยนักกำหนดอาหาร มีการทำแบบประเมินตัวเองและเข้าใจสุขภาพตัวเอง เทคนิคการปรับมื้ออาหารให้สุขภาพดีและลดน้ำหนักได้ และมีคลาสแนะนำการออกกำลังกายทำเมื่อไรก็ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายพัฒนาระบบไหลเวียนเลือด หัวใจ กล้ามเนื้อ ลดอาการoffice syndrome โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬา 

อ่านต่อ »
template -SET Start healthy strong together-SAKID

SET Start healthy strong together with SAKID

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม SET Start healthy strong together ที่แข่งขันทำภาารกิจสุขภาพดี โดยผ่าน SAKID application ตลอดระยะเวลากันยายน– พฤศจิกายน 67  มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งปรับเรื่องอาหาร ลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสมพร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกินอาหารตามภารกิจในแต่ละวัน โดยได้มีการจัดแบ่งทีมทั้งหมด 4 ทีมเพื่อแข่งขันสุขภาพดีและได้รับรางวัลโดยคนที่มีคะแนนสูงสุดในแต่ละทีมจะได้รางวัลพิเศษอีกด้วย ในกิจกรรมนี้ทุกคนได้ที่เข้าร่วมได้ปรับเปลี่ยนโดยการกินน้ำเปล่าเพิ่มมากขึ้น เดินกันเพิ่มมากขึ้น และส่งรูปอาหารที่กินมีผักเพิ่มขึ้นในแต่ละมื้อ

อ่านต่อ »

แบบประเมินความเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศ

ความเครียดกลายเป็น “โรคเงียบ” ของคนทำงานออฟฟิศ การมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบและติดตามภาวะความเครียดของพนักงานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความเครียดไม่ได้เพียงทำลายสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน การขาดงาน และอัตราการลาออก

อ่านต่อ »
URL Copied!

5 วิธี การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อเติมไฟให้พนักงาน

       องค์กรไม่ได้พึ่งพาเพียงเทคโนโลยีหรือกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น แต่ “คน” คือปัจจัยสำคัญที่สุด การมีพนักงานที่มีแรงบันดาลใจในการทำงานจะช่วยให้องค์กรมีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

 

       การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน (Work Motivation) จึงเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญของ HR และผู้บริหาร เพราะหากพนักงานรู้สึกว่างานของตนเองมีคุณค่า ได้รับการยอมรับ และมีโอกาสเติบโต ย่อมพร้อมทุ่มเทศักยภาพเต็มที่ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ผลงานดีขึ้น แต่ยังสร้างความสุขและความผูกพันในที่ทำงานด้วย

ความสำคัญของการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

 

การมี แรงจูงใจในการทำงาน (Work Motivation) ไม่ได้เป็นเพียง “ปัจจัยเสริม” แต่เป็นรากฐานของประสิทธิภาพในทุกองค์กร พนักงานที่มีแรงจูงใจสูงจะทำงานอย่างเต็มศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมเผชิญปัญหาอย่างเชิงรุก

 

• เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: งานวิจัยจาก MDPI (2022) ชี้ว่าแรงจูงใจเชื่อมโยงโดยตรงกับระดับ Productivity และ Engagement ของพนักงาน

• ลดอัตราการลาออก: พนักงานที่รู้สึกมีคุณค่ามีแนวโน้มอยู่กับองค์กรนานขึ้น ลดค่าใช้จ่ายด้านการสรรหาและฝึกอบรม

• สร้างความสุขและความผูกพันในองค์กร: แรงจูงใจทำให้พนักงานไม่เพียงทำงานเพื่อเงิน แต่ทำด้วยความภาคภูมิใจและความสุข

 

ดังนั้น การสร้างแรงจูงใจจึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ HR แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญของทั้งองค์กร

5 วิธีในการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

 

1. สื่อสารเป้าหมายองค์กรอย่างชัดเจน (Clarity & Alignment)

หนึ่งใน เทคนิคสร้างแรงจูงใจพนักงาน ที่ทรงพลังที่สุดคือการทำให้พนักงานเข้าใจว่า “สิ่งที่ตนทำอยู่” สอดคล้องกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่าขององค์กรอย่างไร

 

ทำไมสิ่งนี้สำคัญ?
พนักงานที่เข้าใจว่าผลงานของตนเองส่งผลต่อองค์กรอย่างไร จะเกิดความภาคภูมิใจ และเห็นว่างานของตนเองมีคุณค่ามากกว่าหน้าที่ประจำวัน

 

วิธีการปฏิบัติ:

• จัดประชุม Town Hall เพื่ออัปเดตความก้าวหน้า

• สื่อสาร Vision และ Mission อย่างสม่ำเสมอ

• ทำให้พนักงานเห็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างงานของตนกับความสำเร็จขององค์กร

 

ส่งผลทำให้

การมีเป้าหมายร่วมกันช่วยสร้างความเป็นทีม ลดความสับสน และกระตุ้นให้พนักงานอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น

 

2. ให้รางวัลและการยอมรับ (Recognition & Rewards)

ไม่มีอะไรสร้างพลังใจได้ดีไปกว่าการ “ได้รับการยอมรับ” แม้ว่าพนักงานจำนวนมากทำงานเพื่อเงินเดือน แต่แรงผลักดันที่แท้จริงมาจากการที่ผลงานได้รับการเห็นคุณค่า

 

รูปแบบของรางวัล

• โบนัส, ปรับเงินเดือน, บัตรกำนัล

• คำชมเชยต่อหน้าทีม, การมอบเกียรติบัตร, การเขียนอีเมลชื่นชม

 

ตัวอย่างแนวทาง HR:

• จัดระบบ Employee of the Month

• ใช้ Gamification เช่น การสะสมแต้มแลกของรางวัล

• สร้างแพลตฟอร์ม Recognition ภายในองค์กร

 

ส่งผลทำให้
เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรเห็นความพยายามของพวกเขา แรงจูงใจพนักงานจะสูงขึ้นทันที และนำไปสู่ความภักดีต่อองค์กร

 

3. ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพ (Learning & Career Growth)

แรงบันดาลใจในการทำงาน จำนวนมากมาจากการที่พนักงานเห็นเส้นทางการเติบโตของตนเองในองค์กร

 

ทำไมสิ่งนี้สำคัญ?
ตามทฤษฎี Herzberg’s Two-Factor Theory “โอกาสเติบโต” ถือเป็นปัจจัยสร้างแรงจูงใจที่แท้จริง หากองค์กรไม่สนับสนุนการเรียนรู้ พนักงานมักรู้สึกหยุดนิ่งและอาจเลือกลาออก

 

แนวทางปฏิบัติ

• จัดอบรมภายในและภายนอก

• สนับสนุนการเรียนออนไลน์ (Coursera, LinkedIn Learning)

• สร้างระบบ Coaching และ Mentoring

• เปิด Career Path ที่ชัดเจน เช่น เส้นทางการเลื่อนตำแหน่ง

 

ส่งผลทำให้
พนักงานจะรู้สึกว่าการอยู่ในองค์กรไม่ใช่การหยุดนิ่ง แต่เป็นการเดินทางที่พัฒนาไปพร้อมกับองค์กร

