URL Copied!

7 สัญญาณพนักงานไม่แฮปปี้ที่ไม่ควรมองข้าม

              ความสุขในที่ทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร แต่เมื่อพนักงานเริ่มขาดรอยยิ้มในการทำงาน ผลกระทบด้านลบที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายให้กับผลการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 7 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงความไม่แฮปปี้ของพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะนำวิธีการช่วยเหลือและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

7-สัญญาณพนักงานที่ไม่แฮปปี้

7 สัญญาณพนักงานไม่แฮปปี้

 

  1. แสดงความไม่พอใจหรือบ่นเกี่ยวกับงานบ่อยครั้ง
    เมื่อพนักงานเริ่มแสดงความไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นการบ่นหรือวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับงาน เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือบริษัทอยู่บ่อยๆ นั่นเป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่งว่าพวกเขากำลังรู้สึกไม่มีความสุขและอาจกำลังคิดที่จะลาออกในอนาคตอันใกล้ (Branham, 2012) โดยเฉพาะหากความถี่หรือความรุนแรงของการแสดงความไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริหารควรใส่ใจและรีบหาทางพูดคุยกับพนักงานเพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือแก้ไขอย่างเหมาะสม ก่อนที่พนักงานจะตัดสินใจลาออกไปจริงๆ

 

  1. ผลงานตกต่ำ

เมื่อพนักงานไม่มีแรงจูงใจหรือขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน ผลงานของพวกเขาก็มักจะตกต่ำตามไปด้วย พนักงานอาจจะเริ่มผลัดวันประกันพรุ่ง ส่งงานไม่ทันเวลา หรือทำผิดพลาดบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงปัญหาความไม่แฮปปี้ของพนักงาน (Jex & Britt, 2014)

 

  1. ขาดงานบ่อย

ปัญหาการขาดงานบ่อยของพนักงานเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพนักงานมีอัตราการขาดงานที่สูงผิดปกติ นั่นอาจหมายความว่าพวกเขากำลังหลีกเลี่ยงที่จะมาทำงาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านสุขภาพจิตหรือไม่พอใจในงานก็ตาม (Johns, 2008) 

 

  1. มีทัศนคติในแง่ลบ

เมื่อพนักงานแสดงทัศนคติเชิงลบ เช่น บ่นหรือวิพากษ์วิจารณ์บริษัท เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้าอยู่บ่อยๆ แสดงว่าพวกเขากำลังมีความไม่พอใจหรือไม่มีความสุขกับบางสิ่งบางอย่างในที่ทำงาน ทัศนคติที่เป็นลบเช่นนี้อาจแพร่กระจายไปยังพนักงานคนอื่นๆ และสร้างบรรยากาศที่ไม่ดีในที่ทำงานได้ (Robbins & Judge, 2018)

 

  1. ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

เมื่อองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่น การปรับโครงสร้างองค์กร การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน หรือการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ หากพนักงานแสดงท่าทีต่อต้านหรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือหวาดกลัวผลกระทบที่จะเกิดขึ้น (Oreg, 2003)

 

  1. แยกตัวหรือไม่มีส่วนร่วม

หากพนักงานที่เคยมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือการประชุมต่างๆ ขององค์กรเริ่มแยกตัว ไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรม หรือไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังรู้สึกไม่มีส่วนร่วมหรือไม่มีความผูกพันกับองค์กรอีกต่อไป (Macey & Schneider, 2008)

 

  1. แสดงอาการเครียดหรือหมดไฟในการทำงาน

พนักงานที่แสดงอาการเครียด วิตกกังวล หรือหมดไฟในการทำงาน อาจส่งสัญญาณออกมาผ่านทางร่างกาย เช่น ง่วงนอนบ่อย ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือมีอารมณ์แปรปรวน สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่ากำลังเผชิญความเครียดสะสมจากที่ทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พนักงานไม่มีความสุข (O’Driscoll & Cooper, 2002)

       หากคุณสังเกตเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นในหมู่พนักงานของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องให้ความสนใจและลงมือแก้ไขอย่างทันท่วงที หาโอกาสพูดคุยกับพนักงานเพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา

 

       การสื่อสารและรับฟังปัญหาของพนักงาน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างจริงใจ เช่น การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานและเพิ่มสวัสดิการ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าได้รับการดูแลและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มความผูกพันของพนักงานและป้องกันไม่ให้ปัญหารุนแรงมากขึ้นในอนาคต

 

       นอกจากนี้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ สามารถช่วยให้คุณวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา พร้อมวางแผนกลยุทธ์เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างเป็นระบบ

       การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน การพัฒนาสวัสดิการ และการส่งเสริมการสื่อสารระหว่างผู้บริหารและพนักงาน ผ่านคำแนะนำจากทีมที่ปรึกษามืออาชีพด้านจิตวิทยาองค์กรจาก SAKID application จะนำไปสู่การสร้างความผูกพันและความสุขในการทำงาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว หรือเริ่มจากจัดกิจกรรม Workshop การจัดการความเครียด หรือสร้างสมดุลชีวิต เพื่อให้ได้สำรวจตนเอง และแนวทางการจัดการ หรือสวัสดิการปรึกษานักจิตวิทยาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ระบายความรู้สึก มีคนคอยรับฟังอย่างเข้าใจ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

 

        โดยสรุป 7 สัญญาณอันตรายของพนักงานที่ไม่มีความสุขที่ทุกองค์กรไม่ควรมองข้าม ได้แก่ การแสดงความไม่พอใจบ่อยครั้ง ผลงานตกต่ำ ขาดงานบ่อย มีทัศนคติด้านลบ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แยกตัวและไม่มีส่วนร่วม รวมถึงมีอาการเครียดและหมดไฟในการทำงาน หากองค์กรสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือต้องรีบหาทางแก้ไข ด้วยการสื่อสารและรับฟังพนักงาน พร้อมปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานและสวัสดิการ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความผูกพันและความสุขให้กับพนักงาน และส่งผลดีต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว

References:
Branham, L. (2012). The 7 hidden reasons employees leave: How to recognize the subtle signs and act before it’s too late (2nd ed.). AMACOM.

Jex, S. M., & Britt, T. W. (2014). Organizational psychology: A scientist-practitioner approach (3rd ed.). Wiley.

 

Johns, G. (2008). Absenteeism or presenteeism? Attendance dynamics and employee well-being. In S. Cartwright & C. L. Cooper (Eds.), The Oxford handbook of organizational well-being (pp. 7-30). Oxford University Press.

 

Macey, W. H., & Schneider, B. (2008). The meaning of employee engagement. Industrial and Organizational Psychology, 1(1), 3-30.

 

O’Driscoll, M. P., & Cooper, C. L. (2002). Job-related stress and burnout. In P. Warr (Ed.), Psychology at work (pp. 203-228). Penguin.

 

Oreg, S. (2003). Resistance to change: Developing an individual differences measure. Journal of Applied Psychology, 88(4), 680-693.

 

Robbins, S. P., & Judge, T. A. (2018). Organizational behavior (18th ed.). Pearson

 

บทความที่น่าสนใจ

คลาสออกกำลังกาย-SAKID

คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน

หลังจากที่ทำงานมาอย่างยาวนานและเต็มไปด้วยความเครียด การหาเวลาให้ตัวเองด้วยการออกกำลังกายอาจจะเป็นเรื่องยาก ระหว่างที่รอช่วงเลยเวลารถติดหรือผู้คนจำนวนมากในเวลาเร่งด่วนช่วงเย็น  “คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน” เป็น1ในตัวเลือกที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทำงานที่ต้องการดูแลสุขภาพและผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันซึ่งสามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจนและเป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโยคะที่สงบผ่อนคลาย คลาสเต้นสนุกสนาน หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี คลาสเหล่านี้มีตัวเลือกมากมายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังเพิ่มพลังงานและสร้างสมดุลให้กับชีวิตได้อย่างดี

อ่านต่อ »
Health talk NCDs-SAKID

Health talk กินอยู่ อย่างไร ห่างไกล NCDs

Health talk กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 30 เมษายน  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์  Workshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
cover-กินเป็นลืมป่วย-Sakid

WORKSHOP ONLINE กินเป็นลืมป่วย กับ นักกำหนดอาหาร

กิจกรรม  “กินเป็นลืมป่วย”

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop online “กินเป็นลืมป่วย”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพได้ให้ความรู้เรื่องการจัดเก็บอาหารและของสด การเลือกอาหารที่เสริมสร้างสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วย

อ่านต่อ »
EAP คือ

EAP คือ ? รู้จักกับเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือสุขภาพใจพนักงานให้ดียิ่งขึ้น

ปัญหาสุขภาพจิตของพนักงานเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่องค์กรไม่ควรมองข้าม เครื่องมือสำหรับช่วยเหลือในปัญหาสุขภาพจิตอย่าง EAP จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะมีไว้ในองค์กร

อ่านต่อ »

สวัสดิการพนักงาน โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารองค์กรยุคปัจจุบัน

สวัสดิการพนักงาน ถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่เข้ามา และทำให้พนักงานเก่าไม่ให้ลาออกไป จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องขบคิดให้ดีนั่นเอง

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-Health Challenge

Health Challenge กิจกรรมบริษัท สุขภาพดี ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน

 Health Challenge คือการกำหนดกิจกรรมหรือเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายและจิตใจในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายนี้สามารถครอบคลุมหลากหลายด้านของสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย, การรับประทานอาหาร, การพักผ่อน, และการดูแลสุขภาพจิต เป็นต้น

อ่านต่อ »
Sakid head -teamwork
URL Copied!

12 กิจกรรม สร้างทีมเวิร์คที่ออฟฟิศ

         คุณเคยรู้สึกว่าบรรยากาศในที่ทำงานห่างเหิน ขาดพลังของการร่วมมือร่วมใจกันหรือไม่? ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูง การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จขององค์กร กิจกรรม Team Building คือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้วางใจ ความร่วมมือ และการทำงานเป็นทีมอย่างราบรื่น หากคุณกำลังมองหากิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความร่วมมือ และพลังบวกในหมู่พนักงาน ลองมาดูกันว่ามีกิจกรรมไหนบ้างที่น่าสนใจและนำไปใช้ในบริษัทคุณ

         กระบวนการสร้าง Team Building ที่ดีเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ จำนวนคน งบประมาณ และบริบทองค์กร (Sridhar, 2012) ทั้งนี้ ควรเตรียมความพร้อมของพนักงานทั้งร่างกายและจิตใจ สื่อสารข้อมูลสำคัญล่วงหน้า และสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม ระหว่างทำกิจกรรม ผู้นำต้องกำกับดูแลเวลา อธิบายกติกา ให้กำลังใจ และรักษาความปลอดภัย หลังเสร็จกิจกรรม ต้องสรุปบทเรียนและประเมินผลร่วมกัน เปิดให้แบ่งปันความรู้สึก สิ่งที่ได้เรียนรู้ ประยุกต์ใช้ในงาน และให้ข้อเสนอแนะ การสะท้อนคิดจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึกและพัฒนาทีมอย่างยั่งยืน (Miller et al., 2019)

12 ไอเดียกิจกรรม Team Building 

 

1.การเล่นบอร์ดเกมเชิงกลยุทธ์ เช่น Pandemic, Codenames, หรือ The Mind ที่ผู้เล่นต้องร่วมกันคิดวางแผน แก้ปัญหา และตัดสินใจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของทีม บอร์ดเกมเหล่านี้ไม่เพียงให้ความบันเทิง แต่ยังช่วยฝึกทักษะการสื่อสาร การโน้มน้าวใจ ความคิดสร้างสรรค์ และภาวะผู้นำ ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติสำคัญของการทำงานเป็นทีม (Huo, 2018)

2.กิจกรรมล่าสมบัติ (Scavenger Hunt) ผู้เล่นจะได้รับคำใบ้เพื่อออกค้นหาวัตถุหรือทำภารกิจต่างๆ ภายในเวลาที่กำหนด ทีมที่ใช้ความสามารถในการปริศนา สังเกต คิดเชื่อมโยง แบ่งหน้าที่ และร่วมมือกันได้ดีที่สุด จะเป็นผู้ชนะ กิจกรรมนี้ให้ทั้งความสนุกและบทเรียนด้านการจัดการเวลา การวางแผน การแบ่งบทบาทหน้าที่ และการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ

 

3.การทำโปรเจกต์เพื่อสังคมร่วมกัน เช่น ปลูกป่า ทำความสะอาดชายหาด หรือสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการ กิจกรรมจิตอาสาเหล่านี้นอกจากจะสร้างประโยชน์แล้ว ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจ ความเอื้ออาทร และความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทีม อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและตอกย้ำค่านิยมขององค์กรอีกด้วย (Miller et al., 2019)

 

4.การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ด้วยกัน เช่น การทำอาหาร งานศิลปะ การเต้นรำ การถ่ายภาพ หรือดนตรี กิจกรรมสันทนาการเหล่านี้จะช่วยให้ทีมได้ผ่อนคลาย หลุดจากความกดดัน เปิดใจ สร้างมิตรภาพ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบรรยากาศสบายๆ อีกทั้งยังได้เพิ่มพูนทักษะและค้นพบศักยภาพใหม่ๆ ของกันและกัน

 

5.กิจกรรมผจญภัย ผาดโผนท้าทายความกล้า เช่น ปีนผา ล่องแก่ง กระโดดบันจี้ หรือซิปไลน์ (Zipline) ทีมจะได้ออกจากความคุ้นเคย เผชิญความกลัว ร่วมฝ่าฟันอุปสรรค และให้กำลังใจกันและกัน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจ กล้าเสี่ยง และพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในการทำงาน กิจกรรมเหล่านี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด (Groves et al., 2011)

