URL Copied!

Clean Food Good Taste กับการทำโรงอาหารสุขภาพในองค์กร

        ถ้าอยากให้พนักงานกินอร่อยแต่ยังสุขภาพดี  Clean Food Good Taste คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับโรงอาหารในองค์กรยุคนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดในครัว แต่คือการยกระดับทั้ง “รสชาติและมาตรฐาน” ไปพร้อมกัน

 

       เมื่อโรงอาหารผ่านเกณฑ์ Clean Food Good Taste พนักงานจะมั่นใจได้ว่า ทุกมื้อที่กินปลอดภัย สดใหม่ และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ผลพลอยได้ที่เห็นชัดคือ พนักงานมีแรง มีสมาธิ และมีความสุขกับการกินมากขึ้น ส่วนองค์กรเองก็ได้โรงอาหารที่ดูดี มีมาตรฐาน และพร้อมยื่นขอใบรับรองจากกรมอนามัยได้อย่างภาคภูมิใจ

หลักเกณฑ์ Clean Food Good Taste คืออะไร

“Clean Food Good Taste” หรือชื่อไทยเต็ม ๆ คือ “อาหารสะอาด รสชาติดี”
เป็นมาตรฐานจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ใช้ประเมินคุณภาพร้านอาหารและโรงอาหารทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และมีรสชาติอร่อยพอดีปาก

ผลวิจัยของกรมอนามัยระบุว่า โรงอาหารที่ผ่านเกณฑ์ Clean Food Good Taste สามารถลดความเสี่ยงโรคทางเดินอาหารในพนักงานได้ถึง 35% และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมในระยะยาว

 

1. สุขาภิบาลอาหาร (Food Sanitation)

หัวใจของมาตรฐาน Clean Food Good Taste คือ “การจัดการสุขาภิบาลที่ดี”
ครัวต้องสะอาด ปลอดเชื้อ และมีการจัดการขยะอย่างถูกวิธี รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบต้องไม่เอื้อต่อการปนเปื้อน

 

ตัวอย่างเกณฑ์สุขาภิบาลที่กรมอนามัยใช้ตรวจ

• มีอ่างล้างมือและสบู่เพียงพอ แยกจากบริเวณล้างจาน

• มีระบบระบายน้ำเสียที่ไม่ไหลย้อนกลับ

• ไม่มีแมลงหรือสัตว์นำโรค เช่น หนู แมลงวัน

• อุปกรณ์ทำอาหารทำจากวัสดุที่ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดได้ง่าย

เป้าหมาย: ให้ทุกจานที่เสิร์ฟ “ปลอดภัยตั้งแต่เตา จนถึงโต๊ะอาหาร”

 

2.วัตถุดิบสะอาด ปลอดภัย และตรวจสอบได้

วัตถุดิบคือจุดเริ่มต้นของอาหารที่ดี ทุกอย่างต้องมาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน เช่น ผักผลไม้ต้องปลอดสารตกค้าง เนื้อสัตว์ต้องสดใหม่ ไม่มีกลิ่นหรือสีผิดปกติ

 

แนวทางที่โรงอาหารควรทำ

• ตรวจสอบแหล่งซื้อวัตถุดิบ มีใบรับรอง GAP หรือใบรับรองมาตรฐานอื่น ๆ

• แยกวัตถุดิบดิบ–สุก ระหว่างขนส่งและจัดเก็บ

• เก็บอาหารแช่เย็นในอุณหภูมิไม่เกิน 5°C และอาหารร้อนมากกว่า 60°C

เป้าหมาย: ป้องกันการปนเปื้อนก่อนถึงขั้นตอนปรุง

 

3. การปรุงและการจัดเก็บที่ถูกหลัก

พนักงานครัวทุกคนควรผ่านการอบรม “หลักสุขาภิบาลอาหาร” จากหน่วยงานที่กรมอนามัยรับรอง เพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติที่ปลอดภัยระหว่างการปรุงและบริการ

 

เกณฑ์สำคัญที่ตรวจ

• ผู้ปรุงอาหารสวมหมวกคลุมผมและผ้ากันเปื้อนตลอดเวลา

•  ไม่สัมผัสอาหารด้วยมือเปล่า ใช้ที่คีบหรือถุงมือ

• มีการล้างมือก่อน–หลังจับอาหาร

• แยกอุปกรณ์ปรุงอาหารดิบและอาหารสุก เช่น เขียงและมีด

• อาหารที่ปรุงเสร็จต้องไม่วางทิ้งเกิน 4 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ

เป้าหมาย: ลดความเสี่ยงของเชื้อโรคในอาหารที่อาจเกิดจากการปรุงไม่ถูกสุขลักษณะ

 

4. การบริการและสถานที่รับประทาน

โรงอาหารที่ดีไม่ได้จบแค่ในครัว แต่ต้องให้พนักงานกินในพื้นที่ที่ “สะอาด สบายตา และสุขลักษณะดี” ด้วย

 

แนวทางตามเกณฑ์กรมอนามัย

• โต๊ะอาหารและเก้าอี้ต้องสะอาด ไม่มีคราบน้ำมันหรือเศษอาหาร

• พื้นห้องอาหารไม่ลื่น ไม่มีน้ำขัง

• มีถังขยะพร้อมฝาปิด และแยกประเภทขยะ

• มีระบบล้างจานที่ใช้น้ำร้อนหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

• มีจุดล้างมือพร้อมสบู่สำหรับผู้บริโภค

เป้าหมาย: ให้ทุกมื้อของพนักงานสะอาดตั้งแต่จานจนถึงบรรยากาศรอบตัว

 

5. รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ

“Clean Food” ต้องคู่กับ “Good Taste”
ซึ่งหมายถึงการปรุงอาหารที่มีรสกลมกล่อมโดยไม่ใช้เครื่องปรุงเกินจำเป็น และยังคงคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน

 

แนวทางที่กรมอนามัยแนะนำ

• ใช้น้ำมันพืชชนิดดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง

• ลดการใช้ผงชูรสและน้ำตาล

• มีเมนูผักหรือโปรตีนไขมันต่ำในทุกวัน

• มีการคำนวณสารอาหารเบื้องต้น เช่น ปริมาณพลังงานและโซเดียม

เป้าหมาย: ให้พนักงานได้ “อร่อยแบบสุขภาพดี” ไม่จืดชืด แต่ไม่เกินพอดี

 

โรงอาหารสุขภาพในองค์กร: จากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง

หลายองค์กรยังคิดว่า “โรงอาหารสุขภาพ” คือเรื่องของงบประมาณสูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การยกระดับโรงอาหารให้ได้ใบรับรอง Clean Food Good Taste สามารถทำได้ผ่านขั้นตอน 3 ระดับดังนี้

ขั้นตอนรายละเอียดตัวชี้วัด
1. ตรวจสุขาภิบาลเบื้องต้นตรวจสภาพครัว อุปกรณ์ และพื้นที่ปรุงอาหาร เพื่อประเมินตามหลักสุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัยผ่านเกณฑ์กรมอนามัย ≥ 80%
2. อบรมพนักงานครัวเข้าร่วมหลักสูตร “สุขาภิบาลอาหารและการปรุงอาหารปลอดภัย” โดยนักกำหนดอาหารและผู้เชี่ยวชาญจาก SAKIDพนักงานผ่านการประเมินหลังอบรม
3. พัฒนาเมนู Clean Food Good Tasteออกแบบเมนูอาหารสะอาด รสชาติดี ที่เหมาะกับพนักงานในองค์กร โดยนักกำหนดอาหารของ SAKIDเมนูผ่านการรับรองโภชนาการครบถ้วน

ประโยชน์ของการทำ Clean Food Good Taste ในองค์กร

 

1.พนักงานมั่นใจในความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร
ลดความเสี่ยงจากอาหารปนเปื้อน และสร้างความสบายใจทุกมื้อที่กินในโรงอาหาร

 

2.ส่งเสริมสุขภาพและพลังงานที่ดีของพนักงาน
อาหารสะอาด รสชาติดี ช่วยให้ร่างกายพร้อมทำงาน ลดอาการอ่อนล้าระหว่างวัน

 

3.ยกระดับมาตรฐานโรงอาหารให้น่าเชื่อถือและเป็นระบบ
มีแนวทางสุขาภิบาลที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และสอดคล้องตามเกณฑ์กรมอนามัย

 

4.สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ
โรงอาหารสุขภาพเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรที่ห่วงใยคนของตัวเอง และให้คุณค่ากับคุณภาพชีวิต

 

5.เสริมภาพลักษณ์องค์กรสุขภาพดี (Healthy Workplace)
ช่วยให้องค์กรโดดเด่นในสายตาพนักงาน คู่ค้า และสังคม ในฐานะองค์กรที่ใส่ใจความเป็นอยู่ของทุกคน

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

เวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste” โดย SAKID ยกระดับสู่โรงอาหารสุขภาพที่ได้ใบรับรอง

 

SAKID ร่วมกับนักกำหนดอาหารและกรมอนามัย จัดเวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste & Healthy Canteen” เพื่อให้องค์กรสามารถ

 

• เรียนรู้หลักเกณฑ์การตรวจสุขาภิบาลอาหาร

• ปฏิบัติจริงในการประเมินและปรับปรุงโรงอาหาร

• เตรียมยื่นขอใบรับรอง Clean Food Good Taste

• รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

บริการนี้ครอบคลุมทั้งการตรวจประเมินโรงอาหาร, อบรมพนักงานครัว และออกเอกสารรับรองสุขาภิบาลอาหาร เพื่อให้โรงอาหารในองค์กรสามารถผ่านการตรวจได้อย่างมั่นใจ

👉สนใจ WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

 

ทำไมต้องเลือก SAKID เป็นที่ปรึกษาโรงอาหารสุขภาพ

เพราะ SAKID ไม่ได้แค่สอนให้ “สะอาดและอร่อย” แต่เราดูแลครบตั้งแต่ต้นจนถึงการตรวจรับรองจริง

• ตรวจสุขาภิบาลโรงอาหารตามเกณฑ์กรมอนามัย

• อบรมพนักงานครัวโดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

• ออกแบบเมนู Clean Food Good Taste เฉพาะองค์กร

• เตรียมเอกสารยื่นขอใบรับรองพร้อมติดตามผล

📌 สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Healthy Canteen / Clean Food Good Taste ปรึกษากับ SAKID 

        การยกระดับโรงอาหารในองค์กรให้ได้มาตรฐาน Clean Food Good Taste ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความสะอาดในครัว” แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “วัฒนธรรมสุขภาพที่ดี” ภายในที่ทำงานเมื่ออาหารทุกจานปลอดภัย สดใหม่ และอร่อยอย่างเหมาะสม พนักงานก็จะรู้สึกมั่นใจ มีพลัง และรู้ว่าบริษัทใส่ใจสุขภาพของพวกเขาจริง ๆ นั่นคือพลังเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานให้ดีขึ้นได้ทุกวัน

       สนใจทำมาตรฐานโรงอาหาร หรือโรงอาหารสุขภาพ แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • กรมอนามัย. (2566). โครงการอาหารสะอาด รสชาติดี (Clean Food Good Taste).

  • World Health Organization. (2023). Food Safety Guidelines for Workplace Canteens.

  • SAKID Team. (2024). Healthy Canteen and Workplace Wellness Framework.

  • กระทรวงสาธารณสุข. (2565). คู่มือสุขาภิบาลอาหารในสถานประกอบการ.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

Cover Sport day-SAKID

Sport Day กีฬาสี

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 29  กันยายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Sport day กีฬาสีให้กับบริษัทเอสพีอินเตอร์แมค โดยได้แบ่งกิจกรรมกีฬาสีบวกกับความรู้เข้าไปผ่านเกม โดยมีนักกำหนดอาหารให้ความรู้ เช่น เกมชานม เกมวิ่งน้ำตาล โดยมีการอธิบายให้ความรู้ผ่านเกม

อ่านต่อ »
Cover-ครูรัก-Sakid

Workshop “การจัดการความเครียด”

กิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด”

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 Sakid ได้จัดกิจกรรม Workshop “การจัดการความเครียด”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมคและการไฟฟ้านครหลวง  โดยวิทยากรนักจิตวิทยาองค์กร ครูรักอมยิ้ม คุณอานนท์ ตั้งกิตติทรัพย์ ภายในงานผู้เข้าร่วมได้รับเทคนิคการจัดการความเครียด และการบริหารการทำงานให้มี Work-life balance

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -mental health

7 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจพนักงาน เพื่อสร้างความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน

ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตใจของพนักงานกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสนใจ จากการสำรวจของ WHO พบว่ากว่า 264 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า และอีกกว่า 284 ล้านคนมีความวิตกกังวลผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตพนักงานแล้ว ยังบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานไปด้วย (World Health Organization, 2022) และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิตมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ โรคซึมเศร้า โดยปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้มีสาเหตุได้หลากหลายด้าน ทั้งจากลักษณะงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน การบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาส่วนตัว (Pfeffer, 2018)

อ่านต่อ »
Sakid-ออกแบบสวัสดิการโดนใจพนักงาน

ออกแบบสวัสดิการพนักงานอย่างไร ให้ได้ใจพนักงาน

 เชื่อว่าความต้องการของพนักงานแทบทุกคน จะต้องคาดหวังกับการได้รับผลตอบแทนที่ดี จากความขยันตั้งใจทำงาน โดยเฉพาะการได้รับสวัสดิการที่พึงพอใจ เป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานเลือกที่จะทำงานกับบริษัท หรือองค์กรนั้นๆ ต่อไป ดังนั้น การทำงานของแต่ละองค์กร โดยเฉพาะผู้บริหารและ HR จะต้องเลือกวิธีการออกแบบสวัสดิการ ที่ส่งผลดีต่อพนักงาน โดยที่บริษัทไม่ได้เสียผลประโยชน์ไป เรียกว่า Win-Win กันทั้ง 2 ฝ่าย เรามาดูกันว่า ออกแบบสวัสดิการให้พนักงงานอย่างไรดี ถึงจะได้ใจพนักงาน

อ่านต่อ »
our workshop success-Fatty Model-SAKID

แข่งขันลดน้ำหนักด้วย SAKID กับโครงการ MEA Fatty Model

จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม MEA Fatty Model ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ตลอดระยะเวลา เม.ย. – ส.ค. 67 โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือดัชนีมวลกาย ≥25 kg/m2 มีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งลดไขมัน เพิ่มผักใย และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกิน จนทำให้การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก มวลไขมัน และไขมันในช่องท้องลดลง เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
Cover deep relax-SAKID

Meditation and Deep relaxation workshop

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 29  พฤศจิกายน  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “Meditationand Deep relaxation” โดยนักกายภาพบำบัดและนักจัดกระบวนการเรียนรู้สุขภาพที่ให้ความรู้และความเข้าใจโดยการให้ฟังเสียงร่างกายแต่ละจุดเพื่อให้รู้สึกและเป็นการรับฟังร่างกายของเรา เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเต็มที่อย่างตรงจุด โดยให้เตรียมแก้วน้ำร้อนของตัวเองเพื่อมารับชาดอกไม้นั่งจิบชาร้อมวงเพื่อเปิดประสาทสัมผัสการรับรู้ของร่างกายทั้งรสชาติ กลิ่น  และจินตนาการ การฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลาย พาตัวเองออกจากอารมณ์ต่างๆ และหันกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น การรักตัวเองให้มากขึ้น การคิดให้กำลังใจเชิงบวก

อ่านต่อ »
URL Copied!

