URL Copied!

แบบประเมินความเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศ

       ความเครียดกลายเป็น “โรคเงียบ” ของคนทำงานออฟฟิศ การมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบและติดตามภาวะความเครียดของพนักงานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความเครียดไม่ได้เพียงทำลายสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน การขาดงาน และอัตราการลาออก

 

      สำหรับ HR แบบประเมินความเครียดไม่ใช่แค่แบบสอบถามธรรมดา แต่เป็น “เครื่องมือข้อมูลเชิงลึก” ที่ช่วยให้เห็นภาพรวมสุขภาพใจของพนักงาน และใช้วางแผนเชิงกลยุทธ์ด้าน การจัดการความเครียด และ Wellness Program ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบบประเมินความเครียดคืออะไร

แบบประเมินความเครียด คือชุดคำถามที่ออกแบบมาเพื่อวัดระดับความเครียด ทั้งในเชิง ร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบ Self-Assessment ที่พนักงานตอบด้วยตัวเอง

 

แบบประเมินความเครียดมาตรฐานที่นิยมใช้

• แบบสอบถาม DASS-21 (Depression Anxiety Stress Scales): ใช้ประเมินภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียด

• แบบสอบถาม ST-5 (แบบวัดความเครียด 5 ข้อ): เหมาะสำหรับองค์กรในไทย ใช้ง่ายและรวดเร็ว

• แบบสอบถาม PSS (Perceived Stress Scale): วัดการรับรู้ความเครียดในชีวิตประจำวัน

 

เกณฑ์การประเมินผล

สามารถใช้ผลการประเมินเพื่อ

• ระบุพนักงานที่อยู่ในภาวะเสี่ยง Burnout

• ประเมินแนวโน้มสุขภาพจิตของทีม

• วางแผนโครงการส่งเสริมสุขภาพใจ (เช่น Workshop, EAP)

• ใช้เป็นดัชนีวัดความสำเร็จของสวัสดิการสุขภาพ

ST-5 แบบประเมินความเครียด

ST-5 แบบประเมินความเครียด (5 ข้อ)

ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีอาการต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน เลือกคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุด (0=ไม่เลย, 1=เล็กน้อย, 2=ค่อนข้างมาก, 3=มากที่สุด)

0–4 ปกติ 5–7 เครียดเล็กน้อย 8–9 เครียดปานกลาง 10–15 เครียดรุนแรง

ผลการประเมิน

0
ปกติ

ข้อมูลของคุณเป็นแบบไม่ระบุตัวตน ใช้เพื่อการประเมินตนเองเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ หากได้คะแนนสูง (≥10) หรือมีความคิดทำร้ายตนเอง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

คำแนะนำทั่วไป: พักผ่อนให้พอ ออกกำลังกายเบา ๆ หายใจลึก 4-7-8 งดคาเฟอีนช่วงบ่าย สื่อสารกับหัวหน้างานเรื่องภาระงาน และใช้ EAP/ปรึกษานักจิตวิทยาเมื่อจำเป็น

ประโยชน์ของแบบประเมินความเครียดต่อ HR และองค์กร

1.เข้าใจพนักงานเชิงลึก → เห็นปัญหาที่อาจไม่ถูกพูดออกมา เช่น ความเหนื่อยล้า ความกังวลใจ

2.ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต → ตรวจพบปัญหาก่อนลุกลามเป็นโรคซึมเศร้าหรือ Burnout

3.เชื่อมโยงกับ HR Analytics → ใช้ข้อมูลวางแผนกลยุทธ์บุคลากร เช่น การจัด Workload หรือนโยบาย Hybrid Work

4.สร้าง Employer Branding → แสดงให้องค์กรเป็น “ที่ทำงานที่ใส่ใจสุขภาพพนักงาน”

 

ขั้นตอนการนำแบบประเมินความเครียดมาใช้จริง

1. การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและความลับ

• แจ้งพนักงานชัดเจนว่า ข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ

• ใช้แบบประเมินออนไลน์ที่ไม่ระบุชื่อ เพื่อให้พนักงานตอบอย่างตรงไปตรงมา

2. การเก็บผลและเชื่อมโยงกับนโยบาย HR

• วิเคราะห์ผลรวมระดับองค์กร เพื่อตัดสินใจเชิงนโยบาย

• หากพบพนักงานกลุ่มเสี่ยง → HR สามารถแนะนำให้เข้าร่วม โปรแกรม EAP (Employee Assistance Program) หรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

 

วิธีการส่งเสริมสุขภาพจิตในองค์กร-SAKID

แนวทางจัดการความเครียดหลังการประเมิน

 

HR กับการสร้าง Employee Assistance Program (EAP)

EAP คือ โปรแกรมช่วยเหลือพนักงานด้านสุขภาพจิตที่หลายองค์กรชั้นนำใช้ ช่วยให้พนักงานเข้าถึงนักจิตวิทยาอย่างเป็นความลับ และลดภาระงาน HR

👉 อ่านเพิ่มเติม: EAP คืออะไร

 

การเสริมกิจกรรม Wellness และ Workshop

องค์กรสามารถต่อยอดจากผลประเมินด้วยการจัด Workshop จัดการความเครียด เช่น

• เวิร์กช็อป “Mindfulness ในที่ทำงาน”

• Self-reflection คลายความตึงเครียดในออฟฟิศ

• การจัดการ Burnout

👉 สนใจจัด Workshop ดูเพิ่มเติมที่ SAKID Workshop

Checklist สำหรับ HR การใช้แบบประเมินความเครียดให้ได้ผล

 

เลือกแบบประเมินที่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร

 กำหนดรอบการทำแบบสอบถาม เช่น ทุกไตรมาส

 สร้างระบบเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยและเป็นความลับ

 ใช้ผลวิเคราะห์เชื่อมโยงกับนโยบาย HR

 มีมาตรการติดตามผล (Follow-up) เช่น EAP, Coaching

        การใช้ แบบประเมินความเครียด ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่คือก้าวแรกสู่ การดูแลสุขภาพใจพนักงานอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ HR และผู้บริหารเข้าใจทีมงานมากขึ้น ลดความเสี่ยง Burnout และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพจิต เริ่มต้นวันนี้ ด้วยการนำ แบบประเมินความเครียด มาปรับใช้ในองค์กร แล้วต่อยอดด้วย   Workshop  และ Wellness Program เพื่อสร้างพนักงานที่สุขภาพใจแข็งแรง และองค์กรที่ยั่งยืน

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

 

แหล่งอ้างอิง

  • Ministry of Public Health. (2021). แนวทางการประเมินและจัดการความเครียดในที่ทำงาน. กรมสุขภาพจิต.

  • WHO. (2020). Mental health in the workplace. World Health Organization.

  • American Psychological Association. (2019). Stress in America survey.

บทความที่น่าสนใจ

องค์กรสุขภาพดี พนักงานลดเสี่ยงโรค NCDs

องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ไม่ได้หมายถึงแค่การมีโรงอาหารสะอาดหรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเท่านั้น แต่คือการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพของพนักงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ทำให้พนักงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

อ่านต่อ »
happinometer

Happinometer เครื่องมือวัดความสุขได้ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง

หลายต่อหลายครั้งที่เราทำงานไปเรื่อย ๆ แล้วเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ชวนมาทำแบบประเมินวัดความสุขกับ Happinometer กัน โดยแบบประเมินนี้เหมาะกับคนทำงาน

อ่านต่อ »
Cover Workshop Burnout Kobayashi-SAKID

Workshop Burnout @Kobayashi

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop  Burnout ที่บริษัทโคบายาชิ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูดคุยและให้ความรู้ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ เคล็ดลับการจัดการความเครียดและการสื่อสารต่อเพื่อนร่วมงาน เทคนิคการจัดการความเครียดเรื่องการจัดการภาระงาน วิธีปรับตัวเมื่อเจอปัญหาการคิดบวก

อ่านต่อ »

แบบประเมินความเครียด สำหรับพนักงานออฟฟิศ

ความเครียดกลายเป็น “โรคเงียบ” ของคนทำงานออฟฟิศ การมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบและติดตามภาวะความเครียดของพนักงานจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความเครียดไม่ได้เพียงทำลายสุขภาพจิต แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน การขาดงาน และอัตราการลาออก

อ่านต่อ »

รู้จัก เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ แยกเรื่องงาน ดูแลสุขภาพและชีวิต

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

อ่านต่อ »
Brownout-thumbnail-SAKID

รับมือกับ Brownout Syndrome: เคล็ดลับปลุกไฟในการทำงานอีกครั้ง

คุณรู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่าย และสิ้นหวังกับการทำงานอยู่หรือเปล่า? ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้ เพราะอาการแบบนี้คือสัญญาณของภาวะ Brownout Syndrome ที่กำลังคุกคามพนักงานออฟฟิศจำนวนมากในปัจจุบัน หากคุณกำลังต่อสู้กับความเหนื่อยล้า ขาดแรงบันดาลใจ และรู้สึกหมดไฟในการทำงาน บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จัก Brownout Syndrome ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำวิธีรับมือและจุดประกายในการทำงานอีกครั้ง เพื่อเป็นแนวทางดูแลสุขภาพจิตของคนทำงานอย่างเรา

อ่านต่อ »
URL Copied!

Mental Health ในที่ทำงาน ปัญหาที่องค์กรไม่ควรมองข้าม

       Mentral Health หรือสุขภาพจิตของพนักงาน กลายเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้าม เพราะไม่เพียงส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน แต่ยังสะท้อนตรงไปยังประสิทธิภาพการทำงาน ผลผลิตของทีม และภาพรวมขององค์กรโดยตรง

 

       งานวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ว่า ความผิดปกติทางสุขภาพจิตในที่ทำงานสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจระดับโลกนับล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะเดียวกัน กรมสุขภาพจิตของไทยก็รายงานว่า ความเครียดและภาวะซึมเศร้าเป็นสาเหตุหลักของการลาป่วยในองค์กรไทยจำนวนมาก 

 

       สำหรับ HR และผู้บริหารแล้ว การดูแล สุขภาพจิตพนักงาน จึงไม่ใช่เพียงเรื่องสวัสดิการ แต่คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยรักษาบุคลากรที่มีคุณค่า ลดความเสี่ยงจาก burnout

Mental Health ในที่ทำงาน

Mental health หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการรับมือกับความเครียด การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการมีส่วนร่วมกับสังคมได้อย่างสมดุล เมื่อพนักงานมีสุขภาพจิตที่ดี พวกเขาจะสามารถใช้ศักยภาพได้เต็มที่ ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น

 

ปัจจัยที่กระทบสุขภาพจิตพนักงาน

• ปริมาณงานที่มากเกินไป และเวลาทำงานที่ไม่ยืดหยุ่น

• ความสัมพันธ์กับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน

•  การขาดความมั่นคงในงาน และการประเมินผลที่ไม่ชัดเจน

• สภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่ไม่เอื้อต่อสมดุลชีวิต-การทำงาน

 

ผลกระทบต่อองค์กรเมื่อมองข้าม

• อัตราการขาดงาน (absenteeism) สูงขึ้น

• ประสิทธิภาพการทำงานลดลง (presenteeism)

• การลาออกบ่อย (turnover rate)

• วัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษ (toxic workplace)

สัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร

แม้หลายครั้งพนักงานจะไม่พูดตรง ๆ ว่ากำลังเผชิญปัญหาทางใจ แต่ก็มี สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจน หาก HR และหัวหน้างานใส่ใจ จะสามารถช่วยเหลือได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

1. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงาน

• ผลงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำได้ดี

• มาสายบ่อยขึ้น หรือลาป่วยบ่อยโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

• ไม่สนใจรายละเอียดงาน หรือตัดสินใจผิดพลาดมากขึ้น

2. การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และบุคลิกภาพ

• หงุดหงิดง่าย โมโหบ่อย หรือแสดงอารมณ์รุนแรง

• แยกตัว ไม่เข้าร่วมกิจกรรมทีม หรือหลีกเลี่ยงการประชุม

• แสดงอาการหมดไฟ เช่น พูดว่ารู้สึก “ไม่ไหวแล้ว” หรือ “หมดแรงใจ”

3. ปัญหาด้านความสัมพันธ์ในที่ทำงาน

• มีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น

• ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือเงียบผิดปกติ

• หลีกเลี่ยงการพบปะสื่อสารกับหัวหน้างาน

4. สัญญาณด้านร่างกายที่สะท้อนสุขภาพจิต

• น้ำหนักขึ้นหรือลดลงเร็วผิดปกติ

• ปวดหัว นอนไม่หลับ หรือมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง

• ใช้สารเสพติด แอลกอฮอล์ หรือบุหรี่เพิ่มขึ้น

5. ผลกระทบเชิงองค์กรที่ควรจับตา

• อัตราการลาออกสูงผิดปกติในบางทีม

• จำนวนวันลาป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

• Engagement score ลดลงจากการสำรวจพนักงาน

 

จากงานวิจัยที่ HR ควรรู้

  • งานวิจัยจาก Deloitte (2022) พบว่า 77% ของพนักงานประสบกับ burnout อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

  • ในประเทศไทย กรมสุขภาพจิตรายงานว่า ปัญหาความเครียดและภาวะซึมเศร้าเป็นสาเหตุสำคัญของการลาป่วยในองค์กร

นักจิตวิทยาหลังแผ่นดินไหว-SAKID

การดูแล Mental Health พนักงาน

เมื่อองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของ mental health คำถามต่อมาคือ “แล้วจะเริ่มต้นอย่างไร?” เพราะการดูแลสุขภาพจิตพนักงานไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยมาตรการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย กลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งเชิงป้องกันและเชิงแก้ไข

 

การจัดการความเครียดในที่ทำงาน

• จัด workload management ให้สมดุล

• เพิ่ม flexible working hours หรือ work-from-home

• จัดอบรมเรื่อง การจัดการความเครียด และ mindfulness

 

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety)

องค์กรควรสร้างบรรยากาศที่พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างไม่กลัวการถูกตัดสิน การมี ผู้นำที่ฟังจริง และเปิดโอกาสให้ feedback จะช่วยลดแรงกดดัน

 

การใช้ Employee Assistance Program (EAP)

EAP เป็นโปรแกรมที่มี นักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา สำหรับพนักงานที่เผชิญปัญหาความเครียด ครอบครัว หรือการเงิน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ EAP คืออะไร

Workshop นักจิตวิทยาและการปรึกษาออนไลน์สำหรับพนักงาน

หนึ่งในกลยุทธ์ที่องค์กรสามารถใช้เพื่อดูแล mental health ของพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ คือการจัดให้มี Workshop ด้านสุขภาพจิต และการเปิดช่องทาง ปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ ซึ่งตอบโจทย์พนักงานยุคใหม่ที่อาจไม่สะดวกเดินทางไปพบผู้เชี่ยวชาญด้วยตนเอง

 

ทำไม Workshop นักจิตวิทยาจึงสำคัญ

• ช่วยให้พนักงานเข้าใจ การจัดการความเครียด และเทคนิคปรับอารมณ์ในชีวิตประจำวัน

• เปิดพื้นที่ให้พนักงานได้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้ร่วมกัน

• เสริมสร้างความเข้าใจเรื่อง การป้องกัน burnout และการสร้างสมดุลชีวิต-งาน

• เป็นกิจกรรมที่แสดงให้องค์กรเห็นถึงความใส่ใจต่อสุขภาพจิตของบุคลากร

 

ตัวอย่างหัวข้อเวิร์กช็อปที่ได้รับความนิยมในองค์กร

• Mindfulness at Work  ฝึกสติในที่ทำงานเพื่อลดความเครียด

• Stress Management 101  เทคนิคจัดการความเครียดแบบง่าย ๆ

• Building Resilience  การสร้างภูมิคุ้มกันทางใจเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง

 

ปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์: การเข้าถึงที่ง่ายขึ้น

ปัจจุบันหลายองค์กรเปิดบริการ Online Counseling ให้พนักงานสามารถพูดคุยกับนักจิตวิทยาได้ผ่านแอปพลิเคชัน วิดีโอคอล หรือแชทส่วนตัว ข้อดีคือ

• เข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

• รักษาความเป็นส่วนตัว ทำให้พนักงานรู้สึกปลอดภัยในการเปิดใจ

• ลดอุปสรรคเรื่อง stigma เพราะหลายคนยังรู้สึกไม่กล้าไปพบผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว

การมีทั้ง Workshop และ Online Counseling จะช่วยให้องค์กรดูแลสุขภาพจิตพนักงานได้ครบมิติ ทั้งเชิงป้องกันและการให้ความช่วยเหลือเฉพาะราย

Checklist 5 ขั้นตอนดูแล Mental Health พนักงาน

ประเมินสถานการณ์  ใช้แบบสอบถามความเครียดและ burnout

เปิดช่องทางรับฟังอย่างจริงใจ  ให้องค์กรแสดงความตั้งใจที่จะรับฟังความคิดเห็น

จัดโปรแกรมสนับสนุน  เช่น EAP หรือกิจกรรมเวิร์คช็อป

ฝึกอบรมหัวหน้างาน  ให้เข้าใจการสังเกตสัญญาณสุขภาพจิต

ติดตามและปรับปรุง  ใช้ KPI เช่น turnover rate, sick leave days

 

         Mental healthในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือปัจจัยหลักที่กำหนดคุณภาพชีวิตของพนักงานและความยั่งยืนขององค์กร หาก HR และผู้บริหารเริ่มลงมือวันนี้ องค์กรจะได้ผลลัพธ์ทั้งในด้าน performance และ people อย่าปล่อยให้ความเครียดและ burnout ทำลายทีมของคุณ มาร่วมสร้างองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพจิตพนักงานไป

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2022). Mental health in the workplace. WHO.

  • Deloitte. (2022). Women @ Work: A global outlook. Deloitte Insights.

  • กรมสุขภาพจิต. (2565). รายงานสุขภาพจิตคนทำงาน. กระทรวงสาธารณสุข

บทความที่น่าสนใจ

Sakid thumbnail-หมด Passion ในการทำงาน

เมื่อพนักงานสูญเสีย Passion ในงาน: วิธีจุดประกายแรงบันดาลใจในที่ทำงานอีกครั้ง

โดยทั่วไปหมายถึงแรงผลักดันอย่างแรงกล้าที่ทำให้เรามุ่งมั่นและเต็มใจอุทิศตนให้กับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งอย่างต่อเนื่องและทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ (Vallerand, 2015) โดย  Passion ในการทำงาน (Work passion) คือ สภาวะทางจิตใจที่บุคคลรู้สึกกระตือรือร้น ยินดี และเต็มใจที่จะอุทิศเวลา พลังกาย พลังใจ ให้กับการทำงาน จนรู้สึกว่างานเป็นส่วนหนึ่งที่มีคุณค่าในชีวิต (Vallerand et al., 2003) และในทางจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การแบ่ง passion ออกเป็น 2 ประเภท คือ harmonious passion และ obsessive passion

อ่านต่อ »

องค์กรสุขภาพดี พนักงานลดเสี่ยงโรค NCDs

องค์กรสุขภาพดี (Healthy Organization) ไม่ได้หมายถึงแค่การมีโรงอาหารสะอาดหรือประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเท่านั้น แต่คือการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพของพนักงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ทำให้พนักงานมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

อ่านต่อ »
Employee Engagement

Employee Engagement เทคนิคสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร 

การสานสัมพันธ์ของพนักงานและองค์กร ถือเป็นโจทย์ที่น่าขบคิดอีกหนึ่งอย่างสำหรับ HR และผู้บริหารภายในองค์กร Employee Engagement จึงเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในจุดนี้

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -7 สัญญาณไม่แฮปปี้

7 สัญญาณพนักงานไม่แฮปปี้ที่ไม่ควรมองข้าม

ความสุขในที่ทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสำเร็จขององค์กร แต่เมื่อพนักงานเริ่มขาดรอยยิ้มในการทำงาน ผลกระทบด้านลบที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายให้กับผลการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 7 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงความไม่แฮปปี้ของพนักงานในองค์กร ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะนำวิธีการช่วยเหลือและจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุข และนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -team

12 กิจกรรม สร้างทีมเวิร์คที่ออฟฟิศ

คุณเคยรู้สึกว่าบรรยากาศในที่ทำงานห่างเหิน ขาดพลังของการร่วมมือร่วมใจกันหรือไม่? ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูง การสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จขององค์กร กิจกรรม Team Building คือเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้วางใจ ความร่วมมือ และการทำงานเป็นทีมอย่างราบรื่น

อ่านต่อ »
cover-กินเป็นลืมป่วย-Sakid

WORKSHOP ONLINE กินเป็นลืมป่วย กับ นักกำหนดอาหาร

กิจกรรม  “กินเป็นลืมป่วย”

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop online “กินเป็นลืมป่วย”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพได้ให้ความรู้เรื่องการจัดเก็บอาหารและของสด การเลือกอาหารที่เสริมสร้างสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วย

อ่านต่อ »
URL Copied!

รู้จัก เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ แยกเรื่องงาน ดูแลสุขภาพและชีวิต

เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ สำคัญสำหรับองค์กรเพราะเราอยู่ในยุคที่พนักงานต้องทำงานแข่งกับเวลาและเป้าหมายที่กดดัน ปัญหาความเครียดและภาวะหมดไฟ (Burnout) เกิดขึ้นบ่อยในหลายองค์กร การสร้าง เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ (Work life balance) จึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่เป็น กลยุทธ์สำคัญของ HR ที่จะช่วยเสริมสุขภาพองค์รวม (Wellbeing) และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ คืออะไร

เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ หมายถึง สมดุลระหว่างเวลาทำงานและชีวิตส่วนตัว ที่ช่วยให้พนักงานมีพลังทั้งกายและใจ ลดความตึงเครียด และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า

หลักการสำคัญของเวิร์คไลฟ์บาลานซ์

• เวลางานที่ชัดเจน ไม่รบกวนเวลาส่วนตัว

• การสนับสนุนด้านสุขภาพกายและใจ

• วัฒนธรรมการทำงานที่ยืดหยุ่น

ความแตกต่างระหว่าง Work life balance และ Wellbeing

• Work life balance: เน้นที่ เวลา และ การแบ่งแยกขอบเขตงาน-ชีวิต

• Wellbeing: ครอบคลุมสุขภาพองค์รวม ทั้งกาย ใจ อารมณ์ สังคม และการเงิน

ดังนั้น การทำงานที่มีสมดุลจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการสร้าง Wellbeing ให้องค์กรอีกด้วย

 

ผลกระทบของการขาดสมดุลต่อองค์กร

เมื่อพนักงานไม่สามารถรักษา สมดุลระหว่างงานกับชีวิต ได้ ผลเสียจะไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงทั้งทีมและองค์กร ดังนี้

 

1. ผลกระทบต่อพนักงาน (Individual Impact)

• ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress): พนักงานที่ทำงานหนักเกินไปจะมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง ส่งผลต่อสมาธิ ความจำ และการตัดสินใจ

• สุขภาพร่างกายถดถอย: งานวิจัยของ WHO (2021) ระบุว่าการทำงานเกิน 55 ชั่วโมง/สัปดาห์ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดถึง 35%

• สุขภาพจิตเสื่อมลง: เกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และหมดไฟ (Burnout)

 

2. ผลกระทบต่อทีมงาน (Team Impact)

• ความร่วมมือและกำลังใจลดลง: พนักงานที่เหนื่อยล้ามักไม่พร้อมช่วยเหลือหรือสนับสนุนเพื่อนร่วมงาน

• คุณภาพงานตกต่ำ: เมื่อหนึ่งคนขาดสมดุล จะส่งผลต่อผลลัพธ์ของทีม เช่น งานล่าช้า การสื่อสารผิดพลาด

• บรรยากาศการทำงานตึงเครียด: ทีมงานที่ทำงานภายใต้ความกดดันสูงต่อเนื่อง อาจเกิดความขัดแย้งบ่อยขึ้น

 

3. ผลกระทบต่อองค์กร (Organizational Impact)

• อัตราการลาออกสูง (Turnover): รายงานของ Gallup พบว่า 76% ของพนักงานที่ลาออกให้เหตุผลว่าเกิดจากความเครียดและการขาด Work life balance

• Productivity ลดลง: พนักงานที่ทำงานเกินกำลังจะทำงานได้ช้าลงและผิดพลาดมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการแก้ไขปัญหาเพิ่ม

• ต้นทุนสุขภาพองค์กรสูงขึ้น: บริษัทต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลและชดเชยการลาป่วยเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐฯ บริษัทที่ไม่ลงทุนใน Wellness Program สูญเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการขาดงานและ Productivity ที่หายไป

•ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย: ในยุคที่คนรุ่นใหม่เลือกงานจาก “คุณภาพชีวิต” มากกว่าเงินเดือนเพียงอย่างเดียว องค์กรที่ไม่ใส่ใจ Work life balance จะดึงดูดและรักษาคนเก่งได้ยาก

นักจิตวิทยาหลังแผ่นดินไหว-SAKID

วิธีสร้างสมดุลการทำงานและชีวิตในองค์กร

 

1. นโยบายเวลาทำงานยืดหยุ่น (Flexible Work Arrangement)

หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดคือการออกแบบเวลาทำงานที่ไม่ตายตัว ให้พนักงานเลือกได้ว่าจะทำงานที่ไหน เมื่อไร โดยยังคงส่งมอบผลงานได้ตามมาตรฐาน

 

ตัวอย่างรูปแบบ

• Flexible hours: กำหนดชั่วโมงการทำงานรวม แต่พนักงานเลือกเวลาเข้างาน–เลิกงานได้

• Hybrid work: สลับระหว่างเข้าออฟฟิศและทำงานจากบ้าน

• Compressed workweek: ทำงาน 4 วัน/สัปดาห์ แต่ชั่วโมงต่อวันยาวขึ้น

 

ประโยชน์ต่อองค์กร

• ลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

• เพิ่ม Engagement เพราะพนักงานรู้สึกได้รับความไว้วางใจ

• ดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Work life balance

 

2. การสนับสนุนสุขภาพจิตและอารมณ์ (Mental Health & Emotional Support)

สุขภาพใจเป็นหัวใจของ Wellbeing หากละเลยอาจนำไปสู่ Burnout หรือการลาออกได้

 

แนวทางปฏิบัติ

• โปรแกรม EAP (Employee Assistance Program): ให้คำปรึกษาส่วนตัวกับนักจิตวิทยา

• กิจกรรม Mindfulness & Meditation: ฝึกสมาธิเพื่อลดความเครียด

• การอบรม Stress Management: สำหรับทั้งพนักงานและหัวหน้างาน

 

ตัวอย่างจริง
บางองค์กรในไทยเริ่มจัด “Mindfulness at Work Workshop” เดือนละ 1 ครั้ง ทำให้พนักงานรายงานระดับความเครียดลดลงกว่า 30% ภายใน 3 เดือน