 

6.การแข่งขันกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล แบดมินตัน เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ ความมุ่งมั่น การรู้แพ้รู้ชนะ สปิริตนักสู้ และความสามัคคีของทีม อาจเชิญทีมงานจากหน่วยงานอื่นมาแข่งขันเพื่อกระชับมิตรด้วยก็ได้

 

7.เกมทายปัญหา ผู้เล่นจะต้องใช้ความรู้ ไหวพริบ และจินตนาการในการคิดคำตอบที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์ กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นความคิด ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและบรรยากาศสนุกสนานในทีม

 

8.การเล่าเรื่องต่อกัน ผู้เล่นแต่ละคนจะผลัดกันแต่งเรื่องราวต่อจากคนก่อนหน้า ใช้จินตนาการปะติดปะต่อเรื่องให้ออกมาสนุกและน่าติดตาม ฝึกทักษะการฟัง การสื่อสาร การคิดต่อยอด และการประสานความคิดของทีม

 

9.กิจกรรม “เปิดกล่องความคิด” (Out of the Box Challenge) แบ่งผู้เข้าร่วมเป็นทีมและให้อุปกรณ์หลากหลาย เช่น กระดาษ กรรไกร เทปกาว ฯลฯ เพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานหรือโมเดลที่แก้ปัญหาในออฟฟิศ ภายในเวลาจำกัด เช่น ที่จัดสายชาร์จ ที่วางแก้วเคลื่อนที่ได้ กล่องใส่เอกสารพกพา ที่เก็บของเอนกประสงค์ กิจกรรมนี้กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การประยุกต์ใช้ทรัพยากร การคิดนอกกรอบ การวางแผนและจัดการเวลา และการทำงานเป็นทีมของพนักงาน

 

10.กิจกรรม “สร้างสะพานข้ามฟ้า” (Bridge across the Sky) แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม ให้แต่ละทีมช่วยกันสร้างสะพานจากวัสดุที่กำหนด เช่น ไม้ไอศกรีม ลวด เชือก เทปกาว ฯลฯ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างโต๊ะ 2 ตัวที่วางห่างกันประมาณ 1 เมตร สะพานที่สร้างต้องมั่นคงแข็งแรงพอที่จะให้รถของเล่นวิ่งผ่านได้โดยไม่ตก ทีมที่สร้างสะพานสำเร็จและรถวิ่งผ่านได้จะเป็นผู้ชนะ กิจกรรมนี้ฝึกการคิดเชิงวิศวกรรม การแบ่งหน้าที่ การสื่อสารและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

 

11.ทำสมาธิ การนั่งสมาธิเป็นประจำจะช่วยให้ทีมมีสติ มีความอดทนอดกลั้น สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ลดความขัดแย้ง เพิ่มสมาธิและไหวพริบในการคิดและทำงาน

 

12.โยคะ การทำโยคะช่วยให้ทีมได้ผ่อนคลายความเครียด เรียนรู้เทคนิคการหายใจและการทรงตัว เสริมสร้างสุขภาพกายและจิตที่ดี ทำให้จิตใจสงบ มีสมาธิ และพร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

12 กิจกรรม-teamwork-SAKID

         ในการจัดกิจกรรม Team Building ให้ประสบความสำเร็จและได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ผู้จัดต้องเลือกรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วม ระยะเวลา สถานที่ และงบประมาณที่มี โดยออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาทีม สิ่งสำคัญอีกประการคือต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่เข้าร่วมเฉยๆ แต่ต้องกล้าแสดงความคิดเห็น เปิดใจรับฟังผู้อื่น ให้ความร่วมมือ และแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันและกัน บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ในเชิงบวกและการสื่อสารแบบเปิดกว้างจะช่วยให้ทีมเติบโตไปด้วยกัน เกิดความไว้วางใจ และจูงใจกันและกันเพื่อดึงศักยภาพของทีมออกมาใช้อย่างเต็มที่ (Sridhar, 2012)

        การจัดกิจกรรม Team Building อย่างต่อเนื่องและเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างทีมที่เข้มแข็งและวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นความร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลดีต่อทุกฝ่าย ทั้งพนักงาน ลูกค้า และความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว หวังว่า 12 ตัวอย่างกิจกรรมที่หลากหลายข้างต้น จะช่วยจุดประกายความคิดให้ผู้นำและองค์กรต่างๆ หันมาให้ความสำคัญ และลองนำกิจกรรมเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ เพื่อร่วมกันสร้างทีมและสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดียิ่งขึ้นไปด้วยกันนะครับ หรือให้ SAKID application ช่วยสร้าง Team Building ด้วยจัดแข่งขันก้าวเดิน จะอยู่ที่ไหนก็ร่วมกิจกรรมได้ตลอด และยังได้ดูแลสุขภาพไปด้วยกันด้วย

 

แหล่งอ้างอิง

Groves, K. S., Knight, W., & Denison, D. (2011). Enhancing employee engagement and team effectiveness through adventure learning. Journal of the Utah Academy of Sciences, Arts & Letters, 88, 83-106.

 

Huo, J. (2018). The effectiveness of board games in team building activities. Social Behavior and Personality: An International Journal, 46(11), 1813-1824.

 

Miller, A. B., Rocconi, R. P., & Dumford, A. D. (2019). Focus on the finish line: Does high-impact practice participation influence career plans and early job attainment?. Higher Education, 77(3), 489-506.

 

Sridhar, M. K. (2012). The eight essential steps for conflict resolution: Preserving relationships at work, at home, and in the community. Createspace.

บทความที่น่าสนใจ

สุขภาวะองค์กร คืออะไร ช่วยบริษัทได้อย่าไงไร

สุขภาวะองค์กร (Organizational Wellbeing) หมายถึง การที่องค์กรมีระบบและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อสุขภาพของพนักงาน ทั้งทางกาย ใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมการทำงาน โดยมุ่งให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านต่อ »

รู้จัก เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ แยกเรื่องงาน ดูแลสุขภาพและชีวิต

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

อ่านต่อ »
คลาสออกกำลังกาย-SAKID

คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน

หลังจากที่ทำงานมาอย่างยาวนานและเต็มไปด้วยความเครียด การหาเวลาให้ตัวเองด้วยการออกกำลังกายอาจจะเป็นเรื่องยาก ระหว่างที่รอช่วงเลยเวลารถติดหรือผู้คนจำนวนมากในเวลาเร่งด่วนช่วงเย็น  “คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน” เป็น1ในตัวเลือกที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทำงานที่ต้องการดูแลสุขภาพและผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันซึ่งสามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจนและเป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโยคะที่สงบผ่อนคลาย คลาสเต้นสนุกสนาน หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี คลาสเหล่านี้มีตัวเลือกมากมายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังเพิ่มพลังงานและสร้างสมดุลให้กับชีวิตได้อย่างดี

อ่านต่อ »
managing-cover-SAKID

จัดการความเสี่ยง เริ่มต้นที่สุขภาพพนักงาน

 กิจวัตรประจำวันของพนักงานออฟฟิศนอกจากจะนั่งทำงานอย่างยาวนานแล้ว สิ่งหนึ่งที่พบเจอในองค์กรเมื่อตรวจสุขภาพประจำปี นั่นก็คือ ค่าไขมันสะสมสูงอาจจะเพราะว่าการเลือกกินอาหารที่มีไขมันสูง น้ำหวาน ซึ่งอาจจะเข้าใจได้ว่าเกิดจากวัฒนธรรมองค์กรที่ช่วงบ่ายๆ เหนื่อยๆ มีความเครียดในที่ทำงานจนต้องหาน้ำหวาน ขนม มากิน ผนวกกับการนั่งทำงานนานๆ ไม่ขยับตัวจนไม่เกิดการเผาผลาญของร่างกายและนี่คือพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆ อย่างเช่น อ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ ไตรกลีเซอไรด์สูง เบาหวาน เป็นต้น

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail well-SAKID

Well-Being กลยุทธ์สร้างสุขภาวะที่ดีให้กับพนักงาน

ทุกธุรกิจ ทุกองค์กร มีการจัดการคนทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ถ้าวันนี้ลองสังเกตดูว่า พนักงานของเรา ยังมีความสุขในการทำงานหรือไม่ การทำงานของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กรมากแค่ไหน และคุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นทุกด้านรึเปล่า หากผู้นำหรือผู้บริหารสามารถมองจุดนี้ได้ ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
Cooking-Saladroll-SAKID

WORKSHOP Cooking class สลัดโรล

กิจกรรม  Cooking class สลัดโรล

วันที่ 20 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking class สลัดโรล ที่บริษัท CBRE โดยพนักงานได้เข้าร่วมจำนวน 40 คน ซึ่งนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและมีทริคการดูแลสุขภาพด้านอาหารสำหรับชาวออฟฟิศให้เล่นเกมสุขภาพพร้อมรับของรางวัลกันอีกด้วย คลาสสอนทำสลัดโรลจะแบ่งทำเป็น 2เมนูคือ สลัดโรลเต้าหู้ กับ สลัดโรลปลาทูนึ่ง โดยทั้งสองเมนูจะใช้รสชาติจากผักและสมุนไพรเป็นหลักเพื่อสุขภาพที่ดีและน้ำจิ้มสูตรโซเดียมต่ำ อร่อยได้ง่ายๆ และสามารถนำกลับไปทำเองได้ที่บ้านได้

อ่านต่อ »
Sakid head -csr
URL Copied!

CSR ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ เพิ่มศักยภาพองค์กรในระยะยาว

        คุณอยากให้องค์กรของคุณโดดเด่นและแบรนด์แข็งแกร่งท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจที่ดุเดือดใช่ไหม? ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาใส่ใจ CSR หรือกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรอีกด้วย แต่จะทำ CSR อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ? ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้เคล็ดลับและกลยุทธ์ที่จะช่วยให้กิจกรรม CSR ขององค์กรคุณโดดเด่น ประทับใจผู้คน และสร้างผลกระทบที่ยั่งยืน

        CSR หรือ Corporate Social Responsibility หมายถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการใส่ใจและดูแลผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน การทำ CSR จึงไม่ควรทำแบบครั้งเดียวแยกกันปีต่อปี แต่ควรเป็นกิจกรรมที่ทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ มุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง หรือในอีกแง่หนึ่งคือองค์กรควรจะวางแผนจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณสำหรับ CSR ไว้อย่างคงที่ในทุกๆ ปี ไม่ควรจัดเป็นกิจกรรมที่ยึดตามความพร้อมหรือกระแสนิยมเท่านั้น มิเช่นนั้นแล้วความน่าเชื่อถือต่อความมุ่งมั่นเพื่อสังคมขององค์กรก็อาจลดลงไปได้ในระยะยาว

 

csr-sakid

การทำ CSR ให้ประสบความสำเร็จและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมนั้น จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยสำคัญหลายประการ ทั้งในด้านของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รัดกุม การดำเนินงานที่ต่อเนื่องและจริงจัง การผลิตเนื้อหาที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ การสื่อสารผ่านช่องทางที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และการเปิดใจรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) โดยเฉพาะชุมชนเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นเจ้าของของชุมชนที่มีต่อโครงการ CSR ให้มากขึ้น (Mandurah et al., 2012) อีกทั้งยังเป็นการเปิดรับฟังข้อมูลป้อนกลับ (feedback) ที่เป็นประโยชน์จากผู้ที่อยู่ในพื้นที่จริง เพื่อนำไปปรับปรุงกิจกรรม CSR ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของชุมชนได้ดียิ่งขึ้น (Ismail et al., 2015)

 

          อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องทำ CSR อย่างต่อเนื่องทุกปี แต่การทำซ้ำแบบเดิมๆ ก็อาจจะน่าเบื่อและลดทอนความสนใจของผู้คนในสังคมลงได้เช่นกัน ดังนั้นองค์กรจึงควรพยายามเปลี่ยนแปลงรูปแบบกิจกรรม CSR บ้างในแต่ละปี เพื่อสร้างความแปลกใหม่และดึงดูดความสนใจอยู่เสมอ อาจจะเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรม กลุ่มเป้าหมาย หรือประเด็นทางสังคมที่ให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่เปลี่ยนไปนั้นก็ยังคงต้องมีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับแบรนด์ดิ้งและผลิตภัณฑ์บริการขององค์กร เพื่อให้สังคมเกิดการจดจำและเข้าใจได้ง่าย ไม่ขัดแย้งหรือสับสนกับคุณลักษณะขององค์กรเอง

การเลือกกิจกรรม CSR ที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ องค์กรควรเลือกกิจกรรมที่สะท้อนถึงจุดแข็งและศักยภาพเฉพาะตัวขององค์กร ไม่ใช่เลือกทำกิจกรรมตามกระแสนิยมในขณะนั้น แต่ควรพิจารณาอย่างรอบด้านว่ากิจกรรมนั้นสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ (brand identity) และเอกลักษณ์ขององค์กรอย่างไร และจะสามารถส่งมอบคุณค่าอะไรให้แก่สังคมได้บ้าง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว มิเช่นนั้นแล้วกิจกรรม CSR ก็อาจจะกลายเป็นแค่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ดูผิวเผินและไร้ความหมาย ซึ่งไม่เพียงจะไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืนแล้ว ยังอาจสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อองค์กรเองได้อีกด้วย การเลือกทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับศักยภาพเฉพาะทางและทรัพยากรที่องค์กรมีจะช่วยสร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรมและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างแท้จริง กิจกรรมที่เหมาะสมจะช่วยขจัดปัญหาหรือสนับสนุนสิ่งที่ชุมชนหรือสังคมต้องการ ได้อย่างตรงจุดและครอบคลุม ซึ่งน่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการบริจาคเพียงเงินหรือสิ่งของเพียงผิวเผินอย่างที่ผ่านๆ มา

