จัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์ -Sakid head
URL Copied!

การจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์

        ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การทำงานในออฟฟิศกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนในสังคม ความสะดวกสบายที่เข้ามาแทนที่ ทำให้เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนท่าทาง กลายเป็นต้องทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง ท่าเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานในบริษัท หรือองค์กร ผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บทางกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยเรียกรวมๆว่า ออฟฟิศซินโดรม (OFFICE SYNDROME) แต่รู้หรือไม่ว่า ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่โรค ออฟฟิศซินโดรมเป็นแค่คำนิยาม ในการเรียกรวมกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนทำงานสำนักงาน โดยอาการที่เกิดขึ้น มักจะเป็นอาการปวดบริเวณคอและบ่า ปวดหลังส่วนบนและสะบัก ปวดหลังส่วนล่าง ปวดข้อมือ ข้อศอก รวมไปถึงอาการปวดล้าสายตาหรือปวดศีรษะ เพราะอาการทั้งหมดนี้ได้สร้างความลำบากและผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว

อาการแสดง และ สาเหตุการเกิด

 

อาการแสดง ได้แก่ อาการปวดตึงที่กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเส้นประสาท มีจุดที่กดแล้วทำให้เกิดอาการปวดหรือแผ่ปวดไปยังบริเวณอื่น มีอาการปวดที่คงที่หรือเป็นๆ หายๆ ไม่ค่อยสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย จากหลากหลายทฤษฎีที่มีการศึกษากันมา พบว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการหดตัวของกล้ามเนื้อที่อยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง โดยหดตัวแบบคงที่ (Static) ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบจากใยกล้ามเนื้อแบบ type I หดตัวติดต่อกันเป็นเวลานาน (Overload) จนเกิดความเมื่อยล้าและบาดเจ็บ ร่างกายจึงไปกระตุ้นใยกล้ามเนื้อแบบ type II เข้ามาทำงานแทน ก่อให้เกิดการสะสมของแคลเซียมไอออน (Ca2+) เป็นจำนวนมากไปสะสมอยู่ตามเซลล์กล้ามเนื้อ ร่างกายเกิดเสียสภาวะสมดุล โปรตีนในเซลล์กล้ามเนื้อถูกย่อยสลายมากขึ้น กระบวนการอักเสบในร่างกายถูกกระตุ้น กล้ามเนื้อเกิดภาวะเมื่อยล้า ฟื้นตัวช้า จนกลายเป็นการเจ็บปวดเรื้อรัง

 

ในกรณีที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง หรือมีความรู้สึกชาร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ นักกายภาพบำบัด หรือแพทย์ทางเลือก เพื่อเข้ารับการ ตรวจประเมิน วิเคราะห์หาสาเหตุของอาการ เพื่อรักษาตามอาการและลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น แต่หากเป็นกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมการป้องกันเบื้องต้น อาทิ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง การยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความตึงตัว รวมถึงการจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomic) นั้นกลับเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยเริ่มที่ตนเอง

วิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรม โดยการจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์

 

สามารถกล่าวได้ว่า การจัดโต๊ะทำงานตามหลักการยศาสตร์ เป็นหนึ่งในปัจจัยภายนอกอันสำคัญ ที่ช่วยลดการเกิดภาวะความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเมื่อยในระยะยาว ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำ เพราะการทำงานในท่าทางที่สบายและปรับให้ถูกต้องนั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างดี โดยเราสามารถเริ่มจัดโต๊ะทำงาน ได้ง่ายๆ ดังนี้

 

1.เก้าอี้นั่งทำงาน

ควรใช้เก้าอี้ที่มีพนักพิง มีที่พักแขนที่ปรับได้ ที่สามารถปรับพนักพิงให้รองรับกับส่วนโค้งของหลังและปรับที่พักแขนให้รองรับไปกับการวางแขน ปรับความสูงของเก้าอี้ให้เหมาะสม เข่างอทำมุม 90 องศา โดยที่เท้าทั้งสองข้างสามารถวางราบกับพื้น กรณีเก้าอี้ไม่สามารถปรับความสูงได้ ให้หาเก้าอี้เตี้ย ที่รองเท้า หรือดัดแปลงนำกล่องแฟ้มที่ไม่ใช้งานแล้วมารองใต้เท้า

ตัวอย่างเก้าอี้นั่งทำงานที่ดีตามหลักการยศาสตร์

เก้าอี้ทำงานที่ดี-SAKID

 

1.1 เก้าอี้สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ (Height Adjustment)

1.2 เก้าอี้สามารถปรับเอนหลังและปรับกลับมาตั้งตรงได้ (Tilt with Adjustable)

1.3 พนักพิงหลังสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ (Back Adjustment)

1.4 เบาะรองนั่งสามารถปรับเลื่อนความตื้น-ลึก ได้ (Seat Pan Depth Adjustment)

1.5 ที่วางแขนสามารถปรับสูง-ต่ำ เพื่อรองรับระดับแขนได้ (Armrest Adjustment)

1.6 ที่พักศีรษะสามารถปรับสูง-ต่ำ-เอียง ได้ (Headrest Adjustment)

2.โต๊ะทำงาน

โต๊ะทำงานที่ควรเลือกใช้ ควรเป็นโต๊ะที่มีความสูงพอดี สามารถวางจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา สามารถวางแขนและข้อมือได้ เมื่อวางแขนบนโต๊ะ ศอกจะทำมุมประมาณ 90 องศากับแนวระนาบ หรือโต๊ะทำงานไฟฟ้าปรับระดับความสูงได้

 

โต๊ะทำงาน-SAKID

3.จอคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ด และ เมาส์

ควรใช้จอคอมพิวเตอร์ชนิดตั้งโต๊ะ หากใช้โน๊ตบุ๊คควรจัดวางบนแท่นวางโน๊ตบุ๊ค หรือต่อจอแยก โดยหน้าจอควรอยู่ห่างจากตาประมาณ 20-30 นิ้ว หรือห่างประมาณ 1 ช่วงแขนของผู้ใช้งาน มีคีย์บอร์ดแยก และเมาส์วางในตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวก โดยที่ข้อมืออยู่ในท่าทางที่เป็นธรรมชาติไม่กระดกงอน้อยหรือมากเกินไป กรณีที่โต๊ะวางไม่ได้ระดับให้ใช้แผ่นรองใต้ข้อมือ

 

โต๊ะทำงานภาพรวม-SAKID

4.อุปกรณ์อื่นๆ

อุปกรณ์ที่ใช้งานบ่อย เช่น โทรศัพท์ ปากกา และเอกสาร ควรวางใกล้มือ ไม่ให้ต้องยืดหรือเอื้อมเกินไป หรือใช้แท่นวางเอกสารจัดวางชุดเอกสาร เพื่อให้เอกสารอยู่ในระดับสายตา ลดการก้มเงยคอและศีรษะที่มากเกินไป

          เพื่อปิดสวิตช์วงจรที่จะทำให้เกิด “กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม” นอกจากการปรับสภาพแวดล้อม และท่าทางการทำงานให้เหมาะสมแล้ว สำคัญกว่านั้นควรหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยไม่ขยับตัว โดยควรที่จะลุกเปลี่ยนอิริยาบท หรือปรับเปลี่ยนท่าทาง ทุกๆ 1-2 ชั่วโมง อาทิเช่น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อการผ่อนคลายในท่านั่ง หรือ ลุกขึ้นยืน เดิน หรือขยับตัวด้วยแข่งขันก้าวเดิน จากนั้นใช้ SAKID application หรือเข้า Workshop จากนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยประเมินการยศาสตร์เป็นรายบุคคล วิเคราะห์ท่าทางวิธีการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน แนะนำการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานและการจัดท่าทางให้เหมาะสมขณะทำงาน ปรับง่ายๆจากตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

บทความที่น่าสนใจ

Cover-sakid-บางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตบางเขน ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »

รีวิว 3 ไอเดียจัด เวิร์คช็อปบริษัท ให้ได้ความรู้

ในยุคที่องค์กรต้องการมากกว่า “การอบรมเชิงทฤษฎี” การจัด เวิร์คช็อปบริษัท จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ HRD และผู้บริหารนิยม เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาความรู้แล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วม กระตุ้นให้พนักงานได้ลงมือทำจริง และเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม

อ่านต่อ »
WS-แยกไม่ยาก-SAKID

WORKSHOP แยกไม่ยาก

กิจกรรม  “จัดสวนขวด Terrarium”

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “จัดสวนขวด Terrarium”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดย Green Terra Station ภายในงานผู้เข้าร่วมได้จัดสวนขวดด้วยตนเอง ได้ทั้งความสนุก และความผ่อนคลาย พร้อมทั้งรับสวนขวดตามแบบฉบับของตนเองกลับไปอีกด้วย  

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -สวัสดิการทุกบริษัท

สูตรลับสวัสดิการ ทุกบริษัททำได้ เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคนเก่ง

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมบริษัทชั้นนำหลายแห่งจึงให้ความสำคัญกับสวัสดิการพนักงานเป็นอย่างมาก? ความจริงก็คือ สวัสดิการที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตโดยรวมขององค์กรอีกด้วย การลงทุนในความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรของบริษัท จากการลดต้นทุนด้านสุขภาพ เพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน และส่งเสริมความผูกพันของพนักงาน

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -happiness work

องค์กรแห่งความสุข ฉบับคนทำงาน: 10 เคล็ดลับสร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางองค์กรถึงประสบความสำเร็จอย่างสูง ในขณะที่บางองค์กรกลับล้มเหลว คำตอบอยู่ที่ความสุขของพนักงาน งานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าพนักงานที่มีความสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น อัตราการลาออกที่ลดลง และการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -team

12 กิจกรรม สร้างทีมเวิร์คที่ออฟฟิศ

คุณเคยรู้สึกว่าบรรยากาศในที่ทำงานห่างเหิน ขาดพลังของการร่วมมือร่วมใจกันหรือไม่? ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูง การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จขององค์กร กิจกรรม Team Building คือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้วางใจ ความร่วมมือ และการทำงานเป็นทีมอย่างราบรื่น

อ่านต่อ »
แข่งก้าวเดิน เป็นทีม -Sakid head
URL Copied!

แข่งก้าวเดิน เป็นทีม เชื่อมต่ออัติโนมัติด้วย Wello

       แข่งก้าวเดิน เป็นทีมด้วย Wello คือการนำกิจกรรม “นับก้าวเดิน” มาออกแบบใหม่ให้อยู่ในรูปแบบทีม เพื่อให้พนักงานได้ขยับร่างกายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน พร้อมสร้างความสนุก ความร่วมมือ และแรงจูงใจระหว่างเพื่อนร่วมงาน

ข้อดีของกิจกรรมลักษณะนี้คือ “เริ่มง่าย” เพราะการเดินเป็นการเคลื่อนไหวที่คนส่วนใหญ่ทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านกีฬา ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน และสามารถทำได้ทั้งในออฟฟิศ โรงงาน หรือการทำงานแบบ hybrid มีระบบติดตามก้าวเดินและ leaderboard ก็ยิ่งช่วยให้กิจกรรมสนุกและต่อเนื่องมากขึ้น

ทำไมกิจกรรม แข่งก้าวเดิน แบบทีม จึงเหมาะกับองค์กรยุคใหม่

🤝เพิ่มการเคลื่อนไหวโดยไม่กดดันพนักงาน

พนักงานจำนวนมากไม่ได้ไม่อยากดูแลสุขภาพ แต่ปัญหาคือเริ่มต้นยากและรู้สึกว่าต้องใช้เวลาเยอะ การเดินจึงเป็นพฤติกรรมที่เข้าถึงง่ายที่สุด เพราะแทรกได้ระหว่างวัน เช่น เดินคุยงาน เดินไปเติมน้ำ เดินช่วงพักกลางวัน หรือเดินสะสมหลังเลิกงาน

WHO แนะนำให้ผู้ใหญ่ควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และการเดินก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำได้ง่ายที่สุดในการไปให้ถึงเป้าหมายนั้น

🎯สร้างความสัมพันธ์ในทีมผ่านเป้าหมายร่วม

เมื่อเปลี่ยนจาก “แข่งคนเดียว” เป็น “แข่งแบบทีม” บรรยากาศจะต่างออกไปทันที เพราะพนักงานไม่ได้เดินเพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่เดินเพื่อช่วยให้ทีมไปถึงเป้าหมายร่วมกันด้วย

นี่คือจุดที่กิจกรรมแข่งก้าวเดินมีพลังมากในเชิง team building

🔸คนที่ปกติไม่ออกกำลังกายก็รู้สึกอยากมีส่วนร่วม

🔸ทีมมีเรื่องคุยกันมากขึ้น

🔸เกิดแรงเชียร์กันในแผนก

🔸สร้างความรู้สึก belonging ได้ง่ายกว่ากิจกรรมบรรยายทั่วไป

 

📊ช่วย HR จัดกิจกรรมที่วัดผลได้

กิจกรรมบริษัทจำนวนมากสนุกตอนจัด แต่ตอบคำถามผู้บริหารยากว่า “แล้วได้อะไร”


แต่ถ้าเป็นกิจกรรมแข่งก้าวเดิน HR สามารถวัดผลได้ค่อนข้างชัด เช่น

🔸จำนวนผู้เข้าร่วม

🔸จำนวนก้าวรวมของทั้งองค์กร

🔸ค่าเฉลี่ยก้าวต่อคน

🔸อัตราการเข้าร่วมต่อเนื่อง

🔸คะแนนความพึงพอใจหลังจบกิจกรรม

🔸จำนวนทีมที่ทำเป้าหมายสำเร็จ

เมื่อมีกิจกรรมที่ดูง่ายแต่มีตัวเลขรองรับ ผู้บริหารจะเห็นภาพชัดขึ้นว่านี่ไม่ใช่แค่กิจกรรมสนุก ๆ แต่เป็นการลงทุนด้าน employee engagement และสุขภาวะพนักงาน

วิธีออกแบบกิจกรรม แข่งก้าวเดิน เป็นทีมให้คนอยากเข้าร่วมจริง

 

1. ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่ไม่ยากเกินไป

เป้าหมายที่ดีไม่ควรทำให้คนที่เริ่มต้นใหม่รู้สึกถอดใจ เช่น

🔸เดินเฉลี่ย 6,000–8,000 ก้าวต่อวัน

🔸แข่งสะสมก้าวเป็นทีม 2–4 สัปดาห์

🔸ใช้ “ค่าเฉลี่ยต่อคน” แทน “จำนวนก้าวรวม” เพื่อให้ทีมเล็กกับทีมใหญ่แฟร์ขึ้น

 

2. ใช้ระบบทีมแทนแข่งเดี่ยว

การแข่งขันเดี่ยวมักทำให้คนฟิตมากชนะซ้ำ ส่วนคนอื่นหมดแรงจูงใจเร็ว แต่ระบบทีมช่วยให้ทุกคนมีบทบาท แม้เดินไม่เยอะที่สุดก็ยังช่วยทีมได้

 

3. มีรางวัลและ recognition ที่พนักงานรู้สึกอยากได้

รางวัลไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป แต่ควรมีความหมาย เช่น

🔸ทีมชนะเลิศประจำเดือน

🔸รางวัลทีมสม่ำเสมอ

🔸รางวัลทีมพัฒนามากที่สุด

🔸ประกาศเกียรติคุณใน town hall หรือ intranet

 

       แข่งก้าวเดิน เป็นทีมด้วย Wello ไม่ใช่แค่กิจกรรมสนุกในองค์กร แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการสร้างสุขภาพพนักงานผ่านพฤติกรรมง่าย ๆ ที่ทำได้จริงทุกวัน ยิ่งถ้าออกแบบให้มีความเป็นทีม มีเป้าหมายร่วม และวัดผลได้ชัด ก็ยิ่งช่วยทั้งเรื่องการเคลื่อนไหว ความสัมพันธ์ในทีม และ employee engagement ไปพร้อมกัน