 

4. สร้างสมดุลชีวิตและงาน (Work–Life Balance)

ปัญหาหนึ่งที่ทำให้พนักงานหมดไฟคือการทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาให้ครอบครัวหรือชีวิตส่วนตัว

 

เทคนิคสร้างแรงจูงใจพนักงาน ในมิติ Work–Life Balance:

• Flexible working hours: ให้พนักงานจัดการเวลาได้

• Work From Home: ลดเวลาการเดินทางและความเครียด

• Wellness Program: กิจกรรมเพื่อสุขภาพกายและใจ เช่น โยคะ โปรแกรมออกกำลังกาย หรือบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต

 

ส่งผลทำให้

พนักงานจะมีพลังงานบวก ทำงานได้อย่างมีสมาธิ และไม่รู้สึกว่าต้องเลือกระหว่าง “ชีวิตส่วนตัว” กับ “งาน”

 

5. เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม (Participation & Empowerment)

แรงจูงใจจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนเองมีเสียงในการตัดสินใจ

 

ทำไมสิ่งนี้สำคัญ?
การมีส่วนร่วมสร้าง “Sense of Belonging” ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของงานและองค์กร

 

แนวทางปฏิบัติ

• สร้างระบบเสนอไอเดีย เช่น Innovation Day

• เปิดช่องทาง Feedback อย่างต่อเนื่อง

• ใช้การทำ Poll หรือ Survey ภายในทีม

 

ส่งผลทำให้
พนักงานจะมีแรงผลักดันที่จะทำงานให้ดีที่สุด เพราะรู้สึกว่าองค์กรเคารพความคิดเห็นและความคิดสร้างสรรค์ของตน

หากพนักงานขาดแรงจูงใจ จะส่งผลอย่างไร?

หลายงานวิจัยชี้ว่า การขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งพนักงานและองค์กร เช่น

 

ประสิทธิภาพลดลง: รายงานจาก Journal of Human Resource and Sustainability Studies (2020) พบว่าพนักงานที่ขาดแรงจูงใจมี Productivity ต่ำกว่าพนักงานที่มีแรงจูงใจสูงถึง 40%

 

เกิดภาวะ Burnout: ขาดพลังงานทางอารมณ์และจิตใจ นำไปสู่ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง และคุณภาพงานตกต่ำ (World Health Organization, 2019 จัด Burnout เป็นหนึ่งในภาวะความเครียดจากการทำงานที่ต้องเฝ้าระวัง)

 

เพิ่มอัตราการลาออก: การวิจัยจาก Gallup (2023) ระบุว่า พนักงานที่ไม่ผูกพันกับงาน (disengaged) มีโอกาสลาออกสูงกว่าคนที่มีแรงจูงใจมากถึง 2.6 เท่า

 

บรรยากาศองค์กรแย่ลง: เมื่อแรงจูงใจต่ำ แรงบวกในทีมก็ลดลง ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและบรรยากาศการทำงานที่ตึงเครียด

นักจิตวิทยาในการแก้ปัญหาพนักงานขาดแรงจูงใจ

แม้ว่า HR และผู้บริหารจะมีบทบาทสำคัญในการสร้าง แรงจูงใจพนักงาน แต่บางครั้งปัญหาที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ลึกกว่า เช่น ความเครียดสะสม ความขัดแย้งภายในทีม หรือปัญหาส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ HR เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถจัดการได้ครบถ้วน

 

นี่คือจุดที่ “นักจิตวิทยา เข้ามามีบทบาทสำคัญ

 

การวิเคราะห์เชิงลึก (Workplace Assessment): นักจิตวิทยาองค์กรสามารถประเมินสภาพแรงจูงใจ วัฒนธรรมองค์กร และปัจจัยทางจิตใจที่ทำให้พนักงานหมดไฟ

 

การให้คำปรึกษา (Counseling & Coaching): พนักงานที่เผชิญกับความเครียดหรือความรู้สึกหมดไฟ สามารถเข้ารับคำปรึกษาเฉพาะบุคคลได้

 

การสร้างโปรแกรมเชิงป้องกัน (Preventive Programs): เช่น Workshop เรื่อง Emotional Resilience, Stress Management, หรือ Positive Psychology เพื่อเสริมแรงบันดาลใจในการทำงาน

 

เสริม HR ในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง: นักจิตวิทยาองค์กรช่วย HR ออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับพฤติกรรมมนุษย์จริง ๆ เช่น Team Dynamics หรือ Conflict Resolution

Workshop นักจิตวิทยา: ทางออกสำหรับองค์กรยุคใหม่

เมื่อพนักงาน “ขาดแรงจูงใจ” ไม่เพียงส่งผลต่อผลงาน แต่ยังบั่นทอนสุขภาพจิต และสร้างบรรยากาศเชิงลบทั้งทีม องค์กรที่ต้องการแก้ปัญหาเชิงรุกจึงควรลงทุนใน Workshop ด้านจิตวิทยา ที่ออกแบบมาเพื่อเติมไฟให้พนักงาน

 

ตัวอย่าง Workshop ที่เหมาะสม 

Unlocking Work Motivation: ค้นหาปัจจัยแรงขับเคลื่อนส่วนบุคคล และเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กร

Resilience at Work: เสริมทักษะการรับมือกับความเครียดและความท้าทาย

Positive Leadership: พัฒนาผู้จัดการให้ใช้จิตวิทยาเชิงบวกสร้างแรงบันดาลใจทีม

Mindfulness for Productivity: ฝึกสมาธิเพื่อโฟกัสและลด Burnout

 

ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้รับ

พนักงานกลับมามีพลังและแรงจูงใจ

ลดอัตราการขาดงานและลาออก

เพิ่มประสิทธิภาพและความผูกพันในองค์กร

สร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก

        การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของฝ่าย HR เท่านั้น แต่คือ “วัฒนธรรมองค์กร” ที่ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วม องค์กรที่ใส่ใจทั้งการสื่อสารเป้าหมาย การยอมรับผลงาน การส่งเสริมการเติบโต การดูแลสมดุลชีวิต และการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม ย่อมสร้างพนักงานที่มีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Gallup. (2023). State of the Global Workplace 2023 Report. Gallup, Inc.

  • Van Wingerden, J., & Van der Stoep, J. (2018). The motivational potential of meaningful work: Relationships with strengths use, work engagement, and performance. PLOS ONE, 13(6), e0197599. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0197599

  • World Health Organization. (2019). Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases.

  • Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

หนังสือจิตวิทยา ปลุกพลัง-SAKID

5 หนังสือจิตวิทยา ปลุกพลังความก้าวหน้าในอาชีพ ที่ต้องมีติดโต๊ะทำงาน

หากคุณเป็นพนักงานออฟฟิศหรือผู้ที่ทำงานในองค์กร ที่รู้สึกติดอยู่ในวังวนเดิม ๆ ไม่มีความก้าวหน้าหรือความสุขในการทำงาน และต้องการหาแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตนเองให้ทำงานได้อย่างมีความสุขและประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้มีหนังสือจิตวิทยาดีๆ  5 เล่มจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยปลุกพลังและเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานของคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ หนังสือเหล่านี้จะช่วยให้คุณค้นพบตัวเอง ปลดล็อกความคิด และปรับมุมมองใหม่ในการทำงานและการใช้ชีวิต

อ่านต่อ »
ergonomics คือ

Ergonomics คืออะไร รู้จักกับการยศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีในการทำงาน

ออฟฟิศไหนกำลังประสบปัญหาปวดหลังกันทั้งออฟฟิศโปรดมาทางนี้! ชวนมาทำความรู้จัก Ergonomics หรือ การยศาสตร์ ศาสตร์แห่งการทำงานที่ช่วยให้พนักงานมีสุขภาพดีด้วย…

อ่านต่อ »
template -SET Start healthy strong together-SAKID

SET Start healthy strong together with SAKID

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม SET Start healthy strong together ที่แข่งขันทำภาารกิจสุขภาพดี โดยผ่าน SAKID application ตลอดระยะเวลากันยายน– พฤศจิกายน 67  มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งปรับเรื่องอาหาร ลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสมพร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกินอาหารตามภารกิจในแต่ละวัน โดยได้มีการจัดแบ่งทีมทั้งหมด 4 ทีมเพื่อแข่งขันสุขภาพดีและได้รับรางวัลโดยคนที่มีคะแนนสูงสุดในแต่ละทีมจะได้รางวัลพิเศษอีกด้วย ในกิจกรรมนี้ทุกคนได้ที่เข้าร่วมได้ปรับเปลี่ยนโดยการกินน้ำเปล่าเพิ่มมากขึ้น เดินกันเพิ่มมากขึ้น และส่งรูปอาหารที่กินมีผักเพิ่มขึ้นในแต่ละมื้อ

อ่านต่อ »
แยกขยะในที่ทำงาน-SAKID

แยกขยะในที่ทำงาน เรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้

ในแต่ละวัน ที่ทำงานของเราสร้างขยะจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นถ้วยกาแฟ กล่องอาหารกลางวัน กระดาษที่ใช้แล้ว หรือขยะรีไซเคิลอื่น ๆ ถ้าเรารู้จักแยกขยะให้ถูกประเภทตั้งแต่ต้นทาง ก็สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก ที่สำคัญยังทำให้ที่ทำงานสะอาดและน่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วย

อ่านต่อ »
สร้าง-empathic-leader-พนักงานดีใจ-SAKID

สร้าง empathic leader พนักงานดีใจ

คงได้ยินคำว่า Empathic Leader มากันบ้างแล้วใช่ไหมคะ  ผู้นำที่มีความเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างไรกันนะ…ยอมรับฟังและเข้าใจลูกน้องอย่างไม่มีเงื่อนไข  ไม่คิดตัดสินลูกน้อง  วางใจเป็นกลางแบบนั้นเลยหรือไง  แล้วระบบงานล่ะ  อีกทั้งตัวเลขต่างๆ ที่ต้องทำให้ตามเป้าบริษัท  ความเครียดของบอสก็เยอะกันแล้ว  จะมาทำเป็นใจว่างๆ ฟังลูกน้องทั้งวันกันได้อย่างไร

อ่านต่อ »
Sakid-mea-มีนบุรี-Cover

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
URL Copied!

แนะนำ สวัสดิการอาหารพนักงาน สำหรับองค์กรที่มีโรงอาหาร

ในหลายองค์กร โรงอาหาร (Canteen) คือหนึ่งในสวัสดิการหลักที่พนักงานใช้ทุกวัน แต่คำว่า สวัสดิการอาหารพนักงาน ไม่ได้หมายถึงแค่การมีข้าวแกงราคาถูกหรืออาหารกลางวันฟรีเท่านั้น หากมองลึกไปกว่านั้น ยังมีรูปแบบสวัสดิการอาหารอื่นๆอีกซึ่งเราจะมาดูกันในบทความนี้ว่า สวัสดิการอาหารแบบไหนจะช่วยให้พนักงานได้สุขภาพกันมากขึ้น

ทำไม “สวัสดิการอาหารพนักงาน” จึงสำคัญ

 

1. ลดความเหนื่อยล้าและความเครียดจากการหาซื้ออาหาร
ในองค์กรที่ไม่มีโรงอาหาร พนักงานต้องเสียเวลาและพลังงานออกไปหาซื้ออาหารนอกบริษัท ซึ่งไม่เพียงทำให้พักไม่เพียงพอ แต่ยังเสี่ยงเจออาหารที่ไม่มีคุณภาพ การจัด สวัสดิการอาหารพนักงาน จึงช่วยให้พนักงานได้รับมื้อที่สะดวก ปลอดภัย และไม่ต้องกังวลกับการเลือกอาหารทุกวัน

 

2.ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มขวัญกำลังใจ
ค่าอาหารกลางวันเฉลี่ยในเมืองใหญ่ตกวันละ 60–120 บาท หากองค์กรสนับสนุนบางส่วนหรือทั้งหมด จะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กร “ใส่ใจ” และช่วยลดภาระค่าครองชีพ สร้างความผูกพันและความพึงพอใจในงานมากขึ้น

 

3.ส่งเสริมสุขภาพ ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
การเลือก อาหารสุขภาพพนักงาน เช่น ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักผลไม้และโปรตีนคุณภาพดี ช่วยลดความเสี่ยงโรคยอดฮิตอย่าง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นต้นทุนสุขภาพที่องค์กรต้องแบกรับหากพนักงานเจ็บป่วย

 

4.เชื่อมโยงกับ Productivity และ Employee Engagement
พนักงานที่ได้รับอาหารที่สมดุลจะมีพลังงานเพียงพอในการทำงานตลอดวัน ลดอาการง่วงช่วงบ่าย มีสมาธิ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ การมี สวัสดิการอาหาร ยังทำให้พนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กร (Engagement) มากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรักษาคนเก่งไว้ในระยะยาว

รูปแบบสวัสดิการอาหารที่นิยมในองค์กร

1.โรงอาหาร (Canteen) ภายในบริษัท
เป็นรูปแบบที่หลายองค์กรขนาดใหญ่ใช้ เพราะสามารถควบคุมคุณภาพ รสชาติ และราคาได้ง่าย พนักงานสะดวก ไม่ต้องเดินทางไปหาซื้ออาหารข้างนอก

 

2.บัตร/คูปองอาหาร
นิยมในองค์กรที่ไม่มีพื้นที่จัดโรงอาหาร โดยออกคูปองหรือบัตรที่สามารถใช้ซื้ออาหารจากร้านเครือข่ายที่ผ่านการคัดเลือก เช่น ร้านอาหารสุขภาพหรือร้านที่ได้มาตรฐานความสะอาด

 

3.อาหารฟรี หรือสนับสนุนค่าอาหารบางส่วน
องค์กรบางแห่งจัดให้พนักงานได้รับอาหารฟรีทุกวัน หรือสนับสนุนค่าอาหารบางส่วน เช่น วันละ 50–100 บาท ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริงและสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

 

