URL Copied!

สวัสดิการพนักงาน สายเฮลตี้ พนักงานสุขภาพดีมีอะไรบ้าง

          ในยุคที่ “สุขภาพ” กลายเป็นหัวใจของชีวิตการทำงาน การให้ สวัสดิการพนักงาน (Employee Benefits) ที่ตอบโจทย์เพียงแค่เงินเดือนหรือโบนัสอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรยุคใหม่จึงเริ่มหันมาพัฒนา “สวัสดิการสายเฮลตี้ (Healthy Employee Benefits)” เพื่อดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของพนักงานอย่างรอบด้าน สวัสดิการลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียง ของแถม แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ที่มีพนักงานสุขภาพดี มีแรงบันดาลใจ

ทำไม “สวัสดิการพนักงาน” ต้องอัปเกรดเป็นสายเฮลตี้

 

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า องค์กรที่ลงทุนด้านสุขภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้กว่า 25% และลดการลาป่วยเฉลี่ย 40% ต่อปี

 

ในประเทศไทยเอง เทรนด์ “องค์กรสุขภาพดี” กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรมนุษย์ HR จึงต้องมองสวัสดิการพนักงานในมุมใหม่ ว่า “สุขภาพดี” คือ “ประสิทธิภาพขององค์กร”

ตัวอย่างสวัสดิการสายเฮลตี้ที่องค์กรยุคใหม่ใช้จริง

 

🥗 สวัสดิการอาหารสุขภาพ (Healthy Canteen)

องค์กรหลายแห่งเริ่มปรับโรงอาหารให้เป็น “ครัวสุขภาพ” โดยจัดเมนูที่ผ่านการตรวจคุณค่าทางโภชนาการ เช่น เมนูไขมันต่ำ โปรตีนสูง หรือเมนูจากนักกำหนดอาหาร เพื่อช่วยให้พนักงานเลือกกินอย่างสมดุลในทุกมื้อ

 

ตัวอย่าง: บริษัทพลังงานชั้นนำของไทย จัดเมนู “Low Sodium Lunch” พร้อมแสดงฉลากโภชนาการทุกจาน

 

🏃 โปรแกรมออกกำลังกายและกิจกรรมยืดเส้น

หลายองค์กรเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ออฟฟิศ เช่น

• คลาสโยคะกลางวัน

• กิจกรรมยืดเส้น 10 นาทีหลังประชุม

• หรือจัดแคมเปญ “เดิน 10,000 ก้าว” แข่งกันทั้งแผนก

 

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้พนักงานเคลื่อนไหวมากขึ้น ลดออฟฟิศซินโดรม และเพิ่มพลังในการทำงาน

 

🧠 สวัสดิการสุขภาพจิต (Mental Health Benefit)

สุขภาพจิตคืออีกหนึ่งมิติที่องค์กรไม่ควรมองข้าม การมีโปรแกรมให้คำปรึกษาจากนักจิตวิทยา (EAP: Employee Assistance Program) ช่วยลดความเครียดและป้องกันภาวะหมดไฟ

 

SAKID มีบริการ “โค้ชสุขภาพใจ” ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาองค์กรแบบรายบุคคล เป็นแนวทางใหม่ที่องค์กรไทยเริ่มใช้มากขึ้น สะดวกง่ายผ่านระบบออนไลน์ และมีการรักษาข้อมูลระหว่างผู้รับบริการและบริษัท ทำให้พนักงานมีพื้นที่ปลอดภัย

 

เวิร์คช็อปสุขภาพองค์รวมในองค์กร

เวิร์คช็อปสายสุขภาพ เช่น “กินดี นอนดี ลดเครียด” หรือ “Wellness Challenge ในออฟฟิศ” เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้พนักงานเรียนรู้การดูแลตัวเองผ่านการลงมือทำจริง และสร้างวัฒนธรรมสุขภาพร่วมกันในองค์กร

 

สามารถเลือกเข้าร่วมกับ Workshop จาก SAKID เช่น

• “Food for Focus” เวิร์คช็อปโภชนาการเพื่อสมาธิ

• “Stretch & Stress Relief” คลายเมื่อยคลายเครียดระหว่างวัน

• “Mindful Morning” สร้างสมาธิก่อนเริ่มงาน

เริ่มอย่างไรดี? ขั้นตอนวางระบบสวัสดิการสายสุขภาพดี

 

✅ สำรวจสุขภาพพนักงาน (Health Check-up Data)
ใช้ข้อมูลจริงจากการตรวจสุขภาพ หรือแอปติดตามพฤติกรรมสุขภาพ

✅ กำหนดเป้าหมายสุขภาพองค์กร (Wellness KPI)
เช่น ลดการลาป่วย 20% หรือเพิ่มการเข้าร่วมกิจกรรมสุขภาพ 80%

✅ ออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร
เช่น องค์กรโรงงานอาจเน้นโภชนาการและยืดเส้น ส่วนองค์กรออฟฟิศอาจเน้นสุขภาพจิต

✅ สื่อสารและสร้างแรงจูงใจ (Engagement)
ใช้ระบบแต้มรางวัล, แข่งขันทีม, หรือแคมเปญภายใน

✅ ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
ใช้ Dashboard สรุปผลสุขภาพรายบุคคล เพื่อปรับปรุงโปรแกรมให้มีประสิทธิภาพ

ทำไมควรเลือก SAKID เป็นพาร์ทเนอร์สุขภาพองค์กร

• ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา: นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, และนักจิตวิทยาองค์กร

• มีทั้งกิจกรรมทั้ง แบบออนไลน์ และออนไซต์ถึงบริษัท

• มี Workshop หลากหลาย เช่น “Eat Smart at Work”, “Mindful Monday”, “Active Office Challenge”

• ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วประเทศ

        สวัสดิการพนักงาน สายเฮลตี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “วัฒนธรรมสุขภาพในองค์กร” ที่ดูแลคนทำงานอย่างรอบด้าน ทั้งกาย ใจ และสังคม การมีสวัสดิการที่ใส่ใจสุขภาพไม่เพียงช่วยให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและพลังในการทำงานมากขึ้น แต่ยังส่งต่อบรรยากาศเชิงบวกภายในทีม และสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กรในระยะยาว

 

        องค์กรที่เริ่มดูแลสุขภาพพนักงานตั้งแต่วันนี้ จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในด้านความสุข แรงบันดาลใจ และความร่วมมือของทีมงาน ซึ่งทั้งหมดนี้คือรากฐานของ “องค์กรสุขภาพดีและยั่งยืน” อย่างแท้จริง

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2022). Healthy workplaces: A model for action.

  • Ministry of Public Health Thailand. (2023). แนวทางองค์กรสุขภาพดีประเทศไทย.

  • Harvard Business Review. (2020). Why employee wellness programs deliver ROI.

บทความที่น่าสนใจ

เริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน-SAKID

เริ่มต้นดูแลสุขภาพพนักงาน ทำอะไรได้บ้าง ฉบับงบน้อย

   ท่ามกลางภารกิจอันล้นหลาม หลายครั้งที่ “เหนื่อย เครียด หมดไฟ” กลายเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพกายใจที่ถูกมองข้าม บทความนี้เราจะสำรวจ 10 กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ใช้งานได้จริงและไม่แพง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นและปลุกพลังให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »
แพลตฟอร์มสื่อสาร-SAKID

แพลตฟอร์ม สื่อสารพูดคุยในบริษัทที่น่าสนใจ

 การแยกเรื่องงานออกกจากความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจำให้เรารู้จัก Work Life Balance เวลาได้เป็นอย่างดี ในการใช้แพลตฟอร์มที่มีความเป็นส่วนตัวมาทำงาน สั่งงาน ตามงาน อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไรในบริษัท ส่วนลูกค้าถ้าจะทำให้ติดต่อง่ายอาจจะใช้เป็นช่องทางLine officialของบริษัทในการพูดคุยกับลูกค้าได้ มีเวลาทำการที่ชัดเจนโดยไม่ใช้ไลน์ส่วนตัวในการพูดคุย

อ่านต่อ »
cover-กินเป็นลืมป่วย-Sakid

WORKSHOP ONLINE กินเป็นลืมป่วย กับ นักกำหนดอาหาร

กิจกรรม  “กินเป็นลืมป่วย”

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop online “กินเป็นลืมป่วย”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพได้ให้ความรู้เรื่องการจัดเก็บอาหารและของสด การเลือกอาหารที่เสริมสร้างสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วย

อ่านต่อ »
Workshop-สายออฟฟิศ-Cover-Sakid

Workshop สายออฟฟิศ

Workshop สายพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานหน้าคอมนานๆ ไม่ลุกไปไหนย่อมมีผลต่อสุขภาพแน่นอน การเสริมความรู้ด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญเป็นกลุ่มเป็นสิ่งที่จำเป็นแก่พนักงานเพื่อที่จะได้มีสุขภาพแข็งแรง

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -csr go

CSR ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ เพิ่มศักยภาพองค์กรในระยะยาว

คุณอยากให้องค์กรของคุณโดดเด่นและแบรนด์แข็งแกร่งท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจที่ดุเดือดใช่ไหม? ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาใส่ใจ CSR หรือกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรอีกด้วย แต่จะทำ CSR อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ? ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้เคล็ดลับและกลยุทธ์ที่จะช่วยให้กิจกรรม CSR ขององค์กรคุณโดดเด่น ประทับใจผู้คน และสร้างผลกระทบที่ยั่งยืน

อ่านต่อ »
Workation คือ

Workation คืออะไร จะเลือกที่เที่ยวพร้อมกับทำงานอย่างไรดี

Workation ต้องทำอย่างไรบ้าง?​ แนะนำทิปสำหรับคนทำงาน HR และองค์กร พร้อมข้อดี-ข้อเสียของ Workation จะเลือกสถานที่ Workation ที่ไหนดี ได้ทั้งเที่ยวและทำงาน

อ่านต่อ »
URL Copied!

Self-care เป็น Soft Skill ที่พนักงานยุคใหม่ต้องมี

         ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Soft Skill ไม่ได้หมายถึงแค่ “ทักษะทางสังคม” อีกต่อไป แต่คือ ความสามารถในการเข้าใจและจัดการตนเอง เพื่อทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจาก Hard Skill ที่เป็นความรู้เฉพาะทาง Soft Skill คือ “ทักษะด้านมนุษย์” เช่น ความยืดหยุ่น การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ และการปรับตัว ซึ่งจากรายงานของ World Economic Forum 2024 ระบุว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกมองว่า Soft Skill คือปัจจัยสำคัญที่สุดของการจ้างงานในอนาคต

 

          อย่างไรก็ตาม Soft Skill ไม่ได้เกิดขึ้นจากการอบรมเพียงครั้งเดียว แต่ต้อง “ฝึกในชีวิตประจำวัน” และหนึ่งใน Soft- Skill ที่กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดในปี 2025 คือ Self-care Skill  ทักษะการดูแลตัวเอง

Soft Skill คืออะไร

Soft Skill คือ ทักษะการทำงานร่วมกับคนอื่น เป็นทักษะที่เกี่ยวกับนิสัย วิธีคิด และการสื่อสารของคนเรา ไม่ใช่ความรู้เฉพาะทาง แต่เป็น ทักษะที่ทำให้คุณทำงานกับใครก็ได้ และไปได้ไกลในอาชีพ พูดง่าย ๆ คือ

 

Hard Skill สอนให้คุณ “ทำงานเป็น”
แต่ Soft Skill สอนให้คุณ “ทำงานเป็นทีม”

ตัวอย่างเช่น

• สื่อสารชัดเจน เข้าใจง่าย

• รู้จักควบคุมอารมณ์เวลาเจองานกดดัน

• แก้ปัญหาโดยไม่โทษกัน

• มีน้ำใจ และเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น

• ดูแลสุขภาพและสมดุลชีวิตตัวเองได้

 

คนที่มี Soft Skill ดี มักจะเป็นคนที่ ทำงานร่วมกับใครก็ราบรื่น มีความรับผิดชอบ และสร้างบรรยากาศดีในทีม ซึ่งในยุคนี้ หลายองค์กรให้ความสำคัญกับ Soft Skill มากกว่า Hard Skill ด้วยซ้ำ เพราะ “ความเก่งอย่างเดียวไม่พอ ถ้าทำงานกับใครไม่ได้”

Self-care: ทักษะชีวิตที่ซ่อนอยู่ใน Soft Skill

 

Self-care ไม่ใช่การพักผ่อนเฉย ๆ หรือการเข้าคลินิกสุขภาพ แต่คือ ทักษะการฟังสัญญาณร่างกายและจิตใจของตัวเอง เพื่อจัดการพลังงาน อารมณ์ และขอบเขตในการทำงานอย่างสมดุล

 

เมื่อพนักงานขาดทักษะนี้ มักจะเกิดภาวะ “หมดไฟ” (burnout) ขาดสมาธิ และสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานได้ยากขึ้น ในทางกลับกัน พนักงานที่มี Self-care Skill ดี จะสามารถ

 

• รับมือกับความเครียดได้ดีกว่า

• สื่อสารอย่างเห็นอกเห็นใจมากขึ้น

• รักษาพลังงานระหว่างวันได้ยาวนานกว่า

Solf skill ที่องค์กรพัฒนาได้ผ่าน Workshop

 

1. โภชนาการ (Nutrition for Focus)

อาหารคือเชื้อเพลิงของสมอง การสอนพนักงานให้เข้าใจ “โภชนาการเพื่อสมาธิ” เช่น การจัดมื้อเที่ยงสมดุล การเลือกของว่างที่ไม่ทำให้พลังตก หรือเทคนิคการดื่มน้ำอย่างมีสติ ช่วยเพิ่ม Productivity และลดอาการล้า

🔹 Workshop แนะนำ: “กินเป็น เห็นความต่าง” จาก SAKID

ให้พนักงานเรียนรู้การเลือกอาหารที่ช่วยให้โฟกัสและอารมณ์ดีขึ้นตลอดวัน

► สนใจ Workshop นักกำหนดอาหาร 

 

2. การออกกำลังกาย (Movement for Energy)

พนักงานยุค Hybrid ต้องนั่งหน้าจอหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้กล้ามเนื้อและสมาธิอ่อนล้า
Workshop ด้าน movement ช่วยให้พนักงานเรียนรู้ ทักษะการจัดการพลังงาน (Energy Management) เช่น การยืดกล้ามเนื้อระหว่างประชุม หรือการตั้งเป้าการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ที่ต่อเนื่องได้จริง

🔹 Workshop แนะนำ: “Stretch & Focus”

ฝึกเทคนิคขยับร่างกายแบบสั้น ๆ เพื่อเพิ่มสมาธิในที่ทำงาน

► สนใจ Workshop กายภาพและออกกำลังกาย

 

3. สุขภาพจิต (Mindfulness & Stress Management)

สุขภาพจิตคือฐานของทุก Soft Skill ทั้งการสื่อสาร การฟัง และความเห็นอกเห็นใจ
Workshop แนว mindfulness หรือ stress management ช่วยให้พนักงานเรียนรู้ “ทักษะการอยู่กับปัจจุบัน” และตั้งขอบเขตงานอย่างสร้างสรรค์

🔹 Workshop แนะนำ: “Mindful Break”

สอนเทคนิคหยุดคิด-พักใจใน 5 นาที เพื่อจัดการความเครียดในวันที่งานหนัก

► สนใจ Workshop นักจิตวิทยา

Self-care กับการทำงานร่วมกับผู้อื่น

หลายองค์กรพบว่า ทีมที่มีวัฒนธรรม Self-care จะมี “ความร่วมมือ (Collaboration)” สูงกว่า เพราะพนักงานที่ดูแลตัวเองได้ จะไม่ผลักความเครียดไปให้คนอื่น และเข้าใจจังหวะของทีมมากขึ้น การพัฒนา Soft Skill ด้านสุขภาพจึงไม่เพียงทำให้พนักงาน “มีความสุข”แต่ยังทำให้องค์กร “ทำงานได้อย่างมีคุณภาพ” ในระยะยาว

 

Checklist สุขภาพพนักงาน

✅ สำรวจสุขภาพและปัญหาของพนักงาน
✅ เลือก Workshop ครอบคลุม 3 มิติ อาหาร ออกกำลังกาย และจิตใจ
✅ ตั้งทีม HRD หรือ Wellness Committee ดูแลการพัฒนาต่อเนื่อง
✅ กำหนด KPI ด้านสุขภาพ เช่น การลดลาป่วย หรือคะแนนความสุขพนักงาน
✅ กำหนดกิจกรรมสุขภาพประจำเดือน เช่น “Healthy Lunch Week” หรือ “Mindful Morning”