CSR-1-SAKID

 

         งานวิจัยหลายฉบับชี้ว่า การทำ CSR เชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบ การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ และการเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ CSR สามารถบรรลุทั้งเป้าหมายทางธุรกิจและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไปพร้อมๆ กัน (Vishwanathan et al., 2020) นอกจากนี้ งานวิจัยของ Ahmadi และ Bouri (2017) ยังแสดงให้เห็นว่าการทำ CSR ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สามารถส่งผลดีต่อทั้งผลประกอบการทางการเงินและภาพลักษณ์ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด CSR เชิงกลยุทธ์ที่ว่าการบูรณาการ CSR เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจหลักอย่างเหมาะสมจะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างคุณค่าได้ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

 

         นอกจากการเลือกกิจกรรม CSR ให้ฉลาดและเฉพาะเจาะจงแล้ว อีกเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ CSR ประสบความสำเร็จและโดนใจสังคมได้แก่ การบอกเล่าเรื่องราว (storytelling) ที่มีพลังเกี่ยวกับกิจกรรม CSR นั้นๆ ทั้งในแง่แรงบันดาลใจ กระบวนการทำงาน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับชุมชน เพราะการเล่าเรื่องที่ดีจะช่วยสร้างความรู้สึกร่วมและการจดจำของผู้คนที่มีต่อแบรนด์ได้มากกว่าการนำเสนอตัวเลขหรือข้อมูลแบบแห้งๆ ซึ่งองค์กรสามารถสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้ออกไปได้ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย สื่อสิ่งพิมพ์ งานอีเวนต์ หรือกิจกรรมเชิงปฏิสัมพันธ์อื่นๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น (Johnson, 2019)

        ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของการสื่อสาร CSR ขององค์กรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ทั้งการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รอบคอบ การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร ความจริงจังในการดำเนินการ ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การใช้ช่องทางที่หลากหลาย และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งล้วนต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อย่างสูง และหากกำลังมองหาตัวช่วยในการทำ CSR แบบยั่งยืน ขอแนะนำ SAKID application ซึ่งสามารถกำหนดภารกิจด้าน CSR ในแบบฉบับขององค์กรคุณได้เอง เช่น เก็บขยะริมทะเล หรือการปลูกป่าชายเลน เมื่อทำแล้วได้คะแนนให้แก่ทีมของตัวเอง และสามารถจัดกิจกรรมได้ต่อเนื่องหลายเดือน โดยสามารถกำหนดกิจกรรมที่ให้พนักงานทำได้ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพ แยกขยะ อื่นๆ พร้อมกับ Dashboard แสดงผลของกิจกรรม ซึ่งจะช่วยทำให้องค์กรของคุณบรรลุผลตามเป้าหมายและสร้างคุณค่าให้ทั้งธุรกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน

 

References:
Ahmadi, A., & Bouri, A. (2017). The relationship between financial attributes, environmental performance and environmental disclosure: Empirical investigation on French firms listed on CAC 40. Management of Environmental Quality: An International Journal, 28(4), 490-506. https://doi.org/10.1108/MEQ-07-2015-0132


Ismail, M., Alias, S. N., & Mohd Rasdi, R. (2015). Community as stakeholder of the corporate social responsibility programme in Malaysia: Outcomes in community development. Social Responsibility Journal, 11(1), 109-130. https://doi.org/10.1108/SRJ-05-2013-0053


Johnson, L. (2019). Effective storytelling techniques for communicating CSR impact. Corporate Communications: An International Journal, 24(3), 407-421.

 

Mandurah, S., Khatib, J., & Al-Sabaan, S. (2012). Corporate social responsibility among Saudi Arabian firms: An empirical investigation. Journal of Applied Business Research, 28(5), 1049-1058. https://doi.org/10.19030/jabr.v28i5.7244


Smith, R. (2020). Aligning CSR activities with organizational identity and resources: A case study. Business Ethics, the Environment & Responsibility, 29(4), 815-827.

 

Vishwanathan, P., van Oosterhout, H., Heugens, P., Duran, P., & van Essen, M. (2020). Strategic CSR: A concept building meta‐analysis. Journal of Management Studies, 57(2), 314-350. https://doi.org/10.1111/joms.12514

บทความที่น่าสนใจ

Cover deep relax-SAKID

Meditation and Deep relaxation workshop

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 29  พฤศจิกายน  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “Meditationand Deep relaxation” โดยนักกายภาพบำบัดและนักจัดกระบวนการเรียนรู้สุขภาพที่ให้ความรู้และความเข้าใจโดยการให้ฟังเสียงร่างกายแต่ละจุดเพื่อให้รู้สึกและเป็นการรับฟังร่างกายของเรา เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเต็มที่อย่างตรงจุด โดยให้เตรียมแก้วน้ำร้อนของตัวเองเพื่อมารับชาดอกไม้นั่งจิบชาร้อมวงเพื่อเปิดประสาทสัมผัสการรับรู้ของร่างกายทั้งรสชาติ กลิ่น  และจินตนาการ การฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลาย พาตัวเองออกจากอารมณ์ต่างๆ และหันกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น การรักตัวเองให้มากขึ้น การคิดให้กำลังใจเชิงบวก

อ่านต่อ »
โรคที่เกิดจากการทำงาน

10 โรคจากการทำงาน ที่ HR สามารถช่วยป้องกันได้

เพราะพนักงงานคือคนสำคัญที่องค์กรต้องคอยดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ชวนไปดู 10 โรคที่เกิดจากการทำงาน และวิธีการที่แต่ละองค์กรสามารถป้องกันโรคภัยให้กับพนักงานได้

อ่านต่อ »

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

การจัด กิจกรรม outing ไม่ใช่แค่พาพนักงานไปเที่ยวพักผ่อน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความผูกพันกับองค์กร เพิ่มความสามัคคี และเสริมสุขภาพกาย-ใจของพนักงาน งานวิจัยของ Gallup (2022) ชี้ว่า พนักงานที่มี engagement สูง จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากถึง 21% และมีอัตราการลาออกน้อยลงเกือบครึ่งหนึ่ง

อ่านต่อ »

แนะนำ สวัสดิการอาหารพนักงาน สำหรับองค์กรที่มีโรงอาหาร

ในหลายองค์กร โรงอาหาร (Canteen) คือหนึ่งในสวัสดิการหลักที่พนักงานใช้ทุกวัน แต่คำว่า สวัสดิการอาหารพนักงาน ไม่ได้หมายถึงแค่การมีข้าวแกงราคาถูกหรืออาหารกลางวันฟรีเท่านั้น หากมองลึกไปกว่านั้น ยังมีรูปแบบสวัสดิการอาหารอื่นๆอีกซึ่งเราจะมาดูกันในบทความนี้ว่า สวัสดิการอาหารแบบไหนจะช่วยให้พนักงานได้สุขภาพกันมากขึ้น

อ่านต่อ »

Well being the future hr trends

การให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีในที่ทำงานไม่ใช่แค่เทรนด์ที่ผ่านไปเท่านั้น แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างมากขึ้นในมุมมองของธุรกิจและสังคมต่อบทบาทของการทำงานและความสำคัญของสวัสดิการของพนักงาน ปัจจัยหลายอย่างมีส่วนทำให้การเน้นเรื่องสุขภาพและสภาพสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดีเพิ่มมากขึ้น

อ่านต่อ »
Sakid head -ไขมันพอกตับ
URL Copied!

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรไขมันเกาะตับ

           ในปัจจุบัน พนักงานในองค์กรหลายแห่งต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงานหนักและการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ในยุคที่การทำงานเต็มไปด้วยความเครียดและความเร่งรีบ ปัญหาสุขภาพของพนักงานจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ  และหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยคือ “ไขมันเกาะตับ” ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรได้อย่างมาก

ไขมันเกาะตับคืออะไร?

 

ไขมันเกาะตับ (Fatty Liver) คือภาวะที่มีไขมันสะสมในตับมากเกินไป ซึ่งสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การกินอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การไม่ออกกำลังกาย และโรคอ้วน หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงขึ้น เช่น ตับอักเสบและตับแข็ง

ทำไมพนักงานในองค์กรจึงมีปัญหาเรื่องไขมันเกาะตับเพิ่มมากขึ้น

 

ปัญหาเรื่องไขมันเกาะตับในพนักงานองค์กรต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากหลายสาเหตุที่เกิดจากพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนในยุคปัจจุบัน และนี่คือสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้

 

1.การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม

 

  • อาหารจานด่วนและอาหารที่มีไขมันสูง

คนในยุคปัจจุบันมักเลือกรับประทานอาหารจานด่วนและอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากสะดวกและรวดเร็ว แต่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไขมันสะสมในตับ

 

  • การบริโภคน้ำตาลและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

เช่น น้ำอัดลม ชาเขียวพร้อมดื่ม เครื่องดื่มชงรสหวาน และน้ำผลไม้ มีส่วนทำให้เกิดการสะสมของไขมันในตับได้เช่นเดียวกัน

 

2.การขาดการออกกำลังกาย

 

  • วิถีชีวิตที่ไม่เคลื่อนไหวมาก

การทำงานที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ และการเดินทางที่ใช้รถยนต์หรือขนส่งสาธารณะ ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ซึ่งส่งผลให้มีการสะสมของไขมันในร่างกายมากขึ้น

 

  • ไม่ออกกำลังกายเพิ่ม

จากการความเหนื่อยล้าของการทำงานและการเดินทาง ทำให้เมื่อถึงช่วงเวลาหลักเลิกงานและวันหยุด คนส่วนใหญ่เลือกที่จะพักผ่อนมากกว่าการออกไปออกกำลังกาย

 

3.การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

แอลกอฮอล์มีผลกระทบโดยตรงต่อตับ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นระยะเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไขมันเกาะตับและปัญหาสุขภาพตับอื่น ๆ

 

4.ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ความเครียดจากการทำงานมีผลต่อการเพิ่มระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกาย ซึ่งสามารถกระตุ้นให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันมากขึ้น และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอหรือการนอนไม่หลับส่งผลให้ร่างกายมีการสะสมไขมันมากขึ้นและลดประสิทธิภาพของกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย

 

5.โรคอ้วนและโรคเบาหวาน

การมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดไขมันเกาะตับ เนื่องจากการสะสมไขมันในร่างกายมากเกินไป ไขมันเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังเท่านั้น แต่ยังสามารถสะสมในตับ ทำให้เกิดภาวะไขมันเกาะตับ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง และโรคตับอื่นๆ ได้ และในคนที่มีโรคเบาหวานและมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องมีผลกระทบต่อตับและสามารถนำไปสู่การสะสมไขมันในตับได้เช่นเดียวกัน

ทำไมควรสนับสนุนให้พนักงานในองค์กรของเรามีสุขภาพดี?

 

• ลดปัญหาการขาดงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เนื่องจากปัญหาเรื่องไขมันพอกตับสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงอื่นๆได้ เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย แต่ยังมีผลต่อการทำงาน เพิ่มอัตราการขาดงานและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักกงานในองค์กร

 

• สร้างความผูกพันกับองค์กร

การที่องค์กรให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน จะทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและได้รับการดูแล ส่งผลให้มีความพึงพอใจและความผูกพันที่ดีกับองค์กร

 

• ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี

การมีโปรแกรมดูแลสุขภาพจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน ส่งเสริมให้พนักงานมีการใช้ชีวิตที่สมดุลและสุขภาพดี

วิธีที่สามารถช่วยดูแลสุขภาพพนักงานองค์กรของเรา

 

กิจกรรมพนักงานบริษัท-SAKID

 

ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ : จัดสัมมนาหรือเวิร์กช็อปเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตับ เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่ดี การลดการดื่มแอลกอฮอล์ และการออกกำลังกาย

 

จัดโปรแกรมตรวจสุขภาพ : จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อให้พนักงานได้รับการตรวจและคำแนะนำการปรับพฤติกรรมจากนักกำหนดอาหาร

 

สนับสนุนการรับประทานอาหารสุขภาพ : จัดให้มีอาหารสุขภาพในโรงอาหาร เช่น อาหารที่มีผักผลไม้ ลดอาหารทอด และมีเมนูที่มีโปรตีนไม่ติดมัน

 

กิจกรรมลดน้ำหนักกับ SAKID : เพื่อให้พนักงานในองค์ที่มีปัญหาเรื่องภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินสามารถปรับพฤติกรรมการเลือกกินอาหาร เพิ่มการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวที่สนุกและสามารถทำตามได้ โดยจะมีการส่งภารกิจในประจำวัน เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปปรับพฤติกรรมในระยะยาวได้

 

การจัดกิจกรรม “กีฬาสี” : เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสออกกำลังกาย และยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทีมได้ด้วย

           การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไขมันเกาะตับและโรคอื่นๆได้ แต่ยังทำให้พนักงานมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพให้พนักงาน เช่น การจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับไขมันเกาะตับ การตรวจสุขภาพประจำปี และการส่งเสริมการออกกำลังกาย จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในองค์กรและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในองค์กรของเราเพิ่มมากขึ้น หรือให้ SAKID จัดแข่งขันสุขภาพ เพื่อช่วยปรับการกิน และออกกำลังกาย และสามารถวัดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นของร่างกายได้ พร้อมกิจกรรมที่สนุกสนานรอคุณอยู่