4.โปรแกรมอาหารสุขภาพ (Clean Food, Low Sodium, Plant-based)
องค์กรยุคใหม่เริ่มหันมาใช้ โปรแกรมอาหารสุขภาพพนักงาน โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญ เช่น Clean Food, เมนูลดโซเดียม หรือตัวเลือก Plant-based ที่เหมาะสำหรับพนักงานที่ใส่ใจสุขภาพหรือรับประทานมังสวิรัติ

ประโยชน์ของสวัสดิการอาหารต่อองค์กร

• สร้างภาพลักษณ์ Employer of Choice: พนักงานรุ่นใหม่ (Gen Y, Gen Z) ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การมี สวัสดิการอาหารสุขภาพ จึงเป็นตัวช่วยดึงดูด 

• ลดความเครียดเรื่องค่าใช้จ่าย: พนักงานไม่ต้องกังวลค่าอาหารกลางวัน ทำให้โฟกัสกับงานได้เต็มที่

• เพิ่ม Productivity: อาหารที่สมดุลช่วยให้ร่างกายและสมองทำงานเต็มประสิทธิภาพ ลดอาการง่วงช่วงบ่าย

พนักงานสุขภาพดี: ลดโรคNCDsถ้ามีการทำ Healthy Canteen

ออกแบบสวัสดิการอาหารที่ตอบโจทย์พนักงาน

สำรวจความต้องการของพนักงาน (อาหารไทย/อินเตอร์/เมนูสุขภาพ)

ออกแบบเมนูร่วมกับนักกำหนดอาหาร เพื่อให้เหมาะกับเพศ อายุ และกิจกรรม

ประเมิน Vendor หรือผู้ให้บริการโรงอาหาร ว่ามีมาตรฐานความสะอาดและการจัดการโภชนาการหรือไม่

จัดทำระบบ Feedback ให้พนักงานสามารถเสนอไอเดียเมนูใหม่ได้

บูรณาการเข้ากับ Wellness Program เช่น กิจกรรมโภชนาการ การออกกำลังกาย

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

SAKID ตัวเลือกผู้ให้บริการโรงอาหารสุขภาพ 

การเลือกผู้ให้บริการโรงอาหารไม่ใช่แค่เรื่องราคาถูกหรือรสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ HR และผู้บริหารควรพิจารณาปัจจัยดังนี้

 

1.ทีมงานมีนักกำหนดอาหารหรือไม่
เพราะโภชนาการคือหัวใจสำคัญ โรงอาหารที่มีนักกำหนดอาหารช่วยออกแบบเมนูจะทำให้อาหารมีคุณค่าและเหมาะสมกับพนักงานหลากหลายกลุ่ม

 

2.การสร้างมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัย
ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีมาตรฐาน clean food good taste หรือ เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร เพื่อรับประกันคุณภาพอาหารและความปลอดภัย

 

3.เมนูสุขภาพและความหลากหลาย
โรงอาหารควรมีเมนูที่ตอบโจทย์ทั้ง อาหารสุขภาพพนักงาน เช่น ลดหวาน เค็ม มัน และยังรองรับความต้องการเฉพาะ เช่น อาหารฮาลาล มังสวิรัติ

 

4.การรับฟังFeedback จากพนักงาน
ผู้ให้บริการที่ดีควรมีช่องทางให้พนักงานแสดงความคิดเห็นหรือแนะนำเมนูใหม่ เพื่อให้โรงอาหารพัฒนาได้ต่อเนื่อง

    สวัสดิการอาหารพนักงาน ไม่ใช่เพียงมื้ออาหารในแต่ละวัน แต่คือการลงทุนที่ช่วยให้องค์กรได้ทั้ง สุขภาพพนักงาน ประสิทธิภาพการทำงาน และความผูกพันในระยะยาว โรงอาหารที่จัดอย่างมีคุณภาพสามารถเปลี่ยนจากแค่ “ที่กินข้าว” ให้กลายเป็น “พื้นที่สร้างสุขภาพและวัฒนธรรมองค์กร” ได้จริง

       สนใจทำ Healthy Canteen แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2020). Workplace health promotion and occupational health. Retrieved from https://www.who.int

  • Centers for Disease Control and Prevention. (2019). Workplace Health Model. Retrieved from https://www.cdc.gov/workplacehealthpromotion

  • Ministry of Public Health, Thailand. (2021). แนวทางการส่งเสริมโภชนาการในสถานประกอบการ. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

  • International Labour Organization. (2019). Improving nutrition in the workplace: A business case. Retrieved from https://www.ilo.org

  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2022). รายงานสุขภาพคนทำงานไทยและบทบาทของสถานประกอบการ. กรุงเทพฯ: สสส.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

มารู้จัก EAP cr-SAKID

มารู้จักกับ EAP:โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน ให้คำแนะนำส่วนตัว

คุณรู้สึกเครียด กังวล หรือเหนื่อยล้ากับงานอยู่หรือเปล่า? คุณมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์หรือปัญหาส่วนตัวอื่นๆ อยู่หรือไม่? หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ EAP คือคำตอบของคุณ

EAP ย่อมาจาก Employee Assistance Program หรือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน เป็นโปรแกรมสวัสดิการที่บริษัทมอบให้พนักงาน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ปัญหาทางการเงิน หรือปัญหาอื่นๆ ในชีวิตส่วนตัว โดยให้บริการผ่านนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ

อ่านต่อ »
สวัสดิการบริษัท

5 สวัสดิการบริษัทระดับโลกสุดเจ๋งที่คนรุ่นใหม่สนใจ

สวัสดิการบริษัทที่ดี มีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไรบ้าง? แนะนำ 5 สวัสดิการพนักงานที่น่าสนใจ ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกใช้จูงใจให้คนรุ่นใหม่มาร่วมงานด้วย

อ่านต่อ »
จัด-Workshop-อย่างไรให้โดนใจ-Cover-Sakid

จัด Workshop อย่างไร ให้โดนใจ

การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยจุดเริ่มต้นที่สามารถทำได้คือการจัดอบรมเกี่ยวกับสุขภาพในด้านต่างๆการจัดอบรมจะช่วยปูพื้นความรู้การดูแลสุขภาพทั้งด้านกายและจิตให้กับพนักงาน ให้สามารถนำไปใช้ดูแลสุขภาพของตัวเองได้ โดยทีมผู้จัด สามารถเริ่มต้นทำได้

อ่านต่อ »
Healthy canteen Cu-thumbnail SAKID

WORKSHOP Healthy Canteen CU

กิจกรรม  “Workshop Healthy Canteen”

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Workshop Healthy Canteen” ให้กับผู้เข้าร่วมที่สนใจด้านการทำอาหารให้ผู้อื่น หรือร้านค้า โดยนักกำหนดอาหาร

อ่านต่อ »
ดูแลพนักงานGenZ-SAKID

การดูแลพนักงานเจนใหม่ Gen Z ด้วยแนวทางจิตวิทยา

ในยุคปัจจุบัน พนักงานกลุ่ม Gen Z และ Millennials กลายเป็นกำลังสำคัญขององค์กรทั่วโลก ด้วยความที่ทั้งสองกลุ่มเติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีบทบาทสำคัญ พวกเขามีมุมมองต่อชีวิต การทำงาน และความสำเร็จที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน การจัดการคนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องเข้าใจจิตวิทยาและพฤติกรรมเฉพาะตัวของพวกเขา เพื่อสร้างความผูกพันและดึงศักยภาพออกมาให้ได้มากที่สุด