💬 ตัวอย่าง Soft Skill ที่องค์กรต้องการมากที่สุด

หมวดตัวอย่างทักษะความสำคัญต่อองค์กรWorkshop ที่แนะนำจาก SAKID
Communication การสื่อสารการฟังเชิงลึก การพูดให้เข้าใจง่าย การให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์ลดความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง สื่อสารข้ามทีมได้ลื่นไหล Mindful Communication
ฝึกฟังอย่างมีสติ สื่อสารด้วยความเข้าใจ
Collaboration การร่วมมือทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่ เคารพความเห็นต่างเสริมวัฒนธรรมทีม สนับสนุนการทำงานข้ามแผนก Move Together Challenge
ออกกำลังกายเป็นทีม เสริมพลังใจและความสัมพันธ์
Emotional Reg. จัดการอารมณ์ควบคุมความเครียดและแรงกดดันได้ดีป้องกัน Burnout เพิ่ม Resilience และ Engagement Mindful Break
เทคนิคผ่อนคลายจิตใจ 5 นาทีระหว่างวันทำงาน
Creative Thinking คิดเชิงสร้างสรรค์มองปัญหาหลายมุม สร้างแนวทางใหม่ ๆเพิ่มนวัตกรรมและการปรับตัวในองค์กร Brain Refresh
กระตุ้นสมองด้วยอาหารและการเคลื่อนไหว
Self-care ดูแลตัวเองจัดการพลังงาน สมดุลชีวิต และสุขภาพจิตพื้นฐานของ Productivity และสุขภาพระยะยาว Eat Smart, Live Smart
โภชนาการเพื่อโฟกัส และสร้างพลังในวันทำงาน
Leadership ภาวะผู้นำเห็นอกเห็นใจEmpathy การรับฟังโดยไม่ตัดสิน การโค้ชทีมสร้างความไว้วางใจและความผูกพันในทีม Lead with Empathy
พัฒนาทักษะหัวหน้างานในการสื่อสารและการโค้ชทีม
Energy & Time จัดการเวลาและพลังงานวางแผนการทำงานอย่างสมดุล โฟกัสสิ่งสำคัญลดความเหนื่อยล้า เพิ่มประสิทธิภาพรายวัน Balance in Motion
บริหารเวลาและพลังงานผ่านการเคลื่อนไหว

ทำไมควรเลือก SAKID  เป็นพาร์ทเนอร์สุขภาพองค์กร

 

• ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา: นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, และนักจิตวิทยาองค์กร

• มีทั้งกิจกรรมทั้ง แบบออนไลน์ และออนไซต์ถึงบริษัท

• มี Workshop หลากหลาย เช่น “Eat Smart at Work”, “Mindful Monday”, “Active Office Challenge”

• ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วประเทศ

 

         หนึ่งใน Soft Skill ที่กำลังเป็นที่ต้องการมากที่สุดคือ Self-care Skill หรือ “ทักษะการดูแลตัวเอง”เพราะเมื่อพนักงานรู้จักจัดการพลังงาน อารมณ์ และความเครียดของตัวเองได้ พวกเขาจะมีสมาธิ ทำงานได้ดีขึ้น และสร้างความสัมพันธ์ในทีมที่แข็งแรงขึ้น

 

         แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Economic Forum. (2024). The Future of Jobs Report.

  • Harvard Business Review. (2023). Self-care as a leadership skill.

  • สถาบันพัฒนาแรงงาน (2566). แนวโน้มทักษะใหม่ของแรงงานไทยในยุคดิจิทัล.

  • SAKID. (2025). Workplace Wellness Program. Retrieved from https://www.sakid.app/blog/what-is-workplace-wellness-program

บทความที่น่าสนใจ

Cover-เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา-sakid

WORKSHOP เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา

กิจกรรม  Workshop “เรื่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา”

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา ”  โดยนักกำหนดอาหาร มีการทำแบบประเมินตัวเองและเข้าใจสุขภาพตัวเอง เทคนิคการปรับมื้ออาหารให้สุขภาพดีและลดน้ำหนักได้ และมีคลาสแนะนำการออกกำลังกายทำเมื่อไรก็ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายพัฒนาระบบไหลเวียนเลือด หัวใจ กล้ามเนื้อ ลดอาการoffice syndrome โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬา 

อ่านต่อ »
Health talk NCDs-SAKID

Health talk กินอยู่ อย่างไร ห่างไกล NCDs

Health talk กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 30 เมษายน  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์  Workshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »

5 หัวข้อ อบรม พนักงาน ให้ได้ความรู้และทักษะการใช้ชีวิต

การอบรมพนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่ยังหมายถึงการพัฒนา “ทักษะชีวิต” ที่ช่วยให้พนักงานดูแลสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ในที่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อคนในองค์กรมีสุขภาวะที่ดี เขาจะสามารถสร้างผลงานที่ดี มีความยืดหยุ่นในการเผชิญความเปลี่ยนแปลง และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญขององค์กรที่ยั่งยืน

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -7 teamwork

7 วิธีสร้างทีมเวิร์ค(Team building) ให้แข็งแกร่ง พร้อมพิชิตเป้าหมายองค์กร

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางทีมถึงทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น สามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม และบรรลุเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง คำตอบก็คือพวกเขามีการสร้างทีมเวิร์คที่เข้มแข็งนั่นเอง การมีทีมงานที่แข็งแกร่ง สามัคคี และทำงานร่วมกันได้ดี ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการทำงานและการเติบโตขององค์กร (Salas et al., 2015)

อ่านต่อ »
แยกขยะในที่ทำงาน-SAKID

แยกขยะในที่ทำงาน เรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้

ในแต่ละวัน ที่ทำงานของเราสร้างขยะจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นถ้วยกาแฟ กล่องอาหารกลางวัน กระดาษที่ใช้แล้ว หรือขยะรีไซเคิลอื่น ๆ ถ้าเรารู้จักแยกขยะให้ถูกประเภทตั้งแต่ต้นทาง ก็สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก ที่สำคัญยังทำให้ที่ทำงานสะอาดและน่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วย

อ่านต่อ »
สร้าง happy worplace-Sakid thumbnail

อยากสร้าง Happy Workplace เริ่มต้นที่…

ความสุขของพนักงานกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร “Happy Workplace” หรือสถานที่ทำงานที่เต็มไปด้วยความสุข ไม่ใช่เพียงแค่แนวคิด แต่เป็นกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง แล้วเราจะสร้าง Happy Workplace ได้อย่างไรกัน?

อ่านต่อ »
URL Copied!

5 หัวข้อ อบรม พนักงาน ให้ได้ความรู้และทักษะการใช้ชีวิต

         การอบรมพนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่ยังหมายถึงการพัฒนา “ทักษะชีวิต” ที่ช่วยให้พนักงานดูแลสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ในที่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อคนในองค์กรมีสุขภาวะที่ดี เขาจะสามารถสร้างผลงานที่ดี มีความยืดหยุ่นในการเผชิญความเปลี่ยนแปลง และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญขององค์กรที่ยั่งยืน

ความสำคัญของการอบรมเชิงทักษะชีวิต (Life Skills Training)

การอบรมเชิงทักษะชีวิต คือการพัฒนาพนักงานในมิติที่ลึกกว่าทักษะวิชาชีพ เพราะช่วยให้พนักงานเข้าใจ “การใช้ชีวิตอย่างมีสมดุล” ทั้งในงานและนอกงาน ในยุคที่ความเครียดและภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีทักษะชีวิตที่ดีเป็นเสมือน “ภูมิคุ้มกันทางใจ” ที่ช่วยให้พนักงานสามารถจัดการอารมณ์ รับมือแรงกดดัน และสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างเข้าใจ

 

ตัวอย่างทักษะชีวิตที่จำเป็นในองค์กรยุคใหม่

• การจัดการอารมณ์และความเครียด (Emotional Regulation)

• การสื่อสารอย่างเห็นอกเห็นใจ (Empathic Communication)

• การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล (Critical Thinking & Decision-Making)

• การสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิต (Work-Life Balance)

• การดูแลสุขภาพกายและใจอย่างต่อเนื่อง

 

ประโยชน์ของการอบรมเชิงทักษะชีวิต

• ลดความขัดแย้งและภาวะหมดไฟ (Burnout)

• ส่งเสริมแรงจูงใจและความผูกพันในองค์กร (Employee Engagement)

• พนักงานมีสุขภาพใจที่มั่นคงและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

• สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความเข้าใจและความร่วมมือ

 

เมื่อพนักงานรู้จักตนเองและเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น องค์กรก็จะเต็มไปด้วย “คนที่ทำงานด้วยใจ” และพร้อมเดินไปข้างหน้าร่วมกันอย่างแข็งแรง

5 หัวข้ออบรมพนักงาน ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพกาย ใจ และการทำงาน

แนวทาง หัวข้อ อบรม พนักงาน จะเน้นไปที่ Health Workshop จึงถูกออกแบบให้พนักงานเรียนรู้แบบลงมือทำ ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปที่สนุก เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน

1. อบรมสุขภาพกายและโภชนาการที่ดีในที่ทำงาน

สุขภาพกายคือจุดเริ่มต้นของพลังการทำงาน หัวข้ออบรมนี้ช่วยให้พนักงานเรียนรู้การดูแลร่างกายตั้งแต่พื้นฐานการกินจนถึงการขยับร่างกายในที่ทำงาน

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• หลักโภชนาการสำหรับคนทำงาน

• วิธีเลือกอาหารที่ดีในแต่ละมื้อ

• ท่ากายบริหารแก้ออฟฟิศซินโดรม

• เทคนิคดูแลสุขภาพในช่วงเวลางาน

 

ผลลัพธ์ที่ได้
พนักงานมีพลังงานมากขึ้น ป่วยน้อยลง ลดออฟฟิศซินโดรม เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

► สนใจ อบรมสุขภาพกายและโภชนาการ

 

2. อบรมสุขภาพใจและการจัดการความเครียด (Mental Wellness Training)

ความเครียดเป็นปัญหาที่กระทบทั้งประสิทธิภาพและความสัมพันธ์ในองค์กร การอบรมด้านสุขภาพใจช่วยให้พนักงานเข้าใจตนเองและเรียนรู้วิธีผ่อนคลายอย่างมีสติ

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• การรับมือความเครียดในที่ทำงาน

• การฝึกสมาธิและ Mindfulness

• เทคนิคสร้างพลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

• การสื่อสารอย่างเข้าใจและลดความขัดแย้ง

 

ผลลัพธ์
พนักงานมีสุขภาพใจที่มั่นคง มีสมาธิ และสามารถทำงานร่วมกับทีมได้อย่างราบรื่น

► สนใจ อบรมสุขภาพใจ โดยนักจิตวิทยา

 

3. อบรม Work-Life Balance เพื่อสร้างสมดุลชีวิต

พนักงานยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตมากกว่าที่เคย การอบรมหัวข้อนี้ช่วยให้พนักงานรู้จักจัดลำดับความสำคัญของชีวิต และวางแผนเวลาอย่างมีคุณภาพ

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• การสร้างสมดุลระหว่างงาน ครอบครัว และสุขภาพ

• การใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน (Digital Balance)

• เทคนิคผ่อนคลายและดูแลตัวเอง

 

ผลลัพธ์
พนักงานรู้สึกมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น และลดความเครียดจากการทำงานได้อย่างยั่งยืน

📖 อ่านต่อ: Work Life Balance คืออะไร ทำไมจึงสำคัญกับการทำงานยุคใหม่

 

4. อบรมการสื่อสารและสร้างสัมพันธ์ในทีม (Team Empathy & Communication)

หัวข้อนี้เน้นการสื่อสารด้วยความเข้าใจ เพื่อให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• การฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening)

• การให้และรับ Feedback อย่างสร้างสรรค์

• การสื่อสารด้วย Empathy

• การทำงานร่วมกันในทีมที่หลากหลาย

 

ผลลัพธ์
ลดความเข้าใจผิด เพิ่มความสัมพันธ์อันดี และสร้างบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นและไว้ใจกัน

 

5. อบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยพลังบวก

พลังบวกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้พนักงานมีแรงบันดาลใจและพร้อมสร้างผลงาน

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• การตั้งเป้าหมายอย่างมีความหมาย

• เทคนิคเสริมแรงจูงใจในตนเอง

• การสร้าง Growth Mindset ในทีม

• การใช้จิตวิทยาเชิงบวกเพื่อเพิ่มพลังในการทำงาน

 

ผลลัพธ์
พนักงานมองงานด้วยทัศนคติที่ดีขึ้น กล้าคิด กล้าลงมือ และพร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

Checklist อบรมสุขภาพพนักงาน

 

✅ สำรวจสุขภาพและระดับความเครียดของพนักงานก่อน
✅ เลือกอบรม Workshop ครอบคลุม 3 มิติ อาหาร ออกกำลังกาย และจิตใจ
✅ ตั้งทีม HRD หรือ Wellness Committee ดูแลการเทรนนิ่งต่อเนื่อง
✅ กำหนด KPI ด้านสุขภาพ เช่น การลดลาป่วย หรือคะแนนความสุขพนักงาน
✅ กำหนดกิจกรรมสุขภาพประจำเดือน เช่น “Healthy Lunch Week” หรือ “Mindful Morning”

ทำไมควรเลือก SAKID เป็นพาร์ทเนอร์สุขภาพองค์กร

• ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา: นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, และนักจิตวิทยาองค์กร

• มีทั้งกิจกรรมทั้ง แบบออนไลน์ และออนไซต์ถึงบริษัท

• มี Workshop หลากหลาย เช่น “Eat Smart at Work”, “Mindful Monday”, “Active Office Challenge”

• ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วประเทศ

         หัวข้อ อบรมพนักงาน ที่ดีไม่ใช่เพียงการพัฒนาให้ทำงานเก่งขึ้น แต่คือการช่วยให้พนักงาน “ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น” ทั้งในด้านสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ในที่ทำงาน เมื่อพนักงานมีทักษะชีวิตที่สมดุล สามารถจัดการอารมณ์ เครียดน้อยลง และดูแลสุขภาพตัวเองได้ดี ผลลัพธ์ที่ตามมาคือบรรยากาศการทำงานที่มีความสุข ทีมงานที่ร่วมมือกันได้มากขึ้น และประสิทธิภาพที่ยั่งยืนของทั้งองค์กร

 

         แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2024). Workplace health promotion and well-being.

  • Department of Mental Health, Thailand. (2023). แนวทางส่งเสริมสุขภาพจิตในองค์กร.

  • Harvard Business Review. (2022). The importance of life skills in the modern workplace.

  • SAKID. (2024). Workplace Wellness Program. Retrieved from https://www.sakid.app/blog/what-is-workplace-wellness-program

บทความที่น่าสนใจ

จัด-Workshop-อย่างไรให้โดนใจ-Cover-Sakid

จัด Workshop อย่างไร ให้โดนใจ

การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยจุดเริ่มต้นที่สามารถทำได้คือการจัดอบรมเกี่ยวกับสุขภาพในด้านต่างๆการจัดอบรมจะช่วยปูพื้นความรู้การดูแลสุขภาพทั้งด้านกายและจิตให้กับพนักงาน ให้สามารถนำไปใช้ดูแลสุขภาพของตัวเองได้ โดยทีมผู้จัด สามารถเริ่มต้นทำได้

อ่านต่อ »

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »

Workshop เริ่มต้นสุขภาพดีทำได้ทุกวัน #workshop3อ #อาหาร

ดูแลสุขภาพพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เรื่องอาหารการกิน , Workshop การกิน , Health talk update ความรู้ ด้านโภชนาการ หรือ Cooking class โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพที่มีประสบการณ์ ตัวอย่างหัวข้อ WORKSHOP ขอใบเสนอราคา วัตถุประสงค์    🟠 เข้าใจและรู้หลักการในการเลือกกินประเภทไขมันให้ดีต่อสุขภาพ  

อ่านต่อ »
Cover Sport day-SAKID

Sport Day กีฬาสี

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 29  กันยายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Sport day กีฬาสีให้กับบริษัทเอสพีอินเตอร์แมค โดยได้แบ่งกิจกรรมกีฬาสีบวกกับความรู้เข้าไปผ่านเกม โดยมีนักกำหนดอาหารให้ความรู้ เช่น เกมชานม เกมวิ่งน้ำตาล โดยมีการอธิบายให้ความรู้ผ่านเกม

อ่านต่อ »

Workshop การเงิน มีเงินเก็บยันเกษียณ

เริ่มต้นดูแลสุขภาพการเงินให้กับพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องการเงิน ทั้งเรื่องภาษี การแบ่งเงินเก็บออม การลงทุน การซื้อประกันให้เหมาะสมกับตัวเอง และการวางแผนเกษียณอย่างมีคุณภาพ กับนักการเงินผู้ที่มีประสบการณ์ ที่อยากให้คุณวางแผนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน

อ่านต่อ »
สวัสดิการบริษัท

5 สวัสดิการบริษัทระดับโลกสุดเจ๋งที่คนรุ่นใหม่สนใจ

สวัสดิการบริษัทที่ดี มีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไรบ้าง? แนะนำ 5 สวัสดิการพนักงานที่น่าสนใจ ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกใช้จูงใจให้คนรุ่นใหม่มาร่วมงานด้วย

อ่านต่อ »
URL Copied!