 

3. สิ่งแวดล้อมการทำงานและสังคมในองค์กร (Workplace Environment & Social Connection)

บรรยากาศในที่ทำงานส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของทีม

 

สิ่งที่ HR ทำได้

• ออกแบบพื้นที่ทำงานที่เป็นมิตร: มีแสงธรรมชาติ พื้นที่พักผ่อน หรือโซนเงียบ

• สร้าง Team Bonding Activities: เช่น กิจกรรมกลุ่มเล็กๆ หรือ CSR ร่วมกัน

• วัฒนธรรม Care & Respect: หัวหน้างานควรเคารพเวลาส่วนตัวพนักงาน

 

ผลลัพธ์
ทีมงานที่มี Social Connection แข็งแรง มักมี Engagement สูงขึ้น และลดการลาออก

 

4. โภชนาการและการออกกำลังกาย (Nutrition & Physical Activity)

สุขภาพกายที่แข็งแรงคือพื้นฐานของ Work life balance เพราะร่างกายที่อ่อนล้าไม่สามารถทำงานได้เต็มที่

แนวทางที่องค์กรสามารถทำได้

• โรงอาหารสุขภาพ: มีเมนูที่ผ่านการออกแบบโดยนักกำหนดอาหาร

• Wellness Break: เวลาพักสั้น ๆ สำหรับการยืดเส้นสาย

• Corporate Fitness Program: จัดเวิร์คช็อปออกกำลังกาย เช่น โยคะ ยืดเหยียด ฟิตเนส

 

กรณีศึกษา
บริษัทข้ามชาติหลายแห่งมี “Healthy Canteen” และรายงานว่าอัตราการเจ็บป่วยลดลง 15–20% ภายในปีแรก

จะเห็นว่าทั้ง 4 หัวข้อนี้สามารถช่วยพนักงานด้านไหนบ้าง

• เวลา → ลดความเครียด

• สุขภาพใจ → เสริมความทนทาน

• สิ่งแวดล้อม–สังคม → เพิ่มแรงจูงใจ

• โภชนาการ–ออกกำลังกาย → สร้างพลังงาน

ทั้งหมดนี้คือการวางรากฐานของ Wellbeing Culture ที่ยั่งยืน

SAKID -ดูแลสุขภาพทั้ง4ด้าน

Checklist จัดกิจกรรมสร้างเวิร์คไลฟ์บาลานซ์

ประเมินสภาพแวดล้อม: วิเคราะห์ข้อมูลการลาป่วย การขาดงาน และ Feedback

✅กำหนดเป้าหมาย: ลด Burnout หรือเพิ่ม Engagement

✅ออกแบบนโยบาย: เวลาทำงานยืดหยุ่น, Wellness Program

        การสร้าง เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ (Work life balance) คือการจัดสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวของพนักงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกคนมีทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และพลังงานเชิงบวกในการทำงาน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงช่วยลดภาวะ Burnout และความเครียด แต่ยังทำให้บรรยากาศในทีมดีขึ้น การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • World Health Organization. (2021). Mental health in the workplace. WHO.
  • Maslach, C., & Leiter, M. P. (2016). Burnout. Stress and Health, 32(2), 103–105.
  • Thai Ministry of Public Health. (2022). Workplace wellness and occupational health.
  • CDC. (2020). Workplace health model.
  •  

บทความที่น่าสนใจ

Booth nutrition and mental health-SAKID

WORKSHOP Booth nutrition and mental health

วันที่ 13 ธันวาคม  2567 SAKID ได้ร่วมกิจกรรมออกบูธนักกำหนดอาหารและจิตวิทยา ที่บริษัทLumentum โดยจะมีกิจกรรมให้ความรู้โภชนาการโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพผ่านให้พนักงานได้เข้ามาร่วมสนุกระหว่างพักกลางวันโดยจะมีเกมบิงโกเรื่องอาหารสุขภาพดีและทริคเรื่องอาหารที่ปรับให้สุขภาพดี เกมทายแคลอรีอาหารที่จะให้ความรูเรื่องการเลือกอาหารประเภทต่างๆโดยไม่ต้องคำนวนแคลอรี โดยผู้ชนะจะได้รับของที่ระลึกจากบูธไปนอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องโภชนาการอาหารผ่านเกมอีกด้วย ส่วนบูธนักจิตวิทยาจะเป็นการให้ทำแบบประเมินสุขภาพใจ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญภาวะทางจิตใจหรือไม่พร้อมให้คำแนะนำบริการการปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์ นอกจากนี้ใครที่ได้ทำแบบประเมินยังได้เลือกรับหินสายมูกันไปนอกจากจิตใจที่แข็งแกร่งแล้วหินสายมูก็ช่วยให้พลังใจบวกไปอีกด้วย

อ่านต่อ »
ส่งเสริมสุขภาพพนักงาน

เทคนิคส่งเสริมสุขภาพพนักงานที่ทุกบริษัทควรรู้

แนะนำโมเดลการจัดโครงการ ส่งเสริมสุขภาพพนักงาน 4 ขั้นตอน แนะนำไอเดียจัดกิจกรรม กิจกรรมลดน้ำหนัก ส่งเสริมสุขภาพ [แนะนำเครื่องมือช่วยจัดโครงการ]

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail-การสร้างแรงจูงใจในที่ทำงาน

การสร้างแรงจูงใจ ให้องค์กรสุขภาพดี พนักงานสุขภาพดี

เคยสังเกตไหมว่า พนักงานที่มีสุขภาพดีมักทำงานได้ดีขึ้น มีพลังบวกและสามารถรับมือกับความท้าทายในที่ทำงานได้ดีขึ้น? นั่นเพราะสุขภาพมีผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความสุขของพนักงาน 

อ่านต่อ »

Workshop ดูแลสุขภาพใจ #workshop3อ #อารมณ์

ดูแลสุขภาพใจพนักงาน ด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง การสำรวจตรวจเอง เรื่องจิตวิทยาและอารมณ์ , Workshop การจัดการความเครียด , Health talk Work life balance หรือ Burn out โดยนักจิตวิทยาที่มีประสบการณ์

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -ประกันกลุ่ม

ทำประกันกลุ่มให้พนักงานอย่างไรให้คุ้มกับเงินในกระเป๋า

หลายครั้งที่พนักงานในบริษัทมีความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ทำให้ต้องพักรักษาตัว และอาจจะทำงานได้มีประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นหลายๆบริษัทมีความจำเป็นต้องมองหาสวัสดิการให้กับพนักงานในองค์กร ดังนั้นเราจึงต้องมาทำความเข้าใจคำว่าประกันกลุ่มคืออะไร

อ่านต่อ »
Cover Workshop Burnout Kobayashi-SAKID

Workshop Burnout @Kobayashi

วันที่ 15 กรกฎาคม 2568  SAKID ได้จัดกิจกรรม Workshop  Burnout ที่บริษัทโคบายาชิ โดยนักจจิตวิทยามาร่วมพูดคุยและให้ความรู้ เพื่อให้พนักงานรู้ว่าตัวเองตอนนี้กำลังเผชิญกับความเครียดอยู่หรือไม่ เคล็ดลับการจัดการความเครียดและการสื่อสารต่อเพื่อนร่วมงาน เทคนิคการจัดการความเครียดเรื่องการจัดการภาระงาน วิธีปรับตัวเมื่อเจอปัญหาการคิดบวก

อ่านต่อ »
URL Copied!

รีวิว จัด กิจกรรมบริษัท ให้พนักงานสุขภาพดีได้ด้วย SAKID

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรงขึ้น “พนักงาน” ไม่ได้เป็นเพียงแรงงาน แต่คือ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร การดูแลสุขภาพกายและใจของพนักงานจึงเป็นภารกิจสำคัญของฝ่าย HRD/HR

 

หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผล คือการ จัดกิจกรรมบริษัท (Company Activities) ที่ผสมผสานความสนุกกับการสร้างสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพนักงานบริษัทในรูปแบบ Workshop, Challenge หรือ Team Building หากทำอย่างมีระบบ จะช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอัตราการขาดงาน และสร้างความผูกพันกับองค์กร (Employee Engagement)

ทำไม “กิจกรรมบริษัท” ถึงสำคัญต่อองค์กรยุคใหม่

 

• ลดความเครียดและ Burnout: ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ระบุว่าพนักงานไทยกว่า 30% เผชิญความเครียดสูงจนกระทบการทำงาน หากไม่มีมาตรการป้องกัน อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรัง

• เพิ่มความผูกพันองค์กร (Engagement): งานวิจัยจาก Gallup พบว่า พนักงานที่มี Engagement สูงสามารถสร้าง Productivity มากกว่าพนักงานทั่วไปถึง 21%

• สร้าง Employer Branding: องค์กรที่จัดกิจกรรมดูแลสุขภาพพนักงานสม่ำเสมอ จะถูกมองว่าใส่ใจบุคลากร ทำให้ง่ายต่อการดึงดูดและรักษาคนเก่ง

 

เรียกได้ว่า กิจกรรมองค์กรที่ดี = การลงทุนระยะยาวของบริษัท

ประเภทกิจกรรมพนักงานบริษัทที่ช่วยเสริมสุขภาพ

กิจกรรมด้านโภชนาการ

• Healthy Canteen: โรงอาหารสุขภาพที่มีเมนูโภชนาการครบถ้วน ลดหวาน มัน เค็ม

• Workshop ทำอาหารสุขภาพ: เชิญนักกำหนดอาหารมาสอนวิธีปรุงเมนูง่าย ๆ ที่พนักงานนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

 

กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย

• Office Exercise: การยืดเส้นยืดสาย 5–10 นาทีระหว่างวัน

• Corporate Fitness Challenge: แข่งขันนับก้าว เดิน-วิ่งสะสม หรือปั่นจักรยาน เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหว

 

กิจกรรมด้านจิตใจและอารมณ์

• Mindfulness Workshop: ฝึกสติและสมาธิเพื่อลดความเครียด

• Stress Management Program: โปรแกรมจัดการความเครียด เช่น Yoga, Breathing Exercise

 

กิจกรรมด้านสังคมและทีมเวิร์ก

• Team Building Camp: กิจกรรมกลางแจ้งเพื่อสร้างความสามัคคี

• Volunteer Day: กิจกรรมอาสาสมัคร เช่น ปลูกป่า เก็บขยะ สร้างคุณค่าและความภูมิใจร่วมกัน

SAKID ช่วยให้กิจกรรมบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร

แอปพลิเคชัน SAKID ได้รับการออกแบบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ 3 สาขา (นักกำหนดอาหาร, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, นักจิตวิทยา) เพื่อช่วยองค์กร จัดกิจกรรมบริษัทด้านสุขภาพอย่างครบวงจร

 

• Health Mission: ภารกิจสุขภาพรายบุคคลกว่า 1,000 รายการ

• Health Challenge: แข่งขันกันในทีม เช่น นับก้าว, ดื่มน้ำ, ออกกำลังกาย → ทำให้กิจกรรมสนุก

• Mood Tracking: บันทึกอารมณ์และความสุขของพนักงาน ช่วยติดตามสุขภาพจิต

• HR Dashboard: วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเชิงลึก → ผู้บริหารเห็นผลชัด วัด ROI ได้

ภาพกิจกรรม-Lbeauty-SAKID

Checklist จัดกิจกรรมองค์กร

✅ประเมินสุขภาพพนักงาน: ใช้ข้อมูลจากแบบสอบถาม, การตรวจสุขภาพ, หรือแอป SAKID

✅ตั้งเป้าหมายกิจกรรม: เช่น ลดอัตราการลาป่วย, เสริมทีมเวิร์ก, หรือพัฒนาสุขภาพจิต

✅เลือกกิจกรรมที่เหมาะสม: ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรและงบประมาณ

✅กำหนด KPI และวิธีวัดผล: เช่น อัตราการเข้าร่วม, คะแนนความพึงพอใจ, ผลตรวจสุขภาพ

✅ใช้เทคโนโลยี HR เช่น SAKID: เพื่อเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และรายงานต่อผู้บริหาร

หัวข้อวิธีการทั่วไปบริการ SAKID
การออกแบบกิจกรรมขึ้นอยู่กับ HR แต่ละคน → ขาดมาตรฐานHealth Mission และ Challenge สำเร็จรูปกว่า 1,000 รายการ
การเข้าร่วมของพนักงานมักมีผู้เข้าร่วมจำกัด เพราะขาดแรงจูงใจGamification กระตุ้นการแข่งขันและความสนุก
การติดตามผลสุขภาพใช้แบบสอบถามกระดาษหรือข้อมูลสุขภาพทั่วไปDashboard แบบเรียลไทม์ → วัดผลสุขภาพกายใจอย่างละเอียด
ภาระงานของ HRต้องวางแผนเองทั้งหมด → ใช้เวลามากระบบอัตโนมัติ ช่วยออกแบบและวิเคราะห์ → ลดงาน HR
ความยั่งยืนของกิจกรรมจัดเฉพาะกิจ บางครั้งไม่ต่อเนื่องออกแบบเป็น แคมเปญระยะยาว วัดผลซ้ำได้ต่อเนื่อง
ต้นทุนเวลาและทรัพยากรสูง เพราะต้องจ้าง Trainer/Consultant บ่อยครั้งคุ้มค่า ใช้ แพลตฟอร์มเดียว ดูแลครบวงจร

“กิจกรรมบริษัท” คือหัวใจในการดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นกาย ใจ และความสัมพันธ์ในทีม เมื่อพนักงานได้รับกิจกรรมที่สร้างสุขภาพและความสุข พวกเขาจะรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจและเห็นคุณค่าในตัวตน

 

        แล้วควรจัดกิจกรรมแบบไหนดี ระยะเวลานานเท่าใด คำตอบนี้ก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละองค์กร แต่หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ปรึกษา SAKID ได้ เราไม่ใช่แค่ผู้นำกิจกรรมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาช่วยออกแบบกิจกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร รวมทั้งวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางสุขภาพให้จบครบในที่เดียว ทำให้คนในองค์กรมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

         Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • กรมสุขภาพจิต. (2565). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตคนทำงานไทย.

  • Gallup. (2021). State of the Global Workplace Report. Gallup Press.

  • World Health Organization. (2020). Workplace health promotion. Retrieved from https://www.who.int/

  • International Labour Organization. (2021). Mental health in the workplace.

บทความที่น่าสนใจ

5 วิธี การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อเติมไฟให้พนักงาน

องค์กรไม่ได้พึ่งพาเพียงเทคโนโลยีหรือกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น แต่ “คน” คือปัจจัยสำคัญที่สุด การมีพนักงานที่มีแรงบันดาลใจในการทำงานจะช่วยให้องค์กรมีพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

อ่านต่อ »
Cover-Burn-out-sakid

WORKSHOP BURN OUT

กิจกรรม “ภาวะหมดไฟ กับสิ่งต่างๆ”

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Burn Out”  ให้กับธนาคาร UOB โดยนักจิตวิทยา ผู้เข้าฟังจะได้ทำการสำรวจตัวเองว่าอาการนี้เรียกว่า หมดไฟ หรือเปล่า และสามารถจัดการกับความรู้สึกได้อย่างไร การจัดการความเครียดจากการทำงานเพื่อไม่ให้กระทบกับสุขภาพใจ

อ่านต่อ »
โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน-Sakid thumbnail

โรคซึมเศร้า ในที่ทำงาน นักจิตวิทยาช่วยคุณได้

ในปัจจุบันโรคซึมเศร้าที่คนวัยทำงานต้องเผชิญพบเจอเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยผลจากการศึกษาสุขภาพแบบองค์รวมในประชากรทั่วโลกพบว่าโรคซึมเศร้าทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 2 ในปี 2020และถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอับดับ 1 ในปี2030 (WHO, 2019) ส่วนในประเทศไทยจากการจัดอันดับการการเสียสุขภาพแบบองค์รวมของคนไทย พบว่าโรคซึมเศร้าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย ส่วนอันดับ 2 ในผู้ชายไทย

อ่านต่อ »
แยกขยะในที่ทำงาน-SAKID

แยกขยะในที่ทำงาน เรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้

ในแต่ละวัน ที่ทำงานของเราสร้างขยะจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นถ้วยกาแฟ กล่องอาหารกลางวัน กระดาษที่ใช้แล้ว หรือขยะรีไซเคิลอื่น ๆ ถ้าเรารู้จักแยกขยะให้ถูกประเภทตั้งแต่ต้นทาง ก็สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก ที่สำคัญยังทำให้ที่ทำงานสะอาดและน่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วย

อ่านต่อ »
8 ทริคดื่มน้ำ-SAKID

8 ทริคดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้ว

 การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งๆ ที่น้ำคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 60% การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันไม่เพียงแค่ช่วยให้ทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น สมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ ทำงานได้อย่างปกติ แต่ยังช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น ผิวฉ่ำ ปากชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน ในทางกลับกัน หากเราดื่มน้ำน้อยเกินไป อาจส่งผลให้ท้องผูก ปวดหัว สมองทำงานช้าลง เหนื่อยล้า โฟกัสกับการทำงานได้ลดลง ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail well-SAKID

Well-Being กลยุทธ์สร้างสุขภาวะที่ดีให้กับพนักงาน

ทุกธุรกิจ ทุกองค์กร มีการจัดการคนทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ถ้าวันนี้ลองสังเกตดูว่า พนักงานของเรา ยังมีความสุขในการทำงานหรือไม่ การทำงานของแต่ละคนมีประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์องค์กรมากแค่ไหน และคุณภาพชีวิตของพนักงานดีขึ้นทุกด้านรึเปล่า หากผู้นำหรือผู้บริหารสามารถมองจุดนี้ได้ ธุรกิจก็จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน

อ่านต่อ »
URL Copied!

รีวิว ไอเดียจัด team building Online ที่ได้สุขภาพและกิจกรรมร่วมกัน

       การจัดกิจกรรม team building ในยุคที่การทำงานผสมผสานระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ (Hybrid Work) ได้กลายเป็นเรื่องปกติ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและดูแลสุขภาพไปพร้อมกันถือเป็นโจทย์ท้าทายของ HR และผู้บริหาร การจัด team building ออนไลน์ จึงกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างทั้ง ความผูกพัน (Engagement) และ สุขภาวะที่ดี (Well-being) ให้กับคนทำงาน

 

       อย่างไรก็ตาม กิจกรรมteam buildingที่ซ้ำซากอาจทำให้พนักงานรู้สึกเบื่อ ไม่อิน และไม่เกิดประโยชน์ต่อองค์กร บทความนี้จึงขอแชร์ ไอเดียteam buildingออนไลน์ที่ทั้งสนุก ได้สุขภาพ และสร้างทีมที่แข็งแรง

Team building ออนไลน์คืออะไร และสำคัญต่อองค์กรอย่างไร

 

team building ออนไลน์ คือ กิจกรรมที่ออกแบบให้พนักงานสามารถเข้าร่วมผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น Zoom, MS Teams หรือ Google Meet โดยมีเป้าหมายเพื่อ

• เสริมสร้างความสัมพันธ์ของทีมงาน

• พัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน

• ลดความเครียดและเสริมสุขภาพกาย–ใจ

• สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีแม้จะทำงานทางไกล

 

📌 การจัด team building ออนไลน์ไม่ใช่แค่การเล่นเกม แต่ควรเชื่อมโยงกับ Employee Engagement และ Workplace Wellness Program เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

 

5 ไอเดีย team building ออนไลน์ เพื่อสุขภาพและทีมที่แข็งแรง

 

1. กิจกรรมออกกำลังกายออนไลน์แบบกลุ่ม

• จัด “Zoom Yoga” หรือ “Office Stretch” 15 นาทีหลังเลิกประชุม

• ใช้ผู้เชี่ยวชาญนักวิทยาศาสตร์การกีฬา นำกิจกรรม เพื่อให้ทุกคนสามารถออกกำลังกายได้อย่างถูกวิธี

• เหมาะสำหรับองค์กรที่อยากลดอาการ Office Syndrome และกระตุ้นพลังงานทีม

💡 Tip: เริ่มจากง่าย ๆ เช่น “ยืดเส้นสาย 5 ท่า” ให้ทุกคนเปิดกล้องทำพร้อมกัน จะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกได้ทันที

  • ข้อดี: ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน ทุกคนทำได้พร้อมกัน ได้ผลทันทีในการลดอาการเมื่อยล้าและเพิ่มพลังงาน

  • ข้อจำกัด: ถ้าไม่มีผู้เชี่ยวชาญนำ อาจทำท่าผิดจนเกิดการบาดเจ็บ และกิจกรรมอาจซ้ำซากจนพนักงานเบื่อ

  • เหมาะกับ: องค์กรที่อยากเริ่มต้นดูแลสุขภาพกายแบบง่าย ๆ ใช้เวลาสั้น

 

2. Workshop ทำอาหารสุขภาพ

• จัด Virtual Cooking Class โดยให้นักกำหนดอาหาร (Dietitian) มาสอนเมนูสุขภาพที่ทำง่าย เช่น สลัดธัญพืช, น้ำผักผลไม้

• พนักงานแต่ละคนทำพร้อมกันที่บ้าน แล้วแชร์ภาพผลงาน

• ได้ทั้งความสนุก การเรียนรู้โภชนาการ และการสร้างความสัมพันธ์

  • ข้อดี: สร้างทั้งความสนุกและการเรียนรู้ด้านโภชนาการ พนักงานมีผลงานให้แชร์ เกิด bonding ที่ดี

  • ข้อจำกัด: ต้องมีการเตรียมวัตถุดิบล่วงหน้า และใช้เวลาในการจัดกิจกรรมมากกว่าการออกกำลังกาย

  • เหมาะกับ: องค์กรที่อยากให้กิจกรรมกลายเป็น “ประสบการณ์ร่วม” ของพนักงาน และต้องการผลลัพธ์ทั้งสุขภาพและความสัมพันธ์

 

3. เกมละลายพฤติกรรมเสริมสุขภาพจิต

• Virtual Ice-breaking เช่น เกม Quiz สุขภาพ, Bingo ไลฟ์สไตล์สุขภาพดี

• Sharing Circle ให้แต่ละคนเล่า “Healthy Habit” ที่ตัวเองทำ

• เสริมสุขภาพจิต ลดความตึงเครียด และเปิดโอกาสให้พนักงาน introvert ได้มีส่วนร่วม

  • ข้อดี: ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก สร้างบรรยากาศสนุกและช่วยให้พนักงานเปิดใจ

  • ข้อจำกัด: ถ้าออกแบบไม่ดีอาจกลายเป็นเกมที่ “เด็กเกินไป” และไม่เชื่อมโยงกับเป้าหมายสุขภาพหรือ Wellness ขององค์กร

  • เหมาะกับ: องค์กรที่อยากใช้กิจกรรมเบา ๆ เพื่อกระตุ้นพลังงานก่อนประชุมใหญ่ หรือใช้เป็น Ice-breaking

 

4. Step Challenge: แข่งเดินสะสมก้าว SAKID 

• ใช้ Smartwatch หรือแอปพลิเคชันบันทึกก้าว

• แข่งแบบทีม: รวมก้าวของทุกคนแล้วดูว่าแผนกไหนเดินมากที่สุด

• สร้างบรรยากาศแข่งขันเชิงบวก ได้สุขภาพ + ความสนุก

💡 ตัวอย่าง: บริษัทหนึ่งทำ Step Challenge 30 วัน พบว่าพนักงานกว่า 70% ออกกำลังกายต่อเนื่องจนเป็นนิสัย

  • ข้อดี: สร้างพฤติกรรมสุขภาพเชิงต่อเนื่องเพราะใช้เวลาหลายวัน กระตุ้นการแข่งขันเชิงบวกทั้งรายบุคคลและทีม

  • ข้อจำกัด: ต้องใช้อุปกรณ์หรือแอปพลิเคชันติดตามก้าว ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกยุ่งยากในการเข้าร่วม

  • เหมาะกับ: องค์กรขนาดกลาง–ใหญ่ ที่ต้องการกิจกรรม Wellness เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวันจริง

 

ภาพกิจกรรม-Lbeauty-SAKID

 

5. Virtual Mindfulness & Relaxation

• จัด Workshop “10 นาทีแห่งความสงบ” นำโดยนักจิตวิทยา

• ใช้เทคนิค Mindfulness, Meditation, Breathwork

• เหมาะสำหรับองค์กรที่เจอความเครียดสูง และต้องการลด Burnout

  • ข้อดี: ลดความเครียดได้อย่างตรงจุด เหมาะกับพนักงานที่ทำงานหนักหรืองานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สูง

  • ข้อจำกัด: บางคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับการทำสมาธิหรือฝึกหายใจ อาจต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยามานำ

  • เหมาะกับ: องค์กรที่ต้องการเสริมสุขภาพใจ ลด Burnout และสร้างสมดุลชีวิตการทำงาน

Checklist ในการจัด team building ออนไลน์

ก่อนจัดกิจกรรม ลองเช็กสิ่งเหล่านี้

✅ กำหนด ป้าหมายกิจกรรม เสริมสุขภาพกาย, สุขภาพจิต หรือความสัมพันธ์

✅ จำกัดเวลาไม่เกิน 45–60 นาที เพื่อรักษาการมีส่วนร่วม

✅ เลือกแพลตฟอร์มที่พนักงานคุ้นเคย เช่น Zoom, MS Teams

✅ ผู้เชี่ยวชาญ ดูแล เช่น นักกำหนดอาหาร,นักกายภาพ,นักจิตวิทยา

✅ ออกแบบกิจกรรมให้ ทุกคนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะ introvert หรือ extrovert

✅ ประเมินผลหลังจบกิจกรรม เช่น Survey ความสุข, Engagement Score

คำแนะนำในการเลือกWorkshop

  • ถ้าอยากได้ กิจกรรมง่าย ๆ ทำทันที → เลือกออกกำลังกายออนไลน์หรือเกมละลายพฤติกรรม

  • ถ้าอยากได้ กิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ร่วม → เลือก Workshop ทำอาหารสุขภาพ

  • ถ้าอยากได้ กิจกรรมต่อเนื่องที่สร้างนิสัยสุขภาพ → เลือก Step Challenge

  • ถ้าอยากได้ กิจกรรมเพื่อสุขภาพจิต → เลือก Virtual Mindfulness

team building ออนไลน์ที่ดี = สนุก + ได้สุขภาพ + เสริมความสัมพันธ์องค์กร

ไม่ควรมองว่าเป็นเพียง “กิจกรรมสันทนาการ” แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Wellness Program ที่ช่วยลดอัตราลาออก เพิ่ม Engagement และทำให้องค์กรยั่งยืน

        หากคุณกำลังมองหา Workshop ออนไลน์ที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญทั้ง โภชนาการ, การออกกำลังกาย และจิตวิทยากับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

บทความที่น่าสนใจ

ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ

ประเมินผลการทำงานอย่างไร ไม่ให้ลำบากใจ

เมื่อฤดูประเมินมาถึง…บอสหลายคนอาจรู้สึกว่าการต้องวิจารณ์หรือพูดถึงข้อดีข้อเสียต่อหน้าคนๆ นั้นตรงๆ…เป็นเรื่องน่าอึดอัด  ส่วนในมุมมองของตัวผู้ถูกประเมินเอง  เมื่อต้องมาฟังข้อเสียหรือเรื่องแย่ๆ ของตน…บางคนก็รู้สึกมีอารมณ์  ไม่ว่าจะผิดหวัง เศร้าเสียใจ หรือโกรธ  นั่นทำให้พวกเขาพูดจาหรือแสดงท่าทีปกป้องตนเองในแบบต่างๆ  แถมไม่ใช่แค่ตอนพูดคุยประเมินกันเท่านั้น  หลังจากนั้นบางคนยังอาจแสดงความไม่พอใจหรือต่อต้านองค์กร ตั้งแต่มาทำงานสาย หยุดงาน จนไปถึงแสดงความก้าวร้าว  พลอยทำให้องค์กรและผู้ร่วมงานอึดอัดและเสียหายไปด้วย…เป็นเรื่องน่าลำบากใจใช่ไหม

อ่านต่อ »
Cover-Healthy Canteen-sakid

WORKSHOP Healthy Canteen

กิจกรรม  “อบรม พ่อครัว แม่ครัว ให้ทำอาหารสุขภาพมากขึ้น”

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “อบรม พ่อครัว แม่ครัว ให้ทำอาหารสุขภาพมากขึ้น”

อ่านต่อ »
ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics-SAKID

ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop

กิจกรรม  Workshop “ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop”

เมื่อวันที่ 27  มีนาคม  2568  SAKID  ได้จัดกิจกรรม “ประเมินการยศาสตร์ Ergonomics Workshop” ที่สำนักงาน บริษัท ภิรัช โดยนักกายภาพบำบัดที่จะมาสอนความรู้เรื่องการจัดท่านั่งในการทำงานให้กับพนักงาน โดยอาการที่ส่งสัญญาณของออฟฟิศซินโดรมและวิธีในการป้องกันการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในระยะยาว สาเหตุของการกระทำที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ เมื่อย ล้า ให้บรรเทาลง ปรับท่าแก้ปัญหาไหล่ห่อ คอยื่น ท่ากายบริหารที่สามารถทำได้ในที่ทำงานเพื่อคลายกกล้ามเนื้อ ประเมินการยศาสตร์รายบุคคลเพื่อปรับการนั่งทำงานให้ถูกต้อง

อ่านต่อ »
แยกขยะในที่ทำงาน-SAKID

แยกขยะในที่ทำงาน เรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้

ในแต่ละวัน ที่ทำงานของเราสร้างขยะจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นถ้วยกาแฟ กล่องอาหารกลางวัน กระดาษที่ใช้แล้ว หรือขยะรีไซเคิลอื่น ๆ ถ้าเรารู้จักแยกขยะให้ถูกประเภทตั้งแต่ต้นทาง ก็สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก ที่สำคัญยังทำให้ที่ทำงานสะอาดและน่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วย

อ่านต่อ »
โรคที่เกิดจากการทำงาน

10 โรคจากการทำงาน ที่ HR สามารถช่วยป้องกันได้

เพราะพนักงงานคือคนสำคัญที่องค์กรต้องคอยดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ชวนไปดู 10 โรคที่เกิดจากการทำงาน และวิธีการที่แต่ละองค์กรสามารถป้องกันโรคภัยให้กับพนักงานได้

อ่านต่อ »

สร้าง Employee Wellbeing อย่างไร ให้พนักงานสุขภาพดี

Employee Wellbeing หรือ “สุขภาวะพนักงาน” หมายถึง สภาวะที่พนักงานมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “สุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ”

อ่านต่อ »
URL Copied!

จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

การจัด กิจกรรม outing ไม่ใช่แค่พาพนักงานไปเที่ยวพักผ่อน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความผูกพันกับองค์กร เพิ่มความสามัคคี และเสริมสุขภาพกาย-ใจของพนักงาน งานวิจัยของ Gallup (2022) ชี้ว่า พนักงานที่มี engagement สูง จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากถึง 21% และมีอัตราการลาออกน้อยลงเกือบครึ่งหนึ่ง

 

ดังนั้น การเลือกกิจกรรมที่ “สนุก + ได้ประโยชน์ + สร้างสุขภาพ” จะทำให้องค์กรคุ้มค่ากับการลงทุน และพนักงานรู้สึกมีความหมายกับงานมากขึ้น

ไอเดีย กิจกรรม outing ที่ตอบโจทย์ HR

 

1. Outing บริษัทแบบท่องเที่ยวผสมกิจกรรมสร้างทีม

• กิจกรรม Walk Rally หรือ Team Building Game เช่น เกมหาสมบัติ เกมสร้างสะพาน

• แข่งทำอาหารเมนูสุขภาพร่วมกัน

• เดินป่าศึกษาธรรมชาติ พร้อมเวิร์กช็อปเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

➡️ เหมาะสำหรับองค์กรที่อยากได้ทั้ง “ความสนุก” และ “การพัฒนาทักษะ teamwork”

 

2. Outing สุขภาพดี (ออกกำลังกาย/กิจกรรมสุขภาวะ)

การจัด Outing สุขภาพดี นอกจากจะสนุกแล้ว ยังเป็นการลงทุนด้านสุขภาพ เช่น

• วิ่งมินิมาราธอน หรือเดิน-วิ่งการกุศล

• โยคะ/Stretching ร่วมกันตอนเช้า

• เวิร์กช็อปทำอาหารคลีนจากนักกำหนดอาหาร

• Bootcamp แบบเบา ๆ ที่ HR ร่วมเล่นกับพนักงาน 

➡️ลองใช้กับโปรแกรม Workplace Wellness Program ที่ช่วยให้องค์กรออกแบบกิจกรรมสุขภาพได้ครบทั้งกายและใจ

 

3. กิจกรรมสันทนาการพนักงาน (Games & Workshop)

ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล Outing ในออฟฟิศหรือพื้นที่ใกล้ ๆ ก็ทำได้ เช่น

• เกมละลายพฤติกรรม สร้างเสียงหัวเราะ

• Workshop ศิลปะ ดนตรี หรือทำของที่ระลึก

• กิจกรรมละครเวทีสั้น ๆ ที่พนักงานร่วมเขียนบทและแสดงเอง

➡️จุดเด่น: ใช้งบไม่สูง แต่สร้างพลังบวกในทีมได้อย่างมาก

 

4. Outing CSR (ทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน)

องค์กรยุคใหม่หันมาทำ Outing ที่ผูกกับ CSR เช่น

• ปลูกป่าชายเลน หรือเก็บขยะชายหาด

• ทำอาหารเลี้ยงเด็กในมูลนิธิ

• บริจาคโลหิตหมู่บริษัท

• กิจกรรมสร้างสนามเด็กเล่น/ห้องสมุดให้โรงเรียนชนบท

➡️ข้อดีคือพนักงานได้ทั้งความภูมิใจและความผูกพันกับองค์กรในเวลาเดียวกัน

ประโยชน์ของ Outing ต่อพนักงานและองค์กร

1.สร้างความสัมพันธ์ในทีม (Team Bonding) ช่วยให้เพื่อนร่วมงานจากแผนกต่าง ๆ ได้รู้จักกันมากขึ้น

2.ลดความเครียดและ Burnout  การได้ทำกิจกรรมสันทนาการช่วยให้พนักงานผ่อนคลาย

3.ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ  ถ้ากิจกรรมมีการเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมเวิร์กช็อปสุขภาพ

4.เพิ่ม Employee Engagement พนักงานรู้สึกว่าองค์กรใส่ใจ ไม่ได้มองแค่ผลลัพธ์งาน

5.สร้าง Employer Branding การจัด outing ที่ดีสามารถเป็นจุดขายในการดึงดูดคนเก่ง ๆ เข้ามาร่วมงาน

คำแนะนำ สำหรับ HR ก่อนจัด Outing

1.กำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน  เพื่อความสนุก? เพื่อสุขภาพ? เพื่อ CSR?

2.วิเคราะห์งบประมาณ  กำหนดกรอบชัดว่าจะลงทุนเท่าไร

3.สำรวจความสนใจของพนักงาน  อาจใช้แบบสอบถามสั้น ๆ

4.เลือกสถานที่และกิจกรรมที่ปลอดภัย  โดยเฉพาะถ้ามีพนักงานหลากหลายช่วงอายุ

5.วางแผนการเดินทางและประกันภัย – เพื่อความอุ่นใจของทุกฝ่าย

6.มี After Action Review – ให้พนักงาน feedback เพื่อนำไปพัฒนาครั้งถัดไป

      กิจกรรม outing ไม่ใช่แค่การไปเที่ยว แต่เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างสุขภาพ ความสัมพันธ์ และ engagement ของพนักงาน การเลือกกิจกรรมที่เหมาะสม จะทำให้องค์กรได้ทั้ง “ทีมงานที่แข็งแรง” และ “พนักงานที่มีความสุข”

         บริษัทไหนที่กำลังมองหา Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Gallup. (2022). State of the Global Workplace Report. Gallup.

  • World Health Organization. (2020). Mental health in the workplace. WHO.

  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แนวทางการส่งเสริมสุขภาพในสถานประกอบการ.

  • SAKID. (2023). Workplace Wellness Program.

  • SAKID. (2023). Well Being คืออะไร.

บทความที่น่าสนใจ

ตัวอย่าง สวัสดิการ พนักงาน

[Case Study] ตัวอย่างสวัสดิการพนักงานจากทั่วโลก

เพราะ ‘คนทำงาน’ เป็นสิ่งที่องค์กรควรลงทุนมากที่สุด และการลงทุนนั้นก็คือสวัสดิการที่จะช่วยให้พนักงานมีชีวิตที่ดีได้ ชวนไปสำรวจตัวอย่างสวัสดิการพนักงานจากทั่วโลกกัน

อ่านต่อ »

สวัสดิการพนักงาน โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารองค์กรยุคปัจจุบัน

สวัสดิการพนักงาน ถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่เข้ามา และทำให้พนักงานเก่าไม่ให้ลาออกไป จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องขบคิดให้ดีนั่นเอง

อ่านต่อ »
เมื่อคนในองค์กรน้ำหนักเกิน-01-SAKID

ทำอย่างไร เมื่อคนในองค์กรน้ำหนักเกิน

 ปัจจุบันในประเทศไทยพบว่าแนวโน้มภาวะ น้ำหนักเกิน และ ภาวะอ้วนเพิ่งสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป ร่วมกับ activity ที่ลดลง เป็นตัวส่งเสริมให้เรามีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะพนักงงาน office อย่างเราๆ ที่ Activity นั้นแสนจะน้อยนิด ส่วนใหญ่ก็นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จนหลายคนเกิดปัญหาเรื่อง Office syndrome ตามมา

อ่านต่อ »
Healthy canteen Cu-thumbnail SAKID

WORKSHOP Healthy Canteen CU

กิจกรรม  “Workshop Healthy Canteen”

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “Workshop Healthy Canteen” ให้กับผู้เข้าร่วมที่สนใจด้านการทำอาหารให้ผู้อื่น หรือร้านค้า โดยนักกำหนดอาหาร

อ่านต่อ »

สร้าง Employee Wellbeing อย่างไร ให้พนักงานสุขภาพดี

Employee Wellbeing หรือ “สุขภาวะพนักงาน” หมายถึง สภาวะที่พนักงานมีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และการทำงานอย่างมีความสุข ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “สุขภาวะที่ดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่สมบูรณ์ในทุกมิติ”

อ่านต่อ »
จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

จัดกิจกรรม outing บริษัททำกิจกรรมอะไรดี?

การจัด กิจกรรม outing ไม่ใช่แค่พาพนักงานไปเที่ยวพักผ่อน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความผูกพันกับองค์กร เพิ่มความสามัคคี และเสริมสุขภาพกาย-ใจของพนักงาน งานวิจัยของ Gallup (2022) ชี้ว่า พนักงานที่มี engagement สูง จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากถึง 21% และมีอัตราการลาออกน้อยลงเกือบครึ่งหนึ่ง

อ่านต่อ »
URL Copied!

รีวิว 3 ไอเดียจัด เวิร์คช็อปบริษัท ให้ได้ความรู้

การอบรมในที่ทำงานยุคใหม่ไม่ควรมีแค่การนั่งฟังบรรยาย เราอยู่ในยุคที่องค์กรต้องการมากกว่า “การอบรมเชิงทฤษฎี” การจัด เวิร์คช็อปบริษัท จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ HRD และผู้บริหารนิยม เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาความรู้แล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วม กระตุ้นให้พนักงานได้ลงมือทำจริง และเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม

ไอเดียที่ 1: Workshop อาหาร – กินอย่างไรให้สุขภาพดี

เวิร์คช็อปนี้เน้นการเรียนรู้และลงมือทำจริง เพื่อให้พนักงานเข้าใจการเลือกอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมกับวัยทำงาน

 

• Cooking Class สลัดโรลเพื่อสุขภาพ: พนักงานได้ลงมือทำอาหารง่าย ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

• Healthy Canteen: แปลงโรงอาหารบริษัทให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสุขภาพ ด้วยเมนูที่ผ่านการดูแลโดยนักกำหนดอาหาร

Health Talk: พูดคุยกับนักกำหนดอาหารเรื่องโภชนาการ การกินอย่างไรป้องกันโรคและเลือกกินอย่างไรให้แฮปปี้โดยที่ไม่อด เทรนด์อาหารต่างๆ

 

ประโยชน์: ช่วยให้พนักงานเข้าใจโภชนาการ ลดการพึ่งพาอาหารฟาสต์ฟู้ด และสร้างบรรยากาศการกินที่ดีร่วมกัน

ไอเดียที่ 2: Workshop ออกกำลังกาย – เพิ่มพลัง ลดออฟฟิศซินโดรม

พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ต้องนั่งทำงานนาน ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและออฟฟิศซินโดรมได้ง่าย การจัดเวิร์คช็อปออกกำลังกายช่วยป้องกันและฟื้นฟู 

 

• Zumba Class หลังเลิกงาน: สนุกกับการเต้นที่ช่วยเผาผลาญพลังงานและคลายความเครียด

• Yoga Class: เสริมความยืดหยุ่นของร่างกาย ฝึกการหายใจ และช่วยให้จิตใจสงบ ลดความเครียด

• Ergonomics Workshop: ประเมินและปรับท่าทางการทำงานให้เหมาะสม ลดอาการปวดหลังและไหล่

 

ประโยชน์: เพิ่มพลังงานให้พนักงาน มีสุขภาพกายแข็งแรง รักษาสมดุลน้ำหนักตัว เผาพลังงานเหงื่ออกช่วยลดความเครียด  และเสริมความสัมพันธ์ในทีมผ่านกิจกรรมที่ทำร่วมกัน 

ไอเดียที่ 3: Workshop สุขภาพใจ – รับมือ Burnout และความเครียด

สุขภาพใจคือสิ่งที่องค์กรไม่ควรมองข้าม เพราะความเครียดส่งผลต่อประสิทธิภาพและการลาออกของพนักงาน เวิร์คช็อปสุขภาพใจที่น่าสนใจ 

 

• Burnout Management Workshop: เทคนิคป้องกันและจัดการภาวะหมดไฟ

• Mindfulness Workshop: ฝึกสมาธิและการมีสติในชีวิตประจำวัน เพื่อลดความเครียด

 

ประโยชน์: พนักงานเข้าใจตัวเองมากขึ้น รู้จักวิธีผ่อนคลาย และสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว

Checklist ก่อนจัดเวิร์คช็อปบริษัท

✅ กำหนดเป้าหมายของเวิร์คช็อป (สุขภาพ, ทักษะ, ทีมเวิร์ค)

✅ เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร

✅ หาผู้เชี่ยวชาญหรือวิทยากรที่น่าเชื่อถือ

✅ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกและผ่อนคลาย

✅ วัดผลหลังจบกิจกรรม เพื่อประเมินผลลัพธ์

รีวิวและเปรียบเทียบเวิร์คช็อปเลือกอันไหนดี  

ก่อนที่องค์กรจะเลือกเวิร์คช็อป ควรมีการทบทวนและเปรียบเทียบตัวเลือกต่าง ๆ เพื่อให้ได้กิจกรรมที่ตอบโจทย์จริง โดยอาจพิจารณาใน 3 มิติหลัก ได้แก่

 

• Workshop อาหาร: เหมาะสำหรับองค์กรที่อยากสร้างวัฒนธรรมการกินที่ดี ให้พนักงานดูแลสุขภาพตั้งแต่การเลือกอาหาร

• Workshop ออกกำลังกาย: เหมาะกับการป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและสร้างพลังงานใหม่ให้ทีมงาน

• Workshop สุขภาพใจ: เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการลดความเครียด ป้องกันภาวะ Burnout และเสริมสมดุลชีวิตการทำงาน

 

เคล็ดลับสำหรับ HR: ก่อนตัดสินใจ ควรประเมินพนักงานและความสนใจก่อน หรือมีเหตุที่สำคัญในการส่งเสริมสุขภาพด้านต่างๆ เพื่อประเมินผลลัพธ์จริง 

       การจัด เวิร์คช็อปบริษัท ไม่ใช่แค่กิจกรรมเสริม แต่เป็นการสร้างโอกาสให้พนักงานได้ดูแลทั้งสุขภาพกายและใจ ได้รับความรู้ใหม่ ๆ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทีม

         บริษัทไหนที่กำลังมองหา Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class สุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม นักกายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

World Health Organization. (2020). Workplace health promotion. WHO.

Ministry of Public Health Thailand. (2022). คู่มือสุขภาพพนักงานในสถานประกอบการ.

Centers for Disease Control and Prevention. (2021). Workplace health model.

Sakid. (2025). Sakid Workshop. Retrieved from https://www.sakid.app/sakid-workshop/

 

บทความที่น่าสนใจ

Cover retire-SAKID

รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคง ต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา

กิจกรรม  Workshop “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ”

เมื่อวันที่ 23  กันยายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop ออฟไลน์ และออนไลน์ไปพร้อมกัน ในหัวข้อ “รู้ก่อนคิด วาดชีวิตที่มั่นคงต้องรู้เกษียณสบายตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นเรา ” โดยนักกำหนดอาหารที่จะให้ความรู้ทั้งในวัยที่กำลังเกษียณและวัยทำงานที่จะได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินอย่างไร ให้สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย สัดส่วนอาหารที่จำเป็นต่อวัยต่างๆ ที่ยังสามารถอร่อยและสุขภาพดีได้ การเลือกกินอย่างสมดุล และในส่วนของนักการเงินที่จะมาสอนเรื่องการลงทุนและการเก็บออมเงินก่อนเกษียณ การทำแบบแผนเตรียมตัวเกษียณอย่างง่าย การวางแผนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและใช้เงินในวัยเกษียณอย่างมีความสุขในสไตล์ที่เป็นเรา

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -สวัสดิการทุกบริษัท

สูตรลับสวัสดิการ ทุกบริษัททำได้ เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานคนเก่ง

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมบริษัทชั้นนำหลายแห่งจึงให้ความสำคัญกับสวัสดิการพนักงานเป็นอย่างมาก? ความจริงก็คือ สวัสดิการที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตโดยรวมขององค์กรอีกด้วย การลงทุนในความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรของบริษัท จากการลดต้นทุนด้านสุขภาพ เพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน และส่งเสริมความผูกพันของพนักงาน

อ่านต่อ »
สุขภาพจิต พนักงาน

สุขภาพจิตพนักงาน ปัญหาซ่อนเร้นที่ต้องระวัง

เข้าใจปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดในที่ทำงาน บริษัทหรือ HR จะมีมาตรการจัดการปัญหาอย่างไร อ่านคำแนะนำและแนวทางส่งเสริมสุขภาพจิต ที่นี่

อ่านต่อ »
ส่งเสริมสุขภาพพนักงาน

เทคนิคส่งเสริมสุขภาพพนักงานที่ทุกบริษัทควรรู้

แนะนำโมเดลการจัดโครงการ ส่งเสริมสุขภาพพนักงาน 4 ขั้นตอน แนะนำไอเดียจัดกิจกรรม กิจกรรมลดน้ำหนัก ส่งเสริมสุขภาพ [แนะนำเครื่องมือช่วยจัดโครงการ]

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -mental health

7 วิธีดูแลสุขภาพจิตใจพนักงาน เพื่อสร้างความสุขและประสิทธิภาพในการทำงาน

ในโลกของการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน ปัญหาสุขภาพจิตใจของพนักงานกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกองค์กรต้องให้ความสนใจ จากการสำรวจของ WHO พบว่ากว่า 264 ล้านคนทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า และอีกกว่า 284 ล้านคนมีความวิตกกังวลผิดปกติ ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตพนักงานแล้ว ยังบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานไปด้วย (World Health Organization, 2022) และนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิตมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะเครียดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะหมดไฟ โรคซึมเศร้า โดยปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้มีสาเหตุได้หลากหลายด้าน ทั้งจากลักษณะงาน ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน การบริหารจัดการ รวมถึงปัญหาส่วนตัว (Pfeffer, 2018)

อ่านต่อ »
Cooking-Saladroll-SAKID

WORKSHOP Cooking class สลัดโรล

กิจกรรม  Cooking class สลัดโรล

วันที่ 20 สิงหาคม  2567 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Cooking class สลัดโรล ที่บริษัท CBRE โดยพนักงานได้เข้าร่วมจำนวน 40 คน ซึ่งนักกำหนดอาหารวิชาชีพ ได้เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและมีทริคการดูแลสุขภาพด้านอาหารสำหรับชาวออฟฟิศให้เล่นเกมสุขภาพพร้อมรับของรางวัลกันอีกด้วย คลาสสอนทำสลัดโรลจะแบ่งทำเป็น 2เมนูคือ สลัดโรลเต้าหู้ กับ สลัดโรลปลาทูนึ่ง โดยทั้งสองเมนูจะใช้รสชาติจากผักและสมุนไพรเป็นหลักเพื่อสุขภาพที่ดีและน้ำจิ้มสูตรโซเดียมต่ำ อร่อยได้ง่ายๆ และสามารถนำกลับไปทำเองได้ที่บ้านได้

อ่านต่อ »
URL Copied!

แนะนำ กิจกรรม 5 ส บริษัท มักจะทำอะไรกัน?

   “ กิจกรรม 5 ส บริษัท ” ไม่ใช่แค่การเก็บกวาดโต๊ะทำงาน แต่เป็น เครื่องมือพัฒนาสถานที่ทำงานอย่างเป็นระบบ ที่เริ่มจากประเทศญี่ปุ่นและแพร่หลายทั่วโลก หลักการนี้ทำให้การทำงานมีความเป็นระเบียบ ปลอดภัย และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อสุขภาวะพนักงาน สำหรับ HR และผู้บริหาร การนำ กิจกรรม 5ส มาใช้คือการลงทุนใน “รากฐานขององค์กร” เพราะเมื่อพื้นที่ทำงานเป็นระเบียบ กระบวนการผลิตหรือการทำงานก็จะราบรื่น ต้นทุนลดลง และพนักงานรู้สึกภูมิใจในที่ทำงานของตนเอง

หลักการ 5 ส ที่องค์กรนิยมใช้กัน

1. สะสาง (Seiri – Sort)

แยกของที่จำเป็นกับไม่จำเป็นออกจากกัน ลดการกีดขวางและสิ่งรกรุงรัง เช่น แยกเครื่องมือที่ใช้ประจำกับที่ไม่ค่อยได้ใช้

2. สะดวก (Seiton – Set in Order)

จัดวางสิ่งของให้ง่ายต่อการหยิบใช้ เช่น ทำป้ายบอกตำแหน่ง ติดสีสัญลักษณ์ และทำผังการจัดเก็บ

3. สะอาด (Seiso – Shine)

ทำความสะอาดพื้นที่และอุปกรณ์เป็นประจำ เช่น Big Cleaning Day รายเดือน

4. สุขลักษณะ (Seiketsu – Standardize)

สร้างมาตรฐานร่วม เช่น คู่มือปฏิบัติงาน ตารางตรวจสอบประจำวัน

5. สร้างนิสัย (Shitsuke – Sustain)

ปลูกฝังวินัยให้พนักงานรักษาความเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำแค่ตอนตรวจ

ตัวอย่างกิจกรรม 5ส บริษัท ที่ทำได้จริง

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น นี่คือตัวอย่างกิจกรรม 5ส ที่บริษัทต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ได้จริง และทำได้ไม่ยาก ใช้ภาพถ่าย “ก่อน-หลัง”  กระตุ้นให้เห็นความเปลี่ยนแปลงจริง

1. โซนนิ่งพื้นที่ทำงาน

• ใช้เส้นสีทาบนพื้นแบ่งโซน เช่น โซนผลิต โซนเก็บวัตถุดิบ โซนเอกสาร

• ติดป้ายชื่ออุปกรณ์และตำแหน่งที่เก็บอย่างชัดเจน

• ทำแผนผังพื้นที่ติดบอร์ดไว้ พนักงานใหม่ก็เข้าใจได้ทันที

• เปิดให้พนักงานแต่ละทีมร่วมกันออกแบบโซนของตัวเอง เพื่อให้เกิดการยอมรับและดูแลต่อเนื่อง

2. กิจกรรม Big Cleaning Day

• จัดวันทำความสะอาดใหญ่ เดือนละครั้งหรือไตรมาสละครั้ง

• ให้พนักงานทุกฝ่ายร่วมกันทำความสะอาด แบ่งพื้นที่ตามแผนก

• เพิ่มความสนุกด้วยการประกวดแผนกที่สะอาดที่สุด พร้อมของรางวัล

• จัดให้พนักงานเป็นผู้เสนอไอเดียวิธีการทำความสะอาดหรือจัดพื้นที่ใหม่ ๆ จะช่วยให้พวกเขารู้สึกว่ามีส่วนร่วมจริง

3. การประกวด 5ส ระดับแผนก

• ให้แต่ละแผนกปรับปรุงพื้นที่ของตนเองตามหลัก 5ส

• ใช้เกณฑ์ตัดสิน เช่น ความสะอาด ความเป็นระเบียบ และความคิดสร้างสรรค์

• ประกาศผลและมอบรางวัลเพื่อสร้างแรงจูงใจ

• เปิดโอกาสให้พนักงานร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน เพื่อสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในทุกระดับ

ประโยชน์ของกิจกรรม 5ส ต่อสุขภาวะองค์กร

1.สุขภาพกายดีขึ้น  พื้นที่สะอาด ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

2.สุขภาพใจดีขึ้น โต๊ะทำงานเป็นระเบียบ ลดความเครียด

3.สุขภาพสังคมดีขึ้น  พนักงานร่วมมือกันทำงาน เกิดความสามัคคี

4.สุขภาพการทำงานดีขึ้น  เวลาทำงานสั้นลงเพราะหาอุปกรณ์ง่าย

กิจกรรม

ประโยชน์หลัก

ผลต่อพนักงาน

ผลต่อองค์กร

โซนนิ่งพื้นที่ทำงาน

ลดเวลาในการค้นหาของ ใช้งานสะดวกขึ้น

ทำงานง่าย ไม่เครียด

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความสูญเปล่า

Big Cleaning Day

พื้นที่สะอาด ปลอดภัย

สุขภาพดีขึ้น มีความร่วมมือ

ลดอุบัติเหตุ เพิ่มภาพลักษณ์องค์กร

การประกวด 5ส ระดับแผนก

กระตุ้นการสร้างสรรค์

รู้สึกสนุกและภูมิใจในผลงาน

เกิดวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก

แนะนำ วิธีทำให้ 5ส ไม่ใช่แค่โครงการชั่วคราว

✅ ผู้บริหารต้องมีส่วนร่วมและเป็นตัวอย่าง

✅ กำหนด KPI 5ส ในการประเมินผลพนักงาน

✅ จัดการอบรม 5ส สำหรับพนักงานใหม่

✅ มีการติดตาม ตรวจประเมินเป็นประจำ

✅ สร้างกิจกรรมการแข่งขัน/เกม เพื่อให้สนุก

     กิจกรรม 5 ส บริษัท” ไม่ใช่แค่การจัดโต๊ะทำงานให้สวยงาม แต่คือ เครื่องมือพัฒนาคนและองค์กรไปพร้อมกัน หากทำอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้าง สุขภาวะองค์กร (Well-being at Work) ให้แข็งแรงทั้งกาย ใจ และสังคม ถ้าองค์กรของคุณอยากยกระดับการดูแลพนักงานแบบองค์รวม ลองใช้ SAKID แอปนวัตกรรมสุขภาพพนักงาน ที่ออกแบบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ กีฬา และจิตวิทยา

         หรือถ้ากำลังมองหากิจกรรมให้พนักงาน Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร ทำอาหารสุขภาพ Cooking class ออกกำลังกาย สุขภาพจิตปรึกษาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม กายภาพ ออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม. (2564). คู่มือการดำเนินกิจกรรม 5ส. กระทรวงอุตสาหกรรม.

HR Note Asia. (2021). 5ส คืออะไร และทำไมองค์กรต้องทำ. เข้าถึงจาก https://th.hrnote.asia

Japan Institute of Plant Maintenance. (2020). 5S for Workplace Organization. JIPM Publications.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ-SAKID

จัดประชุมอย่างไรให้ดีต่อกายใจ

การนั่งประชุมต่อเนื่องเป็นเวลานานถือเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง ส่งเสริมให้เกิดโรค NCDs การสร้างวัฒนธรรมการประชุมที่มีองค์ประกอบการประชุมที่่ส่งเสริมสุขภาพย่อมมีส่วนส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพในสถานที่ทำงาน ช่วยให้คนวัยทำงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์การประชุมที่มีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ »

วิธีดึงพนักงานกลับมาเมื่อ หมดpassionในการทำงาน

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมพนักงานที่เคยเต็มไปด้วยไฟในการทำงาน เคยเป็นคนเสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างกระตือรือร้น กลับค่อย ๆ กลายเป็นคนที่นั่งเงียบ ไม่อยากออกความคิดเห็น และทำงานไปวัน ๆ เพียงเพื่อรอให้หมดเวลา? นี่ไม่ใช่เพียงแค่ “อาการเหนื่อย” ชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณสำคัญของ “หมดpassionในการทำงาน” ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในองค์กรไทยและทั่วโลก

อ่านต่อ »
Sakid-mea-มีนบุรี-Cover

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี

บูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิด ที่การไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 Sakid ได้ออกบูธประชาสัมพันธ์แอพสะกิดให้กับการไฟฟ้านครหลวง เขตมีนบุรี ในกิจกรรม Fun for Fit เพื่อแนะนำการเข้าร่วมโครงการ  “MEA เบิร์นเกินร้อย” เปิดศึกการแข่งกันระหว่างทีมเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี ด้วยการส่งภารกิจสุขภาพผ่านแอพสะกิด และลุ้นรับของรางวัลในแต่ละเดือน

อ่านต่อ »

WORKSHOP การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด

กิจกรรม  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด”

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566  SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop  “การทานอาหารอย่างเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด” โดยนักกำหนดอาหารที่ให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องอาหารที่ควรกินและไม่ควรกิน การเลือกอาหารและปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือด

อ่านต่อ »
cover-กินเป็นลืมป่วย-Sakid

WORKSHOP ONLINE กินเป็นลืมป่วย กับ นักกำหนดอาหาร

กิจกรรม  “กินเป็นลืมป่วย”

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop online “กินเป็นลืมป่วย”  ให้กับบริษัทเอสพี อินเตอร์แมค โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพได้ให้ความรู้เรื่องการจัดเก็บอาหารและของสด การเลือกอาหารที่เสริมสร้างสุขภาพ ไม่ให้เจ็บป่วย

อ่านต่อ »

สวัสดิการพนักงาน โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารองค์กรยุคปัจจุบัน

สวัสดิการพนักงาน ถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่เข้ามา และทำให้พนักงานเก่าไม่ให้ลาออกไป จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องขบคิดให้ดีนั่นเอง

อ่านต่อ »
URL Copied!

สัญญาณเตือนพนักงานเสี่ยง คาโรชิซินโดรม โรคเสียชีวิตจากงานหนัก

คาโรชิซินโดรม (Karoshi Syndrome) หรือ โรคเสียชีวิตจากงานหนัก มีจุดเริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เมื่อมีพนักงานเสียชีวิตกะทันหันจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สัมพันธ์กับการทำงานหนักเกินไป องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่า “การทำงานเกิน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์” เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองถึง 35% เมื่อเทียบกับผู้ที่ทำงานในชั่วโมงมาตรฐาน

 

แม้จะฟังดูไกลตัว แต่ปัจจุบันพนักงานไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะ พนักงานออฟฟิศ และผู้จัดการระดับกลาง ก็กำลังเผชิญความเสี่ยงจากภาวะนี้เช่นกัน ทั้งจากการโอทีต่อเนื่อง ความกดดันในเป้าหมายงาน และการขาด Work-life balance ที่เหมาะสม

สัญญาณเตือนพนักงานมีความเสี่ยง

แม้คาโรชิซินโดรมจะไม่ใช่โรคที่ตรวจพบได้จากผลแล็บโดยตรง แต่มี “สัญญาณเตือน” หลายอย่างที่สามารถบ่งบอกได้ว่าพนักงานกำลังเสี่ยง โรคเสียชีวิตจากงานหนัก HR ควรใส่ใจทั้ง กาย จิตใจ และพฤติกรรมการทำงาน ดังนี้

 

อาการทางกาย

พนักงานที่ทำงานหนักเกินไปมักเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติ เช่น

• อ่อนเพลียเรื้อรัง แม้จะนอนพักแล้วก็ยังรู้สึกเหนื่อย

• ไมเกรนหรือปวดศีรษะบ่อย บางครั้งรุนแรงจนต้องหยุดงาน

• ความดันโลหิตสูงผิดปกติ เมื่อเช็กซ้ำหลายครั้งยังคงสูง

• หัวใจเต้นผิดจังหวะ ใจสั่น ร่วมกับอาการหายใจติดขัด

• อาการทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน ปวดท้องเรื้อรัง ท้องเสียจากความเครียด

ตัวอย่างที่ HR ควรระวัง: พนักงานที่เคยมีสุขภาพแข็งแรงแต่เริ่มลาป่วยบ่อยขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจหรือความดัน ควรรีบส่งต่อให้พบแพทย์

 

อาการทางจิตใจ

ความเครียดสะสมเป็นปัจจัยหลักของคาโรชิซินโดรม และสามารถสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เช่น

• หงุดหงิดง่าย โมโหเร็ว กับเรื่องเล็กน้อย

• วิตกกังวลตลอดเวลา แม้ในเรื่องที่ไม่สำคัญ

• หมดไฟ (Burnout) ไม่อยากทำงาน ไม่รู้สึกมีคุณค่า

• สมาธิสั้น ความจำถดถอย ทำงานผิดพลาดมากขึ้น

• อาการซึมเศร้า เงียบลง ไม่พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเหมือนเดิม

ตัวอย่างที่ HR ควรสังเกต: พนักงานที่เคยกระตือรือร้นกลับเงียบขรึม ไม่ร่วมกิจกรรม หรือร้องไห้บ่อยโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

 

พฤติกรรมการทำงานผิดปกติ

นอกจากสุขภาพกายและใจแล้ว พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในที่ทำงานเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน เช่น

• ทำงานล่วงเวลาบ่อย แม้ไม่มีความจำเป็น

• ไม่ใช้สิทธิลาพักผ่อน แม้จะมีวันลาคงเหลือ

• หมกมุ่นกับงานตลอดเวลา ตอบอีเมล/ไลน์งานแม้นอกเวลางาน

• คุณภาพงานตกลง มีความผิดพลาดเพิ่มขึ้น ทั้งที่เคยทำได้ดี

• มีปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เช่น ขัดแย้งหรือเลี่ยงการทำงานร่วมทีม

ตัวอย่างที่ HR ควรสังเกต: พนักงานที่ชอบอยู่ดึกเป็นคนสุดท้ายของออฟฟิศบ่อย ๆ หรือปฏิเสธกิจกรรมสันทนาการทั้งหมด เพราะเลือกทุ่มเวลาให้งานเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยเสี่ยงในองค์กรที่กระตุ้นคาโรชิซินโดรม

1.ชั่วโมงการทำงานเกินมาตรฐาน (>55 ชม./สัปดาห์)

2.วัฒนธรรมองค์กรที่ให้รางวัลกับ “การอยู่ดึก”

3.ขาดนโยบายสนับสนุนสุขภาพ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี หรือการพักร้อน

4.ภาระงานที่เกินกำลัง และเป้าหมายงานที่ไม่สมจริง

5.ขาดระบบช่วยเหลือด้านจิตใจ เช่น Employee Assistance Program (EAP)

คำถาม

 

ใช่ไม่ใช่
พนักงานทำงานเกิน 55 ชั่วโมง/สัปดาห์หรือไม่  ☐     ☐
มีอัตราการลาออกหรือลาป่วยสูงผิดปกติหรือไม่  ☐     ☐
พนักงานใช้สิทธิวันลาพักร้อนครบหรือไม่  ☐     ☐
มีนโยบายสนับสนุน Work-life balance หรือไม่  ☐     ☐
มีระบบตรวจสุขภาพและ EAP ภายในองค์กรหรือไม่  ☐     ☐

วิธีที่องค์กรสามารถป้องกันโรคจากการทำงานหนัก

การสร้าง Work-life balance

• กำหนดนโยบาย “No meeting after 6 PM”

• ส่งเสริมวันหยุดและการทำงานแบบยืดหยุ่น

• จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น Workplace Wellness Program

 

โปรแกรมตรวจสุขภาพและการให้คำปรึกษา

• ตรวจสุขภาพประจำปีโดยเน้นโรคหัวใจและความดันโลหิต

• ใช้บริการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาออนไลน์

• ใช้ EAP เพื่อช่วยพนักงานที่มีปัญหาความเครียดเรื้อรัง

 

การใช้แอพติดตามสุขภาพพนักงาน

แอปพลิเคชัน SAKID สามารถช่วยพนักงานติดตามสุขภาพพนักงานทั้ง 4 มิติ (อาหาร, ออกกำลังกาย, อารมณ์, สังคม) พร้อมระบบ Health Challenge และ Personal Coach 

คาโรชิซินโดรม โรคเสียชีวิตจากงานหนัก ไม่เพียงเป็นภัยเงียบต่อชีวิตพนักงาน แต่ยังสร้างต้นทุนด้านบุคลากร ชื่อเสียง และกฎหมายให้กับองค์กร การสร้าง Work-life balance และการสนับสนุนสุขภาพจึงไม่ใช่เพียง “สวัสดิการ” แต่เป็น “การลงทุนเพื่อความยั่งยืน” ขององค์กร

         บริษัทไหนที่กำลังมองหา Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพจิตปรึกษานักจิตวิทยาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม เรื่องโภชนาการอาหารเฉพาะโรค ทำอาหารสุขภาพ Cooking class นักกายภาพดูออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

  • Ministry of Health, Labour and Welfare Japan. (2019). Karoshi: Death from overwork in Japan. Tokyo: MHLW.

  • World Health Organization. (2021). Long working hours and risk of heart disease and stroke. WHO.

  • กรมอนามัย. (2564). แนวทางการสร้างสมดุลชีวิตการทำงาน. กระทรวงสาธารณสุข.

  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2565). Work-life balance กับสุขภาพการทำงานของคนไทย.

บทความที่น่าสนใจ

Work-ต่าง-Gen--การทำงานร่วมกันของคนแต่ละรุ่น-01

Work ต่าง Generation (การทำงานร่วมกันของคนต่างวัย)

เวลาผ่านไป เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จะทำยังไง ให้การทำงานของคนต่าง generation หรือ แต่ละ gen ในบริษัททำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีปัญหา สำหรับบริษัทที่เปิดมาอย่างยาวนาน ก็ต้องย่อมมีคนทำงานเกิน 10 ปี ในระดับหัวหน้าและผู้บริหารระดับสูง ในขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องรับคนใหม่เข้ามาเพื่อสานต่อการทำงานของบริษัท

อ่านต่อ »
Cover-เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา-sakid

WORKSHOP เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา

กิจกรรม  Workshop “เรื่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา”

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม  2566 SAKID  ได้จัดกิจกรรม Workshop “เริ่มต้นดูแลสุขภาพดี เริ่มต้นที่ตัวเรา ”  โดยนักกำหนดอาหาร มีการทำแบบประเมินตัวเองและเข้าใจสุขภาพตัวเอง เทคนิคการปรับมื้ออาหารให้สุขภาพดีและลดน้ำหนักได้ และมีคลาสแนะนำการออกกำลังกายทำเมื่อไรก็ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายพัฒนาระบบไหลเวียนเลือด หัวใจ กล้ามเนื้อ ลดอาการoffice syndrome โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬา 

อ่านต่อ »
ดูแลพนักงานGenZ-SAKID

การดูแลพนักงานเจนใหม่ Gen Z ด้วยแนวทางจิตวิทยา

ในยุคปัจจุบัน พนักงานกลุ่ม Gen Z และ Millennials กลายเป็นกำลังสำคัญขององค์กรทั่วโลก ด้วยความที่ทั้งสองกลุ่มเติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีบทบาทสำคัญ พวกเขามีมุมมองต่อชีวิต การทำงาน และความสำเร็จที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน การจัดการคนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องเข้าใจจิตวิทยาและพฤติกรรมเฉพาะตัวของพวกเขา เพื่อสร้างความผูกพันและดึงศักยภาพออกมาให้ได้มากที่สุด

อ่านต่อ »
Sakid thumbnail -happiness work

องค์กรแห่งความสุข ฉบับคนทำงาน: 10 เคล็ดลับสร้างสถานที่ทำงานแห่งความสุข

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางองค์กรถึงประสบความสำเร็จอย่างสูง ในขณะที่บางองค์กรกลับล้มเหลว คำตอบอยู่ที่ความสุขของพนักงาน งานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่าพนักงานที่มีความสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้น อัตราการลาออกที่ลดลง และการให้บริการลูกค้าที่ดีขึ้น

อ่านต่อ »
สุขภาพจิต พนักงาน

สุขภาพจิตพนักงาน ปัญหาซ่อนเร้นที่ต้องระวัง

เข้าใจปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดในที่ทำงาน บริษัทหรือ HR จะมีมาตรการจัดการปัญหาอย่างไร อ่านคำแนะนำและแนวทางส่งเสริมสุขภาพจิต ที่นี่

อ่านต่อ »

สุขภาวะองค์กร คืออะไร ช่วยบริษัทได้อย่าไงไร

สุขภาวะองค์กร (Organizational Wellbeing) หมายถึง การที่องค์กรมีระบบและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อสุขภาพของพนักงาน ทั้งทางกาย ใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมการทำงาน โดยมุ่งให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพสูงสุด

อ่านต่อ »
URL Copied!

5 โรคจากการทำงานในโรงงานและวิธีป้องกันสุขภาพพนักงาน

      โรงงานเป็นสถานที่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด โรคจากการทำงาน (Occupational Diseases) เนื่องจากพนักงานต้องเผชิญกับเสียงดัง ฝุ่น สารเคมี เครื่องจักร รวมถึงตารางการทำงานที่เข้มข้นและซ้ำซาก หากองค์กรและ HR ไม่ใส่ใจ อาจทำให้พนักงานเจ็บป่วยจนกระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และการลาออกที่สูงขึ้น

บทความนี้จึงรวบรวม 5 โรคจากการทำงานในโรงงาน ที่พบบ่อย พร้อมแนวทางดูแล สุขภาพพนักงาน เพื่อช่วยให้ HR และแผนกพยาบาลสามารถออกแบบมาตรการป้องกันได้จริง

5 โรคจากการทำงาน ในโรงงานที่พบบ่อย

1. โรคระบบทางเดินหายใจจากฝุ่นและสารเคมี

พนักงานโรงงานที่ทำงานในสายการผลิตสิ่งทอ ไม้ พลาสติก หรือสารเคมี มักต้องเผชิญกับฝุ่นและไอระเหย เช่น ซิลิกา แอมโมเนีย ฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งอาจก่อให้เกิด

• โรคปอดอักเสบเรื้อรัง

• โรคหอบหืดจากการทำงาน

• โรคซิลิโคสิส (Silicosis)

วิธีป้องกัน

• ติดตั้งระบบดูดอากาศและระบายอากาศที่ได้มาตรฐาน

• แจกหน้ากากป้องกันฝุ่น (Respirator N95) ให้พนักงาน

• ตรวจสุขภาพปอดเป็นประจำทุกปี

2. โรคกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal Disorders: MSDs)

งานที่ต้องยกของหนัก ยืนนาน หรือทำท่าเดิมซ้ำ ๆ เช่น สายพานการผลิต ส่งผลให้พนักงานปวดคอ หลัง ไหล่ และมือเรื้อรัง ซึ่งอาจลุกลามเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

วิธีป้องกัน

• จัดอบรมท่าทางการทำงานที่ถูกต้อง (Ergonomics Training)

• สลับตำแหน่งงานเพื่อลดการใช้กล้ามเนื้อซ้ำ

• จัดกิจกรรมยืดเหยียดร่างกายในโรงงาน

3. ปัญหาสุขภาพจิตจากการทำงานในโรงงาน

ความกดดันจากเป้าหมายการผลิต กะกลางคืน เสียงดัง และการทำงานซ้ำ ๆ ทำให้พนักงานจำนวนมากเผชิญกับ ความเครียด วิตกกังวล ภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือซึมเศร้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพงานและความปลอดภัย

วิธีป้องกัน

• จัดโปรแกรม Employee Assistance Program (EAP) ให้คำปรึกษาสุขภาพจิต

• จัดสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร เช่น พื้นที่พักผ่อนเงียบสงบ

• ส่งเสริม Work-Life Balance เช่น การกำหนดกะทำงานที่ยืดหยุ่น

 

4. โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

แม้จะไม่เกิดจากสารเคมีหรือเครื่องจักรโดยตรง แต่ พฤติกรรมการทำงานในโรงงาน เช่น กินอาหารโรงอาหารที่มีโซเดียมสูง ไม่ออกกำลังกาย นั่งทำงานซ้ำซาก หรือการทำงานกะดึก ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เร่งให้เกิด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ

วิธีป้องกัน

• จัดโครงการโภชนาการในโรงงาน เช่น โรงอาหารเพื่อสุขภาพ

• จัดกิจกรรมออกกำลังกายง่าย ๆ ระหว่างกะ

• ตรวจสุขภาพประจำปีและติดตามค่าความดัน/น้ำตาล

 

5. การสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง (Noise-Induced Hearing Loss: NIHL)

โรงงานผลิตโลหะ สิ่งทอ หรือเครื่องจักรเสียงดัง มีเสียงเกิน 85 เดซิเบล ซึ่งหากพนักงานเผชิญเกิน 8 ชั่วโมง/วัน อาจทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินถาวร

วิธีป้องกัน

• แจกที่ครอบหู (Ear Muffs) หรือที่อุดหู (Ear Plugs)

• จัดทำพื้นที่เงียบให้พักหู

• ตรวจการได้ยินปีละ 1 ครั้ง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคจากการทำงานโรงงาน

• สภาพแวดล้อม: ฝุ่น สารเคมี เสียงดัง แสงไม่เพียงพอ

• ลักษณะงาน: การทำงานซ้ำ ๆ ยกของหนัก กะกลางคืน

• พฤติกรรมพนักงาน: ไม่สวม PPE, สูบบุหรี่, อาหารไม่เหมาะสม

• วัฒนธรรมองค์กร: ไม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ

กิจกรรมพนักงานบริษัท-SAKID

ตัวอย่างมาตรการที่องค์กรชั้นนำใช้

หลายบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ได้นำโปรแกรม Well-Being และ Workplace Wellness Program มาใช้ เช่น

• ตรวจสุขภาพจิตออนไลน์ + ให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา

• จัดพื้นที่ออกกำลังกายในโรงงาน

• โรงอาหารสุขภาพพร้อมเมนูคำนวณแคลอรี

        โรคจากการทำงาน ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อ สุขภาพพนักงาน แต่ยังเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้องค์กรสูญเสียประสิทธิภาพ การดูแลเชิงป้องกันด้วยการตรวจสุขภาพ การจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิต คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้โรงงานมีแรงงานที่แข็งแรงและยั่งยืน

         ส่วนบริษัทไหนที่กำลังมองหาแอพดูแลสุขภาพโดยรวมพนักงาน หรือ Workshop กับ SAKID เรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร Healthy Canteen , Cooking class ,ออกกำลังกาย สุขภาพจิตปรึกษาแบบรายบุคคลหรือทำกิจกรรมคลาสกลุ่ม กายภาพออฟฟิศซินโดรม โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จะมาให้ความรู้เข้าใจแบบย่อยง่ายและลองทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิเช่น คลาสโยคะ คลาสซุมบ้า คลาสออกกำลังกายหลังเลิกงาน สามารถสอบถามและช่วยออกแบบ Workshop ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์พนักงานในบริษัทได้

แหล่งอ้างอิง

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2565). แนวทางการป้องกันโรคจากการทำงาน. กระทรวงแรงงาน.

World Health Organization. (2021). Occupational health: Stress at the workplace. WHO.

Centers for Disease Control and Prevention. (2020). Workplace Health Promotion. CDC.

  •  

บทความที่น่าสนใจ

ergonomics คือ

Ergonomics คืออะไร รู้จักกับการยศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีในการทำงาน

ออฟฟิศไหนกำลังประสบปัญหาปวดหลังกันทั้งออฟฟิศโปรดมาทางนี้! ชวนมาทำความรู้จัก Ergonomics หรือ การยศาสตร์ ศาสตร์แห่งการทำงานที่ช่วยให้พนักงานมีสุขภาพดีด้วย…

อ่านต่อ »

แนะนำ สวัสดิการอาหารพนักงาน สำหรับองค์กรที่มีโรงอาหาร

ในหลายองค์กร โรงอาหาร (Canteen) คือหนึ่งในสวัสดิการหลักที่พนักงานใช้ทุกวัน แต่คำว่า สวัสดิการอาหารพนักงาน ไม่ได้หมายถึงแค่การมีข้าวแกงราคาถูกหรืออาหารกลางวันฟรีเท่านั้น หากมองลึกไปกว่านั้น ยังมีรูปแบบสวัสดิการอาหารอื่นๆอีกซึ่งเราจะมาดูกันในบทความนี้ว่า สวัสดิการอาหารแบบไหนจะช่วยให้พนักงานได้สุขภาพกันมากขึ้น

อ่านต่อ »
Sakid -Csr พนักงานออกกำลังกาย

CSR กับ SAKID พนักงานได้ออกกำลังกายและช่วยเหลือสังคมได้ด้วย

  การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้กับพนักงานโดยการนำ CSR มารวมกันด้วย เป็นหนึ่งในไอเดียในการทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพพนักงานในบริษัทและยังมีกิจกรรมในการทำสิ่งที่มีประโยชน์คืนสู่สังคมอีกด้วย เป็นกิจกรรมที่ได้ประโยชน์เป็นอย่างมากนอกจากสุขภาพพนักงานดีขึ้นด้วยกิจกรรมส่งเสริม Productivity และยังมีกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม

อ่านต่อ »

สวัสดิการพนักงาน โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารองค์กรยุคปัจจุบัน

สวัสดิการพนักงาน ถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารแต่ละองค์กรที่ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่เข้ามา และทำให้พนักงานเก่าไม่ให้ลาออกไป จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องขบคิดให้ดีนั่นเอง

อ่านต่อ »
_เก็บออม-หรือเพิ่มรายได้-จุดไหนเราควรจะโฟกัส-SAKID

เก็บออมหรือเพิ่มรายได้ จุดไหนเราควรจะโฟกัส

 ในสถานการณ์ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์เมื่อปี 2565 ที่มีจำนวนผู้สูงอายุราวร้อยละ 20-30 และไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอดเช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 28 ในปี 2574 จึงเป็นส่วนหนึ่งให้คนวัยทำงานเริ่มวางแผนทางการเงิน เพื่อให้พร้อมรับกับวัยเกษียณที่จะมาถึง ซึ่งมีทั้งเก็บออมเงินจากการทำงานในปัจจุบัน หรือเลือกที่จะหาช่องทางเพิ่มรายได้ แล้วแบบไหนที่ควรจะเลือกดี

อ่านต่อ »
Workshop-ซุมบ้า-SAKID

Zumba (ซุมบ้า) Class หลังเลิกงาน

กิจกรรม  Workshop “คลาสซุมบ้า”

เมื่อวันที่ 26  มีนาคม  2568 SAKID  ได้จัดกิจกรรม “คลาสซุมบ้า” ที่สำนักงาน บริษัท ภิรัช โดยครูสอนเต้นซุมบ้ามืออาชีพ ที่จะพาพนักงานขยับร่างกายหลังเลิกงาน ด้วยการเต้นซุมบ้า ตามจังหวะเพลง แบบคาดิโอ ค่อยๆขยับตัวเต้นกันจนได้เหงื่อเผาผลาญลดน้ำหนักกัน

อ่านต่อ »