อ่านต่อ »
Cover retire-SAKID

รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคง ต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา

กิจกรรม  Workshop “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ”

เมื่อวันที่ 23  กันยายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop ออฟไลน์ และออนไลน์ไปพร้อมกัน ในหัวข้อ “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ” โดยนักกำหนดอาหารที่จะให้ความรู้ทั้งในวัยที่กำลังเกษียณและวัยทำงานที่จะได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินอย่างไร ให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย สัดส่วนอาหารที่จำเป็นต่อวัยต่างๆ ที่ยังสามารถอร่อยและสุขภาพดีได้ การเลือกกินอย่างสมดุล และในส่วนของนักการเงินที่จะมาสอนเรื่องการลงทุนและการเก็บออมเงินก่อนเกษียณ การทำแบบแผนเตรียมตัวเกษียณอย่างง่าย การวางแผนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและใช้เงินในวัยเกษียณอย่างมีความสุขในสไตล์ที่เป็นเรา

อ่านต่อ »
URL Copied!

รับออกแบบ เมนูอาหารพนักงานโรงงาน ให้สุขภาพดี Healthy canteen

พนักงานโรงงานส่วนใหญ่ใช้เวลาในโรงงานวันละ 8–12 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า มื้อหลักเกือบทั้งหมดของพวกเขามาจากโรงอาหารโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน หรือแม้แต่เย็นในกรณีที่ทำโอที การมีเมนูที่สมดุลจึงเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและพลังงานของพนักงาน

พฤติกรรมการกินของพนักงานโรงงาน

 

1.พึ่งพาโรงอาหารเกือบ 100%
พนักงานไม่สะดวกออกไปทานข้างนอกในเวลาทำงาน ทำให้โรงอาหารกลายเป็นแหล่งโภชนาการหลัก

 

2.มื้ออาหารคือการเติมพลังงานให้ทำงานต่อ
ต่างจากออฟฟิศที่อาจนั่งโต๊ะ พนักงานโรงงานใช้แรงงานร่างกายมาก หากอาหารไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสม จะทำให้เหนื่อยล้า ง่วง และเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุ

 

3.ความสะดวกและรวดเร็วสำคัญที่สุด
โรงอาหารมักมีเวลาพักสั้น ทำให้พนักงานเลือกอาหารตามความเร็ว ไม่ใช่คุณค่าทางโภชนาการ หากไม่มีเมนูสุขภาพที่เข้าถึงง่าย พวกเขามักเลือกอาหารทอดหรือข้าวราดแกงที่มีรสจัดเป็นหลัก

 

ทำไมโรงอาหารโรงงานถึงมีความสำคัญ

 

เป็นจุดควบคุมสุขภาพของทั้งองค์กร
ถ้าโรงอาหารจัดอาหารไม่สมดุล พนักงานทั้งร้อยหรือพันคนจะได้รับโภชนาการที่ผิดพลาดเหมือนกันทุกวัน แต่ถ้าโรงอาหารออกแบบดี ก็เท่ากับสร้างสุขภาพดีให้ทั้งองค์กร

 

• เป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการที่จับต้องได้
โรงอาหารที่สะอาด มีเมนูสุขภาพ และราคาเหมาะสม ทำให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจคุณภาพชีวิตจริง ไม่ใช่แค่พูด

 

• มีผลต่อความสุขและประสิทธิภาพงาน
พนักงานที่อิ่มอร่อยและได้สารอาหารครบถ้วน จะมีแรงทำงานมากขึ้น สมาธิดีขึ้น และลดการลาป่วยจากโรคเรื้อรังที่เกิดจากการกิน

หลักการออกแบบเมนูโรงอาหารโรงงานแบบ Healthy Canteen

 

การคัดเลือกวัตถุดิบ

การเลือกวัตถุดิบเป็นรากฐานสำคัญของการทำอาหารสุขภาพ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งผลต่อทั้งคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติ 

 

• ข้าวกล้องและธัญพืช: ให้ใยอาหารสูง ทำให้อิ่มนาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ทำให้พนักงานง่วงหลับหลังมื้อกลางวัน ต่างจากข้าวขาวที่ย่อยเร็วและเพิ่มน้ำตาลในเลือดทันที

 

• โปรตีนคุณภาพ: เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ หรือถั่ว มีไขมันอิ่มตัวต่ำ ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อของพนักงานที่ใช้แรงงานหนัก

 

• ผักครึ่งจาน: นอกจากเพิ่มไฟเบอร์ ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้สมดุล เช่น วิตามินซีช่วยลดความเหนื่อยล้า

 

• ลดเนื้อสัตว์แปรรูป: เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม ที่มักมีโซเดียมสูงและมีสารกันบูด ซึ่งหากรับประทานต่อเนื่องจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและมะเร็งลำไส้

 

แนวทางปฏิบัติจริง
HR อาจร่วมมือกับผู้จัดซื้อเพื่อเลือกซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และกำหนดเกณฑ์คุณภาพวัตถุดิบ เช่น “ต้องใช้เนื้อสัตว์สด ไม่แช่แข็งนานเกิน 3 เดือน” หรือ “เลือกผักผลไม้ในฤดูกาลและปลอดสารในท้องถิ่น”

 

การลดโซเดียม น้ำตาล ไขมัน

การปรับรสชาติอาหารให้ “กลมกล่อมแต่ไม่จัด” ช่วยให้พนักงานได้รับโภชนาการที่ดีโดยไม่รู้สึกว่ากำลัง “ทานอาหารคลีน” จนเกินไป

 

• ใช้สมุนไพรแทนเครื่องปรุงรส: เช่น ขิง กระเทียม มะนาว พริกไทย ช่วยเพิ่มรสชาติหอมเผ็ดโดยไม่ต้องใส่เกลือหรือน้ำปลาเกินความจำเป็น

 

• ใช้น้ำมันคุณภาพ: น้ำมันรำข้าวและน้ำมันถั่วเหลืองมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ลดคอเลสเตอรอล และควรหลีกเลี่ยงการทอดซ้ำเพราะจะเกิดสารก่อมะเร็ง (Trans fat)

 

• ลดน้ำตาล: ลดการใช้น้ำตาลในเมนูเครื่องดื่ม และเปลี่ยนเป็นน้ำสมุนไพรไม่หวาน เช่น น้ำเก๊กฮวยไม่ใส่น้ำตาล หรือน้ำใบเตยแทนเครื่องดื่มชูกำลัง

 

ลดเครื่องดื่มหวาน: น้ำอัดลมหรือน้ำหวาน 1 แก้ว อาจมีน้ำตาลสูงถึง 6–8 ช้อนชา การลดหรือเลิกเสิร์ฟจะช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้มาก

 

แนวทางปฏิบัติจริง

• กำหนดสูตรมาตรฐาน เช่น “เมนูผัดใช้เกลือไม่เกิน ½ ช้อนชา ต่อ 5 ที่”