สร้างความรู้ สุขภาพดีในองค์กร เริ่มจาก เทรนนิ่งพนักงาน

        ทำงานที่ไหนไม่เครียดบ้าง แต่อยู่ที่เราจะจัดการความเครียดและชีวิตสุขภาพได้ดีแค่ไหน  การดูแล “สุขภาพพนักงาน” จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรไม่อาจละเลยได้อีกต่อไป และหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดคือ “การเทรนนิ่งพนักงานด้านสุขภาพ” เพราะการอบรมที่ดีไม่ได้ช่วยแค่เพิ่มความรู้ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีให้กับบริษัท เมื่อพนักงานสุขภาพดี งานก็จะออกมามีประสิทธิภาพ

ทำไม เทรนนิ่งพนักงาน ด้านสุขภาพ ถึงสำคัญ

 

สุขภาพพนักงานคือความสำคัญที่องค์กรมองข้ามไม่ได้

 

งานวิจัยของ WHO ระบุว่า พนักงานที่มีสุขภาพดีจะมีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่าพนักงานทั่วไปถึง 12% และมีอัตราการขาดงานลดลงกว่า 27% ซึ่งหมายความว่าการลงทุนในสุขภาพพนักงานคือการเพิ่ม ROI ให้กับธุรกิจในระยะยาว

 

พนักงานที่มีสุขภาพดี ไม่เพียงแต่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างพลังบวกและความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement) ซึ่งส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรโดยตรง

 

เทรนนิ่งสุขภาพดีต่อทั้ง “กาย ใจ และทีมงาน”

การเทรนนิ่งสุขภาพไม่ใช่เพียงแค่การสอนออกกำลังกาย แต่รวมถึงการสร้างความเข้าใจเรื่องโภชนาการ การจัดการความเครียด และการสร้างสมดุลชีวิต-งาน (Work-Life Balance) ที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้พนักงานมีสุขภาวะครบ

เทรนนิ่งสุขภาพพนักงาน: เน้น Workshop 3 มิติ  อาหาร ออกกำลังกาย และจิตใจ

 

“เทรนนิ่งสุขภาพพนักงาน” จะได้ผลจริงก็ต่อเมื่อครอบคลุมทั้ง กาย ใจ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่ง 3 องค์ประกอบนี้เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด หากองค์กรเทรนนิ่งเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว มักไม่เกิดผลลัพธ์ยั่งยืนในระยะยาว

 

แนวทางของ SAKID Health Workshop จึงถูกออกแบบให้พนักงานเรียนรู้แบบลงมือทำ ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปที่สนุก เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน

1. Workshop ด้าน “อาหาร” – พลังงานที่ดีเริ่มจากสิ่งที่กิน

 

อาหารคือเชื้อเพลิงสำคัญของร่างกายและสมอง แต่ในความเป็นจริง พนักงานจำนวนมากกลับพึ่งอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มหวาน หรือกาแฟมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น น้ำหนักเกิน ภาวะเบาหวาน และออฟฟิศซินโดรม Workshop ด้านอาหารของ SAKID จึงเน้นให้พนักงาน “เข้าใจและลงมือเลือกกินอย่างมีสติ” ผ่านกิจกรรมที่สนุกและได้ผลจริง

 

ตัวอย่าง Workshop ที่องค์กรนิยม

 

Healthy Canteen Workshop  อบรมร่วมกับแม่ครัวและพนักงานโรงอาหาร เพื่อปรับเมนูให้มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ลดหวาน มัน เค็ม แต่ก็ยังสามารถอร่อยได้ 

Sugar Smart Challenge ให้พนักงานคำนวณปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มยอดนิยม และเรียนรู้เทคนิคลดหวานในชีวิตจริง

Eat Smart at Work วิธีการเลือกอาหารกลางวันที่ดีต่อสุขภาพโดยนักกำหนดอาหาร

Cooking class ทำอาหารสุขภาพได้ง่ายๆ ใช้เวลาน้อยแต่อร่อยและสารอาหารครบไม่ว่าจะ คิมบับ เคบับ สลัดโรล และนักกำหนดอาหารยังให้ความรู้เรื่องการเลือกกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศอีกด้วย

 

ผลลัพธ์ที่องค์กรจะเห็นได้
✅ พนักงานเข้าใจหลักโภชนาการ 5 หมู่หลัก
✅ มีการปรับพฤติกรรมการกิน เช่น ลดน้ำตาลและเพิ่มผักผลไม้
✅ โรงอาหารและร้านค้าในองค์กรปรับเมนูสุขภาพเพิ่มขึ้น

► สนใจ Workshop นักกำหนดอาหาร 

 

 2. Workshop ด้าน “การออกกำลังกาย” – ขยับร่าง สร้างพลังงานในออฟฟิศ

พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ใช้เวลานั่งหน้าจอวันละกว่า 8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคออฟฟิศซินโดรมและความเครียดสะสม การจัด Workshop การออกกำลังกายในที่ทำงานจึงเป็นการ “กระตุ้นให้ร่างกายตื่น” และ “สร้างความสัมพันธ์ในทีม” ไปพร้อมกัน

 

ตัวอย่าง Workshop ที่องค์กรชื่นชอบ

• Active Office Challenge เวิร์กช็อปท่ายืดเหยียดและเคลื่อนไหวง่าย ๆ สำหรับคนทำงานหน้าคอม โดยนักกายภาพ

• 10,000 Steps Challenge  กิจกรรมสะสมก้าวเดินพร้อมรางวัลผ่านแอป SAKID

• Work Stronger Together การออกกำลังกายแบบกลุ่มเพื่อสร้างพลังใจและพลังทีม ไม่ว่าจะซุมบ้า โยคะ แอลโรบิค หลังเลิกงาน

 

ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ
✅ ลดอัตราออฟฟิศซินโดรม
✅ เพิ่มพลังงานและโฟกัสของพนักงานในช่วงบ่าย
✅ สร้างบรรยากาศการทำงานเชิงบวกและ teamwork ที่แน่นแฟ้น

► สนใจ Workshop กายภาพและออกกำลังกาย

 

3. Workshop ด้าน “จิตใจ” – พลังใจคือรากฐานของความสุขในการทำงาน

สุขภาพจิตของพนักงานเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์ในทีม
องค์กรที่ละเลยสุขภาพจิตมักพบปัญหาความเครียดสะสม การลาออกสูง และภาวะ Burnout Workshop ด้านจิตใจของ SAKID มุ่งเน้นการสร้าง “Mindfulness” และ “Emotional Awareness” เพื่อให้พนักงานเข้าใจและดูแลอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น

 

ตัวอย่าง Workshop ที่ได้รับความนิยม

• Mindful Monday เริ่มสัปดาห์ด้วยการฝึกสมาธิและเทคนิคผ่อนคลายความเครียด

• Stress Management in Workplace เรียนรู้สัญญาณของภาวะเครียดและวิธีรับมือเชิงจิตวิทยา

• Empathy & Communication พัฒนา Soft Skills ด้านการสื่อสารและความเข้าใจระหว่างเพื่อนร่วมงาน

 

ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้เห็น
✅ พนักงานรู้จักควบคุมอารมณ์และจัดการความเครียดได้ดีขึ้น
✅ ลดอัตราการขาดงานจากภาวะ Burnout
✅ ทีมงานมีความสัมพันธ์และการสื่อสารที่ดีขึ้น

► สนใจ Workshop นักจิตวิทยา

Checklist เทรนนิ่งสุขภาพพนักงาน

 

✅ สำรวจสุขภาพและระดับความเครียดของพนักงานก่อนเริ่มเทรนนิ่ง
✅ ออกแบบ Workshop ครอบคลุม 3 มิติ อาหาร ออกกำลังกาย และจิตใจ
✅ ตั้งทีม HRD หรือ Wellness Committee ดูแลการเทรนนิ่งต่อเนื่อง
✅ กำหนด KPI ด้านสุขภาพ เช่น การลดลาป่วย หรือคะแนนความสุขพนักงาน
✅ กำหนดกิจกรรมสุขภาพประจำเดือน เช่น “Healthy Lunch Week” หรือ “Mindful Morning”

ทำไมควรเลือก SAKID Health Workshop เป็นพาร์ทเนอร์สุขภาพองค์กร

• ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา: นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, และนักจิตวิทยาองค์กร

• มีทั้งกิจกรรมทั้ง แบบออนไลน์ และออนไซต์ถึงบริษัท

• มี Workshop หลากหลาย เช่น “Eat Smart at Work”, “Mindful Monday”, “Active Office Challenge”

• ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วประเทศ

         การ เทรนนิ่งสุขภาพพนักงาน ผ่าน Workshop แบบ “อาหาร–ออกกำลังกาย–จิตใจ” คือการสร้าง Wellness Culture ที่ยั่งยืนให้กับองค์กร ไม่ใช่แค่การอบรมครั้งเดียว แต่คือการเปลี่ยน “พฤติกรรม” ของคนทำงานทั้งระบบเริ่มต้นจากสิ่งง่าย ๆ เช่นจัด Workshop เดือนละ 1 ครั้ง

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2022). Workplace health promotion: The global framework. WHO Press.

  • Ministry of Public Health, Thailand. (2023). แนวทางการสร้างองค์กรสุขภาพดีอย่างยั่งยืน.

  • Harvard Business Review. (2021). How employee wellness drives productivity.

  • Sakid.app. (2024). Workplace Wellness Program คืออะไร. https://www.sakid.app/blog/what-is-workplace-wellness-program

บทความที่น่าสนใจ

รีวิว 3 ไอเดียจัด เวิร์คช็อปบริษัท ให้ได้ความรู้

ในยุคที่องค์กรต้องการมากกว่า “การอบรมเชิงทฤษฎี” การจัด เวิร์คช็อปบริษัท จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ HRD และผู้บริหารนิยม เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาความรู้แล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วม กระตุ้นให้พนักงานได้ลงมือทำจริง และเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม

อ่านต่อ »
Cover WS สุขภาพดีกับสะกิด

WORKSHOP เริ่มต้นสุขภาพดี กับ SAKID

กิจกรรม  Workshop “คลาสโยคะ”

ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม  2566 – 21 กันยายน 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ ” กันทุกสัปดาห์เป็นสวัสดิการที่เสริมสร้างร่างกายให้แข้งแรง โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาเป็นครูสอนโยคะที่จะพาพนักงานบริษัท ROCHE มายืดเหยียดร่างกายให้ผ่อนคลายเมื่อยจากการนั่งทำงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นอีกด้วย

อ่านต่อ »

ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ

ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ

เมื่อฤดูประเมินมาถึง…บอสหลายคนอาจรู้สึกว่าการต้องวิจารณ์หรือพูดถึงข้อดีข้อเสียต่อหน้าคนๆ นั้นตรงๆ…เป็นเรื่องน่าอึดอัด  ส่วนในมุมมองของตัวผู้ถูกประเมินเอง  เมื่อต้องมาฟังข้อเสียหรือเรื่องแย่ๆ ของตน…บางคนก็รู้สึกมีอารมณ์  ไม่ว่าจะผิดหวัง เศร้าเสียใจ หรือโกรธ  นั่นทำให้พวกเขาพูดจาหรือแสดงท่าทีปกป้องตนเองในแบบต่างๆ  แถมไม่ใช่แค่ตอนพูดคุยประเมินกันเท่านั้น  หลังจากนั้นบางคนยังอาจแสดงความไม่พอใจหรือต่อต้านองค์กร ตั้งแต่มาทำงานสาย หยุดงาน จนไปถึงแสดงความก้าวร้าว  พลอยทำให้องค์กรและผู้ร่วมงานอึดอัดและเสียหายไปด้วย…เป็นเรื่องน่าลำบากใจใช่ไหม

อ่านต่อ »
workshop การยศาสตร์ในการทำงาน-SAKID

workshop การยศาสตร์ในการทำงาน (Ergonomics Training)

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 9  มกราคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “กายศาสตร์ในการทำงาน” โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกายเบื่้องต้น อาหารแบบไหนที่เจ็บแล้วอันตรายควรไปพบคุณหมอ การปรับท่านั่งการทำงานให้ถูกต้องตามสรีระของแต่คน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือตัวเอง การยืดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ที่ถูกใช้บ่อย ๆ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น และเรื่องที่ควรระวังในการยกของหนัก ท่าที่ถูกต้อง สำหรับการยกของหนัก และการนั่งทำงานที่ใช้โน๊ตบุ๊คเป็นหลัก

อ่านต่อ »

WORKSHOP การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด

กิจกรรม  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด”

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด” โดยนักกำหนดอาหารที่ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องอาหารที่ควรกินและไม่ควรกิน การเลือกอาหารและปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด

อ่านต่อ »
template -healthy canteen-SAKID

WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

กิจกรรม Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว
กิจกรรม Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว ที่บริษัท TBC โดยจะมีกิจกรรมการอบรมการเลือกใช้เครื่องปรุง น้ำมัน ผัก และสมุนไพร ในการปรับสูตรอาหารให้สุขภาพดีขึ้นและยังคงกินได้อย่างอร่อยถูกปาก การสนับสนุนให้พ่อครัวแม่ครัวทำอาหารทางเลือกสุขภาพเพื่อเปิดโอกาสทางเลือกของผู้ซื้ออาหารให้มีตัวเลือกอาหารสุขภาพที่หลากหลายมากขึ้น การให้ความรู้เรื่องพลังงานและสารอาหาร การตักอาหารข้าวราดแกงขายให้พนักงานในสัดส่วนที่ถูกต้องเพื่อลดการเกิดโรค NCDs การอบรมเรื่องผู้สัมผัสอาหารการจัดเก็บวัตถุดิบ การล้างผัก การปรุงอาหารให้ถูกต้องตามหลักอนามัย และเรื่องความสะอาดสุขอนามัยของผู้ทำอาหาร

อ่านต่อ »
URL Copied!