 

       สำหรับองค์กรที่อยากเปลี่ยนจากกิจกรรมสุขภาพแบบครั้งคราว ไปสู่ระบบดูแลพนักงานที่ต่อเนื่องมากขึ้น  Wello ช่วยออกแบบ health challenge, workshop และโปรแกรมสุขภาพที่เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กรได้

แหล่งอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention. (2024). Employers | Active People, Healthy Nation.
    Centers for Disease Control and Prevention. (2024). Physical activity in the workplace: Employer guide.
    Centers for Disease Control and Prevention. (2024). Physical activity breaks for the workplace: Resource guide.
    Centers for Disease Control and Prevention. (2023). Adult activity: An overview.
    Harvard Health Publishing. (2023). 5 surprising benefits of walking.
    World Health Organization. (2020). WHO guidelines on physical activity and sedentary behaviou

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail -พนักงานสุขภาพดี

พนักงานสุขภาพดีได้ในออฟฟิศ กับ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในช่วงฝนตก หรือ อากาศร้อน การจะออกไปข้างนอกก็ลำบาก ได้แต่อยู่ในออฟฟิศเราจะมาดูกันว่าในออฟฟิศสามารถสร้างกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอะไรได้บ้าง เพื่อให้สุขภาพพนักงานที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องออกไปไหนก็สุขภาพดีได้ ไม่ว่าจะจัดคลาสที่มีวิทยากรให้ความรู้แบบออนไลน์หรือไปจัดกิจกรรมถึงที่ทำงาน การมีอาหารสุขภาพคอยซัพพอร์ต หรือบรรยากาศในการทำงานที่ผ่อนคลาย

อ่านต่อ »
Cover-Pmat-2023-Sakid

HR tech Thailand 2023

กิจกรรมออกบูธ HR tech Thailand 2023

วันที่ 14-15 มิถุนายน 25656 SAKID  ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพลิเคชั่น “สะกิด” ในงาน HR Tech เพื่อแนะนำให้รู้จักกับแอพว่าใช้ออกแบบกิจกรรมสุขภาพอย่างไร และเปิดให้ทดลองใช้ ฟรี 7 วัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับองค์กรที่ถ่ายรูปคู่น้องสะกิดลุ้นรับ Workshop นักกำหนดอาหารฟรี 1ชม. ได้ทั้งความรู้สุขภาพและภารกิจสุขภาพดีสนุก ๆ จาก สะกิดกันได้เลย

อ่านต่อ »

Snack Bar จัดอย่างไรให้พนักงานสุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »
Cover Sport day-SAKID

Sport Day กีฬาสี

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 29  กันยายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Sport day กีฬาสีให้กับบริษัทเอสพีอินเตอร์แมค โดยได้แบ่งกิจกรรมกีฬาสีบวกกับความรู้เข้าไปผ่านเกม โดยมีนักกำหนดอาหารให้ความรู้ เช่น เกมชานม เกมวิ่งน้ำตาล โดยมีการอธิบายให้ความรู้ผ่านเกม

อ่านต่อ »
Healthy canteen Cu-thumbnail SAKID

WORKSHOP Healthy Canteen CU

กิจกรรม  “Workshop Healthy Canteen”

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Workshop Healthy Canteen” ให้กับผู้เข้าร่วมที่สนใจด้านการทำอาหารให้ผู้อื่น หรือร้านค้า โดยนักกำหนดอาหาร

อ่านต่อ »

ทำไมบริษัทควรมีโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน

โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดียิ่งขึ้น

แก่นหลักของการจัดการโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานของอีทเวลล์คอนเซปต์คือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดพฤติกรรมรักษาสุขภาพ ด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง การส่งเสริมให้เกิดทักษะการใช้ชีวิต และ การกระตุ้นให้มีกำลังใจด้วยการสร้างสังคมในที่ทำงานให้เกิดความตระหนักถึงการดูแลด้านสุขภาพ ปัจจัยเหล่นี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพฤติกรรมของพนักงาน

อ่านต่อ »
URL Copied!

สวัสดิการพนักงาน สายเฮลตี้ พนักงานสุขภาพดีมีอะไรบ้าง

          ในยุคที่ “สุขภาพ” กลายเป็นหัวใจของชีวิตการทำงาน การให้ สวัสดิการพนักงาน (Employee Benefits) ที่ตอบโจทย์เพียงแค่เงินเดือนหรือโบนัสอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรยุคใหม่จึงเริ่มหันมาพัฒนา “สวัสดิการสายเฮลตี้ (Healthy Employee Benefits)” เพื่อดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของพนักงานอย่างรอบด้าน สวัสดิการลักษณะนี้ไม่ได้เป็นเพียง ของแถม แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ที่มีพนักงานสุขภาพดี มีแรงบันดาลใจ

ทำไม “สวัสดิการพนักงาน” ต้องอัปเกรดเป็นสายเฮลตี้

 

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า องค์กรที่ลงทุนด้านสุขภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้กว่า 25% และลดการลาป่วยเฉลี่ย 40% ต่อปี

 

ในประเทศไทยเอง เทรนด์ “องค์กรสุขภาพดี” กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรมนุษย์ HR จึงต้องมองสวัสดิการพนักงานในมุมใหม่ ว่า “สุขภาพดี” คือ “ประสิทธิภาพขององค์กร”

ตัวอย่างสวัสดิการสายเฮลตี้ที่องค์กรยุคใหม่ใช้จริง

🥗 สวัสดิการอาหารสุขภาพ (Healthy Canteen)

องค์กรหลายแห่งเริ่มปรับโรงอาหารให้เป็น “ครัวสุขภาพ” โดยจัดเมนูที่ผ่านการตรวจคุณค่าทางโภชนาการ เช่น เมนูไขมันต่ำ โปรตีนสูง หรือเมนูจากนักกำหนดอาหาร เพื่อช่วยให้พนักงานเลือกกินอย่างสมดุลในทุกมื้อ

ตัวอย่าง: บริษัทพลังงานชั้นนำของไทย จัดเมนู “Low Sodium Lunch” พร้อมแสดงฉลากโภชนาการทุกจาน

 

🏃 โปรแกรมออกกำลังกายและกิจกรรมยืดเส้น

หลายองค์กรเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ออฟฟิศ เช่น

• คลาสโยคะกลางวัน

• กิจกรรมยืดเส้น 10 นาทีหลังประชุม

• หรือจัดแคมเปญ “เดิน 10,000 ก้าว” แข่งกันทั้งแผนก

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้พนักงานเคลื่อนไหวมากขึ้น ลดออฟฟิศซินโดรม และเพิ่มพลังในการทำงาน

 

🧠 สวัสดิการสุขภาพจิต (Mental Health Benefit)

สุขภาพจิตคืออีกหนึ่งมิติที่องค์กรไม่ควรมองข้าม การมีโปรแกรมให้คำปรึกษาจากนักจิตวิทยา (EAP: Employee Assistance Program) ช่วยลดความเครียดและป้องกันภาวะหมดไฟ

SAKID มีบริการ “โค้ชสุขภาพใจ” ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยาองค์กรแบบรายบุคคล เป็นแนวทางใหม่ที่องค์กรไทยเริ่มใช้มากขึ้น สะดวกง่ายผ่านระบบออนไลน์ และมีการรักษาข้อมูลระหว่างผู้รับบริการและบริษัท ทำให้พนักงานมีพื้นที่ปลอดภัย

 

เวิร์คช็อปสุขภาพองค์รวมในองค์กร

เวิร์คช็อปสายสุขภาพ เช่น “กินดี นอนดี ลดเครียด” หรือ “Wellness Challenge ในออฟฟิศ” เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้พนักงานเรียนรู้การดูแลตัวเองผ่านการลงมือทำจริง และสร้างวัฒนธรรมสุขภาพร่วมกันในองค์กร

 

สามารถเลือกเข้าร่วมกับ Workshop จาก SAKID เช่น

• “Food for Focus” เวิร์คช็อปโภชนาการเพื่อสมาธิ

• “Stretch & Stress Relief” คลายเมื่อยคลายเครียดระหว่างวัน

• “Mindful Morning” สร้างสมาธิก่อนเริ่มงาน

เริ่มอย่างไรดี? ขั้นตอนวางระบบสวัสดิการสายสุขภาพดี

 

✅ สำรวจสุขภาพพนักงาน (Health Check-up Data)
ใช้ข้อมูลจริงจากการตรวจสุขภาพ หรือแอปติดตามพฤติกรรมสุขภาพ

✅ กำหนดเป้าหมายสุขภาพองค์กร (Wellness KPI)
เช่น ลดการลาป่วย 20% หรือเพิ่มการเข้าร่วมกิจกรรมสุขภาพ 80%

✅ ออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร
เช่น องค์กรโรงงานอาจเน้นโภชนาการและยืดเส้น ส่วนองค์กรออฟฟิศอาจเน้นสุขภาพจิต

✅ สื่อสารและสร้างแรงจูงใจ (Engagement)
ใช้ระบบแต้มรางวัล, แข่งขันทีม, หรือแคมเปญภายใน

✅ ติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
ใช้ Dashboard สรุปผลสุขภาพรายบุคคล เพื่อปรับปรุงโปรแกรมให้มีประสิทธิภาพ

ทำไมควรเลือก SAKID เป็นพาร์ทเนอร์สุขภาพองค์กร

• ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา: นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, และนักจิตวิทยาองค์กร

• มีทั้งกิจกรรมทั้ง แบบออนไลน์ และออนไซต์ถึงบริษัท

• มี Workshop หลากหลาย เช่น “Eat Smart at Work”, “Mindful Monday”, “Active Office Challenge”

• ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วประเทศ

        สวัสดิการพนักงาน สายเฮลตี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “วัฒนธรรมสุขภาพในองค์กร” ที่ดูแลคนทำงานอย่างรอบด้าน ทั้งกาย ใจ และสังคม การมีสวัสดิการที่ใส่ใจสุขภาพไม่เพียงช่วยให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าและพลังในการทำงานมากขึ้น แต่ยังส่งต่อบรรยากาศเชิงบวกภายในทีม และสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กรในระยะยาว

 

        องค์กรที่เริ่มดูแลสุขภาพพนักงานตั้งแต่วันนี้ จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในด้านความสุข แรงบันดาลใจ และความร่วมมือของทีมงาน ซึ่งทั้งหมดนี้คือรากฐานของ “องค์กรสุขภาพดีและยั่งยืน” อย่างแท้จริง

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2022). Healthy workplaces: A model for action.

  • Ministry of Public Health Thailand. (2023). แนวทางองค์กรสุขภาพดีประเทศไทย.

  • Harvard Business Review. (2020). Why employee wellness programs deliver ROI.

บทความที่น่าสนใจ

Cover-เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา-sakid

WORKSHOP เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา

กิจกรรม  Workshop “เรื่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา”

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา ”  โดยนักกำหนดอาหาร มีการทำแบบประเมินตัวเองและเข้าใจสุขภาพตัวเอง เทคนิคการปรับมื้ออาหารให้สุขภาพดีและลดน้ำหนักได้ และมีคลาสแนะนำการออกกำลังกายทำเมื่อไรก็ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายพัฒนาระบบไหลเวียนเลือด หัวใจ กล้ามเนื้อ ลดอาการoffice syndrome โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬา 

อ่านต่อ »
Health talk-Kubota-SAKID

Health talk เริ่มต้นสุขภาพดี @Kubota

Health talk เริ่มต้นสุขภาพดีทำได้ทุกวัน

วันที่ 31 มีนาคม  2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม เริ่มต้น สุขภาพดีทำได้ทุกวัน ให้กับพนักงานบริษัทคูโบต้า อมตะนคร โดยนักกำหนดอาหารได้มาร่วมพูดคุยและให้ความรู้ทริคการกินอาหารในชีวิตประจำวันที่อร่อยแล้วยังสุขภาพดีได้ เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงของโรคNCDsและมีสุขภาพที่แข็งแรง เริ่มต้นด้วยทริคการเลือกกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ  การลดอาหารที่มีความเสี่ยงต่อโรคไขมัน ทริคการเลือกกินสายบุฟเฟ่ ทริคเลือกกินสายปาร์ตี้

อ่านต่อ »
มารู้จัก-Healthy-Organization-องค์กรสุขภาพดี-SAKID

มารู้จัก Healthy Organization องค์กรสุขภาพดี

จากการสำรวจสุขภาพของประชากรไทยครั้งที่ 6 ซึ่งดำเนินการในปี 2562-2563 ซึ่งประเด็นในการสำรวจครอบคลุมในเรื่องพฤติกรรมสุขภาพ ภาวะโรคที่สามารถตรวจวัดพื้นฐาน ได้แก่ การวัดสัดส่วนร่างกาย ความดันโลหิต และการตรวจวัดน้ำตาล และไขมันในเลือด เป็นต้น โดยครอบคลุมทั้งในวัยทำงาน และผู้สูงอาย พบว่า ปัญหาอันดับต้นของสังคมในขณะนี้คือ โรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะภาวะอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงซึ่งมีผลต่ออุบัติการณ์โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น เกิดภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการดูแลรักษา ในขณะที่ความสามารถในการทำงานก็ด้อยลงตามสภาพร่างกายส่งผลเสียเป็นวงกว้างทั้งแก่ตัวพนักงาน และองค์กร ดังนั้นมาตรการป้องกันและลดภาระโรคเหล่านี้จึงเป็นประเด็นสำคัญมาก  

อ่านต่อ »
แพลตฟอร์มสื่อสาร-SAKID

แพลตฟอร์ม สื่อสารพูดคุยในบริษัทที่น่าสนใจ

 การแยกเรื่องงานออกกจากความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจำให้เรารู้จัก Work Life Balance เวลาได้เป็นอย่างดี ในการใช้แพลตฟอร์มที่มีความเป็นส่วนตัวมาทำงาน สั่งงาน ตามงาน อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไรในบริษัท ส่วนลูกค้าถ้าจะทำให้ติดต่อง่ายอาจจะใช้เป็นช่องทางLine officialของบริษัทในการพูดคุยกับลูกค้าได้ มีเวลาทำการที่ชัดเจนโดยไม่ใช้ไลน์ส่วนตัวในการพูดคุย

อ่านต่อ »
5 วิธีเพิ่มก้าว-Sakid thumbnail

5 วิธีเพิ่มก้าวสำหรับพนักงานออฟฟิศ

สำหรับชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานนาน ๆ อยู่แต่กับหน้าจอคอมทำงานไม่ว่าด้วยเหตุผลตารางงานที่แน่นหรือทำงานจนเพลินจนไม่ลุกไปไหน พนักงานจำนวนมากมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันในการนั่งทำงานโดยไม่ลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน แต่แท้จริงแล้วกลับสร้างผลกระทบทางสุขภาพอย่างเงียบๆทำให้เกิดผลที่ตามมาทั้งออฟฟิศซินโดม และการทำงานที่ผิดปกติของอวัยวะต่างๆในร่างกาย

อ่านต่อ »
Cover-Sakid---Healthy-Green-Canteen-01

Healthy Green Canteen โรงอาหารปลอดภัย อร่อย สะอาด สุขภาพดี

Snack bar สำหรับพนักงาน เป็นสวัสดิการที่ช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ และ ประสิทธิภาพการทำงานได้ แต่ควรเลือกอาหารที่เหมาะสม เช่น ผลไม้ นม แครกเกอร์ หรือ อาหารที่มีพลังงานน้อย เพื่อช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

อ่านต่อ »
URL Copied!