• จัดโซนน้ำดื่มเป็น “น้ำเปล่า” และ “น้ำสมุนไพรไม่หวาน” แทนการตั้งน้ำอัดลมเป็นตัวเลือกหลัก

• ให้แม่ครัวผ่านการอบรม โภชนาการอาหารสุขภาพ เพื่อเข้าใจผลกระทบของโซเดียม-น้ำตาลต่อร่างกาย

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

สัดส่วนโภชนาการที่สมดุล

สิ่งที่โรงอาหารควรคำนึงถึงไม่ใช่แค่ปริมาณอาหาร แต่คือ ความสมดุลในแต่ละมื้อ

50% ผัก → ช่วยควบคุมน้ำหนักและให้ใยอาหาร

25% โปรตีน → เสริมพลังงานและซ่อมแซมร่างกาย

25% คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน → ให้พลังงานยั่งยืน

 

ตัวอย่าง
ข้าวกล้อง 1 ทัพพี + ไก่ผัดพริกไทยดำ + ต้มจืดผักกาดขาว + ผลไม้ 1 ชิ้น จะทำให้พนักงานได้พลังงานเพียงพอแต่ไม่หนักเกินไป

โรงอาหารโรงงานที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยองค์กรอย่างไร

1.ลดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล  พนักงานป่วยน้อยลง องค์กรเสียค่าเบิกน้อยลง

2.เพิ่มประสิทธิภาพงาน  พนักงานมีพลังงาน ทำงานได้ต่อเนื่อง

3.สร้าง Employer Branding  การมีสวัสดิการอาหารโรงงานที่ดี ทำให้โรงงานดึงดูดแรงงานคุณภาพ

Checklist แนะนำ Healthy Canteen เบื้องต้น

 มีเมนูสุขภาพให้เลือกทุกมื้อ

 มีผลไม้เสิร์ฟทุกวัน

ลดอาหารทอดและมัน

มีป้ายแสดงคุณค่าทางโภชนาการ

มีเวิร์กช็อปให้ความรู้โภชนาการแก่พนักงาน

      การจัด เมนูอาหารพนักงานโรงงาน ที่ดีต่อสุขภาพ คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความสุข โรงอาหารโรงงานที่ออกแบบอย่างเหมาะสมจะช่วยให้พนักงานแข็งแรง มีพลัง และพร้อมทุ่มเทกับงานเต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ และเป็นแรงดึงดูดให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานกับองค์กรที่ดูแลคนของตนอย่างแท้จริง

       สนใจทำ Healthy Canteen แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2020). Healthy diet. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/healthy-diet

  • Ministry of Public Health Thailand. (2021). แนวทางการจัดอาหารสุขภาพในสถานประกอบการ.

  • Centers for Disease Control and Prevention. (2022). Workplace health promotion.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

Healthy canteen Cu-thumbnail SAKID

WORKSHOP Healthy Canteen CU

กิจกรรม  “Workshop Healthy Canteen”

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Workshop Healthy Canteen” ให้กับผู้เข้าร่วมที่สนใจด้านการทำอาหารให้ผู้อื่น หรือร้านค้า โดยนักกำหนดอาหาร

อ่านต่อ »

รีวิว จัด กิจกรรมบริษัท ให้พนักงานสุขภาพดีได้ด้วย SAKID

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

อ่านต่อ »
Cover cooking class เฮลตี้ คิมบับ-SAKID

WORKSHOP Cooking class เฮลตี้ คิมบับ

กิจกรรม Cooking class คิมบับ กับ SAKID
วันที่ 5 มิถุนายน 2568  SAKIDได้จัดกิจกรรม Cooking class คิมบับสุขภาพดีสไตล์เกาหลี  ให้กับพนักงานบริษัทภิรัช โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ แลให้ความรู้และความเข้าใจในการเลือกใช้วัตถุดิบประกอบอาหาร ก่อนเริ่มสอนทำคิมบับสุขภาพดีสไตล์เกาหลี  โดยจะมีการสอนทำคิมบับแบบม้วน ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่และทูน่าที่สามารถทำกินเองได้ง่ายๆจากที่บ้าน ซึ่งคิมบับประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่มีปประโยชน์ต่อร่างกาย

อ่านต่อ »
จัดโต๊ะทำงาน

“จัดโต๊ะทำงาน” สร้างสุขในการทำงานง่ายๆ ด้วยความเป็นระเบียบ

เคยไหม? ก่อนเริ่มทำงาน ต้องจัดโต๊ะ จัดห้องให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นจะรู้สึกหงุดหงิด ไม่มีสมาธิทำงาน ไขประโยชน์ของการจัดโต๊ะทำงาน พร้อมเทคนิคจัดโต๊ะ เคลียร์สมอง!

อ่านต่อ »
Cover-Sakid-Ws อาหารและหลักโภชนาการ

WORKSHOP อาหารและหลักโภชนาการในการดูแลตัวเอง

กิจกรรม  Workshop “อาหารและหลักโภชนาการในการดูแลตัวเอง”

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “อาหารและหลักโภชนาการในการดูแลตัวเอง” โดยนักกำหนดอาหารที่ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องการดูแลด้านอาหารการปรับใช้กับตัวเอง การอ่านผลเลือดเข้าใจแบบง่ายว่าเราต้องปรับพฤติกรรมด้านไหน รวมทริคสุขภาพดีด้วยการปรับมื้อนี้ให้สุขภาพมากขึ้น การตั้งเป้าหมาย Smart Goal ทำให้ได้จริง

อ่านต่อ »

Workshop เริ่มต้นสุขภาพดีทำได้ทุกวัน #workshop3อ #อาหาร

ดูแลสุขภาพพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เรื่องอาหารการกิน , Workshop การกิน , Health talk update ความรู้ ด้านโภชนาการ หรือ Cooking class โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพที่มีประสบการณ์ ตัวอย่างหัวข้อ WORKSHOP ขอใบเสนอราคา วัตถุประสงค์    🟠 เข้าใจและรู้หลักการในการเลือกกินประเภทไขมันให้ดีต่อสุขภาพ  

อ่านต่อ »
URL Copied!