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail -7 teamwork

7 วิธีสร้างทีมเวิร์ค(Team building) ให้แข็งแกร่ง พร้อมพิชิตเป้าหมายองค์กร

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางทีมถึงทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น สามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม และบรรลุเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง คำตอบก็คือพวกเขามีการสร้างทีมเวิร์คที่เข้มแข็งนั่นเอง การมีทีมงานที่แข็งแกร่ง สามัคคี และทำงานร่วมกันได้ดี ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการทำงานและการเติบโตขององค์กร (Salas et al., 2015)

อ่านต่อ »
Cover-Happy heart-sakid

WORKSHOP Happy Heart

กิจกรรม  “กินอยู่อย่างไร ให้ห่างไกลโรคหัวใจ”

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop Online “กินอยู่อย่างไร ให้ห่างไกลโรคหัวใจ”  ให้กับบริษัทTACC โดยนักกำหนดอาหารจะพาสำรวจตัวเองและความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหัวใจ และการปรับพฤติกรรมการเลือกอาหารให้สอดคล้องกับโรคหัวใจ

อ่านต่อ »
กีฬาสี-จัดได้ง่าย-สร้างทีมได้ด้วย-SAKID

กีฬาสี จัดได้ง่าย สร้างทีมได้ด้วย

  กิจกรรมกีฬาสี หรือ Sport Day นับเป็นกิจกรรมหนึ่งที่หลาย ๆ บริษัทนิยมจัดให้กับพนักงาน เพราะกีฬาสีเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการเสริมสร้างสุขภาวะ แม้จะแข่งขันเพื่อผลแพ้ชนะแต่จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้พนักงานในบริษัทได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันนอกเหนือจากภาระงานของตนเอง

อ่านต่อ »
กิจกรรมลดน้ำหนักพนักงาน

เพิ่มสุขภาพที่ดีในบริษัทด้วย “กิจกรรมลดน้ำหนักพนักงาน”

แนะนำ 5 แนวทางจัดกิจกรรมพนักงานลดน้ำหนัก ในบริษัท ที่เน้นสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้กับพนักงาน ตัวชี้วัดผลที่น่าใช้ เครื่องมือติดตามผล พร้อมตัวอย่างกิจกรรม

อ่านต่อ »
ลดน้ำหนัก-SAKID

ลดน้ำหนัก แต่ไม่อยากอดอาหาร หรือออกกำลังกาย ฉบับองค์กร

ในยุคที่การทำงานหนักและการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบเป็นเรื่องปกติ ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่มักมีเวลาน้อยในการดูแลสุขภาพตัวเอง ซึ่งภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง เป็นต้น นอกจากนี้เรายังพบความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนและโรคมะเร็งบางชนิดอีกด้วย ถึงเวลาแล้วหรือยังคะที่เราจะเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อการลดน้ำหนักและดูแลสุขภาพกันเพิ่มมากขึ้น

อ่านต่อ »
mental health-ความสุขในที่ทำงาน-SAKID

Health Activity จัดแบบไหนได้บ้าง

ในยุคปัจจุบัน สุขภาพจิต หรือ Mental Health กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในทุกวงการ โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมทั้งประสิทธิภาพและความสุขของพนักงาน การใส่ใจสุขภาพจิตในที่ทำงานไม่เพียงช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่ยังช่วยลดปัญหาอัตราการลาออกและการขาดงานอีกด้วย

อ่านต่อ »
Sakid head -happy work
URL Copied!

องค์กรแห่งความสุข ฉบับคนทำงาน: 10 เคล็ดลับสร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข

          คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางองค์กรถึงประสบความสำเร็จอย่างสูง ในขณะที่บางองค์กรกลับล้มเหลว คำตอบอยู่ที่ความสุขของพนักงาน งานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าพนักงานที่มีความสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น อัตราการลาออกที่ลดลง และการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น (Sgroi, 2015; Oswald et al., 2015)

          ผลการวิจัยจาก University of Warwick แสดงให้เห็นว่าพนักงานที่มีความสุขมีผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 12% ในขณะที่พนักงานที่ไม่มีความสุขมีผลผลิตลดลง 10% (Oswald et al., 2015) งานวิจัยอื่นๆ ยังพบว่า ความสุขในที่ทำงานนำไปสู่ความผูกพันของพนักงานที่เพิ่มขึ้น ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่มากขึ้น และการตัดสินใจที่ดีขึ้น (Fisher, 2010) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อผลกำไรขององค์กรในระยะยาว

10 เคล็ดลับที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ สร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข

 

10 เคล็ดลับที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ สร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข-SAKID

 

1. สร้างวัฒนธรรมแห่งการชื่นชมและให้รางวัล ชื่นชมพนักงานเมื่อพวกเขาทำงานได้ดี เพื่อให้เขารู้สึกว่างานของเขามีคุณค่าและได้รับการยอมรับ (Robbins & Judge, 2019) การยกย่องชมเชยไม่จำเป็นต้องเป็นรางวัลใหญ่โต แค่คำชื่นชมจริงใจหรือบันทึกข้อความสั้นๆ ก็สามารถสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับพนักงานได้แล้ว

 

2.ให้ความยืดหยุ่นในการทำงาน เช่น การทำงานจากที่บ้านและเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พนักงานสามารถสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Grant et al., 2013) ความยืดหยุ่นช่วยให้พนักงานจัดการเวลาได้ดีขึ้น ลดความเครียด และมีเวลาให้กับครอบครัวและกิจกรรมนอกเหนือจากงานมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อความสุขและสุขภาพจิต

 

3.ให้โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรม การสัมมนา หรือการมอบหมายงานที่ท้าทาย เพื่อให้พนักงานรู้สึกว่ากำลังเติบโตและพัฒนา (Salas et al., 2012) การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะช่วยให้พนักงานรู้สึกตื่นเต้น มีพลัง และพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในอนาคต

 

4.สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และมีสุขภาวะที่ดี ทั้งในแง่ของสภาพแวดล้อมทางกายภาพและจิตใจ (Veitch et al., 2007) สถานที่ทำงานที่มีแสงสว่างเพียงพอ อุณหภูมิที่เหมาะสม อุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จะช่วยให้พนักงานรู้สึกสบายใจและมุ่งมั่นกับงานของตนได้อย่างเต็มที่

 

5.ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีและการทำงานเป็นทีม ผ่านกิจกรรมนอกสถานที่ โครงการทำงานร่วมกัน และพื้นที่สำหรับปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในที่ทำงาน (Tews et al., 2013) ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า จะช่วยสร้างความไว้วางใจ การทำงานที่ราบรื่น และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสุขในที่ทำงาน

 

10 เคล็ดลับที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ สร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข -SAKID-1

 

6.สื่อสารอย่างเปิดเผยและซื่อสัตย์ แจ้งให้พนักงานทราบถึงเป้าหมาย ความคาดหวัง และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เพื่อสร้างความไว้วางใจและการมีส่วนร่วม (Men, 2014) การสื่อสารที่ชัดเจนและโปร่งใสจะช่วยให้พนักงานเข้าใจบทบาทของตนเอง เห็นความสำคัญของงานที่ทำ และรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

 

7.ให้พนักงานมีอิสระและอำนาจในการตัดสินใจในงานของตน การมีอำนาจควบคุมงานจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจและความรับผิดชอบ (Spector, 1986) เมื่อพนักงานรู้สึกว่ามีส่วนร่วมในการกำหนดวิธีการทำงานและตัดสินใจในงานของตนเองได้ พวกเขาจะรู้สึกเป็นเจ้าของ ใส่ใจ และทุ่มเทให้กับงานมากยิ่งขึ้น

 

8.กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายแต่บรรลุได้ เป้าหมายที่ชัดเจน และมีความหมายจะช่วยสร้างแรงจูงใจและความรู้สึกประสบความสำเร็จ (Locke & Latham, 2002) เป้าหมายที่ท้าทายจะกระตุ้นให้พนักงานใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ในขณะที่เป้าหมายที่บรรลุได้จะทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจ มีกำลังใจ และพร้อมสำหรับเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม

 

9.ให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรม องค์กรที่ให้ผลตอบแทนดีและดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน จะช่วยสร้างความจงรักภักดี (Tekleab et al., 2005) ค่าตอบแทนที่เพียงพอจะช่วยให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเครียด และรู้สึกผูกพันกับองค์กรที่เห็นคุณค่าในการทุ่มเทแรงกายแรงใจของพวกเขา

 

10.ประเมินและวัดระดับความสุขของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ผ่านแบบสำรวจ การสัมภาษณ์ ข้อมูลจาก HR และการสังเกตพฤติกรรม เพื่อค้นหาโอกาสพัฒนาเพิ่มเติม (Fisher, 2010) การวัดระดับความสุขจะช่วยให้องค์กรเข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ที่แท้จริงของพนักงาน รวมถึงประเมินผลของนโยบายส่งเสริมความสุขต่างๆ ที่นำมาใช้ การส่งแบบสำรวจทุก 3-6 เดือน, การขอความคิดเห็นตอนประเมินผลการปฏิบัติงาน, การตรวจสอบสถิติการลาออกและการขาดงาน ล้วนเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของความสุขในที่ทำงาน ที่จะช่วยให้เราปรับปรุงและเติมเต็มในจุดที่ยังขาดอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง

          นอกจากนี้ การวัดระดับความสุขแบบการวัดก่อนและหลังภายในบุคคลเดียวกัน (within-subject pre-post design) ก็เป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพ (Seligman et al., 2005) โดยการประเมินระดับความสุขของพนักงานแต่ละคนก่อนและหลังการนำนโยบายส่งเสริมความสุขมาใช้ เราจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคคล และวัดผลกระทบที่แท้จริงของมาตรการต่างๆ ได้อย่างชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้เราระบุได้ว่ามาตรการใดที่ได้ผลดีกับพนักงานส่วนใหญ่ และมาตรการใดที่อาจต้องปรับเปลี่ยนหรือตัดออกไป เพื่อให้การส่งเสริมความสุขเป็นไปอย่างเฉพาะเจาะจงและตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของพนักงานในองค์กร

 

         การสร้างสถานที่ทำงานให้น่าทำงานและมีความสุขไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผลตอบแทนที่ได้รับก็คุ้มค่ามหาศาล ทั้งในแง่ของผลผลิต ความคิดสร้างสรรค์ การรักษาพนักงาน และกำไรที่เพิ่มขึ้น องค์กรที่เข้าใจและให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงาน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เหล่านี้ และเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว

         หากคุณสนใจที่จะพัฒนาองค์กรให้มีความสุขมากขึ้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ลองเข้ามาศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์SAKID เรามีบทความให้ความรู้ เคล็ดลับ และแนวทางปฏิบัติที่หลากหลาย รวมถึงการให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาองค์กร ที่พร้อมจะช่วยให้คำแนะนำตามความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร หรือเริ่มจากจัดกิจกรรมสร้างความสุข Workshop เช่น การจัดสวนขวด, Cooking class หรือสมาธิบำบัด โดยผู้เชี่ยวชาญจาก SAKID ความสุขในที่ทำงานนั้นเริ่มสร้างได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

แหล่งอ้างอิง

 

  • Fisher, C. D. (2010). Happiness at work. International Journal of Management Reviews, 12(4), 384-412. https://doi.org/10.1111/j.1468-2370.2009.00270.x

    Grant, A. M., Christianson, M. K., & Price, R. H. (2007). Happiness, health, or relationships? Managerial practices and employee well-being tradeoffs. Academy of Management Perspectives, 21(3), 51-63. https://doi.org/10.5465/amp.2007.26421238

     

    Locke, E. A., & Latham, G. P. (2002). Building a practically useful theory of goal setting and task motivation: A 35-year odyssey. American Psychologist, 57(9), 705–717. https://doi.org/10.1037/0003-066X.57.9.705

     

    Men, L. R. (2014). Strategic internal communication: Transformational leadership, communication channels, and employee satisfaction. Management Communication Quarterly, 28(2), 264-284. https://doi.org/10.1177/0893318914524536

     

    Oswald, A. J., Proto, E., & Sgroi, D. (2015). Happiness and productivity. Journal of Labor Economics, 33(4), 789-822. https://doi.org/10.1086/681096


    Fisher, C. D. (2010). Happiness at work. International Journal of Management Reviews, 12(4), 384-412. https://doi.org/10.1111/j.1468-2370.2009.00270.x

    Seligman, M. E., Steen, T. A., Park, N., & Peterson, C. (2005). Positive psychology progress: empirical validation of interventions. American Psychologist, 60(5), 410-421. https://doi.org/10.1037/0003-066X.60.5.410

    Tekleab, A. G., Bartol, K. M., & Liu, W. (2005). Is it pay levels or pay raises that matter to fairness and turnover?. Journal of Organizational Behavior, 26(8), 899-921. https://doi.org/10.1002/job.352

     

บทความที่น่าสนใจ

โรคที่เกิดจากการทำงาน

10 โรคจากการทำงาน ที่ HR สามารถช่วยป้องกันได้

เพราะพนักงงานคือคนสำคัญที่องค์กรต้องคอยดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ชวนไปดู 10 โรคที่เกิดจากการทำงาน และวิธีการที่แต่ละองค์กรสามารถป้องกันโรคภัยให้กับพนักงานได้

อ่านต่อ »
BENEFITS ด้านสุขภาพ-SAKID thumbnail

Benefit สุขภาพที่พนักงานบริษัทไม่ควรมองข้าม

สุขภาพของพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความสำเร็จขององค์กร การที่บริษัทให้ความสำคัญกับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดอัตราการลาออกของพนักงานอีกด้วย