สร้าง Employee Wellbeing อย่างไร ให้พนักงานสุขภาพดี

       Employee Wellbeing หรือ “สุขภาวะพนักงาน” หมายถึง สภาวะที่พนักงานมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “สุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ”

 

       บทความนี้อยากชวนทุกคน โดยเฉพาะ HR และผู้บริหาร มาทำความเข้าใจว่า Employee Wellbeing หรือสุขภาวะพนักงานคืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับองค์กร และจะเริ่มสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดูแลกันมากขึ้นได้อย่างไร พร้อมแชร์ไอเดียกิจกรรมและแนวทางที่ทำได้จริงในทุกองค์กร

4 มิติสุขภาวะพนักงานที่องค์กรไม่ควรมองข้าม

 

1. Physical Wellbeing – สุขภาพกายที่แข็งแรง
พนักงานที่มีสุขภาพร่างกายดีจะมีพลังในการทำงานมากกว่า HR สามารถเริ่มจากกิจกรรมง่าย ๆ เช่น

• จัดโปรแกรม “อาหารสุขภาพในที่ทำงาน” โดยนักกำหนดอาหาร

• มีช่วง “Active Break” ให้พนักงานลุกยืดเส้นยืดสายทุกวัน

• ใช้แอปติดตามพฤติกรรมสุขภาพ เช่น SAKID เพื่อช่วยให้พนักงานเห็นพฤติกรรมสุขภาพของตัวเอง

อ่านต่อ: Workplace Wellness Program คืออะไร สร้างสถานที่ทำงานให้ดีต่อใจ

 

2. Mental Wellbeing – สุขภาพใจที่สมดุล
สุขภาพจิตของพนักงานมีผลโดยตรงต่อคุณภาพงาน การมีพื้นที่ให้พนักงานได้ระบายความเครียดและพูดคุยอย่างปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เช่น

• มีโปรแกรม EAP (Employee Assistance Program) ให้คำปรึกษาจากนักจิตวิทยา

• จัด Workshop mindfulness หรือ “คลายเครียดในที่ทำงาน”

• สนับสนุนวัฒนธรรม “เปิดใจพูดคุย” และ Feedback ที่สร้างสรรค์

อ่านต่อ: EAP คืออะไร เครื่องมือช่วยสุขภาพใจพนักงานในองค์กร

 

3. Social Wellbeing – ความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมในองค์กร
พนักงานที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานจะมีแรงจูงใจและความสุขมากขึ้น
องค์กรสามารถส่งเสริมได้ด้วยการ:

• จัดกิจกรรม Team Building หรือ Healthy Challenge

• ใช้ระบบ “สะกิดแก๊ง” ของ SAKID เพื่อสร้างกลุ่มเพื่อนดูแลสุขภาพร่วมกัน

• ส่งเสริมบรรยากาศทำงานแบบเปิดกว้างและไม่แบ่งชนชั้น

อ่านต่อ: Employee Engagement เทคนิคสานสัมพันธ์พนักงานและองค์กร

 

4. Career & Financial Wellbeing – สุขภาวะด้านอาชีพและการเงิน
เมื่อพนักงานรู้สึกมั่นคงและมีโอกาสเติบโตในงาน พวกเขาจะทุ่มเทกับองค์กรอย่างเต็มที่ HR สามารถช่วยได้โดย:

• จัดอบรมพัฒนาทักษะ (Skill Champion Program)

• สนับสนุนให้พนักงานวางแผนการเงินระยะยาว

• กำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน

สุขภาพองค์รวม-SAKID

เปลี่ยนการดูแลสุขภาพให้กลายเป็นวัฒนธรรมของทีม

หลายองค์กรเริ่มมีกิจกรรมดูแลสุขภาพอยู่แล้ว เช่น ตรวจสุขภาพประจำปีหรือจัดออกกำลังกายเป็นครั้งคราว แต่สิ่งที่ทำให้ Employee Wellbeing เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนจริง ๆ ไม่ใช่ “กิจกรรมครั้งเดียว” — มันคือการทำให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงาน

 

สิ่งที่ HR และหัวหน้างานสามารถเริ่มทำได้คือ

 

• เริ่มจากผู้นำก่อน
เมื่อหัวหน้าทีมหรือผู้บริหารแสดงให้เห็นว่าเรื่องสุขภาพสำคัญ เช่น ออกกำลังกายด้วยกัน เข้าร่วมกิจกรรมสุขภาพ หรือพูดถึงความเครียดได้อย่างเปิดใจ พนักงานก็จะรู้สึกว่าการดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องไกลตัว

 

• สร้างพื้นที่ให้พูดคุยได้อย่างปลอดภัย
พนักงานหลายคนไม่กล้าแชร์ว่ากำลังเหนื่อย หรือเครียดกับงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่แข็งแกร่ง การมีพื้นที่พูดคุยที่ไม่ตัดสิน เช่น กล่องข้อความนิรนาม หรือวงพูดคุยสบาย ๆ เดือนละครั้ง จะช่วยให้พนักงานรู้ว่าพวกเขาไม่ต้องรับมือคนเดียว

 

• สอดแทรกสุขภาพในชีวิตประจำวัน
ไม่ต้องรอให้ถึงกิจกรรมใหญ่ ก็สามารถใส่ความใส่ใจเล็ก ๆ ได้ เช่น มีผลไม้สดในห้องพักพนักงาน ตั้งช่วง “ยืดเส้น 5 นาที” ในแต่ละวัน หรือส่งข้อความให้กำลังใจผ่านช่องทางภายในองค์กร

 

• ชื่นชมและให้รางวัลกับพฤติกรรมสุขภาพดี
แทนที่จะให้รางวัลเฉพาะยอดขาย ลองเพิ่มการชื่นชมคนที่ดูแลสุขภาพดีหรือชวนทีมออกกำลังกาย เพราะการได้รับการยอมรับจะช่วยให้พนักงานรู้ว่าการดูแลตัวเองก็มีคุณค่าไม่แพ้การทำงานหนัก

 

เมื่อองค์กรเริ่มมองสุขภาพเป็นเรื่องของ “ทีม” ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของใครคนหนึ่ง Employee Wellbeing ก็จะค่อย ๆ กลายเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนร่วมโดยธรรมชาติ

ตัวอย่างกิจกรรมและแนวทางวัดผล Employee Wellbeing

การสร้าง Employee Wellbeing ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ต่อเนื่องและวัดผลได้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ HR และผู้บริหารเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสุขภาพและความสุขของพนักงานได้จริง

 

ตัวอย่างกิจกรรมที่องค์กรสามารถนำไปใช้ ได้แก่

 

• กิจกรรม Healthy Challenge
ส่งเสริมให้พนักงานลุกขึ้นมาเคลื่อนไหว เช่น เดินให้ครบ 10,000 ก้าวต่อวัน หรือแข่งออกกำลังกายภายในทีม เพื่อสร้างแรงจูงใจและความสัมพันธ์ที่ดีในทีม

 

• Workshop “อาหารสุขภาพในที่ทำงาน”
จัดเวิร์กช็อปสั้น ๆ ที่สอนหลักโภชนาการง่าย ๆ จากนักกำหนดอาหาร ช่วยให้พนักงานเข้าใจการเลือกอาหารในแต่ละวัน และเริ่มปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมกับงานที่ทำ

 

• EAP Consultation หรือการให้คำปรึกษาสุขภาพจิต
เปิดช่องทางให้พนักงานได้พูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือโค้ชสุขภาพ เพื่อระบายความเครียดและจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม องค์กรที่มีบริการลักษณะนี้มักพบว่าผลผลิตงานและความพึงพอใจของพนักงานเพิ่มขึ้น

 

• แบบสำรวจความสุขพนักงาน (Happiness Survey)
HR สามารถใช้แบบสอบถามประเมินระดับความสุข ความเครียด และแรงจูงใจของพนักงานเป็นระยะ เพื่อใช้ข้อมูลมาปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรให้ตอบโจทย์มากขึ้น

 

สำหรับแนวทางวัดผล ควรดูทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เช่น การสังเกตการขาดงานที่ลดลง ผลงานที่ดีขึ้น หรือบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตรขึ้น รวมถึงฟีดแบ็กจากพนักงานโดยตรงว่ารู้สึกมีพลังและมีความสุขในการทำงานมากขึ้นหรือไม่

Checklist Employee Wellbeing

✅ ประเมินสุขภาพและความเครียดพนักงานผ่านแบบสำรวจ
✅ จัดตั้งทีมดูแล Workplace Wellness โดยเฉพาะ
✅ ออกแบบกิจกรรมให้ครอบคลุม 4 มิติ
✅ ตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัด (KPI)
✅ ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีติดตามผล เช่น SAKID 
✅ สื่อสารต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานเห็นว่าการดูแลสุขภาพคือวัฒนธรรมองค์กร

       การสร้าง Employee Wellbeing ไม่ได้หมายถึงการจัดกิจกรรมสุขภาพให้พนักงานเพียงไม่กี่ครั้ง แต่คือการทำให้ “การดูแลสุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานในทุกวัน

 

        เมื่อองค์กรใส่ใจสุขภาวะของพนักงานอย่างจริงจัง ตั้งแต่การออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีพื้นที่ให้พักใจ ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนกันและกัน พนักงานก็จะรู้สึกมีพลัง มีแรงบันดาลใจ และพร้อมจะเติบโตไปกับองค์กรอย่างมีความสุข

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Deloitte Insights. (2022). Workplace well-being: How to build a culture of care. Deloitte Development LLC.

  • Harvard Business Review. (2023). How leaders can build a culture of well-being. Harvard Business Publishing.

  • Sakid.app. (2025). Workplace Wellness Workshop. Retrieved from https://www.sakid.app/workshop

  • Society for Human Resource Management. (2024). Creating a culture of wellbeing at work. SHRM Research Report.

  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2566). แนวทางการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ (Healthy Organization Blueprint). กรุงเทพฯ: สสส.

  • World Health Organization. (2023). Workplace health promotion and wellbeing. World Health Organization.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน-Sakid thumbnail

โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน นักจิตวิทยาช่วยคุณได้

ในปัจจุบันโรคซึมเศร้าที่คนวัยทำงานต้องเผชิญพบเจอเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยผลจากการศึกษาสุขภาพแบบองค์รวมในประชากรทั่วโลกพบว่าโรคซึมเศร้าทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 2 ในปี 2020และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอับดับ 1 ในปี2030 (WHO, 2019) ส่วนในประเทศไทยจากการจัดอันดับการการเสียสุขภาพแบบองค์รวมของคนไทย พบว่าโรคซึมเศร้าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย ส่วนอันดับ 2 ในผู้ชายไทย

อ่านต่อ »

แบบประเมินความเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศ

ความเครียดกลายเป็น “โรคเงียบ” ของคนทำงานออฟฟิศ การมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบและติดตามภาวะความเครียดของพนักงานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความเครียดไม่ได้เพียงทำลายสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน การขาดงาน และอัตราการลาออก

อ่านต่อ »

สร้าง Employee Wellbeing อย่างไร ให้พนักงานสุขภาพดี

Employee Wellbeing หรือ “สุขภาวะพนักงาน” หมายถึง สภาวะที่พนักงานมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “สุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ”

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -Disc

DISC พลังแห่งบุคลิกในการสร้างทีมเวิร์คสู่ความสำเร็จขององค์กร

คุณเคยสังเกตไหมว่า ทำไมองค์กรที่เต็มไปด้วยบุคลากรผู้มีความสามารถ แต่บางครั้งการทำงานร่วมกันเป็นทีมกลับเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีอุปสรรค? สาเหตุสำคัญอาจมาจากความแตกต่างด้านบุคลิกภาพในการทำงานของแต่ละคน การสร้างทีมเวิร์คให้แข็งแกร่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างสมาชิกในทีมที่มีรูปแบบการคิดและการทำงานแตกต่างกัน หากเราไม่เข้าใจและปรับวิธีบริหารจัดการให้เหมาะสม ความแตกต่างเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นตัวขัดขวางการทำงานเป็นทีมให้ราบรื่นและบรรลุเป้าหมายได้อย่างที่ตั้งใจ ซึ่งหากปล่อยไว้ ก็อาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งและส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของทีมในที่สุด

อ่านต่อ »

สร้างความรู้ สุขภาพดีในองค์กร เริ่มจาก เทรนนิ่งพนักงาน

ทำงานที่ไหนไม่เครียดบ้าง แต่อยู่ที่เราจะจัดการความเครียดและชีวิตสุขภาพได้ดีแค่ไหน  การดูแล “สุขภาพพนักงาน” จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรไม่อาจละเลยได้อีกต่อไป และหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดคือ “การเทรนนิ่งพนักงานด้านสุขภาพ” เพราะการอบรมที่ดีไม่ได้ช่วยแค่เพิ่มความรู้ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีให้กับบริษัท เมื่อพนักงานสุขภาพดี งานก็จะออกมามีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »
แพลตฟอร์มสื่อสาร-SAKID

แพลตฟอร์ม สื่อสารพูดคุยในบริษัทที่น่าสนใจ

 การแยกเรื่องงานออกกจากความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจำให้เรารู้จัก Work Life Balance เวลาได้เป็นอย่างดี ในการใช้แพลตฟอร์มที่มีความเป็นส่วนตัวมาทำงาน สั่งงาน ตามงาน อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไรในบริษัท ส่วนลูกค้าถ้าจะทำให้ติดต่อง่ายอาจจะใช้เป็นช่องทางLine officialของบริษัทในการพูดคุยกับลูกค้าได้ มีเวลาทำการที่ชัดเจนโดยไม่ใช้ไลน์ส่วนตัวในการพูดคุย

อ่านต่อ »
URL Copied!

อาหารที่ดี ใน โรงอาหารบริษัท ช่วยลดปัญหาสุขภาพพนักงานได้อย่างไร

      โรงอาหารบริษัทคือหัวใจสำคัญของสุขภาพในองค์กร โดยเฉพาะโรงงานหรือสำนักงานขนาดใหญ่ที่พนักงานใช้เวลารับประทานอาหารมากกว่า 1 มื้อต่อวันภายในที่ทำงาน อาหารที่พนักงานได้รับจึงส่งผลโดยตรงต่อพลังงาน สมาธิ และประสิทธิภาพในการทำงาน

 

      จากรายงานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า “อาหารในโรงงานและสถานประกอบการส่วนใหญ่มีปริมาณไขมันและโซเดียมสูงเกินเกณฑ์” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

 

      ดังนั้น “โรงอาหารบริษัทที่ดี” ไม่ได้หมายถึงแค่สะอาดหรือราคาถูก แต่หมายถึง โรงอาหารสุขภาพดี (Healthy Canteen) ที่ออกแบบเพื่อสุขภาพของพนักงานและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

อาหารที่ใช่ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังในที่ทำงาน

เมื่อพนักงานรับประทานอาหารที่สมดุลตามหลักโภชนาการ จะช่วยลดภาระสุขภาพในหลายด้าน เช่น

 

• ลดความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง

• เพิ่มพลังงานและสมาธิระหว่างวัน ลดอาการง่วงหลังมื้อเที่ยง

• เสริมภูมิคุ้มกัน ลดอัตราการลาป่วย

• ส่งเสริมวัฒนธรรมสุขภาพดีในองค์กร

 

งานวิจัยจาก Annals of Internal Medicine (2023) พบว่า การรับประทานอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียน (เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีนจากปลา) ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ถึง 31% ในระยะเวลา 6 ปี ซึ่งสะท้อนว่า “อาหารที่ดี” คือเครื่องมือป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพที่สุดในที่ทำงาน

วิธีออกแบบโรงอาหารสุขภาพดีในองค์กร

การสร้าง “โรงอาหารสุขภาพดี” ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเมนู แต่คือการออกแบบ “ระบบอาหารและวัฒนธรรมสุขภาพ” ภายในองค์กรอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหาร แม่ครัว นักโภชนาการ และพนักงานทุกคน เป้าหมายหลักคือทำให้อาหารในที่ทำงาน “อร่อย ถูกปาก ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ” โดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนมากเกินไป

 

1.เลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสดใหม่
เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักตามฤดูกาล และผลไม้พื้นบ้าน
นอกจากจะช่วยเพิ่มใยอาหารและวิตามินแล้ว ยังช่วยสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น

 

2.ลดการใช้เครื่องปรุงที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ (NCDs)

• ลดโซเดียม (ใช้เกลือไอโอดีนหรือสมุนไพรไทยแทนซอส)

• ลดน้ำตาล (เปลี่ยนมาใช้ผลไม้สดหรือสมุนไพร เช่น ใบเตย มะตูม เป็นของหวาน)

• ลดไขมัน (หลีกเลี่ยงน้ำมันทอดซ้ำ และเน้นวิธีต้ม ย่าง อบ แทนทอด)

 