วิธีดึงพนักงานกลับมาเมื่อ หมดpassionในการทำงาน

      เคยสังเกตไหมว่า ทำไมพนักงานที่เคยเต็มไปด้วยไฟในการทำงาน เคยเป็นคนเสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างกระตือรือร้น กลับค่อย ๆ กลายเป็นคนที่นั่งเงียบ ไม่อยากออกความคิดเห็น และทำงานไปวัน ๆ เพียงเพื่อรอให้หมดเวลา? นี่ไม่ใช่เพียงแค่ “อาการเหนื่อย” ชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณสำคัญของ หมดpassionในการทำงาน ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในองค์กรไทยและทั่วโลก

 

       ในประเทศไทยเอง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็เคยรายงานว่า พนักงานกว่า 1 ใน 3 เผชิญภาวะเครียดเรื้อรังจากการทำงาน และหลายกรณีกลายเป็น หมดไฟในการทำงาน ตามมา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทั้งสุขภาพพนักงานและผลประกอบการขององค์กร

ทำไมพนักงานถึง หมดpassionในการทำงาน

การที่พนักงานรู้สึกหมดไฟหรือหมด passion มักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลรวมจากหลายปัจจัยที่สะสมจนทำให้แรงจูงใจและความสุขในการทำงานลดลง

 

1. ปัจจัยด้านตัวพนักงาน (Individual)

• ความไม่สมดุลชีวิต-งาน (Work-Life Imbalance): พนักงานที่ทำงานเกินเวลาตลอด ไม่เหลือเวลาส่วนตัว จะรู้สึกว่า “งานแย่งชีวิต” จนนำไปสู่ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง

• เป้าหมายส่วนตัวไม่สอดคล้องกับงาน: เมื่อสิ่งที่ทำไม่ตอบโจทย์เส้นทางชีวิตหรือคุณค่าที่ตนเองเชื่อ เช่น อยากทำงานสร้างคุณค่า แต่กลับเจองานเน้นผลกำไรเพียงอย่างเดียว ทำให้หมดแรงใจ

• สุขภาพกายและจิต: การพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารไม่ถูกหลัก หรือเผชิญความเครียดสะสม ล้วนทำให้ passion ดับลงได้ง่าย

 

2. ปัจจัยด้านงาน (Job Factor)

• งานซ้ำซาก ไม่มีความท้าทาย: เมื่อพนักงานทำงานแบบเดิมซ้ำ ๆ ไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือทักษะใหม่ ๆ จะรู้สึกว่างานไร้ความหมาย

• ขาดโอกาสการพัฒนา: หากองค์กรไม่สนับสนุนการเรียนรู้ใหม่ พนักงานจะรู้สึกว่าอนาคตตัน ไม่เห็นเส้นทางเติบโต

• ระบบวัดผลงานไม่เป็นธรรม: การที่ผลงานไม่ได้รับการยอมรับ หรือถูกประเมินไม่สอดคล้องกับความจริง ทำให้รู้สึกท้อและหมดกำลังใจ

 

3. ปัจจัยด้านองค์กร (Organizational Factor)

• วัฒนธรรมองค์กรไม่เอื้อต่อความสุข: องค์กรที่เน้นตัวเลขมากกว่าคน ไม่ฟังเสียงพนักงาน หรือไม่มีระบบสนับสนุนสุขภาพใจ มักทำให้พนักงานรู้สึกถูกมองข้าม

• ภาวะผู้นำที่กดดันมากเกินไป: หัวหน้างานที่สื่อสารเชิงลบ ใช้วิธีบังคับมากกว่าการโค้ช จะทำให้ทีมหมด passion เร็วกว่าที่คิด

• การเปลี่ยนแปลงที่ถี่เกินไป: การปรับโครงสร้าง ย้ายทีม หรือเปลี่ยน KPI บ่อย ๆ โดยไม่มีการสื่อสารที่ดี สร้างความไม่มั่นคงและลดแรงจูงใจ

 

จะเห็นว่า หมดpassionในการทำงาน ไม่ใช่ความผิดของพนักงานเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของ “ระบบในที่ทำงาน” ที่ HR และผู้บริหารต้องร่วมกันดูแล ทั้งการออกแบบงาน วัฒนธรรมองค์กร และการสนับสนุนสุขภาวะพนักงาน

สัญญาณเตือนเมื่อพนักงาน หมดpassionในการทำงาน

การที่พนักงาน หมดpassionในการทำงาน มักไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะมี “สัญญาณเตือน” เล็ก ๆ ที่สะสมและชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ หาก HR และผู้บริหารจับสังเกตได้เร็ว ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญลามไปสู่ ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) อย่างรุนแรง

 

1. ประสิทธิภาพงานลดลงอย่างต่อเนื่อง

• ผลงานไม่ตรงตามกำหนด ทั้งที่เคยทำได้

• งานออกมาคุณภาพต่ำลง ไม่ใส่ใจรายละเอียด

• ไม่เสนอนวัตกรรมหรือไอเดียใหม่เหมือนเดิม

‣ ตัวอย่าง: พนักงานเคยเสนอไอเดียระหว่างประชุมทุกครั้ง แต่พักหลังเลือกเงียบ หรือพูดสั้น ๆ เพื่อให้จบ

 

2. พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

• มาสาย/ขาดงานบ่อย: อ้างเหตุผลสุขภาพหรือเรื่องส่วนตัวถี่ขึ้น

• ใช้เวลาพักมากขึ้น: เดินออกไปข้างนอกบ่อย หรือใช้เวลาพักเกินกำหนด

• แยกตัวจากทีม: ไม่เข้าร่วมกิจกรรมองค์กร ทั้งที่เคยกระตือรือร้น

‣ ตัวอย่าง: จากเดิมเป็นคนร่าเริง ชวนเพื่อนร่วมทีมคุย แต่ตอนนี้นั่งเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร

 

3. อารมณ์และทัศนคติเปลี่ยนไป

• แสดงออกถึง ความเบื่อหน่าย บ่อยครั้ง เช่น ถอนหายใจ ทำสีหน้าล้า

• พูดเชิงลบเกี่ยวกับงานหรือองค์กร

• ขาดความกระตือรือร้นในการรับมอบหมายงานใหม่

‣ ตัวอย่าง: เมื่อได้รับงานใหม่ ตอบทันทีว่า “ก็ทำได้แหละ แต่คงไม่ต่างจากเดิมหรอก”

 

4. ปัญหาสุขภาพกายและจิต

• นอนน้อย เหนื่อยง่าย เจ็บป่วยบ่อย

• บ่นปวดหัว ปวดหลัง หรือเครียดตลอดเวลา

• มีอาการซึมเศร้า เช่น เศร้าบ่อย ร้องไห้ง่าย

‣ตัวอย่าง: พนักงานลาป่วยบ่อยขึ้น โดยแพทย์ไม่พบสาเหตุทางกายที่ชัดเจน

 

5. ความสัมพันธ์ในที่ทำงานแย่ลง

• หงุดหงิดง่าย ขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน

• ไม่เปิดใจสื่อสารกับหัวหน้า

• ขาดความร่วมมือเมื่อต้องทำงานเป็นทีม

‣ ตัวอย่าง: เคยเป็นคนกลางประสานงาน แต่กลับกลายเป็นผู้สร้างความขัดแย้งในทีม

นักจิตวิทยาหลังแผ่นดินไหว-SAKID

กลยุทธ์ดึงพนักงานกลับมาเมื่อหมด Passion

 

1. ฟังเสียงและเข้าใจปัญหา

เริ่มต้นจากการ เปิดพื้นที่พูดคุย ไม่ว่าจะผ่าน one-on-one meeting หรือแบบสอบถามออนไลน์ เพื่อให้พนักงานได้ถ่ายทอดสิ่งที่กดดันจริง ๆ HR ควรรับฟังอย่างจริงใจ พร้อมนำข้อมูลไปออกแบบนโยบายใหม่

 