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -Disc

DISC พลังแห่งบุคลิกในการสร้างทีมเวิร์คสู่ความสำเร็จขององค์กร

คุณเคยสังเกตไหมว่า ทำไมองค์กรที่เต็มไปด้วยบุคลากรผู้มีความสามารถ แต่บางครั้งการทำงานร่วมกันเป็นทีมกลับเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีอุปสรรค? สาเหตุสำคัญอาจมาจากความแตกต่างด้านบุคลิกภาพในการทำงานของแต่ละคน การสร้างทีมเวิร์คให้แข็งแกร่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างสมาชิกในทีมที่มีรูปแบบการคิดและการทำงานแตกต่างกัน หากเราไม่เข้าใจและปรับวิธีบริหารจัดการให้เหมาะสม ความแตกต่างเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นตัวขัดขวางการทำงานเป็นทีมให้ราบรื่นและบรรลุเป้าหมายได้อย่างที่ตั้งใจ ซึ่งหากปล่อยไว้ ก็อาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งและส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของทีมในที่สุด

อ่านต่อ »
Health talk-Kubota-SAKID

Health talk เริ่มต้นสุขภาพดี @Kubota

Health talk เริ่มต้นสุขภาพดีทำได้ทุกวัน

วันที่ 31 มีนาคม  2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม เริ่มต้น สุขภาพดีทำได้ทุกวัน ให้กับพนักงานบริษัทคูโบต้า อมตะนคร โดยนักกำหนดอาหารได้มาร่วมพูดคุยและให้ความรู้ทริคการกินอาหารในชีวิตประจำวันที่อร่อยแล้วยังสุขภาพดีได้ เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงของโรคNCDsและมีสุขภาพที่แข็งแรง เริ่มต้นด้วยทริคการเลือกกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ  การลดอาหารที่มีความเสี่ยงต่อโรคไขมัน ทริคการเลือกกินสายบุฟเฟ่ ทริคเลือกกินสายปาร์ตี้

อ่านต่อ »
Office syndrome- ฉบับวัยทำงาน-SAKID

รู้เท่าทัน OFFICE SYNDROME ฉบับวัยทำงาน

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การทำงานในออฟฟิศกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนในสังคม ความสะดวกสบายที่เข้ามาแทนที่ ทำให้เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนท่าทาง กลายเป็นต้องทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง ท่าเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานในบริษัท หรือองค์กร

อ่านต่อ »
Cover-sakid-บางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
Carbon credit head -Sakid
URL Copied!

Carbon Credit Claim การเคลมเครดิตคาร์บอน สำหรับองค์กร

               การเคลมเครดิตคาร์บอน (Carbon Credit Claim) คือ กระบวนการที่ผู้ประกอบการหรือองค์กรต่าง ๆ ทำเพื่อขอรับเครดิตคาร์บอนจากกิจกรรมหรือโครงการที่มีผลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือสารเคมีเกี่ยวข้องอื่น ๆ จากสภาพแวดล้อม เพื่อขายเครดิตให้กับผู้อื่นที่ต้องการใช้เครดิตคาร์บอนเหล่านั้นเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง หรือเพื่อการธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

               โดยกระบวนการเคลมเครดิตคาร์บอนนั้นมักจะมีขั้นตอนและเกณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้โดยองค์กรหรือหน่วยงานที่รับรองเครดิตคาร์บอน เช่น องค์กรการค้าแลกเปลี่ยนเครดิตคาร์บอน (Carbon Credit Exchange) หรือหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ โดยการเคลมเครดิตคาร์บอนมีได้หลายวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการ หรือเพื่อเพิ่มรายได้จากการขายเครดิตคาร์บอน หรือเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงสิ่งแวดล้อมขององค์กร

คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)

 

คาร์บอนเครดิตเป็นหน่วยที่ใช้ในการวัดและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งคาร์บอนเครดิตเท่ากับการลดหรือชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหนึ่งตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือเทียบเท่า คาร์บอนเครดิตสามารถซื้อขายในตลาดภาคบังคับ (Compliance Market) และตลาดภาคสมัครใจ (Voluntary Market) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว

ตลาดคาร์บอน (Carbon Market)

 

ตลาดคาร์บอนเป็นแพลตฟอร์มหรือระบบที่อนุญาตให้องค์กรหรือประเทศต่าง ๆ ซื้อขายคาร์บอนเครดิต ระบบนี้ช่วยสร้างแรงจูงใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยผู้ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซได้มากกว่าที่กำหนดจะสามารถขายคาร์บอนเครดิตส่วนเกินให้กับผู้ที่ไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซได้ตามที่กำหนด

 

สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://carbonmarket.tgo.or.th/

 

ตลาดเครดิตคาร์บอนในประเทศไทย

การเคลมเครดิตคาร์บอนมักจะต้องมีการตรวจสอบและรับรองจากองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมหรือโครงการที่เคลมเครดิตคาร์บอนนั้นสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยองค์กรหรือหน่วยงานรับรองเครดิตคาร์บอนคือ

 

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (Thailand Greenhouse Gas Management Organization – TGO)

เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการซื้อขายเครดิตคาร์บอนในประเทศไทย รวมถึงการรับรองโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program – T-VER)

 

 

โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER)

เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยเข้าร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถรับรองการลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นและออกเครดิตคาร์บอนได้

 

• การเข้าร่วมตลาดเครดิตคาร์บอนระหว่างประเทศ:

ประเทศไทยยังมีการเข้าร่วมในตลาดเครดิตคาร์บอนระหว่างประเทศ เช่น ตลาดคาร์บอนของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถซื้อขายเครดิตคาร์บอนได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

 

• โครงการพัฒนาเครดิตคาร์บอนภาคเอกชน:

ภาคเอกชนในประเทศไทย เช่น บริษัทพลังงาน หมู่บ้านปลูกป่า และโครงการจัดการของเสีย ได้เข้าร่วมในโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเครดิตคาร์บอน และได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

            โดยปกติแล้ว การเคลมเครดิตคาร์บอนจะต้องมีเอกสารประกอบและข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับกิจกรรมหรือโครงการที่มีผลในการลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณของคาร์บอนที่ได้รับการลดลงด้วย และมักจะต้องมีการรายงานหรือตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอเพื่อยืนยันว่ากิจกรรมหรือโครงการยังคงมีผลต่อการลดการปล่อยคาร์บอนตามที่ได้รับเครดิตคาร์บอนไว้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา หรือในเกณฑ์ของหน่วยงานรับรองเครดิตคาร์บอน

ขั้นตอนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย

FTIX (Future Carbon Trading Index) เป็นแนวคิดหรือชื่อที่อาจถูกนำมาใช้ในบริบทของตลาดคาร์บอนเครดิตหรือการซื้อขายคาร์บอนในอนาคต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับ FTIX อาจยังไม่เป็นที่รู้จักหรือมีการใช้อย่างแพร่หลายในขณะนี้ ในการทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตและตลาดคาร์บอนในประเทศไทยและระดับสากล เราจะสรุปข้อมูลเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตและการดำเนินงานในตลาดคาร์บอนให้ชัดเจนขึ้น

 

• การพัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก:

โครงการต้องถูกออกแบบเพื่อให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียน การปลูกป่า หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน

 

• การตรวจสอบและรับรอง:

โครงการต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ เช่น องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ในประเทศไทย

 

•การออกคาร์บอนเครดิต:

เมื่อโครงการได้รับการตรวจสอบและรับรอง จะมีการออกคาร์บอนเครดิตที่สามารถซื้อขายได้

 

• การซื้อขายคาร์บอนเครดิต:

คาร์บอนเครดิตที่ได้รับการออกสามารถซื้อขายในตลาดคาร์บอนของประเทศไทย(FTIX)หรือในตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศได้

 

•การใช้คาร์บอนเครดิต:

องค์กรที่ซื้อคาร์บอนเครดิตสามารถใช้เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง หรือเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

           การเคลมเครดิตคาร์บอน เป็นการจัดตั้งโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและให้องค์กรหันมาดูแลสิ่งแวดล้อมโดยที่มีตัวกลางอย่างตลาดคาร์บอนช่วยสร้างแรงจูงใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากการมีโครงการช่วยสิ่งแวดล้อมแล้วยังมีโครงการอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการจัด CSR  การดูแลสุขภาพพนักงานกับแอพ SAKID และการจัดWorkshop ให้ความรู้พนักงานก็สามารถเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมได้

แหล่งอ้างอิง

https://carbonmarket.tgo.or.th/

https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/

https://ghgreduction.tgo.or.th/en/t-ver-en.html

https://www.fti-cc.com/market

บทความที่น่าสนใจ

Cover WS สุขภาพดีกับสะกิด

WORKSHOP เริ่มต้นสุขภาพดี กับ SAKID

กิจกรรม  Workshop “คลาสโยคะ”

ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม  2566 – 21 กันยายน 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ ” กันทุกสัปดาห์เป็นสวัสดิการที่เสริมสร้างร่างกายให้แข้งแรง โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาเป็นครูสอนโยคะที่จะพาพนักงานบริษัท ROCHE มายืดเหยียดร่างกายให้ผ่อนคลายเมื่อยจากการนั่งทำงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นอีกด้วย

อ่านต่อ »
คลาสออกกำลังกาย-SAKID

คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน

หลังจากที่ทำงานมาอย่างยาวนานและเต็มไปด้วยความเครียด การหาเวลาให้ตัวเองด้วยการออกกำลังกายอาจจะเป็นเรื่องยาก ระหว่างที่รอช่วงเลยเวลารถติดหรือผู้คนจำนวนมากในเวลาเร่งด่วนช่วงเย็น  “คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน” เป็น1ในตัวเลือกที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทำงานที่ต้องการดูแลสุขภาพและผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันซึ่งสามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจนและเป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโยคะที่สงบผ่อนคลาย คลาสเต้นสนุกสนาน หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี คลาสเหล่านี้มีตัวเลือกมากมายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังเพิ่มพลังงานและสร้างสมดุลให้กับชีวิตได้อย่างดี

อ่านต่อ »
Cover-Pmat-2023-Sakid

HR tech Thailand 2023

กิจกรรมออกบูธ HR tech Thailand 2023

วันที่ 14-15 มิถุนายน 25656 SAKID  ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพลิเคชั่น “สะกิด” ในงาน HR Tech เพื่อแนะนำให้รู้จักกับแอพว่าใช้ออกแบบกิจกรรมสุขภาพอย่างไร และเปิดให้ทดลองใช้ ฟรี 7 วัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับองค์กรที่ถ่ายรูปคู่น้องสะกิดลุ้นรับ Workshop นักกำหนดอาหารฟรี 1ชม. ได้ทั้งความรู้สุขภาพและภารกิจสุขภาพดีสนุก ๆ จาก สะกิดกันได้เลย

อ่านต่อ »
ergonomics คือ

Ergonomics คืออะไร รู้จักกับการยศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีในการทำงาน

ออฟฟิศไหนกำลังประสบปัญหาปวดหลังกันทั้งออฟฟิศโปรดมาทางนี้! ชวนมาทำความรู้จัก Ergonomics หรือ การยศาสตร์ ศาสตร์แห่งการทำงานที่ช่วยให้พนักงานมีสุขภาพดีด้วย…

อ่านต่อ »
Employee Assistance Program ช่วยคุณได้อย่างไร

Employee Assistance Program ยุคใหม่ช่วยอะไรคุณได้บ้าง

Employee Assistance Program คือเครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่วนรายล้อมตัวพนักงาน ช่วยทำให้ปัญหาต่าง ๆ ของเขาดีขึ้น แต่ดียังไง มาดูกัน

อ่านต่อ »
มารู้จัก-Healthy-Organization-องค์กรสุขภาพดี-SAKID

มารู้จัก Healthy Organization องค์กรสุขภาพดี

จากการสำรวจสุขภาพของประชากรไทยครั้งที่ 6 ซึ่งดำเนินการในปี 2562-2563 ซึ่งประเด็นในการสำรวจครอบคลุมในเรื่องพฤติกรรมสุขภาพ ภาวะโรคที่สามารถตรวจวัดพื้นฐาน ได้แก่ การวัดสัดส่วนร่างกาย ความดันโลหิต และการตรวจวัดน้ำตาล และไขมันในเลือด เป็นต้น โดยครอบคลุมทั้งในวัยทำงาน และผู้สูงอาย พบว่า ปัญหาอันดับต้นของสังคมในขณะนี้คือ โรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะภาวะอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงซึ่งมีผลต่ออุบัติการณ์โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น เกิดภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการดูแลรักษา ในขณะที่ความสามารถในการทำงานก็ด้อยลงตามสภาพร่างกายส่งผลเสียเป็นวงกว้างทั้งแก่ตัวพนักงาน และองค์กร ดังนั้นมาตรการป้องกันและลดภาระโรคเหล่านี้จึงเป็นประเด็นสำคัญมาก  

อ่านต่อ »
Sakid head -7วิธีดูแลสุขภาพจิตใจ
URL Copied!