Self-care เป็น Soft Skill ที่พนักงานยุคใหม่ต้องมี

         ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Soft Skill ไม่ได้หมายถึงแค่ “ทักษะทางสังคม” อีกต่อไป แต่คือ ความสามารถในการเข้าใจและจัดการตนเอง เพื่อทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจาก Hard Skill ที่เป็นความรู้เฉพาะทาง Soft Skill คือ “ทักษะด้านมนุษย์” เช่น ความยืดหยุ่น การสื่อสาร การจัดการอารมณ์ และการปรับตัว ซึ่งจากรายงานของ World Economic Forum 2024 ระบุว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกมองว่า Soft Skill คือปัจจัยสำคัญที่สุดของการจ้างงานในอนาคต

 

          อย่างไรก็ตาม Soft Skill ไม่ได้เกิดขึ้นจากการอบรมเพียงครั้งเดียว แต่ต้อง “ฝึกในชีวิตประจำวัน” และหนึ่งใน Soft- Skill ที่กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดในปี 2025 คือ Self-care Skill  ทักษะการดูแลตัวเอง

Soft Skill คืออะไร

Soft Skill คือ ทักษะการทำงานร่วมกับคนอื่น เป็นทักษะที่เกี่ยวกับนิสัย วิธีคิด และการสื่อสารของคนเรา ไม่ใช่ความรู้เฉพาะทาง แต่เป็น ทักษะที่ทำให้คุณทำงานกับใครก็ได้ และไปได้ไกลในอาชีพ พูดง่าย ๆ คือ

 

Hard Skill สอนให้คุณ “ทำงานเป็น”
แต่ Soft Skill สอนให้คุณ “ทำงานเป็นทีม”

ตัวอย่างเช่น

• สื่อสารชัดเจน เข้าใจง่าย

• รู้จักควบคุมอารมณ์เวลาเจองานกดดัน

• แก้ปัญหาโดยไม่โทษกัน

• มีน้ำใจ และเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น

• ดูแลสุขภาพและสมดุลชีวิตตัวเองได้

 

คนที่มี Soft Skill ดี มักจะเป็นคนที่ ทำงานร่วมกับใครก็ราบรื่น มีความรับผิดชอบ และสร้างบรรยากาศดีในทีม ซึ่งในยุคนี้ หลายองค์กรให้ความสำคัญกับ Soft Skill มากกว่า Hard Skill ด้วยซ้ำ เพราะ “ความเก่งอย่างเดียวไม่พอ ถ้าทำงานกับใครไม่ได้”

Self-care: ทักษะชีวิตที่ซ่อนอยู่ใน Soft Skill

 

Self-care ไม่ใช่การพักผ่อนเฉย ๆ หรือการเข้าคลินิกสุขภาพ แต่คือ ทักษะการฟังสัญญาณร่างกายและจิตใจของตัวเอง เพื่อจัดการพลังงาน อารมณ์ และขอบเขตในการทำงานอย่างสมดุล

 

เมื่อพนักงานขาดทักษะนี้ มักจะเกิดภาวะ “หมดไฟ” (burnout) ขาดสมาธิ และสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานได้ยากขึ้น ในทางกลับกัน พนักงานที่มี Self-care Skill ดี จะสามารถ

 

• รับมือกับความเครียดได้ดีกว่า

• สื่อสารอย่างเห็นอกเห็นใจมากขึ้น

• รักษาพลังงานระหว่างวันได้ยาวนานกว่า

Solf skill ที่องค์กรพัฒนาได้ผ่าน Workshop

 

1. โภชนาการ (Nutrition for Focus)

อาหารคือเชื้อเพลิงของสมอง การสอนพนักงานให้เข้าใจ “โภชนาการเพื่อสมาธิ” เช่น การจัดมื้อเที่ยงสมดุล การเลือกของว่างที่ไม่ทำให้พลังตก หรือเทคนิคการดื่มน้ำอย่างมีสติ ช่วยเพิ่ม Productivity และลดอาการล้า

🔹 Workshop แนะนำ: “กินเป็น เห็นความต่าง” จาก SAKID

ให้พนักงานเรียนรู้การเลือกอาหารที่ช่วยให้โฟกัสและอารมณ์ดีขึ้นตลอดวัน

► สนใจ Workshop นักกำหนดอาหาร 

 

2. การออกกำลังกาย (Movement for Energy)

พนักงานยุค Hybrid ต้องนั่งหน้าจอหลายชั่วโมงต่อวัน ทำให้กล้ามเนื้อและสมาธิอ่อนล้า
Workshop ด้าน movement ช่วยให้พนักงานเรียนรู้ ทักษะการจัดการพลังงาน (Energy Management) เช่น การยืดกล้ามเนื้อระหว่างประชุม หรือการตั้งเป้าการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ ที่ต่อเนื่องได้จริง

🔹 Workshop แนะนำ: “Stretch & Focus”

ฝึกเทคนิคขยับร่างกายแบบสั้น ๆ เพื่อเพิ่มสมาธิในที่ทำงาน

► สนใจ Workshop กายภาพและออกกำลังกาย

 

3. สุขภาพจิต (Mindfulness & Stress Management)

สุขภาพจิตคือฐานของทุก Soft Skill ทั้งการสื่อสาร การฟัง และความเห็นอกเห็นใจ
Workshop แนว mindfulness หรือ stress management ช่วยให้พนักงานเรียนรู้ “ทักษะการอยู่กับปัจจุบัน” และตั้งขอบเขตงานอย่างสร้างสรรค์

🔹 Workshop แนะนำ: “Mindful Break”

สอนเทคนิคหยุดคิด-พักใจใน 5 นาที เพื่อจัดการความเครียดในวันที่งานหนัก

► สนใจ Workshop นักจิตวิทยา

Self-care กับการทำงานร่วมกับผู้อื่น

หลายองค์กรพบว่า ทีมที่มีวัฒนธรรม Self-care จะมี “ความร่วมมือ (Collaboration)” สูงกว่า เพราะพนักงานที่ดูแลตัวเองได้ จะไม่ผลักความเครียดไปให้คนอื่น และเข้าใจจังหวะของทีมมากขึ้น การพัฒนา Soft Skill ด้านสุขภาพจึงไม่เพียงทำให้พนักงาน “มีความสุข”แต่ยังทำให้องค์กร “ทำงานได้อย่างมีคุณภาพ” ในระยะยาว

 

Checklist สุขภาพพนักงาน

✅ สำรวจสุขภาพและปัญหาของพนักงาน
✅ เลือก Workshop ครอบคลุม 3 มิติ อาหาร ออกกำลังกาย และจิตใจ
✅ ตั้งทีม HRD หรือ Wellness Committee ดูแลการพัฒนาต่อเนื่อง
✅ กำหนด KPI ด้านสุขภาพ เช่น การลดลาป่วย หรือคะแนนความสุขพนักงาน
✅ กำหนดกิจกรรมสุขภาพประจำเดือน เช่น “Healthy Lunch Week” หรือ “Mindful Morning”

💬 ตัวอย่าง Soft Skill ที่องค์กรต้องการมากที่สุด

หมวดตัวอย่างทักษะความสำคัญต่อองค์กรWorkshop ที่แนะนำจาก SAKID
Communication การสื่อสารการฟังเชิงลึก การพูดให้เข้าใจง่าย การให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์ลดความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง สื่อสารข้ามทีมได้ลื่นไหล Mindful Communication
ฝึกฟังอย่างมีสติ สื่อสารด้วยความเข้าใจ
Collaboration การร่วมมือทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่ เคารพความเห็นต่างเสริมวัฒนธรรมทีม สนับสนุนการทำงานข้ามแผนก Move Together Challenge
ออกกำลังกายเป็นทีม เสริมพลังใจและความสัมพันธ์
Emotional Reg. จัดการอารมณ์ควบคุมความเครียดและแรงกดดันได้ดีป้องกัน Burnout เพิ่ม Resilience และ Engagement Mindful Break
เทคนิคผ่อนคลายจิตใจ 5 นาทีระหว่างวันทำงาน
Creative Thinking คิดเชิงสร้างสรรค์มองปัญหาหลายมุม สร้างแนวทางใหม่ ๆเพิ่มนวัตกรรมและการปรับตัวในองค์กร Brain Refresh
กระตุ้นสมองด้วยอาหารและการเคลื่อนไหว
Self-care ดูแลตัวเองจัดการพลังงาน สมดุลชีวิต และสุขภาพจิตพื้นฐานของ Productivity และสุขภาพระยะยาว Eat Smart, Live Smart
โภชนาการเพื่อโฟกัส และสร้างพลังในวันทำงาน
Leadership ภาวะผู้นำเห็นอกเห็นใจEmpathy การรับฟังโดยไม่ตัดสิน การโค้ชทีมสร้างความไว้วางใจและความผูกพันในทีม Lead with Empathy
พัฒนาทักษะหัวหน้างานในการสื่อสารและการโค้ชทีม
Energy & Time จัดการเวลาและพลังงานวางแผนการทำงานอย่างสมดุล โฟกัสสิ่งสำคัญลดความเหนื่อยล้า เพิ่มประสิทธิภาพรายวัน Balance in Motion
บริหารเวลาและพลังงานผ่านการเคลื่อนไหว

ทำไมควรเลือก SAKID  เป็นพาร์ทเนอร์สุขภาพองค์กร

 

• ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา: นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, และนักจิตวิทยาองค์กร

• มีทั้งกิจกรรมทั้ง แบบออนไลน์ และออนไซต์ถึงบริษัท

• มี Workshop หลากหลาย เช่น “Eat Smart at Work”, “Mindful Monday”, “Active Office Challenge”

• ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วประเทศ

 

         หนึ่งใน Soft Skill ที่กำลังเป็นที่ต้องการมากที่สุดคือ Self-care Skill หรือ “ทักษะการดูแลตัวเอง”เพราะเมื่อพนักงานรู้จักจัดการพลังงาน อารมณ์ และความเครียดของตัวเองได้ พวกเขาจะมีสมาธิ ทำงานได้ดีขึ้น และสร้างความสัมพันธ์ในทีมที่แข็งแรงขึ้น

 

         แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Economic Forum. (2024). The Future of Jobs Report.

  • Harvard Business Review. (2023). Self-care as a leadership skill.

  • สถาบันพัฒนาแรงงาน (2566). แนวโน้มทักษะใหม่ของแรงงานไทยในยุคดิจิทัล.

  • SAKID. (2025). Workplace Wellness Program. Retrieved from https://www.sakid.app/blog/what-is-workplace-wellness-program

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail -วางงบจัดกิจกรรม

How to วางงบจัดกิจกรรม บริษัท องค์กร ให้คุ้มค่าและได้ผลลัพธ์สุดปัง

ในปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญการดูแลด้าน Well-being หรือสุขภาวะที่ดีของพนักงาน เพราะเล็งเห็นว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร ในการดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร หากพนักงานมีความสุขก็จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน และมีความผูกพันต่อองค์กร แต่ทราบหรือไม่ว่านอกจากนี้ยังสามารถขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องได้หลายมาตรฐาน ซึ่งทำให้มั่นใจว่ากิจกรรมด้าน Well-being ที่จัดให้พนักงานมีความครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และหากองค์กรได้รับรางวัลมาตรฐานเหล่านี้ ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กร สร้างภาพลักษณ์ต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงาน ลูกค้า และบุคคลภายนอกในการเป็นองค์ที่มีความใส่ใจพนักงาน

อ่านต่อ »
เมื่อคนในองค์กรน้ำหนักเกิน-01-SAKID

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรน้ำหนักเกิน

 ปัจจุบันในประเทศไทยพบว่าแนวโน้มภาวะ น้ำหนักเกิน และ ภาวะอ้วนเพิ่งสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป ร่วมกับ activity ที่ลดลง เป็นตัวส่งเสริมให้เรามีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะพนักงงาน office อย่างเราๆ ที่ Activity นั้นแสนจะน้อยนิด ส่วนใหญ่ก็นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จนหลายคนเกิดปัญหาเรื่อง Office syndrome ตามมา

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -สวัสดิการทุกบริษัท

สูตรลับสวัสดิการ ทุกบริษัททำได้ เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคนเก่ง

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมบริษัทชั้นนำหลายแห่งจึงให้ความสำคัญกับสวัสดิการพนักงานเป็นอย่างมาก? ความจริงก็คือ สวัสดิการที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตโดยรวมขององค์กรอีกด้วย การลงทุนในความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรของบริษัท จากการลดต้นทุนด้านสุขภาพ เพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน และส่งเสริมความผูกพันของพนักงาน

อ่านต่อ »
8 ทริคดื่มน้ำ-SAKID

8 ทริคดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้ว

 การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งๆ ที่น้ำคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 60% การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันไม่เพียงแค่ช่วยให้ทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น สมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ ทำงานได้อย่างปกติ แต่ยังช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น ผิวฉ่ำ ปากชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน ในทางกลับกัน หากเราดื่มน้ำน้อยเกินไป อาจส่งผลให้ท้องผูก ปวดหัว สมองทำงานช้าลง เหนื่อยล้า โฟกัสกับการทำงานได้ลดลง ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

อ่านต่อ »

Positive thinking ในการทำงาน เคล็ดลับคิดบวกเพื่อจัดการความเครียด

“Positive thinking” หรือการมี ทัศนคติเชิงบวก หมายถึงการมองเห็นโอกาสท่ามกลางปัญหา และเชื่อว่าสามารถหาทางออกได้ แม้จะอยู่ในสถานการณ์กดดัน การปลูกฝังการคิดบวกในที่ทำงานไม่เพียงช่วยให้พนักงานรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น แต่ยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและการทำงานร่วมกัน 

อ่านต่อ »
จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน-01-SAKID

จัดคลาสออกกำลังกายอย่างไรให้โดนใจคนที่ทำงาน

 เมื่อคนใช้เวลากว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในที่ทำงานจดจ่ออยู่กับการทำงาน เวลาพักน้อย การจะขยับตัวเพิ่มกิจกรรมทางกายระหว่างวันก็เป็นไปได้ยากเพราะไม่อาจละจากงานตรงหน้าได้ ด้วยปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น การจะออกกำลังกายให้ได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลกยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของพนักงานและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

อ่านต่อ »
URL Copied!

5 หัวข้อ อบรม พนักงาน ให้ได้ความรู้และทักษะการใช้ชีวิต

         การอบรมพนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่ยังหมายถึงการพัฒนา “ทักษะชีวิต” ที่ช่วยให้พนักงานดูแลสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ในที่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อคนในองค์กรมีสุขภาวะที่ดี เขาจะสามารถสร้างผลงานที่ดี มีความยืดหยุ่นในการเผชิญความเปลี่ยนแปลง และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญขององค์กรที่ยั่งยืน

ความสำคัญของการอบรมเชิงทักษะชีวิต (Life Skills Training)

การอบรมเชิงทักษะชีวิต คือการพัฒนาพนักงานในมิติที่ลึกกว่าทักษะวิชาชีพ เพราะช่วยให้พนักงานเข้าใจ “การใช้ชีวิตอย่างมีสมดุล” ทั้งในงานและนอกงาน ในยุคที่ความเครียดและภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีทักษะชีวิตที่ดีเป็นเสมือน “ภูมิคุ้มกันทางใจ” ที่ช่วยให้พนักงานสามารถจัดการอารมณ์ รับมือแรงกดดัน และสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างเข้าใจ

 

ตัวอย่างทักษะชีวิตที่จำเป็นในองค์กรยุคใหม่

• การจัดการอารมณ์และความเครียด (Emotional Regulation)

• การสื่อสารอย่างเห็นอกเห็นใจ (Empathic Communication)

• การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล (Critical Thinking & Decision-Making)

• การสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิต (Work-Life Balance)

• การดูแลสุขภาพกายและใจอย่างต่อเนื่อง

 

ประโยชน์ของการอบรมเชิงทักษะชีวิต

• ลดความขัดแย้งและภาวะหมดไฟ (Burnout)

• ส่งเสริมแรงจูงใจและความผูกพันในองค์กร (Employee Engagement)

• พนักงานมีสุขภาพใจที่มั่นคงและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

• สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความเข้าใจและความร่วมมือ

 

เมื่อพนักงานรู้จักตนเองและเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น องค์กรก็จะเต็มไปด้วย “คนที่ทำงานด้วยใจ” และพร้อมเดินไปข้างหน้าร่วมกันอย่างแข็งแรง

5 หัวข้ออบรมพนักงาน ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพกาย ใจ และการทำงาน

แนวทาง หัวข้อ อบรม พนักงาน จะเน้นไปที่ Health Workshop จึงถูกออกแบบให้พนักงานเรียนรู้แบบลงมือทำ ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปที่สนุก เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน

1. อบรมสุขภาพกายและโภชนาการที่ดีในที่ทำงาน

สุขภาพกายคือจุดเริ่มต้นของพลังการทำงาน หัวข้ออบรมนี้ช่วยให้พนักงานเรียนรู้การดูแลร่างกายตั้งแต่พื้นฐานการกินจนถึงการขยับร่างกายในที่ทำงาน

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• หลักโภชนาการสำหรับคนทำงาน

• วิธีเลือกอาหารที่ดีในแต่ละมื้อ

• ท่ากายบริหารแก้ออฟฟิศซินโดรม

• เทคนิคดูแลสุขภาพในช่วงเวลางาน

 

ผลลัพธ์ที่ได้
พนักงานมีพลังงานมากขึ้น ป่วยน้อยลง ลดออฟฟิศซินโดรม เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

► สนใจ อบรมสุขภาพกายและโภชนาการ

 

2. อบรมสุขภาพใจและการจัดการความเครียด (Mental Wellness Training)

ความเครียดเป็นปัญหาที่กระทบทั้งประสิทธิภาพและความสัมพันธ์ในองค์กร การอบรมด้านสุขภาพใจช่วยให้พนักงานเข้าใจตนเองและเรียนรู้วิธีผ่อนคลายอย่างมีสติ

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• การรับมือความเครียดในที่ทำงาน

• การฝึกสมาธิและ Mindfulness

• เทคนิคสร้างพลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

• การสื่อสารอย่างเข้าใจและลดความขัดแย้ง

 

ผลลัพธ์
พนักงานมีสุขภาพใจที่มั่นคง มีสมาธิ และสามารถทำงานร่วมกับทีมได้อย่างราบรื่น

► สนใจ อบรมสุขภาพใจ โดยนักจิตวิทยา

 

3. อบรม Work-Life Balance เพื่อสร้างสมดุลชีวิต

พนักงานยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตมากกว่าที่เคย การอบรมหัวข้อนี้ช่วยให้พนักงานรู้จักจัดลำดับความสำคัญของชีวิต และวางแผนเวลาอย่างมีคุณภาพ

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• การสร้างสมดุลระหว่างงาน ครอบครัว และสุขภาพ

• การใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน (Digital Balance)

• เทคนิคผ่อนคลายและดูแลตัวเอง

 

ผลลัพธ์
พนักงานรู้สึกมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น และลดความเครียดจากการทำงานได้อย่างยั่งยืน

📖 อ่านต่อ: Work Life Balance คืออะไร ทำไมจึงสำคัญกับการทำงานยุคใหม่

 

4. อบรมการสื่อสารและสร้างสัมพันธ์ในทีม (Team Empathy & Communication)

หัวข้อนี้เน้นการสื่อสารด้วยความเข้าใจ เพื่อให้ทีมทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• การฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening)

• การให้และรับ Feedback อย่างสร้างสรรค์

• การสื่อสารด้วย Empathy

• การทำงานร่วมกันในทีมที่หลากหลาย

 

ผลลัพธ์
ลดความเข้าใจผิด เพิ่มความสัมพันธ์อันดี และสร้างบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นและไว้ใจกัน

 

5. อบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยพลังบวก

พลังบวกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้พนักงานมีแรงบันดาลใจและพร้อมสร้างผลงาน

 

หัวข้ออบรมยอดนิยม

• การตั้งเป้าหมายอย่างมีความหมาย

• เทคนิคเสริมแรงจูงใจในตนเอง

• การสร้าง Growth Mindset ในทีม

• การใช้จิตวิทยาเชิงบวกเพื่อเพิ่มพลังในการทำงาน

 

ผลลัพธ์
พนักงานมองงานด้วยทัศนคติที่ดีขึ้น กล้าคิด กล้าลงมือ และพร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

Checklist อบรมสุขภาพพนักงาน

 

✅ สำรวจสุขภาพและระดับความเครียดของพนักงานก่อน
✅ เลือกอบรม Workshop ครอบคลุม 3 มิติ อาหาร ออกกำลังกาย และจิตใจ
✅ ตั้งทีม HRD หรือ Wellness Committee ดูแลการเทรนนิ่งต่อเนื่อง
✅ กำหนด KPI ด้านสุขภาพ เช่น การลดลาป่วย หรือคะแนนความสุขพนักงาน
✅ กำหนดกิจกรรมสุขภาพประจำเดือน เช่น “Healthy Lunch Week” หรือ “Mindful Morning”

ทำไมควรเลือก SAKID เป็นพาร์ทเนอร์สุขภาพองค์กร

• ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา: นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, และนักจิตวิทยาองค์กร

• มีทั้งกิจกรรมทั้ง แบบออนไลน์ และออนไซต์ถึงบริษัท

• มี Workshop หลากหลาย เช่น “Eat Smart at Work”, “Mindful Monday”, “Active Office Challenge”

• ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วประเทศ

         หัวข้อ อบรมพนักงาน ที่ดีไม่ใช่เพียงการพัฒนาให้ทำงานเก่งขึ้น แต่คือการช่วยให้พนักงาน “ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น” ทั้งในด้านสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ในที่ทำงาน เมื่อพนักงานมีทักษะชีวิตที่สมดุล สามารถจัดการอารมณ์ เครียดน้อยลง และดูแลสุขภาพตัวเองได้ดี ผลลัพธ์ที่ตามมาคือบรรยากาศการทำงานที่มีความสุข ทีมงานที่ร่วมมือกันได้มากขึ้น และประสิทธิภาพที่ยั่งยืนของทั้งองค์กร

 

         แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2024). Workplace health promotion and well-being.

  • Department of Mental Health, Thailand. (2023). แนวทางส่งเสริมสุขภาพจิตในองค์กร.

  • Harvard Business Review. (2022). The importance of life skills in the modern workplace.

  • SAKID. (2024). Workplace Wellness Program. Retrieved from https://www.sakid.app/blog/what-is-workplace-wellness-program

บทความที่น่าสนใจ

สลัดโรล Cooking class-SAKID Cover

Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ

Cooking class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ

วันที่ 21 มีนาคม 2568  SAKIDได้จัดกิจกรรม Cooking Class  ให้กับพนักงานบริษัทภิรัช โดยนักกำหนดอาหารจะมาให้ความรู้ Health talk สุขภาพอาหารการกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศสั้นๆ ก่อนเริ่มสอนทำอาหาร สลัดโรล จะเริ่มจากการให้ความรู้เรื่องสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ในเมนูหัวใจหลักการทำอาหารเพื่อสุขภาพ การมีแหล่งโปรตีนที่ดี ผักและสมุนไพรต่างๆเพื่อเพิ่มรสชาติในการกินสลัดโรล โดยเมนูจะเป็นสลัดโรลทูน่าและเต้าหู้ ที่สามารถหาซื้อและเตรียมได้อย่างง่ายและเร็วทำกินเองได้ที่บ้านหรือจะทำใส่กล่องมากินเป็นข้าวเช้าก็ได้

อ่านต่อ »
template our workshop success-Lbeauty

แข่งขันลดน้ำหนักด้วย SAKID กับโครงการ Lbeauty Fit Challenge

สำหรับกิจกรรม Lbeauty Fit Challenge ที่แข่งขันลดน้ำหนักกับ SAKID application ตลอดระยะเวลา พ.ค. – ก.ค. 67 โดยมีการออกแบบภารกิจสุขภาพทั้งอาหาร และออกกำลังกายให้เหมาะสม พร้อมด้วยโค้ชนักกำหนดอาหารวิชาชีพดูแลเป็นรายบุคคลในการปรับการกิน จนทำให้การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักลดลงถึง 4%  และรอบเอวลดลงถึง 6 %

อ่านต่อ »

ทำไมบริษัทควรมีโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงาน

โปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานทำให้คุณภาพชีวิตของพนักงานดียิ่งขึ้น

แก่นหลักของการจัดการโปรแกรมดูแลสุขภาพพนักงานของอีทเวลล์คอนเซปต์คือการเปลี่ยนแปลงให้เกิดพฤติกรรมรักษาสุขภาพ ด้วยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง การส่งเสริมให้เกิดทักษะการใช้ชีวิต และ การกระตุ้นให้มีกำลังใจด้วยการสร้างสังคมในที่ทำงานให้เกิดความตระหนักถึงการดูแลด้านสุขภาพ ปัจจัยเหล่นี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อพฤติกรรมของพนักงาน

อ่านต่อ »

แนะนำ กิจกรรม 5 ส บริษัท มักจะทำอะไรกัน?

 “ กิจกรรม 5 ส บริษัท ” ไม่ใช่แค่การเก็บกวาดโต๊ะทำงาน แต่เป็น เครื่องมือพัฒนาสถานที่ทำงานอย่างเป็นระบบ ที่เริ่มจากประเทศญี่ปุ่นและแพร่หลายทั่วโลก หลักการนี้ทำให้การทำงานมีความเป็นระเบียบ ปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อสุขภาวะพนักงาน

อ่านต่อ »
กีฬาสี-จัดได้ง่าย-สร้างทีมได้ด้วย-SAKID

กีฬาสี จัดได้ง่าย สร้างทีมได้ด้วย

  กิจกรรมกีฬาสี หรือ Sport Day นับเป็นกิจกรรมหนึ่งที่หลาย ๆ บริษัทนิยมจัดให้กับพนักงาน เพราะกีฬาสีเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการเสริมสร้างสุขภาวะ แม้จะแข่งขันเพื่อผลแพ้ชนะแต่จุดประสงค์หลักก็เพื่อให้พนักงานในบริษัทได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันนอกเหนือจากภาระงานของตนเอง

อ่านต่อ »
ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม-SAKID

การส่งเสริม สุขภาพองค์รวม ดูแลร่างกายและจิตใจเพื่อชีวิตที่สมดุล

ในยุคปัจจุบันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเครียด สุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงแค่การไม่มีโรคภัย แต่หมายถึงการมีสมดุลในทุกด้านของชีวิต การส่งเสริมสุขภาพองค์รวม (Holistic Health) เป็นแนวคิดที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม เพื่อให้เรามีชีวิตที่แข็งแรงและมีความสุขอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
URL Copied!

สร้างความรู้ สุขภาพดีในองค์กร เริ่มจาก เทรนนิ่งพนักงาน

        ทำงานที่ไหนไม่เครียดบ้าง แต่อยู่ที่เราจะจัดการความเครียดและชีวิตสุขภาพได้ดีแค่ไหน  การดูแล “สุขภาพพนักงาน” จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรไม่อาจละเลยได้อีกต่อไป และหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดคือ “การเทรนนิ่งพนักงานด้านสุขภาพ” เพราะการอบรมที่ดีไม่ได้ช่วยแค่เพิ่มความรู้ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีให้กับบริษัท เมื่อพนักงานสุขภาพดี งานก็จะออกมามีประสิทธิภาพ

ทำไม เทรนนิ่งพนักงาน ด้านสุขภาพ ถึงสำคัญ

 

สุขภาพพนักงานคือความสำคัญที่องค์กรมองข้ามไม่ได้

 

งานวิจัยของ WHO ระบุว่า พนักงานที่มีสุขภาพดีจะมีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่าพนักงานทั่วไปถึง 12% และมีอัตราการขาดงานลดลงกว่า 27% ซึ่งหมายความว่าการลงทุนในสุขภาพพนักงานคือการเพิ่ม ROI ให้กับธุรกิจในระยะยาว

 

พนักงานที่มีสุขภาพดี ไม่เพียงแต่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างพลังบวกและความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement) ซึ่งส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กรโดยตรง

 

เทรนนิ่งสุขภาพดีต่อทั้ง “กาย ใจ และทีมงาน”

การเทรนนิ่งสุขภาพไม่ใช่เพียงแค่การสอนออกกำลังกาย แต่รวมถึงการสร้างความเข้าใจเรื่องโภชนาการ การจัดการความเครียด และการสร้างสมดุลชีวิต-งาน (Work-Life Balance) ที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้พนักงานมีสุขภาวะครบ

เทรนนิ่งสุขภาพพนักงาน: เน้น Workshop 3 มิติ  อาหาร ออกกำลังกาย และจิตใจ

 

“เทรนนิ่งสุขภาพพนักงาน” จะได้ผลจริงก็ต่อเมื่อครอบคลุมทั้ง กาย ใจ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่ง 3 องค์ประกอบนี้เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด หากองค์กรเทรนนิ่งเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว มักไม่เกิดผลลัพธ์ยั่งยืนในระยะยาว

 

แนวทางของ SAKID Health Workshop จึงถูกออกแบบให้พนักงานเรียนรู้แบบลงมือทำ ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปที่สนุก เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน

1. Workshop ด้าน “อาหาร” – พลังงานที่ดีเริ่มจากสิ่งที่กิน

 

อาหารคือเชื้อเพลิงสำคัญของร่างกายและสมอง แต่ในความเป็นจริง พนักงานจำนวนมากกลับพึ่งอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มหวาน หรือกาแฟมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น น้ำหนักเกิน ภาวะเบาหวาน และออฟฟิศซินโดรม Workshop ด้านอาหารของ SAKID จึงเน้นให้พนักงาน “เข้าใจและลงมือเลือกกินอย่างมีสติ” ผ่านกิจกรรมที่สนุกและได้ผลจริง

 

ตัวอย่าง Workshop ที่องค์กรนิยม

 

Healthy Canteen Workshop  อบรมร่วมกับแม่ครัวและพนักงานโรงอาหาร เพื่อปรับเมนูให้มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ลดหวาน มัน เค็ม แต่ก็ยังสามารถอร่อยได้ 

Sugar Smart Challenge ให้พนักงานคำนวณปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มยอดนิยม และเรียนรู้เทคนิคลดหวานในชีวิตจริง

Eat Smart at Work วิธีการเลือกอาหารกลางวันที่ดีต่อสุขภาพโดยนักกำหนดอาหาร

Cooking class ทำอาหารสุขภาพได้ง่ายๆ ใช้เวลาน้อยแต่อร่อยและสารอาหารครบไม่ว่าจะ คิมบับ เคบับ สลัดโรล และนักกำหนดอาหารยังให้ความรู้เรื่องการเลือกกินอาหารสำหรับชาวออฟฟิศอีกด้วย

 

ผลลัพธ์ที่องค์กรจะเห็นได้
✅ พนักงานเข้าใจหลักโภชนาการ 5 หมู่หลัก
✅ มีการปรับพฤติกรรมการกิน เช่น ลดน้ำตาลและเพิ่มผักผลไม้
✅ โรงอาหารและร้านค้าในองค์กรปรับเมนูสุขภาพเพิ่มขึ้น

► สนใจ Workshop นักกำหนดอาหาร 

 

 2. Workshop ด้าน “การออกกำลังกาย” – ขยับร่าง สร้างพลังงานในออฟฟิศ

พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ใช้เวลานั่งหน้าจอวันละกว่า 8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคออฟฟิศซินโดรมและความเครียดสะสม การจัด Workshop การออกกำลังกายในที่ทำงานจึงเป็นการ “กระตุ้นให้ร่างกายตื่น” และ “สร้างความสัมพันธ์ในทีม” ไปพร้อมกัน

 

ตัวอย่าง Workshop ที่องค์กรชื่นชอบ

• Active Office Challenge เวิร์กช็อปท่ายืดเหยียดและเคลื่อนไหวง่าย ๆ สำหรับคนทำงานหน้าคอม โดยนักกายภาพ