โรงอาหารยุคใหม่ จาก Clean Food สู่ Green ESG

        คำว่า “ESG” กลายเป็นเป้าหมายขององค์กรทั่วโลกและโรงอาหารไม่ควรถูกมองแค่พื้นที่กินข้าวของพนักงาน แต่เป็น “พื้นที่สร้างพฤติกรรมยั่งยืน” ที่สะท้อนตัวตนขององค์กรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการที่โปร่งใส

 

       ESG ในโรงอาหารจึงหมายถึงการออกแบบระบบจัดการอาหารที่คำนึงถึง “สุขภาพพนักงาน” ควบคู่กับ “สิ่งแวดล้อม” เช่น การเลือกวัตถุดิบจากแหล่งยั่งยืน การลดของเสียจากอาหาร (Food Waste) และการจัดการขยะอย่างรับผิดชอบ

Green Canteen ก้าวต่อไปขององค์กรยั่งยืน

องค์กรจำนวนมากเริ่มจากการทำ “โรงอาหาร Clean Food” ที่เน้นสุขภาพพนักงาน แต่การพัฒนา “Green Canteen” จะต่อยอดไปอีกขั้น ด้วยการบูรณาการแนวคิด ESG ทั้งระบบ เช่น

 

• เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุรีไซเคิล

• ลดอาหารเหลือทิ้งผ่านระบบตรวจวัดปริมาณขยะอาหาร

• ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการปรุงอาหารบางส่วน

• ร่วมมือกับผู้จำหน่ายรายท้องถิ่น (Local Vendors) เพื่อลดรอยเท้าคาร์บอน

3 เสาหลัก ESG โรงอาหารที่องค์กรต้องรู้ 

 

E – Environmental: ลดของเสียและดูแลโลกจากจานอาหารทุกมื้อ

“สิ่งแวดล้อมดี เริ่มได้จากจานข้าวของเรา”
โรงอาหารในยุค ESG ไม่ได้เน้นแค่ความสะอาด แต่ต้องใส่ใจตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางของอาหาร เช่น

• เลือกวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ผักปลอดสาร หรือเกษตรอินทรีย์ในท้องถิ่น

• ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียว (Single-use) ด้วยการให้พนักงานพกแก้วหรือกล่องส่วนตัว

• แยกขยะและนำเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมัก หรือบริจาคให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์

• ใช้พลังงานสะอาด เช่น ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในครัว หรือใช้หลอดไฟ LED ประหยัดพลังงาน

เป้าหมายคือ “กินอิ่มแต่ไม่ทำร้ายโลก” — ทุกคำที่พนักงานกินคือการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน

 

 S – Social: ใส่ใจสุขภาพและความสุขของพนักงาน

“โรงอาหารคือหัวใจของสุขภาพองค์กร”
อาหารที่ดีไม่ได้แค่ทำให้อิ่ม แต่สร้างพลังและอารมณ์ที่ดีให้กับพนักงานได้ในทุกวัน

• จัดเมนูสุขภาพ เช่น ข้าวกล้อง ผักหลากสี น้ำตาลน้อย ไขมันดี

• แสดงป้ายโภชนาการและพลังงานทุกเมนู เพื่อให้เลือกกินอย่างรู้เท่าทัน

• มีเมนูทางเลือกสำหรับคนแพ้อาหาร หรือผู้ทานมังสวิรัติ/แพลนต์เบส

• จัดกิจกรรม “สัปดาห์อาหารสุขภาพ” หรือ “Healthy Lunch Challenge” สร้างแรงจูงใจให้พนักงานดูแลตัวเอง

การมีโรงอาหารที่ใส่ใจสุขภาพ จะช่วยลดวันลาป่วย เพิ่มพลังงาน และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจคนของตัวเองจริง ๆ

 

 G – Governance: โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีระบบบริหารที่ยั่งยืน

“ยั่งยืนจริง ต้องเริ่มจากความโปร่งใส”
โรงอาหารที่มีระบบบริหารจัดการที่ดี จะช่วยให้องค์กรควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารได้อย่างต่อเนื่อง

• เปิดเผยรายชื่อซัพพลายเออร์ แหล่งวัตถุดิบ และกระบวนการจัดซื้ออย่างโปร่งใส

• มีระบบตรวจสอบความสะอาดและคุณภาพอาหารเป็นประจำ

• เก็บข้อมูลการบริโภคและของเสีย เพื่อนำไปปรับปรุงและรายงานใน ESG Report

• จัดตั้ง “คณะกรรมการโรงอาหารสีเขียว” ที่มีตัวแทนจาก HR, ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และพนักงาน

Governance คือสิ่งที่ทำให้ทุกความตั้งใจด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ “เกิดขึ้นจริง” และต่อเนื่องในระยะยาว

ประโยชน์ของการทำ ESG โรงอาหาร

1. พนักงานสุขภาพดี ผลงานดีขึ้น
เมนูสุขภาพช่วยลดโรคเรื้อรังและวันลาป่วย เพิ่มพลังในการทำงาน และสร้างบรรยากาศองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ

2. ลดขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ลดการใช้พลาสติกและเศษอาหาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายและรอยเท้าคาร์บอนขององค์กร

3. พนักงานผูกพัน องค์กรน่าอยู่ขึ้น
โรงอาหารที่ดีทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า ภูมิใจ และอยากร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืนไปด้วยกัน

4. เสริมภาพลักษณ์องค์กรยั่งยืน
เป็นหลักฐานชัดเจนว่าองค์กร “ทำจริง” ด้าน ESG สร้างความเชื่อมั่นต่อคู่ค้า นักลงทุน และสังคม

5. ต่อยอดได้ทุกมิติ
โรงอาหารสีเขียวเป็นต้นแบบที่ต่อยอดสู่โครงการ ESG อื่น ๆ ได้ เช่น การลดคาร์บอนหรือโปรแกรมสุขภาพองค์กร

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

ESG โรงอาหารเริ่มได้ง่ายๆ

 

1.ลดพลาสติกในโรงอาหาร
เปลี่ยนจากช้อน–ส้อมหรือแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เป็นแบบย่อยสลายได้หรือให้พนักงานพกของส่วนตัว

 

2.เพิ่มเมนูสุขภาพและอาหารทางเลือก
จัดมุม “เมนูสุขภาพ” หรือ “Plant-based” อย่างน้อย 1 มื้อ/วัน พร้อมแสดงพลังงานและโภชนาการให้เห็นชัด

 

3.สั่งอาหารพอกิน

บอกป้าว่า ลดข้าว หรือบอกปริมาณที่เราจะกิน ตักกับข้าวที่เห็นว่าจะเยอะไปแล้ว ก็สามารถบอกได้ว่าพอแล้ว หรือลดเส้น น้ำน้อย ไม่เอา… สามารถบอกคนขายอาหารได้อย่างสบายใจ เพื่อช่วยลดขยะเศษอาหาร

 

4.แยกขยะและลดอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste)
ตั้งจุดทิ้งถังขยะอาหารโดยเฉพาะ เพื่อให้พนักงานเห็นปริมาณอาหารที่เหลือ และช่วยกันลดของเสียในแต่ละวัน และยังสามารถนำเศษอาหารไปทำปุ๋ยได้อีก

 

4.รับฟัง Feedback จากพนักงาน
ใช้แบบสอบถามสั้น ๆ หรือฟอร์มแสดงความคิดเห็น เพื่อปรับเมนูและบริการให้ตอบโจทย์จริง

 

ทำไมต้องเลือก SAKID เป็นที่ปรึกษาโรงอาหารสุขภาพ

เพราะ SAKID ไม่ได้แค่สอนให้ “สะอาดและอร่อย” แต่เราดูแลครบตั้งแต่ต้นจนถึงการตรวจรับรองจริง

• ตรวจสุขาภิบาลโรงอาหารตามเกณฑ์กรมอนามัย

• อบรมพนักงานครัวโดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

• ออกแบบเมนู Clean Food Good Taste เฉพาะองค์กร

• เตรียมเอกสารยื่นขอใบรับรองพร้อมติดตามผล

📌 สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Healthy Canteen / Clean Food Good Taste ปรึกษากับ SAKID 

      โรงอาหารในยุคใหม่ไม่ใช่แค่พื้นที่รับประทานอาหารของพนักงานอีกต่อไป แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) การปรับเปลี่ยนจาก “Clean Food” สู่ “Green Canteen” ช่วยให้องค์กรลดของเสีย ลดพลาสติก และส่งเสริมพฤติกรรมกินดีอยู่ดีของพนักงาน ขณะเดียวกันยังสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสและยั่งยืนมากขึ้น การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เพียงเปลี่ยนเมนูให้สุขภาพดี แยกขยะอย่างมีระบบ และเปิดรับความคิดเห็นจากพนักงาน ก็เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่สร้างผลลัพธ์ใหญ่ได้ในระยะยาว

 

       สนใจทำมาตรฐานโรงอาหาร หรือโรงอาหารสุขภาพ แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2023). Healthy Workplaces: A Model for Action. WHO.

  • Ministry of Public Health Thailand. (2022). แนวทางการจัดการอาหารและโภชนาการในสถานประกอบการ.

  • United Nations Environment Programme. (2023). Sustainable Food Systems and Waste Management.

  • SAKID Wellness Blog. (2024). Workplace Wellness Program และโรงอาหารเพื่อสุขภาพพนักงาน.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

ทำไมบริษัทควรมีโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน

โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดียิ่งขึ้น

แก่นหลักของการจัดการโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานของอีทเวลล์คอนเซปต์คือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดพฤติกรรมรักษาสุขภาพ ด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง การส่งเสริมให้เกิดทักษะการใช้ชีวิต และ การกระตุ้นให้มีกำลังใจด้วยการสร้างสังคมในที่ทำงานให้เกิดความตระหนักถึงการดูแลด้านสุขภาพ ปัจจัยเหล่นี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพฤติกรรมของพนักงาน

อ่านต่อ »

สร้างสถานที่ทำงานให้ดีต่อใจด้วย Workplace Wellness Program

Workplace Wellness Program นั้นคือสิ่งจัดการกับปัญหาของสุขภาพในที่ทำงานของพนักงาน เพราะสุขภาพไม่ได้มีเพียงร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายด้านอยู่ด้วย

อ่านต่อ »
Cover yoga-SAKID

WORKSHOP คลาสโยคะ

กิจกรรม  Workshop “คลาสโยคะ”

ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม  2566 – 21 กันยายน 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ ” กันทุกสัปดาห์เป็นสวัสดิการที่เสริมสร้างร่างกายให้แข้งแรง โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาเป็นครูสอนโยคะที่จะพาพนักงานบริษัท ROCHE มายืดเหยียดร่างกายให้ผ่อนคลายเมื่อยจากการนั่งทำงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นอีกด้วย

อ่านต่อ »
Burnout

“Burnout” องค์กรควรทำอย่างไรเมื่อพนักงานหมดไฟ

Burnout สำคัญแค่ไหน รู้หรือไม่ว่านี่คือปัญหาที่บริษัททั่วโลกกำลังพบเจอมากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน เราควรรับมือมันอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

อ่านต่อ »
กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs-SAKID

WORKSHOP กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

กิจกรรม กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 26 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ทาทาสตีล (การผลิต) จ.สระบุรี โดยจะมีกิจกรรมวัดองค์ประกอบร่างกาย และWorkshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
Cover-sakid-บางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
URL Copied!

มาตรฐานโรงอาหาร สำหรับองค์กร มีอะไรบ้าง

       โรงอาหารคือหัวใจสำคัญของสุขภาพพนักงานในองค์กร โดยเฉพาะในโรงงานหรือสถานประกอบการที่มีพนักงานจำนวนมาก การดูแลคุณภาพอาหารไม่ใช่แค่เรื่อง “อร่อย” แต่คือการลงทุนระยะยาวในสุขภาพ ผลผลิต และความยั่งยืนขององค์กร

 

       จากข้อมูลของกรมอนามัย (2566) พบว่า พนักงานที่รับประทานอาหารในโรงอาหารที่ผ่านเกณฑ์สุขาภิบาลมีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินอาหารและโรคเรื้อรังต่ำกว่าถึง 40% เมื่อเทียบกับโรงอาหารทั่วไป

มาตรฐานโรงอาหารคืออะไร

มาตรฐานโรงอาหาร (Canteen Standard) หมายถึง เกณฑ์ด้านสุขาภิบาล คุณค่าทางโภชนาการ และสิ่งแวดล้อมที่สถานประกอบการต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้พนักงานได้รับอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ

 

องค์ประกอบหลักของมาตรฐานโรงอาหารแบ่งเป็น 3 อย่าง

1. สุขาภิบาลอาหาร ครัวสะอาด วัตถุดิบปลอดภัย ปรุงสุกทั่วถึง

2. โภชนาการ  มีเมนูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม และเพิ่มผักผลไม้

3. สิ่งแวดล้อม  มีระบบจัดการขยะ น้ำเสีย และลดการใช้พลาสติก

 

 

มาตรฐานโรงอาหาร ที่ต้องควรรู้จัก

 

ก่อนที่องค์กรจะยกระดับโรงอาหารให้ได้มาตรฐาน จำเป็นต้องเข้าใจว่า “มาตรฐานโรงอาหาร” ในประเทศไทยมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีจุดเน้นและเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การดูแลสุขาภิบาลพื้นฐานไปจนถึงการส่งเสริมโภชนาการและสิ่งแวดล้อม โดยทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกัน คือ “ให้อาหารที่พนักงานได้รับปลอดภัย มีคุณภาพ และส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน”

 

1. Clean Food Good Taste – อาหารสะอาด รสชาติอร่อย

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
จุดเด่น: มุ่งเน้นอาหารสะอาด ถูกสุขลักษณะ และรสชาติดี

 

เกณฑ์หลัก:

• ผู้ปรุงอาหารต้องผ่านอบรมสุขาภิบาลอาหาร

• ใช้วัตถุดิบสดใหม่ ปรุงสุกใหม่ทุกมื้อ

• มีน้ำสะอาดและภาชนะถูกสุขลักษณะ

• ผ่านการตรวจจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำพื้นที่


ประโยชน์สำหรับองค์กร: เพิ่มความมั่นใจให้พนักงานเรื่องความสะอาดและปลอดภัยของอาหาร

 

2. Healthy Canteen – โรงอาหารสุขภาพดี ใส่ใจสุขภาพ

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
จุดเด่น: ส่งเสริมให้พนักงานรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ลดหวาน มัน เค็ม

 

เกณฑ์หลัก:

• มีเมนูสุขภาพ เช่น ผักสด ผลไม้ และโปรตีนไม่ติดมัน

• ให้ข้อมูลโภชนาการ (พลังงาน โซเดียม) ในเมนู

• ไม่มีอาหารทอดซ้ำหรือน้ำมันเก่า

• มีระบบสุขาภิบาลและตรวจคุณภาพอาหารประจำเดือน

 

ประโยชน์สำหรับองค์กร: ช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และสร้างวัฒนธรรมการกินดีอยู่ดีในองค์กร

 

3. SAN Certified – สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมอนามัย ร่วมกับเครือข่าย Sanitation Accountability Network

จุดเด่น: เน้นการบริหารจัดการสุขาภิบาลในภาพรวมของโรงอาหาร

 

เกณฑ์หลัก:

• ตรวจสอบระบบสุขาภิบาลทั้งกระบวนการ ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงภาชนะ

• ตรวจคุณภาพน้ำดื่มและน้ำใช้

• แยกพื้นที่อาหารสุก-ดิบชัดเจน

• มีระบบติดตามผลและ QR Code ตรวจสอบได้

 

ประโยชน์สำหรับองค์กร: เป็นการรับรองมาตรฐานสุขาภิบาลระดับสูงที่ใช้ได้ทั้งโรงงานและสถาบันการศึกษา

 

4. Food Safety – อาหารปลอดภัย มั่นใจได้มาตรฐาน

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กระทรวงสาธารณสุข
จุดเด่น: ครอบคลุมทุกประเภทสถานประกอบการอาหาร เน้นการป้องกันการปนเปื้อน

 

เกณฑ์หลัก:

• ระบบ HACCP หรือ GMP ขั้นพื้นฐาน

• ตรวจสอบการเก็บวัตถุดิบและการควบคุมอุณหภูมิ

• ผู้ประกอบการต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร

• มีการสุ่มตรวจสารตกค้างและเชื้อจุลชีพในอาหาร

 

ประโยชน์สำหรับองค์กร: เสริมความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของอาหารในทุกขั้นตอน

 

📋 สรุปเปรียบเทียบมาตรฐานโรงอาหารที่องค์กรควรรู้
มาตรฐานจุดเน้นหน่วยงานรับรองเหมาะสำหรับเกณฑ์หลัก (สรุป)
Clean Food Good Taste อาหารสะอาด รสชาติอร่อยสุขาภิบาลอาหาร + รสชาติกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขโรงอาหารหรือร้านอาหารทั่วไปในองค์กร ผู้ปรุงผ่านอบรมสุขาภิบาล, ใช้วัตถุดิบสดใหม่, ปรุงสุกใหม่ทุกมื้อ, น้ำสะอาด และตรวจสุขาภิบาลประจำ
Healthy Canteen โรงอาหารสุขภาพดี ใส่ใจสุขภาพโภชนาการครบ ลดหวาน–มัน–เค็มกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขโรงงานหรือองค์กรขนาดกลาง–ใหญ่ มีเมนูสุขภาพ ผัก–ผลไม้, โปรตีนไม่ติดมัน, แสดงพลังงานและโซเดียม, ห้ามใช้น้ำมันทอดซ้ำ, ตรวจประเมินต่อเนื่อง
SAN Certified สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสุขาภิบาลครบวงจร + ตรวจสอบย้อนกลับเครือข่าย SAN ร่วมกับกรมอนามัยโรงงาน มหาวิทยาลัย หรือศูนย์อาหารขนาดใหญ่ แยกโซนสุก–ดิบ, ตรวจคุณภาพน้ำและอุปกรณ์, ระบบติดตามผลออนไลน์, มี QR ตรวจสอบมาตรฐาน
Food Safety อาหารปลอดภัย มั่นใจได้มาตรฐานความปลอดภัยทุกขั้นตอนกระทรวงสาธารณสุขทุกองค์กรที่มีบริการอาหาร ปฏิบัติตาม GMP/HACCP, ควบคุมอุณหภูมิ–วัตถุดิบ, มีใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร, ตรวจสารตกค้างและเชื้อจุลชีพ

เวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste” โดย SAKID ยกระดับสู่โรงอาหารสุขภาพที่ได้ใบรับรอง

SAKID ร่วมกับนักกำหนดอาหารและกรมอนามัย จัดเวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste & Healthy Canteen” เพื่อให้องค์กรสามารถ

 

• เรียนรู้หลักเกณฑ์การตรวจสุขาภิบาลอาหาร

• ปฏิบัติจริงในการประเมินและปรับปรุงโรงอาหาร

• เตรียมยื่นขอใบรับรอง Clean Food Good Taste

• รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

 

บริการนี้ครอบคลุมทั้งการตรวจประเมินโรงอาหาร, อบรมพนักงานครัว และออกเอกสารรับรองสุขาภิบาลอาหาร เพื่อให้โรงอาหารในองค์กรสามารถผ่านการตรวจได้อย่างมั่นใจ

👉สนใจ WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

 

ทำไมต้องเลือก SAKID เป็นที่ปรึกษาโรงอาหารสุขภาพ

เพราะ SAKID ไม่ได้แค่สอนให้ “สะอาดและอร่อย” แต่เราดูแลครบตั้งแต่ต้นจนถึงการตรวจรับรองจริง

• ตรวจสุขาภิบาลโรงอาหารตามเกณฑ์กรมอนามัย

• อบรมพนักงานครัวโดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

• ออกแบบเมนู Clean Food Good Taste เฉพาะองค์กร

• เตรียมเอกสารยื่นขอใบรับรองพร้อมติดตามผล

📌 สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร/Healthy Canteen / Clean Food Good Taste ปรึกษากับ SAKID 

      มาตรฐานโรงอาหารไม่ได้เป็นเพียง “ใบประกาศรับรอง” แต่คือหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพพนักงานในทุกมื้ออาหาร จากมาตรฐานหลักทั้ง 4 Clean Food Good Taste, Healthy Canteen, SAN Certified, และ Food Safety เราจะเห็นได้ว่าทุกแนวทางล้วนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ “อาหารที่สะอาด ปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาวะ”

 

       องค์กรที่พัฒนาโรงอาหารให้ได้ตามเกณฑ์เหล่านี้ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคและอุบัติการณ์อาหารเป็นพิษ แต่ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีพลัง และเต็มไปด้วยความไว้วางใจระหว่างพนักงานกับนายจ้าง โรงอาหารที่ได้มาตรฐานคือ “พื้นที่แห่งสุขภาวะ” ที่เชื่อมโยงสุขภาพกาย ใจ และความยั่งยืนขององค์กรเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง

 

       สนใจทำมาตรฐานโรงอาหาร หรือโรงอาหารสุขภาพ แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • กรมอนามัย. (2566). คู่มือโรงอาหารปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ (Healthy Canteen). สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.สืบค้นจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/dmkm/download?did=30375&id=99071&lang=th&mid=37684&mkey=m_document
  •  
  • กรมอนามัย. (2565). คู่มือโครงการอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste). สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.สืบค้นจาก https://pubhtml5.com/twve/fmqx/basic/
  •  
  • กรมอนามัย. (2566). แนวทางมาตรฐาน SAN และ SAN Plus สำหรับสถานประกอบการจำหน่ายอาหาร. สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
    สืบค้นจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/san/download?did=34264&id=114841&lang=th&mid=38922&mkey=m_document
  •  
  • กรมอนามัย. (2566). แบบตรวจมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารสำหรับโรงอาหาร. สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/food-sanitation/download/?did=204396&id=75018
  •  
  • กรมอนามัย. (2565). แนวทางโรงอาหารคุณภาพ (Green Canteen Guidelines). สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/web-upload/13x34cba8a8c311038000343e8ab441d5ff/202105/m_news/35387/204474/file_download/dd4bd84a10dfee92670406ff81300f75.pdf
  •  
  • กรมอนามัย. (2567). ข่าวประชาสัมพันธ์: ดันมาตรฐาน SAN – SAN Plus ยกระดับความปลอดภัยแทน Clean Food Good Taste. สืบค้นจาก https://thailandhealthhub.com/2025/821463/
  •  
  • กรมอนามัย. (2566). ข่าวประชาสัมพันธ์: ส่งเสริมโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ Healthy Canteen. สืบค้นจาก https://www.anamai.moph.go.th/th/news-anamai/18819
  •  
  • สำนักงานสิ่งแวดล้อม. (2565). แนวทางโรงอาหารสีเขียว (Green Canteen Guidelines). กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
    สืบค้นจาก https://www.deqp.go.th

บทความที่น่าสนใจ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตสมุทรปราการ ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
Cover Stress and work life balance-SAKID

Workshop Stress and work life balance

วันที่ 25 มิถุนายน 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรมWorkshop stress and work life balance ที่บริษัท ภิรัชออฟฟิศ แอท เอ็มควอเทียร์ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูคุยและให้ความรู้ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ เคล็ดลับการจัดการความเครียดและการสื่อสารต่อเพื่อนร่วมงานและพัฒนาทักษะการสื่อสารเพื่อปฏิสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้นกับลูกค้า เทคนิคการจัดการความเครียดเรื่องการจัดการภาระงาน

อ่านต่อ »
5 วิธีเพิ่มก้าว-Sakid thumbnail

5 วิธีเพิ่มก้าวสำหรับพนักงานออฟฟิศ

สำหรับชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานนาน ๆ อยู่แต่กับหน้าจอคอมทำงานไม่ว่าด้วยเหตุผลตารางงานที่แน่นหรือทำงานจนเพลินจนไม่ลุกไปไหน พนักงานจำนวนมากมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันในการนั่งทำงานโดยไม่ลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน แต่แท้จริงแล้วกลับสร้างผลกระทบทางสุขภาพอย่างเงียบๆทำให้เกิดผลที่ตามมาทั้งออฟฟิศซินโดม และการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะต่างๆในร่างกาย

อ่านต่อ »

Clean Food Good Taste กับการทำโรงอาหารสุขภาพในองค์กร

ถ้าอยากให้พนักงานกินอร่อยแต่ยังสุขภาพดี Clean Food Good Taste คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับโรงอาหารในองค์กรยุคนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดในครัว แต่คือการยกระดับทั้ง “รสชาติและมาตรฐาน” ไปพร้อมกัน

อ่านต่อ »

Self-care เป็น Soft Skill ที่พนักงานยุคใหม่ต้องมี

ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Soft Skill ไม่ได้หมายถึงแค่ “ทักษะทางสังคม” อีกต่อไป แต่คือ ความสามารถในการเข้าใจและจัดการตนเอง เพื่อทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจาก Hard Skill ที่เป็นความรู้เฉพาะทาง Soft Skill คือ “ทักษะด้านมนุษย์” เช่น ความยืดหยุ่น การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ และการปรับตัว ซึ่งจากรายงานของ World Economic Forum 2024 ระบุว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกมองว่า Soft Skill คือปัจจัยสำคัญที่สุดของการจ้างงานในอนาคต

อ่านต่อ »
15-วิธีสังเกต-SAKID

15 วิธีสังเกตภาวะหมดไฟภายในองค์กร (Burnout Syndrome)

ทุกวันนี้รูปแบบการทำงานที่รวดเร็วและแข่งขันกันสูง ทำให้พนักงานในองค์กรเกิดภาวะหมดไฟเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ลักษณะของภาวะหมดไฟอย่างความเหนื่อยหน่ายเรื้อรัง ความรู้สึกด้านชา เป็นสิ่งที่คอยบั่นทอนและลดประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อทั้งพนักงานและองค์กร

อ่านต่อ »
URL Copied!

สุขภาวะองค์กร คืออะไร ช่วยบริษัทได้อย่าไงไร

      สุขภาวะองค์กร (Organizational Wellbeing) หมายถึง การที่องค์กรมีระบบและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อสุขภาพของพนักงาน ทั้งทางกาย ใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมการทำงาน โดยมุ่งให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

      แนวคิดนี้ได้รับการส่งเสริมโดย องค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งระบุว่าองค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) คือองค์กรที่ “มีการจัดการด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง”

ทำไมสุขภาวะถึงสำคัญกับองค์กรยุคใหม่

 

องค์กรที่ใส่ใจสุขภาวะของพนักงาน ไม่เพียงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยหรือขาดงาน แต่ยังสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจ เช่น

 

• เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity)

• ลดความเครียดและความเหนื่อยล้า (Burnout)

• เสริมความผูกพันและความภักดีของพนักงาน (Engagement & Retention)

• ลดต้นทุนการรักษาพยาบาลและประกันสุขภาพในระยะยาว

 

จากรายงานของ Forbes Workplace Wellness 2024 พบว่า บริษัทที่มีนโยบายสุขภาวะองค์กรชัดเจน มีผลผลิตโดยรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 21% และอัตราการลาออกน้อยลงกว่า 35%

4 มิติหลักของสุขภาวะองค์กร (WHO Model)

 

1. สุขภาวะทางกาย (Physical Wellbeing)
ดูแลสุขภาพร่างกายของพนักงานให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย
แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้ เช่น

• จัดตรวจสุขภาพประจำปี

• มีมุมอาหารเพื่อสุขภาพ

• สนับสนุนกิจกรรมออกกำลังกาย เช่น เดินหรือยืดกล้ามเนื้อระหว่างทำงาน

 

2. สุขภาวะทางใจ (Mental Wellbeing)
ส่งเสริมสมดุลทางอารมณ์และลดความเครียดของพนักงาน
แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้ เช่น

• จัดกิจกรรม “Mindful Monday” หรือโปรแกรมดูแลสุขภาพจิต

• เปิดโอกาสให้พนักงานปรึกษานักจิตวิทยาหรือโค้ช

• มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น

 

3. สุขภาวะทางสังคม (Social Wellbeing)
สร้างบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นและความสัมพันธ์ที่ดีในทีม
แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้ เช่น

• จัดกิจกรรม Team Building หรือ CSR ร่วมกัน

• มีช่องทาง Feedback เปิดใจระหว่างพนักงานและผู้บริหาร

• ส่งเสริมการสื่อสารอย่างเคารพและเข้าใจ

 

4. สุขภาวะทางเศรษฐกิจ (Financial Wellbeing)
ช่วยให้พนักงานมีความมั่นคงทางการเงิน
แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้ เช่น

• จัดอบรมการวางแผนการเงิน

• มีโครงการออมเงินหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

• ให้คำปรึกษาด้านหนี้สินหรือจัดโปรแกรม “Healthy Finance”

วิธีสร้างองค์กรสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

การสร้าง “องค์กรสุขภาพดี” ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่ แต่เริ่มจากความตั้งใจของผู้นำและการสื่อสารที่ดีในทีม ต่อไปนี้คือแนวทาง 4 ขั้นตอนที่องค์กรสามารถเริ่มได้ทันที

 

1. สำรวจสุขภาพของพนักงาน (Organizational Health Check)
ก่อนเริ่มสร้างกิจกรรมหรือโครงการใด ๆ ควรเข้าใจ “จุดเริ่มต้นขององค์กร” ก่อน

• สำรวจความต้องการของพนักงาน เช่น ปัญหาความเครียด การนอนหลับ หรือพฤติกรรมการกิน

• ใช้แบบสอบถามสั้น ๆ หรือแพลตฟอร์มอย่าง SAKID Wellbeing Survey เพื่อดูภาพรวมสุขภาวะของทั้งองค์กร

• เมื่อมีข้อมูล จะช่วยให้วางแผนได้ตรงจุด ไม่เสียงบโดยเปล่าประโยชน์

 

2. วางแผนสุขภาวะให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร
สุขภาวะไม่ควรเป็นแค่ “กิจกรรมเสริม” แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของ “กลยุทธ์หลักของบริษัท”
ลองเริ่มจากสิ่งเหล่านี้

• ตั้งเป้าหมายชัดเจน เช่น “ลดอัตราการขาดงานลง 20% ภายใน 1 ปี”

• ผนวกแผนสุขภาวะเข้ากับ แผน HR, แผน ESG หรือ วัฒนธรรมองค์กร

• สื่อสารให้ผู้บริหารและหัวหน้างานเข้าใจว่า “การดูแลพนักงานคือการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย”

ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจจัดโครงการ “Healthy Monday” หรือ “1 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพ” เป็นกิจวัตรประจำ

 

3. สร้างวัฒนธรรมสุขภาพให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
สุขภาวะองค์กรจะเกิดผลจริงได้ ก็ต่อเมื่อ “พนักงานรู้สึกว่าเป็นเรื่องของเขาเอง”
แนวทางง่าย ๆ ที่ทำได้ทันที:

• เริ่มต้นวันด้วยกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น “เดิน 5 นาทีหลังประชุม” หรือ “มื้อเที่ยงปลอดน้ำตาล”

• ตั้งทีมสุขภาพ (Wellbeing Ambassador) จากพนักงานจริง ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในทีม

• ชื่นชมและให้รางวัลกับพนักงานที่มีพฤติกรรมสุขภาพดี เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือช่วยเพื่อนร่วมงานในทีม

• สื่อสารอย่างต่อเนื่อง เช่น ทำแคมเปญ “สุขเล็กๆ ทุกวัน” ผ่าน Line หรือจอในโรงงาน

ผลที่ตามมาคือ บรรยากาศในองค์กรจะเปลี่ยนจาก “บังคับให้ทำ” → เป็น “อยากทำเพราะเห็นคุณค่า”

 

4. ใช้เทคโนโลยีช่วยติดตามและวัดผลได้จริง
เพราะสิ่งที่วัดได้ คือสิ่งที่พัฒนาได้

• ใช้ระบบดิจิทัล เช่น SAKID Dashboard เพื่อดูแนวโน้มสุขภาพของพนักงาน เช่น คะแนนสุขภาพเฉลี่ย การมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือระดับความสุขในการทำงาน

• รายงานผลให้ผู้บริหารเห็นเป็นตัวเลข เช่น “เดือนนี้อัตราการเคลื่อนไหวร่างกายเพิ่มขึ้น 18%”

• ใช้ข้อมูลเหล่านี้วางแผนกิจกรรมรอบต่อไปได้อย่างแม่นยำ

Workshop 4 มิติสุขภาวะองค์กร

อยากเริ่มสร้าง “องค์กรสุขภาพดี” แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน?
SAKID ออกแบบ 4 Workshop หลัก ตามแนวคิดขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อให้เหมาะกับองค์กรไทยทุกขนาดเน้นการเรียนรู้แบบ “ลงมือทำจริง” และ “วัดผลได้”

 1. Workshop สุขภาวะทางกาย (Physical Wellbeing)

ชื่อเวิร์กช็อป: “Move for Energy – เคลื่อนไหวเพิ่มพลังในที่ทำงาน”

จุดเด่น

• เรียนรู้วิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ระหว่างวันทำงาน

• สร้างวัฒนธรรม “Active Office” ลดอาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรม

• มีโค้ชด้านการเคลื่อนไหว (Movement Coach) และนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

สิ่งที่พนักงานจะได้
พนักงานรู้วิธีดูแลร่างกายตนเอง และมีพลังในการทำงานมากขึ้นในทุกวัน

เหมาะสำหรับ: โรงงาน, สำนักงาน, ทีมงานที่นั่งโต๊ะนาน

อ่านเพิ่มเติม: Workshop ออกกำลังกาย

 