7 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจพนักงาน เพื่อสร้างความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน

           ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตใจของพนักงานกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสนใจ จากการสำรวจของ WHO พบว่ากว่า 264 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า และอีกกว่า 284 ล้านคนมีความวิตกกังวลผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตพนักงานแล้ว ยังบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานไปด้วย (World Health Organization, 2022) และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิตมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ โรคซึมเศร้า โดยปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้มีสาเหตุได้หลากหลายด้าน ทั้งจากลักษณะงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน การบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาส่วนตัว (Pfeffer, 2018)

           ด้วยสภาพการทำงานที่เคร่งเครียดเช่นนี้ นอกจากผลกระทบต่อตัวพนักงานเองแล้ว ปัญหาสุขภาพจิตยังส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานอีกด้วย ดังนั้น องค์กรจึงควรสังเกตสัญญาณของปัญหาสุขภาพจิต เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ก้าวร้าวง่าย เบื่อหน่าย ไม่สนใจใยดีสิ่งรอบข้าง ขาดสมาธิ ทำผลงานได้ลดลง มาสายหรือขาดงานบ่อย (Raypole, 2021) และรีบให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมแก่พนักงานที่มีความเสี่ยงโดยเร็ว เพื่อที่จะได้ให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งมีหลากหลายวิธีซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้ตามความเหมาะของแต่ละบริษัทได้

แนวทางที่องค์กรสามารถดำเนินการเพื่อดูแลส่งเสริมสุขภาพจิตใจของพนักงานมีดังนี้

 

ดูแลสุขภาพจิตพนักงาน-SAKID

 

1.เริ่มต้นจากการสร้างบรรยากาศและความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน ผ่านการจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ ส่งเสริมการสื่อสารที่ดี เปิดกว้างทางความคิด ความเห็นต่างและเคารพซึ่งกันและกัน

 

2.จัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้ผ่อนคลายไม่เคร่งเครียด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องสถานที่ แสง สี เสียง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ (Mental Health America, 2022) ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อสุขภาวะทางใจโดยรวมของพนักงาน

 

3.ในการมอบหมายงานและติดตามความก้าวหน้า องค์กรควรกำหนดขอบเขตหน้าที่ เป้าหมาย และความคาดหวังที่ชัดเจน เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละคน พร้อมทั้งให้การสนับสนุน คำชี้แนะ และ feedback อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าและมีกำลังใจในการทุ่มเทพัฒนางานต่อไปอย่างมีความสุข (Moss, 2019)

 

4.หากพบว่าพนักงานเริ่มมีความเครียด ไม่มีความสุขกับงาน หรือมีปัญหาส่วนตัวบางอย่างที่ส่งผลต่อการทำงาน องค์กรควรจัดให้มีช่องทางในการให้คำปรึกษา รับฟังปัญหา และให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ทั้งจากหัวหน้างาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก เพื่อเยียวยาจิตใจและหาทางออกร่วมกันก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม (Mental Health America, 2022)

 

5.นอกจากการดูแลสุขภาพจิตแบบเชิงรับ เมื่อปัญหาสุขภาพจิตเกิดขึ้นแล้ว องค์กรยังสามารถช่วยป้องกันปัญหาเชิงรุกได้ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีอย่างสม่ำเสมอ เช่น workshop ให้ความรู้เรื่องการจัดการความเครียด การสังเกตอาการโรคซึมเศร้าในเบื้องต้น วิธีผ่อนคลายอารมณ์ การค้นหากิจกรรมเพื่อการพักผ่อนที่เหมาะกับตัวเอง (Raypole, 2021)

 

6.รณรงค์ให้พนักงานใช้ชีวิตอย่างสมดุล จัดตารางการทำงานให้พนักงานสามารถแบ่งเวลาให้ครอบครัว งานอดิเรก การพักผ่อน ออกกำลังกาย การเจริญสติ เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวล สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานสู่การมีสุขภาพใจที่ดี ป้องกันปัญหาทางจิตและเสริมความแข็งแรงทางใจได้ในระยะยาว (Moss, 2019)

 

7.สุดท้าย เพื่อให้การส่งเสริมสุขภาพจิตในที่ทำงานเกิดผลอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องปลูกฝังเรื่องนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร โดยกำหนดเป็นนโยบาย มาตรการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ชัดเจน เช่น การลาเพื่อพบจิตแพทย์ การใช้ประกันสุขภาพดูแลสุขภาพจิต หรือการจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติเรื่องการส่งเสริมสุขภาพจิตในองค์กร รวมถึงต้องมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องให้ทั่วถึงทั้งองค์กร (Pfeffer, 2018) เมื่อทุกคนเห็นความสำคัญและมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนแล้ว จึงจะร่วมกันขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพจิตไปในทิศทางเดียวกันได้

          การดูแลสุขภาพจิตของพนักงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างองค์กรในฝัน ที่ทุกคนทำงานอย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งนำไปสู่ความผูกพันมุ่งมั่นต่อองค์กร ประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้น ผลกำไรที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้น การลงทุนเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้พนักงาน จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตขององค์กร ในฐานะผู้นำและนายจ้าง 

         ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงของพนักงาน ด้วยความใส่ใจ เข้าอกเข้าใจ และการลงมือทำอย่างจริงจัง เมื่อทุกคนในองค์กรร่วมมือร่วมใจกัน เราจะสามารถสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ และแผ่ขยายความสุขนั้นไปสู่ลูกค้า ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวมได้อย่างแน่นอน หรือสามารถปรึกษา SAKID ในการแนะนำกิจกรรมดูแลจิตใจพนักงาน ผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต โดยนักจิตวิทยา มีทั้ง workshop และบริการนักจิตวิทยาออนไลน์แบบส่วนตัวให้พนักกงานเป็นสวัสดิการในราคาแบบเหมาชั่วโมง

แหล่งอ้างอิง

 

Mental Health America. (2022). Workplace Mental Health. https://mhanational.org/workplace-mental-health

 

Moss, J. (2019, December 11). When passion leads to burnout. Harvard Business Review. https://hbr.org/2019/07/when-passion-leads-to-burnout

 

Pfeffer, J. (2018). The overlooked essentials of employee well-being. McKinsey Quarterly. https://www.mckinsey.com/business-functions/people-and-organizational-performance/our-insights/the-overlooked-essentials-of-employee-well-being

 

Raypole, C. (2021, July 15). Signs of high functioning anxiety. GoodTherapy. https://www.goodtherapy.org/blog/signs-of-high-functioning-anxiety-0715197

 

Vos T, Allen C, Arora M, Barber RM, Bhutta ZA, Brown A, et al. (2015). Global, regional, and national incidence, prevalence, and years lived with disability for 310 diseases and injuries, 1990–2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015. The Lancet, 388(10053), 1545-1602. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(16)31678-6

 

World Health Organization (2022). Mental health in the workplace. https://www.who.int/teams/mental-health-and-substance-use/promotion-prevention/mental-health-in-the-workplaceReferences:

บทความที่น่าสนใจ

สลัดโรล Cooking class-SAKID Cover

Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ

Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ

วันที่ 21 มีนาคม 2568  SAKIDได้จัดกิจกรรม Cooking Class  ให้กับพนักงานบริษัทภิรัช โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มสอนทำอาหาร สลัดโรล จะเริ่มจากการให้ความรู้เรื่องสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ในเมนูหัวใจหลักการทำอาหารเพื่อสุขภาพ การมีแหล่งโปรตีนที่ดี ผักและสมุนไพรต่างๆเพื่อเพิ่มรสชาติในการกินสลัดโรล โดยเมนูจะเป็นสลัดโรลทูน่าและเต้าหู้ ที่สามารถหาซื้อและเตรียมได้อย่างง่ายและเร็วทำกินเองได้ที่บ้านหรือจะทำใส่กล่องมากินเป็นข้าวเช้าก็ได้

อ่านต่อ »
Cover yoga-SAKID

WORKSHOP คลาสโยคะ

กิจกรรม  Workshop “คลาสโยคะ”

ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม  2566 – 21 กันยายน 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ ” กันทุกสัปดาห์เป็นสวัสดิการที่เสริมสร้างร่างกายให้แข้งแรง โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาเป็นครูสอนโยคะที่จะพาพนักงานบริษัท ROCHE มายืดเหยียดร่างกายให้ผ่อนคลายเมื่อยจากการนั่งทำงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นอีกด้วย

อ่านต่อ »

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตวัดเลียบ ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
โรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

โรงอาหารสุขภาพดี ทำอย่างไรให้ได้ผล สำหรับพนักงานบริษัทหรือโรงงาน

พนักงานมาทำงานอยู่กับบริษัทตั้งแต่เช้ายันเย็น แน่นอนว่าอาหารการกินส่วนใหญ่ก็มาจากโรงอาหารทั้งข้าวเช้า เที่ยง และมื้อว่าง เนื่องจากบริษัทที่มีโรงอาหารจะไม่ค่อยอยู่ในพื้นที่ในเมืองหรือชุมชน ดังนั้นโรงอาหารจึงเป็นแหล่งอาหารหลักของพนักงาน ซึ่งโรงอาหารสามารถสะท้อนพฤติกรรมการกินอาหารของพนักงานได้อย่างดีจากผลตรวจสุขภาพ ฉะนั้นมาเริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงานที่โรงอาหารกันเถอะ

อ่านต่อ »

Workshop การเงิน มีเงินเก็บยันเกษียณ

เริ่มต้นดูแลสุขภาพการเงินให้กับพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องการเงิน ทั้งเรื่องภาษี การแบ่งเงินเก็บออม การลงทุน การซื้อประกันให้เหมาะสมกับตัวเอง และการวางแผนเกษียณอย่างมีคุณภาพ กับนักการเงินผู้ที่มีประสบการณ์ ที่อยากให้คุณวางแผนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน

อ่านต่อ »
Sakid head -work 4 day
URL Copied!

เมื่อ ‘น้อยกว่า’ กลายเป็น ‘มากกว่า’: 4 วันทำงานกับผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย

         คุณรู้สึกว่าการทำงานวันละ 8 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ทำให้คุณหมดแรงและขาดแรงบันดาลใจในการทำงานหรือไม่? คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้สึกเช่นนี้ เพราะงานวิจัยล่าสุดชี้ว่า การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์อาจเป็นคำตอบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และยังช่วยสร้างสมดุลที่ดีระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวให้พนักงานมีความสุขมากยิ่งขึ้น

 

SAKID -happy work

ผลการศึกษาจากต่างประเทศ

งานวิจัยของ Henley Business School (2019) ได้ศึกษาผลการนำนโยบายสัปดาห์การทำงาน 4 วันไปใช้ในบริษัทต่างๆ ของสหราชอาณาจักร จากการสำรวจพนักงานกว่า 500 คนใน 50 บริษัท พบว่ากว่า 78% รายงานว่ามีความสุขกับการทำงานมากขึ้น 70% มีระดับความเครียดลดลง และ 62% เห็นว่าตนเองสามารถจัดสรรเวลาให้กับชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวนั้นง่ายขึ้น สำหรับผลลัพธ์เชิงธุรกิจ บริษัทที่เข้าร่วมโครงการกว่า 64% รายงานการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพ โดย 5 ใน 6 บริษัทยืนยันว่าจะดำเนินนโยบายนี้ต่อไปหลังเสร็จสิ้นการทดลอง (Henley Business School, 2019)

 

ทั้งนี้ ยังมีองค์กรชั้นนำอีกหลายแห่งที่ได้ทดลองนำนโยบายสัปดาห์การทำงานที่สั้นลงไปใช้ เช่น Perpetual Guardian และ Unilever ในนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย, Microsoft ในญี่ปุ่น, Atom Bank ในสหราชอาณาจักร, โรงงาน Toyota และโรงพยาบาลในเมือง Gothenburg ประเทศสวีเดน รวมถึงองค์กรภาครัฐอย่าง South Cambridgeshire District Council ในสหราชอาณาจักร และรัฐ Utah ในสหรัฐอเมริกา

ความท้าทายในบริบทไทย


ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายองค์กรในประเทศไทยเริ่มให้ความสนใจกับการทำงานรูปแบบ 4 วันต่อสัปดาห์มากขึ้น เนื่องจากพนักงานที่ทำงานที่บ้านพบว่าสามารถทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลาหากมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดี บริษัทขนาดใหญ่อย่างเช่น ปตท. และ AIS ได้ทดลองปรับรูปแบบการทำงานใหม่ เช่น การแบ่งพนักงานเป็นทีมสลับกันทำงานที่ออฟฟิศและที่บ้าน หรือการใช้สูตร 60-40 คือทำงานที่ออฟฟิศ 3 วันและทำงานจากที่บ้าน 2 วันต่อสัปดาห์

 

อย่างไรก็ตาม การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ในบริบทไทยมีรูปแบบที่หลากหลาย บางองค์กรยังคงกำหนด 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่บีบให้เข้มข้นขึ้นใน 4 วัน ขณะที่บางแห่งลดเหลือ 32 ชั่วโมง โดยคงค่าแรงเท่าเดิม ซึ่งต้องอาศัยการปรับระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความท้าทายในการประยุกต์ใช้กับทุกประเภทงาน โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่ยังจำเป็นต้องทำงาน 5-6 วันต่อสัปดาห์เพื่อให้ได้ผลผลิตตามเป้าหมาย (ILO, 2018)

 

SAKID -hybrid work

ข้อเสนอแนะสำหรับองค์กร


แม้สัปดาห์การทำงาน 4 วันจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีความท้าทายในการปรับระบบ ผู้บริหารต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งลักษณะงาน ความต้องการลูกค้า ความพร้อมด้านเทคโนโลยี ค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น และความยากลำบากสำหรับธุรกิจบางประเภท การปรับเปลี่ยนวันทำงานอาจส่งผลต่อทีมและลูกค้า ทั้งปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ความไม่ต่อเนื่องในการประสานงาน และการปรับตัวของพนักงาน ดังนั้นการสื่อสารและวางแผนที่ดีจึงสำคัญมากในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ และเพื่อป้องกันไม่ให้ภาระงานในวันทำงานที่เหลือหนักเกินไป