• 10,000 Steps Challenge  กิจกรรมสะสมก้าวเดินพร้อมรางวัลผ่านแอป SAKID

• Work Stronger Together การออกกำลังกายแบบกลุ่มเพื่อสร้างพลังใจและพลังทีม ไม่ว่าจะซุมบ้า โยคะ แอลโรบิค หลังเลิกงาน

 

ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ
✅ ลดอัตราออฟฟิศซินโดรม
✅ เพิ่มพลังงานและโฟกัสของพนักงานในช่วงบ่าย
✅ สร้างบรรยากาศการทำงานเชิงบวกและ teamwork ที่แน่นแฟ้น

► สนใจ Workshop กายภาพและออกกำลังกาย

 

3. Workshop ด้าน “จิตใจ” – พลังใจคือรากฐานของความสุขในการทำงาน

สุขภาพจิตของพนักงานเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสัมพันธ์ในทีม
องค์กรที่ละเลยสุขภาพจิตมักพบปัญหาความเครียดสะสม การลาออกสูง และภาวะ Burnout Workshop ด้านจิตใจของ SAKID มุ่งเน้นการสร้าง “Mindfulness” และ “Emotional Awareness” เพื่อให้พนักงานเข้าใจและดูแลอารมณ์ของตนเองได้ดีขึ้น

 

ตัวอย่าง Workshop ที่ได้รับความนิยม

• Mindful Monday เริ่มสัปดาห์ด้วยการฝึกสมาธิและเทคนิคผ่อนคลายความเครียด

• Stress Management in Workplace เรียนรู้สัญญาณของภาวะเครียดและวิธีรับมือเชิงจิตวิทยา

• Empathy & Communication พัฒนา Soft Skills ด้านการสื่อสารและความเข้าใจระหว่างเพื่อนร่วมงาน

 

ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้เห็น
✅ พนักงานรู้จักควบคุมอารมณ์และจัดการความเครียดได้ดีขึ้น
✅ ลดอัตราการขาดงานจากภาวะ Burnout
✅ ทีมงานมีความสัมพันธ์และการสื่อสารที่ดีขึ้น

► สนใจ Workshop นักจิตวิทยา

Checklist เทรนนิ่งสุขภาพพนักงาน

 

✅ สำรวจสุขภาพและระดับความเครียดของพนักงานก่อนเริ่มเทรนนิ่ง
✅ ออกแบบ Workshop ครอบคลุม 3 มิติ อาหาร ออกกำลังกาย และจิตใจ
✅ ตั้งทีม HRD หรือ Wellness Committee ดูแลการเทรนนิ่งต่อเนื่อง
✅ กำหนด KPI ด้านสุขภาพ เช่น การลดลาป่วย หรือคะแนนความสุขพนักงาน
✅ กำหนดกิจกรรมสุขภาพประจำเดือน เช่น “Healthy Lunch Week” หรือ “Mindful Morning”

ทำไมควรเลือก SAKID Health Workshop เป็นพาร์ทเนอร์สุขภาพองค์กร

• ดำเนินการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา: นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, และนักจิตวิทยาองค์กร

• มีทั้งกิจกรรมทั้ง แบบออนไลน์ และออนไซต์ถึงบริษัท

• มี Workshop หลากหลาย เช่น “Eat Smart at Work”, “Mindful Monday”, “Active Office Challenge”

• ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วประเทศ

         การ เทรนนิ่งสุขภาพพนักงาน ผ่าน Workshop แบบ “อาหาร–ออกกำลังกาย–จิตใจ” คือการสร้าง Wellness Culture ที่ยั่งยืนให้กับองค์กร ไม่ใช่แค่การอบรมครั้งเดียว แต่คือการเปลี่ยน “พฤติกรรม” ของคนทำงานทั้งระบบเริ่มต้นจากสิ่งง่าย ๆ เช่นจัด Workshop เดือนละ 1 ครั้ง

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2022). Workplace health promotion: The global framework. WHO Press.

  • Ministry of Public Health, Thailand. (2023). แนวทางการสร้างองค์กรสุขภาพดีอย่างยั่งยืน.

  • Harvard Business Review. (2021). How employee wellness drives productivity.

  • Sakid.app. (2024). Workplace Wellness Program คืออะไร. https://www.sakid.app/blog/what-is-workplace-wellness-program

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail -happiness work

องค์กรแห่งความสุข ฉบับคนทำงาน: 10 เคล็ดลับสร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางองค์กรถึงประสบความสำเร็จอย่างสูง ในขณะที่บางองค์กรกลับล้มเหลว คำตอบอยู่ที่ความสุขของพนักงาน งานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าพนักงานที่มีความสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น อัตราการลาออกที่ลดลง และการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น

อ่านต่อ »
Sakid -thumbnail -เมื่อมีคนในองค์กร มีไขมันในเลือดสูง

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรมีไขมันในเลือดสูง

ทุกธุรกิจ ทุกองค์กร มีการจัดการคนทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ถ้าวันนี้ลองสังเกตดูว่า พนักงานของเรา ยังมีความสุขในการทำงานหรือไม่ การทำงานของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กรมากแค่ไหน และคุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นทุกด้านรึเปล่า หากผู้นำหรือผู้บริหารสามารถมองจุดนี้ได้ ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs-SAKID

WORKSHOP กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

กิจกรรม กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 26 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ทาทาสตีล (การผลิต) จ.สระบุรี โดยจะมีกิจกรรมวัดองค์ประกอบร่างกาย และWorkshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
Workshop-ซุมบ้า-SAKID

Zumba (ซุมบ้า) Class หลังเลิกงาน

กิจกรรม  Workshop “คลาสซุมบ้า”

เมื่อวันที่ 26  มีนาคม  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม “คลาสซุมบ้า” ที่สำนักงาน บริษัท ภิรัช โดยครูสอนเต้นซุมบ้ามืออาชีพ ที่จะพาพนักงานขยับร่างกายหลังเลิกงาน ด้วยการเต้นซุมบ้า ตามจังหวะเพลง แบบคาดิโอ ค่อยๆขยับตัวเต้นกันจนได้เหงื่อเผาผลาญลดน้ำหนักกัน

อ่านต่อ »
workshop-ergonomics-SAKID

Workplace Ergonomics Workshop

กิจกรรม  Workshop “”Workplace Ergonomics Workshop”

เมื่อวันที่ 11  ธันวาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “กายศาสตร์ในการทำงาน” โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องการจัดท่านั่งในการทำงาน อาการที่ส่งสัญญาณของออฟฟิศซินโดรมและวิธีในการป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในระยะยาว สาเหตุของการกระทำที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น ท่ากายบริหารที่สามารถทำได้ในที่ทำงานเพื่อคลายกกล้ามเนื้อ

อ่านต่อ »

Workshop ดูแลสุขภาพใจ #workshop3อ #อารมณ์

ดูแลสุขภาพใจพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง การสำรวจตรวจเอง เรื่องจิตวิทยาและอารมณ์ , Workshop การจัดการความเครียด , Health talk Work life balance หรือ Burn out โดยนักจิตวิทยาที่มีประสบการณ์

อ่านต่อ »
URL Copied!

โรงอาหารยุคใหม่ จาก Clean Food สู่ Green ESG

        คำว่า “ESG” กลายเป็นเป้าหมายขององค์กรทั่วโลกและโรงอาหารไม่ควรถูกมองแค่พื้นที่กินข้าวของพนักงาน แต่เป็น “พื้นที่สร้างพฤติกรรมยั่งยืน” ที่สะท้อนตัวตนขององค์กรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการที่โปร่งใส

 

       ESG ในโรงอาหารจึงหมายถึงการออกแบบระบบจัดการอาหารที่คำนึงถึง “สุขภาพพนักงาน” ควบคู่กับ “สิ่งแวดล้อม” เช่น การเลือกวัตถุดิบจากแหล่งยั่งยืน การลดของเสียจากอาหาร (Food Waste) และการจัดการขยะอย่างรับผิดชอบ

Green Canteen ก้าวต่อไปขององค์กรยั่งยืน

องค์กรจำนวนมากเริ่มจากการทำ “โรงอาหาร Clean Food” ที่เน้นสุขภาพพนักงาน แต่การพัฒนา “Green Canteen” จะต่อยอดไปอีกขั้น ด้วยการบูรณาการแนวคิด ESG ทั้งระบบ เช่น

 

• เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุรีไซเคิล

• ลดอาหารเหลือทิ้งผ่านระบบตรวจวัดปริมาณขยะอาหาร

• ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการปรุงอาหารบางส่วน

• ร่วมมือกับผู้จำหน่ายรายท้องถิ่น (Local Vendors) เพื่อลดรอยเท้าคาร์บอน

3 เสาหลัก ESG โรงอาหารที่องค์กรต้องรู้ 

 

E – Environmental: ลดของเสียและดูแลโลกจากจานอาหารทุกมื้อ

“สิ่งแวดล้อมดี เริ่มได้จากจานข้าวของเรา”
โรงอาหารในยุค ESG ไม่ได้เน้นแค่ความสะอาด แต่ต้องใส่ใจตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางของอาหาร เช่น

• เลือกวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ผักปลอดสาร หรือเกษตรอินทรีย์ในท้องถิ่น

• ลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียว (Single-use) ด้วยการให้พนักงานพกแก้วหรือกล่องส่วนตัว

• แยกขยะและนำเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมัก หรือบริจาคให้ฟาร์มเลี้ยงสัตว์

• ใช้พลังงานสะอาด เช่น ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในครัว หรือใช้หลอดไฟ LED ประหยัดพลังงาน

เป้าหมายคือ “กินอิ่มแต่ไม่ทำร้ายโลก” — ทุกคำที่พนักงานกินคือการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน

 

 S – Social: ใส่ใจสุขภาพและความสุขของพนักงาน

“โรงอาหารคือหัวใจของสุขภาพองค์กร”
อาหารที่ดีไม่ได้แค่ทำให้อิ่ม แต่สร้างพลังและอารมณ์ที่ดีให้กับพนักงานได้ในทุกวัน

• จัดเมนูสุขภาพ เช่น ข้าวกล้อง ผักหลากสี น้ำตาลน้อย ไขมันดี

• แสดงป้ายโภชนาการและพลังงานทุกเมนู เพื่อให้เลือกกินอย่างรู้เท่าทัน

• มีเมนูทางเลือกสำหรับคนแพ้อาหาร หรือผู้ทานมังสวิรัติ/แพลนต์เบส

• จัดกิจกรรม “สัปดาห์อาหารสุขภาพ” หรือ “Healthy Lunch Challenge” สร้างแรงจูงใจให้พนักงานดูแลตัวเอง

การมีโรงอาหารที่ใส่ใจสุขภาพ จะช่วยลดวันลาป่วย เพิ่มพลังงาน และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจคนของตัวเองจริง ๆ

 

 G – Governance: โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีระบบบริหารที่ยั่งยืน

“ยั่งยืนจริง ต้องเริ่มจากความโปร่งใส”
โรงอาหารที่มีระบบบริหารจัดการที่ดี จะช่วยให้องค์กรควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารได้อย่างต่อเนื่อง

• เปิดเผยรายชื่อซัพพลายเออร์ แหล่งวัตถุดิบ และกระบวนการจัดซื้ออย่างโปร่งใส

• มีระบบตรวจสอบความสะอาดและคุณภาพอาหารเป็นประจำ

• เก็บข้อมูลการบริโภคและของเสีย เพื่อนำไปปรับปรุงและรายงานใน ESG Report

• จัดตั้ง “คณะกรรมการโรงอาหารสีเขียว” ที่มีตัวแทนจาก HR, ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และพนักงาน

Governance คือสิ่งที่ทำให้ทุกความตั้งใจด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ “เกิดขึ้นจริง” และต่อเนื่องในระยะยาว

ประโยชน์ของการทำ ESG โรงอาหาร

1. พนักงานสุขภาพดี ผลงานดีขึ้น
เมนูสุขภาพช่วยลดโรคเรื้อรังและวันลาป่วย เพิ่มพลังในการทำงาน และสร้างบรรยากาศองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ

2. ลดขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ลดการใช้พลาสติกและเศษอาหาร ช่วยลดค่าใช้จ่ายและรอยเท้าคาร์บอนขององค์กร

3. พนักงานผูกพัน องค์กรน่าอยู่ขึ้น
โรงอาหารที่ดีทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่า ภูมิใจ และอยากร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืนไปด้วยกัน

4. เสริมภาพลักษณ์องค์กรยั่งยืน
เป็นหลักฐานชัดเจนว่าองค์กร “ทำจริง” ด้าน ESG สร้างความเชื่อมั่นต่อคู่ค้า นักลงทุน และสังคม

5. ต่อยอดได้ทุกมิติ
โรงอาหารสีเขียวเป็นต้นแบบที่ต่อยอดสู่โครงการ ESG อื่น ๆ ได้ เช่น การลดคาร์บอนหรือโปรแกรมสุขภาพองค์กร

การสนับสนุนโรงอาหารสุขภาพดี-SAKID

ESG โรงอาหารเริ่มได้ง่ายๆ

 

1.ลดพลาสติกในโรงอาหาร
เปลี่ยนจากช้อน–ส้อมหรือแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เป็นแบบย่อยสลายได้หรือให้พนักงานพกของส่วนตัว

 

2.เพิ่มเมนูสุขภาพและอาหารทางเลือก
จัดมุม “เมนูสุขภาพ” หรือ “Plant-based” อย่างน้อย 1 มื้อ/วัน พร้อมแสดงพลังงานและโภชนาการให้เห็นชัด

 

3.สั่งอาหารพอกิน

บอกป้าว่า ลดข้าว หรือบอกปริมาณที่เราจะกิน ตักกับข้าวที่เห็นว่าจะเยอะไปแล้ว ก็สามารถบอกได้ว่าพอแล้ว หรือลดเส้น น้ำน้อย ไม่เอา… สามารถบอกคนขายอาหารได้อย่างสบายใจ เพื่อช่วยลดขยะเศษอาหาร

 

4.แยกขยะและลดอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste)
ตั้งจุดทิ้งถังขยะอาหารโดยเฉพาะ เพื่อให้พนักงานเห็นปริมาณอาหารที่เหลือ และช่วยกันลดของเสียในแต่ละวัน และยังสามารถนำเศษอาหารไปทำปุ๋ยได้อีก

 

4.รับฟัง Feedback จากพนักงาน
ใช้แบบสอบถามสั้น ๆ หรือฟอร์มแสดงความคิดเห็น เพื่อปรับเมนูและบริการให้ตอบโจทย์จริง

 

ทำไมต้องเลือก SAKID เป็นที่ปรึกษาโรงอาหารสุขภาพ

เพราะ SAKID ไม่ได้แค่สอนให้ “สะอาดและอร่อย” แต่เราดูแลครบตั้งแต่ต้นจนถึงการตรวจรับรองจริง

• ตรวจสุขาภิบาลโรงอาหารตามเกณฑ์กรมอนามัย

• อบรมพนักงานครัวโดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

• ออกแบบเมนู Clean Food Good Taste เฉพาะองค์กร

• เตรียมเอกสารยื่นขอใบรับรองพร้อมติดตามผล

📌 สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ Healthy Canteen / Clean Food Good Taste ปรึกษากับ SAKID 

      โรงอาหารในยุคใหม่ไม่ใช่แค่พื้นที่รับประทานอาหารของพนักงานอีกต่อไป แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) การปรับเปลี่ยนจาก “Clean Food” สู่ “Green Canteen” ช่วยให้องค์กรลดของเสีย ลดพลาสติก และส่งเสริมพฤติกรรมกินดีอยู่ดีของพนักงาน ขณะเดียวกันยังสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสและยั่งยืนมากขึ้น การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เพียงเปลี่ยนเมนูให้สุขภาพดี แยกขยะอย่างมีระบบ และเปิดรับความคิดเห็นจากพนักงาน ก็เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่สร้างผลลัพธ์ใหญ่ได้ในระยะยาว

 

       สนใจทำมาตรฐานโรงอาหาร หรือโรงอาหารสุขภาพ แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2023). Healthy Workplaces: A Model for Action. WHO.