2. Workshop สุขภาวะทางใจ (Mental Wellbeing)

ชื่อเวิร์กช็อป: “Mindful at Work – พลังใจในวันที่งานหนัก”

จุดเด่น

• เรียนรู้เทคนิคจัดการความเครียดอย่างเข้าใจตนเอง

• ฝึกการอยู่กับปัจจุบันผ่านกิจกรรม Mindfulness และ Self-reflection

• มีนักจิตวิทยาช่วยแนะนำวิธีสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจในทีม

สิ่งที่พนักงานจะได้

พนักงานสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น เครียดน้อยลง และทำงานร่วมกันได้อย่างมีพลัง

เหมาะสำหรับ: ทีมที่เผชิญความเครียดสูง, พนักงาน, และผู้นำทีม

อ่านเพิ่มเติม: Workshop ดูแลจิตใจ

 

 3. Workshop สุขภาวะทางสังคม (Social Wellbeing)

ชื่อเวิร์กช็อป: “Team with Heart – สร้างทีมด้วยพลังใจและความเข้าใจ”

จุดเด่น

• ใช้กิจกรรมสื่อสารเชิงบวก (Positive Communication) และ Empathy Game

• ช่วยให้ทีมเข้าใจกันมากขึ้น ลดความขัดแย้ง และเพิ่มพลังใจร่วมกัน

• เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเสริมความสัมพันธ์หลังวิกฤตหรือเปลี่ยนแปลงทีม

สิ่งที่พนักงานจะได้

ทีมที่เข้าใจ  แข็งแรง และมีพลังร่วมสร้างสิ่งดีในองค์กร

เหมาะสำหรับ: ทุกทีมงานในองค์กร โดยเฉพาะทีมที่ต้องร่วมมือกันบ่อย

อ่านเพิ่มเติม: Workshop ดูแลจิตใจ

 

4. Workshop สุขภาวะทางเศรษฐกิจ (Financial Wellbeing)

ชื่อเวิร์กช็อป: “Happy Money – วางแผนการเงินให้สบายใจ”

จุดเด่น

• สอนวางแผนการเงินส่วนบุคคลอย่างเข้าใจง่าย

• มีนักวางแผนการเงิน (Financial Coach) แนะนำการจัดการหนี้และการออม

• ปรับแนวคิดการใช้เงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต

สิ่งที่พนักงานจะได้

พนักงานลดความกังวลด้านการเงิน มีความมั่นคง และโฟกัสกับงานได้มากขึ้น

เหมาะสำหรับ: พนักงานทั่วไป, HR, หรือทีมบัญชีและการเงิน

อ่านเพิ่มเติม: Workshop การเงิน

        สุขภาวะองค์กร ไม่ใช่เพียงแนวคิดด้านสุขภาพ แต่คือ กลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรที่ยั่งยืนเมื่อพนักงานมีสุขภาพดีทั้งกาย ใจ และสังคม องค์กรก็จะเติบโตด้วยความสมดุลและพลังเชิงบวก การดูแลคน คือการดูแลหัวใจของธุรกิจ
เพราะเมื่อคนในองค์กรมีความสุข องค์กรก็มีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีได้ไม่รู้จบ

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail -พนักงานสุขภาพดี

พนักงานสุขภาพดีได้ในออฟฟิศ กับ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในช่วงฝนตก หรือ อากาศร้อน การจะออกไปข้างนอกก็ลำบาก ได้แต่อยู่ในออฟฟิศเราจะมาดูกันว่าในออฟฟิศสามารถสร้างกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอะไรได้บ้าง เพื่อให้สุขภาพพนักงานที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องออกไปไหนก็สุขภาพดีได้ ไม่ว่าจะจัดคลาสที่มีวิทยากรให้ความรู้แบบออนไลน์หรือไปจัดกิจกรรมถึงที่ทำงาน การมีอาหารสุขภาพคอยซัพพอร์ต หรือบรรยากาศในการทำงานที่ผ่อนคลาย

อ่านต่อ »
MEA-Fatty model-SAKID

WORKSHOP MEA Fatty model

กิจกรรม MEA Fatty model

วันที่ 18 มิถุนายน  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม MEA Fatty model สำหรับผู้ที่มีปัญาไขมันในเลือดสูงและน้ำหนักเกินเกณฑ์ โดยที่ทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ เข้ามาจัดกิจกรรมโดยแบ่งเป็น 4 ฐานที่เชื่อมโยงกับการลดไขมัน คือ ฐานน้ำตาล ที่จะมีเกมให้เล่นและแฝงความรู้เรื่องการเลือกเครื่องดื่มปริมาณน้ำตาลแผงที่อยู่ในอาหาร ฐานไขมัน จะมีเกมให้คิดว่าอาหารอันไหนที่ไขมันมากสุดและน้อยสุดโดยที่จะสอนเรื่องการเลือกใช้น้ำมันประกอบอาหาร ฐานโปรตีนการเลือกกินอาหารส่วนของเนื้อสัตว์ และฐานโซเดียม ที่จะมาให้ความรู้เรื่องอาหารที่กินอยู่ในชีวิตประจำวันว่ามีโซเดียมประมาณเท่าไร และการเลือกกินอย่างถูกต้องให้สมดุลเพื่อที่จะให้ลดไขมันลงได้

อ่านต่อ »
Hycrid Working-SAKID-thumbnail

Hybrid Working โอกาส ความท้าทาย สำหรับองค์กร

หลายปีที่ผ่านมาหลายคนอาจจะได้ยินหรือกำลังมองหางานที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศแต่งานบางประเภทก็ยังจำเป็นที่จะต้องเข้ามาออฟฟิศอยู่ การทำงานแบบ Hybrid Working  เป็นการทำงานคนละครึ่งทางที่เริ่มมีความนิยมมากขึ้นในหลายบริษัทและยังมีการดึงดูดพนักงานในการตัดสินใจร่วมทำงานกับบริษัทอีกด้วย ในยุคที่เทคโนโลยีและการสื่อสารพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หนึ่งในรูปแบบการทำงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบันคือ Hybrid Working Model หรือ รูปแบบการทำงานแบบไฮบริด ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการทำงานในสำนักงานและการทำงานจากระยะไกล (Remote Work) – แนวทางนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังตอบสนองความต้องการของพนักงานในด้านความยืดหยุ่นและสมดุลชีวิตส่วนตัวอีกด้วย

อ่านต่อ »
Brownout-thumbnail-SAKID

รับมือกับ Brownout Syndrome: เคล็ดลับปลุกไฟในการทำงานอีกครั้ง

คุณรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย และสิ้นหวังกับการทำงานอยู่หรือเปล่า? ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้ เพราะอาการแบบนี้คือสัญญาณของภาวะ Brownout Syndrome ที่กำลังคุกคามพนักงานออฟฟิศจำนวนมากในปัจจุบัน หากคุณกำลังต่อสู้กับความเหนื่อยล้า ขาดแรงบันดาลใจ และรู้สึกหมดไฟในการทำงาน บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จัก Brownout Syndrome ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำวิธีรับมือและจุดประกายในการทำงานอีกครั้ง เพื่อเป็นแนวทางดูแลสุขภาพจิตของคนทำงานอย่างเรา

อ่านต่อ »
Cover-Sakid-บางบัวทอง

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »

สุขภาวะองค์กร คืออะไร ช่วยบริษัทได้อย่าไงไร

สุขภาวะองค์กร (Organizational Wellbeing) หมายถึง การที่องค์กรมีระบบและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อสุขภาพของพนักงาน ทั้งทางกาย ใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมการทำงาน โดยมุ่งให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านต่อ »
URL Copied!

ทำไมโรงอาหารพนักงานต้องผ่าน เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร ของกรมอนามัย

      “อาหารกลางวัน” ในโรงงานหรือออฟฟิศ ไม่ได้เป็นเพียงมื้อหนึ่งของวัน แต่คือพลังหลักที่หล่อเลี้ยงสมรรถนะการทำงานของพนักงานทั้งองค์กร โรงอาหารที่ไม่สะอาดหรือจัดการไม่ถูกสุขลักษณะ อาจนำมาซึ่งการระบาดของโรคทางอาหารและการลาป่วยจำนวนมาก

 

      ในทางกลับกัน โรงอาหารที่ผ่าน เกณฑ์สุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัย จะเป็นรากฐานสำคัญของ “องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization)” ที่พนักงานมั่นใจ อิ่มอร่อย และปลอดภัยในทุกวัน

เกณฑ์สุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัยคืออะไร

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กำหนด “เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร” เพื่อเป็นมาตรฐานกลางสำหรับสถานประกอบการด้านอาหารทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงอาหาร หรือโรงครัวในองค์กร เพื่อควบคุมให้ “อาหารที่จำหน่าย”

 

1. สถานที่และสิ่งแวดล้อมต้องสะอาด ปลอดภัย

• พื้น ผนัง และเพดาน ต้องเรียบ ทำความสะอาดง่าย ไม่มีรอยแตกหรือรั่วซึม

• มีการระบายอากาศที่ดี แสงสว่างเพียงพอ

• พื้นที่ครัว แยกจากพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่ทิ้งขยะ

• ไม่มีสัตว์พาหะ เช่น หนู แมลงวัน หรือแมลงสาบ

📌 เหตุผลที่สำคัญ: สภาพแวดล้อมที่สกปรกหรืออับชื้นคือแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่ปนเปื้อนลงสู่อาหารได้โดยตรง

 

2. น้ำสะอาดและระบบจัดการของเสีย

• น้ำที่ใช้ปรุงอาหาร ล้างจาน หรือล้างมือ ต้องเป็น “น้ำสะอาดตามเกณฑ์กรมอนามัย”

• ต้องมีระบบกำจัดน้ำเสียและขยะที่ถูกต้อง เช่น แยกขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล

• ไม่ปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่สาธารณะโดยตรง

📌 เหตุผลที่สำคัญ: น้ำเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคหลักในโรงอาหาร การไม่มีระบบบำบัดอาจทำให้เชื้อโรคสะสมและย้อนกลับสู่ครัวได้

 

3. อุปกรณ์และภาชนะต้องสะอาด แยกประเภทชัดเจน

• อุปกรณ์ประกอบอาหาร เช่น เขียง มีด กระทะ ต้องแยก “ดิบ” และ “สุก” อย่างชัดเจน

• ภาชนะล้างทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

• หลังล้าง ต้องผึ่งให้แห้งในตะแกรงหรือที่คว่ำ ไม่วางบนพื้น

📌 เหตุผลที่สำคัญ: เชื้อโรคจากอาหารดิบ เช่น เนื้อหมูหรือไก่ สามารถปนเปื้อนสู่อาหารที่สุกแล้วได้ (เรียกว่า cross-contamination) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษจำนวนมาก

 

4. ผู้สัมผัสอาหารต้องมีสุขลักษณะที่ดี

• คนทำอาหารต้องใส่หมวกคลุมผม ผ้ากันเปื้อน และเสื้อสะอาด

• ห้ามสวมเครื่องประดับขณะปรุงอาหาร

• ต้องผ่านการอบรมหลักสูตร “ผู้สัมผัสอาหาร” และมีใบรับรองจากสาธารณสุข

• ต้องตรวจสุขภาพประจำปี เช่น ตรวจหาเชื้อก่อโรคทางอาหาร และสุขภาพทั่วไป

📌 เหตุผลที่สำคัญ: พฤติกรรมของคนทำอาหารคือจุดเสี่ยงสูงสุด มือหรือเล็บที่ไม่สะอาดอาจเป็นตัวนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผู้บริโภคได้โดยตรง

 

5. การจัดการอาหารและโภชนาการ

• วัตถุดิบต้องสดใหม่และเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม (เช่น เนื้อสดแช่เย็น ≤5°C)

• ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง และเก็บในภาชนะปิดมิดชิด

• ไม่ใช้วัตถุเจือปนอาหารเกินมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

• จัดเมนูอาหารที่มีสัดส่วนสารอาหารครบถ้วน

📌 เหตุผลที่สำคัญ: นอกจากความสะอาดแล้ว “คุณค่าทางโภชนาการ” ก็เป็นสิ่งที่กรมอนามัยเน้น เพราะอาหารในโรงงานหรือออฟฟิศคือแหล่งพลังงานหลักของพนักงานตลอดวัน

เมื่อผ่านเกณฑ์ จะได้รับอะไรบ้าง?

 

เมื่อโรงอาหารผ่านการตรวจประเมินครบทุกหมวด จะได้รับ “ตรารับรองสุขาภิบาลอาหาร (Food Sanitation Standard)” จากกรมอนามัย ซึ่งสามารถติดหน้าร้านเพื่อแสดงให้เห็นว่า

 

โรงอาหารแห่งนี้ผ่านการตรวจมาตรฐานด้านความสะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ

 

สิ่งนี้ไม่เพียงสร้างความมั่นใจให้พนักงาน แต่ยังช่วยให้องค์กร

• นำไปใช้เป็น หลักฐานในรายงาน ESG/CSR ด้านสุขภาพ

• เพิ่มคะแนนในมาตรฐาน ISO 45001 / Occupational Health & Safety

• ใช้เป็น จุดขายทางภาพลักษณ์ สำหรับลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจ

เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร ไม่ใช่แค่สะอาด แต่คือ “ระบบบริหารจัดการสุขภาพ”

หลายองค์กรเข้าใจผิดว่า “ผ่านเกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร” แปลว่าแค่ทำความสะอาดครัวให้เงา แต่ในความจริงแล้ว เกณฑ์นี้คือ “ระบบบริหารความปลอดภัยทางอาหาร” ที่มีการตรวจสอบเป็นรอบ มีการอบรม และติดตามต่อเนื่อง ซึ่งถ้าทำอย่างต่อเนื่อง จะเกิดผลลัพธ์ 3 ประการใหญ่คือ

 

1.พนักงานสุขภาพดีขึ้น → ประสิทธิภาพงานสูงขึ้น

2.องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการลาป่วย

3.สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

เวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste” โดย SAKID ยกระดับสู่โรงอาหารสุขภาพที่ได้ใบรับรอง

SAKID ร่วมกับนักกำหนดอาหารและกรมอนามัย จัดเวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste & Healthy Canteen” เพื่อให้องค์กรสามารถ

 

• เรียนรู้หลักเกณฑ์การตรวจสุขาภิบาลอาหาร

• ปฏิบัติจริงในการประเมินและปรับปรุงโรงอาหาร

• เตรียมยื่นขอใบรับรอง Clean Food Good Taste

• รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

 

บริการนี้ครอบคลุมทั้งการตรวจประเมินโรงอาหาร, อบรมพนักงานครัว และออกเอกสารรับรองสุขาภิบาลอาหาร เพื่อให้โรงอาหารในองค์กรสามารถผ่านการตรวจได้อย่างมั่นใจ

👉สนใจ WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

 

ทำไมต้องเลือก SAKID เป็นที่ปรึกษาโรงอาหารสุขภาพ

เพราะ SAKID ไม่ได้แค่สอนให้ “สะอาดและอร่อย” แต่เราดูแลครบตั้งแต่ต้นจนถึงการตรวจรับรองจริง

• ตรวจสุขาภิบาลโรงอาหารตามเกณฑ์กรมอนามัย

• อบรมพนักงานครัวโดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

• ออกแบบเมนู Clean Food Good Taste เฉพาะองค์กร

• เตรียมเอกสารยื่นขอใบรับรองพร้อมติดตามผล

📌 สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร/Healthy Canteen / Clean Food Good Taste ปรึกษากับ SAKID 

        การยกระดับโรงอาหารในองค์กรให้ได้มาตรฐาน เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความสะอาดในครัว” แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “วัฒนธรรมสุขภาพที่ดี” ภายในที่ทำงานเมื่ออาหารทุกจานปลอดภัย สดใหม่ และอร่อยอย่างเหมาะสม พนักงานก็จะรู้สึกมั่นใจ มีพลัง และรู้ว่าบริษัทใส่ใจสุขภาพของพวกเขาจริง ๆ นั่นคือพลังเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานให้ดีขึ้นได้ทุกวัน

 

       สนใจทำมาตรฐานโรงอาหาร หรือโรงอาหารสุขภาพ แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • กรมอนามัย. (2565). คู่มือเกณฑ์สุขาภิบาลอาหารสำหรับสถานที่จำหน่ายอาหาร. กระทรวงสาธารณสุข.

  • World Health Organization. (2021). Five Keys to Safer Food Manual. WHO Press.

  • Thai Health Promotion Foundation. (2566). โครงการโรงอาหารสุขภาพดีในสถานประกอบการ.

  • SAKID. (2024). โภชนาการในองค์กร: ดูแลสุขภาพพนักงานผ่านมื้ออาหารที่สมดุล. www.sakid.app/blog/โภชนาการในองค์กร

  •  

บทความที่น่าสนใจ

template our workshop success-Lbeauty

แข่งขันลดน้ำหนักด้วย SAKID กับโครงการ Lbeauty Fit Challenge

สำหรับกิจกรรม Lbeauty Fit Challenge ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ตลอดระยะเวลา พ.ค. – ก.ค. 67 โดยมีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งอาหาร และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกิน จนทำให้การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักลดลงถึง 4%  และรอบเอวลดลงถึง 6 %

อ่านต่อ »
Cover WS สุขภาพดีกับสะกิด

WORKSHOP เริ่มต้นสุขภาพดี กับ SAKID

กิจกรรม  Workshop “คลาสโยคะ”

ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม  2566 – 21 กันยายน 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “คลาสโยคะ ” กันทุกสัปดาห์เป็นสวัสดิการที่เสริมสร้างร่างกายให้แข้งแรง โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬามาเป็นครูสอนโยคะที่จะพาพนักงานบริษัท ROCHE มายืดเหยียดร่างกายให้ผ่อนคลายเมื่อยจากการนั่งทำงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นอีกด้วย

อ่านต่อ »
กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs-SAKID

WORKSHOP กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

กิจกรรม กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 26 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ทาทาสตีล (การผลิต) จ.สระบุรี โดยจะมีกิจกรรมวัดองค์ประกอบร่างกาย และWorkshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -team

12 กิจกรรม สร้างทีมเวิร์คที่ออฟฟิศ

คุณเคยรู้สึกว่าบรรยากาศในที่ทำงานห่างเหิน ขาดพลังของการร่วมมือร่วมใจกันหรือไม่? ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูง การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จขององค์กร กิจกรรม Team Building คือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้วางใจ ความร่วมมือ และการทำงานเป็นทีมอย่างราบรื่น

อ่านต่อ »
Super market tour-SAKID

WORKSHOP ONLINE Supermarket tour กับ นักกำหนดอาหาร

กิจกรรม  “Supermarket Tour”

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “Supermarket Tour”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย นักกำหนดอาหารได้ให้ทิคการอ่านฉลากแบบง่าย การเลือกซื้อวัตถุดิบ และอาหารสด จากตลาด ร้านค้าทั่วไป และ ร้านสะดวกซื้อ 

อ่านต่อ »
Cover-Workshop-เตรียมตัว เตรียมตังค์ก่อนเข้าสู่วัยอิสระ

Workshop “เตรียมตัว เตรียมตังค์ก่อนเข้าสู่วัยอิสระ”

กิจกรรม Workshop “เตรียมตัว เตรียมตังค์ก่อนเข้าสู่วัยอิสระ”

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2566 Sakid ได้จัดกิจกรรม Workshop “เตรียมตัว เตรียมตังค์ก่อนเข้าสู่วัยอิสระ”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค, รพ.กรุงเทพสิริโรจน์ และการไฟฟ้านครหลวง  โดยวิทยากรนักวางแผนการเงิน คุณจิญาดา พฤกษาชลวิทย์ภายในงานผู้เข้าร่วมได้รับวิธีการวางแผนทางการเงินก่อนถึงวัยเกษียณ และได้ทดลองวางแผนสำหรับตัวเองให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์อีกด้วย

อ่านต่อ »
URL Copied!

Clean Food Good Taste กับการทำโรงอาหารสุขภาพในองค์กร

        ถ้าอยากให้พนักงานกินอร่อยแต่ยังสุขภาพดี  Clean Food Good Taste คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับโรงอาหารในองค์กรยุคนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดในครัว แต่คือการยกระดับทั้ง “รสชาติและมาตรฐาน” ไปพร้อมกัน

 

       เมื่อโรงอาหารผ่านเกณฑ์ Clean Food Good Taste พนักงานจะมั่นใจได้ว่า ทุกมื้อที่กินปลอดภัย สดใหม่ และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ผลพลอยได้ที่เห็นชัดคือ พนักงานมีแรง มีสมาธิ และมีความสุขกับการกินมากขึ้น ส่วนองค์กรเองก็ได้โรงอาหารที่ดูดี มีมาตรฐาน และพร้อมยื่นขอใบรับรองจากกรมอนามัยได้อย่างภาคภูมิใจ

หลักเกณฑ์ Clean Food Good Taste คืออะไร

“Clean Food Good Taste” หรือชื่อไทยเต็ม ๆ คือ “อาหารสะอาด รสชาติดี”
เป็นมาตรฐานจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ใช้ประเมินคุณภาพร้านอาหารและโรงอาหารทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ผู้บริโภคได้รับอาหารที่ ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และมีรสชาติอร่อยพอดีปาก

ผลวิจัยของกรมอนามัยระบุว่า โรงอาหารที่ผ่านเกณฑ์ Clean Food Good Taste สามารถลดความเสี่ยงโรคทางเดินอาหารในพนักงานได้ถึง 35% และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมในระยะยาว

 

1. สุขาภิบาลอาหาร (Food Sanitation)

หัวใจของมาตรฐาน Clean Food Good Taste คือ “การจัดการสุขาภิบาลที่ดี”
ครัวต้องสะอาด ปลอดเชื้อ และมีการจัดการขยะอย่างถูกวิธี รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบต้องไม่เอื้อต่อการปนเปื้อน

 

ตัวอย่างเกณฑ์สุขาภิบาลที่กรมอนามัยใช้ตรวจ

• มีอ่างล้างมือและสบู่เพียงพอ แยกจากบริเวณล้างจาน

• มีระบบระบายน้ำเสียที่ไม่ไหลย้อนกลับ

• ไม่มีแมลงหรือสัตว์นำโรค เช่น หนู แมลงวัน

• อุปกรณ์ทำอาหารทำจากวัสดุที่ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดได้ง่าย

เป้าหมาย: ให้ทุกจานที่เสิร์ฟ “ปลอดภัยตั้งแต่เตา จนถึงโต๊ะอาหาร”

 

2.วัตถุดิบสะอาด ปลอดภัย และตรวจสอบได้

วัตถุดิบคือจุดเริ่มต้นของอาหารที่ดี ทุกอย่างต้องมาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน เช่น ผักผลไม้ต้องปลอดสารตกค้าง เนื้อสัตว์ต้องสดใหม่ ไม่มีกลิ่นหรือสีผิดปกติ

 

แนวทางที่โรงอาหารควรทำ

• ตรวจสอบแหล่งซื้อวัตถุดิบ มีใบรับรอง GAP หรือใบรับรองมาตรฐานอื่น ๆ

• แยกวัตถุดิบดิบ–สุก ระหว่างขนส่งและจัดเก็บ

• เก็บอาหารแช่เย็นในอุณหภูมิไม่เกิน 5°C และอาหารร้อนมากกว่า 60°C

เป้าหมาย: ป้องกันการปนเปื้อนก่อนถึงขั้นตอนปรุง

 

3. การปรุงและการจัดเก็บที่ถูกหลัก

พนักงานครัวทุกคนควรผ่านการอบรม “หลักสุขาภิบาลอาหาร” จากหน่วยงานที่กรมอนามัยรับรอง เพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติที่ปลอดภัยระหว่างการปรุงและบริการ

 

เกณฑ์สำคัญที่ตรวจ

• ผู้ปรุงอาหารสวมหมวกคลุมผมและผ้ากันเปื้อนตลอดเวลา

•  ไม่สัมผัสอาหารด้วยมือเปล่า ใช้ที่คีบหรือถุงมือ

• มีการล้างมือก่อน–หลังจับอาหาร

• แยกอุปกรณ์ปรุงอาหารดิบและอาหารสุก เช่น เขียงและมีด

• อาหารที่ปรุงเสร็จต้องไม่วางทิ้งเกิน 4 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ

เป้าหมาย: ลดความเสี่ยงของเชื้อโรคในอาหารที่อาจเกิดจากการปรุงไม่ถูกสุขลักษณะ

 

4. การบริการและสถานที่รับประทาน

โรงอาหารที่ดีไม่ได้จบแค่ในครัว แต่ต้องให้พนักงานกินในพื้นที่ที่ “สะอาด สบายตา และสุขลักษณะดี” ด้วย

 

แนวทางตามเกณฑ์กรมอนามัย

• โต๊ะอาหารและเก้าอี้ต้องสะอาด ไม่มีคราบน้ำมันหรือเศษอาหาร

• พื้นห้องอาหารไม่ลื่น ไม่มีน้ำขัง

• มีถังขยะพร้อมฝาปิด และแยกประเภทขยะ

• มีระบบล้างจานที่ใช้น้ำร้อนหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

• มีจุดล้างมือพร้อมสบู่สำหรับผู้บริโภค

เป้าหมาย: ให้ทุกมื้อของพนักงานสะอาดตั้งแต่จานจนถึงบรรยากาศรอบตัว

 

5. รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ

“Clean Food” ต้องคู่กับ “Good Taste”
ซึ่งหมายถึงการปรุงอาหารที่มีรสกลมกล่อมโดยไม่ใช้เครื่องปรุงเกินจำเป็น และยังคงคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน

 

แนวทางที่กรมอนามัยแนะนำ

• ใช้น้ำมันพืชชนิดดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง

• ลดการใช้ผงชูรสและน้ำตาล

• มีเมนูผักหรือโปรตีนไขมันต่ำในทุกวัน

• มีการคำนวณสารอาหารเบื้องต้น เช่น ปริมาณพลังงานและโซเดียม

เป้าหมาย: ให้พนักงานได้ “อร่อยแบบสุขภาพดี” ไม่จืดชืด แต่ไม่เกินพอดี

 

โรงอาหารสุขภาพในองค์กร: จากแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง

หลายองค์กรยังคิดว่า “โรงอาหารสุขภาพ” คือเรื่องของงบประมาณสูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การยกระดับโรงอาหารให้ได้ใบรับรอง Clean Food Good Taste สามารถทำได้ผ่านขั้นตอน 3 ระดับดังนี้

ขั้นตอนรายละเอียดตัวชี้วัด
1. ตรวจสุขาภิบาลเบื้องต้นตรวจสภาพครัว อุปกรณ์ และพื้นที่ปรุงอาหาร เพื่อประเมินตามหลักสุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัยผ่านเกณฑ์กรมอนามัย ≥ 80%
2. อบรมพนักงานครัวเข้าร่วมหลักสูตร “สุขาภิบาลอาหารและการปรุงอาหารปลอดภัย” โดยนักกำหนดอาหารและผู้เชี่ยวชาญจาก SAKIDพนักงานผ่านการประเมินหลังอบรม
3. พัฒนาเมนู Clean Food Good Tasteออกแบบเมนูอาหารสะอาด รสชาติดี ที่เหมาะกับพนักงานในองค์กร โดยนักกำหนดอาหารของ SAKIDเมนูผ่านการรับรองโภชนาการครบถ้วน

ประโยชน์ของการทำ Clean Food Good Taste ในองค์กร

 

1.พนักงานมั่นใจในความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร
ลดความเสี่ยงจากอาหารปนเปื้อน และสร้างความสบายใจทุกมื้อที่กินในโรงอาหาร

 

2.ส่งเสริมสุขภาพและพลังงานที่ดีของพนักงาน
อาหารสะอาด รสชาติดี ช่วยให้ร่างกายพร้อมทำงาน ลดอาการอ่อนล้าระหว่างวัน

 

3.ยกระดับมาตรฐานโรงอาหารให้น่าเชื่อถือและเป็นระบบ
มีแนวทางสุขาภิบาลที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และสอดคล้องตามเกณฑ์กรมอนามัย

 

4.สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ
โรงอาหารสุขภาพเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรที่ห่วงใยคนของตัวเอง และให้คุณค่ากับคุณภาพชีวิต

 

5.เสริมภาพลักษณ์องค์กรสุขภาพดี (Healthy Workplace)
ช่วยให้องค์กรโดดเด่นในสายตาพนักงาน คู่ค้า และสังคม ในฐานะองค์กรที่ใส่ใจความเป็นอยู่ของทุกคน

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

เวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste” โดย SAKID ยกระดับสู่โรงอาหารสุขภาพที่ได้ใบรับรอง

 

SAKID ร่วมกับนักกำหนดอาหารและกรมอนามัย จัดเวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste & Healthy Canteen” เพื่อให้องค์กรสามารถ

 

• เรียนรู้หลักเกณฑ์การตรวจสุขาภิบาลอาหาร

• ปฏิบัติจริงในการประเมินและปรับปรุงโรงอาหาร

• เตรียมยื่นขอใบรับรอง Clean Food Good Taste

• รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

บริการนี้ครอบคลุมทั้งการตรวจประเมินโรงอาหาร, อบรมพนักงานครัว และออกเอกสารรับรองสุขาภิบาลอาหาร เพื่อให้โรงอาหารในองค์กรสามารถผ่านการตรวจได้อย่างมั่นใจ

👉สนใจ WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

 

ทำไมต้องเลือก SAKID เป็นที่ปรึกษาโรงอาหารสุขภาพ

เพราะ SAKID ไม่ได้แค่สอนให้ “สะอาดและอร่อย” แต่เราดูแลครบตั้งแต่ต้นจนถึงการตรวจรับรองจริง

• ตรวจสุขาภิบาลโรงอาหารตามเกณฑ์กรมอนามัย

• อบรมพนักงานครัวโดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

• ออกแบบเมนู Clean Food Good Taste เฉพาะองค์กร

• เตรียมเอกสารยื่นขอใบรับรองพร้อมติดตามผล

📌 สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Healthy Canteen / Clean Food Good Taste ปรึกษากับ SAKID 

        การยกระดับโรงอาหารในองค์กรให้ได้มาตรฐาน Clean Food Good Taste ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความสะอาดในครัว” แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “วัฒนธรรมสุขภาพที่ดี” ภายในที่ทำงานเมื่ออาหารทุกจานปลอดภัย สดใหม่ และอร่อยอย่างเหมาะสม พนักงานก็จะรู้สึกมั่นใจ มีพลัง และรู้ว่าบริษัทใส่ใจสุขภาพของพวกเขาจริง ๆ นั่นคือพลังเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานให้ดีขึ้นได้ทุกวัน

       สนใจทำมาตรฐานโรงอาหาร หรือโรงอาหารสุขภาพ แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • กรมอนามัย. (2566). โครงการอาหารสะอาด รสชาติดี (Clean Food Good Taste).

  • World Health Organization. (2023). Food Safety Guidelines for Workplace Canteens.

  • SAKID Team. (2024). Healthy Canteen and Workplace Wellness Framework.

  • กระทรวงสาธารณสุข. (2565). คู่มือสุขาภิบาลอาหารในสถานประกอบการ.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

Cover-Pmat-2023-Sakid

HR tech Thailand 2023

กิจกรรมออกบูธ HR tech Thailand 2023

วันที่ 14-15 มิถุนายน 25656 SAKID  ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพลิเคชั่น “สะกิด” ในงาน HR Tech เพื่อแนะนำให้รู้จักกับแอพว่าใช้ออกแบบกิจกรรมสุขภาพอย่างไร และเปิดให้ทดลองใช้ ฟรี 7 วัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับองค์กรที่ถ่ายรูปคู่น้องสะกิดลุ้นรับ Workshop นักกำหนดอาหารฟรี 1ชม. ได้ทั้งความรู้สุขภาพและภารกิจสุขภาพดีสนุก ๆ จาก สะกิดกันได้เลย

อ่านต่อ »
Cover Workshop Burnout Kobayashi-SAKID

Workshop Burnout @Kobayashi

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop  Burnout ที่บริษัทโคบายาชิ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูดคุยและให้ความรู้ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ เคล็ดลับการจัดการความเครียดและการสื่อสารต่อเพื่อนร่วมงาน เทคนิคการจัดการความเครียดเรื่องการจัดการภาระงาน วิธีปรับตัวเมื่อเจอปัญหาการคิดบวก

อ่านต่อ »
Super market tour-SAKID

WORKSHOP ONLINE Supermarket tour กับ นักกำหนดอาหาร

กิจกรรม  “Supermarket Tour”

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “Supermarket Tour”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย นักกำหนดอาหารได้ให้ทิคการอ่านฉลากแบบง่าย การเลือกซื้อวัตถุดิบ และอาหารสด จากตลาด ร้านค้าทั่วไป และ ร้านสะดวกซื้อ 

อ่านต่อ »
Health talk NCDs-SAKID

Health talk กินอยู่ อย่างไร ห่างไกล NCDs

Health talk กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 30 เมษายน  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์  Workshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
ไอเดียจัด team building Online -Sakid thumbnail

รีวิว ไอเดียจัด team building Online ที่ได้สุขภาพและกิจกรรมร่วมกัน

ในยุคที่การทำงานผสมผสานระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ (Hybrid Work) ได้กลายเป็นเรื่องปกติ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและดูแลสุขภาพไปพร้อมกันถือเป็นโจทย์ท้าทายของ HR และผู้บริหาร การจัด team building ออนไลน์ จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างทั้ง ความผูกพัน (Engagement) และ สุขภาวะที่ดี (Well-being) ให้กับคนทำงาน

อ่านต่อ »
ตรวจสุขภาพประจำปี-พนักงาน-Sakid

ตรวจสุขภาพประจำปี พนักงาน สร้างกิจกรรม

ตรวจสุขภาพประจำปี สวัสดิการพนักงานบริษัทที่ทำการตรวจกันทุกปี แล้วพนักงานก็จะได้ผลตรวจสุขภาพรายบุคคนกันไป บางคนผลออกมาปกติดี บางคนก็ประสบปัญหาสุขภาพตามอายุและพฤติกรรมแบบกลุ่มกัน ไม่ว่าจะทางร่างกายและทางจิตใจ ซึ่งพนักงานแต่ละคนก็จะมีวิธีการดูแลตัวเองต่างกันไป ถ้าในบริษัทเจอปัญหาสุขภาพของพนักงานหลายคน หรือเจอปัญหาเสี่ยงโรคสุขภาพแบบกลุ่ม ทำให้มีการ ลาป่วย  งานนี้จึงมาตกอยู่ที่ HR ที่จะต้องมาดูแลพนักงานหลายสิบหรือร้อยคน เพื่อให้บริษัทได้มีพนักงานที่สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสามารถช่วยให้ความรู้แบบกลุ่ม ซึ่งสามารถประหยัดเวลา และ ให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจการดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น

อ่านต่อ »
URL Copied!

สร้าง Employee Wellbeing อย่างไร ให้พนักงานสุขภาพดี

       Employee Wellbeing หรือ “สุขภาวะพนักงาน” หมายถึง สภาวะที่พนักงานมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “สุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ”

 

       บทความนี้อยากชวนทุกคน โดยเฉพาะ HR และผู้บริหาร มาทำความเข้าใจว่า Employee Wellbeing หรือสุขภาวะพนักงานคืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับองค์กร และจะเริ่มสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดูแลกันมากขึ้นได้อย่างไร พร้อมแชร์ไอเดียกิจกรรมและแนวทางที่ทำได้จริงในทุกองค์กร

4 มิติสุขภาวะพนักงานที่องค์กรไม่ควรมองข้าม

 

1. Physical Wellbeing – สุขภาพกายที่แข็งแรง
พนักงานที่มีสุขภาพร่างกายดีจะมีพลังในการทำงานมากกว่า HR สามารถเริ่มจากกิจกรรมง่าย ๆ เช่น

• จัดโปรแกรม “อาหารสุขภาพในที่ทำงาน” โดยนักกำหนดอาหาร

• มีช่วง “Active Break” ให้พนักงานลุกยืดเส้นยืดสายทุกวัน

• ใช้แอปติดตามพฤติกรรมสุขภาพ เช่น SAKID เพื่อช่วยให้พนักงานเห็นพฤติกรรมสุขภาพของตัวเอง

อ่านต่อ: Workplace Wellness Program คืออะไร สร้างสถานที่ทำงานให้ดีต่อใจ

 

2. Mental Wellbeing – สุขภาพใจที่สมดุล
สุขภาพจิตของพนักงานมีผลโดยตรงต่อคุณภาพงาน การมีพื้นที่ให้พนักงานได้ระบายความเครียดและพูดคุยอย่างปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เช่น

• มีโปรแกรม EAP (Employee Assistance Program) ให้คำปรึกษาจากนักจิตวิทยา

• จัด Workshop mindfulness หรือ “คลายเครียดในที่ทำงาน”

• สนับสนุนวัฒนธรรม “เปิดใจพูดคุย” และ Feedback ที่สร้างสรรค์

อ่านต่อ: EAP คืออะไร เครื่องมือช่วยสุขภาพใจพนักงานในองค์กร

 

3. Social Wellbeing – ความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมในองค์กร
พนักงานที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานจะมีแรงจูงใจและความสุขมากขึ้น
องค์กรสามารถส่งเสริมได้ด้วยการ:

• จัดกิจกรรม Team Building หรือ Healthy Challenge

• ใช้ระบบ “สะกิดแก๊ง” ของ SAKID เพื่อสร้างกลุ่มเพื่อนดูแลสุขภาพร่วมกัน

• ส่งเสริมบรรยากาศทำงานแบบเปิดกว้างและไม่แบ่งชนชั้น

อ่านต่อ: Employee Engagement เทคนิคสานสัมพันธ์พนักงานและองค์กร

 

4. Career & Financial Wellbeing – สุขภาวะด้านอาชีพและการเงิน
เมื่อพนักงานรู้สึกมั่นคงและมีโอกาสเติบโตในงาน พวกเขาจะทุ่มเทกับองค์กรอย่างเต็มที่ HR สามารถช่วยได้โดย:

• จัดอบรมพัฒนาทักษะ (Skill Champion Program)

• สนับสนุนให้พนักงานวางแผนการเงินระยะยาว

• กำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน

สุขภาพองค์รวม-SAKID

เปลี่ยนการดูแลสุขภาพให้กลายเป็นวัฒนธรรมของทีม

หลายองค์กรเริ่มมีกิจกรรมดูแลสุขภาพอยู่แล้ว เช่น ตรวจสุขภาพประจำปีหรือจัดออกกำลังกายเป็นครั้งคราว แต่สิ่งที่ทำให้ Employee Wellbeing เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนจริง ๆ ไม่ใช่ “กิจกรรมครั้งเดียว” — มันคือการทำให้ “สุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการทำงาน

 

สิ่งที่ HR และหัวหน้างานสามารถเริ่มทำได้คือ

 

• เริ่มจากผู้นำก่อน
เมื่อหัวหน้าทีมหรือผู้บริหารแสดงให้เห็นว่าเรื่องสุขภาพสำคัญ เช่น ออกกำลังกายด้วยกัน เข้าร่วมกิจกรรมสุขภาพ หรือพูดถึงความเครียดได้อย่างเปิดใจ พนักงานก็จะรู้สึกว่าการดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องไกลตัว

 

• สร้างพื้นที่ให้พูดคุยได้อย่างปลอดภัย
พนักงานหลายคนไม่กล้าแชร์ว่ากำลังเหนื่อย หรือเครียดกับงาน เพราะกลัวถูกมองว่าไม่แข็งแกร่ง การมีพื้นที่พูดคุยที่ไม่ตัดสิน เช่น กล่องข้อความนิรนาม หรือวงพูดคุยสบาย ๆ เดือนละครั้ง จะช่วยให้พนักงานรู้ว่าพวกเขาไม่ต้องรับมือคนเดียว

 

• สอดแทรกสุขภาพในชีวิตประจำวัน
ไม่ต้องรอให้ถึงกิจกรรมใหญ่ ก็สามารถใส่ความใส่ใจเล็ก ๆ ได้ เช่น มีผลไม้สดในห้องพักพนักงาน ตั้งช่วง “ยืดเส้น 5 นาที” ในแต่ละวัน หรือส่งข้อความให้กำลังใจผ่านช่องทางภายในองค์กร

 

• ชื่นชมและให้รางวัลกับพฤติกรรมสุขภาพดี
แทนที่จะให้รางวัลเฉพาะยอดขาย ลองเพิ่มการชื่นชมคนที่ดูแลสุขภาพดีหรือชวนทีมออกกำลังกาย เพราะการได้รับการยอมรับจะช่วยให้พนักงานรู้ว่าการดูแลตัวเองก็มีคุณค่าไม่แพ้การทำงานหนัก

 

เมื่อองค์กรเริ่มมองสุขภาพเป็นเรื่องของ “ทีม” ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของใครคนหนึ่ง Employee Wellbeing ก็จะค่อย ๆ กลายเป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนร่วมโดยธรรมชาติ

ตัวอย่างกิจกรรมและแนวทางวัดผล Employee Wellbeing

การสร้าง Employee Wellbeing ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ต่อเนื่องและวัดผลได้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ HR และผู้บริหารเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสุขภาพและความสุขของพนักงานได้จริง

 

ตัวอย่างกิจกรรมที่องค์กรสามารถนำไปใช้ ได้แก่

 

• กิจกรรม Healthy Challenge
ส่งเสริมให้พนักงานลุกขึ้นมาเคลื่อนไหว เช่น เดินให้ครบ 10,000 ก้าวต่อวัน หรือแข่งออกกำลังกายภายในทีม เพื่อสร้างแรงจูงใจและความสัมพันธ์ที่ดีในทีม

 

• Workshop “อาหารสุขภาพในที่ทำงาน”
จัดเวิร์กช็อปสั้น ๆ ที่สอนหลักโภชนาการง่าย ๆ จากนักกำหนดอาหาร ช่วยให้พนักงานเข้าใจการเลือกอาหารในแต่ละวัน และเริ่มปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมกับงานที่ทำ

 

• EAP Consultation หรือการให้คำปรึกษาสุขภาพจิต
เปิดช่องทางให้พนักงานได้พูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือโค้ชสุขภาพ เพื่อระบายความเครียดและจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม องค์กรที่มีบริการลักษณะนี้มักพบว่าผลผลิตงานและความพึงพอใจของพนักงานเพิ่มขึ้น

 

• แบบสำรวจความสุขพนักงาน (Happiness Survey)
HR สามารถใช้แบบสอบถามประเมินระดับความสุข ความเครียด และแรงจูงใจของพนักงานเป็นระยะ เพื่อใช้ข้อมูลมาปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรให้ตอบโจทย์มากขึ้น

 

สำหรับแนวทางวัดผล ควรดูทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เช่น การสังเกตการขาดงานที่ลดลง ผลงานที่ดีขึ้น หรือบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตรขึ้น รวมถึงฟีดแบ็กจากพนักงานโดยตรงว่ารู้สึกมีพลังและมีความสุขในการทำงานมากขึ้นหรือไม่

Checklist Employee Wellbeing

✅ ประเมินสุขภาพและความเครียดพนักงานผ่านแบบสำรวจ
✅ จัดตั้งทีมดูแล Workplace Wellness โดยเฉพาะ
✅ ออกแบบกิจกรรมให้ครอบคลุม 4 มิติ
✅ ตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัด (KPI)
✅ ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีติดตามผล เช่น SAKID 
✅ สื่อสารต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานเห็นว่าการดูแลสุขภาพคือวัฒนธรรมองค์กร

       การสร้าง Employee Wellbeing ไม่ได้หมายถึงการจัดกิจกรรมสุขภาพให้พนักงานเพียงไม่กี่ครั้ง แต่คือการทำให้ “การดูแลสุขภาพ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานในทุกวัน

 

        เมื่อองค์กรใส่ใจสุขภาวะของพนักงานอย่างจริงจัง ตั้งแต่การออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีพื้นที่ให้พักใจ ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนกันและกัน พนักงานก็จะรู้สึกมีพลัง มีแรงบันดาลใจ และพร้อมจะเติบโตไปกับองค์กรอย่างมีความสุข

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Deloitte Insights. (2022). Workplace well-being: How to build a culture of care. Deloitte Development LLC.

  • Harvard Business Review. (2023). How leaders can build a culture of well-being. Harvard Business Publishing.

  • Sakid.app. (2025). Workplace Wellness Workshop. Retrieved from https://www.sakid.app/workshop

  • Society for Human Resource Management. (2024). Creating a culture of wellbeing at work. SHRM Research Report.

  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2566). แนวทางการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ (Healthy Organization Blueprint). กรุงเทพฯ: สสส.

  • World Health Organization. (2023). Workplace health promotion and wellbeing. World Health Organization.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

รับออกแบบ เมนูอาหารพนักงานโรงงาน ให้สุขภาพดี Healthy canteen

พนักงานโรงงานส่วนใหญ่ใช้เวลาในโรงงานวันละ 8–12 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่า มื้อหลักเกือบทั้งหมดของพวกเขามาจากโรงอาหารโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน หรือแม้แต่เย็นในกรณีที่ทำโอที การมีเมนูที่สมดุลจึงเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและพลังงานของพนักงาน

อ่านต่อ »
template our workshop success-Lbeauty

แข่งขันลดน้ำหนักด้วย SAKID กับโครงการ Lbeauty Fit Challenge

สำหรับกิจกรรม Lbeauty Fit Challenge ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ตลอดระยะเวลา พ.ค. – ก.ค. 67 โดยมีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งอาหาร และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกิน จนทำให้การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักลดลงถึง 4%  และรอบเอวลดลงถึง 6 %

อ่านต่อ »
Sakid -Csr พนักงานออกกำลังกาย

CSR กับ SAKID พนักงานได้ออกกำลังกายและช่วยเหลือสังคมได้ด้วย

  การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้กับพนักงานโดยการนำ CSR มารวมกันด้วย เป็นหนึ่งในไอเดียในการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงานในบริษัทและยังมีกิจกรรมในการทำสิ่งที่มีประโยชน์คืนสู่สังคมอีกด้วย เป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์เป็นอย่างมากนอกจากสุขภาพพนักงานดีขึ้นด้วยกิจกรรมส่งเสริม Productivity และยังมีกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม

อ่านต่อ »

ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ

ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ

เมื่อฤดูประเมินมาถึง…บอสหลายคนอาจรู้สึกว่าการต้องวิจารณ์หรือพูดถึงข้อดีข้อเสียต่อหน้าคนๆ นั้นตรงๆ…เป็นเรื่องน่าอึดอัด  ส่วนในมุมมองของตัวผู้ถูกประเมินเอง  เมื่อต้องมาฟังข้อเสียหรือเรื่องแย่ๆ ของตน…บางคนก็รู้สึกมีอารมณ์  ไม่ว่าจะผิดหวัง เศร้าเสียใจ หรือโกรธ  นั่นทำให้พวกเขาพูดจาหรือแสดงท่าทีปกป้องตนเองในแบบต่างๆ  แถมไม่ใช่แค่ตอนพูดคุยประเมินกันเท่านั้น  หลังจากนั้นบางคนยังอาจแสดงความไม่พอใจหรือต่อต้านองค์กร ตั้งแต่มาทำงานสาย หยุดงาน จนไปถึงแสดงความก้าวร้าว  พลอยทำให้องค์กรและผู้ร่วมงานอึดอัดและเสียหายไปด้วย…เป็นเรื่องน่าลำบากใจใช่ไหม

อ่านต่อ »
Cover-sakid-บางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางนา ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »
คอร์สเรียน กับ นักกำหนดอาหาร-SAKID

คอร์สเรียน อัพความรู้ความเข้าใจการดูแลสุขภาพ กับ นักกำหนดอาหาร

 เรียนรู้สุขภาพดีเรื่องอาหาร ไม่ว่าจะลดน้ำหนัก กินยังไงให้สุขภาพดี เทคนิคการกินเติมความสวย สามารถเรียนรู้ได้ง่ายๆ ผ่านแพลตฟอร์มของConiverse ที่ช่วยให้พนักงานสามารถอัปเดตความรู้และทักษะ ทำให้การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลานอกจากเรื่องการดูแลสุขภาพแล้วยังมีเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะการสอนใช้โปรแกรมต่างๆ ภาษา การลงทุน การวิเคราะห์การตลาด เรื่องที่ถูกคัดมาแล้วว่าจะสามารถเสริมความรู้ให้กับพนักงานสายต่างๆได้ผ่านผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาวิชา

อ่านต่อ »