 

จากการทดลองใช้นโยบายการทำงาน 4 วันในต่างประเทศ พบว่ามีผลดีหลายประการ เช่น

 

 • พนักงานมีความเครียดและความเหนื่อยล้าลดลง

 

 • มีเวลาส่วนตัวและครอบครัวมากขึ้น

 

 • ผลผลิตและรายได้ของธุรกิจเพิ่มขึ้น 

 

 • อัตราการลาหยุดและลาออกลดลง

 

         อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลบางประการ เช่น ค่าตอบแทนที่อาจลดลง ความเครียดจากการทำงานหนักขึ้นในแต่ละวัน ความไม่เท่าเทียมระหว่างตำแหน่งงาน และความท้าทายในการบริหารจัดการทีมที่เพิ่มขึ้น

 

         ดังนั้นการนำนโยบายการทำงาน 4 วันมาใช้ในประเทศไทย จึงต้องมีการศึกษาและวางแผนให้รอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อผลผลิตและภาพลักษณ์องค์กร รวมทั้งต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับวันและเวลาทำงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อพนักงานทุกคน แม้การทดลองนำระบบนี้มาใช้อาจมีความท้าทาย แต่การเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้องค์กรสามารถค้นหารูปแบบการทำงานใหม่ที่สร้างสมดุลและตอบโจทย์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ในที่สุด

 

        โดยสรุป แม้การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์จะมีข้อดีมากมาย ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการทำงาน ความพึงพอใจของพนักงาน และสมดุลชีวิตการทำงาน แต่ก็มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งความพร้อมของภาคธุรกิจ ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและทักษะ วัฒนธรรมองค์กร กฎหมายแรงงาน และการสนับสนุนจากภาครัฐ การเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบการทำงานใหม่นี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย และอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวและพัฒนารูปแบบที่เหมาะสม

       อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์ที่จะได้รับในระยะยาวแล้ว ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันของพนักงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวม การลงทุนเวลาและความพยายามเพื่อการเปลี่ยนแปลงนี้ก็นับว่าคุ้มค่า และอาจกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับองค์กรที่สามารถปรับตัวได้อย่างประสบความสำเร็จ

 

         หากองค์กรของท่านสนใจที่จะศึกษาความเป็นไปได้ในการนำนโยบายการทำงาน 4 วันมาทดลองใช้ การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ อาจช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์ วางแผน และออกแบบกระบวนการได้อย่างเหมาะสมกับบริบทขององค์กร เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลง  หรือยังหากบริบทไม่สามารถเริ่มได้ มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการลดความเสี่ยงสุขภาพ ขอแนะนำ SAKID application ที่ช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และแนะนำภารกิจสุขภาพที่เหมาะกับองค์กรของท่าน ทำให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างเห็นผล และยังสนุกกับกิจกรรมด้วย

แหล่งอ้างอิง

 

4 Day Week Global. (2022). 4 Day Week Global pilot program results. https://4dayweek.com/academic-research.

 

Autonomy. (2020). The shorter working week: A radical and pragmatic proposal. https://autonomy.work/portfolio/the-shorter-working-week-a-report-from-autonomy-in-collaboration-with-members-of-the-4-day-week-campaign/

 

Clarke, C., Fletcher, D., & Best, T. (2023). A report on the shorter workweek: Job satisfaction and organisational outcomes. Scoping Review Report. Western Downs Regional Council, Queensland.

 

International Labour Organization. (2018). Ensuring decent working time for the future. https://www.ilo.org/wcmsp5/groups/public/—ed_norm/—relconf/documents/meetingdocument/wcms_618485.pdf

 

Henley Business School. (2019). Four-day week pays off for UK business. https://assets.henley.ac.uk/v3/fileUploads/Journalists-Regatta-2019-White-Paper-FINAL.pdf

Salika, T. (2022, May 27). For work hours, one size does not fit all. Bangkok Post. https://www.bangkokpost.com/business/general/2320610/for-work-hours-one-size-does-not-fit-al

บทความที่น่าสนใจ

5 หัวข้อ อบรม พนักงาน ให้ได้ความรู้และทักษะการใช้ชีวิต

การอบรมพนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่ยังหมายถึงการพัฒนา “ทักษะชีวิต” ที่ช่วยให้พนักงานดูแลสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ในที่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อคนในองค์กรมีสุขภาวะที่ดี เขาจะสามารถสร้างผลงานที่ดี มีความยืดหยุ่นในการเผชิญความเปลี่ยนแปลง และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญขององค์กรที่ยั่งยืน

อ่านต่อ »

กิจกรรม 5ส คืออะไร (เข้าใจง่ายๆ ใน 5 นาที)

กิจกรรม 5ส คือเครื่องมือชั้นเยี่ยมในการจัดระเบียบและทำให้สามารถใช้พื้นที่ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่แท้จริงนั้นกิจกรรม 5ส คืออะไร มาหาคำตอบไปด้วยกัน

อ่านต่อ »

Mental Health ในที่ทำงาน ปัญหาที่องค์กรไม่ควรมองข้าม

mental health หรือสุขภาพจิตของพนักงาน กลายเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้าม เพราะไม่เพียงส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน แต่ยังสะท้อนตรงไปยังประสิทธิภาพการทำงาน ผลผลิตของทีม และภาพรวมขององค์กรโดยตรง

อ่านต่อ »
template -healthy canteen-SAKID

WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

กิจกรรม Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว
กิจกรรม Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว ที่บริษัท TBC โดยจะมีกิจกรรมการอบรมการเลือกใช้เครื่องปรุง น้ำมัน ผัก และสมุนไพร ในการปรับสูตรอาหารให้สุขภาพดีขึ้นและยังคงกินได้อย่างอร่อยถูกปาก การสนับสนุนให้พ่อครัวแม่ครัวทำอาหารทางเลือกสุขภาพเพื่อเปิดโอกาสทางเลือกของผู้ซื้ออาหารให้มีตัวเลือกอาหารสุขภาพที่หลากหลายมากขึ้น การให้ความรู้เรื่องพลังงานและสารอาหาร การตักอาหารข้าวราดแกงขายให้พนักงานในสัดส่วนที่ถูกต้องเพื่อลดการเกิดโรค NCDs การอบรมเรื่องผู้สัมผัสอาหารการจัดเก็บวัตถุดิบ การล้างผัก การปรุงอาหารให้ถูกต้องตามหลักอนามัย และเรื่องความสะอาดสุขอนามัยของผู้ทำอาหาร

อ่านต่อ »
Sakid -Csr พนักงานออกกำลังกาย

CSR กับ SAKID พนักงานได้ออกกำลังกายและช่วยเหลือสังคมได้ด้วย

  การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้กับพนักงานโดยการนำ CSR มารวมกันด้วย เป็นหนึ่งในไอเดียในการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงานในบริษัทและยังมีกิจกรรมในการทำสิ่งที่มีประโยชน์คืนสู่สังคมอีกด้วย เป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์เป็นอย่างมากนอกจากสุขภาพพนักงานดีขึ้นด้วยกิจกรรมส่งเสริม Productivity และยังมีกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม

อ่านต่อ »

องค์กรสุขภาพดี พนักงานลดเสี่ยงโรค NCDs

องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ไม่ได้หมายถึงแค่การมีโรงอาหารสะอาดหรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเท่านั้น แต่คือการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพของพนักงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ทำให้พนักงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

อ่านต่อ »
Sakid head -7เคล็ดลับ เพิ่ม Productivity
URL Copied!

7 เคล็ดลับง่าย ๆ เพิ่ม Productivity ให้ปัง ทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว

        คุณเคยรู้สึกไหมว่า ทำไมเพื่อนร่วมงานบางคนถึงได้ดูเก่งและประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว แถมยังมีเวลาไปเที่ยว ไปช็อปปิ้ง ไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ได้อีก คุณอยากรู้ไหมว่าพวกเขามีเคล็ดลับอะไรในการเพิ่ม Productivity ให้ชีวิตปังขนาดนั้น?

Productivity หรือผลิตภาพในการทำงาน เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพและคุณภาพของงานที่เราทำ หากต้องการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี การเพิ่ม Productivity จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ (Johnson et al., 2018) จากผลการศึกษาของ Gallup (Harter et al., 2020) พบว่าพนักงานที่มี Productivity สูงมักมีความผูกพันต่อองค์กรมากกว่า มีอัตราการขาดงานที่ต่ำกว่า และสามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่าพนักงานที่มี Productivity ต่ำถึง 21% ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงควรให้ความสนใจกับการเพิ่ม Productivity เพื่อให้ได้ประโยชน์ตามที่กล่าวมา

7 วิธีที่จะช่วยเพิ่ม Productivity ทั้งในที่ทำงานและในชีวิตประจำวัน

 

1.วางแผนและจัดตารางงานอย่างเป็นระบบ โดยจัดลำดับความสำคัญ แบ่งงานเป็นส่วนย่อย และกำหนดเดดไลน์ การใช้แอปพลิเคชันอย่าง Trello หรือ Asana  หรือ Monday หรือใครถนัดโน้ตสามารถทำเช็คลิสต์ จะช่วยให้ติดตามงานและความคืบหน้าได้ง่ายขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและโอกาสประสบความสำเร็จ (Tracy, 2013)

SAKID-platform management

 

2.ประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการกำหนดวาระที่ชัดเจน เน้นควบคุมเวลา และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย การทำเช่นนี้จะทำให้การประชุมกระชับขึ้นและไม่สิ้นเปลืองเวลาโดยใช่เหตุ (Rogelberg et al., 2012) การประชุมออนไลน์ที่ไม่ได้กำหนดสถานที่รูปแบบการทำงาน การจัดประชุมในบรรยากาศสบายๆห้องนั่งเล่นที่ไม่ใช่ห้องประชุมก็สามารถช่วยลดความตรึงเครียดได้

SAKID-meeting

 

3.จัดสภาพแวดล้อมในออฟฟิศให้น่าทำงาน เป็นระเบียบ มีแสงสว่างและอุณหภูมิที่เหมาะสม รวมถึงมีพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจบ้าง สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และนำไปสู่ Productivity ที่ดีขึ้น (Samani et al., 2015)

SAKID-space office

 

4.ดูแลสุขภาพกายและใจ เนื่องจากงานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่า การมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีส่งผลดีต่อ Productivity ในการทำงานอย่างมาก เพราะจะทำให้เรามีพลังพร้อมที่จะทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่ (Grawitch et al., 2006; Nielsen et al., 2017)

SAKID-ดูแลสุขภาพ

 

5.รักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยกำหนดเวลาเลิกงานที่แน่นอน จัดสรรเวลาให้กับตนเองและครอบครัว ผ่อนคลายความเครียดด้วยกิจกรรมที่ชื่นชอบ เพื่อเติมพลังให้พร้อมกลับมาทำงานต่อไปอย่างมีความสุข (Pfeffer, 2018) 

SAKID -สมดุลชีวิต

 

6.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-9 ชั่วโมง รับประทานอาหารที่มีคุณค่าครบ 5 หมู่ และหาเวลาออกกำลังกายเป็นประจำ สิ่งเหล่านี้จะช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พร้อมลุยงานได้เต็มประสิทธิภาพ (Shockey & Wheaton, 2017)

SAKID -ดูแลสุขภาพทั้ง4ด้าน

 

7.ผ่อนคลายความเครียดด้วยกิจกรรมที่เหมาะกับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นโยคะ ทำสวน วาดภาพ เล่นดนตรี หรืออื่น ๆ การทำเช่นนี้จะช่วยให้จิตใจสงบ ความคิดปลอดโปร่ง ส่งผลให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (Burton et al., 2017)

SAKID-Hobbies

         นอกจากนี้ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรในเชิงบวก เช่น มุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เปิดกว้างให้พนักงานแสดงความคิดเห็น ให้ความยืดหยุ่นในการทำงาน ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ และจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้ออำนวย ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้นเช่นกัน (Gallup, 2020)

 

         สรุปแล้ว การเลือกนำเคล็ดลับต่าง ๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตของตนเอง พร้อมกับการได้รับการสนับสนุนที่ดีจากองค์กร จะทำให้เรามีโอกาสประสบความสำเร็จในการเพิ่ม Productivity เพื่อการทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน ทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร และหากต้องการเริ่มดูแลสุขภาพกายใจพนักงาน เพื่อเพิ่ม Productivity ให้ SAKID ช่วยออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับพนักงานคุณได้ เรามีทั้งกิจกรรม Workshop อาหาร, ออกกำลังกาย, office syndrome และจิตวิทยา หลากหลายรูปแบบ และ SAKID application ในการจัดแข่งขันสุขภาพ

แหล่งอ้างอิง

 

  • Burton, W. N., Chen, C.-Y., Li, X., & Schultz, A. B. (2017). The association of employee engagement at work with health risks and presenteeism. Journal of Occupational and Environmental Medicine, 59(10), 988–992. https://doi.org/10.1097/JOM.0000000000001108

 

  • (2020). The future of workplace culture: 5 ways to help your culture thrive. Gallup.Com. https://www.gallup.com/workplace/336272/future-workplace-culture-ways-help-culture-thrive.aspx

 

  • Grawitch, M. J., Gottschalk, M., & Munz, D. C. (2006). The path to a healthy workplace: A critical review linking healthy workplace practices, employee well-being, and organizational improvements. Consulting Psychology Journal: Practice and Research, 58(3), 129–147. https://doi.org/10.1037/1065-9293.58.3.129

 

  • Harter, J., Mann, A., Klassen, B., & Harter, J. (2020). Is Well-Being the New Productivity? Gallup. https://www.gallup.com/workplace/321497/well-being-new-productivity.aspx

 

  • Johnson, S., Robertson, I., & Cooper, C. L. (2018). Well-being: productivity and happiness at work (2nd ed.). Palgrave Macmillan.

 

  • Nielsen, K., Nielsen, M. B., Ogbonnaya, C., Känsälä, M., Saari, E., & Isaksson, K. (2017). Workplace resources to improve both employee well-being and performance: A systematic review and meta-analysis. Work & Stress, 31(2), 101–120. https://doi.org/10.1080/02678373.2017.1304463

 

  • Pfeffer, J. (2018). Dying for a paycheck: How modern management harms employee health and company performance—And what we can do about it. Harper Business.

 

  • Rogelberg, S. G., Leach, D. J., Warr, P. B., & Burnfield, J. L. (2012). “Not another meeting!” Are meeting time demands related to employee well-being?. Journal of Applied Psychology, 97(1), 83–96. https://doi.org/10.1037/a0024340

 

  • Samani, S. A., Rasid, S. Z. A., & Sofian, S. (2015). Perceived level of personal control over the work environment and employee satisfaction and work performance. Performance Improvement, 54(9), 28–35. https://doi.org/10.1002/pfi.21499

 

  • Shockey, T. M., & Wheaton, A. G. (2017). Short sleep duration by occupation group – 29 States, 2013-2014. MMWR. Morbidity and Mortality Weekly Report, 66(8), 207–213. https://doi.org/10.15585/mmwr.mm6608a2  

 

  • Tracy, B. (2013). Time management. American Management Association.

 

บทความที่น่าสนใจ

Cover Stress and work life balance-SAKID

Workshop Stress and work life balance

วันที่ 25 มิถุนายน 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรมWorkshop stress and work life balance ที่บริษัท ภิรัชออฟฟิศ แอท เอ็มควอเทียร์ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูคุยและให้ความรู้ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ เคล็ดลับการจัดการความเครียดและการสื่อสารต่อเพื่อนร่วมงานและพัฒนาทักษะการสื่อสารเพื่อปฏิสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นกับลูกค้า เทคนิคการจัดการความเครียดเรื่องการจัดการภาระงาน

อ่านต่อ »
Cover-sakid-บางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -สวัสดิการทุกบริษัท

สูตรลับสวัสดิการ ทุกบริษัททำได้ เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคนเก่ง

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมบริษัทชั้นนำหลายแห่งจึงให้ความสำคัญกับสวัสดิการพนักงานเป็นอย่างมาก? ความจริงก็คือ สวัสดิการที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตโดยรวมขององค์กรอีกด้วย การลงทุนในความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรของบริษัท จากการลดต้นทุนด้านสุขภาพ เพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน และส่งเสริมความผูกพันของพนักงาน

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -productivity

7 เคล็ดลับง่าย ๆ เพิ่ม Productivity ให้ปัง ทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว

คุณเคยรู้สึกไหมว่า ทำไมเพื่อนร่วมงานบางคนถึงได้ดูเก่งและประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว แถมยังมีเวลาไปเที่ยว ไปช็อปปิ้ง ไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ได้อีก คุณอยากรู้ไหมว่าพวกเขามีเคล็ดลับอะไรในการเพิ่ม Productivity ให้ชีวิตปังขนาดนั้น?

อ่านต่อ »
สร้าง happy worplace-Sakid thumbnail

อยากสร้าง Happy Workplace เริ่มต้นที่…

ความสุขของพนักงานกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร “Happy Workplace” หรือสถานที่ทำงานที่เต็มไปด้วยความสุข ไม่ใช่เพียงแค่แนวคิด แต่เป็นกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง แล้วเราจะสร้าง Happy Workplace ได้อย่างไรกัน?

อ่านต่อ »
Cooking-Kimbab-SAKID

WORKSHOP Cooking class คิมบับสุขภาพ

กิจกรรม Cooking class คิมบับ กับ SAKID

ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม  2567- วันที่ 14 มิถุนายน 2567 รวมทั้งหมด ทั้งหมด 5 รอบ โดยSAKID ได้จัดกิจกรรมCooking class คิมบับสุขภาพดีสไตล์เกาหลีโดยผู้สอนเป็น นักกำหนดอาหารที่จะมาให้ความรู้และความเข้าใจการเลือกใช้วัตถุดิบประกอบอาหาร โดยจะมีการสอนทำคิมบับทั้งหมด 2แบบ คือ คิมบับแบบม้วน และ คิมบับแบบพับ ที่สามารถทำกินเองได้ง่ายๆจากที่บ้านซึ่งคิมบับประกอบไปด้วยวัตถุดิบที่มีปประโยชน์ต่อร่างกาย

อ่านต่อ »
Sakid head-health challengr
URL Copied!

Health Challenge กิจกรรมบริษัท สุขภาพดี ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน

           Health Challenge คือการกำหนดกิจกรรมหรือเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายและจิตใจในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ความท้าทายนี้สามารถครอบคลุมหลากหลายด้านของสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย, การรับประทานอาหาร, การพักผ่อน, และการดูแลสุขภาพจิต เป็นต้น

 

          การท้าทายตนเองในรูปแบบการสนับสนุนการดูแลสุขภาพ โดยมุ่งเน้นให้ผู้ที่เข้าร่วมในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 7 วัน, 30 วัน) แนวทางนี้ยังช่วยสร้างเป้าหมายและกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตนเองในระยะยาว โดยกิจกรรมChallenge เป็นทางเลือกที่ดีในการผลักดันให้เกิดการทำต่อเนื่องจนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันถึงแม้หลังจบกิจกรรมก็ยังสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผู้เข้าร่วมและมีความสนุกสนานในการกลับมาดูแลตัวในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาว่าตัวเราได้ทำอะไรไปบ้าง

Challenge แข่งเพิ่มก้าวเดิน

 

การแข่งขันเดินสะสมก้าว เป็นกิจกรรมที่จะทำให้พนักงานขยับตัวมากขึ้นในแต่ละวัน ลดการนั่งทำงานนานๆติดกันจนทำให้เกิดออฟฟิศซินโดรมและปัญหาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง  ไม่ว่าจะเดินไปซื้อน้ำ กดน้ำดื่ม เดินไปเข้าห้องน้ำ เดินเอกสาร ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ ก็สามารถช่วยการขยับกล้ามเนื้อและผ่อนคลายได้ อีกทั้งการเดินสามารถทำได้ตลอดวันและอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แค่มีการเพิ่มการขยับมากขึ้นจากเดิม

 

 🟠เหมาะสำหรับ การแข่งขันทั้งบริษัทหรือองค์กร

 

 🟠กลุ่มเป้าหมาย เพิ่มการขยับตัวและเริ่มต้นดูแลสุขภาพง่าย ๆ

 

 🟠สามารถแบ่งทีมได้ตามต้องการ

 

 🟠มีภารกิจพิเศษสุขภาพให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

 

Challenge สะสมก้าวเดิน-SAKID

ตัวอย่างการจัดกิจกรรมแข่งเพิ่มก้าวเดิน

Challenge สุขภาพดี

 

การแข่งขันภารกิจสุขภาพ ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญทั้งนักกำหนดอาหารและวิทยาศาสตร์การกีฬาที่จะคอยดูตรวจภารกิจที่ผู้เข้าร่วมส่งมาและให้คำแนะนำดูแลตลอดกิจกรรม โดยจะเน้นที่ภารกิจการกินอาหารและออกกำลังกายเป็นหลัก โดยจะมีการอิงตามผลตรวจสุขภาพประจำปีของพนักงานและสร้างภารกิจให้เหมาะสมในแต่ละกลุ่มเป้าหมายสุขภาพ เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น หรือลดความเสี่ยงของโรคที่จะตามมาในอนาคต

 

 🟠เหมาะสำหรับ การแข่งขันเฉพาะกลุ่ม

 

 🟠กลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ น้ำหนักตัวเกิน ค่าไขมันเกิน น้ำตาลในเลือดสูง อื่นๆ

 

 🟠แชทพูดคุยกับนักกำหนดอาหารได้ตลอดกิจกรรม เหมือนมีเทรนเนอร์คอยดูแล

 

 🟠แบ่งทีมตามกลุ่มเป้าหมาย

 

 🟠Health profile (ข้อมูลสุขภาพ ที่ดูได้ตลอด)

 

Challenge สุขภาพดี-SAKID

 

ตัวอย่างภารกิจ ที่ออกแบบโดยนักกำหนดอาหาร

 

• ลดไขมัน เสริมผัก สลายไขมัน

 

• เพิ่ม HDL ด้วยการออกกำลังกาย และเลือกไขมันดี

 

• คาร์ดิโอสักนิด จิตแจ่มใส

 

• ลดไขมันเลว สร้างไขมันดี

 

• ลดปวด ตึง ผ่อนคลาย กล้ามเนื้อ

 

• อื่น ๆ ตามกลุ่มโรค

ภารกิจที่สามารถออกแบบได้ตามความต้องการ มีภารกิจสุขภาพให้เลือกมากมาย

Mission-SAKID

       Health Challenge กิจกรรมแบบกลุ่มทำให้เกิดการกระตุ้นคนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้ สนุกกันเป็นทีมชวนกันทำภารกิจสุขภาพไม่ว่าวัยไหนก็ทำได้ สุขภาพดี สนุกได้ด้วยแอพ SAKID ภารกิจที่ดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคลให้กับบริษัทและองค์กรให้มีสุขภาพดี วัดผลได้ด้วย วิเคราะห์ผลสุขภาพพนักงานได้ทันทีผ่าน SAKID Dashboard

บทความที่น่าสนใจ

หนังสือจิตวิทยา ปลุกพลัง-SAKID

5 หนังสือจิตวิทยา ปลุกพลังความก้าวหน้าในอาชีพ ที่ต้องมีติดโต๊ะทำงาน

หากคุณเป็นพนักงานออฟฟิศหรือผู้ที่ทำงานในองค์กร ที่รู้สึกติดอยู่ในวังวนเดิม ๆ ไม่มีความก้าวหน้าหรือความสุขในการทำงาน และต้องการหาแรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตนเองให้ทำงานได้อย่างมีความสุขและประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้มีหนังสือจิตวิทยาดีๆ  5 เล่มจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยปลุกพลังและเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานของคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ หนังสือเหล่านี้จะช่วยให้คุณค้นพบตัวเอง ปลดล็อกความคิด และปรับมุมมองใหม่ในการทำงานและการใช้ชีวิต

อ่านต่อ »

ทำไมโรงอาหารพนักงานต้องผ่าน เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร ของกรมอนามัย

“อาหารกลางวัน” ในโรงงานหรือออฟฟิศ ไม่ได้เป็นเพียงมื้อหนึ่งของวัน แต่คือพลังหลักที่หล่อเลี้ยงสมรรถนะการทำงานของพนักงานทั้งองค์กร โรงอาหารที่ไม่สะอาดหรือจัดการไม่ถูกสุขลักษณะ อาจนำมาซึ่งการระบาดของโรคทางอาหารและการลาป่วยจำนวนมาก

อ่านต่อ »

วิธีดึงพนักงานกลับมาเมื่อ หมดpassionในการทำงาน

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมพนักงานที่เคยเต็มไปด้วยไฟในการทำงาน เคยเป็นคนเสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างกระตือรือร้น กลับค่อย ๆ กลายเป็นคนที่นั่งเงียบ ไม่อยากออกความคิดเห็น และทำงานไปวัน ๆ เพียงเพื่อรอให้หมดเวลา? นี่ไม่ใช่เพียงแค่ “อาการเหนื่อย” ชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณสำคัญของ “หมดpassionในการทำงาน” ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในองค์กรไทยและทั่วโลก

อ่านต่อ »
คลาสออกกำลังกาย-SAKID

คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน

หลังจากที่ทำงานมาอย่างยาวนานและเต็มไปด้วยความเครียด การหาเวลาให้ตัวเองด้วยการออกกำลังกายอาจจะเป็นเรื่องยาก ระหว่างที่รอช่วงเลยเวลารถติดหรือผู้คนจำนวนมากในเวลาเร่งด่วนช่วงเย็น  “คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน” เป็น1ในตัวเลือกที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทำงานที่ต้องการดูแลสุขภาพและผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันซึ่งสามารถกำหนดเวลาได้ชัดเจนและเป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโยคะที่สงบผ่อนคลาย คลาสเต้นสนุกสนาน หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี คลาสเหล่านี้มีตัวเลือกมากมายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายแล้ว ยังเพิ่มพลังงานและสร้างสมดุลให้กับชีวิตได้อย่างดี

อ่านต่อ »
mental health-ความสุขในที่ทำงาน-SAKID

Health Activity จัดแบบไหนได้บ้าง

ในยุคปัจจุบัน สุขภาพจิต หรือ Mental Health กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในทุกวงการ โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมทั้งประสิทธิภาพและความสุขของพนักงาน การใส่ใจสุขภาพจิตในที่ทำงานไม่เพียงช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่ยังช่วยลดปัญหาอัตราการลาออกและการขาดงานอีกด้วย

อ่านต่อ »
ออฟฟิศซินโดรม

เข้าใจ “ออฟฟิศซินโดรม” พร้อมวิธีป้องกันเบื้องต้นที่ทุกคนควรรู้

ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร อาการ สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยง วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรมเบื้องต้น ที่คนทำงานและบริษัทต้องรู้

อ่านต่อ »