  • Ministry of Public Health Thailand. (2022). แนวทางการจัดการอาหารและโภชนาการในสถานประกอบการ.

  • United Nations Environment Programme. (2023). Sustainable Food Systems and Waste Management.

  • SAKID Wellness Blog. (2024). Workplace Wellness Program และโรงอาหารเพื่อสุขภาพพนักงาน.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

สร้างสถานที่ทำงานให้ดีต่อใจด้วย Workplace Wellness Program

Workplace Wellness Program นั้นคือสิ่งจัดการกับปัญหาของสุขภาพในที่ทำงานของพนักงาน เพราะสุขภาพไม่ได้มีเพียงร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายด้านอยู่ด้วย

อ่านต่อ »

แนะนำ กิจกรรม 5 ส บริษัท มักจะทำอะไรกัน?

 “ กิจกรรม 5 ส บริษัท ” ไม่ใช่แค่การเก็บกวาดโต๊ะทำงาน แต่เป็น เครื่องมือพัฒนาสถานที่ทำงานอย่างเป็นระบบ ที่เริ่มจากประเทศญี่ปุ่นและแพร่หลายทั่วโลก หลักการนี้ทำให้การทำงานมีความเป็นระเบียบ ปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อสุขภาวะพนักงาน

อ่านต่อ »
ส่งเสริมสุขภาพพนักงาน

เทคนิคส่งเสริมสุขภาพพนักงานที่ทุกบริษัทควรรู้

แนะนำโมเดลการจัดโครงการ ส่งเสริมสุขภาพพนักงาน 4 ขั้นตอน แนะนำไอเดียจัดกิจกรรม กิจกรรมลดน้ำหนัก ส่งเสริมสุขภาพ [แนะนำเครื่องมือช่วยจัดโครงการ]

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -productivity

7 เคล็ดลับง่าย ๆ เพิ่ม Productivity ให้ปัง ทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว

คุณเคยรู้สึกไหมว่า ทำไมเพื่อนร่วมงานบางคนถึงได้ดูเก่งและประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว แถมยังมีเวลาไปเที่ยว ไปช็อปปิ้ง ไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ได้อีก คุณอยากรู้ไหมว่าพวกเขามีเคล็ดลับอะไรในการเพิ่ม Productivity ให้ชีวิตปังขนาดนั้น?

อ่านต่อ »
จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ-SAKID

จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ

การนั่งประชุมต่อเนื่องเป็นเวลานานถือเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง ส่งเสริมให้เกิดโรค NCDs การสร้างวัฒนธรรมการประชุมที่มีองค์ประกอบการประชุมที่่ส่งเสริมสุขภาพย่อมมีส่วนส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพในสถานที่ทำงาน ช่วยให้คนวัยทำงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์การประชุมที่มีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »
สมาร์ทวอทช์ ในการดูแลสุขภาพพนักงาน-SAKID

สมาร์ทวอทช์ ในการดูแลสุขภาพพนักงาน

ปัจจุบัน Smart Watch กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของพนักงานในองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ตวอทช์ (Smartwatch), สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ (Fitness Tracker), หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ช่วยติดตามสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ องค์กรชั้นนำเริ่มนำ สมาร์ตวอทช์ มาใช้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของพนักงาน ช่วยลดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
URL Copied!

มาตรฐานโรงอาหาร สำหรับองค์กร มีอะไรบ้าง

       โรงอาหารคือหัวใจสำคัญของสุขภาพพนักงานในองค์กร โดยเฉพาะในโรงงานหรือสถานประกอบการที่มีพนักงานจำนวนมาก การดูแลคุณภาพอาหารไม่ใช่แค่เรื่อง “อร่อย” แต่คือการลงทุนระยะยาวในสุขภาพ ผลผลิต และความยั่งยืนขององค์กร

 

       จากข้อมูลของกรมอนามัย (2566) พบว่า พนักงานที่รับประทานอาหารในโรงอาหารที่ผ่านเกณฑ์สุขาภิบาลมีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินอาหารและโรคเรื้อรังต่ำกว่าถึง 40% เมื่อเทียบกับโรงอาหารทั่วไป

มาตรฐานโรงอาหารคืออะไร

มาตรฐานโรงอาหาร (Canteen Standard) หมายถึง เกณฑ์ด้านสุขาภิบาล คุณค่าทางโภชนาการ และสิ่งแวดล้อมที่สถานประกอบการต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้พนักงานได้รับอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และดีต่อสุขภาพ

 

องค์ประกอบหลักของมาตรฐานโรงอาหารแบ่งเป็น 3 อย่าง

1. สุขาภิบาลอาหาร ครัวสะอาด วัตถุดิบปลอดภัย ปรุงสุกทั่วถึง

2. โภชนาการ  มีเมนูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม และเพิ่มผักผลไม้

3. สิ่งแวดล้อม  มีระบบจัดการขยะ น้ำเสีย และลดการใช้พลาสติก

 

 

มาตรฐานโรงอาหาร ที่ต้องควรรู้จัก

 

ก่อนที่องค์กรจะยกระดับโรงอาหารให้ได้มาตรฐาน จำเป็นต้องเข้าใจว่า “มาตรฐานโรงอาหาร” ในประเทศไทยมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีจุดเน้นและเกณฑ์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การดูแลสุขาภิบาลพื้นฐานไปจนถึงการส่งเสริมโภชนาการและสิ่งแวดล้อม โดยทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกัน คือ “ให้อาหารที่พนักงานได้รับปลอดภัย มีคุณภาพ และส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน”

 

1. Clean Food Good Taste – อาหารสะอาด รสชาติอร่อย

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
จุดเด่น: มุ่งเน้นอาหารสะอาด ถูกสุขลักษณะ และรสชาติดี

 

เกณฑ์หลัก:

• ผู้ปรุงอาหารต้องผ่านอบรมสุขาภิบาลอาหาร

• ใช้วัตถุดิบสดใหม่ ปรุงสุกใหม่ทุกมื้อ

• มีน้ำสะอาดและภาชนะถูกสุขลักษณะ

• ผ่านการตรวจจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำพื้นที่


ประโยชน์สำหรับองค์กร: เพิ่มความมั่นใจให้พนักงานเรื่องความสะอาดและปลอดภัยของอาหาร

 

2. Healthy Canteen – โรงอาหารสุขภาพดี ใส่ใจสุขภาพ

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
จุดเด่น: ส่งเสริมให้พนักงานรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ลดหวาน มัน เค็ม

 

เกณฑ์หลัก:

• มีเมนูสุขภาพ เช่น ผักสด ผลไม้ และโปรตีนไม่ติดมัน

• ให้ข้อมูลโภชนาการ (พลังงาน โซเดียม) ในเมนู

• ไม่มีอาหารทอดซ้ำหรือน้ำมันเก่า

• มีระบบสุขาภิบาลและตรวจคุณภาพอาหารประจำเดือน

 

ประโยชน์สำหรับองค์กร: ช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และสร้างวัฒนธรรมการกินดีอยู่ดีในองค์กร

 

3. SAN Certified – สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมอนามัย ร่วมกับเครือข่าย Sanitation Accountability Network

จุดเด่น: เน้นการบริหารจัดการสุขาภิบาลในภาพรวมของโรงอาหาร

 

เกณฑ์หลัก:

• ตรวจสอบระบบสุขาภิบาลทั้งกระบวนการ ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงภาชนะ

• ตรวจคุณภาพน้ำดื่มและน้ำใช้

• แยกพื้นที่อาหารสุก-ดิบชัดเจน

• มีระบบติดตามผลและ QR Code ตรวจสอบได้

 

ประโยชน์สำหรับองค์กร: เป็นการรับรองมาตรฐานสุขาภิบาลระดับสูงที่ใช้ได้ทั้งโรงงานและสถาบันการศึกษา

 

4. Food Safety – อาหารปลอดภัย มั่นใจได้มาตรฐาน

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กระทรวงสาธารณสุข
จุดเด่น: ครอบคลุมทุกประเภทสถานประกอบการอาหาร เน้นการป้องกันการปนเปื้อน

 

เกณฑ์หลัก:

• ระบบ HACCP หรือ GMP ขั้นพื้นฐาน

• ตรวจสอบการเก็บวัตถุดิบและการควบคุมอุณหภูมิ

• ผู้ประกอบการต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร

• มีการสุ่มตรวจสารตกค้างและเชื้อจุลชีพในอาหาร

 

ประโยชน์สำหรับองค์กร: เสริมความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของอาหารในทุกขั้นตอน

 

📋 สรุปเปรียบเทียบมาตรฐานโรงอาหารที่องค์กรควรรู้
มาตรฐานจุดเน้นหน่วยงานรับรองเหมาะสำหรับเกณฑ์หลัก (สรุป)
Clean Food Good Taste อาหารสะอาด รสชาติอร่อยสุขาภิบาลอาหาร + รสชาติกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขโรงอาหารหรือร้านอาหารทั่วไปในองค์กร ผู้ปรุงผ่านอบรมสุขาภิบาล, ใช้วัตถุดิบสดใหม่, ปรุงสุกใหม่ทุกมื้อ, น้ำสะอาด และตรวจสุขาภิบาลประจำ
Healthy Canteen โรงอาหารสุขภาพดี ใส่ใจสุขภาพโภชนาการครบ ลดหวาน–มัน–เค็มกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขโรงงานหรือองค์กรขนาดกลาง–ใหญ่ มีเมนูสุขภาพ ผัก–ผลไม้, โปรตีนไม่ติดมัน, แสดงพลังงานและโซเดียม, ห้ามใช้น้ำมันทอดซ้ำ, ตรวจประเมินต่อเนื่อง
SAN Certified สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสุขาภิบาลครบวงจร + ตรวจสอบย้อนกลับเครือข่าย SAN ร่วมกับกรมอนามัยโรงงาน มหาวิทยาลัย หรือศูนย์อาหารขนาดใหญ่ แยกโซนสุก–ดิบ, ตรวจคุณภาพน้ำและอุปกรณ์, ระบบติดตามผลออนไลน์, มี QR ตรวจสอบมาตรฐาน
Food Safety อาหารปลอดภัย มั่นใจได้มาตรฐานความปลอดภัยทุกขั้นตอนกระทรวงสาธารณสุขทุกองค์กรที่มีบริการอาหาร ปฏิบัติตาม GMP/HACCP, ควบคุมอุณหภูมิ–วัตถุดิบ, มีใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร, ตรวจสารตกค้างและเชื้อจุลชีพ

เวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste” โดย SAKID ยกระดับสู่โรงอาหารสุขภาพที่ได้ใบรับรอง

SAKID ร่วมกับนักกำหนดอาหารและกรมอนามัย จัดเวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste & Healthy Canteen” เพื่อให้องค์กรสามารถ

 

• เรียนรู้หลักเกณฑ์การตรวจสุขาภิบาลอาหาร

• ปฏิบัติจริงในการประเมินและปรับปรุงโรงอาหาร

• เตรียมยื่นขอใบรับรอง Clean Food Good Taste

• รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

 

บริการนี้ครอบคลุมทั้งการตรวจประเมินโรงอาหาร, อบรมพนักงานครัว และออกเอกสารรับรองสุขาภิบาลอาหาร เพื่อให้โรงอาหารในองค์กรสามารถผ่านการตรวจได้อย่างมั่นใจ

👉สนใจ WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

 

ทำไมต้องเลือก SAKID เป็นที่ปรึกษาโรงอาหารสุขภาพ

เพราะ SAKID ไม่ได้แค่สอนให้ “สะอาดและอร่อย” แต่เราดูแลครบตั้งแต่ต้นจนถึงการตรวจรับรองจริง

• ตรวจสุขาภิบาลโรงอาหารตามเกณฑ์กรมอนามัย

• อบรมพนักงานครัวโดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

• ออกแบบเมนู Clean Food Good Taste เฉพาะองค์กร

• เตรียมเอกสารยื่นขอใบรับรองพร้อมติดตามผล

📌 สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร/Healthy Canteen / Clean Food Good Taste ปรึกษากับ SAKID 

      มาตรฐานโรงอาหารไม่ได้เป็นเพียง “ใบประกาศรับรอง” แต่คือหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพพนักงานในทุกมื้ออาหาร จากมาตรฐานหลักทั้ง 4 Clean Food Good Taste, Healthy Canteen, SAN Certified, และ Food Safety เราจะเห็นได้ว่าทุกแนวทางล้วนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ “อาหารที่สะอาด ปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาวะ”

 

       องค์กรที่พัฒนาโรงอาหารให้ได้ตามเกณฑ์เหล่านี้ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคและอุบัติการณ์อาหารเป็นพิษ แต่ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีพลัง และเต็มไปด้วยความไว้วางใจระหว่างพนักงานกับนายจ้าง โรงอาหารที่ได้มาตรฐานคือ “พื้นที่แห่งสุขภาวะ” ที่เชื่อมโยงสุขภาพกาย ใจ และความยั่งยืนขององค์กรเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง

 

       สนใจทำมาตรฐานโรงอาหาร หรือโรงอาหารสุขภาพ แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • กรมอนามัย. (2566). คู่มือโรงอาหารปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ (Healthy Canteen). สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.สืบค้นจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/dmkm/download?did=30375&id=99071&lang=th&mid=37684&mkey=m_document
  •  
  • กรมอนามัย. (2565). คู่มือโครงการอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste). สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.สืบค้นจาก https://pubhtml5.com/twve/fmqx/basic/
  •  
  • กรมอนามัย. (2566). แนวทางมาตรฐาน SAN และ SAN Plus สำหรับสถานประกอบการจำหน่ายอาหาร. สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
    สืบค้นจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/san/download?did=34264&id=114841&lang=th&mid=38922&mkey=m_document
  •  
  • กรมอนามัย. (2566). แบบตรวจมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารสำหรับโรงอาหาร. สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/th/food-sanitation/download/?did=204396&id=75018
  •  
  • กรมอนามัย. (2565). แนวทางโรงอาหารคุณภาพ (Green Canteen Guidelines). สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นจาก https://foodsan.anamai.moph.go.th/web-upload/13x34cba8a8c311038000343e8ab441d5ff/202105/m_news/35387/204474/file_download/dd4bd84a10dfee92670406ff81300f75.pdf
  •  
  • กรมอนามัย. (2567). ข่าวประชาสัมพันธ์: ดันมาตรฐาน SAN – SAN Plus ยกระดับความปลอดภัยแทน Clean Food Good Taste. สืบค้นจาก https://thailandhealthhub.com/2025/821463/
  •  
  • กรมอนามัย. (2566). ข่าวประชาสัมพันธ์: ส่งเสริมโรงอาหารปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ Healthy Canteen. สืบค้นจาก https://www.anamai.moph.go.th/th/news-anamai/18819
  •  
  • สำนักงานสิ่งแวดล้อม. (2565). แนวทางโรงอาหารสีเขียว (Green Canteen Guidelines). กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
    สืบค้นจาก https://www.deqp.go.th

บทความที่น่าสนใจ

Workshop burnout-SAKID Cover

Workshop Burn out จัดการอย่างไรดี?

Workshop Burnout จัดการอย่างไรดี

วันที่ 4 มีนาคม  2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop ที่บริษัท JTEKT โดยนักจิตวิทยามาร่วมพูคุยและให้ความรู้ เรื่องBurnout ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวแต่จริงๆแล้วอาจจะแฝงอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัวและสามารถสร้างผลกระทบกับชีวิตตัวเองและการทำงานด้วย และเพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองว่าตอนนี้เรากำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่ไหม แล้ววิธีการจัดการกับความคิดและสิ่งต่างๆที่เข้ามาได้อย่างไร ร่วมกันหาทางอออกสำหรับภาวะ Burnout สามารถจัดการตัวเองอย่างไร ให้การทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างสุขภาพจิตที่ดี

อ่านต่อ »
Office syndrome- ฉบับวัยทำงาน-SAKID

รู้เท่าทัน OFFICE SYNDROME ฉบับวัยทำงาน

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การทำงานในออฟฟิศกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนในสังคม ความสะดวกสบายที่เข้ามาแทนที่ ทำให้เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนท่าทาง กลายเป็นต้องทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง ท่าเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานในบริษัท หรือองค์กร

อ่านต่อ »
สมาร์ทวอทช์ ในการดูแลสุขภาพพนักงาน-SAKID

สมาร์ทวอทช์ ในการดูแลสุขภาพพนักงาน

ปัจจุบัน Smart Watch กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของพนักงานในองค์กรต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ตวอทช์ (Smartwatch), สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ (Fitness Tracker), หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ช่วยติดตามสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ องค์กรชั้นนำเริ่มนำ สมาร์ตวอทช์ มาใช้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของพนักงาน ช่วยลดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
Cover retire-SAKID

รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคง ต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา

กิจกรรม  Workshop “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ”

เมื่อวันที่ 23  กันยายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop ออฟไลน์ และออนไลน์ไปพร้อมกัน ในหัวข้อ “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ” โดยนักกำหนดอาหารที่จะให้ความรู้ทั้งในวัยที่กำลังเกษียณและวัยทำงานที่จะได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินอย่างไร ให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย สัดส่วนอาหารที่จำเป็นต่อวัยต่างๆ ที่ยังสามารถอร่อยและสุขภาพดีได้ การเลือกกินอย่างสมดุล และในส่วนของนักการเงินที่จะมาสอนเรื่องการลงทุนและการเก็บออมเงินก่อนเกษียณ การทำแบบแผนเตรียมตัวเกษียณอย่างง่าย การวางแผนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและใช้เงินในวัยเกษียณอย่างมีความสุขในสไตล์ที่เป็นเรา

อ่านต่อ »

Workshop สร้างสรรค์ กิจกรรมสนุก ผ่อนคลาย

เริ่มต้นคลายเครียดจากการทำงาน มาผ่อนคลาย สนุก สร้างสรรค์ และพนักกงานมีส่วนร่วมทำWorkshopไปด้วยกัน กับกิจกรรม Workshop ทำอาหารสุขภาพ ที่ง่ายทำได้เองที่บ้าน สอนจัดสวนขวดตั้งบนโต๊ะทำงานเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำเทียนหอมกลิ่นที่ชอบไว้จุดที่บ้าน ฯลฯ มาแต่ตัวและรับของที่ตัวเองทำกลับบ้านได้ด้วย

อ่านต่อ »
มารู้จัก EAP cr-SAKID

มารู้จักกับ EAP:โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน ให้คำแนะนำส่วนตัว

คุณรู้สึกเครียด กังวล หรือเหนื่อยล้ากับงานอยู่หรือเปล่า? คุณมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์หรือปัญหาส่วนตัวอื่นๆ อยู่หรือไม่? หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ EAP คือคำตอบของคุณ

EAP ย่อมาจาก Employee Assistance Program หรือโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน เป็นโปรแกรมสวัสดิการที่บริษัทมอบให้พนักงาน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องงาน ความสัมพันธ์ ปัญหาทางการเงิน หรือปัญหาอื่นๆ ในชีวิตส่วนตัว โดยให้บริการผ่านนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญ

อ่านต่อ »
URL Copied!

สุขภาวะองค์กร คืออะไร ช่วยบริษัทได้อย่าไงไร

      สุขภาวะองค์กร (Organizational Wellbeing) หมายถึง การที่องค์กรมีระบบและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อสุขภาพของพนักงาน ทั้งทางกาย ใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมการทำงาน โดยมุ่งให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

      แนวคิดนี้ได้รับการส่งเสริมโดย องค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งระบุว่าองค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) คือองค์กรที่ “มีการจัดการด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง”

ทำไมสุขภาวะถึงสำคัญกับองค์กรยุคใหม่

 

องค์กรที่ใส่ใจสุขภาวะของพนักงาน ไม่เพียงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยหรือขาดงาน แต่ยังสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจ เช่น

 

• เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity)

• ลดความเครียดและความเหนื่อยล้า (Burnout)

• เสริมความผูกพันและความภักดีของพนักงาน (Engagement & Retention)

• ลดต้นทุนการรักษาพยาบาลและประกันสุขภาพในระยะยาว

 

จากรายงานของ Forbes Workplace Wellness 2024 พบว่า บริษัทที่มีนโยบายสุขภาวะองค์กรชัดเจน มีผลผลิตโดยรวมสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 21% และอัตราการลาออกน้อยลงกว่า 35%

4 มิติหลักของสุขภาวะองค์กร (WHO Model)

 

1. สุขภาวะทางกาย (Physical Wellbeing)
ดูแลสุขภาพร่างกายของพนักงานให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย
แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้ เช่น

• จัดตรวจสุขภาพประจำปี

• มีมุมอาหารเพื่อสุขภาพ

• สนับสนุนกิจกรรมออกกำลังกาย เช่น เดินหรือยืดกล้ามเนื้อระหว่างทำงาน

 

2. สุขภาวะทางใจ (Mental Wellbeing)
ส่งเสริมสมดุลทางอารมณ์และลดความเครียดของพนักงาน
แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้ เช่น

• จัดกิจกรรม “Mindful Monday” หรือโปรแกรมดูแลสุขภาพจิต

• เปิดโอกาสให้พนักงานปรึกษานักจิตวิทยาหรือโค้ช

• มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น

 

3. สุขภาวะทางสังคม (Social Wellbeing)
สร้างบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นและความสัมพันธ์ที่ดีในทีม
แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้ เช่น

• จัดกิจกรรม Team Building หรือ CSR ร่วมกัน

• มีช่องทาง Feedback เปิดใจระหว่างพนักงานและผู้บริหาร

• ส่งเสริมการสื่อสารอย่างเคารพและเข้าใจ

 

4. สุขภาวะทางเศรษฐกิจ (Financial Wellbeing)
ช่วยให้พนักงานมีความมั่นคงทางการเงิน
แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้ เช่น

• จัดอบรมการวางแผนการเงิน

• มีโครงการออมเงินหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

• ให้คำปรึกษาด้านหนี้สินหรือจัดโปรแกรม “Healthy Finance”

วิธีสร้างองค์กรสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

การสร้าง “องค์กรสุขภาพดี” ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่ แต่เริ่มจากความตั้งใจของผู้นำและการสื่อสารที่ดีในทีม ต่อไปนี้คือแนวทาง 4 ขั้นตอนที่องค์กรสามารถเริ่มได้ทันที

 

1. สำรวจสุขภาพของพนักงาน (Organizational Health Check)
ก่อนเริ่มสร้างกิจกรรมหรือโครงการใด ๆ ควรเข้าใจ “จุดเริ่มต้นขององค์กร” ก่อน

• สำรวจความต้องการของพนักงาน เช่น ปัญหาความเครียด การนอนหลับ หรือพฤติกรรมการกิน

• ใช้แบบสอบถามสั้น ๆ หรือแพลตฟอร์มอย่าง SAKID Wellbeing Survey เพื่อดูภาพรวมสุขภาวะของทั้งองค์กร

• เมื่อมีข้อมูล จะช่วยให้วางแผนได้ตรงจุด ไม่เสียงบโดยเปล่าประโยชน์

 

2. วางแผนสุขภาวะให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร
สุขภาวะไม่ควรเป็นแค่ “กิจกรรมเสริม” แต่ต้องเป็นส่วนหนึ่งของ “กลยุทธ์หลักของบริษัท”
ลองเริ่มจากสิ่งเหล่านี้

• ตั้งเป้าหมายชัดเจน เช่น “ลดอัตราการขาดงานลง 20% ภายใน 1 ปี”

• ผนวกแผนสุขภาวะเข้ากับ แผน HR, แผน ESG หรือ วัฒนธรรมองค์กร

• สื่อสารให้ผู้บริหารและหัวหน้างานเข้าใจว่า “การดูแลพนักงานคือการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย”

ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจจัดโครงการ “Healthy Monday” หรือ “1 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพ” เป็นกิจวัตรประจำ

 

3. สร้างวัฒนธรรมสุขภาพให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
สุขภาวะองค์กรจะเกิดผลจริงได้ ก็ต่อเมื่อ “พนักงานรู้สึกว่าเป็นเรื่องของเขาเอง”
แนวทางง่าย ๆ ที่ทำได้ทันที:

• เริ่มต้นวันด้วยกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น “เดิน 5 นาทีหลังประชุม” หรือ “มื้อเที่ยงปลอดน้ำตาล”

• ตั้งทีมสุขภาพ (Wellbeing Ambassador) จากพนักงานจริง ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในทีม

• ชื่นชมและให้รางวัลกับพนักงานที่มีพฤติกรรมสุขภาพดี เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือช่วยเพื่อนร่วมงานในทีม

• สื่อสารอย่างต่อเนื่อง เช่น ทำแคมเปญ “สุขเล็กๆ ทุกวัน” ผ่าน Line หรือจอในโรงงาน

ผลที่ตามมาคือ บรรยากาศในองค์กรจะเปลี่ยนจาก “บังคับให้ทำ” → เป็น “อยากทำเพราะเห็นคุณค่า”

 

4. ใช้เทคโนโลยีช่วยติดตามและวัดผลได้จริง
เพราะสิ่งที่วัดได้ คือสิ่งที่พัฒนาได้

• ใช้ระบบดิจิทัล เช่น SAKID Dashboard เพื่อดูแนวโน้มสุขภาพของพนักงาน เช่น คะแนนสุขภาพเฉลี่ย การมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือระดับความสุขในการทำงาน

• รายงานผลให้ผู้บริหารเห็นเป็นตัวเลข เช่น “เดือนนี้อัตราการเคลื่อนไหวร่างกายเพิ่มขึ้น 18%”

• ใช้ข้อมูลเหล่านี้วางแผนกิจกรรมรอบต่อไปได้อย่างแม่นยำ

Workshop 4 มิติสุขภาวะองค์กร

อยากเริ่มสร้าง “องค์กรสุขภาพดี” แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน?
SAKID ออกแบบ 4 Workshop หลัก ตามแนวคิดขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อให้เหมาะกับองค์กรไทยทุกขนาดเน้นการเรียนรู้แบบ “ลงมือทำจริง” และ “วัดผลได้”

 1. Workshop สุขภาวะทางกาย (Physical Wellbeing)

ชื่อเวิร์กช็อป: “Move for Energy – เคลื่อนไหวเพิ่มพลังในที่ทำงาน”

จุดเด่น

• เรียนรู้วิธีออกกำลังกายง่าย ๆ ระหว่างวันทำงาน

• สร้างวัฒนธรรม “Active Office” ลดอาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรม

• มีโค้ชด้านการเคลื่อนไหว (Movement Coach) และนักวิทยาศาสตร์การกีฬา

สิ่งที่พนักงานจะได้
พนักงานรู้วิธีดูแลร่างกายตนเอง และมีพลังในการทำงานมากขึ้นในทุกวัน

เหมาะสำหรับ: โรงงาน, สำนักงาน, ทีมงานที่นั่งโต๊ะนาน

อ่านเพิ่มเติม: Workshop ออกกำลังกาย

 

2. Workshop สุขภาวะทางใจ (Mental Wellbeing)

ชื่อเวิร์กช็อป: “Mindful at Work – พลังใจในวันที่งานหนัก”

จุดเด่น

• เรียนรู้เทคนิคจัดการความเครียดอย่างเข้าใจตนเอง

• ฝึกการอยู่กับปัจจุบันผ่านกิจกรรม Mindfulness และ Self-reflection

• มีนักจิตวิทยาช่วยแนะนำวิธีสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจในทีม

สิ่งที่พนักงานจะได้

พนักงานสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น เครียดน้อยลง และทำงานร่วมกันได้อย่างมีพลัง

เหมาะสำหรับ: ทีมที่เผชิญความเครียดสูง, พนักงาน, และผู้นำทีม

อ่านเพิ่มเติม: Workshop ดูแลจิตใจ

 

 3. Workshop สุขภาวะทางสังคม (Social Wellbeing)

ชื่อเวิร์กช็อป: “Team with Heart – สร้างทีมด้วยพลังใจและความเข้าใจ”

จุดเด่น

• ใช้กิจกรรมสื่อสารเชิงบวก (Positive Communication) และ Empathy Game

• ช่วยให้ทีมเข้าใจกันมากขึ้น ลดความขัดแย้ง และเพิ่มพลังใจร่วมกัน

• เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเสริมความสัมพันธ์หลังวิกฤตหรือเปลี่ยนแปลงทีม

สิ่งที่พนักงานจะได้

ทีมที่เข้าใจ  แข็งแรง และมีพลังร่วมสร้างสิ่งดีในองค์กร

เหมาะสำหรับ: ทุกทีมงานในองค์กร โดยเฉพาะทีมที่ต้องร่วมมือกันบ่อย

อ่านเพิ่มเติม: Workshop ดูแลจิตใจ

 

4. Workshop สุขภาวะทางเศรษฐกิจ (Financial Wellbeing)

ชื่อเวิร์กช็อป: “Happy Money – วางแผนการเงินให้สบายใจ”

จุดเด่น

• สอนวางแผนการเงินส่วนบุคคลอย่างเข้าใจง่าย

• มีนักวางแผนการเงิน (Financial Coach) แนะนำการจัดการหนี้และการออม

• ปรับแนวคิดการใช้เงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต

สิ่งที่พนักงานจะได้

พนักงานลดความกังวลด้านการเงิน มีความมั่นคง และโฟกัสกับงานได้มากขึ้น

เหมาะสำหรับ: พนักงานทั่วไป, HR, หรือทีมบัญชีและการเงิน

อ่านเพิ่มเติม: Workshop การเงิน

        สุขภาวะองค์กร ไม่ใช่เพียงแนวคิดด้านสุขภาพ แต่คือ กลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรที่ยั่งยืนเมื่อพนักงานมีสุขภาพดีทั้งกาย ใจ และสังคม องค์กรก็จะเติบโตด้วยความสมดุลและพลังเชิงบวก การดูแลคน คือการดูแลหัวใจของธุรกิจ
เพราะเมื่อคนในองค์กรมีความสุข องค์กรก็มีพลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีได้ไม่รู้จบ

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

บทความที่น่าสนใจ

กิจกรรม 5ส คืออะไร (เข้าใจง่ายๆ ใน 5 นาที)

กิจกรรม 5ส คือเครื่องมือชั้นเยี่ยมในการจัดระเบียบและทำให้สามารถใช้พื้นที่ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่แท้จริงนั้นกิจกรรม 5ส คืออะไร มาหาคำตอบไปด้วยกัน

อ่านต่อ »

มาตรฐานโรงอาหาร สำหรับองค์กร มีอะไรบ้าง

โรงอาหารคือหัวใจสำคัญของสุขภาพพนักงานในองค์กร โดยเฉพาะในโรงงานหรือสถานประกอบการที่มีพนักงานจำนวนมาก การดูแลคุณภาพอาหารไม่ใช่แค่เรื่อง “อร่อย” แต่คือการลงทุนระยะยาวในสุขภาพ ผลผลิต และความยั่งยืนขององค์กร จากข้อมูลของกรมอนามัย (2566) พบว่า พนักงานที่รับประทานอาหารในโรงอาหารที่ผ่านเกณฑ์สุขาภิบาลมีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินอาหารและโรคเรื้อรังต่ำกว่าถึง 40% เมื่อเทียบกับโรงอาหารทั่วไป

อ่านต่อ »
MEA-คลองเตย-sakid

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตคลองเตย

กิจกรรม  “Healthy Workshop”

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตคลองเตย ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด ภายในงานได้รับความสนใจจากพนักงานเป็นจำนวนมาก

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -Disc

DISC พลังแห่งบุคลิกในการสร้างทีมเวิร์คสู่ความสำเร็จขององค์กร

คุณเคยสังเกตไหมว่า ทำไมองค์กรที่เต็มไปด้วยบุคลากรผู้มีความสามารถ แต่บางครั้งการทำงานร่วมกันเป็นทีมกลับเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีอุปสรรค? สาเหตุสำคัญอาจมาจากความแตกต่างด้านบุคลิกภาพในการทำงานของแต่ละคน การสร้างทีมเวิร์คให้แข็งแกร่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่างสมาชิกในทีมที่มีรูปแบบการคิดและการทำงานแตกต่างกัน หากเราไม่เข้าใจและปรับวิธีบริหารจัดการให้เหมาะสม ความแตกต่างเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นตัวขัดขวางการทำงานเป็นทีมให้ราบรื่นและบรรลุเป้าหมายได้อย่างที่ตั้งใจ ซึ่งหากปล่อยไว้ ก็อาจบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งและส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของทีมในที่สุด

อ่านต่อ »

5 หัวข้อ อบรม พนักงาน ให้ได้ความรู้และทักษะการใช้ชีวิต

การอบรมพนักงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่ยังหมายถึงการพัฒนา “ทักษะชีวิต” ที่ช่วยให้พนักงานดูแลสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ในที่ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อคนในองค์กรมีสุขภาวะที่ดี เขาจะสามารถสร้างผลงานที่ดี มีความยืดหยุ่นในการเผชิญความเปลี่ยนแปลง และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญขององค์กรที่ยั่งยืน

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-การสร้างแรงจูงใจในที่ทำงาน

การสร้างแรงจูงใจ ให้องค์กรสุขภาพดี พนักงานสุขภาพดี

เคยสังเกตไหมว่า พนักงานที่มีสุขภาพดีมักทำงานได้ดีขึ้น มีพลังบวกและสามารถรับมือกับความท้าทายในที่ทำงานได้ดีขึ้น? นั่นเพราะสุขภาพมีผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสุขของพนักงาน 

อ่านต่อ »
URL Copied!

ทำไมโรงอาหารพนักงานต้องผ่าน เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร ของกรมอนามัย

      “อาหารกลางวัน” ในโรงงานหรือออฟฟิศ ไม่ได้เป็นเพียงมื้อหนึ่งของวัน แต่คือพลังหลักที่หล่อเลี้ยงสมรรถนะการทำงานของพนักงานทั้งองค์กร โรงอาหารที่ไม่สะอาดหรือจัดการไม่ถูกสุขลักษณะ อาจนำมาซึ่งการระบาดของโรคทางอาหารและการลาป่วยจำนวนมาก

 

      ในทางกลับกัน โรงอาหารที่ผ่าน เกณฑ์สุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัย จะเป็นรากฐานสำคัญของ “องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization)” ที่พนักงานมั่นใจ อิ่มอร่อย และปลอดภัยในทุกวัน

เกณฑ์สุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัยคืออะไร

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กำหนด “เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร” เพื่อเป็นมาตรฐานกลางสำหรับสถานประกอบการด้านอาหารทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงอาหาร หรือโรงครัวในองค์กร เพื่อควบคุมให้ “อาหารที่จำหน่าย”

 

1. สถานที่และสิ่งแวดล้อมต้องสะอาด ปลอดภัย

• พื้น ผนัง และเพดาน ต้องเรียบ ทำความสะอาดง่าย ไม่มีรอยแตกหรือรั่วซึม

• มีการระบายอากาศที่ดี แสงสว่างเพียงพอ

• พื้นที่ครัว แยกจากพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่ทิ้งขยะ

• ไม่มีสัตว์พาหะ เช่น หนู แมลงวัน หรือแมลงสาบ

📌 เหตุผลที่สำคัญ: สภาพแวดล้อมที่สกปรกหรืออับชื้นคือแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่ปนเปื้อนลงสู่อาหารได้โดยตรง

 

2. น้ำสะอาดและระบบจัดการของเสีย

• น้ำที่ใช้ปรุงอาหาร ล้างจาน หรือล้างมือ ต้องเป็น “น้ำสะอาดตามเกณฑ์กรมอนามัย”

• ต้องมีระบบกำจัดน้ำเสียและขยะที่ถูกต้อง เช่น แยกขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล

• ไม่ปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่สาธารณะโดยตรง

📌 เหตุผลที่สำคัญ: น้ำเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคหลักในโรงอาหาร การไม่มีระบบบำบัดอาจทำให้เชื้อโรคสะสมและย้อนกลับสู่ครัวได้

 

3. อุปกรณ์และภาชนะต้องสะอาด แยกประเภทชัดเจน

• อุปกรณ์ประกอบอาหาร เช่น เขียง มีด กระทะ ต้องแยก “ดิบ” และ “สุก” อย่างชัดเจน

• ภาชนะล้างทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

• หลังล้าง ต้องผึ่งให้แห้งในตะแกรงหรือที่คว่ำ ไม่วางบนพื้น

📌 เหตุผลที่สำคัญ: เชื้อโรคจากอาหารดิบ เช่น เนื้อหมูหรือไก่ สามารถปนเปื้อนสู่อาหารที่สุกแล้วได้ (เรียกว่า cross-contamination) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษจำนวนมาก

 

4. ผู้สัมผัสอาหารต้องมีสุขลักษณะที่ดี

• คนทำอาหารต้องใส่หมวกคลุมผม ผ้ากันเปื้อน และเสื้อสะอาด

• ห้ามสวมเครื่องประดับขณะปรุงอาหาร

• ต้องผ่านการอบรมหลักสูตร “ผู้สัมผัสอาหาร” และมีใบรับรองจากสาธารณสุข

• ต้องตรวจสุขภาพประจำปี เช่น ตรวจหาเชื้อก่อโรคทางอาหาร และสุขภาพทั่วไป

📌 เหตุผลที่สำคัญ: พฤติกรรมของคนทำอาหารคือจุดเสี่ยงสูงสุด มือหรือเล็บที่ไม่สะอาดอาจเป็นตัวนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผู้บริโภคได้โดยตรง

 

5. การจัดการอาหารและโภชนาการ

• วัตถุดิบต้องสดใหม่และเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม (เช่น เนื้อสดแช่เย็น ≤5°C)

• ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง และเก็บในภาชนะปิดมิดชิด

• ไม่ใช้วัตถุเจือปนอาหารเกินมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

• จัดเมนูอาหารที่มีสัดส่วนสารอาหารครบถ้วน

📌 เหตุผลที่สำคัญ: นอกจากความสะอาดแล้ว “คุณค่าทางโภชนาการ” ก็เป็นสิ่งที่กรมอนามัยเน้น เพราะอาหารในโรงงานหรือออฟฟิศคือแหล่งพลังงานหลักของพนักงานตลอดวัน

เมื่อผ่านเกณฑ์ จะได้รับอะไรบ้าง?

 

เมื่อโรงอาหารผ่านการตรวจประเมินครบทุกหมวด จะได้รับ “ตรารับรองสุขาภิบาลอาหาร (Food Sanitation Standard)” จากกรมอนามัย ซึ่งสามารถติดหน้าร้านเพื่อแสดงให้เห็นว่า

 

โรงอาหารแห่งนี้ผ่านการตรวจมาตรฐานด้านความสะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ

 

สิ่งนี้ไม่เพียงสร้างความมั่นใจให้พนักงาน แต่ยังช่วยให้องค์กร

• นำไปใช้เป็น หลักฐานในรายงาน ESG/CSR ด้านสุขภาพ

• เพิ่มคะแนนในมาตรฐาน ISO 45001 / Occupational Health & Safety

• ใช้เป็น จุดขายทางภาพลักษณ์ สำหรับลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจ

เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร ไม่ใช่แค่สะอาด แต่คือ “ระบบบริหารจัดการสุขภาพ”

หลายองค์กรเข้าใจผิดว่า “ผ่านเกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร” แปลว่าแค่ทำความสะอาดครัวให้เงา แต่ในความจริงแล้ว เกณฑ์นี้คือ “ระบบบริหารความปลอดภัยทางอาหาร” ที่มีการตรวจสอบเป็นรอบ มีการอบรม และติดตามต่อเนื่อง ซึ่งถ้าทำอย่างต่อเนื่อง จะเกิดผลลัพธ์ 3 ประการใหญ่คือ

 

1.พนักงานสุขภาพดีขึ้น → ประสิทธิภาพงานสูงขึ้น

2.องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการลาป่วย

3.สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

เวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste” โดย SAKID ยกระดับสู่โรงอาหารสุขภาพที่ได้ใบรับรอง

SAKID ร่วมกับนักกำหนดอาหารและกรมอนามัย จัดเวิร์กช็อป “Clean Food Good Taste & Healthy Canteen” เพื่อให้องค์กรสามารถ

 

• เรียนรู้หลักเกณฑ์การตรวจสุขาภิบาลอาหาร

• ปฏิบัติจริงในการประเมินและปรับปรุงโรงอาหาร

• เตรียมยื่นขอใบรับรอง Clean Food Good Taste

• รับคำปรึกษาจากนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

 

บริการนี้ครอบคลุมทั้งการตรวจประเมินโรงอาหาร, อบรมพนักงานครัว และออกเอกสารรับรองสุขาภิบาลอาหาร เพื่อให้โรงอาหารในองค์กรสามารถผ่านการตรวจได้อย่างมั่นใจ

👉สนใจ WORKSHOP Healthy Canteen สำหรับแม่ครัว พ่อครัว

 

ทำไมต้องเลือก SAKID เป็นที่ปรึกษาโรงอาหารสุขภาพ

เพราะ SAKID ไม่ได้แค่สอนให้ “สะอาดและอร่อย” แต่เราดูแลครบตั้งแต่ต้นจนถึงการตรวจรับรองจริง

• ตรวจสุขาภิบาลโรงอาหารตามเกณฑ์กรมอนามัย

• อบรมพนักงานครัวโดยนักกำหนดอาหารมืออาชีพ

• ออกแบบเมนู Clean Food Good Taste เฉพาะองค์กร

• เตรียมเอกสารยื่นขอใบรับรองพร้อมติดตามผล

📌 สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร/Healthy Canteen / Clean Food Good Taste ปรึกษากับ SAKID 

        การยกระดับโรงอาหารในองค์กรให้ได้มาตรฐาน เกณฑ์สุขาภิบาลอาหาร ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความสะอาดในครัว” แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง “วัฒนธรรมสุขภาพที่ดี” ภายในที่ทำงานเมื่ออาหารทุกจานปลอดภัย สดใหม่ และอร่อยอย่างเหมาะสม พนักงานก็จะรู้สึกมั่นใจ มีพลัง และรู้ว่าบริษัทใส่ใจสุขภาพของพวกเขาจริง ๆ นั่นคือพลังเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนบรรยากาศการทำงานให้ดีขึ้นได้ทุกวัน

 

       สนใจทำมาตรฐานโรงอาหาร หรือโรงอาหารสุขภาพ แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • กรมอนามัย. (2565). คู่มือเกณฑ์สุขาภิบาลอาหารสำหรับสถานที่จำหน่ายอาหาร. กระทรวงสาธารณสุข.

  • World Health Organization. (2021). Five Keys to Safer Food Manual. WHO Press.

  • Thai Health Promotion Foundation. (2566). โครงการโรงอาหารสุขภาพดีในสถานประกอบการ.

  • SAKID. (2024). โภชนาการในองค์กร: ดูแลสุขภาพพนักงานผ่านมื้ออาหารที่สมดุล. www.sakid.app/blog/โภชนาการในองค์กร

  •  

บทความที่น่าสนใจ

HAPPY FIT-SAKID

WORKSHOP HAPPY FIT กินอยู่อย่างไร ร่างกายฟิต สุขภาพดี

กิจกรรม HAPPY FIT กินอยู่อย่างไร ร่างกายฟิต สุขภาพดี

วันที่ 22 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม HAPPY FIT กินอยู่อย่างไร ร่างกายฟิต สุขภาพดี กับ SAKID ที่บริษัท ทาทาสตีล จำกัด โดยจะมีกิจกรรมการวัดองค์ประกิบร่างกายเพื่อดูสุขภาพโดยรวมของพนักงาน และกิจกรรมWorkshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยที่พนักงานออฟฟิศสามารถนำไปใช้ได้ การเลือกกินแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก คาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลเหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ร่างกายไม่เจ็บป่วยสร้างสุขภาพดีได้

อ่านต่อ »
Cover-เริ่มต้นสุขภาพดี ทำได้ทุกวัน-SAKID

Health talk เริ่มต้นสุขภาพดี ทำได้ทุกวัน

วันที่ 11 กุมภาพันธ์  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม เริ่มต้น สุขภาพดีทำได้ทุกวัน ให้กับพนักงานบริษัทภิรัชออฟฟิศ โดยนักกำหนดอาหารได้มาร่วมพูดคุยและให้ความรู้เรื่องความเสี่ยงโรคต่างๆ ที่สามารถเจอในวัยทำงานได้ โดยที่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงของโรคNCDsและมีสุขภาพที่แข็งแรง เริ่มต้นด้วยทริคการเลือกกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ  การลดอาหารที่มีความเสี่ยงต่อโรคไขมัน ทริคการเลือกกินสายบุฟเฟ่ ทริคเลือกกินสายปาร์ตี้

อ่านต่อ »
Health talk NCDs-SAKID

Health talk กินอยู่ อย่างไร ห่างไกล NCDs

Health talk กินอยู่อย่างไร ห่างไกล NCDs

วันที่ 30 เมษายน  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม กินอยู่อย่างไรห่างไกลโรคNCDs กับ SAKID ที่บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์  Workshop เกี่ยวกับการเลือกอาหารในชีวิตประจำวันโดยจะเน้นไปที่การลดน้ำหนักและไขมันในเลือด ให้พนักงานได้นำไปใช้ได้จริง การอ่านฉลากแบบง่ายๆ การเลือกกินอาหารแบบ 2-1-1 เน้นโปรตีนและผัก การเลือกกินคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อรักษาการกินที่สมดุลให้เหมาะกับสภาวะร่างกายของแต่คนให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »

สร้าง Employee Wellbeing อย่างไร ให้พนักงานสุขภาพดี

Employee Wellbeing หรือ “สุขภาวะพนักงาน” หมายถึง สภาวะที่พนักงานมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “สุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ”

อ่านต่อ »
คิดบวกในที่ทำงาน-Positive thinking -SAKID

วิธีการคิดเชิงบวก Positive Thinking ในที่ทำงาน

การคิดในเชิงบวกการทำงานกับคนหลากหลายในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยความท้าทายและแรงกดดัน แนวคิดเชิงบวกเป็นที่สำคัญสำหรับอารมณ์และจิตใจที่ช่วยให้เรารับมือกับปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมองโลกในแง่ดีไม่เพียงแต่ช่วยลดความเครียด แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรอีกด้วย

อ่านต่อ »
workshop การยศาสตร์ในการทำงาน-SAKID

workshop การยศาสตร์ในการทำงาน (Ergonomics Training)

กิจกรรม  Workshop “Meditationand Deep relaxation ”

เมื่อวันที่ 9  มกราคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “กายศาสตร์ในการทำงาน” โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกายเบื่้องต้น อาหารแบบไหนที่เจ็บแล้วอันตรายควรไปพบคุณหมอ การปรับท่านั่งการทำงานให้ถูกต้องตามสรีระของแต่คน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือตัวเอง การยืดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ที่ถูกใช้บ่อย ๆ สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น และเรื่องที่ควรระวังในการยกของหนัก ท่าที่ถูกต้อง สำหรับการยกของหนัก และการนั่งทำงานที่ใช้โน๊ตบุ๊คเป็นหลัก

อ่านต่อ »