3.จัดเมนูโปรตีนไขมันต่ำในแต่ละวัน
ตัวอย่างเมนูที่เหมาะสมในโรงอาหารพนักงาน เช่น

• ข้าวกล้องอกไก่ย่าง + สลัดผักสด

• ปลาย่างน้ำจิ้มสมุนไพร + ซุปผักรวม

• เต้าหู้ทรงเครื่อง + ข้าวไรซ์เบอร์รี่

• แกงเลียง + ไข่ต้ม

• ผลไม้สด เช่น ฝรั่ง แตงโม มะละกอ

 

4.มีสัญลักษณ์ “เมนูสุขภาพ” หรือ “ทางเลือกเพื่อสุขภาพ”
เพื่อให้พนักงานเลือกได้ง่ายและรู้ปริมาณพลังงานในแต่ละจาน
ตัวอย่างเช่น

• ใช้สติ๊กเกอร์สีเขียวสำหรับเมนูพลังงานต่ำ

• สีเหลืองสำหรับเมนูสมดุล

• สีแดงสำหรับเมนูที่ควรรับประทานไม่บ่อย

 

✅ จากงานวิจัยจากกรมอนามัยพบว่า หากมี “สัญลักษณ์โภชนาการ” กำกับเมนู

อัตราการเลือกเมนูสุขภาพของพนักงานจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 38% ภายใน 3 เดือน

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

การอบรมผู้ประกอบอาหารและการจัดการโภชนาการ

แม่ครัวคือหัวใจของโรงอาหารสุขภาพดี เพราะเป็นผู้แปรรูปอาหารและควบคุมรสชาติที่พนักงานต้องการ

องค์กรควรจัดอบรมอย่างต่อเนื่องใน 4 ด้านหลัก

1.อบรมด้านโภชนาการพื้นฐาน
ให้ผู้ประกอบอาหารเข้าใจหลัก “อาหารครบ 5 หมู่ ปริมาณเหมาะสม”
พร้อมเรียนรู้การปรับสูตรให้ลดเค็ม มัน หวาน โดยไม่เสียรสชาติ

 

2.อบรมการเลือกและจัดเก็บวัตถุดิบอย่างปลอดภัย

• ใช้วัตถุดิบสดใหม่ ปลอดสารเคมี

• แยกของดิบและของสุก

• ตรวจสอบอุณหภูมิห้องเก็บของและตู้เย็นตามมาตรฐาน GMP

 

3.การจัดการครัวและความสะอาด

• จัดโซนแยกชัดเจน เช่น โซนประกอบอาหาร โซนเสิร์ฟ โซนล้าง

• ใช้น้ำสะอาดและอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ

• มีการตรวจสุขภาพพนักงานครัวทุก 6 เดือน

 

4.อบรมด้านจิตวิทยาการบริการและความเข้าใจผู้บริโภค
เพื่อให้แม่ครัวเข้าใจความหลากหลายของพนักงาน (วัย, เชื้อชาติ, รสนิยม)
และปรับเมนูให้เหมาะกับความต้องการของกลุ่มพนักงานในองค์กร

 

สนใจ WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

การสนับสนุน โรงอาหารบริษัท จาก HR และฝ่ายบริหาร

การจะสร้างโรงอาหารสุขภาพดีได้จริง ต้องมีการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารและ HR ในฐานะ “เจ้าของนโยบายสุขภาพองค์กร”

 

1. จัดตั้งคณะกรรมการสุขภาพองค์กร (Workplace Wellness Committee)

ประกอบด้วย HR, ฝ่ายอาคารสถานที่, ตัวแทนพนักงาน และผู้ให้บริการอาหาร
หน้าที่คือกำหนดนโยบายด้านอาหาร ตรวจประเมินคุณภาพโรงอาหาร และรายงานผลสุขภาพพนักงานประจำปี

 

2. สำรวจความคิดเห็นพนักงานอย่างสม่ำเสมอ
สร้างช่องทางให้พนักงานแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรสชาติ ความพึงพอใจ และราคาข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารปรับปรุงโรงอาหารให้ตอบโจทย์จริง ไม่ใช่แค่ “สุขภาพดีแต่ไม่อร่อย”

 

3. สร้างกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

“Healthy Lunch Day” วันมื้อเที่ยงปลอดของทอด

“No Sugar Week” สัปดาห์ลดหวาน ลดน้ำตาล

“Canteen Challenge”  แข่งกินสะสมเมนูสุขภาพระหว่างทีมพนักงาน

 

4. ใช้เทคโนโลยีติดตามข้อมูลสุขภาพพนักงาน
เช่น ระบบ Dashboard จากแอปพลิเคชัน SAKID ที่สามารถบันทึกข้อมูล
พฤติกรรมการกิน และวิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพของพนักงานแต่ละแผนกได้

 

5. ใช้โรงอาหารผูกกับระบบสวัสดิการองค์กร
เช่น ใช้คูปอง“Healthy Point” สะสมแต้มแลกของรางวัลเพื่อจูงใจให้พนักงานเลือกเมนูสุขภาพ

Checklist แนะนำ Healthy Canteen เบื้องต้น

 มีเมนูสุขภาพให้เลือกทุกมื้อ

 มีผลไม้เสิร์ฟทุกวัน

ลดอาหารทอดและมัน

มีป้ายแสดงคุณค่าทางโภชนาการ

มีเวิร์กช็อปให้ความรู้โภชนาการแก่พนักงาน

       โรงอาหารบริษัท ที่ใส่ใจสุขภาพพนักงาน ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่รับประทานอาหาร แต่คือ หัวใจของการดูแลคนทำงานอย่างแท้จริง การเริ่มต้นทำ “โรงอาหารสุขภาพดี” ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่เริ่มจากการ เลือกเมนูที่เหมาะสม ปรับรสให้ลดหวานมันเค็ม เพิ่มผักผลไม้ และใส่ใจความสะอาดเมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรดูแลพวกเขาผ่านอาหารที่กินทุกวัน ก็จะสามารถปรับพฤติกรรมการกินอาหารและสุขภาพดีได้

       สนใจทำ Healthy Canteen แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Annals of Internal Medicine. (2023). Mediterranean diet and diabetes risk reduction.

  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). แนวทางโรงอาหารสุขภาพดีในสถานประกอบการ.

  • SAKID. (2024). Workplace Wellness Program: โปรแกรมสุขภาพในที่ทำงาน. https://www.sakid.app/what-is-workplace-wellness-program

  • WHO. (2022). Healthy workplace framework and model.

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail-55กับเงินใช้หลังเกษียณ

55 กับเงินใช้หลังเกษียณ สำหรับพนักงานบริษัท

        มีใครเคยดูซีรีส์ไทยเรื่องแรกที่เผยแพร่ทาง Disney+ Hotstar อย่าง 55:15 Never Too Late กำลังเข้มข้นเลยนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเพื่อนชาย-หญิง 5 คน ในวัย 55 ปี ที่ถูกย้อนเวลาไปเติมเต็มความฝันในวัย 15 ปี สำหรับการวางแผนการเงินนั้น อายุ 55 ปี ก็ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นวัยที่หลายคนวาดฝันว่าจะเกษียณจากการทำงาน โดยจะมีสิทธิได้รับเงินจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อใช้หลังเกษียณ ซึ่งหากปฏิบัติถูกเงื่อนไข ก็จะได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย ตามผมไปดูกันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง…

อ่านต่อ »
Work-ต่าง-Gen--การทำงานร่วมกันของคนแต่ละรุ่น-01

Work ต่าง Generation (การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย)

เวลาผ่านไป เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จะทำยังไง ให้การทำงานของคนต่าง generation หรือ แต่ละ gen ในบริษัททำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีปัญหา สำหรับบริษัทที่เปิดมาอย่างยาวนาน ก็ต้องย่อมมีคนทำงานเกิน 10 ปี ในระดับหัวหน้าและผู้บริหารระดับสูง ในขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องรับคนใหม่เข้ามาเพื่อสานต่อการทำงานของบริษัท

อ่านต่อ »
Sakid -thumbnail -เมื่อมีคนในองค์กร มีไขมันในเลือดสูง

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรมีไขมันในเลือดสูง

ทุกธุรกิจ ทุกองค์กร มีการจัดการคนทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ถ้าวันนี้ลองสังเกตดูว่า พนักงานของเรา ยังมีความสุขในการทำงานหรือไม่ การทำงานของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กรมากแค่ไหน และคุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นทุกด้านรึเปล่า หากผู้นำหรือผู้บริหารสามารถมองจุดนี้ได้ ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
5 วิธีเพิ่มก้าว-Sakid thumbnail

5 วิธีเพิ่มก้าวสำหรับพนักงานออฟฟิศ

สำหรับชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานนาน ๆ อยู่แต่กับหน้าจอคอมทำงานไม่ว่าด้วยเหตุผลตารางงานที่แน่นหรือทำงานจนเพลินจนไม่ลุกไปไหน พนักงานจำนวนมากมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันในการนั่งทำงานโดยไม่ลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน แต่แท้จริงแล้วกลับสร้างผลกระทบทางสุขภาพอย่างเงียบๆทำให้เกิดผลที่ตามมาทั้งออฟฟิศซินโดม และการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะต่างๆในร่างกาย

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail well-SAKID

Well-Being กลยุทธ์สร้างสุขภาวะที่ดีให้กับพนักงาน

ทุกธุรกิจ ทุกองค์กร มีการจัดการคนทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ถ้าวันนี้ลองสังเกตดูว่า พนักงานของเรา ยังมีความสุขในการทำงานหรือไม่ การทำงานของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กรมากแค่ไหน และคุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นทุกด้านรึเปล่า หากผู้นำหรือผู้บริหารสามารถมองจุดนี้ได้ ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
WS-แยกไม่ยาก-SAKID

WORKSHOP แยกไม่ยาก

กิจกรรม  “จัดสวนขวด Terrarium”

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “จัดสวนขวด Terrarium”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย Green Terra Station ภายในงานผู้เข้าร่วมได้จัดสวนขวดด้วยตนเอง ได้ทั้งความสนุก และความผ่อนคลาย พร้อมทั้งรับสวนขวดตามแบบฉบับของตนเองกลับไปอีกด้วย  

อ่านต่อ »
URL Copied!

องค์กรสุขภาพดี พนักงานลดเสี่ยงโรค NCDs

       องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ไม่ได้หมายถึงแค่การมีโรงอาหารสะอาดหรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเท่านั้น แต่คือการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพของพนักงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ทำให้พนักงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

 

      งานวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่ากว่า 70% ของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งสามารถป้องกันได้หากองค์กรเข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพพนักงาน

ทำไมโรค NCDs คือความท้าทายสำคัญขององค์กร

 

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) เช่น เบาหวาน มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ เป็น สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนวัยทำงานในไทย และยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมหาศาลให้กับองค์กร

 

• ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงขึ้น: บริษัทต้องแบกรับค่ารักษาพยาบาลและประกันสุขภาพมากขึ้น

 

• การขาดงานและประสิทธิภาพลดลง: พนักงานที่ป่วยด้วย NCDs มีแนวโน้มขาดงานมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า

 

• ปัญหาความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement): พนักงานที่มีสุขภาพไม่ดีย่อมมีแรงจูงใจในการทำงานต่ำ

 

ดังนั้น “องค์กรสุขภาพดี” จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญของ HR และผู้บริหารที่ต้องการยกระดับ Workplace Wellness

3 เสาหลักสร้างองค์กรสุขภาพดี

การสร้างองค์กรสุขภาพดีต้องวางแผนแบบองค์รวม โดยยึด 3 เสาหลักคือ โภชนาการ – การออกกำลังกาย – สุขภาพใจ

 

1. โภชนาการในที่ทำงาน

• จัด โรงอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Canteen) ที่ลดหวาน มัน เค็ม

• เพิ่มมุม Healthy Break เช่น ผลไม้สด ถั่วอบไม่เค็ม

• รณรงค์ “เมนูสุขภาพ” พร้อมฉลากโภชนาการชัดเจน

 

2. Workplace Fitness และกิจกรรมขยับร่างกาย

• กิจกรรมยืดเส้น 5 นาทีระหว่างทำงาน

• การสนับสนุนฟิตเนสในองค์กร หรือทำข้อตกลงกับฟิตเนสภายนอก

• การจัด Health Challenge เช่น ก้าวเดิน 10,000 ก้าวต่อวัน

 

3. การดูแลสุขภาพจิตพนักงาน

• โปรแกรม Employee Assistance Program (EAP) ให้คำปรึกษาสุขภาพใจ

• กิจกรรม Mindfulness / Yoga / Mental Health Day

• HR มีระบบติดตามความเครียดของพนักงานแบบไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

ตัวชี้วัดและแดชบอร์ดที่ควรมี

 

• ด้านโภชนาการ: สัดส่วนผู้บริโภคหวาน–มัน–เค็มเกินเกณฑ์ลดลง ≥10%/ไตรมาส

 

• ด้านกิจกรรมทางกาย: อัตราพนักงานที่ทำ ≥150 นาที/สัปดาห์ เพิ่มขึ้น ≥15% ภายใน 3–6 เดือน (ตามเกณฑ์ CDC)

 

• ด้านสุขภาพใจ: คะแนนความสุขเฉลี่ย และ การใช้บริการปรึกษานักจิตวิทยา

 

• ผลลัพธ์: อัตราลาป่วยลดลง, ผลสำเร็จงาน/คุณภาพงานดีขึ้น, ความผูกพันพนักงานสูงขึ้น

 

สำหรับการแสดงผล HR สามารถใช้งานแดชบอร์ดสรุปสุขภาพพนักงานที่แยกตามทีมดูแนวโน้ม BMI–ความเสี่ยงเบาหวาน–ความสุข–กิจกรรมทางกาย เพื่อกำหนดมาตรการเฉพาะกลุ่มได้รวดเร็วด้วย SAKID – ดูแลสุขภาพพนักงานโดยผู้เชี่ยวชาญ

ตัวอย่างกิจกรรม องค์กรสุขภาพดี ที่ใช้ได้จริง

 

Healthy Canteen และอาหารว่างเพื่อสุขภาพ

องค์กรหลายแห่งในไทยเริ่มใช้โมเดลโรงอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ลดน้ำตาลในเครื่องดื่ม และกำหนดเมนู “ข้าวกล้อง-กับข้าวต้ม” แทนเมนูทอด

 

โปรแกรมเลิกบุหรี่และลดพฤติกรรมเสี่ยง

การจัดโปรแกรมเลิกบุหรี่ช่วยลดค่าใช้จ่ายรักษาพนักงานได้เฉลี่ย 20,000 บาท/คน/ปี และยังเพิ่ม Productivity ของทีม

 

กิจกรรม Mental Health Day และ EAP

มีการให้วันลาเพื่อดูแลสุขภาพจิต รวมถึงบริการปรึกษาจิตวิทยา (EAP) ที่ช่วยลดอัตราการลาออกได้จริง

ภาพกิจกรรม-MEA Fatty Model

Checklist สำหรับ HR ในการสร้างองค์กรสุขภาพดี

ประเมินสถานะสุขภาพของพนักงาน (Health Screening)

จัดนโยบายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

มีโปรแกรมการออกกำลังกายประจำองค์กร

จัดกิจกรรมดูแลสุขภาพจิต เช่น EAP / Workshop

วัดผลลัพธ์ด้านสุขภาพและ Productivity อย่างต่อเนื่อง

 

ทำไม SAKID เหมาะกับการสร้างองค์กรสุขภาพดี

• มี ทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 วิชาชีพ (นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, นักจิตวิทยา)

 

• ฟีเจอร์ Health Challenge และ Personal Health Coach สร้างแรงจูงใจให้พนักงานปรับพฤติกรรม

 

• ใช้งานได้ทั้งออนไลน์/ออฟไลน์ เหมาะกับทั้งโรงงานและออฟฟิศ

 

• มีข้อมูล Dashboard สำหรับ HR และผู้บริหาร เพื่อวัดผลจริง เช่น ลดการลาป่วย ลดค่าใช้จ่ายสุขภาพ

เสาหลักสุขภาพวิธีทั่วไปที่องค์กรทำเองข้อจำกัดโซลูชันแบบดิจิทัล (เช่น SAKID)ข้อได้เปรียบ
🍎 โภชนาการ (Nutrition)- จัดโรงอาหารสุขภาพ
- ติดป้ายโภชนาการ
- ควบคุมคุณภาพยาก
- ไม่สามารถติดตามพฤติกรรมการกินรายบุคคล
- โค้ชนักกำหนดอาหารให้คำแนะนำรายบุคคล
- ระบบบันทึกอาหารผ่านแอปฯ
- ติดตามผลสุขภาพจริง
- ปรับแผนการกินตามเป้าหมาย
🏃‍♂️ การออกกำลังกาย (Fitness)- จัดกิจกรรมยืดเส้น
- สนับสนุนฟิตเนส
- พนักงานบางกลุ่มไม่เข้าร่วม
- วัดผลได้ยาก
- โปรแกรม Health Challenge
- Sync กับ Smart Device
- ใช้ Gamification กระตุ้นการมีส่วนร่วม
- HR เห็นข้อมูลรวมขององค์กร
🧘 สุขภาพใจ (Mental Health)- กิจกรรมสันทนาการ
- วันลาเพื่อสุขภาพจิต
- ไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล
- พนักงานไม่กล้าเปิดใจ
- โปรแกรม EAP ออนไลน์
- Workshop Mindfulness
- เข้าถึงง่าย ไม่เปิดเผยตัวตน
- ลด Burnout และการลาออก

       การสร้าง องค์กรสุขภาพดี คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยทั้งพนักงานและธุรกิจในเวลาเดียวกัน เพราะไม่เพียงแต่ลดความเสี่ยงโรค NCDs แต่ยังช่วยเพิ่ม Engagement และลดค่าใช้จ่ายสุขภาพในระยะยาว  องค์กรที่เริ่มใส่ใจ Workplace Wellness จะเห็นผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น ทั้งด้าน Productivity ความสุขของพนักงาน และภาพลักษณ์องค์กรที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่

 

       สนใจทำกิจกรรมสุขภาพพนักงานแต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

       Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2024, December 23). Noncommunicable diseases: Key facts. https://www.who.int/

  • Ministry of Public Health Thailand. (2021). แผนยุทธศาสตร์การป้องกันโรค NCDs.

  • CDC. (2021). Workplace Health Model. Centers for Disease Control and Prevention.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ

ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ

เมื่อฤดูประเมินมาถึง…บอสหลายคนอาจรู้สึกว่าการต้องวิจารณ์หรือพูดถึงข้อดีข้อเสียต่อหน้าคนๆ นั้นตรงๆ…เป็นเรื่องน่าอึดอัด  ส่วนในมุมมองของตัวผู้ถูกประเมินเอง  เมื่อต้องมาฟังข้อเสียหรือเรื่องแย่ๆ ของตน…บางคนก็รู้สึกมีอารมณ์  ไม่ว่าจะผิดหวัง เศร้าเสียใจ หรือโกรธ  นั่นทำให้พวกเขาพูดจาหรือแสดงท่าทีปกป้องตนเองในแบบต่างๆ  แถมไม่ใช่แค่ตอนพูดคุยประเมินกันเท่านั้น  หลังจากนั้นบางคนยังอาจแสดงความไม่พอใจหรือต่อต้านองค์กร ตั้งแต่มาทำงานสาย หยุดงาน จนไปถึงแสดงความก้าวร้าว  พลอยทำให้องค์กรและผู้ร่วมงานอึดอัดและเสียหายไปด้วย…เป็นเรื่องน่าลำบากใจใช่ไหม

อ่านต่อ »
mental health-ความสุขในที่ทำงาน-SAKID

Health Activity จัดแบบไหนได้บ้าง

ในยุคปัจจุบัน สุขภาพจิต หรือ Mental Health กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในทุกวงการ โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมทั้งประสิทธิภาพและความสุขของพนักงาน การใส่ใจสุขภาพจิตในที่ทำงานไม่เพียงช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่ยังช่วยลดปัญหาอัตราการลาออกและการขาดงานอีกด้วย

อ่านต่อ »
โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน-Sakid thumbnail

โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน นักจิตวิทยาช่วยคุณได้

ในปัจจุบันโรคซึมเศร้าที่คนวัยทำงานต้องเผชิญพบเจอเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยผลจากการศึกษาสุขภาพแบบองค์รวมในประชากรทั่วโลกพบว่าโรคซึมเศร้าทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 2 ในปี 2020และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอับดับ 1 ในปี2030 (WHO, 2019) ส่วนในประเทศไทยจากการจัดอันดับการการเสียสุขภาพแบบองค์รวมของคนไทย พบว่าโรคซึมเศร้าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย ส่วนอันดับ 2 ในผู้ชายไทย

อ่านต่อ »
สุขภาพจิต พนักงาน

สุขภาพจิตพนักงาน ปัญหาซ่อนเร้นที่ต้องระวัง

เข้าใจปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดในที่ทำงาน บริษัทหรือ HR จะมีมาตรการจัดการปัญหาอย่างไร อ่านคำแนะนำและแนวทางส่งเสริมสุขภาพจิต ที่นี่

อ่านต่อ »
Cover-การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล-Sakid

WORKSHOP การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล (ลดไขมันด้วยอาหาร)

กิจกรรม  “การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล”

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “การใช้อาหารรักษาภาวะคลอเลสเตอรอล” โดยนักกำหนดอาหารที่ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องอาหารสำหรับคนที่เสียงคลอเรสเตอรอลสูง และผู้ที่เป็นอยู่แล้ว ว่ามีอาหารประเภทไหนบ้าง ที่ควรกินและไม่ควรกิน การเลือกอาหารและการปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสม

อ่านต่อ »
MEA-คลองเตย-sakid

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตคลองเตย

กิจกรรม  “Healthy Workshop”

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตคลองเตย ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก

อ่านต่อ »
URL Copied!

5 วิธี การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อเติมไฟให้พนักงาน

       องค์กรไม่ได้พึ่งพาเพียงเทคโนโลยีหรือกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น แต่ “คน” คือปัจจัยสำคัญที่สุด การมีพนักงานที่มีแรงบันดาลใจในการทำงานจะช่วยให้องค์กรมีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

 

       การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน (Work Motivation) จึงเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญของ HR และผู้บริหาร เพราะหากพนักงานรู้สึกว่างานของตนเองมีคุณค่า ได้รับการยอมรับ และมีโอกาสเติบโต ย่อมพร้อมทุ่มเทศักยภาพเต็มที่ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ผลงานดีขึ้น แต่ยังสร้างความสุขและความผูกพันในที่ทำงานด้วย

ความสำคัญของการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

 

การมี แรงจูงใจในการทำงาน (Work Motivation) ไม่ได้เป็นเพียง “ปัจจัยเสริม” แต่เป็นรากฐานของประสิทธิภาพในทุกองค์กร พนักงานที่มีแรงจูงใจสูงจะทำงานอย่างเต็มศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมเผชิญปัญหาอย่างเชิงรุก

 

• เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: งานวิจัยจาก MDPI (2022) ชี้ว่าแรงจูงใจเชื่อมโยงโดยตรงกับระดับ Productivity และ Engagement ของพนักงาน

• ลดอัตราการลาออก: พนักงานที่รู้สึกมีคุณค่ามีแนวโน้มอยู่กับองค์กรนานขึ้น ลดค่าใช้จ่ายด้านการสรรหาและฝึกอบรม

• สร้างความสุขและความผูกพันในองค์กร: แรงจูงใจทำให้พนักงานไม่เพียงทำงานเพื่อเงิน แต่ทำด้วยความภาคภูมิใจและความสุข

 

ดังนั้น การสร้างแรงจูงใจจึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ HR แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญของทั้งองค์กร

5 วิธีในการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

 

1. สื่อสารเป้าหมายองค์กรอย่างชัดเจน (Clarity & Alignment)

หนึ่งใน เทคนิคสร้างแรงจูงใจพนักงาน ที่ทรงพลังที่สุดคือการทำให้พนักงานเข้าใจว่า “สิ่งที่ตนทำอยู่” สอดคล้องกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่าขององค์กรอย่างไร

 

ทำไมสิ่งนี้สำคัญ?
พนักงานที่เข้าใจว่าผลงานของตนเองส่งผลต่อองค์กรอย่างไร จะเกิดความภาคภูมิใจ และเห็นว่างานของตนเองมีคุณค่ามากกว่าหน้าที่ประจำวัน

 

วิธีการปฏิบัติ:

• จัดประชุม Town Hall เพื่ออัปเดตความก้าวหน้า

• สื่อสาร Vision และ Mission อย่างสม่ำเสมอ

• ทำให้พนักงานเห็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างงานของตนกับความสำเร็จขององค์กร

 

ส่งผลทำให้

การมีเป้าหมายร่วมกันช่วยสร้างความเป็นทีม ลดความสับสน และกระตุ้นให้พนักงานอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น

 

2. ให้รางวัลและการยอมรับ (Recognition & Rewards)

ไม่มีอะไรสร้างพลังใจได้ดีไปกว่าการ “ได้รับการยอมรับ” แม้ว่าพนักงานจำนวนมากทำงานเพื่อเงินเดือน แต่แรงผลักดันที่แท้จริงมาจากการที่ผลงานได้รับการเห็นคุณค่า

 

รูปแบบของรางวัล

• โบนัส, ปรับเงินเดือน, บัตรกำนัล

• คำชมเชยต่อหน้าทีม, การมอบเกียรติบัตร, การเขียนอีเมลชื่นชม

 

ตัวอย่างแนวทาง HR:

• จัดระบบ Employee of the Month

• ใช้ Gamification เช่น การสะสมแต้มแลกของรางวัล

• สร้างแพลตฟอร์ม Recognition ภายในองค์กร

 

ส่งผลทำให้
เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรเห็นความพยายามของพวกเขา แรงจูงใจพนักงานจะสูงขึ้นทันที และนำไปสู่ความภักดีต่อองค์กร

 

3. ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพ (Learning & Career Growth)

แรงบันดาลใจในการทำงาน จำนวนมากมาจากการที่พนักงานเห็นเส้นทางการเติบโตของตนเองในองค์กร

 

ทำไมสิ่งนี้สำคัญ?
ตามทฤษฎี Herzberg’s Two-Factor Theory “โอกาสเติบโต” ถือเป็นปัจจัยสร้างแรงจูงใจที่แท้จริง หากองค์กรไม่สนับสนุนการเรียนรู้ พนักงานมักรู้สึกหยุดนิ่งและอาจเลือกลาออก

 

แนวทางปฏิบัติ

• จัดอบรมภายในและภายนอก

• สนับสนุนการเรียนออนไลน์ (Coursera, LinkedIn Learning)

• สร้างระบบ Coaching และ Mentoring

• เปิด Career Path ที่ชัดเจน เช่น เส้นทางการเลื่อนตำแหน่ง

 

ส่งผลทำให้
พนักงานจะรู้สึกว่าการอยู่ในองค์กรไม่ใช่การหยุดนิ่ง แต่เป็นการเดินทางที่พัฒนาไปพร้อมกับองค์กร

 

4. สร้างสมดุลชีวิตและงาน (Work–Life Balance)

ปัญหาหนึ่งที่ทำให้พนักงานหมดไฟคือการทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาให้ครอบครัวหรือชีวิตส่วนตัว

 

เทคนิคสร้างแรงจูงใจพนักงาน ในมิติ Work–Life Balance:

• Flexible working hours: ให้พนักงานจัดการเวลาได้

• Work From Home: ลดเวลาการเดินทางและความเครียด

• Wellness Program: กิจกรรมเพื่อสุขภาพกายและใจ เช่น โยคะ โปรแกรมออกกำลังกาย หรือบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต

 

ส่งผลทำให้

พนักงานจะมีพลังงานบวก ทำงานได้อย่างมีสมาธิ และไม่รู้สึกว่าต้องเลือกระหว่าง “ชีวิตส่วนตัว” กับ “งาน”

 

5. เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม (Participation & Empowerment)

แรงจูงใจจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนเองมีเสียงในการตัดสินใจ

 

ทำไมสิ่งนี้สำคัญ?
การมีส่วนร่วมสร้าง “Sense of Belonging” ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของงานและองค์กร

 

แนวทางปฏิบัติ

• สร้างระบบเสนอไอเดีย เช่น Innovation Day

• เปิดช่องทาง Feedback อย่างต่อเนื่อง

• ใช้การทำ Poll หรือ Survey ภายในทีม

 

ส่งผลทำให้
พนักงานจะมีแรงผลักดันที่จะทำงานให้ดีที่สุด เพราะรู้สึกว่าองค์กรเคารพความคิดเห็นและความคิดสร้างสรรค์ของตน

หากพนักงานขาดแรงจูงใจ จะส่งผลอย่างไร?

หลายงานวิจัยชี้ว่า การขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งพนักงานและองค์กร เช่น

 

ประสิทธิภาพลดลง: รายงานจาก Journal of Human Resource and Sustainability Studies (2020) พบว่าพนักงานที่ขาดแรงจูงใจมี Productivity ต่ำกว่าพนักงานที่มีแรงจูงใจสูงถึง 40%

 

เกิดภาวะ Burnout: ขาดพลังงานทางอารมณ์และจิตใจ นำไปสู่ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง และคุณภาพงานตกต่ำ (World Health Organization, 2019 จัด Burnout เป็นหนึ่งในภาวะความเครียดจากการทำงานที่ต้องเฝ้าระวัง)

 

เพิ่มอัตราการลาออก: การวิจัยจาก Gallup (2023) ระบุว่า พนักงานที่ไม่ผูกพันกับงาน (disengaged) มีโอกาสลาออกสูงกว่าคนที่มีแรงจูงใจมากถึง 2.6 เท่า

 

บรรยากาศองค์กรแย่ลง: เมื่อแรงจูงใจต่ำ แรงบวกในทีมก็ลดลง ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและบรรยากาศการทำงานที่ตึงเครียด

นักจิตวิทยาในการแก้ปัญหาพนักงานขาดแรงจูงใจ

แม้ว่า HR และผู้บริหารจะมีบทบาทสำคัญในการสร้าง แรงจูงใจพนักงาน แต่บางครั้งปัญหาที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ลึกกว่า เช่น ความเครียดสะสม ความขัดแย้งภายในทีม หรือปัญหาส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ HR เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถจัดการได้ครบถ้วน

 

นี่คือจุดที่ “นักจิตวิทยา เข้ามามีบทบาทสำคัญ

 

การวิเคราะห์เชิงลึก (Workplace Assessment): นักจิตวิทยาองค์กรสามารถประเมินสภาพแรงจูงใจ วัฒนธรรมองค์กร และปัจจัยทางจิตใจที่ทำให้พนักงานหมดไฟ

 

การให้คำปรึกษา (Counseling & Coaching): พนักงานที่เผชิญกับความเครียดหรือความรู้สึกหมดไฟ สามารถเข้ารับคำปรึกษาเฉพาะบุคคลได้

 

การสร้างโปรแกรมเชิงป้องกัน (Preventive Programs): เช่น Workshop เรื่อง Emotional Resilience, Stress Management, หรือ Positive Psychology เพื่อเสริมแรงบันดาลใจในการทำงาน

 

เสริม HR ในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง: นักจิตวิทยาองค์กรช่วย HR ออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับพฤติกรรมมนุษย์จริง ๆ เช่น Team Dynamics หรือ Conflict Resolution

Workshop นักจิตวิทยา: ทางออกสำหรับองค์กรยุคใหม่

เมื่อพนักงาน “ขาดแรงจูงใจ” ไม่เพียงส่งผลต่อผลงาน แต่ยังบั่นทอนสุขภาพจิต และสร้างบรรยากาศเชิงลบทั้งทีม องค์กรที่ต้องการแก้ปัญหาเชิงรุกจึงควรลงทุนใน Workshop ด้านจิตวิทยา ที่ออกแบบมาเพื่อเติมไฟให้พนักงาน

 

ตัวอย่าง Workshop ที่เหมาะสม 

Unlocking Work Motivation: ค้นหาปัจจัยแรงขับเคลื่อนส่วนบุคคล และเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กร

Resilience at Work: เสริมทักษะการรับมือกับความเครียดและความท้าทาย

Positive Leadership: พัฒนาผู้จัดการให้ใช้จิตวิทยาเชิงบวกสร้างแรงบันดาลใจทีม

Mindfulness for Productivity: ฝึกสมาธิเพื่อโฟกัสและลด Burnout

 

ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้รับ

พนักงานกลับมามีพลังและแรงจูงใจ

ลดอัตราการขาดงานและลาออก

เพิ่มประสิทธิภาพและความผูกพันในองค์กร

สร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก

        การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของฝ่าย HR เท่านั้น แต่คือ “วัฒนธรรมองค์กร” ที่ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วม องค์กรที่ใส่ใจทั้งการสื่อสารเป้าหมาย การยอมรับผลงาน การส่งเสริมการเติบโต การดูแลสมดุลชีวิต และการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม ย่อมสร้างพนักงานที่มีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Gallup. (2023). State of the Global Workplace 2023 Report. Gallup, Inc.

  • Van Wingerden, J., & Van der Stoep, J. (2018). The motivational potential of meaningful work: Relationships with strengths use, work engagement, and performance. PLOS ONE, 13(6), e0197599. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0197599

  • World Health Organization. (2019). Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases.

  • Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

กิจกรรม 5ส คืออะไร (เข้าใจง่ายๆ ใน 5 นาที)

กิจกรรม 5ส คือเครื่องมือชั้นเยี่ยมในการจัดระเบียบและทำให้สามารถใช้พื้นที่ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่แท้จริงนั้นกิจกรรม 5ส คืออะไร มาหาคำตอบไปด้วยกัน

อ่านต่อ »

โรงอาหารยุคใหม่ จาก Clean Food สู่ Green ESG

คำว่า “ESG” กลายเป็นเป้าหมายขององค์กรทั่วโลกและโรงอาหารไม่ควรถูกมองแค่พื้นที่กินข้าวของพนักงาน แต่เป็น “พื้นที่สร้างพฤติกรรมยั่งยืน” ที่สะท้อนตัวตนขององค์กรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการที่โปร่งใส ESG ในโรงอาหารจึงหมายถึงการออกแบบระบบจัดการอาหารที่คำนึงถึง “สุขภาพพนักงาน” ควบคู่กับ “สิ่งแวดล้อม” เช่น การเลือกวัตถุดิบจากแหล่งยั่งยืน การลดของเสียจากอาหาร (Food Waste) และการจัดการขยะอย่างรับผิดชอบ

อ่านต่อ »
WFH-ในหน้าร้อนอย่างไร-สบายกายและกระเป๋า-Sakid

WFH ในหน้าร้อนอย่างไร สบายกายและกระเป๋า

สภาวะฝุ่นPM 2.5 ซึ่งเป็นสถานการณ์วิกฤติมลพิษทางอากาศที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) สูงถึง 372 ณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2566 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับอันตรายมีผลกระทบต่อสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่จึงกลายเป็นเมืองที่มีอากาศแย่อันดับหนึ่งของโลก จนผู้ว่าฯต้องออกประกาศขอความร่วมมือทุกหน่วยงาน Work from Home

อ่านต่อ »
Workshop-ซุมบ้า-SAKID

Zumba (ซุมบ้า) Class หลังเลิกงาน

กิจกรรม  Workshop “คลาสซุมบ้า”

เมื่อวันที่ 26  มีนาคม  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม “คลาสซุมบ้า” ที่สำนักงาน บริษัท ภิรัช โดยครูสอนเต้นซุมบ้ามืออาชีพ ที่จะพาพนักงานขยับร่างกายหลังเลิกงาน ด้วยการเต้นซุมบ้า ตามจังหวะเพลง แบบคาดิโอ ค่อยๆขยับตัวเต้นกันจนได้เหงื่อเผาผลาญลดน้ำหนักกัน

อ่านต่อ »
Cover-sakid-บางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »

แบบประเมินความเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศ

ความเครียดกลายเป็น “โรคเงียบ” ของคนทำงานออฟฟิศ การมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบและติดตามภาวะความเครียดของพนักงานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความเครียดไม่ได้เพียงทำลายสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน การขาดงาน และอัตราการลาออก

อ่านต่อ »
URL Copied!

แนะนำ สวัสดิการอาหารพนักงาน สำหรับองค์กรที่มีโรงอาหาร

ในหลายองค์กร โรงอาหาร (Canteen) คือหนึ่งในสวัสดิการหลักที่พนักงานใช้ทุกวัน แต่คำว่า สวัสดิการอาหารพนักงาน ไม่ได้หมายถึงแค่การมีข้าวแกงราคาถูกหรืออาหารกลางวันฟรีเท่านั้น หากมองลึกไปกว่านั้น ยังมีรูปแบบสวัสดิการอาหารอื่นๆอีกซึ่งเราจะมาดูกันในบทความนี้ว่า สวัสดิการอาหารแบบไหนจะช่วยให้พนักงานได้สุขภาพกันมากขึ้น

ทำไม “สวัสดิการอาหารพนักงาน” จึงสำคัญ

 

1. ลดความเหนื่อยล้าและความเครียดจากการหาซื้ออาหาร
ในองค์กรที่ไม่มีโรงอาหาร พนักงานต้องเสียเวลาและพลังงานออกไปหาซื้ออาหารนอกบริษัท ซึ่งไม่เพียงทำให้พักไม่เพียงพอ แต่ยังเสี่ยงเจออาหารที่ไม่มีคุณภาพ การจัด สวัสดิการอาหารพนักงาน จึงช่วยให้พนักงานได้รับมื้อที่สะดวก ปลอดภัย และไม่ต้องกังวลกับการเลือกอาหารทุกวัน

 

2.ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มขวัญกำลังใจ
ค่าอาหารกลางวันเฉลี่ยในเมืองใหญ่ตกวันละ 60–120 บาท หากองค์กรสนับสนุนบางส่วนหรือทั้งหมด จะช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กร “ใส่ใจ” และช่วยลดภาระค่าครองชีพ สร้างความผูกพันและความพึงพอใจในงานมากขึ้น

 

3.ส่งเสริมสุขภาพ ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
การเลือก อาหารสุขภาพพนักงาน เช่น ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักผลไม้และโปรตีนคุณภาพดี ช่วยลดความเสี่ยงโรคยอดฮิตอย่าง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นต้นทุนสุขภาพที่องค์กรต้องแบกรับหากพนักงานเจ็บป่วย

 

4.เชื่อมโยงกับ Productivity และ Employee Engagement
พนักงานที่ได้รับอาหารที่สมดุลจะมีพลังงานเพียงพอในการทำงานตลอดวัน ลดอาการง่วงช่วงบ่าย มีสมาธิ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ การมี สวัสดิการอาหาร ยังทำให้พนักงานรู้สึกผูกพันกับองค์กร (Engagement) มากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรักษาคนเก่งไว้ในระยะยาว

รูปแบบสวัสดิการอาหารที่นิยมในองค์กร

1.โรงอาหาร (Canteen) ภายในบริษัท
เป็นรูปแบบที่หลายองค์กรขนาดใหญ่ใช้ เพราะสามารถควบคุมคุณภาพ รสชาติ และราคาได้ง่าย พนักงานสะดวก ไม่ต้องเดินทางไปหาซื้ออาหารข้างนอก

 

2.บัตร/คูปองอาหาร
นิยมในองค์กรที่ไม่มีพื้นที่จัดโรงอาหาร โดยออกคูปองหรือบัตรที่สามารถใช้ซื้ออาหารจากร้านเครือข่ายที่ผ่านการคัดเลือก เช่น ร้านอาหารสุขภาพหรือร้านที่ได้มาตรฐานความสะอาด

 

3.อาหารฟรี หรือสนับสนุนค่าอาหารบางส่วน
องค์กรบางแห่งจัดให้พนักงานได้รับอาหารฟรีทุกวัน หรือสนับสนุนค่าอาหารบางส่วน เช่น วันละ 50–100 บาท ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริงและสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

 

4.โปรแกรมอาหารสุขภาพ (Clean Food, Low Sodium, Plant-based)
องค์กรยุคใหม่เริ่มหันมาใช้ โปรแกรมอาหารสุขภาพพนักงาน โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญ เช่น Clean Food, เมนูลดโซเดียม หรือตัวเลือก Plant-based ที่เหมาะสำหรับพนักงานที่ใส่ใจสุขภาพหรือรับประทานมังสวิรัติ

ประโยชน์ของสวัสดิการอาหารต่อองค์กร

• สร้างภาพลักษณ์ Employer of Choice: พนักงานรุ่นใหม่ (Gen Y, Gen Z) ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การมี สวัสดิการอาหารสุขภาพ จึงเป็นตัวช่วยดึงดูด 

• ลดความเครียดเรื่องค่าใช้จ่าย: พนักงานไม่ต้องกังวลค่าอาหารกลางวัน ทำให้โฟกัสกับงานได้เต็มที่

• เพิ่ม Productivity: อาหารที่สมดุลช่วยให้ร่างกายและสมองทำงานเต็มประสิทธิภาพ ลดอาการง่วงช่วงบ่าย

พนักงานสุขภาพดี: ลดโรคNCDsถ้ามีการทำ Healthy Canteen

ออกแบบสวัสดิการอาหารที่ตอบโจทย์พนักงาน

สำรวจความต้องการของพนักงาน (อาหารไทย/อินเตอร์/เมนูสุขภาพ)

ออกแบบเมนูร่วมกับนักกำหนดอาหาร เพื่อให้เหมาะกับเพศ อายุ และกิจกรรม

ประเมิน Vendor หรือผู้ให้บริการโรงอาหาร ว่ามีมาตรฐานความสะอาดและการจัดการโภชนาการหรือไม่

จัดทำระบบ Feedback ให้พนักงานสามารถเสนอไอเดียเมนูใหม่ได้

บูรณาการเข้ากับ Wellness Program เช่น กิจกรรมโภชนาการ การออกกำลังกาย

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

SAKID ตัวเลือกผู้ให้บริการโรงอาหารสุขภาพ 

การเลือกผู้ให้บริการโรงอาหารไม่ใช่แค่เรื่องราคาถูกหรือรสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ HR และผู้บริหารควรพิจารณาปัจจัยดังนี้

 

1.ทีมงานมีนักกำหนดอาหารหรือไม่
เพราะโภชนาการคือหัวใจสำคัญ โรงอาหารที่มีนักกำหนดอาหารช่วยออกแบบเมนูจะทำให้อาหารมีคุณค่าและเหมาะสมกับพนักงานหลากหลายกลุ่ม

 

2.การสร้างมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัย
ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีมาตรฐาน clean food good taste หรือ เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร เพื่อรับประกันคุณภาพอาหารและความปลอดภัย

 

3.เมนูสุขภาพและความหลากหลาย
โรงอาหารควรมีเมนูที่ตอบโจทย์ทั้ง อาหารสุขภาพพนักงาน เช่น ลดหวาน เค็ม มัน และยังรองรับความต้องการเฉพาะ เช่น อาหารฮาลาล มังสวิรัติ

 

4.การรับฟังFeedback จากพนักงาน
ผู้ให้บริการที่ดีควรมีช่องทางให้พนักงานแสดงความคิดเห็นหรือแนะนำเมนูใหม่ เพื่อให้โรงอาหารพัฒนาได้ต่อเนื่อง

    สวัสดิการอาหารพนักงาน ไม่ใช่เพียงมื้ออาหารในแต่ละวัน แต่คือการลงทุนที่ช่วยให้องค์กรได้ทั้ง สุขภาพพนักงาน ประสิทธิภาพการทำงาน และความผูกพันในระยะยาว โรงอาหารที่จัดอย่างมีคุณภาพสามารถเปลี่ยนจากแค่ “ที่กินข้าว” ให้กลายเป็น “พื้นที่สร้างสุขภาพและวัฒนธรรมองค์กร” ได้จริง

       สนใจทำ Healthy Canteen แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2020). Workplace health promotion and occupational health. Retrieved from https://www.who.int

  • Centers for Disease Control and Prevention. (2019). Workplace Health Model. Retrieved from https://www.cdc.gov/workplacehealthpromotion

  • Ministry of Public Health, Thailand. (2021). แนวทางการส่งเสริมโภชนาการในสถานประกอบการ. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

  • International Labour Organization. (2019). Improving nutrition in the workplace: A business case. Retrieved from https://www.ilo.org

  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2022). รายงานสุขภาพคนทำงานไทยและบทบาทของสถานประกอบการ. กรุงเทพฯ: สสส.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

Aot-workshop-SAKID

WORKSHOP ดูแลสุขภาพการกิน กับ SAKID

กิจกรรม  ดูแลสุขภาพการกิน กับ SAKID

วันที่ 9 พฤษภาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม ดูแลสุขภาพการกิน กับ SAKID ที่สำนักงาน AOT โดยได้ไปออกบูธให้เล่นเกมทายแคลอรี่ในอาหารพร้อมแจกสายวัดรอบเอวน้องสะกิด และได้ให้คำแนะนำด้านโภชนาการส่วนบุคคล โดยการให้ความรู้ในการเลือกกินอาหารในแต่ละมื้อและการจัดสมดุลการกินให้เหมาะสมกับร่างกายตัวเอง

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-การสร้างแรงจูงใจในที่ทำงาน

การสร้างแรงจูงใจ ให้องค์กรสุขภาพดี พนักงานสุขภาพดี

เคยสังเกตไหมว่า พนักงานที่มีสุขภาพดีมักทำงานได้ดีขึ้น มีพลังบวกและสามารถรับมือกับความท้าทายในที่ทำงานได้ดีขึ้น? นั่นเพราะสุขภาพมีผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสุขของพนักงาน 

อ่านต่อ »
Sakid-mea-บางพูด-Cover

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพูด ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก

อ่านต่อ »
Workshop-สายออฟฟิศ-Cover-Sakid

Workshop สายออฟฟิศ

Workshop สายพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานหน้าคอมนานๆ ไม่ลุกไปไหนย่อมมีผลต่อสุขภาพแน่นอน การเสริมความรู้ด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญเป็นกลุ่มเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่พนักงานเพื่อที่จะได้มีสุขภาพแข็งแรง

อ่านต่อ »
Cooking-Saladroll-SAKID

WORKSHOP Cooking class สลัดโรล

กิจกรรม  Cooking class สลัดโรล

วันที่ 20 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking class สลัดโรล ที่บริษัท CBRE โดยพนักงานได้เข้าร่วมจำนวน 40 คน ซึ่งนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและมีทริคการดูแลสุขภาพด้านอาหารสำหรับชาวออฟฟิศให้เล่นเกมสุขภาพพร้อมรับของรางวัลกันอีกด้วย คลาสสอนทำสลัดโรลจะแบ่งทำเป็น 2เมนูคือ สลัดโรลเต้าหู้ กับ สลัดโรลปลาทูนึ่ง โดยทั้งสองเมนูจะใช้รสชาติจากผักและสมุนไพรเป็นหลักเพื่อสุขภาพที่ดีและน้ำจิ้มสูตรโซเดียมต่ำ อร่อยได้ง่ายๆ และสามารถนำกลับไปทำเองได้ที่บ้านได้

อ่านต่อ »
มารู้จัก EAP cr-SAKID

มารู้จักกับ EAP:โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน ให้คำแนะนำส่วนตัว

คุณรู้สึกเครียด กังวล หรือเหนื่อยล้ากับงานอยู่หรือเปล่า? คุณมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์หรือปัญหาส่วนตัวอื่นๆ อยู่หรือไม่? หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ EAP คือคำตอบของคุณ

EAP ย่อมาจาก Employee Assistance Program หรือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน เป็นโปรแกรมสวัสดิการที่บริษัทมอบให้พนักงาน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ปัญหาทางการเงิน หรือปัญหาอื่นๆ ในชีวิตส่วนตัว โดยให้บริการผ่านนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ

อ่านต่อ »
URL Copied!

รับออกแบบ เมนูอาหารพนักงานโรงงาน ให้สุขภาพดี Healthy canteen

พนักงานโรงงานส่วนใหญ่ใช้เวลาในโรงงานวันละ 8–12 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า มื้อหลักเกือบทั้งหมดของพวกเขามาจากโรงอาหารโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน หรือแม้แต่เย็นในกรณีที่ทำโอที การมีเมนูที่สมดุลจึงเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและพลังงานของพนักงาน

พฤติกรรมการกินของพนักงานโรงงาน

 

1.พึ่งพาโรงอาหารเกือบ 100%
พนักงานไม่สะดวกออกไปทานข้างนอกในเวลาทำงาน ทำให้โรงอาหารกลายเป็นแหล่งโภชนาการหลัก

 

2.มื้ออาหารคือการเติมพลังงานให้ทำงานต่อ
ต่างจากออฟฟิศที่อาจนั่งโต๊ะ พนักงานโรงงานใช้แรงงานร่างกายมาก หากอาหารไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสม จะทำให้เหนื่อยล้า ง่วง และเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุ

 

3.ความสะดวกและรวดเร็วสำคัญที่สุด
โรงอาหารมักมีเวลาพักสั้น ทำให้พนักงานเลือกอาหารตามความเร็ว ไม่ใช่คุณค่าทางโภชนาการ หากไม่มีเมนูสุขภาพที่เข้าถึงง่าย พวกเขามักเลือกอาหารทอดหรือข้าวราดแกงที่มีรสจัดเป็นหลัก

 

ทำไมโรงอาหารโรงงานถึงมีความสำคัญ

 

เป็นจุดควบคุมสุขภาพของทั้งองค์กร
ถ้าโรงอาหารจัดอาหารไม่สมดุล พนักงานทั้งร้อยหรือพันคนจะได้รับโภชนาการที่ผิดพลาดเหมือนกันทุกวัน แต่ถ้าโรงอาหารออกแบบดี ก็เท่ากับสร้างสุขภาพดีให้ทั้งองค์กร

 

• เป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการที่จับต้องได้
โรงอาหารที่สะอาด มีเมนูสุขภาพ และราคาเหมาะสม ทำให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจคุณภาพชีวิตจริง ไม่ใช่แค่พูด

 

• มีผลต่อความสุขและประสิทธิภาพงาน
พนักงานที่อิ่มอร่อยและได้สารอาหารครบถ้วน จะมีแรงทำงานมากขึ้น สมาธิดีขึ้น และลดการลาป่วยจากโรคเรื้อรังที่เกิดจากการกิน

หลักการออกแบบเมนูโรงอาหารโรงงานแบบ Healthy Canteen

 

การคัดเลือกวัตถุดิบ

การเลือกวัตถุดิบเป็นรากฐานสำคัญของการทำอาหารสุขภาพ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งผลต่อทั้งคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติ 

 

• ข้าวกล้องและธัญพืช: ให้ใยอาหารสูง ทำให้อิ่มนาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ทำให้พนักงานง่วงหลับหลังมื้อกลางวัน ต่างจากข้าวขาวที่ย่อยเร็วและเพิ่มน้ำตาลในเลือดทันที

 

• โปรตีนคุณภาพ: เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ หรือถั่ว มีไขมันอิ่มตัวต่ำ ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อของพนักงานที่ใช้แรงงานหนัก

 

• ผักครึ่งจาน: นอกจากเพิ่มไฟเบอร์ ยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้สมดุล เช่น วิตามินซีช่วยลดความเหนื่อยล้า

 

• ลดเนื้อสัตว์แปรรูป: เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม ที่มักมีโซเดียมสูงและมีสารกันบูด ซึ่งหากรับประทานต่อเนื่องจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและมะเร็งลำไส้

 

แนวทางปฏิบัติจริง
HR อาจร่วมมือกับผู้จัดซื้อเพื่อเลือกซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และกำหนดเกณฑ์คุณภาพวัตถุดิบ เช่น “ต้องใช้เนื้อสัตว์สด ไม่แช่แข็งนานเกิน 3 เดือน” หรือ “เลือกผักผลไม้ในฤดูกาลและปลอดสารในท้องถิ่น”

 

การลดโซเดียม น้ำตาล ไขมัน

การปรับรสชาติอาหารให้ “กลมกล่อมแต่ไม่จัด” ช่วยให้พนักงานได้รับโภชนาการที่ดีโดยไม่รู้สึกว่ากำลัง “ทานอาหารคลีน” จนเกินไป

 

• ใช้สมุนไพรแทนเครื่องปรุงรส: เช่น ขิง กระเทียม มะนาว พริกไทย ช่วยเพิ่มรสชาติหอมเผ็ดโดยไม่ต้องใส่เกลือหรือน้ำปลาเกินความจำเป็น

 

• ใช้น้ำมันคุณภาพ: น้ำมันรำข้าวและน้ำมันถั่วเหลืองมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ลดคอเลสเตอรอล และควรหลีกเลี่ยงการทอดซ้ำเพราะจะเกิดสารก่อมะเร็ง (Trans fat)

 

• ลดน้ำตาล: ลดการใช้น้ำตาลในเมนูเครื่องดื่ม และเปลี่ยนเป็นน้ำสมุนไพรไม่หวาน เช่น น้ำเก๊กฮวยไม่ใส่น้ำตาล หรือน้ำใบเตยแทนเครื่องดื่มชูกำลัง

 

ลดเครื่องดื่มหวาน: น้ำอัดลมหรือน้ำหวาน 1 แก้ว อาจมีน้ำตาลสูงถึง 6–8 ช้อนชา การลดหรือเลิกเสิร์ฟจะช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้มาก

 

แนวทางปฏิบัติจริง

• กำหนดสูตรมาตรฐาน เช่น “เมนูผัดใช้เกลือไม่เกิน ½ ช้อนชา ต่อ 5 ที่”

• จัดโซนน้ำดื่มเป็น “น้ำเปล่า” และ “น้ำสมุนไพรไม่หวาน” แทนการตั้งน้ำอัดลมเป็นตัวเลือกหลัก

• ให้แม่ครัวผ่านการอบรม โภชนาการอาหารสุขภาพ เพื่อเข้าใจผลกระทบของโซเดียม-น้ำตาลต่อร่างกาย

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

สัดส่วนโภชนาการที่สมดุล

สิ่งที่โรงอาหารควรคำนึงถึงไม่ใช่แค่ปริมาณอาหาร แต่คือ ความสมดุลในแต่ละมื้อ

50% ผัก → ช่วยควบคุมน้ำหนักและให้ใยอาหาร

25% โปรตีน → เสริมพลังงานและซ่อมแซมร่างกาย

25% คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน → ให้พลังงานยั่งยืน

 

ตัวอย่าง
ข้าวกล้อง 1 ทัพพี + ไก่ผัดพริกไทยดำ + ต้มจืดผักกาดขาว + ผลไม้ 1 ชิ้น จะทำให้พนักงานได้พลังงานเพียงพอแต่ไม่หนักเกินไป

โรงอาหารโรงงานที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยองค์กรอย่างไร

1.ลดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล  พนักงานป่วยน้อยลง องค์กรเสียค่าเบิกน้อยลง

2.เพิ่มประสิทธิภาพงาน  พนักงานมีพลังงาน ทำงานได้ต่อเนื่อง

3.สร้าง Employer Branding  การมีสวัสดิการอาหารโรงงานที่ดี ทำให้โรงงานดึงดูดแรงงานคุณภาพ

Checklist แนะนำ Healthy Canteen เบื้องต้น

 มีเมนูสุขภาพให้เลือกทุกมื้อ

 มีผลไม้เสิร์ฟทุกวัน

ลดอาหารทอดและมัน

มีป้ายแสดงคุณค่าทางโภชนาการ

มีเวิร์กช็อปให้ความรู้โภชนาการแก่พนักงาน

      การจัด เมนูอาหารพนักงานโรงงาน ที่ดีต่อสุขภาพ คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อความสุข โรงอาหารโรงงานที่ออกแบบอย่างเหมาะสมจะช่วยให้พนักงานแข็งแรง มีพลัง และพร้อมทุ่มเทกับงานเต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ และเป็นแรงดึงดูดให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานกับองค์กรที่ดูแลคนของตนอย่างแท้จริง

       สนใจทำ Healthy Canteen แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2020). Healthy diet. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/healthy-diet

  • Ministry of Public Health Thailand. (2021). แนวทางการจัดอาหารสุขภาพในสถานประกอบการ.

  • Centers for Disease Control and Prevention. (2022). Workplace health promotion.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

Cover -HIIT-sakid

WORKSHOP ONLINE HIIT ทำน้อยได้มาก

กิจกรรม  “HIIT ทำน้อยได้มาก” ฉบับคนไม่มีเวลา

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “HIIT  ทำน้อยได้มาก”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดยผู้เข้าร่วม Workshop Online จะได้รู้เรื่องการใช้พลังงานของร่างกายส่วนต่างๆ และท่าออกกำลังกายที่ทำได้ โดยไม่ต้องใช้เวลาเยอะในการออกกำลังกาย

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-MBTI

MBTI ถอดบุคลิกภาพ ไขความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน

คุณเคยรู้สึกหงุดหงิดกับเพื่อนร่วมงานที่มีบุคลิกตรงข้ามกับคุณไหม คุณอาจเป็นคนเปิดเผย ชอบความตื่นเต้น แต่ต้องมาทำงานกับคนเงียบขรึม ชอบทำอะไรคนเดียว บางครั้งก็ทำให้เกิดความขัดแย้งและไม่เข้าใจกันได้ ความแตกต่างทางบุคลิกภาพเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ไม่ใช่อุปสรรคที่ทำให้เราทำงานร่วมกันไม่ได้ หากเรามีความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกัน

อ่านต่อ »
Cover deep relax-SAKID

Meditation and Deep relaxation workshop

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 29  พฤศจิกายน  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “Meditationand Deep relaxation” โดยนักกายภาพบำบัดและนักจัดกระบวนการเรียนรู้สุขภาพที่ให้ความรู้และความเข้าใจโดยการให้ฟังเสียงร่างกายแต่ละจุดเพื่อให้รู้สึกและเป็นการรับฟังร่างกายของเรา เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเต็มที่อย่างตรงจุด โดยให้เตรียมแก้วน้ำร้อนของตัวเองเพื่อมารับชาดอกไม้นั่งจิบชาร้อมวงเพื่อเปิดประสาทสัมผัสการรับรู้ของร่างกายทั้งรสชาติ กลิ่น  และจินตนาการ การฝึกหายใจเพื่อผ่อนคลาย พาตัวเองออกจากอารมณ์ต่างๆ และหันกลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น การรักตัวเองให้มากขึ้น การคิดให้กำลังใจเชิงบวก

อ่านต่อ »
Cover-sakid-บางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »

ทำไมโรงอาหารพนักงานต้องผ่าน เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร ของกรมอนามัย

“อาหารกลางวัน” ในโรงงานหรือออฟฟิศ ไม่ได้เป็นเพียงมื้อหนึ่งของวัน แต่คือพลังหลักที่หล่อเลี้ยงสมรรถนะการทำงานของพนักงานทั้งองค์กร โรงอาหารที่ไม่สะอาดหรือจัดการไม่ถูกสุขลักษณะ อาจนำมาซึ่งการระบาดของโรคทางอาหารและการลาป่วยจำนวนมาก

อ่านต่อ »
Workation คือ

Workation คืออะไร จะเลือกที่เที่ยวพร้อมกับทำงานอย่างไรดี

Workation ต้องทำอย่างไรบ้าง?​ แนะนำทิปสำหรับคนทำงาน HR และองค์กร พร้อมข้อดี-ข้อเสียของ Workation จะเลือกสถานที่ Workation ที่ไหนดี ได้ทั้งเที่ยวและทำงาน

อ่านต่อ »
URL Copied!

วิธีดึงพนักงานกลับมาเมื่อ หมดpassionในการทำงาน

      เคยสังเกตไหมว่า ทำไมพนักงานที่เคยเต็มไปด้วยไฟในการทำงาน เคยเป็นคนเสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างกระตือรือร้น กลับค่อย ๆ กลายเป็นคนที่นั่งเงียบ ไม่อยากออกความคิดเห็น และทำงานไปวัน ๆ เพียงเพื่อรอให้หมดเวลา? นี่ไม่ใช่เพียงแค่ “อาการเหนื่อย” ชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณสำคัญของ หมดpassionในการทำงาน ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในองค์กรไทยและทั่วโลก

 

       ในประเทศไทยเอง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็เคยรายงานว่า พนักงานกว่า 1 ใน 3 เผชิญภาวะเครียดเรื้อรังจากการทำงาน และหลายกรณีกลายเป็น หมดไฟในการทำงาน ตามมา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทั้งสุขภาพพนักงานและผลประกอบการขององค์กร

ทำไมพนักงานถึง หมดpassionในการทำงาน

การที่พนักงานรู้สึกหมดไฟหรือหมด passion มักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลรวมจากหลายปัจจัยที่สะสมจนทำให้แรงจูงใจและความสุขในการทำงานลดลง

 

1. ปัจจัยด้านตัวพนักงาน (Individual)

• ความไม่สมดุลชีวิต-งาน (Work-Life Imbalance): พนักงานที่ทำงานเกินเวลาตลอด ไม่เหลือเวลาส่วนตัว จะรู้สึกว่า “งานแย่งชีวิต” จนนำไปสู่ความเหนื่อยล้าเรื้อรัง

• เป้าหมายส่วนตัวไม่สอดคล้องกับงาน: เมื่อสิ่งที่ทำไม่ตอบโจทย์เส้นทางชีวิตหรือคุณค่าที่ตนเองเชื่อ เช่น อยากทำงานสร้างคุณค่า แต่กลับเจองานเน้นผลกำไรเพียงอย่างเดียว ทำให้หมดแรงใจ

• สุขภาพกายและจิต: การพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารไม่ถูกหลัก หรือเผชิญความเครียดสะสม ล้วนทำให้ passion ดับลงได้ง่าย

 

2. ปัจจัยด้านงาน (Job Factor)

• งานซ้ำซาก ไม่มีความท้าทาย: เมื่อพนักงานทำงานแบบเดิมซ้ำ ๆ ไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือทักษะใหม่ ๆ จะรู้สึกว่างานไร้ความหมาย

• ขาดโอกาสการพัฒนา: หากองค์กรไม่สนับสนุนการเรียนรู้ใหม่ พนักงานจะรู้สึกว่าอนาคตตัน ไม่เห็นเส้นทางเติบโต

• ระบบวัดผลงานไม่เป็นธรรม: การที่ผลงานไม่ได้รับการยอมรับ หรือถูกประเมินไม่สอดคล้องกับความจริง ทำให้รู้สึกท้อและหมดกำลังใจ

 

3. ปัจจัยด้านองค์กร (Organizational Factor)

• วัฒนธรรมองค์กรไม่เอื้อต่อความสุข: องค์กรที่เน้นตัวเลขมากกว่าคน ไม่ฟังเสียงพนักงาน หรือไม่มีระบบสนับสนุนสุขภาพใจ มักทำให้พนักงานรู้สึกถูกมองข้าม

• ภาวะผู้นำที่กดดันมากเกินไป: หัวหน้างานที่สื่อสารเชิงลบ ใช้วิธีบังคับมากกว่าการโค้ช จะทำให้ทีมหมด passion เร็วกว่าที่คิด

• การเปลี่ยนแปลงที่ถี่เกินไป: การปรับโครงสร้าง ย้ายทีม หรือเปลี่ยน KPI บ่อย ๆ โดยไม่มีการสื่อสารที่ดี สร้างความไม่มั่นคงและลดแรงจูงใจ

 

จะเห็นว่า หมดpassionในการทำงาน ไม่ใช่ความผิดของพนักงานเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของ “ระบบในที่ทำงาน” ที่ HR และผู้บริหารต้องร่วมกันดูแล ทั้งการออกแบบงาน วัฒนธรรมองค์กร และการสนับสนุนสุขภาวะพนักงาน

สัญญาณเตือนเมื่อพนักงาน หมดpassionในการทำงาน

การที่พนักงาน หมดpassionในการทำงาน มักไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่จะมี “สัญญาณเตือน” เล็ก ๆ ที่สะสมและชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ หาก HR และผู้บริหารจับสังเกตได้เร็ว ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญลามไปสู่ ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) อย่างรุนแรง

 

1. ประสิทธิภาพงานลดลงอย่างต่อเนื่อง

• ผลงานไม่ตรงตามกำหนด ทั้งที่เคยทำได้

• งานออกมาคุณภาพต่ำลง ไม่ใส่ใจรายละเอียด

• ไม่เสนอนวัตกรรมหรือไอเดียใหม่เหมือนเดิม

‣ ตัวอย่าง: พนักงานเคยเสนอไอเดียระหว่างประชุมทุกครั้ง แต่พักหลังเลือกเงียบ หรือพูดสั้น ๆ เพื่อให้จบ

 

2. พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

• มาสาย/ขาดงานบ่อย: อ้างเหตุผลสุขภาพหรือเรื่องส่วนตัวถี่ขึ้น

• ใช้เวลาพักมากขึ้น: เดินออกไปข้างนอกบ่อย หรือใช้เวลาพักเกินกำหนด

• แยกตัวจากทีม: ไม่เข้าร่วมกิจกรรมองค์กร ทั้งที่เคยกระตือรือร้น

‣ ตัวอย่าง: จากเดิมเป็นคนร่าเริง ชวนเพื่อนร่วมทีมคุย แต่ตอนนี้นั่งเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร

 

3. อารมณ์และทัศนคติเปลี่ยนไป

• แสดงออกถึง ความเบื่อหน่าย บ่อยครั้ง เช่น ถอนหายใจ ทำสีหน้าล้า

• พูดเชิงลบเกี่ยวกับงานหรือองค์กร

• ขาดความกระตือรือร้นในการรับมอบหมายงานใหม่

‣ ตัวอย่าง: เมื่อได้รับงานใหม่ ตอบทันทีว่า “ก็ทำได้แหละ แต่คงไม่ต่างจากเดิมหรอก”

 

4. ปัญหาสุขภาพกายและจิต

• นอนน้อย เหนื่อยง่าย เจ็บป่วยบ่อย

• บ่นปวดหัว ปวดหลัง หรือเครียดตลอดเวลา

• มีอาการซึมเศร้า เช่น เศร้าบ่อย ร้องไห้ง่าย

‣ตัวอย่าง: พนักงานลาป่วยบ่อยขึ้น โดยแพทย์ไม่พบสาเหตุทางกายที่ชัดเจน

 

5. ความสัมพันธ์ในที่ทำงานแย่ลง

• หงุดหงิดง่าย ขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน

• ไม่เปิดใจสื่อสารกับหัวหน้า

• ขาดความร่วมมือเมื่อต้องทำงานเป็นทีม

‣ ตัวอย่าง: เคยเป็นคนกลางประสานงาน แต่กลับกลายเป็นผู้สร้างความขัดแย้งในทีม

นักจิตวิทยาหลังแผ่นดินไหว-SAKID

กลยุทธ์ดึงพนักงานกลับมาเมื่อหมด Passion

 

1. ฟังเสียงและเข้าใจปัญหา

เริ่มต้นจากการ เปิดพื้นที่พูดคุย ไม่ว่าจะผ่าน one-on-one meeting หรือแบบสอบถามออนไลน์ เพื่อให้พนักงานได้ถ่ายทอดสิ่งที่กดดันจริง ๆ HR ควรรับฟังอย่างจริงใจ พร้อมนำข้อมูลไปออกแบบนโยบายใหม่

 

2. ปรับงานและเพิ่มความท้าทาย

พนักงานจำนวนมากหมด passion เพราะรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย การมอบหมายโครงการใหม่ ๆ หรือเปิดโอกาสให้หมุนเวียนงาน (Job Rotation) สามารถทำให้พนักงานกลับมามีแรงบันดาลใจ

 

3. สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานผ่านการยอมรับและการชื่นชม

Recognition เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้คำชื่นชมเล็ก ๆ ก็สามารถลดความรู้สึกหมดไฟได้ องค์กรควรมีระบบประกาศยกย่องผลงาน ทั้งรายบุคคลและทีม

 

4. ใช้โปรแกรม Wellbeing และ EAP

การดูแลสุขภาพกายและใจเป็นหัวใจหลักในการป้องกัน burnout องค์กรสามารถนำ Workplace Wellness Program หรือ Employee Assistance Program (EAP) มาใช้เพื่อสนับสนุนด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา

 

5. ออกแบบ Workshop และการเรียนรู้ใหม่

การสร้างโอกาสให้พนักงานเรียนรู้สิ่งใหม่ไม่เพียงพัฒนาทักษะ แต่ยังเติม passion ได้ เช่น Workshop จัดการความเครียดและสร้างแรงบันดาลใจ  Workshopที่ออกแบบโดยนักจิตวิทยา

Workshop นักจิตวิทยาและการปรึกษาออนไลน์สำหรับพนักงาน

หนึ่งในกลยุทธ์ที่องค์กรสามารถใช้เพื่อดูแล mental health ของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ คือการจัดให้มี Workshop ด้านสุขภาพจิต และการเปิดช่องทาง ปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ ซึ่งตอบโจทย์พนักงานยุคใหม่ที่อาจไม่สะดวกเดินทางไปพบผู้เชี่ยวชาญด้วยตนเอง

 

ทำไม Workshop นักจิตวิทยาจึงสำคัญ

• ช่วยให้พนักงานเข้าใจ การจัดการความเครียด และเทคนิคปรับอารมณ์ในชีวิตประจำวัน

• เปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้ร่วมกัน

• เสริมสร้างความเข้าใจเรื่อง การป้องกัน burnout และการสร้างสมดุลชีวิต-งาน

• เป็นกิจกรรมที่แสดงให้องค์กรเห็นถึงความใส่ใจต่อสุขภาพจิตของบุคลากร

 

ตัวอย่างหัวข้อเวิร์กช็อปที่ได้รับความนิยมในองค์กร

• Mindfulness at Work  ฝึกสติในที่ทำงานเพื่อลดความเครียด

• Stress Management 101  เทคนิคจัดการความเครียดแบบง่าย ๆ

• Burn out  การรู้จักตัวเองและจัดการปัญหากับเหตุการณ์ต่างๆภายในจิตใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

 

ปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์: การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น

ปัจจุบันหลายองค์กรเปิดบริการ Online Counseling ให้พนักงานสามารถพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ผ่าน วิดีโอคอล หรือแชทส่วนตัว ข้อดีคือ

• เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

• รักษาความเป็นส่วนตัว ทำให้พนักงานรู้สึกปลอดภัยในการเปิดใจ

• ลดอุปสรรคเรื่อง stigma เพราะหลายคนยังรู้สึกไม่กล้าไปพบผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว

 

การมีทั้ง Workshop และ Online Counseling จะช่วยให้องค์กรดูแลสุขภาพจิตพนักงานได้ครบมิติ ทั้งเชิงป้องกันและการให้ความช่วยเหลือเฉพาะราย

Checklist 5 ขั้นตอนดูแล Mental Health พนักงาน

 

✅ ประเมินสถานการณ์  ใช้แบบสอบถามความเครียดและ burnout

✅ เปิดช่องทางรับฟังอย่างจริงใจ  ให้องค์กรแสดงความตั้งใจที่จะรับฟังความคิดเห็น

✅ จัดโปรแกรมสนับสนุน  เช่น EAP หรือกิจกรรมเวิร์คช็อป

✅ ฝึกอบรมหัวหน้างาน  ให้เข้าใจการสังเกตสัญญาณสุขภาพจิต

✅ ติดตามและปรับปรุง  ใช้ KPI เช่น turnover rate, sick leave days

 

        การที่พนักงาน หมดpassionในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องผิดของใครฝ่ายเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งตัวงาน สภาพแวดล้อม และสุขภาพกายใจของคนทำงาน สิ่งสำคัญคือองค์กรต้องมองเห็นและเข้าใจ เพื่อช่วยให้พนักงานกลับมามีพลังและแรงบันดาลใจอีกครั้ง

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2019). Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases. WHO.

  • Maslach, C., & Leiter, M. P. (2016). Understanding the burnout experience: Recent research and its implications for psychiatry. World Psychiatry, 15(2), 103–111.

  • กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แนวทางป้องกันและดูแลภาวะหมดไฟในการทำงาน.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

Work-ต่าง-Gen--การทำงานร่วมกันของคนแต่ละรุ่น-01

Work ต่าง Generation (การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย)

เวลาผ่านไป เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จะทำยังไง ให้การทำงานของคนต่าง generation หรือ แต่ละ gen ในบริษัททำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีปัญหา สำหรับบริษัทที่เปิดมาอย่างยาวนาน ก็ต้องย่อมมีคนทำงานเกิน 10 ปี ในระดับหัวหน้าและผู้บริหารระดับสูง ในขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องรับคนใหม่เข้ามาเพื่อสานต่อการทำงานของบริษัท

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-หมด Passion ในการทำงาน

เมื่อพนักงานสูญเสีย Passion ในงาน: วิธีจุดประกายแรงบันดาลใจในที่ทำงานอีกครั้ง

โดยทั่วไปหมายถึงแรงผลักดันอย่างแรงกล้าที่ทำให้เรามุ่งมั่นและเต็มใจอุทิศตนให้กับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งอย่างต่อเนื่องและทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ (Vallerand, 2015) โดย  Passion ในการทำงาน (Work passion) คือ สภาวะทางจิตใจที่บุคคลรู้สึกกระตือรือร้น ยินดี และเต็มใจที่จะอุทิศเวลา พลังกาย พลังใจ ให้กับการทำงาน จนรู้สึกว่างานเป็นส่วนหนึ่งที่มีคุณค่าในชีวิต (Vallerand et al., 2003) และในทางจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การแบ่ง passion ออกเป็น 2 ประเภท คือ harmonious passion และ obsessive passion

อ่านต่อ »
Cover-Sakid---Healthy-Green-Canteen-01

Healthy Green Canteen โรงอาหารปลอดภัย อร่อย สะอาด สุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »
สลัดโรล Cooking class-SAKID Cover

Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ

Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ

วันที่ 21 มีนาคม 2568  SAKIDได้จัดกิจกรรม Cooking Class  ให้กับพนักงานบริษัทภิรัช โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มสอนทำอาหาร สลัดโรล จะเริ่มจากการให้ความรู้เรื่องสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ในเมนูหัวใจหลักการทำอาหารเพื่อสุขภาพ การมีแหล่งโปรตีนที่ดี ผักและสมุนไพรต่างๆเพื่อเพิ่มรสชาติในการกินสลัดโรล โดยเมนูจะเป็นสลัดโรลทูน่าและเต้าหู้ ที่สามารถหาซื้อและเตรียมได้อย่างง่ายและเร็วทำกินเองได้ที่บ้านหรือจะทำใส่กล่องมากินเป็นข้าวเช้าก็ได้

อ่านต่อ »
Cover -HIIT-sakid

WORKSHOP ONLINE HIIT ทำน้อยได้มาก

กิจกรรม  “HIIT ทำน้อยได้มาก” ฉบับคนไม่มีเวลา

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “HIIT  ทำน้อยได้มาก”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดยผู้เข้าร่วม Workshop Online จะได้รู้เรื่องการใช้พลังงานของร่างกายส่วนต่างๆ และท่าออกกำลังกายที่ทำได้ โดยไม่ต้องใช้เวลาเยอะในการออกกำลังกาย

อ่านต่อ »
จัดโต๊ะทำงาน

“จัดโต๊ะทำงาน” สร้างสุขในการทำงานง่ายๆ ด้วยความเป็นระเบียบ

เคยไหม? ก่อนเริ่มทำงาน ต้องจัดโต๊ะ จัดห้องให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นจะรู้สึกหงุดหงิด ไม่มีสมาธิทำงาน ไขประโยชน์ของการจัดโต๊ะทำงาน พร้อมเทคนิคจัดโต๊ะ เคลียร์สมอง!

อ่านต่อ »
URL Copied!

สร้างสวัสดิการให้กับพนักงานยังไงให้ครอบคลุมด้านสุขภาพ

สวัสดิการบริษัท  ไม่ได้หมายถึงเพียงโบนัสหรือวันลาพักร้อนอีกต่อไป แต่ต้องครอบคลุมไปถึง สุขภาพกายและใจของพนักงาน เพราะสุขภาพคือรากฐานของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ หากองค์กรมีการดูแลพนักงานตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงการส่งเสริมสุขภาวะ จะช่วยให้พนักงาน ทำงานได้ดีขึ้น รู้สึกผูกพัน และลดโอกาสลาออก ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข (2022) ระบุว่า การลงทุนใน สวัสดิการพนักงาน ด้านสุขภาพเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย

สวัสดิการบริษัท คือ สิทธิประโยชน์พนักงาน (Employee Benefits) ที่องค์กรจัดให้เพิ่มเติมจากเงินเดือน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ความปลอดภัย การเงิน หรือการพัฒนาทักษะ ในอดีตสวัสดิการอาจเน้นเพียงประกันสังคมหรือค่ารักษาพยาบาล แต่ปัจจุบันแนวโน้มใหม่คือการมุ่งสู่ สวัสดิการแบบองค์รวม (Holistic Benefits) ที่คำนึงถึงทั้งร่างกาย จิตใจ และสมดุลชีวิตการทำงาน (Work-Life Balance) (World Health Organization, 2021)

ประเภทสวัสดิการพนักงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ

 

1. สวัสดิการพื้นฐานด้านสุขภาพ

เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรควรมี เพื่อสร้างความมั่นใจให้พนักงานว่ามีระบบดูแลขั้นต้นที่ดี เช่น

• ประกันสังคมและประกันสุขภาพกลุ่ม

• ค่ารักษาพยาบาลและตรวจสุขภาพประจำปี

• วันลาป่วยและการสนับสนุนค่ารักษาเพิ่มเติม

 

2. Employee Benefits เชิงป้องกัน (Wellness Program)

องค์กรยุคใหม่ไม่รอให้พนักงานเจ็บป่วย แต่เน้นสร้างสุขภาพที่ดีตั้งแต่ต้น ได้แก่

• โปรแกรมอาหารสุขภาพ เช่น โรงอาหารเพื่อสุขภาพที่มีเมนูควบคุมโภชนาการ

• การสนับสนุนการออกกำลังกาย เช่น ฟิตเนสในบริษัท หรือสนับสนุนค่าสมาชิกยิม

• กิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพ เช่น Healthy Break หรือการยืดเหยียดในที่ทำงาน

 

3. สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพจิตและ EAP

ปัญหาสุขภาพจิตเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ของ HR การจัดสวัสดิการในมิตินี้ช่วยให้พนักงานมีสมดุลชีวิตมากขึ้น เช่น:

• โปรแกรมให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ (Employee Assistance Program: EAP)

• Workshop บริหารความเครียดและการสร้าง Mindfulness

• แอปพลิเคชันดูแลสุขภาพจิตและการทำแบบประเมินสุขภาพ เช่น SAKID

ขั้นตอนสร้างสวัสดิการบริษัทที่ครอบคลุมสุขภาพ

 

1. ประเมินความต้องการพนักงาน

• ใช้แบบสอบถามสำรวจความคาดหวังของพนักงานแต่ละกลุ่ม

• วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพจากการตรวจร่างกายประจำปี และอัตราการลาป่วย

 

2. เลือกสวัสดิการที่ยั่งยืนและคุ้มค่า

• มุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษาเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว (สำนักงานประกันสังคม, 2564)

• ปรับรูปแบบสวัสดิการให้เหมาะกับพนักงานแต่ละเจเนอเรชัน เช่น Gen Z อาจต้องการ Flexi Benefits มากกว่า

 

3. ใช้เทคโนโลยีช่วยติดตามและวัดผล

• แอปพลิเคชันอย่าง SAKID ช่วย HR ติดตามสุขภาพและ Engagement ได้แบบเรียลไทม์

 

SAKID ช่วยให้กิจกรรมบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร

แอปพลิเคชัน SAKID ได้รับการออกแบบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา (นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, นักจิตวิทยา) เพื่อช่วยองค์กร จัดกิจกรรมบริษัทด้านสุขภาพอย่างครบวงจร

 

• Health Mission: ภารกิจสุขภาพรายบุคคลกว่า 1,000 รายการ

• Health Challenge: แข่งขันกันในทีม เช่น นับก้าว, ดื่มน้ำ, ออกกำลังกาย → ทำให้กิจกรรมสนุก

• Mood Tracking: บันทึกอารมณ์และความสุขของพนักงาน ช่วยติดตามสุขภาพจิต

• HR Dashboard: วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเชิงลึก → ผู้บริหารเห็นผลชัด วัด ROI ได้

ภาพกิจกรรม-Lbeauty-SAKID

Checklist ประเมินสวัสดิการสุขภาพขององค์กร

 

 มี สิทธิการรักษาและตรวจสุขภาพ ที่ครอบคลุมหรือยัง?

 มี กิจกรรมเสริมสุขภาพ ที่พนักงานเข้าถึงได้ง่ายหรือไม่?

 พนักงานเข้าถึง การดูแลสุขภาพจิต ได้จริงหรือไม่?

มีนโยบายที่สนับสนุน Work-Life Balance เช่น วันลาพิเศษหรือเวลาทำงานยืดหยุ่นหรือยัง?

 มีการ วัดผลสุขภาพพนักงาน เช่น อัตราลาป่วย ความเครียดเฉลี่ย หรือ Feedback จากพนักงานหรือไม่?

 

        การสร้าง สวัสดิการ บริษัท ที่ครอบคลุมด้านสุขภาพ คือการดูแลพนักงานทั้งกายและใจอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ การออกกำลังกาย หรือโปรแกรมดูแลสุขภาพจิต เมื่อพนักงานรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจ เขาจะตอบแทนด้วยความมุ่งมั่นและความผูกพันที่ยั่งยืน

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Ministry of Public Health. (2022). Employee wellness and workplace health promotion in Thailand. Bangkok: MOPH.
  • World Health Organization. (2021). Workplace health promotion: The role of employer-provided benefits. WHO Press.
  • สำนักงานประกันสังคม. (2564). สิทธิประโยชน์และสวัสดิการพนักงาน.
  • Sakid.app. (2023). Workplace wellness program. Retrieved from https://www.sakid.app/blog/workplace-wellness-program

บทความที่น่าสนใจ

สร้าง Employee Wellbeing อย่างไร ให้พนักงานสุขภาพดี

Employee Wellbeing หรือ “สุขภาวะพนักงาน” หมายถึง สภาวะที่พนักงานมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “สุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ”

อ่านต่อ »
ออฟฟิศซินโดรม

เข้าใจ “ออฟฟิศซินโดรม” พร้อมวิธีป้องกันเบื้องต้นที่ทุกคนควรรู้

ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร อาการ สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยง วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรมเบื้องต้น ที่คนทำงานและบริษัทต้องรู้

อ่านต่อ »

องค์กรสุขภาพดี พนักงานลดเสี่ยงโรค NCDs

องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ไม่ได้หมายถึงแค่การมีโรงอาหารสะอาดหรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเท่านั้น แต่คือการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพของพนักงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ทำให้พนักงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

อ่านต่อ »
Cover-healthy break-SAKID

Workshop healthy break

Workshop healthy break

วันที่ 25 กุมภาพันธ์  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking Class  ให้กับพนักงานธนาคารกสิกร E-CLUB โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มทำอาหาร และได้แบ่งกลุ่มในการทำอาหารโดยจะมี 3เมนู คือ Smoothies สำหรับสายงดเนื้อสัตว์  Yogurt Parfait  และยำตามใจ ซึ่งส่วนประกอบของการทำอาหารจะต้องหาได้ง่ายและอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ดีต่อสุขภาพ ใช้เวลาทำน้อย เหมาะสำหรับเป็นมื้อว่างหรือมื้อเบาๆ ถึงจะทำอาหารไม่เป็นก็สามารถทำตามได้ 

อ่านต่อ »
สวัสดิการบริษัท

5 สวัสดิการบริษัทระดับโลกสุดเจ๋งที่คนรุ่นใหม่สนใจ

สวัสดิการบริษัทที่ดี มีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไรบ้าง? แนะนำ 5 สวัสดิการพนักงานที่น่าสนใจ ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกใช้จูงใจให้คนรุ่นใหม่มาร่วมงานด้วย

อ่านต่อ »

สวัสดิการพนักงาน โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารองค์กรยุคปัจจุบัน

สวัสดิการพนักงาน ถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่เข้ามา และทำให้พนักงานเก่าไม่ให้ลาออกไป จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องขบคิดให้ดีนั่นเอง

อ่านต่อ »
URL Copied!

ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) จุดเริ่มต้นสุขภาพจิตพนักงาน

          ในหลายองค์กรไทย เรามักจะเห็นพนักงานที่ “ฝืน” มาทำงานทั้งที่ไม่สบาย รู้สึกเครียด หรือมีภาระส่วนตัวที่ยังแก้ไม่ตก สิ่งนี้เรียกว่า ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism) ซึ่งแตกต่างจากการขาดงาน (Absenteeism) เพราะแม้พนักงานจะอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่ประสิทธิภาพกลับลดลง และยังเสี่ยงสร้างปัญหาสุขภาพในระยะยาว

          ภาวะฝืนทำงาน ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็น สัญญาณเตือนของวัฒนธรรมการทำงานและนโยบาย HR ที่องค์กรต้องหันมาจัดการอย่างจริงจัง

ภาวะฝืนทำงานคืออะไร และแตกต่างจากการขาดงานอย่างไร

 

การขาดงาน (Absenteeism): พนักงานไม่มาทำงาน → งานชะงักชัดเจน

• การที่พนักงาน ไม่มาทำงานตามเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลป่วยจริง ลากิจ หรือแม้แต่การขาดโดยไม่มีเหตุผล

• ผลกระทบคือ งานหยุดชะงักทันที สามารถนับเป็นจำนวนวันที่หายไปได้ง่าย → HR มองเห็นชัด และจัดการได้ เช่น การแทนที่งาน การหักวันลา หรือการประเมินผล

ตัวอย่าง พนักงานฝ่ายบัญชีลาป่วย 3 วัน → งานปิดงบล่าช้า HR เห็นชัดเจนว่ามีคนหายไป

 

ภาวะฝืนทำงาน (Presenteeism): พนักงานมาทำงาน แต่สุขภาพกายหรือใจไม่พร้อม → งานออกมาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

• การที่พนักงาน มาทำงานทั้งที่ร่างกายหรือจิตใจไม่พร้อม เช่น ป่วย เครียด หรือเหนื่อยล้าสะสม แต่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

• ผลกระทบคือ Productivity ลดลงโดยไม่รู้ตัว งานเสร็จช้าหรือผิดพลาดมากขึ้น และในระยะยาวเสี่ยงต่อการสะสมปัญหาสุขภาพ เช่น Burnout หรือโรคเรื้อรัง

ตัวอย่าง พนักงานคนเดียวกันป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่ยังมาทำงาน → นอกจากทำงานได้ช้าลงแล้ว ยังแพร่เชื้อให้เพื่อนร่วมงาน ส่งผลให้งานทีมทั้งแผนกเสียหาย

 

ทำไมภาวะฝืนทำงานถึงอันตรายต่อองค์กร

 

ผลกระทบต่อ Productivity

พนักงานที่ไม่สบายหรือเครียดจะใช้เวลาในการทำงานมากขึ้น ทำให้ Output ลดลง แม้จะอยู่ครบชั่วโมงงานก็ตาม

• พนักงานออฟฟิศที่มีไมเกรน → ใช้เวลาแก้ไขงานซ้ำมากขึ้น

• พนักงานที่มีภาวะซึมเศร้า → ประสิทธิภาพการตัดสินใจลดลง

 

ความเสี่ยงต่อสุขภาพจิตและ Burnout

การฝืนทำงานต่อเนื่อง โดยไม่มีระบบสนับสนุน อาจนำไปสู่ Burnout Syndrome ซึ่งมักทำให้พนักงานหมดแรงจูงใจและลาออกในที่สุด เหตุเพราะ ร่างกายและสมองที่ไม่ได้พัก จะสูญเสียความสามารถในการฟื้นฟู ทำให้เกิดปัญหาซ้อน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือภาวะซึมเศร้า

 

สาเหตุหลักของ Presenteeism ในองค์กรไทย

 

วัฒนธรรม Overworking และการทำงานหนักเกินไป

หลายบริษัทไทยยังคงยึดติดกับการ “นั่งทำงานนานคือขยัน” ส่งผลให้พนักงานไม่กล้าลาหยุด แม้ป่วย

ตัวอย่าง

• ทีมขายที่แข่งขันสูง พนักงานกลัวเสียยอดขายหากลาหยุด → เลือกฝืนทำงานแม้ไม่สบาย

• องค์กรที่ผู้บริหารยกย่องคนทำงานดึก → สร้างแรงกดดันให้ผู้อื่นทำตาม

 

Work Overload และการบริหารงานที่ไม่สมดุล

ภาระงานเกินกำลังทำให้พนักงานไม่มีโอกาสฟื้นฟู เมื่อมีงานท่วมหัว การลาหยุดยิ่งถูกมองว่า “ทำให้ทีมเดือดร้อน”

ตัวอย่าง

• HR ในบริษัทที่มีพนักงานน้อย ต้องดูแลทุกเรื่องคนเดียว → เลือกมาทำงานแม้จะมีภาวะเครียด

• พนักงานโรงงานที่ถูกกด KPI ผลิตสินค้า → ต้องฝืนแม้เจ็บกล้ามเนื้อ

การดูแล Mental Health พนักงาน

เมื่อองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของ mental health คำถามต่อมาคือ “แล้วจะเริ่มต้นอย่างไร?” เพราะการดูแลสุขภาพจิตพนักงานไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยมาตรการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย กลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งเชิงป้องกันและเชิงแก้ไข

 

การจัดการความเครียดในที่ทำงาน

• จัด workload management ให้สมดุล

• เพิ่ม flexible working hours หรือ work-from-home

• จัดอบรมเรื่อง การจัดการความเครียด และ mindfulness

 

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)

องค์กรควรสร้างบรรยากาศที่พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างไม่กลัวการถูกตัดสิน การมี ผู้นำที่ฟังจริง และเปิดโอกาสให้ feedback จะช่วยลดแรงกดดัน

 

การใช้ Employee Assistance Program (EAP)

EAP เป็นโปรแกรมที่มี นักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา สำหรับพนักงานที่เผชิญปัญหาความเครียด ครอบครัว หรือการเงิน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ EAP คืออะไร

วิธีที่ HR จัดการภาวะฝืนทำงาน

 

การสร้างนโยบายสนับสนุนสุขภาพจิต

• ออกแบบ “นโยบายการลาป่วยที่ยืดหยุ่น” ไม่ลงโทษพนักงานที่ใช้สิทธิ

• สื่อสารให้พนักงานรู้ว่าการดูแลสุขภาพสำคัญกว่าการ “มาทำงาน” ที่ออฟฟิศ

 

ใช้เครื่องมือ EAP (Employee Assistance Program)

EAP คือ โปรแกรมให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยพนักงานจัดการความเครียดและปัญหาส่วนตัว
👉 อ่านเพิ่มเติม: EAP คืออะไร

 

พัฒนา Workplace Wellness Program

โปรแกรมสุขภาพในที่ทำงาน เช่น คลาสออกกำลังกาย เวิร์คช็อปผ่อนคลายความเครียด หรือ Healthy Canteen ช่วยลดแรงกดดันและส่งเสริมสุขภาพองค์รวม
👉 อ่านเพิ่มเติม: Workplace Wellness Program

 

ออกแบบสวัสดิการพนักงานที่ดูแลสุขภาพครบมิติ

นอกจากประกันสุขภาพแล้ว องค์กรสามารถลงทุนในสวัสดิการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น โค้ชสุขภาพ เวิร์คช็อปด้านโภชนาการ และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ
👉 อ่านเพิ่มเติม: สวัสดิการพนักงาน

Checklistวิธีตรวจและป้องกัน Presenteeism พนักงาน

 

มีพนักงานที่มาทำงานทั้งที่ป่วยหรือดูเหนื่อยล้าบ่อยครั้ง

พบว่าประสิทธิภาพงานลดลงแม้ชั่วโมงทำงานเท่าเดิม

 วัฒนธรรมองค์กรยังเชื่อมโยง “การทุ่มเวลา” กับ “ความขยัน”

✅  ไม่มีนโยบายสนับสนุนสุขภาพจิตที่ชัดเจน

✅  Workload ถูกจัดสรรไม่สมดุลในทีม

        ภาวะฝืนทำงานไม่ใช่เพียงปัญหาของพนักงานรายบุคคล แต่เป็น ตัวสะท้อนวัฒนธรรมและนโยบายองค์กร HR และผู้บริหารที่เข้าใจและลงทุนใน สุขภาพจิตและ Wellness Program จะได้ผลลัพธ์เป็นพนักงานที่มีพลัง สมดุล และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต 

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2020). Mental health in the workplace. WHO.

  • Johns, G. (2010). Presenteeism in the workplace: A review and research agenda. Journal of Organizational Behavior, 31(4), 519–542.

  • Ministry of Public Health, Thailand. (2021). แนวทางการส่งเสริมสุขภาพจิตในสถานประกอบการ.

บทความที่น่าสนใจ

Workation คือ

Workation คืออะไร จะเลือกที่เที่ยวพร้อมกับทำงานอย่างไรดี

Workation ต้องทำอย่างไรบ้าง?​ แนะนำทิปสำหรับคนทำงาน HR และองค์กร พร้อมข้อดี-ข้อเสียของ Workation จะเลือกสถานที่ Workation ที่ไหนดี ได้ทั้งเที่ยวและทำงาน

อ่านต่อ »
สุขภาพจิต พนักงาน

สุขภาพจิตพนักงาน ปัญหาซ่อนเร้นที่ต้องระวัง

เข้าใจปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดในที่ทำงาน บริษัทหรือ HR จะมีมาตรการจัดการปัญหาอย่างไร อ่านคำแนะนำและแนวทางส่งเสริมสุขภาพจิต ที่นี่

อ่านต่อ »
Cover-Healthy Canteen-sakid

WORKSHOP Healthy Canteen

กิจกรรม  “อบรม พ่อครัว แม่ครัว ให้ทำอาหารสุขภาพมากขึ้น”

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “อบรม พ่อครัว แม่ครัว ให้ทำอาหารสุขภาพมากขึ้น”

อ่านต่อ »
Workshop burnout-SAKID Cover

Workshop Burn out จัดการอย่างไรดี?

Workshop Burnout จัดการอย่างไรดี

วันที่ 4 มีนาคม  2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop ที่บริษัท JTEKT โดยนักจิตวิทยามาร่วมพูคุยและให้ความรู้ เรื่องBurnout ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวแต่จริงๆแล้วอาจจะแฝงอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัวและสามารถสร้างผลกระทบกับชีวิตตัวเองและการทำงานด้วย และเพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองว่าตอนนี้เรากำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่ไหม แล้ววิธีการจัดการกับความคิดและสิ่งต่างๆที่เข้ามาได้อย่างไร ร่วมกันหาทางอออกสำหรับภาวะ Burnout สามารถจัดการตัวเองอย่างไร ให้การทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างสุขภาพจิตที่ดี

อ่านต่อ »

Healthy Workshop

กิจกรรม  “Healthy Workshop”

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Healthy Workshop”  ให้กับบริษัท ราชบุรีกล๊าส โดยนักกำหนดอาหาร ได้ให้ความรู้เรื่องการกินอย่างไรให้ห่างไกลโรคแบบรอบด้าน ที่ช่วยสามารถปรับพฤษติกรรมการกินอาหารในชีวิตประจำวันให้ดูสุขภาพดีขึ้นได้อย่างง่าย และ ช่วงบ่าย มีนักวิทยาศาสตร์การกีฬา มาตรวจสมรรถภาพทางร่างกาย ได้ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อยในระหว่างพักเบรค เพื่อยืดกล้ามเนื้อและเผาผลาญกัน

อ่านต่อ »
Brownout-thumbnail-SAKID

รับมือกับ Brownout Syndrome: เคล็ดลับปลุกไฟในการทำงานอีกครั้ง

คุณรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย และสิ้นหวังกับการทำงานอยู่หรือเปล่า? ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้ เพราะอาการแบบนี้คือสัญญาณของภาวะ Brownout Syndrome ที่กำลังคุกคามพนักงานออฟฟิศจำนวนมากในปัจจุบัน หากคุณกำลังต่อสู้กับความเหนื่อยล้า ขาดแรงบันดาลใจ และรู้สึกหมดไฟในการทำงาน บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จัก Brownout Syndrome ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำวิธีรับมือและจุดประกายในการทำงานอีกครั้ง เพื่อเป็นแนวทางดูแลสุขภาพจิตของคนทำงานอย่างเรา

อ่านต่อ »