2. ปรับงานและเพิ่มความท้าทาย

พนักงานจำนวนมากหมด passion เพราะรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย การมอบหมายโครงการใหม่ ๆ หรือเปิดโอกาสให้หมุนเวียนงาน (Job Rotation) สามารถทำให้พนักงานกลับมามีแรงบันดาลใจ

 

3. สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานผ่านการยอมรับและการชื่นชม

Recognition เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้คำชื่นชมเล็ก ๆ ก็สามารถลดความรู้สึกหมดไฟได้ องค์กรควรมีระบบประกาศยกย่องผลงาน ทั้งรายบุคคลและทีม

 

4. ใช้โปรแกรม Wellbeing และ EAP

การดูแลสุขภาพกายและใจเป็นหัวใจหลักในการป้องกัน burnout องค์กรสามารถนำ Workplace Wellness Program หรือ Employee Assistance Program (EAP) มาใช้เพื่อสนับสนุนด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา

 

5. ออกแบบ Workshop และการเรียนรู้ใหม่

การสร้างโอกาสให้พนักงานเรียนรู้สิ่งใหม่ไม่เพียงพัฒนาทักษะ แต่ยังเติม passion ได้ เช่น Workshop จัดการความเครียดและสร้างแรงบันดาลใจ  Workshopที่ออกแบบโดยนักจิตวิทยา

Workshop นักจิตวิทยาและการปรึกษาออนไลน์สำหรับพนักงาน

หนึ่งในกลยุทธ์ที่องค์กรสามารถใช้เพื่อดูแล mental health ของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ คือการจัดให้มี Workshop ด้านสุขภาพจิต และการเปิดช่องทาง ปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ ซึ่งตอบโจทย์พนักงานยุคใหม่ที่อาจไม่สะดวกเดินทางไปพบผู้เชี่ยวชาญด้วยตนเอง

 

ทำไม Workshop นักจิตวิทยาจึงสำคัญ

• ช่วยให้พนักงานเข้าใจ การจัดการความเครียด และเทคนิคปรับอารมณ์ในชีวิตประจำวัน

• เปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้ร่วมกัน

• เสริมสร้างความเข้าใจเรื่อง การป้องกัน burnout และการสร้างสมดุลชีวิต-งาน

• เป็นกิจกรรมที่แสดงให้องค์กรเห็นถึงความใส่ใจต่อสุขภาพจิตของบุคลากร

 

ตัวอย่างหัวข้อเวิร์กช็อปที่ได้รับความนิยมในองค์กร

• Mindfulness at Work  ฝึกสติในที่ทำงานเพื่อลดความเครียด

• Stress Management 101  เทคนิคจัดการความเครียดแบบง่าย ๆ

• Burn out  การรู้จักตัวเองและจัดการปัญหากับเหตุการณ์ต่างๆภายในจิตใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

 

ปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์: การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น

ปัจจุบันหลายองค์กรเปิดบริการ Online Counseling ให้พนักงานสามารถพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ผ่าน วิดีโอคอล หรือแชทส่วนตัว ข้อดีคือ

• เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

• รักษาความเป็นส่วนตัว ทำให้พนักงานรู้สึกปลอดภัยในการเปิดใจ

• ลดอุปสรรคเรื่อง stigma เพราะหลายคนยังรู้สึกไม่กล้าไปพบผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว

 

การมีทั้ง Workshop และ Online Counseling จะช่วยให้องค์กรดูแลสุขภาพจิตพนักงานได้ครบมิติ ทั้งเชิงป้องกันและการให้ความช่วยเหลือเฉพาะราย

Checklist 5 ขั้นตอนดูแล Mental Health พนักงาน

 

✅ ประเมินสถานการณ์  ใช้แบบสอบถามความเครียดและ burnout

✅ เปิดช่องทางรับฟังอย่างจริงใจ  ให้องค์กรแสดงความตั้งใจที่จะรับฟังความคิดเห็น

✅ จัดโปรแกรมสนับสนุน  เช่น EAP หรือกิจกรรมเวิร์คช็อป

✅ ฝึกอบรมหัวหน้างาน  ให้เข้าใจการสังเกตสัญญาณสุขภาพจิต

✅ ติดตามและปรับปรุง  ใช้ KPI เช่น turnover rate, sick leave days

 

        การที่พนักงาน หมดpassionในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องผิดของใครฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งตัวงาน สภาพแวดล้อม และสุขภาพกายใจของคนทำงาน สิ่งสำคัญคือองค์กรต้องมองเห็นและเข้าใจ เพื่อช่วยให้พนักงานกลับมามีพลังและแรงบันดาลใจอีกครั้ง

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2019). Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases. WHO.

  • Maslach, C., & Leiter, M. P. (2016). Understanding the burnout experience: Recent research and its implications for psychiatry. World Psychiatry, 15(2), 103–111.

  • กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แนวทางป้องกันและดูแลภาวะหมดไฟในการทำงาน.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

Cover-Sakid-บางบัวทอง

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
Employee Assistance Program ช่วยคุณได้อย่างไร

Employee Assistance Program ยุคใหม่ช่วยอะไรคุณได้บ้าง

Employee Assistance Program คือเครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่วนรายล้อมตัวพนักงาน ช่วยทำให้ปัญหาต่าง ๆ ของเขาดีขึ้น แต่ดียังไง มาดูกัน

อ่านต่อ »

HRIS คืออะไร ทำไมถึงจำเป็นกับการบริหารทรัพยากรบุคคล

HRIS คืออุปกรณ์สำคัญในการช่วยทำให้ HR สามารถทำงานได้อย่างสะดวกขึ้น เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้สามารถตรวจเช็คข้อมูลพนักงานได้อย่างง่ายดาย แต่มันคืออะไรกันล่ะ

อ่านต่อ »
ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม-SAKID

การส่งเสริม สุขภาพองค์รวม ดูแลร่างกายและจิตใจเพื่อชีวิตที่สมดุล

ในยุคปัจจุบันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเครียด สุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงแค่การไม่มีโรคภัย แต่หมายถึงการมีสมดุลในทุกด้านของชีวิต การส่งเสริมสุขภาพองค์รวม (Holistic Health) เป็นแนวคิดที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม เพื่อให้เรามีชีวิตที่แข็งแรงและมีความสุขอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
Cover-ครูรัก-Sakid

Workshop “การจัดการความเครียด”

กิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด”

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 Sakid ได้จัดกิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมคและการไฟฟ้านครหลวง  โดยวิทยากรนักจิตวิทยาองค์กร ครูรักอมยิ้ม คุณอานนท์ ตั้งกิตติทรัพย์ ภายในงานผู้เข้าร่วมได้รับเทคนิคการจัดการความเครียด และการบริหารการทำงานให้มี Work-life balance

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail well-SAKID

Well-Being กลยุทธ์สร้างสุขภาวะที่ดีให้กับพนักงาน

ทุกธุรกิจ ทุกองค์กร มีการจัดการคนทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ถ้าวันนี้ลองสังเกตดูว่า พนักงานของเรา ยังมีความสุขในการทำงานหรือไม่ การทำงานของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กรมากแค่ไหน และคุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นทุกด้านรึเปล่า หากผู้นำหรือผู้บริหารสามารถมองจุดนี้ได้ ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »